Tags
| จิตวิทยา
12/03/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 502 days ago
ความรักระหว่างคนและ AI : ผ่านมุมมองทางจิตวิทยา จริยธรรม และเคสจริง
คนรักกับ AI เคยเป็นเพียงตลกร้ายที่บาดลึกในใจของคนที่เคยดูหนังเรื่อง 'Her' (2013) เรื่องราวของชายผู้อ้างว้าง ที่ได้พบเจอและตกหลุมรักระบบปฏิบัติการสาว “ซาแมนธา” และเธอก็กลายมาเป็นโลกทั้งใบของเขา ท่ามกลางโลกที่โอบรับความหลากหลายใบนี้ พอจะเป็นไปได้ไหมที่การหลงรักจักรกล หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีร่างกายจะได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในเฉดของสีรุ้งบนธงไพรด์ หรือถูกบรรจุอยู่ในตัวอักษร LGBTQIA(I)R(OBOT)+ ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ปรากฏการณ์ของ “ความรักระหว่างคนกับ AI” กำลังเป็นที่จับตามองในวงการวิชาการและสังคมโลกสมัยใหม่ เรามักจะเริ่มได้ยินการพูดถึง AI ในฐานะผู้ช่วย, ที่ปรึกษา, เลขาฯ หรือแม้แต่เพื่อนคู่คิด ราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นี้มีใบเกิด และเสียค่าบัตรชมพิพิธภัณฑ์ในราคาผู้ใหญ่ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ หากเราได้เห็นการโต้ตอบของ AI ในช่วงปีที่ผ่านมา ยิ่งการสนทนาด้วยเสียงแบบเรียลไทม์กับ AI ที่โต้ตอบได้อย่างไหลลื่นตามบริบทที่กำหนด ไดนามิกสูงต่ำของน้ำเสียงที่เลียนแบบอารมณ์ของมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ หรือแม้แต่ความพยายามที่จะทำความรู้จัก หรือทำความเข้าใจราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นสนใจในตัวตนของผู้ใช้งานจากก้นบึ้งของชิปประมวลผล มาร่วมกันมองลอดม่านกั้นที่เรียกว่าจริยธรรมเทคโนโลยีผ่านมุมมองทางจิตวิทยาของ “ปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับ AI” ไปด้วยกัน ความเป็นไปได้ของความรักกับ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการรายงานถึงปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับปัญญาประดิษฐ์หลายต่อหลายครั้ง บทความจาก Live Science ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุการณ์ที่ผู้ใช้งานบางคนพึ่งพา AI ในฐานะ “คู่ชีวิต” และในเคสเหล่านั้น…11/07/2024
ขอบเขตของการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว
วันนี้เราจะมาชวนทุกคนคุยเรื่องการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัวกัน รักตัวเองแบบไหนถึงจะเรียกว่า “พอดี” มาดูกันเลยดีกว่า คนที่รักตัวเอง จะมอบความเมตตาให้กับตัวเองเสมอ (Self-compassion) แม้คนรอบข้างจะพยายามกดดัน หรือพูดจาใจร้ายใส่ขนาดไหน แต่คนที่รักตัวเองก็จะปลอบโยนและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น คนที่รักตัวเอง ก็จะพยายามทำความเข้าใจคนอื่นด้วยเช่นกัน หรือก็คือการมี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เพราะถ้าหากการรักตัวเองขาด Empathy ไปเมื่อไหร่ ก็จะเข้าสู่เส้นทางของความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้น คนที่รักตัวเองจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเสมอ พร้อมนำสิ่งที่เป็นพิษในชีวิตออกไปเป็นระยะ ๆ หรือเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วยเลย คนที่รักตัวเองจะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่ได้คิดว่าการที่ฉันรักตัวเอง ฉันต้องได้ฝ่ายเดียว และคนที่รักตัวเองจะเป็นคนที่มีแนวคิดพื้นฐานที่ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นถ้าเราอยากให้คนอื่นให้เกียรติเรา เคารพเรา เราก็ต้องมอบสิ่งนี้ให้กับคนอื่นตอบแทนกลับไปด้วย ส่วนที่รักตัวเอง “มากเกินไป” จนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว จะใช้ชีวิตอยู่บนแนวคิดที่ว่าตัวเองต้องได้สิ่งที่ดีอยู่คนเดียว อะไรแย่งได้ก็แย่ง และไม่นึกถึงจิตใจคนอื่น ไม่คิดว่าคนอื่นก็มีความรู้สึกเช่นกัน ความ “เห็นแก่ตัว” มักจะมาพร้อมกับ “ความกลัว” เช่น กลัวแพ้ กลัวไม่ได้มีเท่าคนอื่น กลัวน้อยหน้า กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ฉันต้องมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบไหนก็ตาม และนี่ก็คือหลักการง่าย ๆ ที่ใช้ในการแยกระหว่างคนที่รักตัวเอง กับคนที่เห็นแก่ตัว ขอให้ทุกคนรักตัวเองในแบบที่พอดี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 746 days ago
Read More04/07/2024
รู้ไว้…ป้องกันได้: 5 โรคจิตเวชที่คนไทยควรรู้
ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน โรคจิตเวชกลายเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับภาระหน้าที่และความท้าทายต่าง ๆ มากมาย บทความนี้จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับ "โรคจิตเวช" ที่พบบ่อยในหมู่คนไทย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ ป้องกัน และรักษาโรคเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที 1. โรคซึมเศร้า: โรคยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ โรคซึมเศร้า (Depression หรือ Major Depressive Disorder: MDD) โรคที่คุ้นเคยของคนไทยใน ปัจจุบัน และเป็นโรคจิตเวชที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือพบได้ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด โดยอาการของโรคซึมเศร้านี้มีอยู่หลากหลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกเศร้า หดหู่ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร รู้สึกไร้ค่า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร รู้สึกสิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่น และอาจมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น อาการปวดหัว ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย หากมีอาการดังกล่าวมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรพบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการ เพราะความอันตรายของโรคนี้คือ อาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง หรือความพยายามในการทำอัตวินิบาตกรรมของผู้ป่วยได้ 2. โรควิตกกังวล: กังวลเกินเหตุจนส่งผลต่อชีวิต…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 753 days ago
Read More26/06/2024
Hurry Sickness: รู้ทันอาการหัวร้อน…ทนไม่ไหว รอไม่ได้
เคยไหม? รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา รอคิวอะไรสักอย่างก็รู้สึกหงุดหงิด อยากจะตะโกนใส่คนข้างหน้าว่า "เร็ว ๆ หน่อยสิ !" หรือทำงานอะไรก็รู้สึกเหมือนเวลาไม่พอ รอดู YouTube ก็ต้องกดข้ามโฆษณา พอมาอ่านหนังสือหรือดูหนัง ดูละคร ก็ทนดูทีละตอนจนจบไม่ไหว ต้องแอบเปิดดูตอนจบ หรือไปหาสปอยล์มาอ่านก่อน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Hurry Sickness" หรือ "โรคทนรอไม่ได้" เป็นสภาวะผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในยุคปัจจุบัน และหลายคนอาจกำลังเป็นอยู่โดยไม่รู้ตัว ยิ่งใช้คอมฯ ยิ่งเป็น Hurry Sickness “ยิ่งคุณใช้คอมพิวเตอร์มากเท่าไหร่ คุณยิ่งเป็น Hurry Sickness มากเท่านั้น” อ. ธาม เชื้อสถาปนศิริ โรค “ทนรอไม่ได้” หรือ “Hurry Sickness" หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่า "หัวร้อน" เป็นภาวะผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคที่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และมักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นเวลานาน ไม่ใช่โรคทางจิตเวช อาการคล้าย “โรคสมาธิสั้น” แต่ไม่ใช่สมาธิสั้น โดยบุคคลที่เป็น Hurry Sickness นั้น มักจะมีอาการใจร้อน หงุดหงิด…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 761 days ago
Read More17/01/2024
การศึกษาชี้ว่ายิ่งพี่น้องเยอะ สุขภาพจิตยิ่งย่ำแย่
ใครเป็นลูกคนเดียวอาจมีบางโมเมนต์ที่รู้สึกอยากมีพี่น้องเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะพี่น้องบางคนก็สนิทกัน เป็นทั้งพี่น้อง เป็นทั้งเพื่อน แต่บางครอบครัว การมีพี่น้องก็เหมือนลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันอยู่ตลอด แถมอาจมีปัญหาเรื่องพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน คนนั้นได้แบบนี้ คนนี้ได้แบบนั้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอที่ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพจิตกับจำนวนพี่น้องในครอบครัวพบว่า จำนวนพี่น้องที่เพิ่มมากขึ้นสัมพันธ์กับสุขภาพจิตที่แย่ลง การศึกษานี้ได้ใช้ข้อมูลจากเด็กนักเรียนชาวจีนเกรด 8 (เทียบเท่าชั้นม.3) จำนวนมากกว่า 9,400 คน และเด็กนักเรียนเกรด 8 ชาวอเมริกันมากกว่า 9,100 คน โดยเด็กทั้งหมดมีอายุเฉลี่ย 14 ปี โดยทีมนักวิจัยได้ถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งคำถามระหว่างเด็กจีน และเด็กอเมริกันจะแตกต่างกันตามบริบทของสังคม เพราะอย่างประเทศจีนที่มีนโยบายลูกคนเดียว ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการมีพี่น้องต่ำกว่าสหรัฐฯ เด็กที่ไม่มีพี่น้อง สุขภาพจิตดีที่สุด จากการวิเคราะห์คำตอบเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ได้ถามเด็กเหล่านี้ ผลลัพธ์ออกมาว่า ‘เด็กนักเรียนชาวจีนที่ไม่มีพี่หรือน้องเลย เป็นกลุ่มที่มีสุขภาพจิตดีมากที่สุด ส่วนเด็กนักเรียนชาวอเมริกันที่ไม่มีพี่น้อง หรือพี่น้อง 1 คนมีสุขภาพจิตในระดับที่ใกล้เคียงกัน’ ข้อมูลจากทางฝั่งอเมริกายังพบว่าเด็กที่มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน หรือพี่น้องต่างพ่อ/แม่ก็ล้วนส่งผลด้านลบต่อสุขภาพจิตของเด็ก และกลุ่มที่สุขภาพจิตแย่ที่สุด คือ พี่น้องที่อายุห่างกันไม่เกิน 1 ปี ยิ่งพี่น้องเยอะ ต้องหารเยอะ ดัก ดาวนีย์ (Doug Downey) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยโอไฮโอ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 922 days ago
Read More16/01/2024
รู้จักกันให้ลึกสุดใจกับ Deep Talk บทสนทนาแห่งความเข้าใจ
เจาะลงไปให้ ลึกกกกก สุดใจจจจ กับการพูดคุยแบบ “Deep Talk” คือการพูดคุยแบบเจาะลึก คุยในทอปปิกที่มีความลึกซึ้ง มีความหมาย และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จุดประสงค์ของการพูดคุยแบบ Deep Talk นี้ คือ การแชร์ความคิดเห็น ส่งต่อความรู้สึก เจาะลึกเรื่องความเชื่อ และแบ่งประสบการณ์จากการพูดคุย ในระดับที่ส่งเสริมความใกล้ชิดทางอารมณ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจที่ลึกซึ้งแก่กันมากยิ่งขึ้น ข้อดีของการพูดคุยแบบ Deep Talk การพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้คุณรู้จักตัวตนของใครคนใดคนหนึ่งได้อย่างถึงแก่นแท้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับที่คุณสนใจอีกด้วย เป็นการเปิดใจรับฟังมุมมองของผู้อื่น เพราะแต่ละคนล้วนมีที่มา มีประสบการณ์ มีแนวคิดมีสิ่งที่เจอมาแตกต่างกันไป ซึ่งการพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้เราสามารถเข้าใจมุมมองของผู้อื่นได้ดีขึ้น และเป็นการทำความความเข้าใจความแตกต่างของชีวิตของแต่ละคน ช่วยการลดความเข้าใจผิด การสื่อสารที่ชัดเจนและเปิดกว้างช่วยป้องกันความเข้าใจผิด ทำให้ทุกคนต่างเปิดเผยความคิดลึก ๆ ในใจของตนเองได้ การพูดคุยแบบ Deep Talk นี้จะเป็นการสนทนาระหว่างคน 2 คน หรือจะเป็นการสนทนาเปิดใจแบบเป็นกลุ่มก็ได้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง ของการพูดคุยแบบ Deep Talk! ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะพูดสนทนาแบบหมดเปลือกเกี่ยวกับวิถีชีวิตแนวคิดหรือความเชื่อของตัวเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 923 days ago
Read More16/01/2024
ปลอบประโลมหัวใจจากความผิดหวังในชีวิต
วันนี้เราจะชวนคุณมาสำรวจหัวใจที่แตกร้าวจากความผิดหวัง และหาซ่อมแซมกัน! ถ้าปลอบคนอื่นว่าเก่งแล้ว ปลอบตัวเองต้องเก่งกว่า ก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจว่า “ความล้มเหลวและความผิดหวัง” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ แต่ถึงรู้อย่างนี้แต่ใจมันก็เจ็บมาก ๆ วันนี้เราจึงนำแนวคิดดี ๆ มาฝากคุณกัน 1. เผชิญหน้ากับความจริง เผชิญหน้ากับปัญหาและความเจ็บปวดไปเลย เพราะยิ่งคุณหลีกเลี่ยง ก็มีแต่จะทำให้คุณนั้นเจ็บปวดและเสียเวลามากยิ่งขึ้น และเมื่อรู้ซึ่งถึงความผิดหวังแล้วให้คุณ “ยอมรับ” ใช้เวลาเสียใจได้แต่อย่านานจนเกินไป จนกระทั่งจมไปกับความเสียใจนี้นาน 2. ระบายกับพื้นที่เซฟโซนของคุณ ทุก ๆ คนต่างมีพื้นที่เซฟโซนเป็นของตัวเอง โดยอาจจะเป็นพ่อแม่ เพื่อนสนิท แฟน หมาแมวที่บ้าน เพื่อนในเน็ต ขอให้คุณนำความผิดหวังหรือความเศร้านี้ไประบายทุกข์ให้กับคนที่คุณไว้ใจได้จริง ๆ ฟัง สิ่งนี้จะเป็นเหมือนกับการปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไป แล้วอาจทำใจและมูฟออนได้ไวขึ้น 3. ทางนี้ไม่เวิร์ก ก็ให้มองหาทางอื่นต่อไป ให้คุณมองว่าสิ่งที่คุณกำลังเจอนี้ก็เหมือนกับเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ การที่วิทยาศาสตร์จะค้นพบองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมาได้นั้น ก็มาจากความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านครั้ง จนกระทั่งประสบความสำเร็จขึ้นมา ซึ่งคุณเองก็เหมือนกัน คุณอาจจะแค่เจอทางที่ไม่ใช่ไปอีก 1 ทางเท่านั้นเอง 4. บ่มเพาะต้นกล้าแห่งความกล้าหาญ เราอยากจะให้คุณบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งลงไปในหัวใจ นั่นก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งความกล้าหาญ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 923 days ago
Read More12/01/2024
รู้จัก Highly Sensitive Person คนอ่อนไหว ไวต่อความรู้สึกกับทุกเรื่อง บุคลิกที่คนดังหลายคนเป็น
Highly Sensitive Person (HSP) เรียกแบบทางการในภาษาไทยว่าบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูง ซึ่งการเป็นคนอ่อนไหวง่าย ไวต่อความรู้สึก และสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าจะแสง สี เสียง ดูเป็นสิ่งที่น่าจะรบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อย และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย แต่ความรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ใช่แค่นิสัย แต่จัดว่าเป็นบุคลิกอย่างหนึ่งที่มีที่มาที่ไป และคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คนที่มีบุคลิกอ่อนไหวง่าย สามารถถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การดูภาพยนตร์ที่มีฉากเศร้าเพียงเล็กน้อยอาจทำคนมีบุคลิกภาพนี้ต้องเสียน้ำตา หรือคำพูดหยอกที่ไม่จริงจังอาจทำให้คนกลุ่มนี้คิดมากไปเกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่ในขณะเดียวกันคนกลุ่มก็มีมุมมองความเข้าใจต่อโลกใบนี้ที่น่าสนใจด้วยเช่นเดียวกัน และบุคลิกที่อ่อนไหวง่าย และเฉพาะเจาะจง การทำความเข้าใจในตัวเอง การรับมือ และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งนี้ให้ได้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียว เข้าใจลักษณะ Highly Sensitive Person จากการสำรวจพบว่าสัดส่วนของคนที่มีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงในสังคมอาจมีราว 15–20 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ซึ่งถือว่าไม่น้อย และคนดังระดับโลกหลายคนก็มีบุคลิกลักษณะนี้ เช่น นิโคล คิดแมน, สการ์เล็ต โจแฮนสัน, เอลตัน จอห์น, เจ้าหญิงไดอานา, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, อับราฮัม ลินคอล์น และโมซาร์ต สาเหตุที่คนมีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงไม่ได้เป็นความผิดปกติทางสมอง หรือจิตใจแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากระบบประมวลผลประสาทสัมผัสความอ่อนไหว (Sensory Processing…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 927 days ago
Read More11/01/2024
เมื่อปมในวัยเด็กกลายเป็นจิตใจอันอ่อนไหวเมื่อเติบโต
ทุกเหตุการณ์และเรื่องราวในวัยเด็ก ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อจิตใต้สำนึก และส่งผลต่อพฤติกรรมของคนเราได้แบบไม่รู้ตัว บางคนอาจจะเลือกที่จะไม่ทำพฤติกรรมที่นำไปสู่เหตุการณ์เหล่านั้น แต่บางคนก็อาจเผลอซึมซับ และทำพฤติกรรมที่ตัวเองไม่ชอบแบบไม่รู้ตัว ผู้ที่มีปมในวัยเด็กมีความเสี่ยงสูง ที่จะมีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่ ผู้ที่มีประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในวัยเด็ก (ACES) อาจพบกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ในการพบกับภาวะทางจิตที่ย่ำแย่ เช่น มีความวิตกกังวล มีอาการซึมเศร้า และมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ อย่าให้สิ่งใดมาทำร้ายคุณอีกเลย มาฮีลใจเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ยังคงแอบซ่อนอยู่ในใจของคุณกันดีกว่า ถึงแม้ว่าปมปัญหาในวัยเด็กอาจจะยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจในวันที่คุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด เศร้าใจหดหู่กับชีวิตไปบ้าง แต่ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ อาจจะใช้ความพยายามสักหน่อยอาจจะใช้เวลานานไปสักนิด แต่เราเชื่อว่า คุณจะสามารถทลายบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในใจไปได้อย่างแน่นอน ยอมรับความเจ็บปวด และมอบความเห็นอกเห็นใจให้กับตัวเอง ก่อนอื่นให้คุณโอบกอดและยอมรับความเจ็บปวดนั้น และทำความเข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ หลังจากนั้นให้ปฏิบัติต่อตนเองด้วยความเมตตา หยุดกล่าวโทษตัวเอง และพยายามมองว่า “ฉันจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไง” จดบันทึก เขียนระบายความรู้สึกและประสบการณ์ของคุณลงในสมุดบันทึกส่วนตัว วิธีนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และจะทำให้คุณเห็นภาพชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ต้องแก้ไข หรือหลีกเลี่ยงสิ่งนี้อย่างไร ฝึกสติและการทำสมาธิ คุณอาจจะไม่ต้องนั่งสมาธิเป็นกิจจะลักษณะก็ได้ แต่ขอให้โฟกัสจดจ่ออยู่กับลมหายใจในช่วงขณะในขณะหนึ่ง หายใจเข้าลึก ๆหายใจออกช้า ๆ สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย มีสติอยู่กับปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ให้อภัยไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเอาจิตใจไม่จมอยู่กับมัน หลาย ๆ คนแม้เรื่องราวจะผ่านมาเป็น 10…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 928 days ago
Read More11/01/2024
งานนั้นก็ไม่ดี งานนี้ก็เฉย ๆ รู้จักและรับมือกับความรู้สึก ‘ฉันไม่เก่ง’ ซึ่งอาจเป็น Impostor Syndrome ได้
เคยเป็นมั้ย? ต่อให้ได้รับคำชมก็รู้สึกเหมือนถูกชมเป็นมารยาท รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น ไม่ควรค่าแก่การได้รับคำชม รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ได้มีดีขนาดนั้น” ความรู้สึกนี้ถ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและท่วมท้นอาจเข้าข่าย กลุ่มอาการ Impostor Syndrome ตามหลักจิตวิทยาอธิบายว่าผู้ที่มีกลุ่มอาการนี้จะเกิดความรู้สึกสงสัยในตัวเองอยู่เสมอ และรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่คู่ควรกับความสำเร็จ ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานยืนยันความสามารถแบบเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานที่แสดงให้ถึงความสามารถ แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการ Impostor Syndrome ก็จะคิดว่าอาจจะเป็นเพราะโชคช่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวเอง ทำไมบางคนถึงเป็น Impostor Syndrome? เพราะการเลี้ยงดู ถ้าเด็กมีการเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบจากเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ทำอะไรจะต้องได้ที่ 1 เสมอ จะต้องดีที่สุดเสมอ อาจจะทำให้เด็กพัฒนาโตมากลายเป็น Impostor Syndrom เพราะความคาดหวังทางสังคม โดยอาจจะเป็นเพราะสังคมรอบข้างกดดัน หรือเสพความสำเร็จของผู้อื่นในสื่อโซเชียลมีเดียบ่อย ๆ จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นยังไม่ดีพอ หรือ “ไม่ดีเท่าคนอื่น” มาทิ้งความรู้สึกในแง่ลบนี้ และหันมาโอบกอดตัวเองให้แน่น ๆ กันดีกว่า ก่อนอื่นคุณต้องท้าทายความคิดเชิงลบ ให้คุณทำการจดบันทึกความสำเร็จของคุณ โดยที่ความสำเร็จนั้นจะเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ขนาดไหนก็ได้ เช่น วันนี้คุณเดินออกกำลังกาย 5 กิโลได้สำเร็จ วันนี้คุณทำงานเสร็จตรงตามกำหนดภายในระยะเวลา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 928 days ago
Read More11/01/2024
5 รูปแบบของความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง
ความสุข ห้วงแห่งอารมณ์ด้านบวกยามที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมาหลายรูปแบบ ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ล้วนใฝ่ฝันหา และถูกวางไว้ตรงข้ามกับความทุกข์ราวกับท้องฟ้าและหุบเหว ชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าจะจากเงินทอง ของอร่อย มุกตลก สุขภาพที่แข็งแรง หรือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ความสุขถูกขนานนามว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้มนุษย์ยืนยาว ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ความสุขไม่สิ่งจีรังยั่งยืนเช่นเดียวกับความทุกข์ ความสุขสามารถหมดไปได้ และมนุษย์ก็ต้องตามหาความสุขมาเติมเต็มจิตใจของตนเองอยู่เสมอ และความสุขอาจไม่ได้ดีต่อคุณเสมอไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบของความสุขที่สร้างปัญหาให้กับคุณได้ รูปแบบของความสุขที่ทำให้ทุกข์กว่าเดิม ความสุขเป็นนามธรรมที่ไร้รูปร่างหน้าตา แต่เราทุกคนล้วนจับต้องมันได้จากภายในสมอง และจิตวิญญาณ แต่ความสุขบางรูปแบบอาจเป็นขนมแสนหอมหวาน พร้อมสอดไส้มาไซยาไนด์ หรือหมาป่าในชุดนอนของคุณยายใจดี มาดูกันว่าความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณมีแบบไหนบ้าง? 1. ความสุขที่ต้องตามหาแบบไม่สิ้นสุด เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขในรูปแบบต่าง ๆ แต่การมีมาตรฐานทางความสุขที่เหนือจริง และไกลเกินไปอาจสร้างความกดดัน ความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol) ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และสมอง การศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะเครียด และมีการหลั่งคอร์ติซอลบ่อย ๆ เสี่ยงต่อโรคทางอารมณ์ โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง และต่อให้ไม่ได้เครียดมาก แต่เครียดบ่อยก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ การเลือกที่จะสัมผัสแต่ความสุขอาจทำให้ภูมิต้านทานต่อความทุกข์น้อย เมื่อต้องเจอกับความทุกข์ความผิดหวัง อาจสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างของการตามหาความสุขที่ไม่สิ้นสุดก็อย่างเช่น คนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ที่ไม่สามารถทนต่อความผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งสามัญที่มนุษย์เจออยู่ในทุกวัน หรือจะเป็นการทำตัวให้มีความสุขตามมาตรฐานโซเชียลมีเดีย โดยที่ตัวเองไม่ได้อยากทำ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 928 days ago
Read More09/01/2024
เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยหันมาใช้ไวอะกร้ากันมากขึ้น?
ไวอะกร้า (Viagra) หรือซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยารักษาอาการนกเขาไม่ขัน หรืออาการจู๋ไม่แข็ง ดูเหมือนว่าจะเป็นยาของคนที่มีปัญหาด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งภาพในหัวของเราคงเป็นคุณลุง หรือคุณปู่อายุมากที่ประสบปัญหาด้านการมีเซ็กส์ เพราะไม่เกิดการแข็งตัวใช่ไหมล่ะครับ? แต่ถ้าบอกว่าทุกวันนี้กลุ่มคนที่ใช้ไวอะกร้าไม่ใช่แค่คนแก่ แต่เป็นผู้ชายอายุน้อยที่ยังไม่พ้นเลข 3 ก็เริ่มใช้ไวอะกร้ากันแล้ว ซึ่งไวอะกร้าดูเหมือนจะเป็นยาวิเศษ แต่ก็มีผลข้างเคียงเยอะเหมือนกัน แล้วปัญหาที่ผู้ชายอายุน้อยใช้ไวอะกร้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยถึงหันมาใช้ไวอะกร้ากัน บทความนี้มีข้อมูลมาบอก รู้จักไวอะกร้ากันก่อน แทบทุกคนรู้จักไวอะกร้าในฐานะของยารักษาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย แต่จริง ๆ แล้วไวอะกร้าถูกคิดค้นมาเพื่อรักษาโรคหัวใจ และภาวะความดันโลหิตสูงนะครับ แต่พอดีว่าคนที่เข้าทดสอบยาในช่วงแรกเจอคุณสมบัติพิเศษนี้ หลายปีต่อมาไวอะกร้าเลยกลายเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ คุณสมบัติของยานี้ในการรักษาอาการจู๋ไม่แข็ง คือ การขยายหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศได้มากขึ้น ส่งผลให้น้องชายกลับมาแข็งปั๋ง โดยปกติจะใช้ก่อนออกศึกประมาณ 30 นาที และสามารถออกฤทธิ์อยู่ได้นานหลายชั่วโมง แต่ไวอะกร้าไม่ได้ช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศ ปลุกเซ็กส์ หรือทำให้คุณเสียวขึ้นแต่อย่างใดนะครับ ยาแค่ทำให้จู๋แข็งตัวได้ดีขึ้น มากขึ้น และนานขึ้นเท่านั้นเอง ด้วยความที่ซิลเดนาฟิลออกฤทธิ์ต่อระบบไหลเวียนเลือด ผู้ที่ใช้ยาหลายคนสามารถพบผลข้างเคียงทั่วไป อย่างใจสั่น ใจเต้นรัว รู้สึกร้อนตามร่างกาย ตาพร่า เวียนหัว หรือปวดหัวได้ บางคนเนี่ยอาจมีอาการอวัยวะเพศชายแข็งจนเกิดอาการปวดเลยก็มี และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงที่เป็นอันตรายราว 1:1,000 คน ถ้าใช้แล้วคลื่นไส้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 930 days ago
Read More08/01/2024
พื้นที่สีเขียวกับสุขภาพจิต และชีวิตคนเมือง
หลาย ๆ คนมีความเชื่อเรื่อง “เขียวเหนี่ยวทรัพย์” แต่จริง ๆ แล้วความเขียวยังช่วยเยียวยาหัวใจได้อีกด้วยนะ เพราะพื้นที่สีเขียวเป็น “มากกว่า” สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิต และสร้างพื้นที่แห่งการพบปะพูดคุย ช่วยทำให้ผู้คนสามารถพัฒนาทักษะด้านการเข้าสังคมได้ พื้นที่สีเขียว คือพื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ด้านสันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ หรือการอนุรักษ์ ที่ปกคลุมไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด เช่น หญ้า ต้นไม้ และดอกไม้ พื้นที่อาจเป็นสวนสาธารณะเล็ก ๆ ไปจนถึงป่าสงวนแห่งชาติ หรืออาจจะเป็นพื้นที่ตามธรรมชาติต่าง ๆ พื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่ที่จัดให้ประชาชนได้มาทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬา แม้แต่การนั่งปิกนิก เป็นสถานที่ที่จะทำให้ผู้คนได้มานั่งผ่อนคลาย คลายความเครียด ชมวิว เพื่อสร้างความสุขสงบให้กับชีวิตในแต่ละวัน สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว สามารถเสริมสร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ออกมาพบปะนั่งพูดคุยพร้อมชมธรรมชาติ ทำให้เป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ที่น่าสนใจมาก ๆ และยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้หลาย ๆ คนได้ฝึกสติและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เพราะการอยู่ใกล้กับธรรมชาติจะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสงบมาก ช่วยการจัดการความเครียดความกังวลในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การพาเด็ก ๆ ไปสัมผัสกับธรรมชาติแม้จะเป็นแค่ธรรมชาติจากสวนสาธารณะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 931 days ago
Read More08/01/2024
Oddly Satisfying คลิปสุดแปลก แต่แสนเพลิน: เหตุผลที่เราหยุดดูคลิปทำลายของ หั่นสบู่ หรือทำสไลม์ไม่ได้
ทุกคนน่าจะต้องเคยดูคลิปวิดีโอแปลก ๆ บนโลกออนไลน์ อย่างคลิปทำลายของ หั่นสบู่ เทช็อกโกแลตราดบนหน้าเค้ก คลิปฉีดน้ำแรงสูงทำความสะอาดพื้น คลิปลูกตุ้มแกว่งผ่านช่องที่มีขนาดพอดีเป๊ะ หรือคลิปแปลกแบบอื่นอีกมากมายที่ไม่มีเนื้อหาอะไร แต่มันกลับดูเพลินสุด ๆ แถมบางคลิปก็ดูออกแนวจะสกปรก เลอะเทอะ หรือสร้างความรู้สึกขยะแขยง แต่ทำไมเรากลับหยุดดูไม่ได้? คลิปเหล่านี้ถูกเรียกว่า Oddly Satisfying หนึ่งในแขนงของคลิปบนโลกออนไลน์ยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละคลิปมียอดวิวหลายล้าน อย่าง #OddlySatisfying ใน TikTok อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านวิว (ณ วันที่ 8 มกราคม 2024) ถ้าคุณเผลอดูคลิปแนวนี้บ่อย ๆ แม้ว่าตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกชอบมันก็ตาม ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเรื่องนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ และอาจเกี่ยวกับบุคลิก กับภาวะอารมณ์ของเราด้วย ASMR ในรูปแบบภาพ และเสียง หลายคนน่าจะรู้จัก ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) หรือการตอบสนองแบบอัตโนมัติของระบบประสาทเมื่อได้รับปัจจัยภายนอกอย่างภาพ เสียง หรือสัมผัส ซึ่ง ASMR ไม่ได้หมายถึงแค่เสียงฝนตก เสียงแอร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 931 days ago
Read More05/01/2024
ฟ้ารักพ่อ! ทำไมคนรุ่นราวคราวพ่อคราวแม่ถึงดูน่าหลงใหลสำหรับบางคน เพราะเงิน?
ช่วงหลังมานี้เราได้ยินคำว่า ‘Sugar Daddy’ บ่อยขึ้น หรือจะเป็น ‘ฟ้ารักพ่อ’ คำพูดในตำนานจากเรื่อง 'ดอกส้มสีทอง' ที่เรียกได้ว่าเป็นป๊อปคัลเจอร์บนโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว หากเอาไปเทียบกับคำพูดในสมัยก่อนคงใกล้เคียงกับคำว่า ‘เลี้ยงต้อย’ หรือการเลี้ยงดูเด็กคราวลูกคราวหลานแต่มีความสัมพันธ์กันในเชิงคนรัก หรือชู้สาว ซึ่งผู้หญิง หรือผู้ชายที่มีแฟอายุมากกว่าหลายปีมักถูกตีตราว่าเป็นเด็กเสี่ย เด็กซ้อ และคบกับอีกฝ่ายเพราะเงิน แต่ถ้าเป็นการยินยอมกันทั้งสองฝ่ายก็ไม่น่าจะใช่เรื่องผิดอะไร แถมการคบคนที่แก่กว่าอาจยังดีต่อชีวิตคู่ และผลดีในด้านอื่น ๆ ด้วย บทความนี้จะพาคุณมาดูเหตุผล ทั้งทางจิตวิทยา ทฤษฎีสังคม และความคิดเห็นของคนมีแฟนอายุห่างกันมากกัน ว่ากันด้วยเรื่อง Daddy Issue ในสังคมมีสิ่งที่เรียกว่า Daddy Issue อยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในทฤษฎีที่ออกแนวดูแคลน และใช้อธิบายว่าทำไมเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายบางคนหลงใหล และตกหลุมรักคนที่มีอายุมากกว่า เหตุผลมาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่เด็กอาจขาดการเอาใจใส่จากพ่อหรือแม่อย่างที่ควรจะเป็น เช่น โดนทิ้ง ถูกละเลย ปัญหาครอบครัว พ่อนอกใจแม่ แม่นอกใจพ่อ ซึ่งส่งผลให้จิตใต้สำนึกเกิดความรู้สึกต้องการเป็นที่รัก และความอบอุ่นจากคนที่โตกว่า มีลักษณะคล้ายกับพ่อหรือแม่ แต่ในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมเพื่อเติมเต็มความรัก ความอบอุ่นในวัยเด็กที่หายไป อย่างไรก็ตาม เคยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี Daddy Issue ว่าทำให้หญิงชายอายุน้อยตกหลุมรักผู้ใหญ่อายุคราวพ่อคราวแม่ ด้วยการศึกษาในผู้หญิงจำนวน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 934 days ago
Read More03/01/2024
เทรนด์ดูแลสุขภาพจิตใน 2024 ให้ชีวิตดีกว่าเดิม
แม้ฤดูกาลจะหมุนเปลี่ยนเวียนผ่านไปสักกี่ปี แต่หนึ่งสิ่งที่มนุษย์เราจะต้องเจอตลอดชีวิตนั่นก็คือ อารมณ์ด้านลบ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความวิตกกังวล อารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อเตรียมตัวรับมือกับอารมณ์เหล่านี้ เราจะมาแนะนำเทรนด์ดูแลสุขภาพจิตปี 2024 ที่น่าสนใจกัน 1. ปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ถ้าคุณมีปัญหาด้านอารมณ์ มีความเครียด วิตกกังวล หนึ่งในกลุ่มคนที่จะช่วยคุณได้ที่สุดก็คือนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีแอปให้คำปรึกษาที่คอยช่วยเหลือคุณได้ 2. Work-life Harmony สร้างความสมดุลให้กับการทำงานและการใช้ชีวิตให้มีความบาลานซ์ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว และถ้าเรามีสุขภาพจิตที่ดีมีความสุข ประสิทธิภาพการทำงานก็จะดีขึ้นตามไปด้วย 3. อาหารบำรุงสุขภาพจิต อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่เข้าไปสร้างสมดุลในการผลิตสารโดปามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin) สารสื่อประสาทที่ส่งผลต่ออารมณ์ ถ้าสารเคมีเหล่านี้มีความสมดุล ก็จะช่วยปกป้องสุขภาพจิตของเราได้ 4. สมาร์ตวอตช์ตรวจจับความเครียด เดี๋ยวนี้นาฬิกาเป็นมากกว่าการดูเวลา แต่ยังช่วยจับความเครียดของผู้สวมใส่ได้ด้วยนะ เพราะความเครียดจะทำให้ อัตราการเต้นของหัวใจแปรปรวน (HRV) ซึ่งสมาร์ตวอตช์ก็สามารถวัด HRV ได้จากอัตราการเต้นของหัวใจของผู้สวมใส่นั่นเอง! การมีปัญหาทางใจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 936 days ago
Read More28/12/2023
มาทบทวน และสำรวจจิตใจในปีที่ผ่านมากัน
ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปี พ.ศ.ใหม่ มาสำรวจใจตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมากันดีกว่า จะได้ก้าวพ้นข้ามปีไปแบบไม่มีอะไรติดค้างใจ ข้อดีของการสำรวจใจตัวเอง ในช่วงปลายปี เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ไล่สำรวจอารมณ์ของตัวเองในปีที่ผ่านมา ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ แล้วมาดูกันว่าจะแก้ไขหรือยกระดับทำให้ดีขึ้นได้ยังไงบ้าง 1. อารมณ์ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อารมณ์เครียด อารมณ์เศร้า อารมณ์ดิ่ง อารมณ์หดหู่ มีความสุขสดชื่นเบิกบาน อารมณ์ในแง่บวกหรือลบฝั่งไหนมีมากกว่ากัน 2. คุณผ่อนคลายความกังวลที่เข้ามาในชีวิตอย่างไร ในช่วงที่ชีวิตพบกับความมืดมน คุณผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ยังไง เช่น ผ่านไปได้ด้วยสติ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว หรือเครียดคิดอะไรไม่ออกก็ดื่มแอลกอฮอล์ไปเลย! หายทุกข์จริง แต่แค่ชั่วคราว 3. มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างรึเปล่า? ในปีที่ผ่านมาคุณปล่อยให้เวลา อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง ไปจดจ่ออยู่กับคนอื่นมากไปหรือเปล่า ถ้าใช่ ในปีหน้านี้เราอยากให้คุณตั้งเป้าหมาย นำสมาธิ ความสุข มาจดจ่ออยู่กับตัวเองมากขึ้น และพยายามหาเวลาให้กับตัวเองมากกว่าเดิม 4. มีความคิดที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่คุณได้ทำความรู้จักกับตัวเองในปีที่ผ่านมาแล้ว คราวนี้ก็นำมาตั้งคำถามต่อว่า “แล้วฉันจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไง” และ “ฉันอยากจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องไหนบ้าง” ลิสต์ออกมาเป็นข้อ ๆ หลังจากนั้นก็นำความมุ่งมั่นนี้ไปปรับใช้กับในปีต่อไปได้เลย เราเชื่อว่าคุณจะเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งขึ้น พบความสุขสงบในจิตใจมากขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 942 days ago
Read More13/12/2023
ทำไมช่วงก่อนนอนถึงเป็นช่วงเวลาที่หลายคนคิดมาก?
คุณเคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี้ไหม? เหนื่อยมาทั้งวัน แต่พอปิดไฟ กำลังเตรียมตัวจะนอน แต่ทำไมเรื่องราวต่าง ๆ ถึงผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด แม้จะเหนื่อยแต่ก็นอนไม่หลับเพราะว่าสมองยังคงคิดและทำงานอยู่ เต็มไปด้วยความฟุ้งซ่าน แล้วจะจัดการกับความคิดอันยุ่งเหยิง และเข้าสู่นิทราได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง วันนี้ Hack for Health มีคำแนะนำดี ๆ มาแนะนำกัน ปรากฏการณ์ของการคิดมากและการฟุ้งซ่านก่อนเข้านอน แม้จะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม เป็นประสบการณ์ทั่วไปที่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยทางจิตวิทยาต่าง ๆ มาเจาะลึกจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้และสำรวจกลยุทธ์เพื่อจัดการกับมันกัน จัดการ “ความกังวล” ที่พยายามแทรกตัวเข้ามาในสมอง ก่อนนอน “ความวิตกกังวล” จัดเป็นปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนไม่มีความสุข มีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนทำให้นอนไม่หลับ และเมื่อสมองคุณรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่ได้รับการพักผ่อน ก็จะมักนำไปสู่การคิดฟุ้งซ่าน ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความคิดฟุ้งซ่านตามมาแบบรัว ๆ และการอดนอนยังคงส่งผลต่อความวิตกกังวล ทำให้มีความวิตกมากขึ้น แล้วเราจะทำลายวงจรของความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับนี้ได้อย่างไร เราได้นำความรู้มาแนะนำกันแล้ว 1. ทำกิจวัตรผ่อนคลายก่อนนอน เพื่อสยบความฟุ้งซ่าน การคิดมากและอาการฟุ้งซ่านก่อนนอน มักเกิดจากการที่จิตใจมีความตื่นตัวอยู่ ซึ่งความตื่นตัวนี้ก็อาจจะถูกกระตุ้นโดยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปัญหาในวันนั้นที่ไม่ได้รับการแก้ไข มีความกังวล หรือมีความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งนำไปสู่ความคิดที่มีการทำงานตลอดเวลา เหมือนมีการกระตุ้นให้สมองต้องคิดอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงที่กำลังจะนอนหลับก็ตาม วิธีแก้ไข:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 957 days ago
Read More07/12/2023
ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ทำไมคนเศร้าถึงต้องฟังเพลงเศร้า
“การฟังเพลงเศร้า” เวลา “เศร้า” ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าเรามาลองพิจารณาคิดดูดี ๆ เราก็จะพบว่าความเศร้าเป็นอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์เอาซะเลย เพราะทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ทำไมกันนะเราถึงต้องฟังเพลงเศร้าให้เกิดการตอกย้ำเข้าไปอีก แทนที่จะไปฟังเพลงอื่น หรือทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้ตัวเองรู้สึกสดชื่น วันนี้เราจะมาบอกเล่าถึงเหตุผลที่คนเศร้าชอบฟังเพลงเศร้ากัน และมาดูกันซิว่า เศร้าแค่ไหนถึงพอดี ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ตอกย้ำเข้าไป! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? ปรากฏการณ์ที่คนที่มีความเศร้า ชอบฟังเศร้า เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและสามารถอธิบายได้จากปัจจัยทางจิตวิทยาต่าง ๆ และขอบอกเลยว่าการฟังเพลงเศร้านี้ ไม่ได้เป็นการตอกย้ำความเศร้าเสมอไป แต่ถึงกระนั้นก็มีสาเหตุที่ซับซ้อนว่า ทำไมคนเราถึงหันไปฟังเพลงเศร้า ๆ เมื่อรู้สึกแย่ เราจะพาคุณมาสำรวจเหตุผลเหล่านี้และทำความเข้าใจกันว่า เมื่อไหร่จะถึงเวลาเหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จัดการความเศร้าและหันมาปรับจิตใจให้มีความสดชื่นกัน 1. ใช้ในการระบายอารมณ์ การฟังเพลงเศร้า สามารถทำให้จิตใจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย และใช้ในการระบายอารมณ์ได้ ช่วยทำให้ผู้ที่กำลังเศร้าได้เชื่อมโยงกับความรู้สึกเศร้า ๆ ของตัวเอง และเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยในการแสดงและประมวลผลอารมณ์เหล่านั้น ความรู้สึกเศร้า จัดเป็นประสบการณ์ที่ชวนโดดเดี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น คนเศร้าที่พบเข้ากับเพลงที่เศร้า เพลงนั้นจะมีพลังอย่างยิ่งในการกระตุ้นอารมณ์ของเรา และช่วยทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง 2. เนื้อหาที่ทะลุไปถึงหัวใจ เพลงเศร้ามักจะประกอบด้วยเนื้อเพลงและท่วงทำนองที่สะท้อน สภาวะทางอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยของผู้ฟัง สิ่งนี้จะทำให้ผู้ที่กำลังเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง 3. เพลงเศร้าช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาท “โดปามีน” เพลงเศร้ายังสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาทโดปามีนในสมองได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 963 days ago
Read More07/12/2023
Gaslighting ล่อลวง ชักจูง และควบคุม: ความหมาย สัญญาณ ผลกระทบ และการรับมือ
Gaslighting เป็นคำศัพท์ทางจิตวิทยาที่ใช้เรียกพฤติกรรมที่เป็นพิษรูปแบบหนึ่ง อย่างการปั่นหัวให้คนเกิดความกังขา หรือสงสัยในความสามารถ และการรับรู้ของตัวเองเพื่อหลอกให้รู้สึกผิด ทำลายความสามารถในการตัดสินใจ ล่อลวง และควบคุมให้ใครสักคนทำสิ่งที่ตนเองต้องการ ทั้งด้านความคิด และพฤติกรรม ด้วยคำพูด ไปจนถึงการสร้างสถานการณ์ชวนสับสน คนที่มีพฤติกรรม Gaslighting อาจเรียกได้ว่าเป็นคนท็อกซิก เฮงซวย และอันตราย เพราะสามารถทำให้เกิดความปั่นป่วนในทุกระดับความสัมพันธ์ และระดับสังคม อย่างพ่อแม่กับลูก หัวหน้ากับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท และคู่รัก โดยคนที่มีพฤติกรรม Gaslighting หรือที่เรียกกันว่า Gaslighter ซ่อนตัวอยู่ในทุกสังคม ทำไมต้อง Gaslighting? ที่มาของคำว่า Gaslighting มาจากละครเวทีจากประเทศอังกฤษ ในปี 1938 ที่มีชื่อว่า Gaslight เรื่องราวของคู่สามี-ภรรยาคู่หนึ่งที่ฝ่ายสามีคอยบงการ เกลี้ยกล่อม และบอกภรรยาของตัวเองว่าเธอเสียสติ เพื่อฮุบสมบัติของเธอ ตัวสามีใช้คำพูดเพื่อเกลี้ยกล่อมภรรยาในเชิงจิตวิทยา สร้างสถานการณ์ด้วยการเคาะกำแพง ย้ายที่ข้าวของเพื่อให้ตัวภรรยาเชื่อว่าเธอบ้าจริง ๆ และหนึ่งในอาวุธที่เหมือนจะธรรมดา แต่ร้ายกาจที่สุดที่สามีทำ คือ การหรี่ไฟจากตะเกียงแก๊ส และติด ๆ ดับ ๆ เมื่อภรรยาทักว่าไฟดับ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 963 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 3 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More































