ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| จิตวิทยา
Read More

แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI เผย ‘ข้อความแชตกับ AI ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้’

แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ได้ไปออกพอดแคสต์ช่อง Theo Von พร้อมได้แสดงความกังวลถึงการที่คนยุคใหม่พึ่งพา AI ในฐานะที่ปรึกษาทุก ๆ เรื่อง ทั้งการเงิน ปัญหาชีวิต หรือบำบัดสุขภาพจิต โดยพร้อมที่จะเล่าเรื่องราวที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อนและอ่อนไหวให้กับ AI รับรู้ โดยเขาย้ำในพอดแคสต์ว่าการสนทนาในลักษณะการบำบัดหรือปรึกษากับ AI นั้น ไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย ซึ่งต่างจากการที่เราไปพบที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ อย่างนักจิตวิทยา นักบำบัด ทนายความ หรือจิตแพทย์ที่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลละเอียดอ่อนที่ได้เล่าให้กับพวกเขาฟัง หรือ 'Legal Privilege' (สิทธิพิเศษในการไม่เปิดเผยข้อมูล) นั่นหมายความว่า หากผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุดผ่านการแชตกับ AI แล้วเกิดคดีความหรือการฟ้องร้องขึ้นมาในอนาคต OpenAI อาจถูกบังคับตามกฎหมายให้ส่งมอบข้อมูลบทสนทนาดังกล่าวเพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ ซึ่งตัวเขาเองมองว่าเป็นปัญหาที่วุ่นวายอย่างมาก และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและวางแผนรับมือให้เร็วที่สุด สิ่งที่ตอกย้ำความเสี่ยงนี้คือ นโยบายการจัดการข้อมูลของ OpenAI เอง ซึ่งแตกต่างจากการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เข้ารหัสอย่าง WhatsApp หรือ Signal โดย OpenAI สามารถเข้าถึงบทสนทนาระหว่างผู้ใช้กับ…
11/07/2024

ข้อดีของการสวมหน้ากากเข้าหาคนอื่น (ในบางสถานการณ์)

เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคงไม่เห็นด้วยกับการ “สวมหน้ากาก” ในการเข้าหาผู้อื่น เพราะมันคือการเข้าหากันแบบ “ไม่จริงใจ”  แต่ ! จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ก็อาจมีประโยชน์ในยามที่เราต้องเข้าสังคมขนาดใหญ่ หรือสังคมที่เราไม่คุ้นเคย โดยที่เราไม่อาจรู้เลยว่าคนที่เราไปพบแต่ละคนนั้นเขาคิดอะไรกับเราบ้าง เพราะ “ความจริงใจ” จะเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าใช้ถูกคน เนื่องจากบางคนก็อาจจะใช้ความจริงใจของเรา นำไปสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเขา โดยที่เขาก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเราเลย หรือนำความจริงใจที่เรามอบให้ ย้อนกลับมาทำร้ายเราอีกทีหนึ่งก็มี  การ “สวมหน้ากาก” ในบางสถานการณ์ ที่เรานำมาแนะนำในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องไปหลอกใคร หรือแสดงความไม่จริงใจกับใคร แต่เพียงแค่สร้าง “กำแพงใจ” ขึ้นมาในระหว่างที่เข้าสังคมนั้นก็พอ  เพราะสังคมบางแห่งไม่ได้เหมาะกับเรา คุณเองก็ไม่ต้องไปฝืนใจที่จะพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้น และเลือกแสดงความจริงใจและเปิดเผยความรู้สึก ในสังคมที่คุณรู้สึกว่าเป็น safe zone และทำให้ชีวิตของคุณมีคุณค่าเท่านั้นก็พอ  อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตก็คือ “ปรับตัวให้เป็น” อยู่ให้ถูกที่ ทำดีให้ถูกคน ใครที่ทำไม่ดีกับเราก็แค่ปั้นหน้าคบไปวัน ๆ  ไม่ต้องไปให้ใจอะไรเท่านั้นก็พอแล้ว คุณเองก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียความรู้สึกในภายหลังด้วย
11/07/2024

ขอบเขตของการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว

วันนี้เราจะมาชวนทุกคนคุยเรื่องการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัวกัน รักตัวเองแบบไหนถึงจะเรียกว่า “พอดี” มาดูกันเลยดีกว่า  คนที่รักตัวเอง จะมอบความเมตตาให้กับตัวเองเสมอ (Self-compassion) แม้คนรอบข้างจะพยายามกดดัน หรือพูดจาใจร้ายใส่ขนาดไหน แต่คนที่รักตัวเองก็จะปลอบโยนและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น  คนที่รักตัวเอง ก็จะพยายามทำความเข้าใจคนอื่นด้วยเช่นกัน หรือก็คือการมี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เพราะถ้าหากการรักตัวเองขาด Empathy ไปเมื่อไหร่ ก็จะเข้าสู่เส้นทางของความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้น  คนที่รักตัวเองจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเสมอ พร้อมนำสิ่งที่เป็นพิษในชีวิตออกไปเป็นระยะ ๆ หรือเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วยเลย  คนที่รักตัวเองจะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่ได้คิดว่าการที่ฉันรักตัวเอง ฉันต้องได้ฝ่ายเดียว และคนที่รักตัวเองจะเป็นคนที่มีแนวคิดพื้นฐานที่ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นถ้าเราอยากให้คนอื่นให้เกียรติเรา เคารพเรา เราก็ต้องมอบสิ่งนี้ให้กับคนอื่นตอบแทนกลับไปด้วย ส่วนที่รักตัวเอง “มากเกินไป” จนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว จะใช้ชีวิตอยู่บนแนวคิดที่ว่าตัวเองต้องได้สิ่งที่ดีอยู่คนเดียว อะไรแย่งได้ก็แย่ง และไม่นึกถึงจิตใจคนอื่น ไม่คิดว่าคนอื่นก็มีความรู้สึกเช่นกัน   ความ “เห็นแก่ตัว” มักจะมาพร้อมกับ “ความกลัว” เช่น กลัวแพ้ กลัวไม่ได้มีเท่าคนอื่น กลัวน้อยหน้า กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ฉันต้องมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบไหนก็ตาม    และนี่ก็คือหลักการง่าย ๆ ที่ใช้ในการแยกระหว่างคนที่รักตัวเอง กับคนที่เห็นแก่ตัว ขอให้ทุกคนรักตัวเองในแบบที่พอดี…
04/07/2024

รู้ไว้…ป้องกันได้: 5 โรคจิตเวชที่คนไทยควรรู้

ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน โรคจิตเวชกลายเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับภาระหน้าที่และความท้าทายต่าง ๆ มากมาย บทความนี้จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับ "โรคจิตเวช" ที่พบบ่อยในหมู่คนไทย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ ป้องกัน และรักษาโรคเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที 1. โรคซึมเศร้า: โรคยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ โรคซึมเศร้า (Depression หรือ Major Depressive Disorder: MDD) โรคที่คุ้นเคยของคนไทยใน ปัจจุบัน และเป็นโรคจิตเวชที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือพบได้ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด โดยอาการของโรคซึมเศร้านี้มีอยู่หลากหลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกเศร้า หดหู่ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร รู้สึกไร้ค่า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร รู้สึกสิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่น และอาจมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น อาการปวดหัว ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย  หากมีอาการดังกล่าวมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรพบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการ เพราะความอันตรายของโรคนี้คือ อาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง หรือความพยายามในการทำอัตวินิบาตกรรมของผู้ป่วยได้ 2. โรควิตกกังวล: กังวลเกินเหตุจนส่งผลต่อชีวิต…
18/01/2024

การศึกษาพบว่าการเปิดเผยความลับแง่ลบไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงแบบที่คนคิดกัน

คุณมีความลับไหม? ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนย่อมมีความลับอะไรบางอย่างที่เก็บเอาไว้ตัวเอง ความลับที่ต่อให้คนที่ไว้ใจที่สุดก็ไม่กล้าเปิดเผยให้เขารู้ ซึ่งส่วนใหญ่ความลับเหล่านี้มักจะเป็น Dark secret หรือความลับอันดำมืดที่ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะกลัวว่าถ้าเขารู้ความจริงแล้ว เราเองจะได้รับผลกระทบที่ร้ายแรง หรือไม่ได้รับการให้อภัย ผู้เขียนอยากให้คุณลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณเปิดเผยความลับที่คุณกำลังเก็บซ่อนอยู่ให้คนที่สนิทฟัง เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คนส่วนใหญ่ต้องคิดว่าเรื่องราวต้องใหญ่โตบานปลาย และนำไปสู่ปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย อย่างการถูกรังเกียจ ถูกตัดสิน หรือปัญหาความสัมพันธ์ แต่ผลลัพธ์ของการพูดความจริงจะเป็นอย่างนั้นเสมอไปจริงหรือ? การศึกษาจาก McCombs School of Business มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน (University of Texas at Austin) กลับพบว่าผลลัพธ์ของการเปิดเผยความลับแง่ลบอาจไม่ได้เลวร้ายแบบที่คนจินตนาการ ในทางกลับกันอาจส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ในบางด้านด้วย โดยทีมนักวิจัยได้ลองถามกับกลุ่มอาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดลองด้วยคำถามเดียวกับที่ผู้เขียนถาม คือ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณเปิดเผยความลับด้านที่ไม่ดีให้กับคนอื่นฟัง แน่นอนว่าอาสาสมัครเหล่านั้นพูดถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการเปิดเผย และคิดว่าความน่าเชื่อถือในตัวของเจ้าของความลับจะต้องลดลง หรือถูกตัดสินในแง่ลบแบบอื่น ๆ แล้วให้อาสาสมัครเหล่านั้น เล่าความลับในด้านลบของตัวเองให้กับคนอื่นฟัง ซึ่งมีตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อนสนิท คนรู้จัก ญาติ และคนรัก เรื่องที่สารภาพมีตั้งแต่การขี่จักรยานไม่เป็น ไปจนถึงการนอกใจ ซึ่งผลลัพธ์ที่ทีมนักวิจัยเฝ้ารอกลับออกมาตรงข้ามกับที่อาสาสมัครเหล่านั้นคาดไว้ ผู้คนที่ทำหน้าที่ในการฟังความลับของอีกฝ่าย กลับให้คะแนนความน่าเชื่อถือ และความซื่อสัตย์กับอีกฝ่ายมากกว่ากลุ่มอาสาสมัครคาดไว้ โดยผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกันสำหรับทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกับคนแปลกหน้า คนรัก…
17/01/2024

การศึกษาชี้ว่ายิ่งพี่น้องเยอะ สุขภาพจิตยิ่งย่ำแย่

ใครเป็นลูกคนเดียวอาจมีบางโมเมนต์ที่รู้สึกอยากมีพี่น้องเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะพี่น้องบางคนก็สนิทกัน เป็นทั้งพี่น้อง เป็นทั้งเพื่อน แต่บางครอบครัว การมีพี่น้องก็เหมือนลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันอยู่ตลอด แถมอาจมีปัญหาเรื่องพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน คนนั้นได้แบบนี้ คนนี้ได้แบบนั้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอที่ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพจิตกับจำนวนพี่น้องในครอบครัวพบว่า จำนวนพี่น้องที่เพิ่มมากขึ้นสัมพันธ์กับสุขภาพจิตที่แย่ลง การศึกษานี้ได้ใช้ข้อมูลจากเด็กนักเรียนชาวจีนเกรด 8 (เทียบเท่าชั้นม.3) จำนวนมากกว่า 9,400 คน และเด็กนักเรียนเกรด 8 ชาวอเมริกันมากกว่า 9,100 คน โดยเด็กทั้งหมดมีอายุเฉลี่ย 14 ปี โดยทีมนักวิจัยได้ถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งคำถามระหว่างเด็กจีน และเด็กอเมริกันจะแตกต่างกันตามบริบทของสังคม เพราะอย่างประเทศจีนที่มีนโยบายลูกคนเดียว ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการมีพี่น้องต่ำกว่าสหรัฐฯ เด็กที่ไม่มีพี่น้อง สุขภาพจิตดีที่สุด จากการวิเคราะห์คำตอบเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ได้ถามเด็กเหล่านี้ ผลลัพธ์ออกมาว่า ‘เด็กนักเรียนชาวจีนที่ไม่มีพี่หรือน้องเลย เป็นกลุ่มที่มีสุขภาพจิตดีมากที่สุด ส่วนเด็กนักเรียนชาวอเมริกันที่ไม่มีพี่น้อง หรือพี่น้อง 1 คนมีสุขภาพจิตในระดับที่ใกล้เคียงกัน’ ข้อมูลจากทางฝั่งอเมริกายังพบว่าเด็กที่มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน หรือพี่น้องต่างพ่อ/แม่ก็ล้วนส่งผลด้านลบต่อสุขภาพจิตของเด็ก และกลุ่มที่สุขภาพจิตแย่ที่สุด คือ พี่น้องที่อายุห่างกันไม่เกิน 1 ปี ยิ่งพี่น้องเยอะ ต้องหารเยอะ ดัก ดาวนีย์ (Doug Downey) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยโอไฮโอ…
16/01/2024

รู้จักกันให้ลึกสุดใจกับ Deep Talk บทสนทนาแห่งความเข้าใจ

เจาะลงไปให้ ลึกกกกก สุดใจจจจ กับการพูดคุยแบบ “Deep Talk” คือการพูดคุยแบบเจาะลึก คุยในทอปปิกที่มีความลึกซึ้ง มีความหมาย และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น  จุดประสงค์ของการพูดคุยแบบ Deep Talk นี้ คือ การแชร์ความคิดเห็น ส่งต่อความรู้สึก เจาะลึกเรื่องความเชื่อ และแบ่งประสบการณ์จากการพูดคุย ในระดับที่ส่งเสริมความใกล้ชิดทางอารมณ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจที่ลึกซึ้งแก่กันมากยิ่งขึ้น     ข้อดีของการพูดคุยแบบ Deep Talk การพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้คุณรู้จักตัวตนของใครคนใดคนหนึ่งได้อย่างถึงแก่นแท้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับที่คุณสนใจอีกด้วย   เป็นการเปิดใจรับฟังมุมมองของผู้อื่น เพราะแต่ละคนล้วนมีที่มา มีประสบการณ์ มีแนวคิดมีสิ่งที่เจอมาแตกต่างกันไป ซึ่งการพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้เราสามารถเข้าใจมุมมองของผู้อื่นได้ดีขึ้น และเป็นการทำความความเข้าใจความแตกต่างของชีวิตของแต่ละคน ช่วยการลดความเข้าใจผิด การสื่อสารที่ชัดเจนและเปิดกว้างช่วยป้องกันความเข้าใจผิด ทำให้ทุกคนต่างเปิดเผยความคิดลึก ๆ ในใจของตนเองได้   การพูดคุยแบบ Deep Talk นี้จะเป็นการสนทนาระหว่างคน 2 คน หรือจะเป็นการสนทนาเปิดใจแบบเป็นกลุ่มก็ได้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง ของการพูดคุยแบบ Deep Talk! ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะพูดสนทนาแบบหมดเปลือกเกี่ยวกับวิถีชีวิตแนวคิดหรือความเชื่อของตัวเอง…
16/01/2024

ปลอบประโลมหัวใจจากความผิดหวังในชีวิต

วันนี้เราจะชวนคุณมาสำรวจหัวใจที่แตกร้าวจากความผิดหวัง และหาซ่อมแซมกัน! ถ้าปลอบคนอื่นว่าเก่งแล้ว ปลอบตัวเองต้องเก่งกว่า  ก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจว่า “ความล้มเหลวและความผิดหวัง” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ แต่ถึงรู้อย่างนี้แต่ใจมันก็เจ็บมาก ๆ วันนี้เราจึงนำแนวคิดดี ๆ มาฝากคุณกัน  1. เผชิญหน้ากับความจริง เผชิญหน้ากับปัญหาและความเจ็บปวดไปเลย เพราะยิ่งคุณหลีกเลี่ยง ก็มีแต่จะทำให้คุณนั้นเจ็บปวดและเสียเวลามากยิ่งขึ้น และเมื่อรู้ซึ่งถึงความผิดหวังแล้วให้คุณ “ยอมรับ” ใช้เวลาเสียใจได้แต่อย่านานจนเกินไป จนกระทั่งจมไปกับความเสียใจนี้นาน  ⁣  2. ระบายกับพื้นที่เซฟโซนของคุณ ทุก ๆ คนต่างมีพื้นที่เซฟโซนเป็นของตัวเอง โดยอาจจะเป็นพ่อแม่ เพื่อนสนิท แฟน หมาแมวที่บ้าน เพื่อนในเน็ต ขอให้คุณนำความผิดหวังหรือความเศร้านี้ไประบายทุกข์ให้กับคนที่คุณไว้ใจได้จริง ๆ ฟัง สิ่งนี้จะเป็นเหมือนกับการปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไป แล้วอาจทำใจและมูฟออนได้ไวขึ้น  3. ทางนี้ไม่เวิร์ก ก็ให้มองหาทางอื่นต่อไป ให้คุณมองว่าสิ่งที่คุณกำลังเจอนี้ก็เหมือนกับเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ การที่วิทยาศาสตร์จะค้นพบองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมาได้นั้น ก็มาจากความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านครั้ง จนกระทั่งประสบความสำเร็จขึ้นมา ซึ่งคุณเองก็เหมือนกัน คุณอาจจะแค่เจอทางที่ไม่ใช่ไปอีก 1 ทางเท่านั้นเอง 4. บ่มเพาะต้นกล้าแห่งความกล้าหาญ เราอยากจะให้คุณบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งลงไปในหัวใจ นั่นก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งความกล้าหาญ…
12/01/2024

รู้จัก Highly Sensitive Person คนอ่อนไหว ไวต่อความรู้สึกกับทุกเรื่อง บุคลิกที่คนดังหลายคนเป็น

Highly Sensitive Person (HSP) เรียกแบบทางการในภาษาไทยว่าบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูง ซึ่งการเป็นคนอ่อนไหวง่าย ไวต่อความรู้สึก และสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าจะแสง สี เสียง ดูเป็นสิ่งที่น่าจะรบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อย และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย แต่ความรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ใช่แค่นิสัย แต่จัดว่าเป็นบุคลิกอย่างหนึ่งที่มีที่มาที่ไป และคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คนที่มีบุคลิกอ่อนไหวง่าย สามารถถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การดูภาพยนตร์ที่มีฉากเศร้าเพียงเล็กน้อยอาจทำคนมีบุคลิกภาพนี้ต้องเสียน้ำตา หรือคำพูดหยอกที่ไม่จริงจังอาจทำให้คนกลุ่มนี้คิดมากไปเกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่ในขณะเดียวกันคนกลุ่มก็มีมุมมองความเข้าใจต่อโลกใบนี้ที่น่าสนใจด้วยเช่นเดียวกัน และบุคลิกที่อ่อนไหวง่าย และเฉพาะเจาะจง การทำความเข้าใจในตัวเอง การรับมือ และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งนี้ให้ได้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียว เข้าใจลักษณะ Highly Sensitive Person จากการสำรวจพบว่าสัดส่วนของคนที่มีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงในสังคมอาจมีราว 15–20 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ซึ่งถือว่าไม่น้อย และคนดังระดับโลกหลายคนก็มีบุคลิกลักษณะนี้ เช่น นิโคล คิดแมน, สการ์เล็ต โจแฮนสัน, เอลตัน จอห์น, เจ้าหญิงไดอานา, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, อับราฮัม ลินคอล์น และโมซาร์ต สาเหตุที่คนมีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงไม่ได้เป็นความผิดปกติทางสมอง หรือจิตใจแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากระบบประมวลผลประสาทสัมผัสความอ่อนไหว (Sensory Processing…
11/01/2024

เมื่อปมในวัยเด็กกลายเป็นจิตใจอันอ่อนไหวเมื่อเติบโต

ทุกเหตุการณ์และเรื่องราวในวัยเด็ก ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อจิตใต้สำนึก และส่งผลต่อพฤติกรรมของคนเราได้แบบไม่รู้ตัว บางคนอาจจะเลือกที่จะไม่ทำพฤติกรรมที่นำไปสู่เหตุการณ์เหล่านั้น แต่บางคนก็อาจเผลอซึมซับ และทำพฤติกรรมที่ตัวเองไม่ชอบแบบไม่รู้ตัว ผู้ที่มีปมในวัยเด็กมีความเสี่ยงสูง ที่จะมีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่  ผู้ที่มีประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในวัยเด็ก (ACES) อาจพบกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ในการพบกับภาวะทางจิตที่ย่ำแย่ เช่น มีความวิตกกังวล มีอาการซึมเศร้า และมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ   อย่าให้สิ่งใดมาทำร้ายคุณอีกเลย มาฮีลใจเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ยังคงแอบซ่อนอยู่ในใจของคุณกันดีกว่า  ถึงแม้ว่าปมปัญหาในวัยเด็กอาจจะยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจในวันที่คุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด เศร้าใจหดหู่กับชีวิตไปบ้าง แต่ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ อาจจะใช้ความพยายามสักหน่อยอาจจะใช้เวลานานไปสักนิด แต่เราเชื่อว่า คุณจะสามารถทลายบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในใจไปได้อย่างแน่นอน  ยอมรับความเจ็บปวด และมอบความเห็นอกเห็นใจให้กับตัวเอง  ก่อนอื่นให้คุณโอบกอดและยอมรับความเจ็บปวดนั้น และทำความเข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ หลังจากนั้นให้ปฏิบัติต่อตนเองด้วยความเมตตา หยุดกล่าวโทษตัวเอง และพยายามมองว่า “ฉันจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไง” จดบันทึก เขียนระบายความรู้สึกและประสบการณ์ของคุณลงในสมุดบันทึกส่วนตัว วิธีนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น  และจะทำให้คุณเห็นภาพชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ต้องแก้ไข หรือหลีกเลี่ยงสิ่งนี้อย่างไร ฝึกสติและการทำสมาธิ คุณอาจจะไม่ต้องนั่งสมาธิเป็นกิจจะลักษณะก็ได้ แต่ขอให้โฟกัสจดจ่ออยู่กับลมหายใจในช่วงขณะในขณะหนึ่ง หายใจเข้าลึก ๆหายใจออกช้า ๆ สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย มีสติอยู่กับปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ให้อภัยไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเอาจิตใจไม่จมอยู่กับมัน หลาย ๆ คนแม้เรื่องราวจะผ่านมาเป็น 10…
11/01/2024

งานนั้นก็ไม่ดี งานนี้ก็เฉย ๆ รู้จักและรับมือกับความรู้สึก ‘ฉันไม่เก่ง’ ซึ่งอาจเป็น Impostor Syndrome ได้

เคยเป็นมั้ย? ต่อให้ได้รับคำชมก็รู้สึกเหมือนถูกชมเป็นมารยาท รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น ไม่ควรค่าแก่การได้รับคำชม รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ได้มีดีขนาดนั้น” ความรู้สึกนี้ถ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและท่วมท้นอาจเข้าข่าย กลุ่มอาการ Impostor Syndrome ตามหลักจิตวิทยาอธิบายว่าผู้ที่มีกลุ่มอาการนี้จะเกิดความรู้สึกสงสัยในตัวเองอยู่เสมอ และรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่คู่ควรกับความสำเร็จ ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานยืนยันความสามารถแบบเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ตาม  ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานที่แสดงให้ถึงความสามารถ แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการ Impostor Syndrome ก็จะคิดว่าอาจจะเป็นเพราะโชคช่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวเอง ทำไมบางคนถึงเป็น Impostor Syndrome?  เพราะการเลี้ยงดู ถ้าเด็กมีการเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบจากเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ทำอะไรจะต้องได้ที่ 1 เสมอ จะต้องดีที่สุดเสมอ อาจจะทำให้เด็กพัฒนาโตมากลายเป็น Impostor Syndrom   เพราะความคาดหวังทางสังคม โดยอาจจะเป็นเพราะสังคมรอบข้างกดดัน หรือเสพความสำเร็จของผู้อื่นในสื่อโซเชียลมีเดียบ่อย ๆ จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นยังไม่ดีพอ หรือ “ไม่ดีเท่าคนอื่น” มาทิ้งความรู้สึกในแง่ลบนี้ และหันมาโอบกอดตัวเองให้แน่น ๆ กันดีกว่า ก่อนอื่นคุณต้องท้าทายความคิดเชิงลบ ให้คุณทำการจดบันทึกความสำเร็จของคุณ โดยที่ความสำเร็จนั้นจะเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ขนาดไหนก็ได้ เช่น วันนี้คุณเดินออกกำลังกาย 5 กิโลได้สำเร็จ วันนี้คุณทำงานเสร็จตรงตามกำหนดภายในระยะเวลา…
11/01/2024

5 รูปแบบของความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง

ความสุข ห้วงแห่งอารมณ์ด้านบวกยามที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมาหลายรูปแบบ ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ล้วนใฝ่ฝันหา และถูกวางไว้ตรงข้ามกับความทุกข์ราวกับท้องฟ้าและหุบเหว ชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าจะจากเงินทอง ของอร่อย มุกตลก สุขภาพที่แข็งแรง หรือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ความสุขถูกขนานนามว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้มนุษย์ยืนยาว ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ความสุขไม่สิ่งจีรังยั่งยืนเช่นเดียวกับความทุกข์ ความสุขสามารถหมดไปได้ และมนุษย์ก็ต้องตามหาความสุขมาเติมเต็มจิตใจของตนเองอยู่เสมอ และความสุขอาจไม่ได้ดีต่อคุณเสมอไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบของความสุขที่สร้างปัญหาให้กับคุณได้ รูปแบบของความสุขที่ทำให้ทุกข์กว่าเดิม ความสุขเป็นนามธรรมที่ไร้รูปร่างหน้าตา แต่เราทุกคนล้วนจับต้องมันได้จากภายในสมอง และจิตวิญญาณ แต่ความสุขบางรูปแบบอาจเป็นขนมแสนหอมหวาน พร้อมสอดไส้มาไซยาไนด์ หรือหมาป่าในชุดนอนของคุณยายใจดี มาดูกันว่าความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณมีแบบไหนบ้าง? 1. ความสุขที่ต้องตามหาแบบไม่สิ้นสุด เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขในรูปแบบต่าง ๆ แต่การมีมาตรฐานทางความสุขที่เหนือจริง และไกลเกินไปอาจสร้างความกดดัน ความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol) ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และสมอง การศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะเครียด และมีการหลั่งคอร์ติซอลบ่อย ๆ เสี่ยงต่อโรคทางอารมณ์ โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง และต่อให้ไม่ได้เครียดมาก แต่เครียดบ่อยก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ การเลือกที่จะสัมผัสแต่ความสุขอาจทำให้ภูมิต้านทานต่อความทุกข์น้อย เมื่อต้องเจอกับความทุกข์ความผิดหวัง อาจสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างของการตามหาความสุขที่ไม่สิ้นสุดก็อย่างเช่น คนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ที่ไม่สามารถทนต่อความผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งสามัญที่มนุษย์เจออยู่ในทุกวัน หรือจะเป็นการทำตัวให้มีความสุขตามมาตรฐานโซเชียลมีเดีย โดยที่ตัวเองไม่ได้อยากทำ…
09/01/2024

เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยหันมาใช้ไวอะกร้ากันมากขึ้น?

ไวอะกร้า (Viagra) หรือซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยารักษาอาการนกเขาไม่ขัน หรืออาการจู๋ไม่แข็ง ดูเหมือนว่าจะเป็นยาของคนที่มีปัญหาด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งภาพในหัวของเราคงเป็นคุณลุง หรือคุณปู่อายุมากที่ประสบปัญหาด้านการมีเซ็กส์ เพราะไม่เกิดการแข็งตัวใช่ไหมล่ะครับ? แต่ถ้าบอกว่าทุกวันนี้กลุ่มคนที่ใช้ไวอะกร้าไม่ใช่แค่คนแก่ แต่เป็นผู้ชายอายุน้อยที่ยังไม่พ้นเลข 3 ก็เริ่มใช้ไวอะกร้ากันแล้ว ซึ่งไวอะกร้าดูเหมือนจะเป็นยาวิเศษ แต่ก็มีผลข้างเคียงเยอะเหมือนกัน แล้วปัญหาที่ผู้ชายอายุน้อยใช้ไวอะกร้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยถึงหันมาใช้ไวอะกร้ากัน บทความนี้มีข้อมูลมาบอก รู้จักไวอะกร้ากันก่อน แทบทุกคนรู้จักไวอะกร้าในฐานะของยารักษาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย แต่จริง ๆ แล้วไวอะกร้าถูกคิดค้นมาเพื่อรักษาโรคหัวใจ และภาวะความดันโลหิตสูงนะครับ แต่พอดีว่าคนที่เข้าทดสอบยาในช่วงแรกเจอคุณสมบัติพิเศษนี้ หลายปีต่อมาไวอะกร้าเลยกลายเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ คุณสมบัติของยานี้ในการรักษาอาการจู๋ไม่แข็ง คือ การขยายหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศได้มากขึ้น ส่งผลให้น้องชายกลับมาแข็งปั๋ง โดยปกติจะใช้ก่อนออกศึกประมาณ 30 นาที และสามารถออกฤทธิ์อยู่ได้นานหลายชั่วโมง แต่ไวอะกร้าไม่ได้ช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศ ปลุกเซ็กส์ หรือทำให้คุณเสียวขึ้นแต่อย่างใดนะครับ ยาแค่ทำให้จู๋แข็งตัวได้ดีขึ้น มากขึ้น และนานขึ้นเท่านั้นเอง ด้วยความที่ซิลเดนาฟิลออกฤทธิ์ต่อระบบไหลเวียนเลือด ผู้ที่ใช้ยาหลายคนสามารถพบผลข้างเคียงทั่วไป อย่างใจสั่น ใจเต้นรัว รู้สึกร้อนตามร่างกาย ตาพร่า เวียนหัว หรือปวดหัวได้ บางคนเนี่ยอาจมีอาการอวัยวะเพศชายแข็งจนเกิดอาการปวดเลยก็มี และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงที่เป็นอันตรายราว 1:1,000 คน ถ้าใช้แล้วคลื่นไส้…
08/01/2024

พื้นที่สีเขียวกับสุขภาพจิต และชีวิตคนเมือง

หลาย ๆ คนมีความเชื่อเรื่อง “เขียวเหนี่ยวทรัพย์” แต่จริง ๆ แล้วความเขียวยังช่วยเยียวยาหัวใจได้อีกด้วยนะ เพราะพื้นที่สีเขียวเป็น “มากกว่า” สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิต และสร้างพื้นที่แห่งการพบปะพูดคุย ช่วยทำให้ผู้คนสามารถพัฒนาทักษะด้านการเข้าสังคมได้ พื้นที่สีเขียว คือพื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ด้านสันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ หรือการอนุรักษ์ ที่ปกคลุมไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด เช่น หญ้า ต้นไม้ และดอกไม้ พื้นที่อาจเป็นสวนสาธารณะเล็ก ๆ ไปจนถึงป่าสงวนแห่งชาติ หรืออาจจะเป็นพื้นที่ตามธรรมชาติต่าง ๆ    พื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่ที่จัดให้ประชาชนได้มาทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เดิน วิ่ง หรือเล่นกีฬา แม้แต่การนั่งปิกนิก เป็นสถานที่ที่จะทำให้ผู้คนได้มานั่งผ่อนคลาย คลายความเครียด ชมวิว เพื่อสร้างความสุขสงบให้กับชีวิตในแต่ละวัน  สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว สามารถเสริมสร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ออกมาพบปะนั่งพูดคุยพร้อมชมธรรมชาติ ทำให้เป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ที่น่าสนใจมาก ๆ   และยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้หลาย ๆ คนได้ฝึกสติและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เพราะการอยู่ใกล้กับธรรมชาติจะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสงบมาก ช่วยการจัดการความเครียดความกังวลในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้การพาเด็ก ๆ ไปสัมผัสกับธรรมชาติแม้จะเป็นแค่ธรรมชาติจากสวนสาธารณะ…
08/01/2024

Oddly Satisfying คลิปสุดแปลก แต่แสนเพลิน: เหตุผลที่เราหยุดดูคลิปทำลายของ หั่นสบู่ หรือทำสไลม์ไม่ได้

ทุกคนน่าจะต้องเคยดูคลิปวิดีโอแปลก  ๆ บนโลกออนไลน์ อย่างคลิปทำลายของ หั่นสบู่ เทช็อกโกแลตราดบนหน้าเค้ก คลิปฉีดน้ำแรงสูงทำความสะอาดพื้น คลิปลูกตุ้มแกว่งผ่านช่องที่มีขนาดพอดีเป๊ะ หรือคลิปแปลกแบบอื่นอีกมากมายที่ไม่มีเนื้อหาอะไร แต่มันกลับดูเพลินสุด ๆ แถมบางคลิปก็ดูออกแนวจะสกปรก เลอะเทอะ หรือสร้างความรู้สึกขยะแขยง แต่ทำไมเรากลับหยุดดูไม่ได้? คลิปเหล่านี้ถูกเรียกว่า Oddly Satisfying หนึ่งในแขนงของคลิปบนโลกออนไลน์ยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละคลิปมียอดวิวหลายล้าน อย่าง #OddlySatisfying ใน TikTok อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านวิว (ณ วันที่ 8 มกราคม 2024) ถ้าคุณเผลอดูคลิปแนวนี้บ่อย ๆ แม้ว่าตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกชอบมันก็ตาม ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเรื่องนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ และอาจเกี่ยวกับบุคลิก กับภาวะอารมณ์ของเราด้วย ASMR ในรูปแบบภาพ และเสียง หลายคนน่าจะรู้จัก ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) หรือการตอบสนองแบบอัตโนมัติของระบบประสาทเมื่อได้รับปัจจัยภายนอกอย่างภาพ เสียง หรือสัมผัส ซึ่ง ASMR ไม่ได้หมายถึงแค่เสียงฝนตก เสียงแอร์…
05/01/2024

ฟ้ารักพ่อ! ทำไมคนรุ่นราวคราวพ่อคราวแม่ถึงดูน่าหลงใหลสำหรับบางคน เพราะเงิน?

ช่วงหลังมานี้เราได้ยินคำว่า ‘Sugar Daddy’ บ่อยขึ้น หรือจะเป็น ‘ฟ้ารักพ่อ’ คำพูดในตำนานจากเรื่อง 'ดอกส้มสีทอง' ที่เรียกได้ว่าเป็นป๊อปคัลเจอร์บนโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว หากเอาไปเทียบกับคำพูดในสมัยก่อนคงใกล้เคียงกับคำว่า ‘เลี้ยงต้อย’ หรือการเลี้ยงดูเด็กคราวลูกคราวหลานแต่มีความสัมพันธ์กันในเชิงคนรัก หรือชู้สาว ซึ่งผู้หญิง หรือผู้ชายที่มีแฟอายุมากกว่าหลายปีมักถูกตีตราว่าเป็นเด็กเสี่ย เด็กซ้อ และคบกับอีกฝ่ายเพราะเงิน แต่ถ้าเป็นการยินยอมกันทั้งสองฝ่ายก็ไม่น่าจะใช่เรื่องผิดอะไร แถมการคบคนที่แก่กว่าอาจยังดีต่อชีวิตคู่ และผลดีในด้านอื่น ๆ ด้วย บทความนี้จะพาคุณมาดูเหตุผล ทั้งทางจิตวิทยา ทฤษฎีสังคม และความคิดเห็นของคนมีแฟนอายุห่างกันมากกัน ว่ากันด้วยเรื่อง Daddy Issue ในสังคมมีสิ่งที่เรียกว่า Daddy Issue อยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในทฤษฎีที่ออกแนวดูแคลน และใช้อธิบายว่าทำไมเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายบางคนหลงใหล และตกหลุมรักคนที่มีอายุมากกว่า เหตุผลมาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่เด็กอาจขาดการเอาใจใส่จากพ่อหรือแม่อย่างที่ควรจะเป็น เช่น โดนทิ้ง ถูกละเลย ปัญหาครอบครัว พ่อนอกใจแม่ แม่นอกใจพ่อ ซึ่งส่งผลให้จิตใต้สำนึกเกิดความรู้สึกต้องการเป็นที่รัก และความอบอุ่นจากคนที่โตกว่า มีลักษณะคล้ายกับพ่อหรือแม่ แต่ในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมเพื่อเติมเต็มความรัก ความอบอุ่นในวัยเด็กที่หายไป อย่างไรก็ตาม เคยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี Daddy Issue ว่าทำให้หญิงชายอายุน้อยตกหลุมรักผู้ใหญ่อายุคราวพ่อคราวแม่ ด้วยการศึกษาในผู้หญิงจำนวน…
03/01/2024

เทรนด์ดูแลสุขภาพจิตใน 2024 ให้ชีวิตดีกว่าเดิม

แม้ฤดูกาลจะหมุนเปลี่ยนเวียนผ่านไปสักกี่ปี แต่หนึ่งสิ่งที่มนุษย์เราจะต้องเจอตลอดชีวิตนั่นก็คือ อารมณ์ด้านลบ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความวิตกกังวล อารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ  ดังนั้น เพื่อเตรียมตัวรับมือกับอารมณ์เหล่านี้ เราจะมาแนะนำเทรนด์ดูแลสุขภาพจิตปี 2024 ที่น่าสนใจกัน ⁣ 1. ปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ถ้าคุณมีปัญหาด้านอารมณ์ มีความเครียด วิตกกังวล หนึ่งในกลุ่มคนที่จะช่วยคุณได้ที่สุดก็คือนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีแอปให้คำปรึกษาที่คอยช่วยเหลือคุณได้   2. Work-life Harmony สร้างความสมดุลให้กับการทำงานและการใช้ชีวิตให้มีความบาลานซ์ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว และถ้าเรามีสุขภาพจิตที่ดีมีความสุข ประสิทธิภาพการทำงานก็จะดีขึ้นตามไปด้วย 3. อาหารบำรุงสุขภาพจิต อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่เข้าไปสร้างสมดุลในการผลิตสารโดปามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin) สารสื่อประสาทที่ส่งผลต่ออารมณ์ ถ้าสารเคมีเหล่านี้มีความสมดุล ก็จะช่วยปกป้องสุขภาพจิตของเราได้  4. สมาร์ตวอตช์ตรวจจับความเครียด เดี๋ยวนี้นาฬิกาเป็นมากกว่าการดูเวลา แต่ยังช่วยจับความเครียดของผู้สวมใส่ได้ด้วยนะ เพราะความเครียดจะทำให้ อัตราการเต้นของหัวใจแปรปรวน (HRV) ซึ่งสมาร์ตวอตช์ก็สามารถวัด HRV ได้จากอัตราการเต้นของหัวใจของผู้สวมใส่นั่นเอง! การมีปัญหาทางใจ…
28/12/2023

มาทบทวน และสำรวจจิตใจในปีที่ผ่านมากัน

ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปี พ.ศ.ใหม่ มาสำรวจใจตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมากันดีกว่า จะได้ก้าวพ้นข้ามปีไปแบบไม่มีอะไรติดค้างใจ ข้อดีของการสำรวจใจตัวเอง ในช่วงปลายปี  เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ไล่สำรวจอารมณ์ของตัวเองในปีที่ผ่านมา ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ แล้วมาดูกันว่าจะแก้ไขหรือยกระดับทำให้ดีขึ้นได้ยังไงบ้าง 1. อารมณ์ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อารมณ์เครียด อารมณ์เศร้า อารมณ์ดิ่ง อารมณ์หดหู่ มีความสุขสดชื่นเบิกบาน อารมณ์ในแง่บวกหรือลบฝั่งไหนมีมากกว่ากัน 2. คุณผ่อนคลายความกังวลที่เข้ามาในชีวิตอย่างไร ในช่วงที่ชีวิตพบกับความมืดมน คุณผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ยังไง เช่น ผ่านไปได้ด้วยสติ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว หรือเครียดคิดอะไรไม่ออกก็ดื่มแอลกอฮอล์ไปเลย! หายทุกข์จริง แต่แค่ชั่วคราว  3. มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างรึเปล่า?  ในปีที่ผ่านมาคุณปล่อยให้เวลา อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง ไปจดจ่ออยู่กับคนอื่นมากไปหรือเปล่า ถ้าใช่ ในปีหน้านี้เราอยากให้คุณตั้งเป้าหมาย นำสมาธิ ความสุข มาจดจ่ออยู่กับตัวเองมากขึ้น และพยายามหาเวลาให้กับตัวเองมากกว่าเดิม 4. มีความคิดที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่คุณได้ทำความรู้จักกับตัวเองในปีที่ผ่านมาแล้ว คราวนี้ก็นำมาตั้งคำถามต่อว่า “แล้วฉันจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไง” และ “ฉันอยากจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องไหนบ้าง”  ลิสต์ออกมาเป็นข้อ ๆ หลังจากนั้นก็นำความมุ่งมั่นนี้ไปปรับใช้กับในปีต่อไปได้เลย เราเชื่อว่าคุณจะเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งขึ้น พบความสุขสงบในจิตใจมากขึ้น…
13/12/2023

ทำไมช่วงก่อนนอนถึงเป็นช่วงเวลาที่หลายคนคิดมาก?

คุณเคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี้ไหม? เหนื่อยมาทั้งวัน แต่พอปิดไฟ กำลังเตรียมตัวจะนอน แต่ทำไมเรื่องราวต่าง ๆ ถึงผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด แม้จะเหนื่อยแต่ก็นอนไม่หลับเพราะว่าสมองยังคงคิดและทำงานอยู่ เต็มไปด้วยความฟุ้งซ่าน แล้วจะจัดการกับความคิดอันยุ่งเหยิง และเข้าสู่นิทราได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง วันนี้ Hack for Health มีคำแนะนำดี ๆ มาแนะนำกัน  ปรากฏการณ์ของการคิดมากและการฟุ้งซ่านก่อนเข้านอน แม้จะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม เป็นประสบการณ์ทั่วไปที่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยทางจิตวิทยาต่าง ๆ มาเจาะลึกจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้และสำรวจกลยุทธ์เพื่อจัดการกับมันกัน จัดการ “ความกังวล” ที่พยายามแทรกตัวเข้ามาในสมอง ก่อนนอน  “ความวิตกกังวล” จัดเป็นปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนไม่มีความสุข มีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนทำให้นอนไม่หลับ และเมื่อสมองคุณรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่ได้รับการพักผ่อน ก็จะมักนำไปสู่การคิดฟุ้งซ่าน ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความคิดฟุ้งซ่านตามมาแบบรัว ๆ และการอดนอนยังคงส่งผลต่อความวิตกกังวล ทำให้มีความวิตกมากขึ้น แล้วเราจะทำลายวงจรของความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับนี้ได้อย่างไร เราได้นำความรู้มาแนะนำกันแล้ว  1. ทำกิจวัตรผ่อนคลายก่อนนอน เพื่อสยบความฟุ้งซ่าน การคิดมากและอาการฟุ้งซ่านก่อนนอน มักเกิดจากการที่จิตใจมีความตื่นตัวอยู่ ซึ่งความตื่นตัวนี้ก็อาจจะถูกกระตุ้นโดยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปัญหาในวันนั้นที่ไม่ได้รับการแก้ไข มีความกังวล หรือมีความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งนำไปสู่ความคิดที่มีการทำงานตลอดเวลา เหมือนมีการกระตุ้นให้สมองต้องคิดอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงที่กำลังจะนอนหลับก็ตาม วิธีแก้ไข:…
07/12/2023

ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ทำไมคนเศร้าถึงต้องฟังเพลงเศร้า

“การฟังเพลงเศร้า” เวลา “เศร้า” ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าเรามาลองพิจารณาคิดดูดี ๆ เราก็จะพบว่าความเศร้าเป็นอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์เอาซะเลย เพราะทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ทำไมกันนะเราถึงต้องฟังเพลงเศร้าให้เกิดการตอกย้ำเข้าไปอีก แทนที่จะไปฟังเพลงอื่น หรือทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้ตัวเองรู้สึกสดชื่น วันนี้เราจะมาบอกเล่าถึงเหตุผลที่คนเศร้าชอบฟังเพลงเศร้ากัน และมาดูกันซิว่า เศร้าแค่ไหนถึงพอดี  ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ตอกย้ำเข้าไป! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?  ปรากฏการณ์ที่คนที่มีความเศร้า ชอบฟังเศร้า เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและสามารถอธิบายได้จากปัจจัยทางจิตวิทยาต่าง ๆ และขอบอกเลยว่าการฟังเพลงเศร้านี้ ไม่ได้เป็นการตอกย้ำความเศร้าเสมอไป แต่ถึงกระนั้นก็มีสาเหตุที่ซับซ้อนว่า ทำไมคนเราถึงหันไปฟังเพลงเศร้า ๆ เมื่อรู้สึกแย่ เราจะพาคุณมาสำรวจเหตุผลเหล่านี้และทำความเข้าใจกันว่า เมื่อไหร่จะถึงเวลาเหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จัดการความเศร้าและหันมาปรับจิตใจให้มีความสดชื่นกัน   1. ใช้ในการระบายอารมณ์  การฟังเพลงเศร้า สามารถทำให้จิตใจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย และใช้ในการระบายอารมณ์ได้ ช่วยทำให้ผู้ที่กำลังเศร้าได้เชื่อมโยงกับความรู้สึกเศร้า ๆ ของตัวเอง และเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยในการแสดงและประมวลผลอารมณ์เหล่านั้น ความรู้สึกเศร้า จัดเป็นประสบการณ์ที่ชวนโดดเดี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น คนเศร้าที่พบเข้ากับเพลงที่เศร้า เพลงนั้นจะมีพลังอย่างยิ่งในการกระตุ้นอารมณ์ของเรา และช่วยทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง  2. เนื้อหาที่ทะลุไปถึงหัวใจ เพลงเศร้ามักจะประกอบด้วยเนื้อเพลงและท่วงทำนองที่สะท้อน สภาวะทางอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยของผู้ฟัง สิ่งนี้จะทำให้ผู้ที่กำลังเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง  3. เพลงเศร้าช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาท “โดปามีน”   เพลงเศร้ายังสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาทโดปามีนในสมองได้…

PR Partners

See All
Read More

งาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore เจาะ Creator Economy ไทย 2026 เมื่อ “คอนเทนต์” ไม่ใช่แค่เรื่องยอดวิวแต่คือ “โครงสร้างธุรกิจ”

แพลตฟอร์ม Influencer Marketing สัญชาติไทย จัดงาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ปีนี้ LINE MAN Wongnai เข้ามาร่วมเติมภาพ Content-to-Commerce ให้ชัดขึ้น ผ่านศักยภาพของ On-Demand Commerce และ Local Insight ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก สอดรับกับทิศทาง Creator Economy ไทยที่กำลังขยับจากการให้น้ำหนักกับยอดวิวและจำนวนผู้ติดตามเป็นหลัก ไปสู่การให้ความสำคัญกับ คุณภาพของกลุ่มผู้ชม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น งานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีเชิดชูเกียรติคนเบื้องหลังหน้าจอเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกให้รู้ว่า อุตสาหกรรม Creator Economy กำลังขยับตัวครั้งใหญ่สู่การเป็น “โครงสร้างธุรกิจ” ที่ผสานทั้ง Content, Data และ
18/09/2026

ทรูเปิดส่งมอบ iPhone 18 Pro วันแรกทั่วประเทศ พร้อมอัดโปรโมชันผูกแพ็กเกจ-การันตีราคาขายต่อปีหน้า

True ส่งมอบสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้แก่กลุ่มผู้สั่งซื้อล่วงหน้าทั่วประเทศ ทั้งลูกค้าเครือข่าย True และ dtac โดยปีนี้ยังคงเน้นกลยุทธ์การจัดกิจกรรมส่งมอบควบคู่กับการนำเสนอแพ็กเกจบริการรายเดือนระดับบน ซึ่งผูกรวมสิทธิประโยชน์ด้านการใช้งานเครือข่ายและการรับประกันมูลค่าเครื่องสำหรับรอบการอัปเกรดในปีถัดไป บรรยากาศการรับเครื่องและบริการดูแลลูกค้า การส่งมอบเครื่องวันแรกจัดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยศูนย์กลางการจัดกิจกรรมในกรุงเทพฯ อยู่ที่ True Branding Shop สยาม ซอย 2 ซึ่งมีการจัดพื้นที่ประสบการณ์จำลอง (Luminaire Experience) ควบคู่กับการส่งมอบตามสาขาต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ภายในงานมีคนดังมากมานที่มีชื่อเสียงและผู้ผลิตคอนเทนต์เข้าร่วมรับเครื่องหลายราย อาทิ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์, เกรท สพล, พาเวล นเรศ, พูห์ กฤติน, อู่อู๋ ธนภูมิ, เซฟ วรพงษ์,…
18/09/2026

ทรูสร้างปรากฏการณ์รับ iPhone 18 Pro กลุ่มแรก ! ยกทัพเซเลบริตี้บุกTrue Branding Shop

บรรยากาศใจกลางสยามสแควร์คึกคักขึ้นมาทันที เมื่อทรู คอร์ปอเรชั่น จัดงาน 'FIRST TO EXTRAORDINARY. IT’S TRUE!' เพื่อส่งมอบสมาร์ตโฟน iPhone 18 Pro ให้กับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้ากลุ่มแรก โดยมีเหล่าคนดังจากหลากหลายวงการตบเท้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์ในครั้งนี้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, ซี ฉัตรปวีณ์, เกรท สพล, พาเวล นเรศ, พูห์ กฤติน, อู่อู๋ ธนภูมิ, เซฟ วรพงษ์, ริวจิน ทนภัทร, แพทริค จีรชาติ และโบ๊ท ธาริศ ที่มาร่วมสร้างสีสันในวันรับเครื่อง ความพิเศษของการส่งมอบเครื่องในครั้งนี้ คือการเนรมิตพื้นที่ของ True Branding Shop สาขาสยาม ซอย 2 ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดง 'Luminaire Experience' ซึ่งนำเสนอในรูปแบบ Immersive Experience จัดเต็มทั้งแสงสีและบรรยากาศ…
18/09/2026

วันแรกก็เริ่มเล้ยยย~ ทรู เริ่มส่งมอบ iPhone 18 Pro กลุ่มแรก พร้อมส่วนลดรวมจุก ๆ 27,700 บาท

วันแรกแบบครึกครื้น สำหรับการส่งมอบ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้แก่ลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้ากลุ่มแรก ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะการส่งมอบแบบเดิมมันเชย เลยส่งผ่านโดรนแทน ภายใต้ชื่อ 'True SkyBridge' ซึ่งควบคุมผ่านเครือข่าย 5G และ AI ในการนำส่ง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้ถึงมือลูกค้า โดยจัดกิจกรรมขึ้นใน 5 สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ไอคอนสยาม, วัดอรุณราชวราราม, หัวลำโพง, โครงการ Happitat, และสยามสแควร์  บรรยากาศทั้ง 5 โลเคชัน มีทีมผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมต้อนรับและส่งมอบเครื่อง iPhone 18 Pro ให้ลูกค้ากลุ่มแรกอย่างใกล้ชิด นำโดยคุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์…