ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| จิตวิทยา
Read More

5 วิธีจัดการกับความเครียดและภาวะวิตกกังวล

ในยุคที่โลกหมุนไวกว่าความคิด ความเครียดและความวิตกกังวลก็เหมือนแขกไม่ได้รับเชิญที่มาเยือนชีวิตเราบ่อย ๆ วันนี้เรามี 5 วิธีเด็ด ๆ ที่จะช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดเหล่านั้นได้อย่างมือโปร เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตให้สดใสไร้กังวลกันเลย
19/06/2024

Soft Skill ที่ต้องมีสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่

วิธีเลี้ยงลูกแบบเก่า ๆ ดูท่าว่าจะใช้ไม่ได้ผลกับเด็กยุคนี้แล้ว (และแน่นอนว่าวิธีเลี้ยงเด็กเก่า ๆ บางวิธี ก็ไม่เวิร์กอีกต่อไป !) วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 Soft skill ที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดตัว เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับการเลี้ยงลูก ให้มีคุณภาพมากขึ้นกัน  5 Soft Skill สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่
05/06/2024

ความสิ้นหวัง ก้นบึ้งแห่งจิตใจที่ ‘เวลา’ ช่วยเยียวยาได้

“ความสิ้นหวัง” คือความรู้สึกและอารมณ์ที่เป็นขั้วตรงข้ามกับ “ความหวัง”  ความสิ้นหวัง คือ การขาดความหวัง มีความรู้สึกว่าปัญหาที่เจออยู่จะไม่มีทางดีขึ้นไปมากกว่านี้ได้แล้ว เป็นความรู้สึกที่บั่นทอนพลังใจมาก และถ้าหากบุคคลใดพบกับความสิ้นหวังรุนแรง อาจนำไปสู่ความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง หรืออยากลาจากโลกนี้ไปได้ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกสิ้นหวังได้เสมอไป เช่น  แต่อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถหาวิธีการจัดการกับความรู้สึกสิ้นหวังได้ ในยามที่คุณเผชิญกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ลองทำตามคำแนะนำนี้  สุดท้ายคือการปล่อยให้เวลาได้เข้าไปเยียวยาหัวใจของคุณ ไม่มีความสุขไหนที่จะคงอยู่ตลอดไป และก็ไม่มีความทุกข์ไหนที่จะคงอยู่ตลอดกาล ขอให้คุณค่อย ๆ ปรับใจของตัวเองให้ดีขึ้นในแต่ละวัน วันละเล็ก วันละน้อย หัวใจของคุณก็จะกลับมาสดใสได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
05/06/2024

แผลทางใจมือสอง (Secondary Traumatization) เรื่องใหญ่สำหรับคนให้คำปรึกษา

“เรื่องของเขา แต่เราเจ็บ !” แผลทางใจมือสอง หรือ Secondary Traumatization คือภาวะ “ความเครียด” ที่ผู้ให้คำปรึกษาต้องแบกรับ และบางครั้งก็กลายมาเป็นแผลในใจแบบไม่รู้ตัว  แผลทางใจมือสอง จะเกิดขึ้นเมื่อเราได้ไปรับฟังปัญหาความทุกข์ของผู้อื่น หรือมีคนนำเรื่องหนัก ๆ มาปรึกษาด้วย แม้การแชร์ประสบการณ์เหล่านั้นจะจบลงแล้ว  แต่ผู้ที่รับฟังก็เกิดความรู้สึกจมดิ่งไปกับเรื่องที่ได้ยิน และสลัดความรู้สึกนั้นออกไปไม่ได้ จนเกิดความเครียด และรู้สึกทุกข์ตามมา ซึ่งเรื่องใหญ่ที่มักก่อให้เกิดแผลทางใจมือสอง เช่น  ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการประสบกับภาวะแผลทางใจมือสอง เช่น นักบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ที่มักให้คำปรึกษาคนอื่น มักมีคนมาระบายทุกข์ด้วย นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทของผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์หนัก ก็มีความเสี่ยงที่จะทุกข์จากปัญหาของคนที่ตัวเองสนิทด้วยเช่นกัน   อาการของผู้ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะ แผลทางใจมือสอง  ทั้งนี้นอกเหนือไปจากการมอบความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีกับผู้อื่นแล้ว ผู้ที่ให้คำปรึกษาเองก็ควรที่จะหาทางระบายความเครียดของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน รักษาชีวิตให้มีความสมดุล มีความเข้าใจต่อปัญหาชีวิตของผู้อื่น ในแบบที่ไม่นำเรื่องนั้นกลับมาทำร้ายตัวเอง เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถดูแลผู้อื่น ไปพร้อม ๆ กับการดูแลตัวเองได้อย่างมีคุณภาพ
25/07/2023

กฎของแรงดึงดูด ยิ่งนึกถึงสิ่งดี ๆ ยิ่งได้รับสิ่งเหล่านั้นกลับมา

กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ใช้ในการดูแลจิตใจตัวเอง และเป็นศาสตร์แห่งการฝึกจิตเพื่อดึงดูดเรื่องราวในแง่บวกที่มีการเผยแพร่มาอย่างยาวนานแล้ว แต่เรื่องราวของกฎแห่งแรงดึงดูด มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างมากขึ้น จากการถือกำเนิดของ หนังสือ How -To ชื่อดังอย่าง “The Secret” ผู้แต่ง Rhonda Byrne ซึ่งวันนี้เราจะนำเนื้อหาที่เกี่ยวกับ กฎของแรงดึงดูด มาย่อให้สั้นลง และนำเสนอวิธีใช้กฎนี้แบบง่ายดายที่สุด ให้คุณได้ทำความรู้จักกัน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงมาจากสิ่งที่เราคิด แนวคิดของกฎนี้มีอยู่ว่า เมื่อคุณจดจ่อจิตอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนส่งผลทำให้เกิดอารมณ์อย่างเข้มข้นต่อเรื่องนั้น  สิ่งนี้จะสร้างแรงดึงดูดที่ดึงดูดสิ่งที่คุณคิดเข้ามาหาคุณ ซึ่งจะมีการดึงดูดทั้งสิ่งดีและสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถเลือกเรื่องที่คุณคิดถึงและมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่คุณคิดได้ ดังนั้นหัวใจหลักของกฎนี้จึงเน้นย้ำให้คุณนึกถึงแต่สิ่งที่คุณต้องการ และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่คิดถึงสิ่งที่คุณไม่ต้องการ เท่านั้น กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) ใช้กับเรื่องอะไรได้บ้าง?  กฎนี้เป็นกฎที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราวของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์คู่รัก ความสัมพันธ์กับเพื่อน การปรับปรุงดูแลสุขภาพใจ ปรับปรุงดูแลรูปร่างของตนเอง การเป็นนิสัยให้เป็นคนที่ดีขึ้นในเรื่องที่คุณต้องการการเป็น เช่น มีความขยัน…
24/07/2023

ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?

อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน  มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…
17/07/2023

มีจริงหรือ ? อาถรรพ์รัก 7 ปี กับคำอธิบายทางจิตวิทยา

หนึ่งในความเชื่อที่เกี่ยวกับความรัก คือ อาถรรพ์รัก 7 ปี ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่า เมื่อคู่รักคบกันจนถึงปีที่ 7 ในปีนี้ความรักจะเริ่มสั่นคลอน หรือมีอุปสรรคขนานใหญ่ที่จะเข้ามาทำให้เลิกรากันไป หลาย ๆ คนเชื่อว่าสิ่งนี้คือ “อาถรรพ์” และเริ่มหวาดกลัว มีความกังวล ไม่มีความสุขกับความรักที่อยู่ตรงหน้า แต่คำแนะนำของเราคืออย่าปล่อยให้ อาถรรพ์รัก 7 ทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ของคุณไปเลย ดังนั้นมาทำความรู้จักกับคำอธิบายที่เกี่ยวกับเรื่องราวนี้ในรูปแบบจิตวิทยากันดีกว่า  อาถรรพ์รัก 7 ปี มีจริงหรือ ?  ในทางจิตวิทยามีการวิจัยน้อยมาก โดยเฉพาะกับคำถามที่ว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? แต่จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นทำให้เกิดข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นมาว่า เมื่อคุณตกหลุมรักครั้งแรก สมองของคุณจะอาบไปด้วยสารสื่อประสาทที่ทำให้คุณรู้สึกดี สารสื่อประสาทเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่คุณอย่างมาก และทำหน้าที่เป็นแว่นตาปรับเปลี่ยนมุมมอง ทำให้คุณไม่เห็นข้อบกพร่องของแฟนของคุณ และมองว่าทำอะไรก็ดีไปหมด แต่เมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้หมดฤทธิ์ มุมมองที่คุณมีต่อแฟนก็จะเริ่มตรงกับความจริงมากขึ้น คุณจะเริ่มสังเกตเห็นข้อบกพร่องและจุดอ่อนของคนรักมากขึ้น   คุณจะเริ่มมองเห็นข้อดี – ข้อเสีย ของคนรักมากขึ้น หลังจากคบกันไประยะหนึ่ง สารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้คุณแฮปปี้กับคนรัก จะระเหยไปอย่างมากในช่วงปีที่ 2…
17/07/2023

5 เหตุผลที่ทำให้คุณเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจและวิธีรับมือ

ในทุกก้าวของการดำเนินชีวิต มนุษย์ทุกคนล้วนเจอกับทางแยกแห่งการตัดสินใจแทบจะวินาทีต่อวินาที แต่ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ในการใช้ชีวิต สถานการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สมองเราสามารถประมวลผลและตัดสินใจได้แบบอัตโนมัติในทันที แต่พอถึงสถานการณ์สำคัญในชีวิตที่เหมือนทางแยกใหญ่ในการเดินทาง หลายคนอาจตัดสินใจไม่ได้ ไม่กล้าตัดสินใจ หรือตัดสินใจได้ไม่เด็ดขาด อย่างในช่วงที่ต้องเลือกมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนต่อ การตัดสินใจแต่งงาน ลาออกจากงาน ซื้อบ้าน เลิกกับแฟน และอื่น ๆ เหตุผลในการทำให้คนเราไม่สามารถตัดสินใจมีหลายเหตุผลด้วยกัน แต่ละคนอาจมีเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจต่างกันหรือประกอบกันหลายเหตุผล Hack for Health จะพาคุณไปรู้จักกับเหตุผลที่พบได้บ่อย ซึ่งส่งผลให้คุณไม่กล้าที่เลือกเส้นทางเดินของชีวิตกัน เหตุผลที่ทำให้คนผู้คนไม่กล้าตัดสินใจและวิธีรับมือ การรับรู้เหตุผลต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณเข้าใจปัญหาและสถานการณ์ที่คุณกำลังเผชิญมากขึ้น และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้น 1. ความไม่รู้และไม่มั่นใจในตัวเอง ข้อมูลและประสบการณ์มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจ หากคุณต้องตัดสินใจในเรื่องที่ไม่รู้ ร่วมกับการที่คุณเป็นคนที่มีลักษณะนิสัยรอบคอบ ระมัดระวัง หรือขี้กังวลเป็นทุนเดิม การต้องตัดสินใจในเรื่องที่ไม่รู้จึงเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับคุณ บางคนอาจมีข้อมูลและประสบการณ์ที่มากพอ แต่กลับขาดความมั่นใจที่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด หรือรู้สึกไม่แน่ใจในการตัดสิน ซึ่งคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองหรือเคยมีประสบการณ์การตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีตอาจส่งผลให้ไม่กล้าตัดสินใจ  วิธีรับมือ: สำหรับความไม่รู้หรือขาดข้อมูลในการตัดสินใจ คุณอาจจะต้องขวนขวายหาข้อมูลให้มากขึ้น หรือเลือกปรึกษาคนที่น่าจะมีความรู้ในเรื่องนี้ เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน หากคุณกำลังจะตัดสินใจซื้อบ้าน ปรึกษาหัวหน้าที่เคยทำโปรเจกต์ในลักษณะเดียวกันมาก่อน เมื่อคุณต้องเริ่มโปรเจกต์ใหม่ ในเรื่องของความมั่นใจ คุณสามารถเริ่มจากการตัดสินใจในเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ต้องเครียดกับมันมากเกินไปเพื่อสร้างความกล้าในการตัดสินใจให้กับตัวเอง แล้วค่อย ๆ ขยายเรื่องที่ต้องตัดสินใจให้ใหญ่ขึ้นเมื่อคุณพร้อม…
10/07/2023

สูตรเปลี่ยนนิสัยและพัฒนาตัวเองด้วยกฎการทำซ้ำ 21 วัน

วันนี้เราจะชวนคุณมาเปลี่ยนนิสัยกัน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะละทิ้งนิสัยที่ไม่ดีบางอย่าง และในขณะเดียวกันก็อยากฝังนิสัยที่ดีใหม่ ๆ ลงไปในจิตใต้สำนึก หรือระบบการทำงานร่างกายของคุณ วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จักกับ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกฎที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้   ที่มาของกฎการทำซ้ำ 21 วัน แนวคิดของ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” มาจาก Dr. Maxwell Maltz ศัลยแพทย์พลาสติกและนักเขียนเรื่อง Self-Help ในปี 1960 โดยดร. Maltz สังเกตเห็นว่าผู้ป่วยของเขาใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของพวกเขาหลังการทำศัลยกรรมพลาสติก นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นว่า มีการใช้เวลาประมาณ 21 วันในการสร้างนิสัยใหม่และปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมใหม่ ซึ่งการสังเกตนี้ก็มาจากตัวเขาเอง และผู้ป่วยคนอื่น ๆ ของเขา ดร. Maltz เขียนสิ่งที่เขาพบนี้ลงในหนังสือ “Psycho-Cybernetics” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1960 หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อ ผู้ที่การพัฒนาตนเองเป็นอย่างมาก และกฎนี้ยังคงได้รับการแนะนำและบอกต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และได้รับการแปลและแนะนำไปทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงตัวเองในเวลา 21 วัน เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นไปได้ที่ถ้าคุณวางแผนในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง…
06/07/2023

Halo Effect หลักจิตวิทยาว่าด้วยเรื่อง ‘แค่ดูดีก็ได้ดี’ เมื่อคุณเทิดทูนคนหล่อสวยจนไม่เห็นข้อบกพร่อง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพบเจอผู้คนหรือการมองหาเพื่อนหรือแฟนสักคน เรามักจะมองที่รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างแรก จนลืมในเรื่องนิสัยใจคอ หรือทัศนคติของบุคคลนั้น ๆ ไปโดยปริยาย เพราะเมื่อไหร่ที่เราเจออะไรที่ดูดี หน้าตาดี หรือมีผิวพรรณที่ดี เรามักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจน้อยลง และคิดว่าคนนั้นจะต้องเป็นคนดีโดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ซึ่งตามหลักจิตวิทยาจะเรียกว่า “Halo Effect”  รู้จักกับ Halo Effect คืออะไร สำหรับคนว่า Halo Effect จะหมายถึง แสงสว่างที่เป็นวงกลมอยู่เหนือศีรษะของนักบุญในคริสต์ศาสนา หรือบางคนอาจจะคุ้นเคยกับวงกลมเหนือหัวเทวดาในการ์ตูนหลาย ๆ เรื่อง ที่จะเป็นตัวสื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นคนดี หรือความน่าชื่นชม เป็นต้น โดยคำนี้ได้ถูกนำมาใช้โดย เอ็ดเวิร์ด ธอนไดค์ (Edward Thorndike) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เขาเป็นผู้บัญญัติคำนี้ขึ้นมาด้วยการทดสอบโดยใช้นายทหาร 2 คน ประเมินทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านกายภาพ ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นระเบียบ เสียง รูปร่าง หน้าตา และความแข็งขัน รวมทั้งด้านความฉลาด ทักษะความเป็นผู้นำ และคุณลักษณะส่วนตัว และผลที่ออกมามีความน่าสนใจมากที่สุด เพราะเขาได้พบว่าลักษณะข้างต้นมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจสูงเป็นอย่างมาก เพราะคนที่ดูดีมักจะทำให้คนเชื่อว่าบุคคลนี้ดี และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่น…
17/05/2023

Headline Anxiety เมื่อการอ่านแค่พาดหัวข่าวทำให้คุณเครียด

ในยุคปัจจุบันการเสพข่าวเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ผู้คนสามารถรับรู้เรื่องต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาอันสั้น ยิ่งเนื้อหาข่าวมีความรุนแรงกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกร่วม เร้าอารมณ์ด้วยการพาดหัวข่าวหวือหวายิ่งทำให้เกิดภาวะเครียดได้ง่าย อาการทั่วที่พบได้บ่อย เช่น ใจสั่น วิตกกังวล แน่นหน้าอก นอนไปหลับ หรือบางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวร่วมด้วย โดยจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือเป็นเฉพาะช่วงที่เสพข่าวนั้น ๆ  หากยังมีพฤติกรรมติดตามข่าวสาร จนเกิดอาการจิตตกหรือเครียด ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังพัฒนากลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต หรืออาจตกอยู่ในภาวะ Headline Anxiety แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนยุคดิจิทัลไม่สามารถเลิกเสพข่าวบนโซเชียลได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับความรู้สึกที่ดี หรือหากพบว่ามีอาการใดอาการหนึ่งเข้าข่ายแต่ไม่รู้จะรับมืออย่างไร วันนี้เรามีแนวทางมาฝาก  วิธีรับมือกับความเครียด หากการพาดหัวข่าวก่อให้เกิดความเครียด จนสร้างผลกระทบต่อสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ขอแนะนำให้รับมือตามอาการ ดังต่อไปนี้  แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับความรู้สึก  แนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันความรู้สึกก่อนเสพข่าว สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้  ทั้งนี้หากพบว่าตนเองมีภาวะเครียดจากการเสพข่าวมากไป และได้ลองทำตามคำแนะนำข้างต้นแล้วปรากฏว่าอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีความเป็นไปได้ว่าจะพัฒนาเป็นภาวะ Headline Anxiety ลองขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น โทรปรึกษากับจิตแพทย์ออนไลน์ หรือเข้าพบจิตแพทย์ด้วยตัวเอง เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและหาวิธีรับมือน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า  อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
11/05/2023

ศิลปะการพูดคุย เรื่องเลือกตั้งในที่ทำงาน

เหตุผลที่หลาย ๆ คนมองว่า การพูดคุยเรื่องการเมืองหรือการเลือกตั้งในสถานที่ทำงาน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะเราทุกคนล้วนมีความเชื่อที่แตกต่างกัน เพื่อนร่วมงานของคุณ อาจมีความเชื่อและค่านิยมทางการเมืองในบางแง่มุมที่ลึกซึ้ง และการพูดคุยเรื่องการเมืองในที่ทำงานอาจนำไปสู่ความไม่ลงรอยกัน และเกิดความตึงเครียดระหว่างเพื่อนร่วมงาน สิ่งนี้จะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ชวนอึดอัด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมากเลยทีเดียว แต่เมื่อถึงงานอิเวนต์ใหญ่ อย่างการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ หรือการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเลือกตัวแทนประชาชนครั้งสำคัญ  ก็อาจมีประเด็นพูดคุยในเรื่องนี้บ้างในที่ทำงาน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ในกรณีที่คุณหลีกเลี่ยงการคุยไม่ได้จริง ๆ หรือคุณอยากจะนำเสนอทัศนคติ มุมมองของตัวเองต่อการเลือกตั้ง จะมีวิธีการพูดอย่างไร ที่จะทำให้บรรยากาศในการสนทนานั้นเป็นไปอย่างราบรื่น เกิดการแลกเปลี่ยนการพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล ไม่ทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจตามมา วันนี้เราก็ได้หยิบจับนำประเด็นนี้แหละมานำเสนอคุณผู้อ่านกัน หวังว่าจะมีประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย วิธีพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการเมือง ในที่ทำงาน  ขอให้เรื่องนี้เป็นเพียงหัวข้อหนึ่งในการสนทนาเท่านั้น ไม่ทำให้เกิดการลุกลามบานปลายไปจนกระทั่งทำให้เกิดความไม่พอใจส่วนตัว หรือก่อให้เกิดการโกรธเคืองกันแบบรุนแรง เราขอแนะนำวิธีการพูดคุยเรื่องการเมืองในที่ทำงาน แบบมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ การรับมือกับความเห็นต่างทางการเมืองในที่ทำงาน แบบดีต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญของการรับมือความเห็นต่างทางการเมืองในที่ทำงาน คือ จะต้องเป็นวิธีที่ดีต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ และคุณต้องทำความเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิที่จะเชื่อ และมีสิทธิ์ที่จะมีความคิดเห็นทางการเมืองเป็นของตนเอง แม้ว่าความคิดเห็นเหล่านั้นจะแตกต่างจากความคิดเห็นของคุณก็ตาม หลักจิตวิทยาลดความบาดหมางระหว่างเพื่อนร่วมงาน ในช่วงสถานการณ์ปกติหลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้มีประเด็นที่จะต้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเมือง กับเพื่อนร่วมงานมากนัก แต่ในยามที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ หรือการจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ…
10/05/2023

IKEA Effect การให้ค่าในสิ่งตัวเองประกอบสร้างมากเกินจริงและการตระหนักคุณค่าในตัวเอง

ทุกคนคงรู้จัก IKEA ห้างสรรพสินค้าที่ขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ซึ่งเวลาที่คุณซื้อเฟอร์นิเจอร์จาก IKEA คุณจะต้องประกอบเองหรือเลือกที่จะจ่ายเงินเพื่อให้ช่างประกอบให้ เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ประกอบเฟอร์นิเจอร์ที่ยาก ต้องทำความเข้าใจ และใช้เวลา ซึ่งคุณก็มุมานะประกอบมันจนเสร็จ แม้จะเหงื่อตก แต่ก็รู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองประกอบสร้างขึ้น IKEA Effect เป็นพฤติกรรมเชิงจิตวิทยาที่ใช้ในทางการตลาดเพื่อเรียกเวลาที่ใครคนใดคนหนึ่งมองผลงานที่ตัวเองประกอบสร้างยิ่งใหญ่เกินความเป็นจริง ซึ่งในที่นี้หมายถึงการประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA หากคุณนึกถึงการประกอบเฟอร์นิเจอร์ไม่ออก ลองนึกถึงการต่อจิ๊กซอว์ภาพ Abstract 1,000 ชิ้นจนเสร็จ การต่อเลโก้แผ่นจิ๋วจนกลายเป็นปราสาทหลังใหญ่ หรือการทุ่มเทออกกำลังกายเป็นเดือนจนน้ำหนักลด จุดเริ่มต้นของ IKEA Effect คือการศึกษาที่โดยกลุ่มนักวิจัย 3 คน ได้แก่ ไมเคิล นอร์ตัน, แดเนียล มาโชน์ และ แดน อารีลี โดยให้อาสาสมัครจำนวนหนึ่งประกอบเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA ด้วยตัวเอง พอเสร็จแล้วก็นำมาวางเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ที่ประกอบด้วยช่างมืออาชีพ และให้อาสาสมัครเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งคนเกินกว่าครึ่งเลือกที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ตัวเองประกอบ แม้มันไม่สมบูรณ์หรือสวยงามเป๊ะ ๆ แบบที่ช่างประกอบก็ตาม ในการศึกษาทีมวิจัยนี้ยังให้อาสาสมัครได้สร้างและประกอบชิ้นงานของตัวเองในแบบอื่น เช่น การพับโอริงามิ (Origami) หรือศิลปะการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นเป็นรูปนกกระเรียนและกบ ซึ่งที่อาศัยสมาธิและความละเอียดสูง ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาคล้ายกัน คือ…
28/04/2023

OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ แพลตฟอร์มที่ช่วยฟื้นฟูจิต ฮีลใจ ไม่ต้องออกจากบ้านก็คุยกับผู้เชี่ยวชาญได้

ความเศร้า ความเครียด ความรู้สึกวิตกกังวล หรือแม้แต่ความเบื่อหน่ายเป็นอารมณ์พื้นฐานที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ทุกคนต้องเคยเผชิญ แต่ปัจจัยและปัญหาในชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน อย่างเรื่องงาน ความสัมพันธ์ สถานะทางการเงิน และการใช้ชีวิตอาจนำไปสู่อารมณ์ด้านลบเรื้อรังและปัญหาสภาพจิตใจที่รุนแรงขึ้น อย่างโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือแม้แต่การหมดไฟในการทำงาน ซึ่งทำให้ความสุขและคุณภาพชีวิตของเราลดต่ำลง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าหากมีพื้นที่ที่คุณสามารถระบายทุกความคิดที่คุณเก็บเอาไว้กับตัวเอง ที่ไม่กล้าบอกใคร หรือไม่มีคนที่คุณรู้สึกว่าสามารถเล่าให้ฟังได้อย่างสบายใจ หรือแม้แต่ความลับบางอย่างที่น่าอึดอัดใจ OOCA แพลตฟอร์มเพื่ออารมณ์และสุขภาพจิตที่ดีช่วยคุณได้ ด้วยทีมนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับอารมณ์และความรู้สึก บทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาแฮกวิธีดูแลสุขภาพจิตที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ OOCA ปรึกษาปัญหาใจ คุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ ≠ ผิดปกติ แม้ว่า ณ ปัจจุบันจะเป็นโลกยุคดิจิทัลที่เปิดกว้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอคติที่ว่า “การคุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ = ผิดปกติหรือน่าอาย” ยังคงอยู่กับคนไทย แม้แต่ในคนรุ่นใหม่เอง หรือบางคนที่ไม่ได้มีชุดความคิดแบบนั้น แต่ก็กังวลการถูกตัดสินจากคนใกล้ตัวก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ซึ่ง Hack for Health ขอให้คุณทลายความกลัวและล้างความเชื่อนี้ออกไป เพราะการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยานั้นไม่ต่างอะไรจากการที่คุณรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายหรือกินอาหารที่มีประโยชน์ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการดูแลสุขภาพจิตหรือเป็นสเต็ปในการแก้ปัญหาทั่วไปสเต็ปหนึ่งแค่นั้นเลย โดยการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญอาจช่วยให้คุณเข้าใจปัญหา อารมณ์ที่เกิดขึ้น…
27/04/2023

“วันนี้ลองพูดคุยกับใครสักคนนะ” ฟีเจอร์บน YouTube เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง

การทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาในสังคมที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งในไทยและทั่วโลก ซึ่งแพลตฟอร์มของสื่อและแอปพลิเคชันต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทต่อสุขภาพจิตของผู้คนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ล่าสุดแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ระดับโลกอย่าง YouTube ก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยกรองเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตาย ฟีเจอร์นี้เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงตายต่อการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเองที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและ YouTube ซึ่ง Hack for Health จะพาคุณไปรู้จักฟีเจอร์นี้ให้มากขึ้น รวมถึงวิธีใช้งานฟีเจอร์เบื้องต้น Trigger Warning “เนื้อหาที่อาจมีหัวข้อเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตนเอง” ตัวผู้เขียนเองไปบังเอิญเจอกับฟีเจอร์นี้เวลาเข้าไปฟัง Podcast หรือชมวิดีโอที่อยู่ในหมวดสืบสวนสอบสวน ซึ่งหากเนื้อหาในสื่อที่คุณกำลังจะดูมีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อย่างการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง แอปพลิเคชันจะป๊อปอัปข้อความเพื่อเตือนคุณก่อนวิดีโอจะเริ่มเล่น ซึ่งมีให้กดยกเลิกและยอมรับ หากเป็นบนเว็บไซต์จะขึ้นคำเตือนและมีปุ่ม “ฉันเข้าใจและต้องการดำเนินการต่อ” หากคุณกด “ยกเลิก” วิดีโอจะไม่เล่นและย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้า หากคุณกดคำว่า “ยอมรับ” วิดีโอจะเริ่มเล่น โดยที่บริเวณใต้คำอธิบายวิดีโอจะปรากฏหน้าต่างดังภาพนี้ ซึ่งหากคุณกดปุ่มโทร แอปพลิเคชันจะขึ้นเบอร์ 1323 ที่เป็นเบอร์สายด่วนกรมสุขภาพจิตที่สามารถโทรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ประโยชน์ของฟีเจอร์ Trigger Warning เกี่ยวกับเนื้อหาที่มีการฆ่าตัวตาย อินเทอร์เน็ตเป็นโลกกว้างที่มีข้อมูลต่าง ๆ ให้คุณสืบค้น ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันอินเทอร์เน็ตยังเป็นแหล่งข้อมูลที่มีทั้งขาว เทา และดำ ในแต่ละปีมีคนค้นหาวิธีในการฆ่าตัวตายหลายล้านครั้ง แน่นอนว่าคลังวิดีโอของโลกอย่าง YouTube ก็เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้…
07/04/2023

Introvert คืออะไร ทำไมหลายคนอยากเป็น?

Introvert (อิน–โทร–เวิร์ต) เป็นคำที่เราคุ้นหูกันมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ส่วนใหญ่ของคำว่า Introvert คือ พฤติกรรมเก็บตัว ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน หรือเป็นคนเพื่อนน้อยอะไรแบบนั้น ซึ่งกระแสของ Introvert ในไทยก็มีอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงหลังคนจำนวนไม่น้อย ‘ประกาศ’ ตัวเองผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok ว่าตัวเองเป็น Introvert ซึ่งสร้างการถกเถียงระหว่างคนบนโลกอินเทอร์เน็ต บ้างก็ชื่นชม บ้างก็เห็นใจ บ้างก็มองว่าพฤติกรรมการประกาศตัวเองบนไทม์ไลน์โซเชียลมีเดียไม่ใช่ลักษณะของคน Introvert สักเท่าไหร่ บทความนี้จึงจะพามารู้จักกับนิยามของ Introvert และความเห็นของนักจิตวิทยาเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าทำไมหลายคนอยากเป็น Introvert บนโลกโซเชียล นิยามของ Introvert คาร์ล ยุง (Carl Jung) นักจิตวิทยาชาวสวิส ผู้เริ่มต้นทฤษฎี Introvert-Extrovert (Introversion / Extraversion Theory) ได้นิยามบุคลิกแบบ Introvert โดยเอาเรื่องของพลังงานในการทำสิ่งต่าง ๆ เข้ามาจับ ซึ่งตามทฤษฎีของ Carl Jung คนที่มีบุคลิกแบบ Introvert…
30/03/2023

ทำความเข้าใจใหม่ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ไม่ใช่ไบโพลาร์

โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) หรือโรคอารมณ์สองขั้ว เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ชนิดหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจผิด โดยคนที่มีบุคลิกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์เสียง่าย สองบุคลิก หรือเปลี่ยนใจบ่อย ๆ มักถูกคนเข้าใจว่าเป็นโรคไบโพลาร์ ทั้งในเชิงเสียดสีและในความหมายโดยตรง แต่การเหวี่ยงวีนหรืออารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ใช่อาการของโรคไบโพลาร์เสียทีเดียว Hack for Health เลยจะมาอธิบายว่าจริง ๆ แล้วโรคไบโพลาร์เป็นอย่างไร เพราะข้อมูลล่าสุด คนไทยป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ถึง 500,000 คนและมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เมื่อโรคไบโพลาร์ไม่ได้รับการรักษามักรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตของผู้ป่วย และอาจเป็นอันตรายต่อคนอื่นด้วย ทำความเข้าใจโรคไบโพลาร์ อาการของโรคไบโพลาร์เป็นผลมาจากการหลั่งของสารเคมีในสมองที่ผิดปกติ อย่างหลั่งออกมามากหรือน้อยกว่าปกติจนทำให้เกิดอาการขึ้น ปัจจัยอาจมาจากอารมณ์ด้านลบที่ยาวนานและต่อเนื่อง เหตุการณ์ในชีวิต สุขภาพร่างกายที่ไม่ดี สภาพแวดล้อมในชีวิต รวมไปถึงพันธุกรรม โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้และต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง มักแสดงอาการครั้งแรกตั้งแต่อายุ 15–24 ปี โรคไบโพลาร์มีชื่อเรียกในภาษาไทยว่าโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งเป็นชื่อที่ทำให้คนเข้าใจคลาดเคลื่อนไปต่าง ๆ นานา ว่าต้องมีด้านหนึ่งดี ด้านหนึ่งร้าย ต่อหน้าเป็นอีกคน อยู่คนเดียวกลับมีนิสัยอีกแบบ ในความเป็นจริงคำว่า อารมณ์สองขั้ว ของโรคไบโพลาร์หมายถึงลักษณะของภาวะอารมณ์ของผู้ป่วยที่มึด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ ขั้วซึมเศร้า…
28/03/2023

ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้เราหัวร้อนได้ง่าย?

เมืองไทยมีอากาศร้อนและแดดแรงตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากอากาศจะร้อนแล้ว หัวก็มักจะร้อนตามสภาพอากาศไปด้วย ยิ่งหากคุณออกไปกลางแจ้งแล้วเผชิญกับอากาศร้อนและแสงแดด โอกาสที่คุณจะหัวร้อนก็เพิ่มมากขึ้น โดยเรื่องนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ ข้อเท็จจริงของอากาศร้อนกับอารมณ์และสุขภาพจิต ปัจจุบันมีทฤษฎีเกี่ยวกับความร้อน ความโกรธ และความรู้สึกด้านลบมากมาย มาดูกันว่าอากาศร้อนส่งผลให้คุณหัวร้อนได้อย่างไรและส่งผลในด้านไหนบ้าง? 1. อากาศร้อนทำให้เรารู้สึกว่าทุกสิ่งอยู่เหนือการควบคุม ลองจินตนาการถึงหน้าหนาวที่หนาวมาก ๆ เท่าที่คุณเคยเผชิญมา แม้ว่าคุณจะไม่อยากออกไปเผชิญอากาศหนาว แต่เวลาที่ต้องออก คุณสามารถสวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้คุณได้มากเท่าที่คุณจะสามารถสวมได้ ในทางตรงกันข้าม คุณไม่สามารถหนีจากความร้อนได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วนอนอยู่บ้าน เมื่อเทียบกับหน้าหนาว หากคุณจำเป็นต้องออกไปเผชิญความร้อน การสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีที่สุดหรือการถอดเสื้อผ้าจนเปลือยเปล่า คุณก็ยังรู้สึกร้อนอยู่ดี ในเชิงจิตวิทยา อากาศร้อนจึงทำให้จิตใจเรารู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียการควบคุมสิ่งต่าง ๆ ไป ซึ่งทำให้ความโกรธและความรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว 2. ความไม่สบายตัวจากอากาศร้อนสู่อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ประเทศที่ทั้งร้อนและชื้นอย่างประเทศไทย ทำให้เหงื่อออกได้ง่าย ซึ่งความรู้สึกไม่สบายตัว บวกกับความร้อนให้ความอดทนลดลงและโกรธเกรี้ยวได้ง่ายขึ้น นอกจากความไม่สบายตัวแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติกในสมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ภาวะสู้หรือหนี (Fight or Flight) ที่ส่งผลให้ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนออกมามากขึ้น ส่งผลให้เลือดสูบฉีด และอารมณ์พลุ่งพล่านได้มากขึ้น จึงไม่แปลกที่เวลาเราเจอกับแสงแดดและความร้อน เราถึงรู้สึกอยู่ไม่นิ่งและกระวนกระวายใจกว่าปกติ 3. ความร้อนทำให้คนทะเลาะกันง่ายขึ้น เคยมีการศึกษาที่ให้คู่รัก 4 คู่เข้าไปอยู่ภายในห้องที่มีอุณหภูมิที่ต่างกัน ตั้งแต่…
17/03/2023

Weekend Effect จันทร์เศร้า เสาร์-อาทิตย์ร่าเริง กับเบื้องหลังจากปัญหาในที่ทำงาน

Weekend Effect เป็นภาวะที่เรารู้สึกร่าเริงในช่วงสุดสัปดาห์และรู้สึกแย่ในเช้าวันจันทร์หรือตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่คนทำงานส่วนใหญ่ถวิลหา แต่บางคนอาจเฝ้ารอวันหยุดอย่างกระวนกระวายมากกว่าคนอื่น พร้อมกับเกลียดวันที่ต้องทำงานแบบเข้าไส้ โดยเฉพาะวันจันทร์ ซึ่งก็มีเหตุผลเบื้องหลังว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกแบบนั้น Weekend Effect กับความสุขในการทำงานที่น้อยลง แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติที่คนทำงานจะอยากให้ถึงวันหยุดเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้พักผ่อนหรือใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชื่นชอบได้อย่างเต็มที่ แต่บางคนที่รู้สึกเศร้า ผิดหวัง หงุดหงิด หรือท้อแท้อย่างมากทุกเช้าวันจันทร์ และใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงในช่วงสุดสัปดาห์อาจเป็นผลกระทบของ Weekend Effect ที่เป็นสัญญาณของปัญหาในการทำงานและอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟหรือ Burnout Syndrome และปัญหาสุขภาพอื่นได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ศึกษาเรื่องราวของบริบททางสังคมภายใต้ Weekend Effect และภาวะอารมณ์ในกลุ่มคนทำงาน ซึ่งได้สัมภาษณ์คนทำงานชาวอเมริกันกว่า 1,000 คนเป็นเวลากว่า 4 ปี โดยคนกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีสภาพแวดล้อมและสังคมที่ทำงานดี ทั้งหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน ที่มีความเปิดกว้างและไว้วางใจกันได้รับผลกระทบจาก Weekend Effect น้อยจนถึงแทบไม่รู้สึก ส่วนคนกลุ่มที่ 2 ที่มีสภาพแวดล้อมและสังคมที่ทำงานในขั้วตรงข้ามกลับกลุ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายที่จู้จี้และชอบใช้อำนาจ รวมทั้งความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างเพื่อนร่วมงาน คนในกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจาก Weekend Effect มากกว่ากลุ่มแรกถึง 3 เท่า โดยคนกลุ่มนี้มักมีความสุขในช่วงวันหยุดมากกว่าคนอื่น แต่ในวันทำงานก็ทุกข์มากกว่าด้วยเช่นเดียวกัน แล้ว Weekend…
30/01/2023

สาเหตุและหน้าที่ลับ ๆ เกี่ยวกับการหาว

‘หาว’ เป็นปฏิกริยาและพฤติกรรมที่เราทำอยู่ทุกวัน แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมคนเราถึงต้องหาว ซึ่งถ้าถามแบบนี้ หลายคนคงตอบว่า ‘ง่วงไง เลยหาว’ แต่นั่นแหละ ทำไมเวลาง่วงแล้วต้องหาวด้วย ข้อมูลในปัจจุบันพบว่าในระหว่างที่เราหาว ฮอร์โมนที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ความว่าคุณกำลังเครียด เพราะฮอร์โมนจะชนิดนี้มีหน้าที่กระตุ้นการเต้นของหัวใจและการทำงานของสมองเพื่อให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวมากขึ้นในเวลาที่รู้สึกง่วง แต่ในทางความรู้สึกต่อให้หาวไปแล้วก็ยังรู้สึกง่วงอยู่ดี แล้วหากจะบอกว่าเราหาว เพราะสมองอยากกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะว่ายังมีการหาวยังมีหน้าที่ลับที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนด้วย หน้าที่ลับ ๆ เกี่ยวกับการหาว การหาวไม่ได้หมายความว่าคุณง่วงเสมอไป เพราะมีอีกหลายปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้คุณหาวได้ เช่น ในปัจจุบันยังคงมีการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับการหาวของมนุษย์อย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าจริง ๆ แล้วการหาวมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่นอีกรึเปล่า ที่มา1, ที่มา2, ที่มา3 ภาพปก

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…