ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ดวงอาทิตย์
31/08/2023
Read More

อินเดียเตรียมปล่อยยานอวกาศ Aditya-L1 สำรวจดวงอาทิตย์ 2 กันยายนนี้

หลังจากประสบความสำเร็จการส่งยานอวกาศจันทรายาน 3 (Chandrayaan-3) ลงจอดขั้วใต้ดวงจันทร์ได้สำเร็จ และเป็นประเทศแรกของโลก ในสุดสัปดาห์นี้อินเดียเตรียมปล่อยยานอวกาศ Aditya-L1 สำรวจดวงอาทิตย์ 2 กันยายนนี้
14/07/2023

NASA เปิดเผยภาพกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่ ! ฉลองครบรอบกล้องโทรทรรศน์ James Webb 1 ปี

ภายในอวกาศยังมีสิ่งที่มนุษย์ตัวน้อยยังไม่เคยพบเคยเห็นอยู่เป็นจำนวนมาก ล่าสุด NASA เปิดเผยภาพการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ใหม่ที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์ Jame Webb ในวันครบรอบ 1 ปี
Indiana-Jones-and-the-Dial-of-Destiny-Antikythera-Mechanism
30/06/2023

เรื่องจริงของวิทยาการปริศนา ‘กลไกแอนติไคเธอรา’ จากหนัง ‘Indiana Jones and the Dial of Destiny’

ข้อเท็จจริงจริงของวิทยาการปริศนา 'กลไกแอนติไคเธอรา' จากหนัง 'Indiana Jones and the Dial of Destiny' ย้อนเวลาได้หรือไม่
29/01/2022

งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘หลุมดำ’ ผู้ทำลายล้าง ก็ช่วยสร้าง ‘ดวงดาวใหม่’ ได้!

เมื่อได้ยินคำว่า “หลุมดำ” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างของมัน ไม่แปลกนักที่ภาพจำเกี่ยวกับหลุมดำ จะเป็นไปในทางทำลายล้าง แต่แท้จริงแล้ว “หลุมดำ” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ทำลายเท่านั้น แต่ยังเป็น “ผู้สร้าง” ได้อีกด้วย 
22/05/2021

26 พ.ค.นี้ เตรียมชม ‘จันทรุปราคาบางส่วน’ ต้อนรับคืนวิสาขบูชา

เวียนมาอีกครากับ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน แถมรอบนี้ยังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าด้วยนะ ไหน ๆ ช่วงนี้ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด เราอาจไม่ได้เวียนเทียนกันเหมือนอย่างเคย ก็มานั่งชมจันทร์กันไปก่อนก็แล้วกัน นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยค่ำวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าประเทศไทย เวลา 18:38-19:52 น. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลา 15:47 น. จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 16:44 น. และเข้าสู่จันทรุปราคาเต็มดวงตั้งแต่เวลา 18:11-18:25 น. แต่ในวันดังกล่าว ในประเทศไทย ดวงจันทร์จะโผล่พ้นจากขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:38 น. ทำให้ผู้สังเกตในไทยมีโอกาสมองเห็นเป็นเพียง “จันทรุปราคาบางส่วน” เท่านั้น ผู้สนใจสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ บริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลา 18:38 น. เป็นต้นไป จะมองเห็นดวงจันทร์ปรากฏเว้าแหว่งบางส่วนและค่อย…
16/03/2021

จีนเผยภาพ ‘โคโรนา’ จากกล้องฯ ที่พัฒนาเองเป็นครั้งแรก

คณะนักวิทยาศาสตร์จีนประกาศใช้กล้องโทรทรรศน์ที่พัฒนาขึ้นเอง จับภาพ โคโรนา (corona) บรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ แต่ไหนแต่ไรมาการสังเกตดวงอาทิตย์นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์สว่างจ้ามาก นักดาราศาสตร์จึงต้องสังเกตการณ์ชั้นโคโรนาอันเบาบางของดวงอาทิตย์ในช่วงเวลาที่เกิดสุริยุปราคากันมาตลอด เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเกิดการใช้เครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยสังเกตการณ์ และหนึ่งในนั้นก็คือกล้องโคโรนากราฟ (coronagraph) สำหรับกล้องโคโรนากราฟที่จีนพัฒนานี้ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร ออกแบบมาเพื่อปิดกั้นแสงจากพื้นผิวชั้นหลักดวงอาทิตย์สำหรับการสังเกตชั้นบรรยากาศโคโรนาโดยเฉพาะ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง 4,800 เมตร ในอำเภอเต้าเฉิง แคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หลินจวิน หัวหน้าโครงการกล้องโคโรนากราฟของหอดูดาวอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) กล่าวว่า กล้องโคโรนากราฟทั่วไปจะทำงานเลียนแบบปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างสุริยุปราคา โดยมีการติดตั้งตัวบดบังทรงกลมอยู่ภายใน เพื่อปิดกั้นแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ หลังจากทุ่มเทเวลาคัดเลือกสถานที่และสร้างอุปกรณ์นานหลายปี ในที่สุด คณะนักวิทยาศาสตร์จีนก็มองเห็นชั้นบรรยากาศโคโรนาได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องโคโรนากราฟที่ผลิตในประเทศเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยทีมวิจัยได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่บันทึกโดยกล้องดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในเดือนมีนาคม (ภาพหน้าปก) ฟางเฉิง นักวิชาการของสถาบันฯ ระบุว่า “อุปกรณ์ดังกล่าวนับเป็นการเริ่มต้นอันดีและสามารถมอบแนวทางการพัฒนากล้องโคโรนากราฟขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต” ถัดจากนี้ คณะนักวิทยาศาสตร์วางแผนติดตั้งกล้องโคโรนากราฟบนบอลลูนที่ลอยห่างจากพื้น 20-100 กิโลเมตร เพื่อสังเกตและศึกษาโครงสร้างสนามแม่เหล็กและการกระจายของพลาสมาในชั้นบรรยากาศโคโรนาในเดือนสิงหาคมและกันยายนปีนี้ต่อไป…
22/02/2021

ครั้งแรก! นาซาสร้างแผนที่สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ในส่วนลึกลับที่สุดได้สำเร็จ

แม้จะอยู่ใกล้โลกของเรามากกว่าอีกหลายวัตถุในอวกาศ แต่สำหรับ ‘ดวงอาทิตย์ของเรา’ ก็ยังมีอะไรให้สำรวจและค้นพบอยู่อีกมาก เนื่องจากความเจิดจ้าของมัน ทำให้ยากต่อการสังเกตการณ์ อย่างชั้นโครโมสเฟียร์ (Chromosphere) ของดวงอาทิตย์ ที่แม้ค้นพบมาหลายทศวรรษแล้ว แต่เพราะสามารถมองเห็นชั้นดังกล่าวได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น นั่นคือในช่วงสุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาบดบังแสงอันสว่างจ้าจนทำให้เราเห็นเปลวสุริยะที่ล้นพุ่งออกมาจากดวงอาทิตย์ได้ จึงส่งผลให้โครโมสเฟียร์ เป็นชั้นบรรยากาศที่ ‘ลึกลับที่สุด’ ของดวงอาทิตย์  โครโมสเฟียร์คือ ชั้นบรรยากาศที่คั่นกลางระหว่างพื้นผิวที่สว่างและโคโรนา ซึ่งเป็นบรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ บริเวณโครโมสเฟียร์เป็นสถานที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่ซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมากและสนามแม่เหล็กเริ่มมีอิทธิพลเหนือพฤติกรรมของดวงอาทิตย์ ทว่าล่าสุด 3 ภารกิจของนาซา ได้ ‘มองเข้าไป’ ในโครโมสเฟียร์ เพื่อวัดความสูงหลายระดับของสนามแม่เหล็กในนั้น โดยได้สังเกตการณ์ผ่านดาวเทียมสองดวง และภารกิจ Chromospheric Layer Spectropolarimeter 2 หรือ CLASP2 ที่ใช้จรวดใต้วงโคจร (Suborbital rocket) ขนาดเล็ก ช่วยเผยให้เห็นว่า สนามแม่เหล็กบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ก่อให้เกิดการปะทุที่สว่างจ้าในบรรยากาศภายนอกได้อย่างไร จนก่อเกิดเป็นงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน Science Advances Heliophysics คือศาสตร์ที่มุ่งศึกษาอิทธิพลของดวงอาทิตย์ที่มีต่ออวกาศและชั้นบรรยากาศ เพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอวกาศ และอธิบายว่ามันก่อให้เกิดผลพวงที่ส่งผลต่อโลกยังไบ้าง เรียวโกะ อิชิกาวะ (Ryohko…
25/01/2021

จีนเดินหน้าภารกิจ ‘สัมผัสดวงอาทิตย์’ ครั้งแรกของประเทศ ในปี 2022

ปีที่ผ่านมา แม้ทั่วโลกจะเผชิญกับวิกฤตโควิด แต่ก็นับว่าเป็นปีทองด้านการสำรวจอวกาศด้วย และหนึ่งในบรรดาประเทศที่มีความรุดหน้าในด้านนี้นั่นก็คือประเทศจีน ซึ่งล่าสุดก็ออกมาประกาศแล้วว่า ปีหน้า (2022) จะปล่อย ดาวเทียมสำรวจสุริยะดวงแรกของประเทศ ‘หอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ขั้นสูง (ASO-S)’ ในช่วงครึ่งแรกของปี  หอดูดาวจื่อจินซาน (Purple Mountain Observatory) สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) สถาบันวิจัยที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน ระบุว่าดาวเทียมดังกล่าวจะขึ้นไปโคจรในวงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-Synchronous Orbit) ที่ระดับความสูง 720 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่าดาวเทียมดวงนี้มีน้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม และจะโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลาอย่างน้อย 4 ปี การเฝ้าสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ที่ว่า ประกอบไปด้วย 3 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ การสังเกตการณ์สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ การติดตามปรากฏการณ์การระเบิดบนดวงอาทิตย์ที่เรียกกันว่าการลุกจ้า (solar flares) การติดตามการปลดปลอยมวลของดวงอาทิตย์ (coronal mass ejection)  ทั้งนี้ ยานดังกล่าวจะบรรทุกอุปกรณ์ 3 อย่าง ได้แก่ เครื่องวัดสนามแม่เหล็กสุริยะเต็มดวง (FMG) เครื่องสร้างภาพฮาร์ดเอ็กซเรย์ (HXI)…
14/08/2020

แถวตรง!! ชาวกรุงเตรียมตัวยืนตรงพิสูจน์สภาวะ ‘ไร้เงา’ พรุ่งนี้เที่ยง (15 ส.ค.63)

กลับมาอีกครั้ง 'ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก' ชาวกรุงเทพฯ เตรียมตัวไร้เงา 15 สิงหาคม นี้ ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ติดตามช่วงวันเวลาไร้เงากันได้ในตารางด้านล่างได้เลยยย อะไรคือดวงอาทิตย์ตั้งฉาก และมันทำให้ไร้เงาได้อย่างไร นายศุภฤกษ์  คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT อธิบายว่า ปกติแล้ว ดวงอาทิตย์จะโคจรเปลี่ยนตำแหน่งขึ้น-ตกอยู่เสมอ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี ดวงอาทิตย์มาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ของปี โดยเริ่มจากเหนือสุดของประเทศและเปลี่ยนตำแหน่งเคลื่อนลงทางใต้เรื่อย ๆ สำหรับชาวกรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณ 12:22 น. หากยืนกลางแดดช่วงเวลาดังกล่าว เงาของร่างกายจะตกอยู่ใต้เท้าพอดี สำหรับภูมิภาคอื่น ๆ ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากเริ่มตั้งแต่บริเวณเหนือสุดของประเทศ ณ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา จากนั้นดวงอาทิตย์จะเคลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งมาตั้งฉากกับพื้นที่ทางใต้ลงมาเรื่อยๆ  และจะตั้งฉากกับพื้นที่ใต้สุดของประเทศไทย ณ อ.เบตง จ.ยะลา ในวันที่…
19/07/2020

คมชัดทุกรายละเอียด! เมื่อ ESA และ NASA เผยภาพหลากมุมของดวงอาทิตย์ คมชัดใกล้ชิดสุดเท่าที่เคยมีมา

มาแล้วรวมฮิตนานาภาพจากยานสำรวจดวงอาทิตย์ของ ESA/NASA รวมถึงภาพโคสอัปสุดใกล้ชิดของดวงอาทิตย์ ใกล้สุดเท่าที่เคยถ่ายมา ยานสำรวจดวงอาทิตย์ลำนี้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศระหว่างหน่วยงาน (European Space Agency: ESA) และ NASA เพื่อศึกษาดวงอาทิตย์ของเรา โดยศูนย์ปฏิบัติการด้านอวกาศยุโรป (European Space Operations Centre: ESOC) ในเยอรมันเป็นผู้ควบคุมภารกิจ ตัวยานสร้างโดยหน่วยปกป้องการบินและอวกาศ  (Airbus Defence and Space) ยานอวกาศได้ออกเดินทางจากโลกด้วยจรวดแอตลาส (Atlas V 411) เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 และได้ผ่านดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรกในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฮอลลี่ กิลเบิร์ต (Holly Gilbert) นักวิทยาศาสตร์ จากศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ดของนาซา (NASA's Goddard Space Flight Center) ในรัฐแมรี่แลนด์ กล่าวว่า “ภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนี้คือภาพดวงอาทิตย์ในระยะใกล้ที่สุดเท่าที่เราเคยถ่ายได้ในประวัติศาสตร์ ภาพที่น่าทึ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นชั้นบรรยากาศที่หลากหลายของดวงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจว่ามันขับเคลื่อนสภาพอากาศในอวกาศ ทั้งในส่วนที่ใกล้โลกและทั่วทั้งระบบสุริยะได้อย่างไร” เบื้องหลังการได้มาซึ่งภาพไม่ใช่ความสำเร็จที่เรียบง่าย ด้วยการแพร่ระบาดของไวัรัสโคโรนา หรือเชื้อโควิด-19  ทำให้ต้องยุติควบคุมภารกิจจากศูนย์ ESOC…
15/07/2020

งานวิจัยใหม่ชี้ ‘แผ่นดินไหวรุนแรงอาจเกิดขึ้นเพราะดวงอาทิตย์ของเราเอง’

เมื่อพูดถึงแผ่นดินไหว หลายคนอาจถึงฉากชวนระทึกจากภาพยนตร์ 'San Andreas' มหาวินาศแผ่นดินแยก แถมตัวหนังเองยังสร้างจาก 'รอยเลื่อนแซนแอนเดรอัส' ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่มีจริง ทั้งยังมีพลังงานอยู่อีกต่างหาก เป็นที่คาดการณ์ว่า อาจมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวระดับแมกนิจูด 6.0 ทุกๆ 20-30 ปีในบริเวณนั้น ซึ่งพาดผ่านเมืองชื่อดังอย่าง ลอสแองเจลิส ซานดิเอโก และ ซานฟรานซิสโก ที่มีผู้คนมากมาย และนั่นทำให้เรื่องราวในภาพยนตร์ดูใกล้ตัว ชวนลุ้นระทึกแบบสุด ๆ ทว่าข้อเท็จจริงหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ดูสนุกนั้น จะไม่สนุกเลยหากเกิดขึ้นจริง นั่นคือ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้ทั่วโลกและเกิดขึ้นได้เสมอ แต่กลับไม่อาจคาดเดาได้จริง เพื่อให้คาดเดาได้ นักวิทยาศาสตร์จำต้องศึกษาหาสาเหตุว่า มันเกิดขึ้นเพราะอะไรแน่ การวิจัยจึงครอบคลุมถึงความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง และงานวิจัยล่าสุดก็พบว่า การสั่นไหวที่รุนแรงนั้นอาจเกิดขึ้นเพราะดวงอาทิตย์ งานวิจัยเชื่อมโยงดวงอาทิตย์กับแผ่นดินไหว เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มักเกิดเป็นกลุ่ม ไม่ใช่การเกิดแบบสุ่ม แล้วเหตุใดการเกิดของมันยังคงเป็นปริศนาล่ะ งานวิจัยฉบับล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Scientific Reviews เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยืนยันอย่างหนักแน่น (แม้จะยังมีข้อโต้แย้งอยู่) ว่า มีหลักฐานที่ชัดแจ้งว่า พลังปะทุมหาศาลบนดวงอาทิตย์สามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บนโลกได้ จูเซปเป้ เดอ นาตาเล่ (Giuseppe…
06/07/2020

ราหูยังต้องหลบ เมื่อนักวิจัยพบหลุมดำยักษ์กลืนกินดวงอาทิตย์ถึงวันละหนึ่งดวง!

"หลุมดำ" ถือเป็นหนึ่งในวัตถุเอกภพที่แปลกประหลาดที่สุดที่เรารู้จัก เนื่องจากคุณสมบัติที่ว่า ดูดกลืนทุกสิ่งแม้กระทั่งแสง ทำให้การค้นคว้าศึกษาหลุมดำเป็นไปได้ยาก (เพราะมองเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็น ข่าวฮือฮาเรื่องการถ่ายภาพหลุมดำเมื่อปีก่อน ก็เป็นการประมวลภาพจากคลื่นวิทยุ หาใช่การถ่ายภาพด้วยเลนส์ผ่านแสงที่ตาเห็นไม่)  และด้วยความลี้ลับนี่เองจึงเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดในทั้งบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์และนักเขียนนิยายไซไฟทั้งหลาย นำมาเป็นหมุดหมาย จินตนาการต่อยอดถึงสภาวะต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหากมนุษย์ได้เข้าไปในหลุมดำ แม้แต่คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ยังเอามาใช้ทำเรื่อง Interstellar ให้เราหัวหมุนมาแล้ว ดังนั้น การค้นพบอะไรใหม่ ๆ โดยเฉพาะ สิ่งที่ทำให้เรา ‘เห็น’ หรือ ‘รู้สึก’ ถึงบางสิ่งที่สะท้อนการมีอยู่ของหลุมดำจึงเป็นที่น่าตื่นเต้นเสมอ  ฮอลลีวูดทำให้ภาพของหลุมดำในใจคนส่วนใหญ่ เป็นหลุมสีดำกลางอวกาศสีดำที่มีพลังดึงดูดมหาศาล หากใครหรือสิ่งใดเข้าใกล้จะถูกดูดเข้าไปอย่างน่ากลัว ซึ่งก็เป็นความจริงเพียงบางส่วน ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะนอกจากการ ‘ดูด’ หลุมดำยังมีการ ‘ขยายตัว’ ด้วย มันจึงสามารถขยายไปเขมือบดาวต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งดาวฤกษ์ใหญ่ยักษ์ได้ด้วย  หลุมดำใหญ่ยักษ์ กับการดูดกลืนที่เหลือเชื่อ! งานวิจัยล่าสุดพบว่า มีหลุมดำดวงหนึ่งกลืนกินดาวฤกษ์หรือดวงอาทิตย์ทั้งดวงเข้าไปภายในวันเดียว (ดวงอาทิตย์จัดเป็นดาวฤกษ์เพียงหนึ่งเดียวของระบบสุริยะที่เราอยู่ ดังนั้น จึงขอใช้การเปรียบเปรยดาวฤกษ์เป็นดวงอาทิตย์ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น) และมันกำลังกลืนดวงอาทิตย์ที่มีขนาดเท่าโลกหนึ่งดวงทุกวัน โดยหลุมดำดวงนี้มีขนาด 34 พันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ของเรา  ดร.คริสโตเฟอร์ ออนเกน…
Credit: Flickr/ Kevin Gill
02/07/2020

4 ก.ค. โลกไกลดวงอาทิตย์ที่สุดในรอบปี แต่ไกลแค่ไหนก็ไม่ใกล้ความเย็นขึ้นมาบ้างเลย

แป๊บ ๆ ก็ผ่านพ้นไปแล้วกับวันครีษมายัน วันที่กลางวันยาวนานที่สุดของปี แถมปีนี้ยังน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะมีเรื่องวันสิ้นโลกมาให้งงงวยเล่นด้วย คราวนี้ก็เลยมาถึงทีของวันที่สุดอีกอย่างหนึ่งบ้าง นั่นก็คือวันที่โลกอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ที่สุดนั่นเอง  ทุกปี หลังวันครีษมายัน 2 สัปดาห์ โลกจะโคจรไปถึงจุดที่ห่างดวงอาทิตย์ที่สุดในรอบปี ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 4 กรกฏาคม 2563 ด้วยระยะห่าง 1.0167 AU (หน่วยวัดทางดาราศาสตร์ชนิดหนึ่ง 1 AU มีค่าประมาณ 149,597,871 กิโลเมตร) หรือประมาณ 152,096,156 กิโลเมตร โลกไกล - โลกใกล้ คืออะไร เพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี ไม่ใช่วงกลม แถมดวงอาทิตย์ไม่อยู่ตรงศูนย์กลางซะอีก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้มี จุดที่โลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด “เพอริฮีเลียน (Perihelion)” และจุดที่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุด “อะฟีเลียน (Aphelion)”  สำหรับช่วงระยะเวลาที่โลกใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ส่วนช่วงระยะเวลาที่โลกไกลดวงอาทิตย์ที่สุดจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมของทุกปี ไกลแค่ไหนถึงจะใกล้หายร้อนกันล่ะ จากช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์จะเห็นว่าเดือนมกราคมที่โลกใกล้ดวงอาทิตย์ก็ไม่ใช่ฤดูร้อน แล้วช่วงเดือนกรกฏาคมก็ไม่เห็นจะหนาวเย็นตรงไหน นั่นก็เป็นเพราะอุณหภูมิบนโลกมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะของความห่างยังไงล่ะ  แล้วมันขึ้นกับอะไรกัน ? ฤดูกาลของโลกขึ้นอยู่กับความเอียงของแกนโลกต่างหากเล่า แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ทำให้แสงอาทิตย์สาดส่องไปพื้นที่ต่าง…
19/06/2020

เตรียมตัวให้พร้อม ต้อนรับ ‘สุริยุปราคาบางส่วน’ ในวันครีษมายัน 21 มิ.ย.นี้ (พลาดงวดนี้รออีกที 7 ปีหน้าเลย)

ตื่นเต้นกันไปเบอร์ใหญ่กับ ข่าวร้อนโลกแตกวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2020 ตามการคำนวณปฏิทินมายาล่าสุด เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ใช่ว่าวันดังกล่าวจะเป็นวันธรรมดาไร้เรื่องตื่นเต้นเสียทีเดียว เพราะเป็นวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดของปี แถมยังมีสุริยุปราคาบางส่วนมาให้ยลกันอีกด้วยในช่วงเวลาประมาณ 13:00 - 16:10 น. โดยดวงอาทิตย์จะปรากฏในลักษณะเว้าแหว่งมากที่สุด เวลาประมาณ 14:49 น. อะไรคือวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด  การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีในหนึ่งปี ทำให้โลกมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ช่วงใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือนมกราคม (147 ล้านกิโลเมตร) และช่วงไกลที่สุดประมาณต้นเดือนกรกฎาคม (ระยะห่างเฉลี่ย 152 ล้านกิโลเมตร) แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลสำคัญต่อการเกิดฤดูกาลหรือความสั้นยาวของวันแต่อย่างใด เพราะเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะทางใกล้-ไกล ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยเกินกว่าจะทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิจนเกิดเป็นฤดูกาลได้  สิ่งสำคัญคือ การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ต่างหาก ด้วยความเอียงนี้จึงทำให้แสงอาทิตย์สาดส่องไปพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้มีอุณหภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวันและกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก จะสังเกตได้ว่า ในฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้า ส่วนในฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ในแต่ละวัน ดวงอาทิตย์จะปรากฏในตำแหน่งต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา…
11/03/2014

อีกก้าวหนึ่งสู่พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน พลังงานดั่งดวงอาทิตย์ในกำมือเรา

พลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เริ่มต้นมาจากทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์ ที่เราเห็นกันในสูตร E = mc^2 นะครับ เพราะจริง ๆ มันเริ่มมาตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดจักรวาลแล้ว ที่เป็นภาพชัดเจนที่สุดก็ "ดวงอาทิตย์" ของเรานี่ล่ะครับ สิ่งที่ทำให้ดวงอาทิตย์ส่องสว่างและให้ความร้อนได้นั้น เกิดจาก “ปฏิกิริยานิวเคลียร์” ครับ ซึ่งปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่มนุษย์รู้จักในตอนนี้ มีอยู่หลักๆ 2 แบบด้วยกัน คือ นิวเคลียร์ฟิวชั่น (แบบในดวงอาทิตย์) และ นิวเคลียร์ฟิชชั่น (แบบในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป และ ระเบิดปรมาณู) ปัจจุบันพลังงานนิวเคลียร์ที่มนุษย์พัฒนาจนใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียงแบบนิวเคลียร์ฟิชชั่นเท่านั้น วิธีนี้ใช้ธาตุกัมมันตรังสี อย่าง ยูเรเนียม หรือ พลูโตเนียม มาผ่านกระบวนการยิงประจุ ภายในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งมีอันตรายสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ของสารนิวเคลียร์ไม่ให้ควบคุมไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุระเบิด อย่างเหตุร้ายแรงของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเมื่อปี 1986 ที่ทำให้บริเวณโดยรอบยังคงมีรังสีตกค้าง สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ หรือผลกระทบจากภัยธรรมชาติ อย่างเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีสารฯรั่วไหลที่เมือง Fukushima ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 (ครบรอบ 3 ปีในวันที่โพสต์ข่าวนี้พอดี) อีกทั้งการควบคุมและกำจัดกากกัมมันตรังสีที่เหลือจากกระบวนการผลิตก็ยุ่งยากมากเพราะมีความเป็นพิษอย่างร้ายแรงต่อทั้งสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ แน่นอนครับว่า…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…