Tags
| น้ำแข็งละลาย
26/01/2021
วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1811 days ago
แคปซูลเวลาผู้มาก่อนกาล ชี้น้ำแข็งละลายเร็วกว่าที่คาดหลายทศวรรษ!
นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าทึ่ง และน่าหวั่นพรึงในคราวเดียว เมื่อมีผู้พบแคปซูปเวลาที่ฝังไว้ในน้ำแข็งขั้วโลก แค่ลอยมาให้พบเจอก็ฟังดูโรแมกติกน่ามหัศจรรย์แล้วใช่ไหม แต่ที่น่ากังวลคือ มันหลุดออกจากน้ำแข็งก่อนเวลาไปหลายปีมาก ๆ จนน่าใจหาย หรือนี่จะเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะโลกร้อนขั้นวิกฤตกัน! เรื่องราวการค้นพบนี้ เกิดขึ้นที่ประเทศไอร์แลนด์ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 เมื่อ โคเนอร์ แม็คโคลรี (Conor McClory) และ โซเฟีย เคอร์แรน (Sophie Curran) นักเล่นเซิร์ฟจากหมู่บ้าน Gweedore ในเขต County Donegal กำลังตรวจสอบสภาพน้ำทะเล และพบแท่งทรงกระบอกดูน่าสงสัยบนชายฝั่งที่ Bloody Foreland ซึ่งเป็นจุดชมความงามที่ได้รับการตั้งชื่อตามสีแดงของหินในยามพระอาทิตย์ตก แคปซูลเวลากับที่มาที่ไปของมัน แม็คโคลรีเล่าว่า “ตอนที่เห็นครั้งแรก ผมคิดว่ามันเป็นท่อเหล็กของเรือ แต่เมื่อยกมันขึ้นมา จึงเห็นว่ามีคำแกะสลักเป็นภาษารัสเซียจารึกอยู่บนนั้นด้วย เลยคิดว่ามันอาจจะเป็นระเบิดก็ได้ แต่พอเห็นว่ามีวันที่ระบุอยู่ด้วย ก็เลยคิดว่าอาจจะเป็นโกศใส่อัฐิของใครแทน ผมก็เลยไม่ได้เปิดมันออกมา” ด้วยความสงสัยเขาจึงนำข้อความบนกระบอกนี้ไปให้เพื่อนชาวรัสเซียแปล เรื่องจึงกระจ่างว่ามันเป็นแคปซูลเวลา เขาจึงเปิดมันออกมาและพบว่ามันบรรจุไปด้วยจดหมาย บทกวี รูปภาพ ตรา แผ่นรองขวดเบียร์ เมนูอาหาร จุกไวน์ และแผ่นพับที่บ่งชี้ว่าผลิตขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 จดหมายที่พบนั้น มีทั้งภาษารัสเซียและอังกฤษซึ่งระบุว่า…23/08/2020
นาซาไขปริศนา “ทำไมระดับน้ำทะเลพุ่งสูงเกินคาด” ช่วยรับมือ ‘เมืองจมน้ำ’ ในอนาคต
จากข่าวที่น่าตื่นเต้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ว่า แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลายจนไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว ส่งผลให้ทั่วโลกต่างตื่นตัวและตระหนักสิ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา องค์กรด้านอวกาศอย่างนาซาเองก็เช่นกัน หลายคนคงเคยได้ยินกันว่าระดับน้ำทะเลปัจจุบันนั้นสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ แต่รู้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น หลังจากพยายามศึกษาสาเหตุที่แท้จริงของระดับน้ำทะเลที่พุ่งสูงขึ้นทุกที ในที่สุด นาซาก็ได้งานวิจัยใหม่ช่วยไขคำตอบเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้น เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลได้แม่นยำขึ้น อันจะนำไปสู่การทำนายผลกระทบที่ตามมา อาทิ น้ำท่วมพื้นที่ชายฝั่ง กระแสน้ำทะเลหนุนสูง ในอนาคตได้ดีขึ้น นาซาจึงพยายามพัฒนาเทคนิคใหม่ เพื่ออธิบายความแตกต่างระหว่างปริมาณน้ำทะเลที่มีบันทึกในอดีตและปริมาณที่วัดได้จริงในปัจจุบัน และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ข้อมูลใหม่ที่ช่วยบ่งชี้ว่าอะไรที่มีส่วนเสริมให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างมากจนเกินคาดในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้เรารับมือกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอนาคตได้ ตัวอย่างของผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นที่เป็นรูปธรรม เห็นได้ชัดจากรายงานน้ำท่วมล่าสุดขององค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) ที่ระบุว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำท่วมตามแนวชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และคาดว่ามันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในแง่ของความถี่ พื้นที่ และระดับน้ำท่วมที่สูงขึ้นกว่าเดิม ทบทวนข้อมูลเก่า หาปัจจัยซ่อนเร้นที่ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลการศึกษาบอกว่าไม่ใช่การละลายของธารน้ำแข็งไม่ใช่ตัวแปรหลักอย่างเดียวการสร้างเขื่อนทั่วโลกในยุค 70s ก็ช่วยชะลอการเพิ่มของน้ำทะเลและมีการละลายของน้ำแข็งบนภูเขาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของระดับน้ำทะเล ก่อนหน้านี้ เป็นที่รู้กันว่า ปัจจัยที่ผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ได้แก่ การละลายของธารน้ำแข็ง (Glaciers) แผ่นน้ำแข็ง (Ice sheets) และอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น (Warmer temperatures) เมื่อรวมแต่ละปัจจัยเข้าด้วยกัน ค่าประมาณของปริมาณน้ำทะเลควรตรงกับระดับน้ำทะเลที่นักวิทยาศาสตร์สังเกต…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1967 days ago
Read More01/10/2019
หิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีใน Antarctica แตกตัว!
สำนักข่าว BBC รายงานว่าชิ้นส่วนของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่บริเวณขั้วโลกใต้ (Antarctica) ที่ถูกเรียกว่า The Amery แตกตัวออกมาเป็นภูเขาน้ำแข็งก้อนมหึมาที่ถูเรียกว่า D28 และมันก็มีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา เจ้าภูเขาน้ำแข็ง D28 นี้มีพื้นที่กว่า 1,636 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่เล็กกว่าเกาะ Skye (Isle of Skye) ในสกอตแลนด์เพียงนิดเดียวเท่านั้น ทำให้ D28 กลายเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ด้วยขนาดที่ใหญ่ของภูเขาน้ำแข็งนี้จึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพราะในอนาคตมันอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่ง และการเดินเรือได้ Amery เป็นหิ้งน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสามในทวีปแอนตาร์กติกาและเป็นช่องทางระบายน้ำที่สำคัญทางตะวันออกของทวีป ในช่วงต้นปี 1960 หิ้งน้ำแข็ง Amery เคยแตกตัวเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่กว่า 9,000 ตารางกิโลเมตร ถึงแม้ว่า D28 จะไม่ใช่ก้อนน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดที่เคยแตกตัวออกมาจากหิ้ง แต่ด้วยขนาดของมันต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่จะละลายหายไปในทะเลจนหมด แล้วหิ้งน้ำแข็งคืออะไร? หิ้งน้ำแข็งคือ ก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่แผ่ขยายตัวออกมาจากแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่บนพื้นทวีปลงมาอยู่ในทะเลอีกที หิ้งน้ำแข็งจะพบได้ตามชายฝั่งทะเลบริเวณขั้วโลกที่มีชั้นน้ำแข็งปกคลุม ประโยชน์สำคัญของหิ้งน้ำแข็งก็คือการเป็นตัวเก็บน้ำจืดบนโลกนี้ รวมถึงป้องกันไม่ให้ธารน้ำแข็งจากพื้นทวีปไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น "กันชน" คอยหยุดไม่ให้ธารน้ำแข็ง (Glacier) ไหลลงสู่ทะเล หากไม่มีหิ้งน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งจะเลื่อนออกจากแผ่นทวีปลงไปและละลายในมหาสมุทรส่งผลให้ปริมาณน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น…Natnaree TK | 2294 days ago
Read More23/06/2019
ทั่วโลกวิตก! หากเราไม่ลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมน้ำแข็งกรีนแลนด์จะละลายจนไม่เหลือ
ค่าก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันมีปริมาณสูงมากจนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสภาพแวดล้อม และชั้นบรรยากาศของโลกมาเป็นเวลานาน และในวันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนถึงภาวะวิกฤติที่หากเราไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่บรรยากาศอย่างจริงจัง ในอีก 1,000 ปีข้างหน้า น้ำแข็งที่กรีนแลนด์ได้ละลายหายไปหมดแน่ๆ! แรกเริ่มเดิมทีแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์มีขนาดใหญ่พอๆ กับอลาสกา แต่หลังจากที่อุณหภูมิกระแสน้ำของมหาสมุทรสูงขึ้น 1.5 C (ตามอากาศที่ร้อนขึ้น) ในช่วงปี 1996-1998 ทำให้แผ่นน้ำแข็งเริ่มละลายและบางลง ส่งผลให้น้ำท่วมในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) จึงทำการจำลองสภาพอากาศและความเป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อแผ่นน้ำแข็งในอนาคต พวกเขาพบว่า หากมนุษย์ยังคงปล่อยก๊าซในลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 2.6-4.8 C แต่หากมนุษย์สามารถลดการปล่อยก๊าซลงได้อุณหภูมิโลกจะลดลง 0.3-1.7 C แต่ถ้ามีการปล่อยก๊าซในปริมาณสูงในช่วง 50 ปีแรกและลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยอุณหภูมิโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้น 1.1-2.6 C เช่นกัน ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Alaska Fairbanks ได้ทำการจำลองการละลายของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ พวกเขาพบว่าหากเรายังคงปล่อยก๊าซขึ้นสู่บรรยากาศแบบปัจจุบันนี้ในปี 3000 น้ำแข็งที่กรีนแลนด์จะละลายหายไปแบบ 100% แน่ๆ และที่มากกว่านั้นคือน้ำแข็งเหล่านี้จะไหลลงสู่มหาสมุทรทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่า 7 เมตรอีกด้วย! อ้างอิงNatnaree TK | 2394 days ago
Read More20/06/2019
ภาพถ่ายดาวเทียมเผย! หิมะบนเทือกเขาหิมาลัยละลายอย่างต่อเนื่องตลอด 40 ปีที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าไม่มีภาพถ่ายดาวเทียมที่ทันสมัยคุณก็สามารถเข้าใจสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แต่ในวันนี้นักวิจัยได้ตีพิมพ์ภาพธารน้ำแข็งที่เกิดจากการละลายของหิมะบนเทือกเข้าหิมาลัย ที่เก็บสะสมไว้เป็นเวลากว่า 40 ปี จากดาวเทียมสอดแนม KH-9 Hexagon (ที่ถ่ายมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น) ออกสู่สายตาประชาชนแล้ว ภาพถ่ายนี้แสดงพื้นที่และปริมาณน้ำแข็งที่ละลายลงจากเทือกเขา ช่วงปี 1970-1980 ข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่แสดงพื้นที่ 1,240 ไมล์ที่ธารน้ำแข็งครอบคลุม แต่สามารถนำข้อมูลไปสร้างแบบจำลอง 3 มิติ เพื่อดูปริมาณน้ำทะเลที่จะถูกหนุนขึ้นสูงในภายหลังได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นการเก็บข้อมูลอุณหภูมิในอดีตก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะนำมาคาดการณ์ปริมาณนำแข็งที่ถูกละลายในอนาคตได้ ในปี 2000-2016 ธารน้ำแข็งมีอัตราการละลายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปี 1975-2000 ในขณะที่ตะกอนและเขม่า ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำแข็งละลายเช่นกัน ข้อมูลดงักล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำความเข้าใจกับสภาวะโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญ ไม่ช้าก็เร็วอัตราการละลายน้ำแข็งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเล และทะเลสาปในหลายพื้นที่ทั่วโลก และปริมาณน้ำสะอาดในเอเชียได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2397 days ago
Read More29/04/2019
โลกร้อนทำพิษ! เพนกวินจักรพรรดิกว่า 1,000 ตัวต้องอพยพเพราะน้ำแข็งละลาย
ภาวะโลกร้อน และ สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปไม่เพียงแต่ทำให้อุณหภูมิในประเทศต่างๆ นั้นพุ่งสูงขึ้น หรือหนาวมากกว่าเดิมเท่านั้น แต่สำหรับ Antarctica ทวีปที่อยู่ใต้สุดของโลก ก็ได้รับผลกระทบส่งผลให้น้ำแข็งละลายลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย ปัญหาน้ำแข็งละลายในเขต Antarctica นั้นมีมานานตั้งแต่ปี 2016 และยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากสภาพอากาศที่เลวร้ายมากขึ้นในทุกๆวัน ปัญหานี้ไม่เพียงส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แต่มันยังส่งผลต่อ 'เพนกวินจักรพรรดิ' ที่อาศัยอยู่ในเขต Brunt Ice Shelf นั้นอีกด้วย สำนักข่าว British Antarctic Survey (BAS) รายงานว่า เนื่องจากน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่อยู่ของเพนกวินเหล่านี้ถูกทำลายลง ทำให้อัตราการให้กำเนิดเพนกวินใหม่ลดน้อยลงตาม จากการสำรวจภาพจากดาวเทียมการสูญเสียพื้นที่น้ำแข็งไปทำให้ Drs Peter Fretwell และ Phil Trathan พบว่า Halley Bay colony พื้นที่ที่เคยพบสัตว์ได้หลากหลายสายพันธุ์นั้นมีค่าเฉลี่ยลดลงเพียงชั่วข้ามคืน เพนกวินจักรพรรดิ เป็นเพนกวินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และ หนักมากที่สุดในตระกูลเพนกวิน พวกมันจำเป็นต้องอาศัยแผ่นน้ำแข็งในการสืบพันธุ์และวางไข่ จนลูกเพนกวินออกจากไข่และสามารถว่ายน้ำได้ พวกมันจะใช้ช่วงสืบพันธุ์จนลูกนกพร้อมสู่โลกกว้างตั้งแต่เดือนเมษายน - ธันวาคม แต่หากน้ำแข็งละลายเร็วขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายความว่านอกจากเพนกวินจะไม่มีที่สำหรับการสีบพันธุ์แล้ว แต่มันหมายถึงการบังคับให้ลูกนกเพนกวินออกไปสู่โลกกว้างเร็วขึ้นทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม ซึ่งเพิ่มอัตราการเสียชีวิตได้มากกว่าเดิม Dr…Natnaree TK | 2449 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago











