เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน “ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ” (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม
วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่:
- โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure): สร้างรากฐานดิจิทัลที่เสถียรและแข็งแกร่ง
- ความน่าเชื่อถือ (Trust): พัฒนา AI ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
- ทรัพยากรบุคคล (Human Resources): ลงทุนพัฒนาทักษะของคนไทยให้พร้อมรับมือเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน
“ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ นักวิจัย และหน่วยงานกำกับดูแล ได้ร่วมกันเปลี่ยนหลักการระดับสากลให้กลายเป็นการนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม”
– นายไชยชนก ชิดชอบ

ยุทธศาสตร์การยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ขยายความถึงการผลักดันประเทศผ่านหัวข้อ “Scaling Thailand’s Digital Economy through Trustworthy AI” โดยมองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือกลไกหลักในการเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ตัวเลขและสถิติที่น่าสนใจ
- การเติบโตทางเศรษฐกิจ: มีการคาดการณ์ว่า Broad Digital GDP ของประเทศไทยจะเติบโตขึ้น 4.2% และจะมีมูลค่าสูงกว่า 5.6 ล้านล้านบาทภายในปี 2569
- ความพร้อมระดับภูมิภาค: ไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น อันดับ 2 ของอาเซียน ในดัชนี Government AI Readiness Index 2025 (ประเมินโดย Oxford Insights) ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นด้านนโยบายอย่างชัดเจน
ปลัดกระทรวงฯ ยังได้เสนอ 3 แนวทางในการสร้างระบบนิเวศ AI ที่ยั่งยืน
- ยกระดับธรรมาภิบาล AI: ให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI: มุ่งเน้นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยและการเข้าถึงที่ครอบคลุม
- ส่งเสริมความร่วมมือ: เชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกอย่างหัวเว่ย

มุมมองจาก “หัวเว่ย” และความพร้อมสู่ยุคอัจฉริยะ
นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันถึงจุดยืนของบริษัทที่จะสนับสนุนไทยในระยะยาว
“ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุค AI ไม่ใช่การตัดสินใจผิด แต่คือการไม่ลงมือทำเลย โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างรวดเร็ว แต่เราต้องการ AI ที่มีความน่าเชื่อถือและใช้งานสร้างคุณค่าในสถานการณ์จริงได้”
– นายออสติน เจิ้ง เชาวู

นายเจิ้งชี้ให้เห็นว่า การประยุกต์ใช้ AI กำลังก้าวข้ามช่วงของการ “ทดลอง” เข้าสู่การนำไปใช้ระดับ “อุตสาหกรรม” อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อแอปพลิเคชัน AI บริการดิจิทัล และ AI Agent ขยายตัว องค์กรจึงต้องการศักยภาพการประมวลผล ข้อมูลคุณภาพสูง และธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง
หัวเว่ยจึงได้เปิดตัวกรอบแนวคิด 5 ประการ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านนี้:
- การค้นหา Use Case ด้าน AI ที่สร้างคุณค่าได้ระดับสูง
- การพัฒนาโมเดล AI ที่มีความน่าเชื่อถือ
- การสร้างรากฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้
- การกำกับดูแล AI ตลอดช่วงวงจรการใช้งาน
- การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะพร้อมสำหรับ AI
หัวเว่ยยังให้มุมมองสำคัญว่า การพัฒนา AI ของไทย ควรเป็นโซลูชันที่เข้าใจ “ภาษา วัฒนธรรม อุตสาหกรรม และธุรกิจไทย” อย่างถ่องแท้ เพื่อนำประเทศไปสู่การมี อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ที่มั่นคง
ไฮไลต์โครงการและนวัตกรรมสำคัญภายในงาน
ตลอดงานประชุมสุดยอด 2 วัน มีการจัดแสดงและประกาศโครงการที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ ดังนี้:
1. เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Thailand AI Ecosystem Initiative”
- เป็นโครงการเชื่อมโยงความร่วมมือแบบเปิด (Open Collaborative Platform) ระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา อุตสาหกรรม สถาบันวิจัย สตาร์ตอัป และผู้ให้บริการเทคโนโลยี
- มีเป้าหมายเพื่อเร่งสร้างนวัตกรรม พัฒนาบุคลากร และต่อยอดระบบนิเวศ AI เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
2. เดินหน้าพัฒนาบุคลากร AI 100,000 คน
- หัวเว่ยถือว่า “บุคลากร” คือหัวใจของการเปลี่ยนผ่าน โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และพันธมิตร ผ่าน Huawei ASEAN Academy
- ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรดิจิทัลด้าน AI จำนวน 100,000 คน ทั้งในระดับนักศึกษาไปจนถึงหลักสูตรผู้บริหาร เพื่อปั้นให้ไทยเป็น AI Talent Hub อย่างแท้จริง
3. การจัดแสดงนวัตกรรมประมวลผลล้ำสมัย
- มีการนำเสนอ Atlas 950 SuperPoD ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับขุมพลังการประมวลผล AI ในยุคใหม่
- จัดแสดงเทคโนโลยี Open-source Large Language Models (LLMs) ตลอดจนกรณีศึกษาจากหลายอุตสาหกรรม
4. งาน Huawei Thailand Suppliers Convention 2026
- จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “One Ecosystem, Collaborating for Success” โดยมีคู่ค้ากว่า 500 คน จาก 130 บริษัทเข้าร่วม
- ประกาศตั้ง Huawei Thailand Data Center Ecosystem Alliance เพื่อเตรียมรองรับดีมานด์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
หัวเว่ยได้ปิดท้ายการประชุมด้วยการย้ำคำมั่นสัญญาในการเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Grow in Thailand, Contribute to Thailand” พร้อมเปิดกว้างเชิญชวนให้ทุกฝ่ายมาร่วมเดินหน้าสู่ความเป็น All Intelligence Thailand เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้แข็งแกร่ง และยืนหยัดในฐานะ “ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน” ในระยะยาวอย่างยั่งยืน













