ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ปัญหาสิ่งแวดล้อม
30/07/2026
Worawalan | 40 days ago
Read More

เด็กวัย 16 ปีสร้าง “หุ่นยนต์เต่า AI” หาไมโครพลาสติก

ไมโครพลาสติกเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ แต่การตรวจหาพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้ในแหล่งน้ำยังต้องอาศัยการเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ทำให้ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะอย่างนี้ อีแวน บัดซ์ (Evan Budz) นักเรียนชาวแคนาดาวัย 16 ปี จึงได้พัฒนาหุ่นยนต์เต่าที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยตรวจจับไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำได้โดยตรง ช่วยให้การติดตามคุณภาพน้ำทำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้มากขึ้น ได้แรงบันดาลใจจากเต่าจริง   แนวคิดเริ่มต้นมาจากการที่บัดซ์เห็น เต่าสแนปปิง (Snapping Turtle) ระหว่างทริปแคมป์ปิงกับครอบครัวในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เขาสนใจในรูปแบบการว่ายน้ำที่ลื่นไหลและประหยัดพลังงานของเต่าสแนปปิง เลยนำมาเป็นต้นแบบในการออกแบบหุ่นยนต์ เขาใช้เวลาหลายเดือนทดลองและปรับปรุงหุ่นยนต์ รวมถึงทดสอบการว่ายน้ำในสระของปู่ย่าของเขา ก่อนจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำเพื่อให้การเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ใกล้เคียงกับเต่าจริงมากที่สุด ใช้ AI ตรวจจับไมโครพลาสติก หุ่นยนต์เต่าได้ติดตั้งระบบถ่ายภาพโฮโลกราฟิก 3 มิติใต้น้ำ (3D Holographic Imaging) ที่ทำงานร่วมกับโมเดล AI ซึ่งได้รับการฝึกให้แยกไมโครพลาสติกออกจากอนุภาคอื่นหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในน้ำ โดยระบบสามารถตรวจจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึงประมาณ 10 ไมครอน และมีความแม่นยำในการจำแนกไมโครพลาสติกราว 94% ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ภายในแหล่งน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างกลับไปตรวจในห้องปฏิบัติการเหมือนวิธีแบบเดิม คว้ารางวัลเวทีวิทยาศาสตร์ระดับโลก ผลงานชิ้นนี้ได้คว้ารางวัล Gordon E. Moore Award…
03/07/2026

สิ่งแวดล้อมเสียหายเพราะผู้บริโภคไฮโซสูงถึง 5.7 ล้านล้านเหรียญฯ ต่อปี

ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกกำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้น ทั้งภาวะโลกร้อน หรือมลพิษทางอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตของมนุษย์ แม้หลายคนจะพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แต่ผลการศึกษาใหม่ชี้ว่า "การบริโภค" ของคนเพียงบางกลุ่ม อาจสร้างผลกระทบต่อโลกได้มากกว่าที่หลายคนคิด ผลการศึกษาใหม่จากนักวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) และมหาวิทยาลัยไลเดิน (Leiden University) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร “Communications Sustainability” ระบุว่า ประชากรที่มีการบริโภคสูงที่สุด 10% ของโลก หรือกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงสุด ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนทั่วไป โดยคิดเป็นมูลค่าระหว่าง 1.7-5.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งสูงกว่างบประมาณที่นานาชาติจัดสรรเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพรวมกันหลายเท่า ผลการศึกษา พบว่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นปัจจัยที่สร้างความเสียหายมากที่สุด ซึ่งมากกว่าความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คิดเป็นประมาณ 47–56% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ขณะที่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ที่ 36–45% โดยบุคคลที่อยู่ในกลุ่มผู้บริโภคสูงสุด 10% ของโลก ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมเฉลี่ย 2,300–7,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคนต่อปี ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อคนสูงที่สุด ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 19,000–63,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคนต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 6–20% ของรายได้…
Worawalan | 67 days ago
Read More
08/06/2026

วันมหาสมุทรโลก 8 มิถุนายน: ทรู คอร์ป ร่วมภารกิจ 30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026 ฟื้นฟูทะเลไทย เชื่อมความร่วมมือสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนด้วย 5G

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของเครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย สนับสนุนโครงการ “30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026” เนื่องในวันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยเริ่มต้นนำร่องที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมระดมทีมทรูภูมิภาคลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว อาสาสมัคร และภาคีเครือข่ายรวมกว่า 30 เกาะทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูธรรมชาติชายฝั่ง จัดการปัญหาขยะทั่วไปและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) รวมถึงส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ทรูยังได้นำศักยภาพโครงข่าย 5G มาสนับสนุนระบบสื่อสารและการประสานงานของเครือข่าย พร้อมดูแลคุณภาพสัญญาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างทั่วถึง ความร่วมมือในภารกิจนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทรูในฐานะองค์กรเทเลคอม-เทคโนโลยี ที่ไม่ได้มองว่าโครงข่ายเป็นเพียงสัญญาณสื่อสารทั่วไป แต่เป็น “พลังเชื่อมต่อ” ที่ช่วยให้ชุมชนบนเกาะสามารถสื่อสาร ประสานงาน สร้างความตระหนักรู้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เสถียรได้กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต…
26/09/2025

แบคทีเรียที่ผลิตออกซิเจน 1 ใน 3 ของโลกอาจหายไปเพราะอุณหภูมิมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น

ภายใต้ผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรทั่วโลก มีสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่ชื่อว่า โพรคลอโรค็อกคัส (Prochlorococcus) อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน พวกมันคือแบคทีเรียสังเคราะห์แสงที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก ที่ผลิตออกซิเจนให้เราหายใจกว่า 1 ใน 3 ของออกซิเจนบนโลกมานานนับล้านปี อาจกำลังหายไปจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อดั้งเดิมในหมู่นักวิทยาศาสตร์ คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและปรับตัวเก่งอย่างแบคทีเรียชนิดนี้ น่าจะอยู่รอดและเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะโลกร้อน แต่งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology กลับพบผลลัพธ์ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ใช้เวลากว่าทศวรรษวิเคราะห์ข้อมูลจากเซลล์แพลงก์ตอนพืชกว่า 8 แสนล้านเซลล์ ทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งที่ค้นพบก็ได้ลบล้างสมมติฐานเดิมที่เชื่อกันมาอย่างยาวนาน พวกเขาพบว่า โพรคลอโรค็อกคัสจะเติบโตและแบ่งตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเชื่อเดิมที่ว่าโลกร้อนไม่กระทบกับแบคทีเรียชนิดนี้ แถมยังส่งผลดีด้วย แต่พฤติกรรมการเติบโตนี้มีขีดจำกัด เพราะเมื่ออุณหภูมิแตะ 28 องศาเซลเซียส หรือเกินจากนี้ไปเพียงเล็กน้อย อัตราการแบ่งตัวของมันจะเปลี่ยนไป โดยไม่ได้แค่ชะลอลง แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เมื่อทีมวิจัยนำ ‘กฎ 28 องศา’ ที่เพิ่งค้นพบนี้ ป้อนเข้าไปในแบบจำลองสภาพภูมิอากาศโลก โดยสมมติสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ แบบจำลองทำให้เห็นว่า มหาสมุทรส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิสูงเกิน 28 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าผลผลิตมวลชีวภาพ (Biomass Production)…
28/08/2025

AI Data Center สมองกลที่หิวโหยพลังงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | Tech Horizon

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ตั้งแต่การถามคำถามกับ ChatGPT, การสร้างภาพด้วย Midjourney ไปจนถึงระบบแนะนำคอนเทนต์บนสมาร์ตโฟน สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นในสมองกลที่เรียกว่า AI Data Center ที่อาจอยู่ห่างไกลจากเราออกไปหลายร้อยหลายพันกิโลเมตร แม้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะสร้างความสะดวกให้กับมวลมนุษยชาติ และเพิ่มอัตราการเร่งของเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่การทำงานของมันกลับแลกมาด้วยหลายสิ่งอย่าง นอกเหนือจากค่า Subscription รายเดือน เบื้องหลังความฉับไวและฉลาดของ AI คือ Data Center หรือศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมา ที่เป็นโรงงานแห่งยุคดิจิทัล ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ซึ่งกำลังใช้ทรัพยากรโลกอย่างมหาศาล AI Data Center โรงงานที่หิวพลังงานตลอดเวลา ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Data Center ทั่วไปกับ AI Data Center คือลักษณะการทำงาน Data Center แบบดั้งเดิมอาจเปรียบได้กับห้องสมุด ที่เน้นการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูล ซึ่งใช้พลังงานเป็นช่วง ๆ แต่ AI Data Center จะเหมือนกับห้องทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ที่กำลังคำนวณปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดในโลกไปพร้อม ๆ…
10/06/2025

ภาพถ่ายดาวเทียมเผย ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มแตกออกจากกัน อาจกระทบเพนกวิน 2 ล้านตัว

ภาพถ่ายดาวเทียมภาพใหม่ที่น่าทึ่งได้เปิดเผยว่า A23a ซึ่งเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน กำลังเริ่มแตกออกเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ นับพันชิ้น หลังจากที่มันติดอยู่ใกล้กับเกาะที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในแอนตาร์กติกา อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรืออาจถึงหลายปี กว่าที่ภูเขาน้ำแข็งมหึมานี้จะละลายหายไปทั้งหมด การเดินทางอันยาวนานของ A23a "ภูเขาน้ำแข็งมหึมา" A23a มีฉายาว่า "เมกะเบิร์ก" (Megaberg) ปัจจุบันมีพื้นที่ผิวประมาณ 3,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเกาะลองไอส์แลนด์ของสหรัฐอเมริกา ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้แตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งฟิลช์เนอร์-รอนเน (Filchner-Ronne Ice Shelf) ตั้งแต่ปี 1986 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ส่วนใต้น้ำของมันก็ได้เกยเข้ากับพื้นทะเล ทำให้มันติดอยู่กับที่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2023 ภูเขาน้ำแข็ง A23a ก็หลุดเป็นอิสระและเริ่มเคลื่อนที่ออกจากทวีปแอนตาร์กติกาเป็นครั้งแรก ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา A23a ครองตำแหน่ง "ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก" อยู่หลายครั้งสลับกับภูเขาน้ำแข็งลูกอื่น ๆ และกลับมาครองตำแหน่งนี้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2023 ในช่วงต้นปี 2024 การเดินทางของ A23a ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อเข้าไปติดอยู่ในกระแสวนในมหาสมุทรขนาดใหญ่ ทำให้มันหมุนอยู่กับที่เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะหลุดออกมาได้ในเดือนธันวาคม 2024 และมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านช่องแคบเดรก (Drake Passage) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม…
06/01/2025

อีกกี่ปีพลังงานฟอสซิลจะหมดโลก แล้วอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ?

พลังงานฟอสซิล (Fossil fuel) เป็นเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนโลกของเรามาอย่างยาวนาน ทั้งน้ำมันดิบ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ แต่พลังงานจากเศษซากของสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่สะสมหลายล้านปีเหล่านี้ถูกใช้มากขึ้นเป็นเท่าทวีเมื่อโลกเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมช่วงปี 1800 และถูกใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสัดส่วน 4 ใน 5 ของพลังงานทั้งหมดที่มนุษย์ใช้ในปัจจุบัน ปัจจุบันมวลมนุษยชาติได้รับรู้ถึงผลกระทบจากการใช้พลังงานฟอสซิลปริมาณมหาศาลที่มาพร้อมกับความเจริญที่รุดหน้าอย่างรวดเร็วในรูปแบบของภาวะโลกรวน และความหวั่นวิตกต่อวิกฤตพลังงานโลก แม้มนุษย์จะรู้ว่าหนทางที่กำลังมุ่งหน้าไปจะนำไปสู่อะไร แต่จากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิต ดูเหมือนว่าโลกของเรายังคงกระหายในพลังงานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเกิดการพัฒนาพลังงานทางเลือกมากมายเพื่อรับมือในวันที่พลังงานฟอสซิลหมดโลก จึงเกิดเป็นคำถามที่ว่า อีกกี่ปีพลังงานฟอสซิลจะหมดไปจากโลกนี้ และจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ? อีกกี่ปีพลังงานฟอสซิลจะหมดไปจากโลกนี้ ? ข้อมูลงานวิจัยในปี 2019 จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ได้คาดการณ์ว่าพลังงานฟอสซิลทั้ง 3 รูปแบบจะหมดไปในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า โดยน้ำมันดิบจะหมดไปจากโลกในปี 2052 ส่วนก๊าซธรรมชาติจะหมดไปในปี 2060 และถ่านหินจะหมดลงในปี 2090 ตามรายงานนี้ หากคุณอ่านบทความนี้ในปี 2026 อีกประมาณ 26-34 ปี น้ำมันและก๊าซธรรมชาติอาจจะหมดไป แต่ถึงอย่างนั้นข้อมูลทางสถิติจาก Statista ชี้ว่าโลกของเราจะยังคงดึงพลังงานฟอสซิลมาใช้ในสัดส่วนใกล้เคียงกันจนกระทั่งปี 2050 อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนี้อาจลดลง เนื่องจาการเติบโตของพลังงานสะอาด โดยพลังงานจากน้ำมันดิบถูกนำมาใช้เฉลี่ย…
24/05/2024

นักวิทยาศาสตร์พบว่ามนุษย์ได้รับไมโครพลาสติกทุกครั้งที่หายใจ

ไมโครพลาสติก (Microplastic) และนาโนพลาสติก (Nanoplastic) เป็นปัญหาที่ลุกลามไปทั่วทั้งโลก และไม่ได้เป็นแค่หายนะทางสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป เพราะหลายปีที่ผ่านมาแพทย์และนักวิทยาศาสตร์พบว่า พลาสติกขนาดจิ๋วเหล่านี้ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ในน้ำ ในสัตว์ และในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งทุกเฮือกของการหายใจของเรา เราก็กำลังสูดเอาไมโครและนาโนพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นค้นพบว่า ทุกครั้งที่มนุษย์หายใจเข้า จะนำเอาไมโครพลาสติกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และเข้าสู่ปอด ซึ่งการหายใจเป็นช่องทางที่มนุษย์ได้รับไมโครพลาสติกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากการได้รับผ่านการใช้ของใช้ อย่างเครื่องสำอาง และยาสีฟัน โดยการศึกษาชิ้นใหม่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (University of Technology Sydney) ที่นำโดย ดร. สุวัช สห (Saha Suvash) อาจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งได้ศึกษากลไกและความสัมพันธ์ของไมโครพลาสติกกับการหายใจของมนุษย์มากขึ้น ไฮไลต์ของการศึกษานี้คือ จังหวะในการหายใจนำไมโครพลาสติกต่างชนิด และต่างขนาดเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งแต่ละชนิดจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน โดยการศึกษาเรื่องนี้จะช่วยสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาวิธีลดและป้องกันผลกระทบจากการได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ข้อมูลจากการศึกษาชิ้นนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการได้รับไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อโรคและอาการในระบบทางเดินหายใจบางชนิดมากขึ้น อย่างอาการหายใจลำบาก โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่าการหายใจด้วยจังหวะที่เร็วหรือถี่ (Fast breathing) ไมโครพลาสติกจะไปสะสมที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน อย่างโพรงจมูก คอ ช่องปาก และกล่องเสียง โดยเฉพาะไมโครพลาสติกที่มีขนาดใหญ่ ในขณะที่การหายใจที่ช้าจะทำให้นาโนพลาสติกที่มีขนาดเล็กไปสะสมและฝังอยู่ในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง อย่างหลอดลมและปอด…
17/01/2024

ผิวสวยแล้ว โลกขอสวยบ้าง แผ่นมาสก์แบบใหม่เพิ่มการบำรุงผิว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม

การมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์เป็นขั้นตอนการบำรุงผิวที่ดีวิธีหนึ่ง คนที่ดูแลผิวก็ต้องใช้มาสก์อยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำมาจากเยื่อกระดาษผสมพลาสติกที่สามารถกักเก็บสารบำรุงผิว และบรรจุอยู่ในซองพลาสติกอีกทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพ แน่นอนว่าแผ่นมาสก์ และซองใส่แผ่นมาสก์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจะต้องกลายเป็นขยะ หากทิ้งไม่ถูกที่ก็อาจกำจัดได้ยาก และปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมของโลกเรา จากข้อมูลแผ่นมาสก์เหล่านี้ถูกผลิตราว 120,000 ล้านชิ้น/ปีเลยทีเดียว ACS Applied Materials & Interfaces ได้คิดค้นแผ่นมาสก์แบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี และมีคุณสมบัติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมกว่าแผ่นมาสก์แบบเดิม โดยนักวิจัยได้ผลิตแผ่นมาสก์หน้าจาก PLA หรือ โพลีแลกติกแอซิด (Polylactic acid) ที่สกัดจากพืช ซึ่งเป็นวัสดุที่กำลังได้รับความนิยมในวงการสิ่งแวดล้อม เพราะมีคุณสมบัติคล้ายกับพลาสติก แต่เป็นมิตรกับโลกมากกว่า หนึ่งในนั้น คือ สามารถย่อยสลายได้ และกันน้ำได้ โดยนักวิจัยได้ใช้เจลาตินผสมกับสารบำรุงผิวยอดนิยม อย่างไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyluronic acid) ที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยบำรุงผิว ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ ผสานเข้ากับแผ่นมาสก์ PLA และใช้เทคนิคในเชิงวิศวกรรมสร้างเส้นใย และไมโครสเฟียร์ (รูปแบบการกักเก็บ และปล่อยสารบำรุง) ที่ด้านนอกของแผ่นมาสก์ แล้วนำไปทดสอบคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นกับเซลล์ทดลอง  และพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ข้อแรก: หากแผ่นมาสก์ไม่ได้สัมผัสกับผิวหนัง ความชุ่มชื้นในแผ่นมาสก์จะไม่รั่วไหลออกจากแผ่นมาสก์เลย ข้อสอง: การใช้แผ่นมาสก์ที่ถูกใช้วิธีกักเก็บแบบไมโครสเฟียร์จะทำให้ความชุ่มชื้น…
03/01/2024

Eco Anxiety เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อจิตใจ

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-anxiety  คือ ความเครียดที่เกิดขึ้นมา เพราะมีความกังวลเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม  ความกังวลนี้เกิดขึ้นจากการที่เราได้อ่านข่าว ข้อมูล ความรู้ ที่เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือทราบถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และมีความเข้าใจว่าขณะนี้โลกของเรากำลังพบกับปัญหาทางนิเวศมากขึ้น จนกระทั่งทำให้เกิดความวิตก หวาดกลัว กังวล เครียด เกี่ยวกับผลที่ตามมาของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาด้วยนะ อารมณ์ที่จะเกิดขึ้น ก็คือ และถ้าเราปล่อยให้อารมณ์เหล่านี้กัดกินจิตใจไปเรื่อย ๆ ก็จะส่งผลเสียด้านสุขภาพจิตในระยะยาวได้ ดังนั้นมาจัดการอารมณ์กันดีกว่า เทคนิคการจัดการกับความวิตกกังวล Eco-anxiety    1. ติดตามข่าวได้แต่ต้องมีขีดจำกัด คุณยังสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตข้อมูลความรู้ใหม่ต่อไปได้ เพียงแต่ว่าให้อ่านวันละนิดวันละหน่อยพอไม่ต้องอ่านเยอะมากจนเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดความเครียดอย่างท่วมท้น  2. มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ รักษาสิ่งแวดล้อม  คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์หรือผลักดันสิ่งแวดล้อมในเชิงบวกได้ด้วยการเริ่มต้นจากตัวเองเช่น ใช้ถุงผ้า ใช้กระบอกน้ำ ไม่ใช่หลอดแต่ใช่เป็นการยกดื่มแทน วางแผนซื้อรถคันใหม่ก็ตัดสินใจเลือกซื้อรถไฟฟ้า หรืออื่น ๆ   3. ฝึกสติ ฝึกสติด้วยการอยู่กับปัจจุบันขณะ สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ คุมสติโฟกัสอยู่กับปัจจุบัน เพื่อจัดการกับความวิตกกังวล ช่วยลดความเครียด และทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น 4. เข้าร่วมกลุ่มคอมมูคนรักธรรมชาติ เข้าร่วมกลุ่มหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อพูดคุยกับคนที่มีความชอบและศึกษาในเรื่องของวิธีแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อม…
09/10/2023

Yindii ยินดี แอปพลิเคชันสั่ง ‘อาหารเหลือ’ คุณภาพดีที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อโลกมากกว่า

ในแต่ละปีมีอาหารเหลือทิ้งทั่วโลกถึง 1,300 ล้านตัน ซึ่งขยะอาหารเป็นหนึ่งในขยะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ เพราะเวลาอาหารเหลือทิ้งมีจำนวนมากหรือถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดก๊าซมีเทนจากการเน่าเสีย และเร่งให้เกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม Yindii - ยินดี แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี ‘อาหารเหลือ’ ฝีมือคนไทยที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกออเดอร์ที่สั่งเป็นมิตรต่อโลกใบนี้ และลดปริมาณของขยะอาหารจากอาหารเหลือทิ้ง แอปพลิเคชัน Yindii อาหารเหลือที่มีมูลค่ามากกว่าอาหารปกติ แม้จะใช้คำว่าอาหารเหลือ แต่ไม่ใช่เศษอาหารจากจานคนอื่นแน่นอน แอปพลิเคชันยินดีได้รวบรวมพาร์ตเนอร์ร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน ทั้งรายใหญ่รายย่อยเพื่อจำหน่ายอาหารเหลือในสต็อกที่ยังมีรสชาติและคุณภาพดีส่งต่อให้แก่ผู้ใช้ในราคาที่ถูกลง 50–70 เปอร์เซ็นต์ และยังเป็นการช่วยลดปัญหาขยะอาหารอีกด้วย โดยพาร์ตเนอร์ที่คุณต้องรู้จัก เช่น S&P, The Coffee Club, Bonjour, Brix ร้านอาหารจากโรงแรมชื่อดัง อย่าง Grand Hyatt, Centara Grand และ Dusit Hotel & Resorts นอกจากนี้ ยังมีพาร์ตเนอร์รายย่อยอีกหลายเจ้าให้คุณได้เลือกซื้อ อาหารเหลือเหล่านี้มีคุณค่าและคุณภาพไม่ต่างจากอาหารที่จำหน่ายหน้าร้าน แอปพลิเคชันยินดีเป็นเพียงแพลตฟอร์มที่ช่วยจำหน่ายอาหารเหลือเหล่านี้ไม่ให้เหลือทิ้งจากการจำหน่ายผ่านทางหน้าร้านในแต่ละวันด้วยมาตรฐานนโยบายของร้านอาหารยุคใหม่ที่เน้นการปรุงสดใหม่ทุกวัน โดยนอกจากคุณค่าของอาหารที่ไม่ต่างกันแล้ว การเลือกซื้ออาหารเหลือจะช่วยให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยชะลอปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมจากขยะอาหารด้วย อาหารเหล่านี้จึงมีคุณค่าทางด้านจิตใจที่สูงกว่า โดยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าการเลือกทางเลือกที่เป็นมิตรต่อโลกส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจ ช่วยให้คุณตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง อารมณ์ดี และรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ความต่างระหว่างแอปพลิเคชัน Yindii…
28/08/2023

ตายไปแล้วยังรักษ์โลก! 4 วิธีจัดการร่างไร้วิญญาณแบบ ECO Friendly

คุณคิดว่าการเผาศพ 1 ครั้งส่งผลต่อโลกของเราอย่างไร? การเผาศพ (Cremation) เป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อส่งผู้ที่จากโลกนี้ไปยังดินแดนที่ดีกว่าตามความเชื่อของหลายวัฒนธรรม แต่การส่งผู้วายชนม์ด้วยวิธีนี้อาจย่นย่ออายุของคนที่ยังอยู่ได้ เพราะการเผาศพ 1 ครั้งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 243 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ราว 980 กิโลเมตร เหมือนขับจากจังหวัดเชียงรายมาประจวบคีรีขันธ์ จากข้อมูลในแต่ละปีการเผาศพสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 6.8 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ การเผาศพยังสร้างสารเคมีอื่น ๆ ที่ส่งผลสิ่งแวดล้อมด้วย ปัจจุบันเราเลยเห็นเทรนด์การจัดการกับร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น เพื่อคนที่ไปจะได้จากไปอย่างสบายใจ ส่วนคนอยู่ก็ได้อยู่บนโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย และบทความนี้จะไปคุณไปดู 4 ไอเดียในการจัดการกับร่างไร้ลมหายใจที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น วิธีฝังแบบธรรมชาติ (Green burial) พิธีศพแบบฝังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเผา แต่การทำพิธีศพแบบฝังทั่วไปมักใส่ร่างลงไปในโลงที่มีการดีไซน์และตกแต่งด้วยวัตถุดิบมากมายเพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการเหล่านี้รบกวนสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ปัจจุบันได้มีแนวคิดและลงมือทำไปแล้วกับวิธีฝังแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำร่างไร้วิญญาณห่อด้วยผ้าฝ้าย แล้วใส่ลงไปในกล่องไม้สี่เหลี่ยมที่แสนเรียบง่ายไม่ต่างอะไรจากพิธีศพของผู้คนในอดีต ไม่ได้ประดับประดาด้วยผ้าลูกไม้ย้อมสี แกะสลัก ปิดทอง หรือทาสารเคลือบไม้เพื่อให้ดูเงางาม ด้วยความเรียบง่ายของวัสดุและวิธีการทำให้ร่างและโลงสามารถย่อยสลายง่าย และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนอันตรายเมื่อย่อยสลาย เปลี่ยนร่างให้กลายเป็น ‘ปุ๋ยมนุษย์’ Green burial จะทำให้คุณกลายเป็นดินที่มีสารอาหารให้กับธรรมชาติต่อไป แต่วิธี Human Composting จะทำให้คุณเป็นได้มากกว่านั้น ซึ่งก็คือปุ๋ยบำรุงพืชนั่นเอง…
06/07/2023

ผลสำรวจในสหรัฐฯพบ ‘สารเคมีตลอดกาล’ หรือ PFAS ปนเปื้อนน้ำประปากว่า 45 เปอร์เซ็นต์

สารเคมีตลอดกาล (Forver chemicals) เป็นชื่อเล่นของ PFAS (Per and Polyfluoroalkyl Substances) ซึ่งเป็นกลุ่มสารเคมีที่ใช้เวลาหลายพันปีในการย่อยสลายจนได้ชื่อว่าสารเคมีตลอดกาล โดย PFAS เป็นส่วนประกอบของวัตถุและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ บนโลกนี้มากมาย ตั้งแต่แปรงสีฟันไปจนถึงเรือดำน้ำ และได้ปนเปื้อนไปทุกหนทุกแห่งบนโลกนี้ โดยเฉพาะดินและน้ำ ข้อมูลบางส่วนพบว่า PFAS สัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรังอย่างโรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคต่อมไทรอยด์ คอเลสเตอรอลสูง ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ ทำให้ตับเสียหาย และรบกวนการทำงานของฮอร์โมน ผลการสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ พบการปนเปื้อน PFAS ในน้ำประปากว่า 45 เปอร์เซ็นต์หรือเกือบครึ่งหนึ่งของน้ำทั้งหมด ซึ่งทีมสำรวจยังบอกด้วยว่าอาจมีการปนเปื้อนและมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารนี้มากกว่าที่การสำรวจพบ การศึกษาอีกชิ้นที่เพิ่งเผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา นักวิจัยได้เก็บตัวอย่างน้ำโดยตรงจากก๊อกน้ำจำนวน 716 แห่ง ตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2564 พวกเขาประเมินว่าจะมีการตรวจพบสารเคมี PFAS อย่างน้อยหนึ่งชนิดใน 45 เปอร์เซ็นต์ของน้ำดื่มในสหรัฐอเมริกา ซึ่งการปนเปื้อนส่วนใหญ่มาจากแหล่งน้ำใกล้เขตเมืองและในพื้นที่ที่สร้าง PFAS เช่น โรงงานสารเคมี โรงงานอุตสาหกรรม บ่อขยะ…
05/07/2023

เปิดเบื้องหลัง Alibaba Cloud Energy Expert แข่งขัน Olympic Esports ยังไงให้ยั่งยืน

ในปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมทั้งหมดของโลกรวมไปถึง 'วงการอีสปอร์ต' ล้วนมีส่วนร่วมในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเป็นจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และในวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า Alibaba Cloud มีเทคโนโลยีสุดล้ำอะไรที่จะมาช่วยโลกของเราให้ใสสะอาดมากยิ่งขึ้น
19/06/2023

พวงหรีดผ้าห่อศพจากแบรนด์ “นิรันดร์” ลดขยะ ลดโลกร้อน ส่งผู้ล่วงลับอย่างรักษ์โลกมากขึ้น

ในทุกวันนี้ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างการไม่รับหลอดหรือไม่รับถุงพลาสติกก็สามารถชะลอปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้ แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถลดขยะได้อีกนิดในวันที่คุณตาย กับ "นิรันดร์" พวงหรีดผ้าห่อศพ ในปัจจุบันผู้คนพูดคุยกันเรื่องความตายและวาระสุดท้ายของชีวิตมากขึ้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้วางแผนก่อนถึงช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตไว้หลายรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกใบนี้อยู่ได้นานขึ้น คุณอาจเห็นไอเดียเรื่องการฝังแทนการเผาเพื่อลดมลพิษทางอากาศหรือการนำร่างไร้วิญญาณไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ ซึ่งพวงหรีดผ้าห่อศพจากแบรนด์นิรันดร์ก็เป็นหนึ่งในการปรับตัวที่เรียบง่ายที่น่าทึ่งสำหรับสังคมศาสนาพุทธอย่างไทยเรา เจ้าของแบรนด์ Niran นิรันดร์ พวงหรีดรักษ์โลก เอิร์น - อรนภัส บุญอนันตพัฒน์ ทายาทโรงงานทอผ้าที่มีความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้ไอเดียมาจากการเห็นพวงหรีดในงานศพ แล้วนำไปคิดต่อยอดว่าจะนำไปทำอะไรได้บ้าง โดยปกติพวงหรีดตามงานศพที่ผู้คนเห็นกันมักจะประดับประดาไปด้วยดอกไม้ที่สวยงามและชื่อผู้ส่งเพื่อเป็นตัวแทนของการความเสียใจ แม้จะมาจากก้นบึ้งของหัวใจ แต่สุดท้ายปลายทางของดอกไม้เหล่านั้นกลายไปเป็นขยะที่หมดสิ้นซึ่งความสวยงาม และอาจสร้างก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเน่าเสียของขยะอินทรีย์ที่เป็นผลมาจากการคัดแยกขยะที่ไม่เหมาะสมได้ด้วย แบรนด์ Niran นิรันดร์เลยได้มีไอเดียที่จะทำพวงหรีดจากผ้าดิบที่สามารถนำไปส่งต่อและบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือมูลนิธิที่จะนำไปใช้กับผู้เสียชีวิตต่อไป ซึ่งผู้ส่งพวงหรีดรักษ์โลกนี้สามารถแสดงความเสียใจกับผู้ที่ล่วงลับไปและพวงหรีดนี้ก็ยังเกิดประโยชน์ต่อคนอื่น ไม่เหลือทิ้งเป็นขยะให้กับโลกใบนี้โดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งสามารถเข้าไปชมหรือสั่งพวงหรีดรักษ์โลกได้ที่ https://www.facebook.com/niran.officialth พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
23/05/2023

นักวิจัยค้นพบจุลินทรีย์ย่อยพลาสติกชนิดใหม่ใต้เทือกเขาแอลป์

มนุษยชาติอาจต้องพึ่งพาจุลินทรีย์ตัวน้อย ๆ มาช่วยโลกของเรา ล่าสุดนักวิจัยสมาพันธรัฐสวิส หรือสวิตเซอร์แลนด์ค้นพบจุลินทรีย์ย่อยสลายพลาสติกใต้เทือกเขาแอลป์ และอาร์กติกสามารถย่อยพลาสติกได้ในอุณหภูมิต่ำ 59 องศาฟาเรนไฮต์ (15 องศาเซลเซียส)
02/05/2023

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไมโครพลาสติกกับผลกระทบต่อสุขภาพ น่ากังวลแค่ไหน?

ไมโครพลาสติก (Microplastic) และนาโนพลาสติก (Nanoplastic) ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นผลพวงจากอุตสาหกรรมและการใช้ชีวิตของมนุษย์ พลาสติกทั้งหลายที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ไม่ได้ถูกทำลายและสลายไป แต่ถูกทำให้มีขนาดเล็กลงด้วยวิธีการต่าง ๆ จนสามารถปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมทั่วโลกในแบบที่วิทยาการมนุษย์ในปัจจุบันไม่สามารถหยุดยั้งได้ โดยพลาสติกขนาดจิ๋วนี้อยู่ในทุกที่ ในดิน ในน้ำ ในอากาศที่เราหายใจ ในอาหารที่เรากิน หรือแม้แต่น้ำในขวดที่เราเชื่อว่าสะอาด การศึกษาพบว่ามนุษย์เราได้รับไมโครพลาสติกเฉลี่ย 5 กรัม/สัปดาห์จากอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งชวนให้หลายคนรู้สึกกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะภาพจำเกี่ยวกับพลาสติกของคนส่วนใหญ่คือสารเคมีหรือสิ่งของที่ใช้ภายนอก หากสิ่งเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายก็อาจเป็นอันตรายได้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นอย่างนั้นจริงหรือ? บทความนี้ Hack for Health จะมาแฮกเรื่องนี้กัน! ไมโครพลาสติก < 5 มิลลิเมตร นาโนพลาสติก = 1–1000 นาโนเมตร PM2.5 < 2.5 ไมโครเมตร นาโนเมตร < ไมโครเมตร < มิลลิเมตร < เซนติเมตร ข้อเท็จจริงเรื่องปัญหาสุขภาพจากไมโครพลาสติก นักวิทยาศาสตร์รู้จักกับไมโครพลาสติกมานานแล้ว แต่ในตั้งแต่ปี 2019…
23/01/2023

ผลกระทบจาก PM 2.5 หายนะทางสุขภาพที่หลายคนเลิกสนใจ

PM 2.5 ปัญหาเก่าที่เอามาเล่าได้เรื่อย ๆ เพราะยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยในหลายพื้นที่และไม่ใช่แค่ในเมืองใหญ่เท่านั้น หากคุณลองเปิดแอปพลิเคชันเช็กคุณภาพอากาศ คุณจะพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของไทยมีค่าฝุ่น PM 2.5 และมลพิษในอากาศอยู่ที่ระดับปานกลาง (สีเหลือง) จนถึงระดับสูง (สีส้ม) พบเห็นคุณภาพอากาศในระดับดี (สีเขียว) ได้น้อยมาก อีกทั้งบางช่วงเวลาค่าฝุ่นสามารถดีดขึ้นไปเป็นระดับสูงมาก (สีแดง) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น ผลกระทบด้านสุขภาพของ PM 2.5 จึงเป็นภัยเงียบที่น่ากังวล เพราะสามารถนำไปสู่ตั้งแต่อาการผิดปกติทั่วไป ไปจนถึงโรคร้ายแรง และข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกชี้ว่าการสัมผัสกับ PM 2.5 ไม่ว่าจะระดับใดก็ส่งผลต่อสุขภาพได้ ซึ่งบทความนี้จะมารีแคปผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 และวิธีป้องกันให้คุณได้อ่านกันอีกครั้ง PM 2.5 = ฝุ่นละอองที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผม มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ลอยอยู่ในอากาศได้นาน อาจมีสารพิษเกาะมาด้วย ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข ผลกระทบสุขภาพจาก PM 2.5 เมื่อคุณสูดดมฝุ่นละอองขนาดเล็กชนิดนี้เข้าไป มฤตยูตัวจิ๋วจะเข้าสู่ปอดและซึมเข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย ทุก…
Taylor Swift
31/07/2022

Taylor Swift ครองแชมป์คนดังที่สร้างคาร์บอนฟุตพรินต์จากการใช้เครื่องบินส่วนตัวมากที่สุดในโลก!

เปิดเผยรายงาน 10 อันดับคนดังที่สร้างคาร์บอนฟุตปรินต์จากการใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พบ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ครองแชมป์คนดังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากสุด
ขยะ, จุลินทรีย์, พลาสติก
16/12/2021

งานวิจัยพบ จุลินทรีย์ในดินและน้ำกำลังวิวัฒนาการให้ย่อย ‘ขยะพลาสติก’ ได้ !

อย่างที่ทราบกันดีว่า ขยะพลาสติกนั้นไม่สามารถย่อยสลายได้ภายในเร็ววัน (อาจจะต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 200 ปี) แถมนำเอามารีไซเคิลได้ยาก และนั่นก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในโลก ไม่เว้นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อย่างจุลินทรีย์ แต่ผลงานการวิจัยล่าสุดของประเทศสวีเดนค้นพบสิ่งที่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่ง เนื่องจากดูเหมือนว่าจุลินทรีย์ในผืนดินและมหาสมุทรทั้งโลกกำลังค่อย ๆ มีวิวัฒนาการปรับตัวให้สามารถย่อยสลายพลาสติกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

PR Partners

See All
08/09/2026
Read More

“ศุภชัย” ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก AI-ข้อมูล-โครงสร้างพื้นฐาน-คน-แอปพลิเคชัน พลิกความผันผวนให้เป็นโอกาสของไทย

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขึ้นกล่าวปาฐกถาหัวข้อ "Business Building the Future: Winning in Turbulence" บนเวที The Bangkok Business Summit 2026 จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับภาครัฐและธนาคารโลก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
07/09/2026

เจาะลึกเบื้องหลังห้องตัดสิน CP INNOVATION EXPOSITION 2026 นวัตกรรมแบบไหนที่จะไปถึงฝั่งฝัน

ท่ามกลางกระแสที่แทบทุกองค์กรต่างพูดถึง "นวัตกรรม" คำถามสำคัญวันนี้อาจไม่ใช่แค่ใครมีเทคโนโลยีล้ำกว่าใคร แต่เป็นเรื่องของอะไรที่จะพาไอเดียดี ๆ ก้าวไปสู่การใช้งานจริง ขยายผลได้ และสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ คำถามนี้คือหัวใจของการตัดสิน Chairman Awards 2026 ภายในงาน CP INNOVATION EXPOSITION 2026 ซึ่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธุรกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา และสื่อมวลชน ได้ร่วมกันคัดเลือกผลงานรอบสุดท้าย 60 ชิ้น จากทั้งหมด 319 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดโดยพนักงานเครือซีพีทั่วโลก โดย 86 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบจะไปจัดแสดงในงานใหญ่ระดับชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 20-22 ตุลาคมนี้ ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ผลงานรอบสุดท้ายทั้ง 60 ชิ้น แบ่งเป็นด้าน Process Innovation 28 ผลงาน, Product Innovation 20 ผลงาน, Sustainability Innovation 8 ผลงาน และ…
04/09/2026

WORKTech Asia 2026 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ปลุกกระแสองค์กรไทยเร่งปรับโครงสร้างสู่ยุค AI ทำงานเคียงข้างคน

กรุงเทพฯ, 2 กันยายน 2569 – งาน WORKTech Asia 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Build the Autonomous Enterprise’ ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ ณ BHIRAJ HALL 2–3, BITEC บางนา ท่ามกลางผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กร และบุคลากรสายเทคโนโลยีจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคัก พร้อมบูทจัดแสดงโซลูชันจากพันธมิตรธุรกิจกว่า 80 บูท ที่มาร่วมฉายภาพอนาคตของการทำงาน ในยุคที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังคนในองค์กร งานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโลกธุรกิจ จากยุคที่ซอฟต์แวร์เป็นเพียงตัวช่วยในการทำงาน สู่ยุคที่ AI และ AI Agents สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติงานได้ด้วยตัวเอง โดยตลอดงานได้ตอกย้ำแนวคิด ‘Every Enterprise is Becoming a Technology Enterprise’ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทุกฟังก์ชันในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น Marketing, Sales, HR, Finance หรือ…
04/09/2026

CP ฟังเพื่อเปลี่ยน เปิด Stakeholder Forum 2026 นำเสียงผู้มีส่วนได้เสียสู่การลงมือทำ ขับเคลื่อนเป้าหมาย 2030

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดงาน 'CP Stakeholder Forum 2026' เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ที่กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ และนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปประเมินเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน รวมถึงกำหนดทิศทางเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรภายในปี 2030 การประชุมเริ่มต้นด้วยการรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2025 และการอภิปรายในหัวข้อ 'From Shock to Strategy' จากนั้นเป็นการเปิดพื้นที่รับฟังข้อเสนอแนะภายใต้กรอบการทำงาน 3 มิติ ได้แก่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า "เวทีนี้เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนให้องค์กรเข้าใจความคาดหวังและช่องว่างที่ต้องปรับปรุง เพื่อนำเสียงของผู้มีส่วนได้เสียกลับไปพัฒนา" ข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำไปวิเคราะห์เป็นประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality) เพื่อกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด โดยปัจจุบันซีพีมีบริษัทในเครือ 22 แห่งที่จัดทำและเปิดเผยรายงานความยั่งยืนต่อสาธารณะ ในด้านความเห็นจากหน่วยงานภายนอก นายประสิทธิ์ ไวยาวัจมัย จาก ERM Siam กล่าวว่า "สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการทำให้ผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดในวันนี้ถูกรับฟัง และซีพีได้นำไปพิจารณาขับเคลื่อนต่อไป" ขณะที่ตัวแทนจากเครือข่ายธนาคารอาหารโลก (The Global FoodBanking Network)…