ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ปูติน
Read More

ปูตินเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในรอบ 24 ปี

วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซียจะเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน ในวันอังคารและวันพุธ ตามคำเชิญของ คิม จอง อึน ประธานาธิบดีของเกาหลีเหนือ เมื่อครั้งที่คิมไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ - รัสเซีย ในเดือนกันยายน 2023 ที่ท่าอวกาศวอสตอชนีของรัสเซีย ทั้งนี้เป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกของปูตินในรอบ 24 ปี เมื่อครั้งเดินทางมาพบ คิม จองอิล บิดาผู้ล่วงลับของ คิม จอง อึน เมื่อปี 2000 และความสัมพันธ์ของผู้นำทั้งสองถูกจับตามองว่ากำลังแสดงถึงความร่วมมือทางการทหารที่ลึกซึ้งของทั้ง 2 ประเทศ
25/07/2023

ปธน.ปูตินอนุมัติรูเบิลดิจิทัล (CBDC) จะเปิดตัวใช้งาน 1 สิงหาคมนี้

รัสเซียมีกำหนดจะเปิดตัวเริ่มใช้งานรูเบิลดิจิทัลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ หลังจากที่ วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซียได้อนุมัติร่างกฎหมายให้สามารถใช้เงินรูเบิลดิจิทัลในการชำระเงินได้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา และธนาคารกลางของรัสเซียจะมีหน้าที่เข้ามาดูแลเรื่องบัญชีรูเบิลดิจิทัลให้แก่ประชาชนโดยตรง เพื่อเริ่มนำร่องใช้งานตามวันที่กำหนด
12/06/2023

คิม จอง-อึน ประกาศจับมือ ปูติน สนับสนุนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ร่วมกันสร้างประเทศที่ทรงพลัง 

KCNA สื่อทางการของเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ประกาศว่าจะจับมือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และสนับสนุนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างประเทศที่ทรงพลัง  คิมให้คำมั่นสัญญาในข้อความที่ส่งถึงปูตินเนื่องในวันชาติของรัสเซีย โดยแสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน “ความยุติธรรมจะชนะอย่างแน่นอน และชาวรัสเซียจะยังคงเพิ่มเกียรติยศให้กับประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะต่อไป” คิมกล่าวในข้อความที่เผยแพร่โดย KCNA คิมยังเรียกร้องให้มี ‘ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น’ กับมอสโกและจะจับมือกับประธานาธิบดีรัสเซียอย่างมั่นคง สอดคล้องกับความปรารถนาร่วมกันของประชาชนของทั้งสองประเทศในการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการสร้างประเทศที่ทรงพลัง”  ที่มา : Reuters พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
31/08/2022

สิ้นแล้ว! มิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียตคนสุดท้าย เสียชีวิตลงแล้วในวัย 91 ปี

มิคาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) ผู้นำสหภาพโซเวียตคนสุดท้ายได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 91 ปี หลังรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่สักพักใหญ่ ก่อนอาการจะทรุดลงและสิ้นใจเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ด้านวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ส่งข้อความแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของกอร์บาชอฟแล้ว
18/07/2022

ปธน. ยูเครน ไล่หัวหน้าสายลับและอัยการสูงสุดออก หลังพบเคยแอบร่วมงานกับรัสเซีย

โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่าเขาได้ไล่หัวหน้าขององก์กรรักษาความปลอดภัยของประเทศและอัยการสูงสุดออก โดยให้เหตุผลว่าองค์กรของพวกเขาเคยร่วมงานกับรัสเซียอยู่หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
18/03/2022

เมื่อรัสเซียขาด ‘ซอฟต์เพาเวอร์’ และกำลังถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ

ในขณะนี้สงครามรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้รัสเซียเป็นประเทศที่ถูกสาปแช่งไปนานเท่านาน ในวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลโลกได้ตัดสินให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครน แต่ไม่ได้ลงความเห็นให้เป็นอาชญากรสงครามอย่างที่ยูเครนได้กล่าวหาไว้ในข้อเรียกร้อง การกระทำของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน และความทะเยอทะยานส่วนตัวที่ต้องการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของอดีตสหภาพโซเวียตซึ่งล่มสลายกว่า 30 ปีให้กลับคืนมาไม่มากก็น้อย เวลานี้ปูตินได้ประเทศเบลารุสเข้ามาอยู่ในอาณัติเรียบร้อยแล้ว การที่ปูตินพยายามจะผนวกฟากตะวันออกของยูเครนก็เป็นแผนการเดียวกัน ทำให้สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นฉับพลัน ก่อนหน้านี้มีการสู้รบแบบประปรายมานานกว่า 8 ปี แต่ไม่มีสื่อรายงานเรื่องนี้มากนัก รัสเซียเป็นประเทศมีอารยธรรมเก่าแก่ มีวัฒนธรรมและวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่และทั่วโลกรู้จัก นักเขียนอย่าง ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy), มักซิม กอร์กี (Maxim Gorky), ฟีโอดอร์ ดอสโตเยปสกี (Fyodor Dostoevsky) มีชื่อเสียงก้องโลก นอกจากนั้น บัลเลต์ของรัสเซียก็ถือเป็นศิลปะการแสดงขั้นสุดยอดที่สุดในโลก แต่น่าเสียดายรัสเซียเป็นประเทศที่ไม่มี "ซอฟต์เพาเวอร์" ที่จะสร้างความชื่นชมหรือเสียงสนับสนุนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศให้กับประเทศตัวเองได้ ประเทศที่มีซอฟต์เพาเวอร์มากก็มี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา อิตาลี ในเอเชียก็มีอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ส่วนจีนนั้นมีซอฟต์เพาเวอร์เหมือนกัน แต่มีลักษณะพิเศษมากหน่อยเพราะมีรัฐบาลเข้ามายุ่งเกี่ยว มีบทบาทกำหนดทิศทางว่าจะเอาเรื่องอะไร ในขณะที่ประเทศกล่าวมาข้างต้นไม่มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องของเอกชน สังเกตให้ดี สงครามครั้งนี้…
02/03/2022

ระเบียบความมั่นคงใหม่ในยุโรป ผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สงครามยูเครนจะสร้างระเบียบใหม่ทางด้านความมั่นคงในยุโรปอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะระบบความมั่นคงที่มีมานานหลังสงครามโลกไม่สามารถสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของเหล่าประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การนาโต้กับรัสเซียและบริวาร กองทัพรัสเซียบุกเข้ายูเครนในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัสเซียไม่ยอมเล่นเกมยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่ดำเนินมานานเป็นเวลากว่า 70 ปีหลังสงครามโลก ที่น่าแปลกใจคือหลังจากกำแพงเบอร์ลินถูกพังทะลาย ความรู้สึกแตกแยกและผลพวงของสงครามเย็นก็ไม่ได้จางหายไป กลับมีการเสริมสร้างกองกำลังทางฟากของสมาชิกองค์การนาโต้ โดยการเพิ่มสมาชิกที่เคยเป็นพันธมิตรกับอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียต หลังจากนั้นมีการชักชวนประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียตที่ได้รับอิสรภาพใหม่ให้เข้าเป็นสมาชิกองค์การนาโต้ เป้าหมายก็คือยูเครน ประเทศยุโรปที่ใหญ่เป็นที่ 2 รองจากรัสเซีย แรงกดดันทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ต่อรัสเซียมีมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2008 ประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ได้ตอกย้ำกับองค์การนาโตซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอย่าล้ำเส้น รัสเซียจะไม่ยอมรับการขยายตัวขององค์การนาโตมาประชิดดินแดนของตนเด็ดขาด ถือว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงต่อรัสเซียโดยตรง เท่ากับมีพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในองค์การนาโตมาติดชายแดนรัสเซีย ปูตินพูดชัดเจนว่ายูเครนไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกนาโตได้ ดูเหมือนไม่มีใครยอมฟังเสียงคำเตือนนี้ ตอนปูตินเข้าเป็นผู้นำรัสเซียใหม่ ๆ สมัยแรกในปี 2000 เขาเสนอว่ารัสเซียควรจะเป็นสมาชิกนาโตได้แล้วจะได้ร่วมมือกันสร้างความมั่นคงและพัฒนายุโรปไปพร้อม ๆ กัน เนื่องจากสงครามเย็นจบสิ้น ควรมีการเริ่มการวางแผนระเบียบความมั่นคงใหม่ที่ไม่ต้องมีศัตรู ปรากฏว่ายุโรปที่เป็นฟากประชาธิปไตยไม่ยอมรับข้อเสนอปูติน หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1999 ถึง 2007 จะเห็นว่ารัสเซียมีนโยบายที่เป็นมิตรกับสหรัฐอเมริกาและยุโรปมาก ๆ พูดง่าย ๆ รัสเซียไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยมีพิษสงอะไรแบบที่เห็นกันในขณะนี้ ปูตินรู้สึกถูกหยามหน้า แถมประเทศยุโรปต่าง ๆ ก็ดูถูกแสนยานุภาพของรัสเซีย ในประเด็นนี้ปูตินจดจำไว้เป็นอย่างดีเพราะเห็นการเสื่อมสลายของสหภาพโซเวียตกับตาในสมัยที่ประจำการในฐานะหัวหน้าเคจีบีในกรุงเบอร์ลิน ในช่วงสงครามยูเครน 5 วันที่ผ่านมา เยอรมนีพี่ใหญ่ของสหภาพยุโรปได้มีการปรับนโนบายความมั่นคงแบบฉับพลัน ตัดสินใจส่งอาวุธขนาดหนักให้ยูเครน…
08/02/2022

มิตรภาพระหว่างจีนกับรัสเซีย: “ไม่รัก” แต่ “ไม่หลอก”

ช่วงปี 1960 ประเทศคอมมิวนิสต์จีนยังยากจน ประชาชนอดอยาก ไม่มีจะกิน แต่ก็ยังเป็นที่ยำเกรงของทั่วโลก เป็นประเทศใหญ่แต่ไม่มีพลังเศรษฐกิจ ตอนนั้นสงครามเย็นกำลังเดือดพุ่งร้อนเต็มที่ แต่ลึก ๆ แล้ว ทั้งสองประเทศคอมมิวนิสต์นี้แข่งขันกันในเรื่องระบอบการปกครองแบบรวมศูนย์นานมาเกือบ 60 ปีที่ผ่านมา ในยุคนั้นสหภาพโซเวียตต้องการให้จีนปกครองระบอบคอมมิวนิสต์แบบที่ผู้นำวลาดีมีร์ เลนิน เป็นคนคิดและวางแผนหลังจากล้มระบอบกษัตริย์ของรัสเซียได้ แต่จีนมีระบอบคอมมิวนิสต์ตามแนวคิดมาร์กซิสม์ และต้องการมีลักษณะความเป็นจีน ตามที่ท่านประธานเหมาเจ๋อตงวางแผนไว้  ความขัดแย้งนี้เกือบจะทำให้สองประเทศห้ำหั่นทำสงครามกัน แต่ก็ต้องร่วมมือกันเพราะกำลังต้านโลกตะวันตกอยู่ แบ็กกราวน์อันนี้แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง ไม่เคยแนบสนิทอย่างที่คนทั่ว ๆ ไปชอบอ้างถึง อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์รัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างจีนกับรัสเซีย ขณะนี้ต้องยอมรับว่าดีมาก ๆ เรามีสหรัฐอเมริกาเป็นคู่อริ การที่ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เป็นผู้นำคนเดียวที่เข้าร่วมเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์นั้น ได้ใจผู้นำจีนอย่างสี จิ้นผิงเป็นอย่างมาก ไม่น่าแปลกใจที่จีนตอบแทนด้วยการสนับสนุนท่าทีรัสเซียที่เรียกร้องไม่ให้องค์การนาโต (NATO) ขยายสมาชิกเพิ่มขึ้นหรือขยายแนวชายแดนความมั่นคงทางด้านตะวันออกของรัสเซีย ในระดับประชาชน ความรู้สึกระหว่างคนจีนกับรัสเซีย ต้องบอกว่าไม่ค่อยดี ตามจริงความรู้สึกคนจีนต่อคนอเมริกันดีกว่าที่มีต่อคนรัสเซียหลายร้อยเท่า ในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมา นักบวชชาวคริสต์ของสหรัฐอเมริกามีบทบาทมากช่วยพัฒนาด้านการศึกษาและสาธารณสุขในจีน มหาวิทยาลัยเยลจึงเป็นสถาบันศึกษาชั้นสูงแห่งแรกของสหรัฐอเมริกาที่สอนภาษาจีนในปี 1871 ตอนนี้คนจีนไม่ชอบเรียนภาษารัสเซียเหมือนสมัยก่อนแล้ว หันมาเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้นนโยบายการทูตและการให้ความช่วยเหลือจีนและรัสเซียแตกต่างกันมาก ถึงแม้ว่าในตอนแรก ๆ…
06/01/2022

‘สหรัฐอเมริกา’ กับ ‘รัสเซีย’ คู่กัดรุ่นเฮฟวีเวต กลับมางัดกันอีกครั้ง

ดูเหมือนประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังรนหาคู่ปรับใหม่คือ ‘รัสเซีย’ ซึ่งเป็นคู่กัดเก่า ที่ผ่านมาไบเดนมีจีนเป็นคู่ปรับอันดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่เนื่องจากคะแนนนิยมของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังตกต่ำมากหลังจากได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี จึงพยายามแสดงความเข็มแข็งด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวต่อทั้งรัสเซียและจีน  ปลายเดือนพฤศจิกายนปีนี้จะมีการเลือกตั้งของสมาชิกคองเกรสทั้งสภาสูงและสภาล่าง นักวิเคราะห์การเมืองอเมริกันฟันธงล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วว่า พรรคริพับลิกันจะต้องหวนกลับมาครองความเป็นเจ้าในสภาสูงอีกครั้งหนึ่ง ต้นปีหน้าไบเดนจะต้องเจอศึกหนักการเมืองภายในแน่นอน เพราะพรรคริพับลิกันสามารถคุมสองสภาได้ ในอนาคตจะทำให้การผ่านกฎหมายใหม่ ๆ ที่เป็นความริเริ่มของไบเดนยากยิ่งขึ้น ฝ่ายประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของการเมืองสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี เขาเป็นผู้นำรัสเซียมานานถึง 18 ปีติดต่อกัน แถมยังเป็นผู้นำที่ไม่ต้องมานั่งคอยห่วงเรื่องการเลือกตั้งครั้งต่อไปอยู่เสมอแบบโลกตะวันตก ซึ่งทำให้นโยบายบางเรื่องต้องขาดตอนหรือหยุดชะงักไปเลย ในประเด็นนี้ทั้งรัสเซียและจีนมีนโยบายต่อเนื่องเกือบสามทศวรรษทำให้มีความต่อเนื่องและความขลังของนโยบายทุกมิติ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สัมพันธ์สหรัฐอเมริกาและรัสเซียตกต่ำมาก มีข่าวหนาหูว่ากองกำลังทหารรัสเซียหลายกองพลได้เข้ามาประชิดชายแดนติดกับยูเครนเพื่อเตรียมพร้อมที่บุกรุกอดีตสมาชิกของสหภาพโซเวียต  ตามจริง ต้องปรบมือให้ยุทธศาสตร์ของรัสเซียที่สร้างข่าวฮึ่ม ๆ ขึ้นมา ทำให้ทั้งโลกรู้ถึงความตื้นลึกหนาบางของนโยบายความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาและองค์การนาโต้ที่ต้องการเอายูเครนเข้ามาเป็นสมาชิกนาโต้ให้ได้ ฝ่ายรัสเซียได้ยื่นคำขาดว่าจะไม่ยอมให้กองกำลังทหารต่างชาติเข้ามาประจำการและตั้งฐานที่มั่นประชิดชายแดนรัสเซียเด็ดขาด ในวันสิ้นปี ไบเดนกับปูตินได้โทรศัพท์คุยกัน 50 นาที ต่างฝ่ายต่างแสดงท่าทีและจุดยืนของตัวเอง ก่อนที่จะมีการพบตัวต่อตัวที่กรุงเจนีวาในวันที่ 10 มกราคมนี้ ไบเดนได้ขู่ปูตินว่าถ้ารัสเซียบุกยูเครนจะถูกลงโทษด้วยมาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจอย่างหนักแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ปูตินเลยสวนกลับว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจริง สัมพันธ์สหรัฐอเมริกากับรัสเซียก็จะขาดสะบั้นทันที ขณะนี้ความมั่นคงของระเบียบการเมืองโลกนั้นค่อนข้างบอบบาง รัสเซียต้องแสดงแสนยานุภาพทางทหารให้เป็นที่ประจักษ์ว่าตนมีขีดสามารถทางทหารในการเข้าไปทำความเสียหายทำลายในยูเครนอย่างไร รวมทั้งจีนที่มีการแสดงผลงานเทคโนโลยีด้านขีปนาวุธและอาวุธมหาประลัยเข่นฆ่าทำลายล้างกัน  สหรัฐอเมริกาไม่สามารถจะเป็นศัตรูกับสองมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ได้ในเวลาเดียวกัน มีความจำเป็นต้องปรองดองกับชาติใดชาติหนึ่ง ถ้าอดีตและประวัติศาสตร์เป็นตัวชี้วัด…
05/07/2021

ไบเดนสั่งสอบสวนการโจมตี Ransomware ครั้งล่าสุด

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ออกมากล่าวว่าเขาได้สั่งให้หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สอบสวนว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีแรนซัมแวร์ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอเมริกันกว่าหลายร้อยแห่ง ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งแฮกเกอร์ชาวรัสเซีย เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมามีการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหม่เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ ด้วยการโจมตีซัปพลายเออร์ในไมอามีอย่างคาเซยา (Kaseya) โดยแฮกเกอร์ทำการแฮกซอฟต์แวร์ที่ชื่อ VSA ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เหล่าบริษัทต่าง ๆ ใช้จัดการเทคโนโลยีภายในองค์ร แฮกเกอร์ได้ทำการเข้ารหัสไฟล์ทั้งหมดในนั้น เพื่อทำการเรียกค่าไถ่ โดยหลายฝ่ายมองว่าการโจมตีแรนซัมแวร์ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งในระหว่างที่ไบเดนกำลังอยู่ในภารกิจเดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อโปรโมตโปรแกรมการฉีดวัคซีนในสหรัฐฯ ไบเดนถูกถามถึงการแฮกข้อมูลดังกล่าวว่าเชื่อมโยงกับรัสเซียหรือไม่ เขาตอบว่า “อย่างแรกเลย เราไม่แน่ใจว่าใครอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ แต่อย่างแรกที่ผมทำคือผมได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนของรัฐบาลช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ไวที่สุด... ความจริงก็คือผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองได้ให้ข้อมูลเชิงลึกกับผมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และถ้ามันเป็นฝีมือของรัสเซียจริง ๆ ผมจะไปคุยกับปูตินให้รู้เรื่องและเราจะตอบโต้คืนบ้าง” เมื่อเดือนที่แล้ว FBI กล่าวหา REvil แก๊งแรนซัมแวร์ที่เชื่อมโยงกับแก๊งแฮกเกอร์รัสเซียว่าเป็นผู้แฮกบริษัททำเนื้อสัตว์ในอเมริกา ซึ่งในขณะเดียวกันทางบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ก็เชื่อว่าแฮกเกอร์กลุ่มเดียวกันเป็นต้นเหตุของการโจมตีทางไซเบอร์บริษัทของเขาเช่นกัน ส่วนไบเดนก็เคยเรียกร้องไปก่อนหน้านี้กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ให้ปราบปรามการโจมตีทางไซเบอร์ที่มาจากประเทศของเขา และได้กล่าวเตือนถึงผลที่ตามมา หากยังคงมีการโจมตีทางไซเบอร์แบบนี้ต่อไป อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
17/06/2021

‘ไบเดน’ เผชิญหน้ากับ ‘ปูติน’ ครั้งแรก เคลียร์ปมค้างคาใจกันหลายเรื่อง

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย พบเจอกันในการประชุมสุดยอดระหว่างสองผู้นำชาติมหาอำนาจของโลก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้พบกันนับตั้งแต่ไบเดนเข้ารับตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีแอนโธนี่ บลิงเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ และเซอร์จี้ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย เข้าร่วมในการประชุมที่เจนีวาด้วย ผู้นำทั้งคู่กล่าวว่าพวกเขาหวังว่าการเจรจาของพวกเขาจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มั่นคงขึ้นและคาดเดาได้ แม้ว่าพวกเขาจะขัดแย้งกันในทุกเรื่อง ตั้งแต่การควบคุมอาวุธและการแฮกทางอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ และการที่รัสเซียไปรุกรานยูเครน ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียในช่วงนี้ นับว่าเป็นยุคที่ความสัมพันธ์ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับโซเวียต (กล่าวโดยปูตินเอง) ซึ่งการประชุมครั้งนี้ก็มีเพื่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัสเซียยอมรับว่ามันเป็นการเจรจาที่ค่อนข้างยากและอาจไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เมื่อพบเจอกัน โจ ไบเดน ผู้เสนอให้จัดการประชุมครั้งนี้ได้ยื่นมือออกไปเพื่อทักทายกับปูตินก่อน จากนั้นทั้งคู่จึงเข้าไปหารือกันภายในห้องประชุม พวกเขากล่าวทักทายต่อหน้าสื่อกันสั้น ๆ ก่อนที่จะขอให้นักข่าวออกไปจากห้องประชุม เพื่อร่วมหารือกันแบบส่วนตัว โดยรอยเตอร์อ้างถึงคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ไว้ว่าปูตินได้กล่าวขอบคุณไบเดนที่ทำให้เกิดการประชุมในครั้งนี้ โดยหวังว่าการพูดคุยกันจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนไบเดนก็กล่าวพร้อมยิ้มอย่างจริงใจว่า "การได้เจอกันตัวต่อตัวย่อมดีกว่าเสมอ" การประชุมเป็นไปอย่างสงบ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบแรกมีผู้ร่วมประชุมทั้งหมด 4 คน ได้แก่ ไบเดน…
31/05/2021

‘ไบเดน’ จะกดดัน ‘ปูติน’ ให้เคารพสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ในการพบกันของทั้งคู่กลางเดือนมิ.ย.

เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ของสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาจะกดดันให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ของรัสเซียเคารพสิทธิมนุษยชนให้มากขึ้น เมื่อผู้นำของทั้งสองประเทศมหาอำนาจจะมาพบกันในการประชุมวันที่ 16 มิถุนายนที่จะถึงนึ้ เพื่อหารือกันในหลาย ๆ เรื่อง ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของไบเดนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเกียรติแก่วันเมโมเรียล เดย์ (Memorial Day) หรือวันหยุดของสหรัฐฯ เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของทหารสหรัฐฯ ไบเดนกล่าวว่า “ผมกำลังจะไปพบกับประธานาธิบดีปูตินในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้าที่เจนีวา เพื่อย้ำให้ชัดเจนอีกครั้งว่าเราจะไม่ยืนเคียงข้างและปล่อยให้เขาละเมิดสิทธิเหล่านั้น" โดยทางทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าพวกเขากำลังวางแผนเรื่องคดีที่กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียเข้ามาแฮกบริษัทในอเมริกาให้มีความคืบหน้ามากขึ้นในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้งสอง หลังจากที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และโซลาร์วินด์ (SolarWind) ประกาศว่าโดนโจมตีทางอินเทอร์เน็ต แต่ทางรัสเซียกลับปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้เป็นคนทำ  อีกทั้งในการประชุมเดือนหน้า ทางโฆษกของทำเนียบขาวกล่าวว่าจะมีการหารือกันอีกหลากหลายประเด็นด้วย เพื่อที่จะหาเเนวทางที่ทำให้ประเทศทั้งสองลงรอยกันมากขึ้นและทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศกลับมาเป็นปกติ อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
26/05/2021

ไบเดนกับปูติน เตรียมพบหน้ากันเดือนหน้า แม้จะยังมีความไม่ลงรอยกันอยู่ก็ตาม

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน (Joe Biden) ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) จากรัสเซียยืนยันว่าทั้งคู่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำในวันที่ 16 มิถุนายนที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถึงแม้จะมีการถกเถียงและไม่ลงรอยกันระหว่างผู้นำทั้งสองก็ตาม สหรัฐฯ และรัสเซียเคยมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่รัสเซียถูกกล่าวหาว่าพยายามเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งให้ดอนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2016 ซึ่งทางทรัมป์ก็ปฏิเสธการกระทำดังกล่าวเช่นกัน จนกระทั่งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศกระทบกระทั่งกันรุนแรงอีกครั้งเมื่อตอนที่ไบเดนให้สัมภาษณ์กับ ABC News ว่าเขาคิดว่าปูตินเป็นฆาตกรจากกรณีทางการเมืองในประเทศ ตั้งแต่นั้นมา ทำให้เหล่านักการทูตจำเป็นต้องหาวิธีเพื่อให้ทั้งคู่กลับมาทำงานร่วมกันให้ได้อีกครั้ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียในไอซ์แลนด์ โดยทางเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กล่าวว่า “เรา (สหรัฐฯ) มองว่าหากผู้นำของรัสเซียและสหรัฐอเมริกาสามารถทำงานร่วมกันได้ โลกจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น และนั่นคือสิ่งที่เราแสวงหา ยินดีต้อนรับ ดีใจที่ได้พบคุณ" นอกจากนี้ ทางเจน ซากี (Jen Psaki) โฆษกของทำเนียบขาวกล่าวว่า การพบเจอกันของผู้นำทั้งสองที่เจนีวา ทั้งสหรัฐฯและรัสเซียจะหารือกันหลายเรื่อง เพื่อที่จะหาเเนวทางที่ทำให้ประเทศทั้งสองลงรอยกันมากขึ้นและทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศกลับมาเป็นปกติด้วย อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
07/04/2021

‘ปูติน’ ลงนามในกฎหมายที่อนุญาตให้ตัวเองครองตำแหน่งได้จนถึงปี 2036

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ของรัสเซียลงนามในกฎหมายที่อนุญาตให้เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเพิ่มได้อีก 2 วาระ วาระละ 6 ปี ส่งผลให้เขาสามารถดำรงตำแหน่งผู้นำของประเทศรัสเซียได้ยาวไปอีกจนถึงปี 2036 หรืออีก 15 ปีเลยทีเดียว โดยปกติแล้ว กฎหมายฉบับดั้งเดิมของประเทศรัสเซียจะอนุญาตให้ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้เพียงแค่ 2 สมัย สมัยละ 6 ปีเท่านั้น ทำให้ปูตินจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศภายในแค่ปี 2024 การเคลื่อนไหวดังกล่าวผ่านการรับรองจากทั้งสองสภาของรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยและเกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการลงคะแนนเสียงของประชาชนในช่วงฤดูร้อน นั่นทำให้ปูตินวัย 68 ปีจะยังคงอยู่ในอำนาจได้จนถึงอายุ 83 ปี หนึ่งในบัญญัติของร่างกฎหมายดังกล่าวที่ถูกปรับแก้นี้ระบุว่าจะมีการปรับวาระการดำรงตำแหน่งของผู้นำทางการเมืองคนปัจจุบันให้เริ่มใหม่ทั้งหมดเหมือนกับการรีสตาร์ต นั่นหมายความว่าจากเดิมที่จะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงแค่ 2 วาระ จะทำให้เขาได้อยู่ต่อเพิ่มอีก 2 วาระ รวมแล้วปูตินจะอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้นานถึงกว่า 20 ปีเลยทีเดียว วลาดิเมียร์ ปูตินเคยได้เป็นประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อปี 1999 แล้วก็ลงไปเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ช่วงหนึ่ง จนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำทางการเมืองอีกครั้งยาวจนถึงปัจจุบัน อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
12/02/2014

เกรียนได้ใจ! หนุ่มดัตซ์สร้างเกมสุดฮา จับปูตินนุ่งกระโปรงหลังแอนตี้เกย์

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ถูก Game Dev ค่ายเกมชื่อดังนำมาสร้างเป็นตัวละครเกมในสภาพแต่งชุดบัลเล่ต์ของผู้หญิง เจิดจรัสบนลานสเก็ตซ์

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…