Tags
| ภาวะอารมณ์
19/01/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 738 days ago
เปิดโลกประโยชน์ของการกอดต่อสุขภาพ และความสัมพันธ์
การกอดเป็นรูปแบบการแสดงความรักที่เป็นสากลมากวิธีหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน คุณก็สามารถกอดได้ ตั้งแต่คนรู้จัก เพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ซึ่งในช่วงเวลาที่คนเรากอดกัน และเกิดสัมผัสทางร่างกาย สมอง และร่างกายของเราจะเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ มากมาย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นพบว่าการกอดกันส่งผลดี ทั้งกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของผู้คนด้วย ในบทความนี้จะพาคุณไปเปิดโลกประโยชน์ของการกอดที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ และความสัมพันธ์ด้วย วิทยาศาสตร์ของการกอด มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอาศัยความแน่นแฟ้นในความสัมผัสเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งการกอดเป็นหนึ่งในวิธีที่มนุษย์สร้างความแข็งแรงของความสัมพันธ์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าที่สุดที่ยืนยันว่ามนุษย์มีการกอดกัน คือ เมื่อ 6,000 ปีก่อน แต่เชื่อกันว่าการกอดเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่านั้น ในช่วงเวลาที่เรากอด หรือถูกกอด ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin) หรือรู้จักกันในชื่อสุดโรแมนติกว่าฮอร์โมนแห่งความรักออกมา ออกซิโทซินทำหน้าที่สำคัญในการสร้างความรู้สึกผูกพันระหว่างสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแม่กับลูก คนรักกับคนรัก หรือเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้ความรู้สึกที่ดี และช่วยลดระดับความเครียด เหตุผลอาจพออธิบายได้ว่าทำไมช่วงเวลาแห่งการกอด ถึงทำให้มนุษย์รู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย และรู้สึกเป็นที่รักจนล้นออกมา แม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ซึ่งกลไกที่เกิดขึ้นระหว่างการกอดยังส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ และสุขภาพด้วย ประโยชน์ของการกอดกับสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ ออกซิโทซินที่เกิดจากการกอดสามารถช่วยปรับอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น ลดความรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ และลดการหลั่งของฮอร์โมนความเครียด อย่างคอร์ติซอลลงได้…28/12/2023
มาทบทวน และสำรวจจิตใจในปีที่ผ่านมากัน
ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปี พ.ศ.ใหม่ มาสำรวจใจตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมากันดีกว่า จะได้ก้าวพ้นข้ามปีไปแบบไม่มีอะไรติดค้างใจ ข้อดีของการสำรวจใจตัวเอง ในช่วงปลายปี เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ไล่สำรวจอารมณ์ของตัวเองในปีที่ผ่านมา ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ แล้วมาดูกันว่าจะแก้ไขหรือยกระดับทำให้ดีขึ้นได้ยังไงบ้าง 1. อารมณ์ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อารมณ์เครียด อารมณ์เศร้า อารมณ์ดิ่ง อารมณ์หดหู่ มีความสุขสดชื่นเบิกบาน อารมณ์ในแง่บวกหรือลบฝั่งไหนมีมากกว่ากัน 2. คุณผ่อนคลายความกังวลที่เข้ามาในชีวิตอย่างไร ในช่วงที่ชีวิตพบกับความมืดมน คุณผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ยังไง เช่น ผ่านไปได้ด้วยสติ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว หรือเครียดคิดอะไรไม่ออกก็ดื่มแอลกอฮอล์ไปเลย! หายทุกข์จริง แต่แค่ชั่วคราว 3. มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างรึเปล่า? ในปีที่ผ่านมาคุณปล่อยให้เวลา อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง ไปจดจ่ออยู่กับคนอื่นมากไปหรือเปล่า ถ้าใช่ ในปีหน้านี้เราอยากให้คุณตั้งเป้าหมาย นำสมาธิ ความสุข มาจดจ่ออยู่กับตัวเองมากขึ้น และพยายามหาเวลาให้กับตัวเองมากกว่าเดิม 4. มีความคิดที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่คุณได้ทำความรู้จักกับตัวเองในปีที่ผ่านมาแล้ว คราวนี้ก็นำมาตั้งคำถามต่อว่า “แล้วฉันจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไง” และ “ฉันอยากจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องไหนบ้าง” ลิสต์ออกมาเป็นข้อ ๆ หลังจากนั้นก็นำความมุ่งมั่นนี้ไปปรับใช้กับในปีต่อไปได้เลย เราเชื่อว่าคุณจะเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งขึ้น พบความสุขสงบในจิตใจมากขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 760 days ago
Read More07/12/2023
ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ทำไมคนเศร้าถึงต้องฟังเพลงเศร้า
“การฟังเพลงเศร้า” เวลา “เศร้า” ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าเรามาลองพิจารณาคิดดูดี ๆ เราก็จะพบว่าความเศร้าเป็นอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์เอาซะเลย เพราะทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ทำไมกันนะเราถึงต้องฟังเพลงเศร้าให้เกิดการตอกย้ำเข้าไปอีก แทนที่จะไปฟังเพลงอื่น หรือทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้ตัวเองรู้สึกสดชื่น วันนี้เราจะมาบอกเล่าถึงเหตุผลที่คนเศร้าชอบฟังเพลงเศร้ากัน และมาดูกันซิว่า เศร้าแค่ไหนถึงพอดี ยิ่งเศร้ายิ่งฟัง ตอกย้ำเข้าไป! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? ปรากฏการณ์ที่คนที่มีความเศร้า ชอบฟังเศร้า เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและสามารถอธิบายได้จากปัจจัยทางจิตวิทยาต่าง ๆ และขอบอกเลยว่าการฟังเพลงเศร้านี้ ไม่ได้เป็นการตอกย้ำความเศร้าเสมอไป แต่ถึงกระนั้นก็มีสาเหตุที่ซับซ้อนว่า ทำไมคนเราถึงหันไปฟังเพลงเศร้า ๆ เมื่อรู้สึกแย่ เราจะพาคุณมาสำรวจเหตุผลเหล่านี้และทำความเข้าใจกันว่า เมื่อไหร่จะถึงเวลาเหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จัดการความเศร้าและหันมาปรับจิตใจให้มีความสดชื่นกัน 1. ใช้ในการระบายอารมณ์ การฟังเพลงเศร้า สามารถทำให้จิตใจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย และใช้ในการระบายอารมณ์ได้ ช่วยทำให้ผู้ที่กำลังเศร้าได้เชื่อมโยงกับความรู้สึกเศร้า ๆ ของตัวเอง และเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยในการแสดงและประมวลผลอารมณ์เหล่านั้น ความรู้สึกเศร้า จัดเป็นประสบการณ์ที่ชวนโดดเดี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น คนเศร้าที่พบเข้ากับเพลงที่เศร้า เพลงนั้นจะมีพลังอย่างยิ่งในการกระตุ้นอารมณ์ของเรา และช่วยทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง 2. เนื้อหาที่ทะลุไปถึงหัวใจ เพลงเศร้ามักจะประกอบด้วยเนื้อเพลงและท่วงทำนองที่สะท้อน สภาวะทางอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยของผู้ฟัง สิ่งนี้จะทำให้ผู้ที่กำลังเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง 3. เพลงเศร้าช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาท “โดปามีน” เพลงเศร้ายังสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตสารสื่อประสาทโดปามีนในสมองได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 781 days ago
Read More29/11/2023
ยิ่งโต ยิ่งความอดทนต่ำ ทำไมกันนะ?
หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่า ยิ่งคนเราโตขึ้น เราก็จะยิ่งมีสติในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ปล่อยวางมากขึ้น และใจเย็นมากกว่าที่เคย แต่ทำไมกันนะพอเราโตขึ้นจริง ๆ กลับพบว่า มีแต่อารมณ์โมโหหงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อยมากขึ้น แบบนี้จะหาทางจัดการและสำรวจอารมณ์ตัวเองอย่างไรดี อยากเป็นคนที่คุมสติได้มากกว่านี้ ไม่ต้องกังวลไป Hack for Health มีความรู้ดี ๆ มาฝากกันอีกเช่นเคย ความหงุดหงิดในช่วงวัยที่สูงขึ้น อาจได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยหลายประการ อิทธิพลที่ว่านี้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านจิตวิทยา ชีววิทยา และสถานการณ์ในชีวิตที่แต่ละคนพบเจอ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่กำลังประสบพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้อยู่มีความรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น แม้จะมีอายุที่มากขึ้นก็ไม่ได้ช่วยทำให้ใจเย็นลงเลยแม้แต่น้อย Hack for Health ได้นำปัจจัยทางจิตวิทยา และปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่อาจส่งผลทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นกัน 1. การเปลี่ยนแปลงทางความคิด เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ก็อาจประสบพบกับการเปลี่ยนแปลงทางความคิด เช่น ความจำเสื่อม การประมวลผลข้อมูลช้าลง การคิดได้ช้าลงเป็นต้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด และนำไปสู่ความโมโห เกรี้ยวกราด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยิ่งรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำงานในระดับที่เคยทำได้ 2. ปัญหาด้านสุขภาพ หลาย ๆ คนเมื่อมีอายุมากขึ้นก็ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสุขภาพมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 789 days ago
Read More27/07/2023
การออกกำลังกายช่วยให้หายเศร้า นักวิจัยพบการออกกำลังกายรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลมากกว่าการใช้ยา
โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมหรือจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ กลไกของโรคนี้เป็นผลมาจากสารเคมีในสมองมีผลต่ออารมณ์ผิดปกติไปจนเกิดเป็นอาการทางอารมณ์ และนำไปสู่อาการทางด้านร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนป่วยด้วย ซึ่งปัจจัยหลายอย่างส่งผลร่วมกัน โดยประชากรโลกกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ยาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจถูกกับยาคนละชนิด ยาบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้มากขึ้นก็เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำ ล่าสุดมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาแบบรีวิว 97 ชิ้นที่มาจากงานวิจัยกว่า 1,039 งาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง 128,119 คน แก่นของการศึกษาที่ได้หยิบมาคือประสิทธิภาพของการออกกำลังกายต่อสุขภาพและการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ ซึ่งงานวิจัยเป็นพันชิ้นที่ผ่านการรีวิวนั้นมีตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรค คนสุขภาพดี คนที่มีโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อีกมากมาย การศึกษาชิ้นนี้พบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุดหรือส่งผลดีอย่างมากในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคซึมเศร้า ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคไต คนท้อง ผู้หญิงหลังคลอด และคนทั่วไป การศึกษาชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือหนักขึ้นให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับโรคซึมเศร้า ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคถึง 43 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดอยู่ที่ 150 นาที/สัปดาห์ ครั้งละ 30…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 914 days ago
Read More28/06/2023
AI Anxiety ความกังวลที่จะตกงานด้วยการมาของ AI ส่งผลต่อสุขภาพจิตแค่ไหนและรับมืออย่างไรดี?
AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์อาจเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ เพราะปัญญาประดิษฐ์นั้นเริ่มมีความคิดความอ่านและการประมวลผลที่เฉียบคมมากขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วยอินเทอร์เน็ตและข้อมูลมหัตหรือ Big Data ที่จะเสกเนื้อหาบทความหรือเขียน Essay โดย ChatGPT หรือ Google Bard ทำสไลด์นำเสนอโดย AI จาก Canva หรือสร้างภาพเสมือนจริงด้วย Midjourney ก็ทำได้ การอุบัติขึ้นของ AI ในยุคใหม่นี้ทำให้เกิดกระแส AI Anxiety หรือความหวาดกลัวที่เหล่าบรรดาปัญญาประดิษฐ์ที่แสนจะฉลาดล้ำ ซึ่งถูกสร้างโดยมนุษย์กำลังจะก้าวข้ามขึ้นไปอยู่เหนือมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญหลายสายเริ่มพูดถึงว่า AI จะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่งและอาจทำให้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องตกงาน รายงานในปี 2017 ของสถาบันแมคคินซีโกลบอล (McKinsey Global Institute: MGI) บอกว่าคน 75–375 ล้านคน คิดเป็น 3–14 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั่วโลกที่อาจต้องเปลี่ยนอาชีพและพัฒนาทักษะเพราะการมาของ AI หรือ รายงานประจำเดือนมีนาคมปี 2023 ของ Goldman Sachs ธนาคารใหญ่ในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่า AI สามารถเข้าไปแทนที่ตำแหน่งงานกว่า 300…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 943 days ago
Read More26/06/2023
ฟินแลนด์ผุดแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์ที่แรกของโลก’ หวังให้ผู้คนได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้สมาร์ตโฟนไม่ต่างอะไรกับอวัยวะที่ 33 แทบจะจำเป็นกว่ากุญแจบ้านหรือกระเป๋าสตางค์ด้วยซ้ำ หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินพอดีส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น อาการออฟฟิศซินโดรม อาการด้านดวงตา ภาวะความเครียด และภาวะซึมเศร้า ซึ่งแคมเปญที่ Hack for Health เอามาฝากน่าจะพอช่วยคุณได้ หน่วยงานการท่องเที่ยวในประเทศฟินแลนด์ได้สร้างแคมเปญการท่องเที่ยวแบบปลอดมือถือขึ้นที่เกาะ Ulko-Tammio ตั้งอยู่ในทะเลบอลติก (Baltic sea) นอกชายฝั่ง Hemina ทางตะวันออกของอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม คุณสามารถดื่มด่ำกับทะเลและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในเกาะได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ เกาะ Ulko-Tammio ยังมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้วย เรียกได้ว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้เห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์’ หรือ ‘เกาะปลอดมือถือ’ เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศฟินแลนด์ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ของเกาะจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวปิดมือถือหรืองดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลาที่พักผ่อนอยู่บนเกาะ หรือถ้าใครห้ามใจไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีสติกเกอร์สำหรับแปะที่หน้าจอมือถือเพื่อช่วยให้คุณไม่สามารถเห็นหรือรับรู้เรื่องราวบนโลกโซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ตโฟนได้ โดยเหตุผลที่แคมเปญเกาะออฟไลน์แห่งนี้เกิดขึ้นก็เพื่อให้ผู้คนได้ลดการใช้มือถือ ได้สัมผัสและโฟกัสกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมบนเกาะมีตั้งแต่การเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ว่ายน้ำ และไปส่องนก จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่าการใช้โซเชียลมีเดียสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล โรคการกินผิดปกติ และปัญหาอื่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งการหยุดใช้โซเชียลมีเดียจึงอาจเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายสมองและจิตใจจากข่าวหรือข้อมูลที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ที่มา:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 945 days ago
Read More16/06/2023
การศึกษาชี้! การกินของทอดเยอะ เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในผู้ชายอายุน้อย
ของทอดเป็นรูปแบบอาหารที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่าอาหารประเภทนี้ให้พลังงานสูง การกินมากเกินไปอาจสามารถทำให้น้ำหนักขึ้น เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ตามมาได้ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว การศึกษาล่าสุดยังพบว่าการบริโภคของทอดอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลที่เป็นอาการทางจิตเวชด้วย โรคทางจิตเวชเหล่านี้เป็นโรคที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงคนรอบข้างได้ อีกทั้งการรักษาส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวและอาจมีความเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส การศึกษาชี้ การกินของทอดเพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาจากประเทศจีน โดยทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากคนกว่า 140,728 คนในช่วง 11.3 ปี ทีมวิจัยพบว่ามีคนที่ได้รับการวินิฉัยภาวะซึมเศร้า 12,735 คนและภาวะวิตกกังวล 8,294 คน จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คือการกินของทอด ในคนที่กินของทอดมากกว่า 1 ครั้ง/วันมีความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าสูงกว่า 12 เปอร์เซ็นต์และความเสี่ยงของภาวะวิตกกังวล 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินของทอดเลย โดยกลุ่มผู้ชายอายุน้อยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะกินของทอดมากกว่า 1 เสิร์ฟ/ครั้ง คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับภาวะดังกล่าวมากกว่า การศึกษานี้ยังบอกด้วยว่าการกินเมนูยอดฮิต อย่างเฟรนช์ฟรายส์เสี่ยงต่อภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ได้มากกว่าการกินเนื้อสัตว์ทอดในกลุ่มเนื้อขาว อย่างไก่ทอดหรือปลาทอดราว 2 เปอร์เซ็นต์ ดร.เดวิด แคตซ์ (Dr. David Katz)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 955 days ago
Read More09/06/2023
รับมืออย่างไร เมื่อฉันกลายเป็น “คนอ่อนไหวง่าย”
เคยหรือไม่ ร้องไห้ง่าย ๆ กับเรื่องที่ไม่ได้ร้ายแรง บางคนอาจจะพูดกับคุณบ่อย ๆ ว่า “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องคิดมาก” แต่ทำไมยิ่งมีคนพูดแบบนี้คุณถึงยิ่งคิดมากกันนะ ? บางทีคุณอาจเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายอยู่ และบางครั้งมันอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของคุณไม่น้อย คนอ่อนไหวง่าย (Highly Sensitive Person) คำว่า “คนอ่อนไหวง่าย” หรือ “บุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง” (Highly Sensitive Person) ได้รับการบัญญัติขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนักจิตวิทยา Elaine Aron และ Arthur Aron ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 Elaine Aron ตีพิมพ์หนังสือของเธอที่ชื่อ "The Highly Sensitive Person" ในปี 1996 และความสนใจในแนวคิดนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย คุณจะรับรู้ถึงสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวคุณมากขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยคุณมักจะถูกรบกวนด้วยความรุนแรง และสามารถถูกครอบงำได้ง่าย จนบางครั้งทำให้คุณต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์บางอย่างเพื่อไม่ให้เผชิญกับความเศร้าและความคิดมากนั้น ๆ และด้วยความที่คุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย จึงทำให้คุณมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในระดับลึกซึ้งมากด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถมีความไวต่อพื้นผิวและเสียง อาจไม่ชอบฝูงชนจำนวนมากหรือแสงจ้า โดยลักษณะและอุปนิสัยของคนที่มีความอ่อนไหวง่าย เช่น หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 962 days ago
Read More18/05/2023
รับมือความว้าเหว่ เมื่อเห็นคนวัยเดียวกันแต่งงาน
บ่อยครั้งที่คนเราจะเกิดความรู้สึกว้าเหว่ หรือความรู้สึกเหงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งที่มีอยู่กลับหายไป หรือเกิดการเปลี่ยนแปลง การที่เห็นคนในวัยเดียวกันทยอยแต่งงาน มีครอบครัวเองก็สามารถส่งผลให้คนที่ยังไม่มีใครเกิดความรู้สึกเหงาใจได้ไม่น้อยเลย ยิ่งเข้าสู่วัยทำงานและมีอายุที่เยอะขึ้น หากว่าคนรอบกายพากันแต่งงานไปหมด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะอาจจะพบเจอกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องหาแนวทางรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้นั่นเอง ความเหงา และความว้าเหว่ ความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนบนโลกต้องเจอ ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เป็นความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก กล่าวได้ว่าไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้ โดยความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ก็มาจากหลากหลายปัจจัย และแต่ละคนก็มีความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่นี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วถือว่ารบกวนจิตใจมากทีเดียว เพราะจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นแปลกแยกออกมาจากสังคม หรือการที่ความต้องการทางสังคมไม่ได้รับการตอบสนอง ความรู้สึกว้าเหว่ของคนวัยทำงาน ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อคนรอบตัวมีครอบครัว อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ แน่นอนว่ากับผู้คนในวัยทำงานเองก็เช่นกัน ที่สามารถเกิดความรู้สึกเหล่านี้ได้เช่นกัน แม้ว่าในวัยทำงานจะมีเรื่องเครียด หรือต้องพบเจอกับปัญหามากมาย แต่ความรู้สึกว้าเหว่ก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าคนรอบ ๆ ตัว เพื่อน หรือคนที่อยู่วัยเดียวกันมีครอบครัว และแต่งงาน แน่นอนเมื่อต้องไปอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มีคู่ก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกนี้สามารถจางหายไปได้ หรือดีขึ้นได้ด้วยการหาวิธีการรับมือที่ถูกต้อง ก็จะทำให้สามารถจัดการความรู้สึกที่มีอยู่ได้นั่นเอง วิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ การที่คนวัยทำงานเกิดความรู้สึกว้าเหว่ และเหงาจากการไม่มีคนรัก หรือไม่มีคู่นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้สึก และจมไปกับความรู้สึกนี้ไปตลอด เพราะเราสามารถจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ที่เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งวิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่สามารถทำได้ดังนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 984 days ago
Read More17/05/2023
‘Male Period’ ผู้ชายก็เป็นมนุษย์เมนส์ได้!
มนุษย์เมนส์เป็นคำที่คนใช้เรียกผู้หญิงที่มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เศร้า อารมณ์อ่อนไหว บางคนถึงขั้นร้องไห้เมื่อไม่ได้กินของที่อยากกิน รวมถึงอาการปวดท้องประจำเดือนด้วย อาการมนุษย์เมนส์มักจะกำเริบเมื่อประจำเดือนมาหรือกำลังจะมา ซึ่งเป็นผลจาก Premenstrual Syndrome จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในรอบเดือนเพื่อการตกไข่ที่จะนำไปสู่การตั้งครรภ์ ในระหว่างที่คนมากมายมองว่าผู้หญิงที่จะเป็นเมนส์มักขี้หงุดหงิด เอาใจยาก ไม่แน่ไม่นอน แต่ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนเลยคือ ผู้ชายก็เป็นเมนส์ได้ แม้จะไม่มีการตกไข่และเลือดประจำเดือนก็ตาม หากคุณเป็นผู้ชายที่กำลังอ่านบทความนี้อาจไม่แน่ว่าการที่คุณเคยเผชิญกับ Male Period หรือ Irritable Male Syndrome (IMS) ก็เป็นได้ ทฤษฎีผู้ชายเป็นเมนส์มาจากไหน? ทฤษฎีเรื่องที่ว่าผู้ชายมีเมนส์มีมานานแล้ว ในระยะเริ่มแรกมาจาก ดร.เจด ไดมอนด์ ที่เป็นนักบำบัดจิต ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพผู้ชายออกมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้น คือ The Irritable Male Syndrome (แปลเป็นไทยแบบไม่เป็นทางการว่า คือ กลุ่มอาการอ่อนไหวในผู้ชาย) ที่พูดเรื่องการทำความเข้าใจและวิธีจัดการกับภาวะอารมณ์ของผู้ชาย ส่วนหนังสือเล่มอื่น ๆ ก็มีทั้งเรื่องจิตบำบัดและเรื่องฮอร์โมนของผู้ชายด้วยเช่นเดียวกันอย่าง Surviving Male Menopause หนังสือที่พูดถึงภาวะวัยทองของผู้ชาย โดยดร.ท่านนี้เชื่อว่าผู้ชายมีวงจรของระดับฮอร์โมนเพศชายที่มีการสวิงหรือแปรปรวนเช่นเดียวกับผู้หญิง เพียงแค่ไม่มีเลือดประจำเดือนและมักไม่ค่อยแสดงอาการออกมา ฮอร์โมนเพศของผู้ชายคือเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ปกติแล้วระดับเทสโทสเตอโรนจะมีวงจรในช่วง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 985 days ago
Read More28/04/2023
ยิ่งใกล้กันยิ่งทำร้ายกัน! ทำไมเรามักทำร้ายจิตใจคนที่เรารัก
ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ความรักคือความเจ็บปวด’ สำหรับคนที่เคยเจอกับสถานการณ์ความรักไม่เป็นอย่างที่หวัง หรือคนรักปฏิบัติกับเราราวกับเป็น ‘ถังขยะเคลื่อนที่’ ไว้คอยระบายหรือโมโหใส่ก็คงจะเข้าใจประโยคนี้ดี ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ด้วยแล้ว หากสังเกตดูจะพบว่าส่วนใหญ่เรามักจะโมโห หรือทำร้ายบุคคลที่เราบอกว่า ‘รักมากที่สุด’ ในเมื่อ ‘รัก’ มากขนาดนี้ แต่ทำไมถึงยังอยากพูดจาทำร้ายจิตใจและทำร้ายความรู้สึกพวกเขากันนะ ? เรามักทำร้ายคนที่เรารักมากที่สุด เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงและมีงานวิจัยที่ยืนยันแล้วว่า คนเรามีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวหรือทำร้ายจิตใจคนที่เรารักมากกว่าบุคคลอื่น! โดยการก้าวร้าวโดยตรง หรือการโมโหอย่างรุนแรงเรามักจะกระทำต่อคนใกล้ชิดอย่างคนในครอบครัว หรือคนรัก ขณะที่เพื่อนสนิทมักตกเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายจิตใจทางอ้อมเสียมากกว่า เช่น การนินทาว่าร้าย การทำพฤติกรรมเฉยชาใส่ เป็นต้น ทำไมเราถึงกล้าทำร้ายคนที่เรารัก 1.ทำร้ายคนอื่นเพื่อลงโทษตัวเอง ทุกครั้งที่เราพูดจาหรือทำอะไรที่เป็นการทำให้คนที่เรารักเสียใจ สุดท้ายเราจะรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดตามมาเสมอ แต่ที่เรายังคงทำเช่นนี้อยู่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจที่เราอาจจะคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับความรักที่ได้รับ ไม่คู่ควรที่จะมีความสุข ดังนั้น เราจึงทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเป็นบ่อนทำลายตนเองและความสุขในชีวิต ในกรณีเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำลายตนเองในด้านอื่น ๆ ของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น 2.ปกป้องความรู้สึกของตนเอง ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างคนรัก เราอาจทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะทำร้ายเรา เพื่อให้เรามีอำนาจเหนือกว่าในการควบคุมความสัมพันธ์ นี่คือความพยายามที่จะปกป้องตนเองจากการถูกทำร้ายก่อนที่เราจะเป็นฝ่ายถูกกระทำให้เสียความรู้สึกก่อน หรืออีกทางหนึ่งเราอาจทำร้ายอีกฝ่ายเพราะเขาทำร้ายเราก่อน เพื่อให้เราสามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้อีกครั้งโดยการรู้สึกว่าได้ตอบโต้และได้รับความเจ็บปวดอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ในไม่ช้าจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ 3.รู้สึกปลอดภัยในความสัมพันธ์ ยิ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1004 days ago
Read More21/04/2023
ฝันร้ายอาจสร้างแผลในใจ..มาหยุดฝันร้ายด้วยตนเอง!
เชื่อว่าทุกคนเคย ‘ฝันร้าย’ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ในบางครั้งความฝันนั้น ๆ กลับสร้างความกังวลใจให้คุณจนถึงขั้นนอนไม่หลับ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจกลายเป็นแผลในใจของคุณได้ โดยปกติแล้วฝันร้ายจะพบได้บ่อยในวัยเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่ 50-85% พบว่าฝันร้ายเป็นครั้งคราวเท่านั้น ฝันร้าย คือ ความฝันที่สมจริง และน่าวิตกกังวล โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวกับเรื่องภัยคุกคามต่อการอยู่รอดหรือความปลอดภัย ซึ่งมักทำให้เกิดอารมณ์วิตกกังวล หรือหวาดกลัว นักจิตวิทยาด้านการนอนหลับและสุขภาพในแมนฮัตตันกล่าวว่า “ความฝันมักจะรวมเอาสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันเข้าด้วยกัน และฝันร้ายคือความพยายามของจิตใจในการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์เหล่านี้ โดยการเล่นภาพซ้ำระหว่างการนอนหลับ” หากคุณฝันร้ายมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดความลำบากหรือความบกพร่องในที่ทำงาน ที่สำคัญยังเชื่อมโยงกับอาการนอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมคิดสั้น โรคหัวใจ และโรคอ้วน อีกด้วย 9 วิธีหยุดฝันร้าย 1.กำหนดกิจวัตรการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพ ฝันร้าย เกิดขึ้นช่วงที่กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาปัญหาฝันร้ายในผู้ใหญ่ คือการทำให้ตนเองนอนหลับสนิทมากขึ้น โดยกิจวัตรการนอนหลับที่ดีสามารถทำได้โดยการออกกำลังกาย ตั้งเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ ดูแลให้ห้องของคุณมืดและเย็น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้นอนไม่หลับ และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เมื่อคุณนอนหลับได้อย่างสนิทและเป็นช่วงเวลา จะช่วยลดปัญหาฝันร้ายลงได้ 2.ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการกระสับกระส่าย และตื่นตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้คุณฝันร้ายได้เช่นกัน แม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะใช้แอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลาย และรู้สึกง่วงนอนหลังดื่ม แต่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1011 days ago
Read More19/04/2023
เพราะทุกวันคือรันเวย์! การแต่งกายที่ดีช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้
การแต่งกายมีความสำคัญต่อเราในหลาย ๆ ด้าน สังเกตว่าการแต่งกายในแต่ละช่วงวัยก็จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน นั่นก็เพราะการแต่งกายในแต่ละบทบาท แต่ละช่วงวัยต่างส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ต่อผู้คนในสังคมทั้งสิ้น ในบางครั้งการแต่งกายยังส่งผลต่ออารมณ์ของผู้สวมใส่เองด้วย สำหรับบางคนเสื้อผ้าเป็นของที่ไว้ใช้งานเท่านั้น และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเทรนด์หรือแฟชั่นอะไร แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เสื้อผ้าเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออกถึงตัวตนของตนเองที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ และยังเป็นหนทางในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่คุณเลือกใส่ไปทำงาน หรือแม้แต่ชุดนอนที่สบายที่สุดเวลาที่คุณใส่อยู่บ้าน ต่างส่งผลต่อหลายด้านในชีวิตของคุณ มีอะไรบ้างมาดูกัน! แต่งกายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! ต้องบอกก่อนเลยว่าการแต่งกายดีในที่นี้หมายถึงการแต่งกายอย่างถูกกาลเทศะ ให้เกียรติสถานที่ และเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับรูปร่าง บทบาทหน้าที่ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพงแต่ขอให้เหมาะกับคุณเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะการแต่งกายที่ดีเป็นอีกหนึ่งเส้นทางนำสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิตของคุณได้ ดังนี้ 1.สร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง การที่บุคคลหนึ่งจะเชื่อหรือไว้วางใจใครสักคน การแต่งกายด้วยชุดหรือเครื่องแบบความเชี่ยวชาญนั้น ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นักแสดงในโฆษณาที่พูดถึงยาประเภทหนึ่ง หากนักแสดงสวมใส่เสื้อกาวน์สีขาว ผู้ชมก็จะเข้าใจและเชื่อว่านักแสดงคนนั้นเป็นตัวแทนของหมอ และเกิดความเชื่อถือในสินค้าหรือยาประเภทนั้นมากขึ้น หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องสวมชุดในเครื่องแบบ ก็จะดูน่าเชื่อถือไปโดยอัตโนมัติ 2.สร้างความประทับใจแรกเจอ การที่บุคคลอื่นจะประเมินความมั่นใจ หรือความสามารถของคุณ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราสวมใส่ ยิ่งกว่านั้นความประทับใจแรกเจอจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 วินาทีแรกของการพบกัน นั่นหมายความว่าเพียงแค่มองคร่าว ๆ ผู้คนก็จะประเมินคุณไปหลายทิศทาง และการแต่งกายก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินคนในช่วงแรก ดังนั้น จงตระหนักว่าการแต่งกายของคุณอาจกำลังสื่อถึงภาพลักษณ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1013 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 9 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 11 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ. นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร. อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 11 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 13 days ago
Read More

























