Tags
| มะเร็ง
24/10/2025
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 80 days ago
LED ฆ่าเซลล์มะเร็ง ! เทคนิคการรักษามะเร็งแบบใหม่ ไม่ทำลายเซลล์ดี
อย่างที่เรารู้กันดีว่า การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัด (Chemotherapy) และ การฉายแสง (Radiation therapy) ถือเป็นหนึ่งในแนวทางหลักที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการยับยั้งหรือทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงด้วยภาระต่อสุขภาพของผู้ป่วยอย่างชัดเจน ตั้งแต่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ป่วยง่าย ทำให้ผู้ที่รับการบำบัดทุกข์ทรมาน แต่ล่าสุดมีการคิดค้นวิธีการรักษาแบบใหม่ โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ในออสติน (University of Texas at Austin) ของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยพอร์โต (University of Porto) ในโปรตุเกส ที่ร่วมกันคิดค้นวิธีการฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยการใช้แสงอินฟราเรดจากหลอดไฟ LED ร่วมกับการใช้เกล็ดนาโนออกไซด์ดีบุก (SnOx Nanoflakes) ที่สำคัญไม่กระทบสุขภาพ และอาจเข้าถึงง่ายกว่าเดิมเพราะมีราคาถูก LED และเกล็ดนาโน กำจัดมะเร็งยังไง ? วิธีการรักษานี้ทำงานโดยการใช้เครื่องสร้างความร้อนฉายแสงอินฟราเรดจากหลอด LED ไปยังเกล็ดนาโนออกไซด์ดีบุก เมื่อแสงไปกระทบกับกับเกล็ดเล็ก ๆ ก็จะเกิดความร้อนเฉพาะจุดที่เพียงพอในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับเซลล์ปกติที่อยู่รอบข้าง ศาสตราจารย์ จีน แอนน์ อินคอร์เวีย (Jean Anne Incorvia)…28/08/2025
วิจัยพบ ‘ยาฉีดมะเร็งเฉพาะจุด’ ฉีดแล้วยุบทั่วร่างกาย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rockefeller ได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบใหม่ที่เรียกว่า "การฉีดยาเพื่อลบมะเร็ง" โดยเป็นการฉีดแอนติบอดี (Antibody) หรือสารภูมิคุ้มกัน เข้าไปในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว แต่กลับสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้ทั่วร่างกาย แอนติบอดี 2141-V11 รักษาโรคมะเร็ง แอนติบอดี 2141-V11 คือแอนติบอดีที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการรักษามะเร็ง ซึ่งแอนติบอดีชนิดนี้สามารถจับกับ CD40 ที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้อที่มีเซลล์มะเร็งเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังเซลล์ปกติ โดยทีมนักวิจัยได้ทดสอบยาตัวนี้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามกว่า 12 คน ในการทดลองระยะแรก และได้พบกับผลลัพธ์ที่อาจเป็นความหวังในการผลิตยาหรือสร้างการรักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง หลังจากผู้ป่วยในการทดลองได้ฉีดยาชนิดนี้เข้าไปพบว่า แล้วที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น คือการฉีดยาในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว กลับกระตุ้นให้เนื้องอกที่อยู่บริเวณอื่นในร่างกายหายไปและลดลงด้วย โดยการศึกษานี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 ซึ่งพัฒนามาจากงานวิจัยชิ้นก่อนที่เคยทดสอบในลักษณะเดียวกัน คือการกระตุ้นการทำงานของ CD40 แต่ผลลัพธ์ที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ และยังพบผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อนำไปทดลองกับมนุษย์ ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ ราเวตช์ (Jeffrey V. Ravetch) จากมหาวิทยาลัย Rockefeller และทีมวิจัยจึงกลับไปทบทวนแนวคิดเดิม และพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักการทำงาน แต่เป็นวิธีการออกแบบและส่งยาเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทีมวิจัยได้ลองทดสอบด้วยการเปลี่ยนวิธีให้ยา จากเดิมที่ฉีดเข้ากระแสเลือดเพื่อให้ยาไหลเวียนทั่วร่างกาย มาเป็นการฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้องอกหรือบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งแทน และออกแบบยาใหม่ให้จับ CD40 ได้ดีขึ้น กลไกการทำงานคือการสร้าง 'ศูนย์บัญชาการ' ของภูมิคุ้มกัน หลังการฉีดยา…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 137 days ago
Read More15/08/2025
วิจัยเผย ! ใช้ AI ช่วยตรวจมะเร็ง ทำให้สกิลหมอลดลง
AI เทคโนโลยีฮีโรที่เข้ามาเพื่อเป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตของผู้คน หรือแม้แต่ใช้ในการช่วยชีวิต แน่นอนว่าการมีอยู่ของ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงาน สร้างและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้เราได้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับการพึ่งพาความสามารถของ AI ที่มากขึ้น จะทำให้ความเฉียบคมของทักษะเราถดถอยเพราะไม่ได้ใช้งานรึเปล่า แล้วถ้าเป็นแบบนั้น จะเกิดอะไรขึ้น ? งานวิจัยชิ้นล่าสุดพบว่า แพทย์ที่ใช้ AI ช่วยตรวจหามะเร็ง อัตราการตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้เป็นประจำ กลับมีความสามารถในการตรวจหามะเร็งด้วยตัวเองแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Gastroenterology & Hepatology โดยทีมแพทย์และนักวิจัยจากหลายประเทศ ได้แก่ โปแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ซึ่งติดตามแพทย์ที่ทำงานในศูนย์ส่องกล้อง 4 แห่งในโปแลนด์ ที่เข้าร่วมโครงการทดลองใช้ AI ในการส่องกล้องเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็ง เพื่อประเมินว่า “แพทย์ส่องกล้องที่ใช้ AI เป็นประจำจะมีผลงานอย่างไรเมื่อไม่มี AI ช่วย” นักวิจัยได้เปรียบเทียบคุณภาพของการส่องกล้องแบบไม่มี AI ช่วย ใน 2 ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน คือ…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 150 days ago
Read More22/06/2025
สตาร์ตอัปญี่ปุ่นผุดชุดตรวจฉี่ ! บอกความเสี่ยงมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องเจาะเลือด
ข่าวดีสุด ๆ สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็ง สตาร์ตอัปญี่ปุ่นชื่อ Craif Inc. (ที่แยกตัวมาจากมหาวิทยาลัยนาโกย่า ก่อตั้งเมื่อปี 2018) ได้พัฒนาชุดตรวจที่ใช้ ปัสสาวะ ในการคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นวิธีที่ ไม่รุกรานร่างกาย แถมยังทำได้ง่ายมาก ๆ อีกด้วยชลธิชา คำแสน | 204 days ago
Read More10/03/2025
เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้
แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 308 days ago
Read More13/01/2025
ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง
โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 364 days ago
Read More16/12/2024
นักวิทย์ ค้นพบ ‘สารเคมีในกาวน้ำ’ ช่วยรักษามะเร็งได้ดีกว่าเดิม
ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ค้นพบแนวทางใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษามะเร็งแบบ BNCT (Boron Neutron Capture Therapy) ให้ได้ผลมากขึ้น ด้วยการใช้ส่วนผสมที่อยู่ใน 'กาวน้ำ' อย่าง โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ (PVA) การรักษาแบบ BNCT คืออะไร ? BNCT (Boron Neutron Capture Therapy) เป็นเทคโนโลยีการรักษามะเร็งเฉพาะจุดที่มีศักยภาพสูง มักใช้กับการรักษาบริเวณศีรษะและลำคอ โดยจะฉีดสารโบรอน (Boron) เข้าไปในร่างกาย เพื่อให้เซลล์มะเร็งดูดซึมเข้าไปเก็บสะสมไว้ จากนั้นก็ฉายรังสีนิวตรอน เพื่อทำให้โบรอนเกิดปฏิกิริยาทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง โดยสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ปกติน้อย แต่ถึงอย่างนั้นการพัฒนายาที่มีโบรอนมักใช้โมเลกุลซับซ้อนและมีราคาสูง ทำให้การเอาไปใช้รักษาจริง ๆ ยังเป็นเรื่องยาก เพราะต้นทุนแพงเกินไปและเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ (PVA) ช่วยให้รักษามะเร็งได้ดีขึ้นยังไง ? ทีมวิจัยที่นำโดย ดร. ทาคาฮิโระ โนโมโต (Takahiro Nomoto) จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ระบุว่าการผสม โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ (PVA) ที่อยู่ในกาวน้ำ ลงในสูตรยาที่ใช้สาร D-BPA (D-4-boronophenylalanine) จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสะสมโบรอนในเซลล์มะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ…กรภิภัฏ อธิศอัษฎา | 392 days ago
Read More15/05/2024
“ต่อมลูกหมากโต” และ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” เรื่องวุ่นของผู้ชายวัยกลางคน
“ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนที่ส่งผลต่อร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ แม้คุณผู้ชายจะไม่มีวัยหมดประจำเดือน แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้” ความผิดปกติของ “ต่อมลูกหมาก” ถือเป็น 1 ในความกังวลของคุณผู้ชายทั้งหลาย โดยเฉพาะกลุ่มชายสูงอายุ จากสถิติพบว่า ความผิดปกติของต่อมลูกหมากที่ชายไทยเป็นกันมาก อันดับ 1 ที่พบคือ โรคต่อมลูกหมากโตที่มีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 18 เปอร์เซ็นต์ และโรคต่อมลูกหมากอักเสบอีก 2 เปอร์เซ็นต์ แม้จะหลีกเลี่ยงความเสื่อมของร่างกายไม่ได้ แต่เราก็สามารถเรียนรู้ สังเกต และเตรียมรับมือกับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราในอนาคต และคนรอบตัวที่คุณรักได้ รู้จัก “ต่อมลูกหมากโต” “โรคต่อมลูกหมากโต” หรือ BPH (Benign Prostate Hyperplasia) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากที่อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะล้อมรอบท่อปัสสาวะมีขนาดใหญ่ผิดปกติจนไปบีบท่อปัสสาวะให้แคบลง พบในผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในชายสูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่พบมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ การสังเกตอาการ “ต่อมลูกหมากโต” ในทางการแพทย์นั้นจะมุ่งเน้นที่อาการขับถ่ายปัสสาวะของผู้ป่วยที่ผิดปกติเป็นหลัก มากกว่าขนาดก้อนต่อมลูกหมาก โดยสามารถสังเกตอาการได้ ดังนี้ …ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 607 days ago
Read More11/01/2024
ทีมวิจัยเกาหลีคิดค้นนาโนโดรนใช้รักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้าที่ยับยั้งการโตของเนื้องอกได้
ทีมนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติอุลซาน (Ulsan National Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้คิดค้นนาโนโดรนหรือตัวนำส่งยาเพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) ในโรคมะเร็งชนิดที่รักษายาก การรักษาแบบมุ่งเป้าเป็นการรักษาโรคมะเร็งที่มีการใช้งานมาแล้วหลายปี แนวคิดหลัก คือ การส่งยาให้เข้าไปทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันเซลล์ปกติที่อยู่รอบ ๆ เสียหาย ซึ่งการรักษาแบบเก่าอย่างการใช้ยาเคมีแบบดั้งเดิม หรือการฉายแสงอาจส่งผลต่ออวัยวะข้างเคียง และทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษาได้มากกว่า การรักษาแบบมุ่งเป้าจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษาอื่นในปัจจุบัน แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการรักษา เช่น ชนิดของมะเร็ง และตำแหน่งของมะเร็ง ทีมนักวิจัยได้ทดสอบการใช้เซลล์นักฆ่า หรือเซลล์ NK (Natural killer) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผลิตจากต่อมน้ำเหลืองในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์แปลกปลอมสมกับชื่อที่ถูกตั้ง ซึ่งรวมถึงเซลล์มะเร็ง จับเข้ากับนวัตกรรมนาโนโดรนด้วยเทคนิคการใช้อนุภาคโปรตีนขนาดเล็ก โดยตั้งชื่อนวัตกรรมการรักษานี้ว่า NKeNDs ทีมนักวิจัยได้ทดสอบส่ง NKeNDs ภายในหลอดทดลองเพื่อดูผลลัพธ์ นวัตกรรมดังกล่าวจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ NK เมื่อพบเซลล์มะเร็งที่กำหนด ซึ่งเซลล์ NK สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งที่อยู่ในหลอดทดลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ทดสอบนวัตกรรมนี้ในหนูทดลองที่มีเนื้องอก ซึ่ง NKeNDs สามารถเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งในหนูทดลอง ช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก โดยที่ไม่เกิดผลข้างเคียง การคิดค้นครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งความก้าวหน้าในการรักษาโรคมะเร็งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 732 days ago
Read More06/09/2023
นักวิจัยพบโรคมะเร็งระยะแรกในคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้น พร้อม 3 ปัจจัยหลักของโรคมะเร็งในยุคปัจจุบัน
โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนเป็นอันดับต้นของโลก อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยของโรคมะเร็งที่มนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะเสื่อมสภาพลง ในความเป็นจริงร่างกายมนุษย์มียีนและระบบที่ช่วยต้านการเกิดมะเร็งด้วยการเข้าไปแก้ไขเซลล์ผิดปกติให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อายุที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ฟังก์ชันนี้เสื่อมลงไปด้วยเหมือนกัน แม้องค์ความรู้ด้านการแพทย์ในปัจจุบันพบบางวิธีที่จะช่วยชะลอการเกิดมะเร็งได้ เช่น การรับประทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ การรับวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อโรค หรือการออกกำลังกาย แต่ก็ทำได้เพียงชะลอ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความสิ่งเหล่านี้ไร้ประโยชน์ ในยุคก่อนหน้านี้ อายุ 50 ปีเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นที่คนส่วนใหญ่ควรตรวจคัดกรองมะเร็ง แต่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แพทย์และนักวิจัยตรวจเจอเซลล์มะเร็งในคนอายุน้อย 14–49 ปีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าเดิมถึง 79 เปอร์เซ็นต์ และไม่ใช่แค่การตรวจพบที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น จำนวนผู้ที่เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากมองดี ๆ เรื่องนี้อาจมองได้หลายแง่มุม เพราะว่าปัจจุบันวิทยาการทางแพทย์ ทั้งในด้านความรู้และอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองและแม้แต่ตรวจหาโรคมะเร็งรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลมาจากความก้าวหน้าในการตรวจพบเหล่านี้ และในขณะเดียวกัน ชุดข้อมูลดังกล่าวไม่ได้นำอัตราและสัดส่วนของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาคำนวณร่วมด้วย แต่ถึงอย่างนั้นแพทย์และนักวิจัยยังคงเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดย 3 อันดับแรกที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง ในประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มมีมาตรการในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งบางชนิดให้เร็วมากขึ้น เช่น โรคมะเร็งลำไส้ที่ปกติเริ่มตรวจคัดกรองในช่วงอายุ 50 ปี ปรับเหลือ 40 ปี นอกจากนี้ สถาบันและหน่วยงานสุขภาพบางแห่งเริ่มมีข้อเรียกร้องและรณรงค์ให้ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งบางชนิดให้เร็วขึ้น อย่างการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงจาก 50 ปี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 859 days ago
Read More07/08/2023
โรคมะเร็งตับ: อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน
โรคมะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 1 ในผู้ชาย และอันดับ 3 ในผู้หญิง โรคมะเร็งตับเป็นผลจากที่เนื้อเยื่อของตับมีเซลล์ที่เป็นมะเร็งฝังตัวอยู่ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ โดยสามารถโตขึ้นได้เรื่อย ๆ และเซลล์มะเร็งสามารถลุกลามไปฝังตัวในเนื้อเยื่อของอวัยวะอื่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ร่วมกับการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อย ซึ่งมีวิธีรักษาหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความพร้อมของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์ ตับเป็นอวัยวะที่อยู่ด้านในหน้าท้องด้านขวาส่วนบน ด้านหลังของชายโครงส่วนล่าง มีหน้าที่ในการกักเก็บสารอาหาร กรองของเสียออกจากร่างกาย และสร้างน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน และสลายของเสีย อาการของโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อระยะของโรคดำเนินไปอาจพบกับอาการต่อไปนี้ หากพบอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายอาการรวมกันจนเริ่มผิดสังเกต รู้สึกไม่สบายใจ หรือกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจ สาเหตุและปัจจัยของการเกิดโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งตับเกิดได้จากหลายสาเหตุและปัจจัย โดยสาเหตุและปัจจัยเหล่านั้นทำให้เซลล์ของตับได้รับความเสียหายและเกิดการอักเสบติดต่อกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นระยะเวลาหลายปี จนเซลล์บริเวณตับเกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง สาเหตุและปัจจัยของโรคนี้พบได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ 1. น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน 2. ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซีเป็นเวลานาน 3. สูบบุหรี่ 4. ดื่มแอลกอฮอล์หนักเป็นประจำ 5. โรคตับแข็ง เกิดได้จากดื่มแอลกอฮอล์ และการติดเชื้อตับอักเสบ 6. ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (มักเกิดจากอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง ไม่ออกกำลังกาย)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 889 days ago
Read More03/08/2023
เตือนแค่หน้าซองไม่พอ แคนาดาพิมพ์อันตรายของบุหรี่ลงบนบุหรี่ทุกมวน
หากย้อนไปก่อนหน้านี้หลายปี ซองบุหรี่ในบ้านเรายังไม่มีรูปภาพน่ากลัว ๆ อย่างปอดที่เป็นมะเร็ง ปอดที่เป็นถุงลมโป่งพอง หรือฟันที่ดูเหยเกปรากฏอยู่ เป็นเพียงซองบุหรี่ธรรมดาที่เขียนชื่อยี่ห้อบุหรี่เอาไว้ ในยุคต่อมาได้มีการนำภาพโรคเหล่านี้พิมพ์ลงไปบนกล่องหรือซองบุหรี่เพื่อสร้างความตระหนักคิดในกับนักสูบ อารมณ์ประมาณว่า ถ้าคุณสูบ แล้วต้องป่วยแน่นอน ล่าสุด ประเทศแคนาดากำลังจะเป็นชาติแรกที่เพิ่มความน่ากลัวให้กับบุหรี่ ซึ่งคนก็น่าจะกลัว (แหละ) ด้วยการพิมพ์ข้อความลงไปบนบุหรี่ทุกมวน ซองบุหรี่ของแคนาดาก็มีภาพประกอบที่ดูน่ากลัวเหมือนกับของไทยด้วย ตัวอย่างของข้อความบนมวนบุหรี่ ข้อความที่พิมพ์ลงไปจะมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เนื่องจากคนแคนาดาพูดได้ 2 ภาษา โดยบุหรี่ล็อตที่มีตัวหนังสือเหล่านี้จะถูกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป โดยจะเริ่มต้นจากบุหรี่และยาสูบที่ขนาดใหญ่และขนาดมาตรฐานก่อน ซึ่งรัฐบาลแคนาดาวางแผนเอาไว้ว่าในปี 2025 จะกำหนดให้บุหรี่ขนาดและรูปแบบอื่นมีคำเตือนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน หน่วยงานสาธารณสุขของแคนาดาพยายามที่จะลดสัดส่วนของคนสูบบุหรี่ให้เหลือน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ภายในปี 2035 เพราะปัจจุบันชาวแคนาดาเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ 48,000 คน ส่วนคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการมีข้อความเตือนปรากฏบนมวนบุหรี่อาจช่วยเตือนให้ผู้ใหญ่เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น และการเพิ่มจำนวนของนักสูบรุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทยมีคนเสียชีวิตเนื่องจากบุหรี่ 72,000 คน ในปี 2022 และสังคมไทยเผชิญปัญหาเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก คือ การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะโดยเปลี่ยนจากการสูบบุหรี่มวนเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแทนภายใต้ข้ออ้างว่าไอน้ำจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่อันตราย ที่มา: BBC พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 893 days ago
Read More02/08/2023
Cancer จากคำว่า ‘ปู’ ในภาษาละตินสู่โรคมะเร็ง
หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าชื่อของโรคมะเร็งในภาษาอังกฤษเขียนว่า Cancer (แคนเซอร์) ซึ่งเหมือนกับ Cancer ที่หมายถึงราศี กรกฎ จนทำให้คนสงสัยว่าโรคมะเร็งกับราศีกรกฎเกี่ยวข้องกันอย่างไร? แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ว่าคนราศีนี้จะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งมากกว่า คนที่เข้ามาอ่านน่าจะรู้แล้วว่า Cancer หมายถึงปูในภาษาละติน ซึ่งในภาษาอังกฤษยืมคำนี้มาใช้เพื่อเรียกทั้งกลุ่มดาวประจำราศีกรกฎและชื่อโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก การเรียกโรคมะเร็งว่า Cancer มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องเป็นปู? โรคมะเร็งเป็นโรคดึกดำบรรพ์ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่แสงแรกในอารยธรรมมนุษย์ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมวลมนุษย์ เคยมีการขุดค้นพบฟอสซิลกระดูกมนุษย์หรือซากมัมมี่โบราณที่มีร่องรอยของโรคมะเร็งที่คงเหลือไว้ในกระดูก Cancer มีรากมาจากคำว่า Carcinos (คาซิโนส์) และ Carcinoma (คาร์ซิโนมา) ในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงปู คำนี้ถูกใช้เพื่อเรียกโรคมะเร็งครั้งแรกเมื่อ 460–370 ปีก่อนคริสตกาล โดยฮิปโปเครติส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกที่มีชีวิตจริงอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก ฮิโปเครติสใช้คำว่า Carcinos และ Carcinoma เรียกเนื้องอก ทั้งชนิดที่ทำให้เกิดแผลและไม่ทำให้เกิดแผล โดยการแพร่กระจายของเนื้องอกมีลักษณะเป็นขาหลายขาแผ่กระจายออกมาคล้ายกับขาของปู โดยส่วนที่อยู่ตรงกลางเป็นตัวปู หลังเวลาผ่านไป หมอชาวโรมันชื่อ เซลซัส (Celsus) ได้แปลคำว่า Carcino และ Carcinoma จากภาษากรีกให้กลายเป็นภาษาละติน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 894 days ago
Read More27/07/2023
เรื่องมะเร็งใกล้ตัวและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด จากงานเสวนา ‘รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง’
โรคมะเร็งเป็นโรคที่ฆ่าคนมากที่สุด ในช่วงก่อนปี 2000 คนเสียชีวิตจากมะเร็งเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และอุบัติเหตุ แต่ในปัจจุบัน มะเร็งได้ไต่ขึ้นมาเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่คนเสียชีวิต และครองแชมป์มาเป็นเวลาหลายปี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 สถาบันวิทยาการตลาดทุนหรือ วตท. ได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ 'รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง' ณ Auditorium ชั้น 6 ตึกเปกาซัส อาคาร 101 ทรูดิจิทัลพาร์ก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งระดับประเทศ อย่างอาจารย์กบ หรือ ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวัฒนธรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์หนุ่ม หรือ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง Founder บริษัท เจเน พูติกไบโอ จำกัด ทั้งยังเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยในการเสวนาในครั้ง อาจารย์ทั้ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 900 days ago
Read More24/05/2023
เทคโนโลยีในอนาคตเราอาจมีวัคซีนรักษาโรคมะเร็งโรคร้ายอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย
โลกของเรามีวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ หรือ Smallpox เป็นวัคซีนแรกของโลกในปี 1976 หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ และล่าสุดมนุษย์เกือบทุกคนต้องเคยฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ในอนาคตโลกของเราจะมีวัคซีนรักษาโรคร้ายอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตมนุษย์นับล้านคนก็คือ วัคซีนโรคมะเร็งวรัญญู คงชัย | 964 days ago
Read More23/03/2023
3 เหตุผลที่ทุกคนควรใช้ครีมกันแดดทุกวัน และวิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับแดดเมืองไทย
แดดประเทศไทยนั้นขึ้นชื่อเรื่องความร้อนและอานุภาพในการทำลายผิว ซึ่งตัวการคือก็รังสียูวี (Ultraviolet Radiation) โดยการสัมผัสกับแสงยูวีจากแดดประเทศไทยที่มีความเข้มข้นสูงเป็นประจำทำให้เกิดผิวคล้ำเสีย แพ้ง่าย และที่อันตรายคือเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนัง แต่ถึงอย่างนั้นคนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยังละเลยการทาครีมกันแดด Hack for Health เลยจะมาบอกเล่า 3 เหตุผลที่ทุกคน ไม่ว่าจะผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนสูงอายุควรใช้ครีมแดดทุกวัน แม้จะอยู่บ้านก็ตาม 3 เหตุผลที่ทุกคนควรใช้ครีมกันแดดทุกวัน แม้จะมีเพียง 3 เหตุผล แต่บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคุณอย่างแน่นอน เหตุผลที่ 1: ครีมกันแดดลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง ปัจจัยสำคัญของโรงมะเร็งผิวหนังคือรังสียูวีจากแสงแดด โดยเฉพาะรังสียูวีบีที่สามารถทำลายผิวชั้นหนังกำพร้าที่อยู่นอกสุดและผิวหนังแท้ชั้นบน การสัมผัสในระยะสั้นจะทำให้ผิวของคุณคล้ำเสีย ผิวไหม้และอักเสบจากแดด ไวต่อแสง และยังเป็นรังสีที่มีความเข้มข้นสูงที่ทะลุไปถึง DNA ของเซลล์ผิวหนัง การสัมผัสกับรังสียูวีบีระยะยาวสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้หลายชนิด ซึ่งการทาครีมกันแดดสามารถลดความเสี่ยงของโรคผิวหนังจากรังสียูวีได้เมื่อใช้อย่างถูกต้อง โดยการใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15 เป็นประจำทุกวันช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma) ที่เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดทั่วไปได้ 40 เปอร์เซ็นต์ และลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma) ที่อันตรายมากกว่าได้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับแดดเมืองไทยแล้ว…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1026 days ago
Read More01/02/2023
สัญญาณโรคมะเร็งเป็นแบบไหน และเมื่อไหร่ถึงควรไปหาหมอ
โรคมะเร็ง (Cancer) โรคร้ายที่คร่าชีวิตของผู้ทั่วโลกเป็นอันดับต้น ๆ แม้ว่าโรคมะเร็งหลายชนิดสามารถรักษาได้เมื่อตรวจพบเร็ว แต่หลายคนน่าจะทราบดีว่าโรคนี้มักคืบคลานและเติบโตในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว หลายครั้งที่เราเห็นข่าวหรือพบว่าคนที่รู้จักจู่ ๆ ตรวจพบมะเร็งระยะที่ 4 โดยไม่มีอาการเจ็บป่วยที่ชัดเจนแสดงให้เห็น ซึ่งในระยะนี้รักษาให้หายขาดได้น้อยมาก ส่วนใหญ่ทำได้เพียงรักษาเพื่อประคับประคองอาการเท่านั้น เป็นสถานการณ์ที่กัดกินจิตใจและลดทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและคนใกล้ตัวได้เกินจินตนาการ การสังเกตอาการที่อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบไม่มีที่มาที่ไปชนิดที่คุณอาจไม่ได้ใส่ใจ อาจหมายถึงความสุขและชีวิตของคุณ เพื่อให้คุณรู้ทันอาการของโรคนี้มากขึ้น Hack for Health ได้รวบรวมอาการที่อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งมาให้คุณแล้ว สัญญาณโรคมะเร็งเป็นแบบไหน เมื่อไหร่ควรไปหาหมอ สัญญาณของโรคมะเร็งอาจเป็นการเจ็บป่วยที่ดูเหมือนจะเป็นอาการทั่วไป แต่ลักษณะหรือรูปแบบของอาการอาจมีจุดสังเกตให้คุณพอรู้ตัวได้บ้าง 1. อาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่มีการเติบโตแบบผิดปกติ เมื่อเซลล์นี้เริ่มก่อตัวในร่างกาย มะเร็งจะดึงสารอาหารไปสู่เซลล์ที่ผิดปกติมากขึ้นจนอาจทำให้อวัยวะส่วนอื่น ๆ ได้รับสารอาหารน้อยลง หรือเสียเลือดจากการมีเลือดออกภายใน โดยอาการเหนื่อยล้าจากโรคมะเร็งไม่เหมือนกับความเหนื่อยทั่วไป อย่างเหนื่อยจากการทำงานหรือการออกกำลังกาย แต่จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ ไม่มีเรี่ยวแรงจนไม่อยากทำอะไร นอนพักก็ไม่หาย นอนเยอะผิดปกติ ซึ่งหากคุณมีอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียติดต่อกัน แล้วไม่ดีขึ้น หรือความอ่อนเพลียส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณควรไปหาหมอได้แล้ว 2. น้ำหนักลดโดยไม่รู้สาเหตุ หากจู่ ๆ น้ำหนักคุณลดลงโดยไม่รู้สาเหตุ อย่าเพิ่งดีใจว่าผอมโดยไม่ต้องออกกำลังกาย เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1076 days ago
Read More18/01/2023
ปอกเปลือกดูประโยชน์ 5 ผลไม้ตรุษจีน ไหว้ก็เฮง กินก็เฮลตี้
ในช่วงตรุษจีนหลายครอบครัวต้องไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้สำหรับไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในเทศกาลนี้ คือ ผลไม้ ซึ่งผลไม้ตรุษจีนก็มีหลายชนิดและเชื่อกันว่ากินแล้วจะเฮง ส่วนจะเฮงจริงไหมก็ต้องรอดู แต่ที่แน่ ๆ กินแล้วสุขภาพดีแน่นอน เพราะผลไม้เหล่านี้มีสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้หลายชนิด บทความนี้เลยจะชวนคุณมาปอกเปลือก 5 ผลไม้มงคลช่วงตรุษจีนเพื่อดูประโยชน์ต่อสุขภาพที่มาพร้อมกับความเชื่อกัน 5 ผลไม้ตรุษจีนกับประโยชน์ต่อสุขภาพ แค่เลขก็มงคลแล้ว ส่วนใหญ่ในช่วงตรุษจีนมักจะไหว้ผลไม้เป็นเลขคี่ ซึ่งเราก็จัดมาให้ถึง 5 ชนิดเลยทีเดียว 1. ส้มสีทอง ส้มสีทองหมายถึงความสุข ความโชคดี และโชคลาภ ซึ่งเรารู้กันดีว่าส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสารอาหารที่น่าสนใจในส้มก็ต้องเป็น วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ภายในร่างกาย หากเราได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำอาจช่วยลดความรุนแรงของโรคหวัด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวด้วย โดยส้มขนาดกลาง 1 ลูกให้วิตามินซีราว 70 มิลลิกรัม ซึ่งเกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการวันเลยทีเดียว (ผู้ชาย: 90 มก./วัน ผู้หญิง: 75 มก./วัน) การไหว้ส้มสีทองในช่วงเทศกาลจึงช่วยให้คุณผลไม้ที่อัดแน่นด้วยวิตามินซีกินไปสักพักเลย Fun Fact: รู้หรือไม่? ส้มเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี 2. กล้วยหอม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1090 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 17 days ago


























