Tags
| สุขภาพ
19/10/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 330 days ago
คนวัยทำงานเสี่ยง ‘หมดไฟ’ เกินครึ่ง แต่แค่ไปเที่ยวก็ช่วยได้
ทำไมหันไปทางไหนก็เจอแต่คนหมดไฟ ? ผลสำรวจจากงานวิจัย 'Burnout In The City' มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าคนทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 69% มีภาวะหมดไฟหรือเสี่ยงหมดไฟ โดยแบ่งเป็นภาวะหมดไฟ 12% และมีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟอีก 57% ซึ่งอาจสะท้อนว่าการทำงานหนักเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จหรือความหมายของชีวิตอีกต่อไป แต่ท่ามกลางโลกที่หยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ เราจะป้องกันหรือรับมือกับภาวะนี้ได้ยังไง ? คำตอบของคำถามนี้อาจง่ายและใกล้ตัวกว่าที่คิด และหนึ่งในทางออกนั้น คือ การเดินทาง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้นิยามภาวะหมดไฟไว้ว่าเป็น "ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการทำงาน" (Occupational Phenomenon) ซึ่งเกิดจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีลักษณะ 3 อย่างที่สามารถสังเกตได้ ถ้าคุณรู้หรือสัมผัสได้ว่าคุณกำลังเผชิญกับความคิดและพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ การเลือกที่จะออกเดินทางไปพักผ่อนอาจเป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การใช้เงินเพื่อความสนุกชั่วคราว แต่คือการลงทุนที่จำเป็นต่อสุขภาพจิตที่ช่วยป้องกันภาวะหมดไฟ ซึ่งอธิบายได้ด้วยมุมมองทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ของการ "เปลี่ยนที่" การพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนบรรยากาศ แต่เป็นการรีเซตระบบการทำงานของสมองและร่างกายครั้งใหญ่ งานวิจัยในตำนานอย่าง Framingham Heart Study ซึ่งเป็นการศึกษาติดตามผลระยะยาว พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจว่า ผู้ชายที่ไม่ได้ลาพักร้อนเป็นเวลาหลายปี มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจวายสูงกว่าคนที่ลาพักร้อนเป็นประจำถึง 30% และในผู้หญิงก็ให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพักผ่อนส่งผลดีต่อสุขภาพกายที่เชื่อมโยงโดยตรงมาจากการลดความเครียดสะสม เที่ยวไทย…21/08/2024
เปิดไทม์ไลน์ฝีดาษลิง จากลิงในห้องทดลองสู่สภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก น่ากังวลแค่ไหน?
ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox (Mpox) เป็นโรคกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งไทยรับรู้การมีอยู่ของโรคฝีดาษลิงในปี 2022 โดยพบเคสชาวต่างชาติที่ติดเชื้อชนิดนี้ในไทย และผู้ติดเชื้อในช่วงนั้นราว 8 คน ก่อนข่าวนี้จะเงียบไป ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงปี 2023 ที่ไม่ได้มีการพูดถึงฝีดาษลิงมากนัก แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2023 ประเทศไทยมีเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 120 ราย ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ในต่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 15,000 รายจากหลายประเทศ โดยพบว่าเป็นเชื้อฝีดาษลิงชนิด Clede1b ที่มีความรุนแรง ก่อนที่องค์การอนามัยอนามัยโลก หรือ WHO จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นสภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2024 ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด เพราะพบเคสผู้ติดเชื้อนอกกลุ่มประเทศแอฟริกาเพิ่มขึ้น และล่าสุดพบเคสผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายสู่ประเทศต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเราต้องกังวลกับเรื่องนี้แค่ไหน? โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ของใช้ร่วมกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 754 days ago
Read More08/08/2024
ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 767 days ago
Read More08/08/2024
5 สเต็ปเทพดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงแบบไม่ต้องพึ่งหมอ
หัวใจดวงน้อย แต่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดดวงนี้ เปรียบเสมือนขุมพลังขับเคลื่อนชีวิตของเรา การดูแลหัวใจให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเครียด มลพิษ และวิถีชีวิตที่เร่งรีบ เรามี 5 เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแนะนำกัน 1. กินอาหารดีต่อหัวใจ หากเปรียบหัวใจเป็นเครื่องยนต์ อาหารก็เปรียบเสมือนน้ำมัน ที่หากเติมน้ำมันดีเครื่องยนต์ก็จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน หากเติมน้ำมันไม่ดี ก็อาจเป็นการทำลายเครื่องยนต์ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรกินอาหารที่ดีต่อหัวใจบ้าง ดังนี้ 2. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” หลายคนมักจะคิดว่าการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจนั้น จะต้องวิ่งมาราธอนหรือเข้ายิมหนัก ๆ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเพียงแค่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ซึ่งการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ทั้งยังช่วยให้นอนหลับสบาย หลักการง่าย ๆ ในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี มีดังนี้ 3. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม คุณรู้หรือไม่ว่า “น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ส่งผลต่อหัวใจโดยตรง” ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง วิธีควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม มีดังนี้…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 767 days ago
Read More03/08/2023
เตือนแค่หน้าซองไม่พอ แคนาดาพิมพ์อันตรายของบุหรี่ลงบนบุหรี่ทุกมวน
หากย้อนไปก่อนหน้านี้หลายปี ซองบุหรี่ในบ้านเรายังไม่มีรูปภาพน่ากลัว ๆ อย่างปอดที่เป็นมะเร็ง ปอดที่เป็นถุงลมโป่งพอง หรือฟันที่ดูเหยเกปรากฏอยู่ เป็นเพียงซองบุหรี่ธรรมดาที่เขียนชื่อยี่ห้อบุหรี่เอาไว้ ในยุคต่อมาได้มีการนำภาพโรคเหล่านี้พิมพ์ลงไปบนกล่องหรือซองบุหรี่เพื่อสร้างความตระหนักคิดในกับนักสูบ อารมณ์ประมาณว่า ถ้าคุณสูบ แล้วต้องป่วยแน่นอน ล่าสุด ประเทศแคนาดากำลังจะเป็นชาติแรกที่เพิ่มความน่ากลัวให้กับบุหรี่ ซึ่งคนก็น่าจะกลัว (แหละ) ด้วยการพิมพ์ข้อความลงไปบนบุหรี่ทุกมวน ซองบุหรี่ของแคนาดาก็มีภาพประกอบที่ดูน่ากลัวเหมือนกับของไทยด้วย ตัวอย่างของข้อความบนมวนบุหรี่ ข้อความที่พิมพ์ลงไปจะมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เนื่องจากคนแคนาดาพูดได้ 2 ภาษา โดยบุหรี่ล็อตที่มีตัวหนังสือเหล่านี้จะถูกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป โดยจะเริ่มต้นจากบุหรี่และยาสูบที่ขนาดใหญ่และขนาดมาตรฐานก่อน ซึ่งรัฐบาลแคนาดาวางแผนเอาไว้ว่าในปี 2025 จะกำหนดให้บุหรี่ขนาดและรูปแบบอื่นมีคำเตือนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน หน่วยงานสาธารณสุขของแคนาดาพยายามที่จะลดสัดส่วนของคนสูบบุหรี่ให้เหลือน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ภายในปี 2035 เพราะปัจจุบันชาวแคนาดาเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ 48,000 คน ส่วนคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการมีข้อความเตือนปรากฏบนมวนบุหรี่อาจช่วยเตือนให้ผู้ใหญ่เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น และการเพิ่มจำนวนของนักสูบรุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทยมีคนเสียชีวิตเนื่องจากบุหรี่ 72,000 คน ในปี 2022 และสังคมไทยเผชิญปัญหาเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก คือ การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะโดยเปลี่ยนจากการสูบบุหรี่มวนเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแทนภายใต้ข้ออ้างว่าไอน้ำจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่อันตราย ที่มา: BBC พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1138 days ago
Read More02/08/2023
Cancer จากคำว่า ‘ปู’ ในภาษาละตินสู่โรคมะเร็ง
หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าชื่อของโรคมะเร็งในภาษาอังกฤษเขียนว่า Cancer (แคนเซอร์) ซึ่งเหมือนกับ Cancer ที่หมายถึงราศี กรกฎ จนทำให้คนสงสัยว่าโรคมะเร็งกับราศีกรกฎเกี่ยวข้องกันอย่างไร? แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ว่าคนราศีนี้จะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งมากกว่า คนที่เข้ามาอ่านน่าจะรู้แล้วว่า Cancer หมายถึงปูในภาษาละติน ซึ่งในภาษาอังกฤษยืมคำนี้มาใช้เพื่อเรียกทั้งกลุ่มดาวประจำราศีกรกฎและชื่อโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก การเรียกโรคมะเร็งว่า Cancer มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องเป็นปู? โรคมะเร็งเป็นโรคดึกดำบรรพ์ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่แสงแรกในอารยธรรมมนุษย์ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมวลมนุษย์ เคยมีการขุดค้นพบฟอสซิลกระดูกมนุษย์หรือซากมัมมี่โบราณที่มีร่องรอยของโรคมะเร็งที่คงเหลือไว้ในกระดูก Cancer มีรากมาจากคำว่า Carcinos (คาซิโนส์) และ Carcinoma (คาร์ซิโนมา) ในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงปู คำนี้ถูกใช้เพื่อเรียกโรคมะเร็งครั้งแรกเมื่อ 460–370 ปีก่อนคริสตกาล โดยฮิปโปเครติส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกที่มีชีวิตจริงอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก ฮิโปเครติสใช้คำว่า Carcinos และ Carcinoma เรียกเนื้องอก ทั้งชนิดที่ทำให้เกิดแผลและไม่ทำให้เกิดแผล โดยการแพร่กระจายของเนื้องอกมีลักษณะเป็นขาหลายขาแผ่กระจายออกมาคล้ายกับขาของปู โดยส่วนที่อยู่ตรงกลางเป็นตัวปู หลังเวลาผ่านไป หมอชาวโรมันชื่อ เซลซัส (Celsus) ได้แปลคำว่า Carcino และ Carcinoma จากภาษากรีกให้กลายเป็นภาษาละติน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1139 days ago
Read More02/08/2023
เทคนิคการเลือกสบู่ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
การอาบน้ำชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรกเป็นกิจวัตรที่ทุกคนทำทุกวัน และการเลือก ‘สบู่’ เพื่อช่วยขจัดคราบความมันและแบคทีเรียต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เนื่องจากสบู่แต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของรูปแบบ และคุณสมบัติในการบำรุงผิว ดังนั้น จึงควรเลือกใช้สบู่ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง เลือกสบู่ให้เหมาะกับผิวของตนเอง โดยปกติคนเราจะมีสภาพผิวอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวแพ้ง่าย และผิวผสม สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนเลือกสบู่ที่เหมาะสมคือการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทผิวของตนเอง เพราะการเลือกสบู่อาบน้ำที่ต้านแบคทีเรียและมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวจะช่วยคุณจัดการปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยคุณสามารถทดสอบสภาพผิวของตนเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แล้วซับให้แห้ง 2.อย่าทาครีม มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือโทนเนอร์บนใบหน้าหลังจากเช็ดหน้าจนแห้ง 3.ปล่อยให้ใบหน้าแห้งอย่างน้อย 30 นาที 4.หลังจากผ่านไป 30 นาที หลังจากทำความรู้จักกับประเภทผิวของคุณแล้ว คุณก็จะสามารถเลือกสบู่ให้เหมาะกับตนเองได้อย่างง่ายดาย 1.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวแห้ง หากคุณมีผิวแห้ง คุณต้องเลือกใช้สบู่ที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ เพราะผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะเป็นขุยและมีอาการคันได้ง่าย นอกจากนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลังล้างออกไม่แห้งตึงจนเกินไป ควรเน้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นให้กับผิว 2.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวมัน ผิวมันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่าย จะดีที่สุดถ้าคุณเลือกสบู่ที่ดูดซับความมันส่วนเกินจากผิวของคุณเพื่อป้องกันการเกิดสิว นอกจากนี้ ผิวมันจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินเป็นประจำ เพื่อให้ผิวไม่รู้สึกมันเยิ้มจนเกินไป 3.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวผสม หากคุณเป็นคนผิวผสม คุณก็สามารถเลือกสบู่ได้หลากหลายประเภท เนื่องจากผิวของคุณไม่ได้บอบบางขนาดนั้น แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าคุณใช้สบู่ธรรมชาติที่ปราศจากพาราเบน และสารเคมีอันตรายอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1139 days ago
Read More02/08/2023
อินฟลูเอนเซอร์วีแกนชาวรัสเซียเสียชีวิตหลังกินแค่ผลไม้และดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าเป็นเวลาหลายปี
ผลไม้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะไขมันต่ำ ใยอาหารสูง แถมมีวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ดี เคสล่าสุด Zhanna D'Art หรือ แจนนา แซมโซโนวา (Zhanna Samsonova) อินฟลูเอนเซอร์สายวีแกนชาวรัสเซียถูกคาดว่าเสียชีวิตจากการขาดอาหารภายหลังการรับประทานเฉพาะผลไม้เพียงอย่างเดียวเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยข้อมูลเปิดเผยว่า แจนนา แซมโซโนวา เริ่มรับประทานอาหารแนว Fruit diet หรือรับประทานเฉพาะผลไม้ น้ำผลไม้ และต้นอ่อนทานตะวันเท่านั้นเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งสุดโต่งขนาดที่ว่าเธอดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่า ก่อนหน้าที่เธอจะเริ่มรับประทาน Fruit Diet เธอเป็นวีแกนหรือมังสวิรัติมาก่อน รวม ๆ แล้วเป็นเวลากว่า 15 ปี เธอเคยบอกว่า ‘เธอชอบที่จะสร้างสูตรอาหารและแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น’ เพื่อนของแจนนาได้ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงที่แจนนาย้ายไปที่ประเทศศรีลังกา เพราะแจนนา ต้องการเปลี่ยนมารับประทานผลไม้เมืองร้อนแทน ซึ่งเพื่อนเธอได้ทักท้วงให้เธอเข้ารับการรักษาจากแพทย์ เพราะเธอดูอ่อนเพลียอย่างมาก แต่เธอเลือกที่จะไม่ทำ โดยเพื่อนบ้านที่เห็นร่างกายที่ซูบผอมของแจนนารู้สึกเป็นกังวลว่าจะพบแจนนาในร่างที่ไร้ลมหายใจในตอนเช้าของทุกวัน นอกจากนี้ แจนนาป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเสียชีวิตแจนนาแทบจะเดินไม่ได้ โดยใช้เวลาหลายนาทีเพื่อที่จะก้าวเท้าขึ้นบันไดเพียงก้าวเดียว มีรายงานจากการเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกว่าเธอได้รับเชื้ออหิวาต์ แจนนายังมีวิธีรับมือกับความเจ็บป่วยที่ค่อนข้างประหลาด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1139 days ago
Read More27/07/2023
“ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” สู่ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านช่วงอายุของประชากร โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การขยายตัวของจำนวนผู้สูงวัย ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละปี และคาดการณ์ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) โดยจะมีผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจากสถิติดังกล่าวอาจส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวที่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงานต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมเชิงระบบที่รอบด้านในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่หลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต้องให้ความร่วมมือ เพื่อรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการส่งเสริมสวัสดิการผู้สูงอายุ ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่อำนวยความสะดวก ตลอดจนการมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม และเป็นต้นแบบในการส่งต่อองค์ความรู้ทางด้านวิชาการให้กับสังคมไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่เป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงมีแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ จึงได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อริเริ่มโครงการก่อสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” เป็นศูนย์วิทยาการต้นแบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในทุกมิติ พร้อมสร้างองค์ความรู้ กระจายองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติสำหรับสาธารณชน เพื่อคุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืนของผู้สูงอายุไทย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล่าถึงการจัดตั้งศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชว่า “สถานการณ์ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย นับเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความท้าทายต่อการรับมือในทุกมิติ ซึ่งศิริราชให้ความสำคัญมาโดยตลอดในการมุ่งสร้างสังคมผู้มีอายุยืน หรือ Healthy Aging ที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการส่งเสริมและผลักดันให้ครอบครัว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1145 days ago
Read More27/07/2023
การออกกำลังกายช่วยให้หายเศร้า นักวิจัยพบการออกกำลังกายรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลมากกว่าการใช้ยา
โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมหรือจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ กลไกของโรคนี้เป็นผลมาจากสารเคมีในสมองมีผลต่ออารมณ์ผิดปกติไปจนเกิดเป็นอาการทางอารมณ์ และนำไปสู่อาการทางด้านร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนป่วยด้วย ซึ่งปัจจัยหลายอย่างส่งผลร่วมกัน โดยประชากรโลกกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ยาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจถูกกับยาคนละชนิด ยาบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้มากขึ้นก็เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำ ล่าสุดมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาแบบรีวิว 97 ชิ้นที่มาจากงานวิจัยกว่า 1,039 งาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง 128,119 คน แก่นของการศึกษาที่ได้หยิบมาคือประสิทธิภาพของการออกกำลังกายต่อสุขภาพและการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ ซึ่งงานวิจัยเป็นพันชิ้นที่ผ่านการรีวิวนั้นมีตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรค คนสุขภาพดี คนที่มีโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อีกมากมาย การศึกษาชิ้นนี้พบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุดหรือส่งผลดีอย่างมากในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคซึมเศร้า ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคไต คนท้อง ผู้หญิงหลังคลอด และคนทั่วไป การศึกษาชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือหนักขึ้นให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับโรคซึมเศร้า ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคถึง 43 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดอยู่ที่ 150 นาที/สัปดาห์ ครั้งละ 30…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1145 days ago
Read More27/07/2023
ปักหมุด 4 ร้านอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน (ที่จะชวนคุณมาอร่อยและสุขภาพดี)
ใครว่าของอร่อยต้องไม่ดีต่อสุขภาพ Hack for Health ขอเสนอ ‘อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน’ หรือ Mediterranean Diet อาหารแนวนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างกรีซ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และอื่น ๆ ซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมอาหารที่เก่าแก่และได้รับความนิยมอย่างมาก โดยวัตถุดิบหลักของอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนมักจะเป็นธัญพืช สมุนไพร เครื่องเทศ ผักผลไม้ ถั่วต่าง ๆ ส่วนเนื้อสัตว์ก็เป็นกลุ่มของปลา อาหารทะเล สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากนม ส่วนเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแดงจะพบได้บ้าง แต่ที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับอาหารแนวนี้คือ ‘น้ำมันมะกอก’ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยเห็นตรงกันว่าการกินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ ส่วนเหตุผลก็มาจาก ‘ปลาทะเล’ และ ‘น้ำมันมะกอก’ ที่มีไขมันดียังไงล่ะ ไขมันดีเป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพตามชื่อ คุณอาจคุ้นหูกับชื่อ ‘โอเมก้า 3’ ซึ่งจัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่พบได้ในปลาทะเลและน้ำมันมะกอกที่เป็นแหล่งไขมันหลักอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนแต่ละเมนู กรดไขมันชนิดนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าหากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือด ช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย และดีต่อสมองด้วย นอกจากนี้ สัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต ผัก และวัตถุดิบจากพืชอื่น ๆ ก็ถูกจัดสรรลงจานเป็นอย่างดีช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน เทรนด์เรื่องการกินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนกำลังเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยอย่างช้า ๆ แต่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1145 days ago
Read More27/07/2023
เรื่องมะเร็งใกล้ตัวและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด จากงานเสวนา ‘รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง’
โรคมะเร็งเป็นโรคที่ฆ่าคนมากที่สุด ในช่วงก่อนปี 2000 คนเสียชีวิตจากมะเร็งเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และอุบัติเหตุ แต่ในปัจจุบัน มะเร็งได้ไต่ขึ้นมาเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่คนเสียชีวิต และครองแชมป์มาเป็นเวลาหลายปี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 สถาบันวิทยาการตลาดทุนหรือ วตท. ได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ 'รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง' ณ Auditorium ชั้น 6 ตึกเปกาซัส อาคาร 101 ทรูดิจิทัลพาร์ก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งระดับประเทศ อย่างอาจารย์กบ หรือ ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวัฒนธรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์หนุ่ม หรือ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง Founder บริษัท เจเน พูติกไบโอ จำกัด ทั้งยังเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยในการเสวนาในครั้ง อาจารย์ทั้ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1145 days ago
Read More27/07/2023
วิธีป้องกัน “โรคหลอดเลือดในสมอง” สาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต
โรคหลอดเลือดสมอง คือภาวะที่สมองขาดเลือด เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของสมองมีเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ มักเกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงอุดตัน หรือมีเลือดออกในสมอง และเซลล์สมองในบริเวณนั้นจะเริ่มตายจากการขาดออกซิเจน อาการ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกังวลว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองให้สังเกตเวลาที่เริ่มมีอาการ โดยสัญญาณและอาการของโรคหลอดเลือดสมอง มีดังต่อไปนี้ สาเหตุ 1.หลอดเลือดแดงอุดตัน หลอดเลือดแดงอุดตัน หรือที่เรียกว่าโรคเส้นเลือดในสมองตีบ บางคนอาจมีการหยุดชะงักชั่วคราวของการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง หรือที่เรียกว่าโรคขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการที่ยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดลดลงอย่างรุนแรง (ขาดเลือด) โดยหลอดเลือดตีบตันนั้นเกิดจากไขมันสะสมในหลอดเลือด หรือจากลิ่มเลือดหรือเศษอื่น ๆ ที่เดินทางผ่านกระแสเลือด ส่วนใหญ่มักจะมาจากหัวใจและไปค้างอยู่ในหลอดเลือดในสมอง 2.เส้นเลือดในสมองแตก โรคเส้นเลือดในสมองแตก เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองรั่วหรือแตก โดยเลือดออกในสมองอาจเกิดจากหลายสภาวะที่ส่งผลต่อหลอดเลือด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคเส้นเลือดในสมองแตก เช่น ปัจจัยเสี่ยง มีหลายปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ 1.ปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิต 2.ปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ ปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อน โรคหลอดเลือดสมองบางครั้งอาจทำให้เกิดความพิการชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สมองขาดออกซิเจน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังนี้ วิธีการป้องกัน การทราบปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นขั้นตอนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หากคุณเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) วิธีเหล่านี้อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อีก วิธีการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหลายอย่างเหมือนกับวิธีในการป้องกันโรคหัวใจ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1145 days ago
Read More27/07/2023
คุณเคยซัก “หมอน” หรือไม่ ? เหตุผลที่ควรหันมาทำความสะอาดหมอน
ของเครื่องใช้ในบ้านที่เชื่อว่าทุกคนต้องทำความสะอาดหรือซักล้างอย่างเป็นประจำ นั่นคือ ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม เพราะนอกจากจะกำจัดฝุ่นต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามที่นอนแล้วยังทำให้รู้สึกที่นอนนุ่ม สบาย มีกลิ่นหอมน่านอนอีกด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะมองข้ามไปนั่นคือการทำความสะอาด “หมอน” ปกติแล้วคนเรามักใช้เวลาอยู่บนเตียงประมาณ 8 ชั่วโมงต่อคืน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต นั่นหมายความว่าเราใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับหมอน และตลอดเวลานั้นหมอนมักจะสะสมทั้ง ฝุ่น เชื้อรา เหงื่อ น้ำลาย รวมถึงน้ำมันธรรมชาติจากร่างกายของคุณ จากการวิจัยปี 2018 ระบุว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่การระคายเคืองทางเดินหายใจหรืออาการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว การซักหมอนเป็นประจำจะสามารถลดสิ่งระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องซักหมอนจริงหรือ ? อย่างที่บอกว่าคนเรามักลืมหมอนในรายการสำหรับซักทำความสะอาดทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และสนใจซักแต่เพียงปลอกหมอนเท่านั้น การซักปลอกหมอนเป็นวิธีหลักอย่างหนึ่งในการรักษาความสะอาดบริเวณที่นอนของคุณ อย่างไรก็ตาม ปลอกหมอนที่สะอาดจะช่วยได้มากก็ต่อเมื่อหมอนของคุณผ่านการซักทำความสะอาด เพราะแม้แต่ปลอกหมอนที่ซักเป็นประจำในบางครั้งก็อาจมีรู หรือมีร่องรอยการขาด ดังนั้นจึงไม่สามารถปกป้องหมอนของคุณจากการสะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเมื่อเวลาผ่านไปได้ทั้งหมด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการซักหมอนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยหมอนของคุณอาจสะสมสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ในระดับที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ทำจากหมอน จากการศึกษาในปี 2021 พบว่าหมอนอาจต้านทานสิ่งสกปรกและไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำจากสิ่งต่อไป การวิจัยปี 2015 ยังแนะนำว่าหมอนขนเป็ดอาจสะสมฝุ่นน้อยกว่าหมอนใยสังเคราะห์บางประเภท…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1145 days ago
Read More24/07/2023
โจ๊กหมึกซึม ไม่ใช่เคสแรก! ข้อสรุปปากกาเขียนบนถุงอันตรายไหม ควรเป็นถุงแบบไหน หรือใช้ปากกาอะไรดี?
ช่วงก่อนหน้านี้หลายคนคงเห็นข่าวที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพเตือน หลังจากไปซื้อโจ๊กที่ร้านค้าเขียนรายละเอียดบนถุงโจ๊ก ซึ่งผู้ซื้อเห็นว่าหมึกจากตัวหนังสือบนถุงร้อนซึมเข้าไปด้านใน เมื่อเทออกมาปรากฏว่าหมึกก็ซึมเข้าไปในเนื้อโจ๊กจริง ๆ เคสที่หมึกซึมเข้าไปในโจ๊กหรืออาหารอื่น ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หากลองไปค้นดูจะพบว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาแล้ว โดยในเคสล่าสุดที่ตัวหนังสือ ‘หมูล้วน’ ซึมเข้าไป อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากเพจอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้ออกมาเตือนและให้ความรู้ว่าหมึกที่เขียนและซึมผ่านถุงร้อนเข้าไปในเนื้อโจ๊กนั้นเป็นอันตรายและอาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ ซึ่งในเคสนี้ อ.เจษฎา คาดว่าทางร้านใช้ปากกาเมจิกเขียน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 เพจเฟซบุ๊กหมอแล็บแพนด้าได้ทดสอบด้วยการซื้อโจ๊กมา แล้วลองใช้ปากกาเขียนคำว่า ‘ซึมมั้ย’ ลงไป’ แถมลองเอาไปเข้าไมโครเวฟเผื่อความร้อนจะช่วยเร่งการแผ่ของสีให้ซึมผ่านถุงเข้าไปในเนื้อโจ๊ก แต่หมึกก็ไม่ซึม อย่างไรก็ตาม หมอแล็บก็ได้ออกตัวว่าไม่กล้ารับประทาน เพราะไม่รู้ว่าสารเคมีจากหมึกในส่วนที่ไม่ใช่เม็ดสีจะซึมเข้าไปรึเปล่า หลังจากนั้น อ.เจษฎาก็ได้แชร์ความคิดเห็นว่าสาเหตุที่หมึกบนถุงจากในกรณีที่หมอแล็บทดสอบอาจเกิดจากปัจจัยที่ต่างกัน โดยอาจเป็นถุงคนละชนิดและปากกาคนแบบ โดยจากข้อความนี้จึงพอสรุปได้ว่าการเลือกถุงใส่อาหารและปากกาที่เขียนมีผลต่อการซึมของหมึกผ่านถุง ในเคสที่หมึกซึมเข้าไป อ.เจษฎาคาดว่าหากเป็นถุงร้อนชนิดขุ่นและปากกาเมจิก ในขณะที่ของหมอแล็บเป็นถุงร้อนชนิดใสและปากกาเพอร์มาเนน (Permanent marker) อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะซึมหรือไม่ซึม ถุงใส่อาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเขียนอะไรลงไป ดังนั้น ผู้ขายอาจจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นในการระบุรายละเอียดของอาหาร เช่น การมัดหนังยางคนละสี การเขียนใส่กระดาษแล้วใส่หรือติดไปกับถุงแทน ถุงร้อน ถุงเย็น เลือกอย่างไรให้เหมาะสม? ถุงสำหรับใส่อาหารที่คนคุ้นหูกันแบ่งออกได้ 3…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1148 days ago
Read More24/07/2023
ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?
อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1148 days ago
Read More21/07/2023
5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์หลากอารมณ์ ชวนน้ำตาตาคลอไปกับความหมายของชีวิต
ตัวละครหลักในภาพยนตร์เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงคนดูเข้ากับเรื่องราวหรือข้อความที่ภาพยนตร์ต้องการสื่อสาร แม้ว่าผู้ชมภาพยนตร์อย่างเรา ๆ จะเป็นเหมือนบุคคลที่ 3 ที่คอยดูความเป็นไปจากมุมมองของหลายตัวละคร แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปจนถึงจุดสูงสุด คนดูมักเผลอจินตนาการว่าหากเราเองเป็นตัวละครนั้นเราจะตัดสินใจหรือรับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นอย่างไร เชื่อว่าหลายครั้งที่คนดูเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวความเศร้าและโศกนาฏกรรมในภาพยนตร์ประหนึ่งว่าเราเป็นตัวละครนั้น โดยหนึ่งในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่เรียกน้ำตาจากคนดูได้คงเป็นภาพยนตร์ที่ตัวเอกเผชิญกับโรคบางอย่าง โรคหรือปัญหาสุขภาพภายในภาพยนตร์เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะดำเนินต่อไปอย่างไร ซึ่ง Hack for Health ได้เตรียม 5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์มาให้ทุกคนได้รู้จักกับโรคและตามไปดูภาพยนตร์เหล่านี้กัน 5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์ที่ชวนคุณน้ำตาคลอ 1. ภาวะปัญญาอ่อนจาก I Am Sam (2001) หากใครเคยดูเรื่องนี้ เพียงแค่เห็นชื่อ และเรื่องราวที่แซมประสบพบเจอภายในเรื่องก็อาจทำให้น้ำตารื้นได้แล้ว I Am Sam เป็นเรื่องราวของ แซม ดอว์สัน ชายฐานะไม่ดีที่มีภาวะปัญญาอ่อน โดยเขาถูกประเมินว่ามีสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็ก 7 ขวบ วันหนึ่งแซมจับพลัดจับผลูไปมีลูกกับสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้ทิ้งเขาและลูกสาวที่ชื่อลูซีไป เรื่องราวของภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของพ่อผู้มีสมองเป็นเด็กกับลูกสาวที่กำลังเติบโตคนเป็นคนปกติ สู่การถูกกีดกันจากทางการ เพราะแซมถูกประเมินว่าเป็นบุคคลไร้สมรรถภาพและไม่สามารถเลี้ยงดูลูซีได้ ภาวะปัญญาอ่อนหรือภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disability) เป็นความผิดปกติทางด้านสติปัญญา สาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนยังไม่แน่ชัด แต่อาจเป็นผลจากพันธุกรรม การเจ็บป่วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1151 days ago
Read More21/07/2023
‘Vibrant’ ยาสั่นลำไส้ มิติใหม่ของการรักษาท้องผูก ลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบเดิม
16 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเผชิญกับอาการท้องผูก ซึ่งอาการท้องผูกส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนที่มีอาการได้ไม่น้อย ในระยะยาวอาการท้องผูกส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง และยังสัมพันธ์โรคเรื้อรังหลายชนิด การรักษาอาการท้องผูกมีตั้งแต่การปรับไลฟ์สไตล์ การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัดในคนที่มีอาการท้องผูกรุนแรง เดิมทีการรักษาอาการท้องผูกด้วยยาบางชนิดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรใช้ติดต่อกัน เพราะอาจทำให้ท้องผูกรุนแรงกว่าเดิม แพทย์และนักวิทยาจึงคิดค้นหาวิธีในการรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังแบบอื่น ๆ ซึ่ง FDA ของสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายอนุญาตใช้ Vibrant (ไวแบรนต์) ยารักษาอาการท้องผูกแบบใหม่ ที่อาจจะเรียกไม่ได้เต็มปากว่ายา เพราะ Vibrant เป็นนวัตกรรมการรักษาที่มาในรูปแบบของแคปซูลยา แต่ไม่มีตัวยา ที่จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาทั่วไปหรือได้รับผลข้างเคียงรุนแรงจากยาแบบเดิม ท้องผูกเรื้อรัง = อาการขับถ่ายน้อย ไม่สม่ำเสมอ ขับถ่ายยากติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือนานกว่านั้น กลไกการทำงานและข้อดีของ Vibrant โดยปกติ เวลาที่คุณกลืนยาและยาเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร เยื่อหรือแคปซูลจะถูกย่อย และปล่อยตัวยาออกมา แต่แคปซูล Vibrant มีกลไกในการรักษาอาการท้องผูกต่างออกไป เมื่อคุณกลืนแคปซูลเข้าไป Vibrant จะเริ่มทำงานด้วยกันสั่นเบา ๆ 3 วินาที และหยุดสั่น 3 วินาที สลับกันไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนจะหยุดสั่น 6 ชั่วโมง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1151 days ago
Read MorePR Partners
See All14/09/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 15 hours ago
WORKTech Asia 2026 ชู ‘Build the Autonomous Enterprise’ จุดกระแสองค์กรไทยเร่งปรับโครงสร้างสู่ยุค AI ทำงานร่วมคน
งาน WORKTech Asia 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Build the Autonomous Enterprise’ ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ BHIRAJ HALL 2–3, BITEC บางนา โดยมีผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กร และคนทำงานด้านเทคโนโลยีจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมด้วยบูทจัดแสดงโซลูชันจากพันธมิตรธุรกิจกว่า 80 บูท เพื่อร่วมกันสำรวจอนาคตของการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Workforce องค์กร งาน WORKTech Asia 202611/09/2026
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน กล่าวว่า การพัฒนาสิทธิประโยชน์ในช่วงที่ผ่านมาอิงจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก ซึ่งพบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ที่นำไปใช้ได้จริง มีความคุ้มค่า และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลังเปิดตัว บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน โฉมใหม่ ซึ่งมอบคะแนน The 1 สูงสุด 4 เท่า และส่วนลดสูงสุด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More10/09/2026
Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 days ago
Read More































