Tags
| หัวร้อน
28/03/2023
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1216 days ago
ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้เราหัวร้อนได้ง่าย?
เมืองไทยมีอากาศร้อนและแดดแรงตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากอากาศจะร้อนแล้ว หัวก็มักจะร้อนตามสภาพอากาศไปด้วย ยิ่งหากคุณออกไปกลางแจ้งแล้วเผชิญกับอากาศร้อนและแสงแดด โอกาสที่คุณจะหัวร้อนก็เพิ่มมากขึ้น โดยเรื่องนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ ข้อเท็จจริงของอากาศร้อนกับอารมณ์และสุขภาพจิต ปัจจุบันมีทฤษฎีเกี่ยวกับความร้อน ความโกรธ และความรู้สึกด้านลบมากมาย มาดูกันว่าอากาศร้อนส่งผลให้คุณหัวร้อนได้อย่างไรและส่งผลในด้านไหนบ้าง? 1. อากาศร้อนทำให้เรารู้สึกว่าทุกสิ่งอยู่เหนือการควบคุม ลองจินตนาการถึงหน้าหนาวที่หนาวมาก ๆ เท่าที่คุณเคยเผชิญมา แม้ว่าคุณจะไม่อยากออกไปเผชิญอากาศหนาว แต่เวลาที่ต้องออก คุณสามารถสวมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้คุณได้มากเท่าที่คุณจะสามารถสวมได้ ในทางตรงกันข้าม คุณไม่สามารถหนีจากความร้อนได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วนอนอยู่บ้าน เมื่อเทียบกับหน้าหนาว หากคุณจำเป็นต้องออกไปเผชิญความร้อน การสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีที่สุดหรือการถอดเสื้อผ้าจนเปลือยเปล่า คุณก็ยังรู้สึกร้อนอยู่ดี ในเชิงจิตวิทยา อากาศร้อนจึงทำให้จิตใจเรารู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียการควบคุมสิ่งต่าง ๆ ไป ซึ่งทำให้ความโกรธและความรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว 2. ความไม่สบายตัวจากอากาศร้อนสู่อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ประเทศที่ทั้งร้อนและชื้นอย่างประเทศไทย ทำให้เหงื่อออกได้ง่าย ซึ่งความรู้สึกไม่สบายตัว บวกกับความร้อนให้ความอดทนลดลงและโกรธเกรี้ยวได้ง่ายขึ้น นอกจากความไม่สบายตัวแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติกในสมอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ภาวะสู้หรือหนี (Fight or Flight) ที่ส่งผลให้ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนออกมามากขึ้น ส่งผลให้เลือดสูบฉีด และอารมณ์พลุ่งพล่านได้มากขึ้น จึงไม่แปลกที่เวลาเราเจอกับแสงแดดและความร้อน เราถึงรู้สึกอยู่ไม่นิ่งและกระวนกระวายใจกว่าปกติ 3. ความร้อนทำให้คนทะเลาะกันง่ายขึ้น เคยมีการศึกษาที่ให้คู่รัก 4 คู่เข้าไปอยู่ภายในห้องที่มีอุณหภูมิที่ต่างกัน ตั้งแต่…03/12/2019
10 สิ่งที่เหล่าคนเล่นต้องได้ยินจากคนที่ไม่ได้เล่นเกม
เมื่อพูดถึงคนที่เล่นเกมหรือคนที่มักใช้เวลาว่างในการนั่งอยู่หน้าจอทีวีหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ เพื่อเล่นเกมที่ตนเองชอบ มันอาจจะเป็นเรื่องปกติที่เรามักจะทำเป็นประจำเพราะเรารู้ว่าวิดีโอเกมเหล่านั้นคือสิ่งที่มอบความสนุกความตื่นเต้นและอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราไม่สามารถหาได้จากโลกแห่งความเป็นจริง แต่คนที่เขาไม่ได้ชอบเล่นเกมหรือไม่เคยเล่นเกมแบบเราเวลาที่เขามองมาทางเราที่กำลังนั่งเล่นเกมอย่างสนุกบนหน้าจอมันคือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เรารู้สึก ยิ่งใครที่มีอายุหน่อยในสมัยที่วิดีโอเกมยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าในยุคนี้(ยุคนี้ถือว่ายอมรับมากกว่าสมัยก่อน) คงจะได้เจอวลีในตำนานอยู่หลายอย่างพร้อมคำว่าเชิงเสีย ๆ หาย ๆ อยู่มากมายเกี่ยวกับวิดีโอเกมที่เราเล่น วันนี้เราเลยรวบรวมวลีคำพูดที่คนซึ่งไม่ได้เล่นเกมเอามาต่อว่าคนที่เล่นเกมตั้งแต่อดีตรวมถึงปัจจุบันมานำเสนอจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย เล่นเกมมาก ๆ แล้วจะโง่ เริ่มต้นด้วยวลีแรกที่เกมเมอร์ยุคก่อนสมัยที่เกม Famicom แบบใช้ตลับยังเป็นที่นิยมเกมเมอร์เหล่านั้นมักจะได้ยินคำต่อว่าจากเหล่าผู้ปกครองหรือคนนอกที่มองเห็นเรากำลังเล่นเกมแล้วพูดว่า เล่นเกมมาก ๆ จะทำให้โง่ ซึ่งเราเมื่อได้ยินก็คงจะรู้สึกไม่พอใจเมื่อได้ยินคนมาพูดแบบนี้ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ การเล่นเกมก็ไม่ได้ทำให้เราโง่อย่างที่คนไม่ได้เล่นเกมเข้าใจ ตรงข้ามการเล่นเกมจะช่วยในการฝึกความจำเพราะตอนเล่นเกมเราต้องจดจำเส้นทางในเกมไอเทมที่ต้องใช้ระบบต่าง ๆ ว่าต้องเป็นอย่างไร รวมถึงการฝึกภาษาที่เชื่อว่าเด็ก ๆ หลายคนอ่านภาษาอังกฤษออกเพราะการเล่นเกม ซึ่งเราได้พื้นฐานมาจากการเรียนเป็นทุนเดิมแต่พอมาเล่นเราก็จะได้พบคำศัพท์หรือบทพูดของตัวละครที่มาพร้อมกับท่าทางเรื่องราวในเกม จึงทำให้เด็กรู้ว่าคำนี้หมายถึงอะไรนอกจากนี้ยังมีเมนูต่าง ๆ ในเกมที่เราต้องจำว่ามันคืออะไร พอทำมาก ๆ เข้าเล่นบ่อย ๆ เข้าเราก็จดจำไปได้เอง ดังนั้นการเล่นเกมไม่ได้ทำให้โง่อย่างที่คิดแต่การเล่นเกมก็ไม่ได้ทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้หรือฉลาดขึ้นเพราะทุกอย่างที่เรารู้จากเกมก็มาจากการเรียนในโรงเรียน ดังนั้นเกมที่เราเล่นจึงเหมือนเป็นตัวเสริมมากที่มาพร้อมความสนุกมากกว่า เล่นเกมมาก ๆ จะสายตาเสีย เล่นเกมมาก ๆ จะทำให้สายตาเสียประโยคที่เราเหล่าเกมเมอร์ต้องได้ยินมาตลอดตั้งแต่สมัยก่อนมาจนปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนพูดอยู่ ซึ่งเราที่เป็นคนเล่นเกมเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวคงจะรู้สึกไม่พอใจจนไปถึงหงุดหงิด ซึ่งถ้าเราลองลดทิฐิลงมาแล้วลองฟังดูดี ๆ แล้วเราจะรู้ว่าในประโยคเชิงตำหนินั้นคือความรู้สึกห่วงใยเราอยู่ เพราะการเล่นเกมโดยการจ้องจอทีวีเป็นเวลานานหลายชั่วโมง(รวมมือถือด้วย)…Wiwat Kerdsomjit | 2427 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 13 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 13 days ago
Read More











