Tags
| โรคมะเร็ง
24/10/2025
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 79 days ago
LED ฆ่าเซลล์มะเร็ง ! เทคนิคการรักษามะเร็งแบบใหม่ ไม่ทำลายเซลล์ดี
อย่างที่เรารู้กันดีว่า การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัด (Chemotherapy) และ การฉายแสง (Radiation therapy) ถือเป็นหนึ่งในแนวทางหลักที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการยับยั้งหรือทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงด้วยภาระต่อสุขภาพของผู้ป่วยอย่างชัดเจน ตั้งแต่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ป่วยง่าย ทำให้ผู้ที่รับการบำบัดทุกข์ทรมาน แต่ล่าสุดมีการคิดค้นวิธีการรักษาแบบใหม่ โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ในออสติน (University of Texas at Austin) ของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยพอร์โต (University of Porto) ในโปรตุเกส ที่ร่วมกันคิดค้นวิธีการฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยการใช้แสงอินฟราเรดจากหลอดไฟ LED ร่วมกับการใช้เกล็ดนาโนออกไซด์ดีบุก (SnOx Nanoflakes) ที่สำคัญไม่กระทบสุขภาพ และอาจเข้าถึงง่ายกว่าเดิมเพราะมีราคาถูก LED และเกล็ดนาโน กำจัดมะเร็งยังไง ? วิธีการรักษานี้ทำงานโดยการใช้เครื่องสร้างความร้อนฉายแสงอินฟราเรดจากหลอด LED ไปยังเกล็ดนาโนออกไซด์ดีบุก เมื่อแสงไปกระทบกับกับเกล็ดเล็ก ๆ ก็จะเกิดความร้อนเฉพาะจุดที่เพียงพอในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับเซลล์ปกติที่อยู่รอบข้าง ศาสตราจารย์ จีน แอนน์ อินคอร์เวีย (Jean Anne Incorvia)…16/10/2025
สุดจะเลิศ ! สตาร์ตอัปใช้ “สุนัข+AI” ดมกลิ่นลมหายใจ ตรวจมะเร็ง 4 ชนิด แม่นยำ 94%
แม้ว่าทุกวันนี้จะมีการคิดค้นการตรวจหามะเร็งหลายชนิดในระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด หรือที่เรียกว่า Multi-Cancer Early Detection (MCED) แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา รวมถึงยังไม่ผ่านการอนุมัติจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการรักษามะเร็ง คือการตรวจหาที่ยิ่งหาเจอเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี ทำให้มีคนยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อตรวจมะเร็งจากเลือดด้วยราคา 950 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 30,000 บาท) หรือไม่ก็ให้ทำเอ็มอาร์ไอ (MRI) ทั่วร่างกายเพื่อมองหาก้อนเนื้อแปลกปลอม แน่นอนว่าการตรวจแบบนี้มีราคาที่สูงถึง 2,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 74,000 บาท) หรือแพงกว่านั้น แต่ล่าสุด SpotitEarly สตาร์ตอัปสายไบโอเทค (BioTech) ที่พัฒนาวิธีการตรวจหามะเร็งหลาย ๆ ชนิดแบบใหม่ขึ้นมา ด้วยการวิเคราะห์ลมหายใจมนุษย์ จากการใช้สุนัขที่ทำงานร่วมกับเอไอ (AI) ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่บ้าน สุนัขกับ AI ตรวจหามะเร็งได้อย่างไร ? ชโลมี มาดาร์ (Shlomi Madar) CEO ของ SpotitEarly เล่าว่า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่า สุนัขสามารถฝึกให้ดมกลิ่นเพื่อตรวจหาโรค…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 88 days ago
Read More28/08/2025
วิจัยพบ ‘ยาฉีดมะเร็งเฉพาะจุด’ ฉีดแล้วยุบทั่วร่างกาย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rockefeller ได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบใหม่ที่เรียกว่า "การฉีดยาเพื่อลบมะเร็ง" โดยเป็นการฉีดแอนติบอดี (Antibody) หรือสารภูมิคุ้มกัน เข้าไปในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว แต่กลับสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้ทั่วร่างกาย แอนติบอดี 2141-V11 รักษาโรคมะเร็ง แอนติบอดี 2141-V11 คือแอนติบอดีที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการรักษามะเร็ง ซึ่งแอนติบอดีชนิดนี้สามารถจับกับ CD40 ที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้อที่มีเซลล์มะเร็งเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังเซลล์ปกติ โดยทีมนักวิจัยได้ทดสอบยาตัวนี้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามกว่า 12 คน ในการทดลองระยะแรก และได้พบกับผลลัพธ์ที่อาจเป็นความหวังในการผลิตยาหรือสร้างการรักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง หลังจากผู้ป่วยในการทดลองได้ฉีดยาชนิดนี้เข้าไปพบว่า แล้วที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น คือการฉีดยาในก้อนเนื้องอกเพียงจุดเดียว กลับกระตุ้นให้เนื้องอกที่อยู่บริเวณอื่นในร่างกายหายไปและลดลงด้วย โดยการศึกษานี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 ซึ่งพัฒนามาจากงานวิจัยชิ้นก่อนที่เคยทดสอบในลักษณะเดียวกัน คือการกระตุ้นการทำงานของ CD40 แต่ผลลัพธ์ที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ และยังพบผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อนำไปทดลองกับมนุษย์ ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ ราเวตช์ (Jeffrey V. Ravetch) จากมหาวิทยาลัย Rockefeller และทีมวิจัยจึงกลับไปทบทวนแนวคิดเดิม และพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักการทำงาน แต่เป็นวิธีการออกแบบและส่งยาเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทีมวิจัยได้ลองทดสอบด้วยการเปลี่ยนวิธีให้ยา จากเดิมที่ฉีดเข้ากระแสเลือดเพื่อให้ยาไหลเวียนทั่วร่างกาย มาเป็นการฉีดตรงเข้าสู่ก้อนเนื้องอกหรือบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งแทน และออกแบบยาใหม่ให้จับ CD40 ได้ดีขึ้น กลไกการทำงานคือการสร้าง 'ศูนย์บัญชาการ' ของภูมิคุ้มกัน หลังการฉีดยา…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 137 days ago
Read More15/08/2025
วิจัยเผย ! ใช้ AI ช่วยตรวจมะเร็ง ทำให้สกิลหมอลดลง
AI เทคโนโลยีฮีโรที่เข้ามาเพื่อเป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตของผู้คน หรือแม้แต่ใช้ในการช่วยชีวิต แน่นอนว่าการมีอยู่ของ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงาน สร้างและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้เราได้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับการพึ่งพาความสามารถของ AI ที่มากขึ้น จะทำให้ความเฉียบคมของทักษะเราถดถอยเพราะไม่ได้ใช้งานรึเปล่า แล้วถ้าเป็นแบบนั้น จะเกิดอะไรขึ้น ? งานวิจัยชิ้นล่าสุดพบว่า แพทย์ที่ใช้ AI ช่วยตรวจหามะเร็ง อัตราการตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้เป็นประจำ กลับมีความสามารถในการตรวจหามะเร็งด้วยตัวเองแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Gastroenterology & Hepatology โดยทีมแพทย์และนักวิจัยจากหลายประเทศ ได้แก่ โปแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ซึ่งติดตามแพทย์ที่ทำงานในศูนย์ส่องกล้อง 4 แห่งในโปแลนด์ ที่เข้าร่วมโครงการทดลองใช้ AI ในการส่องกล้องเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็ง เพื่อประเมินว่า “แพทย์ส่องกล้องที่ใช้ AI เป็นประจำจะมีผลงานอย่างไรเมื่อไม่มี AI ช่วย” นักวิจัยได้เปรียบเทียบคุณภาพของการส่องกล้องแบบไม่มี AI ช่วย ใน 2 ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน คือ…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 149 days ago
Read More04/06/2025
ก๊าซเรดอน สาเหตุมะเร็งปอด แค่อยู่บ้านหรือในอาคาร ก็อาจเสี่ยงปอดพังได้
ใครจะคิดว่าแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ในบ้านหรือที่ทำงาน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้ ภัยเงียบนี้มาจากก๊าซที่ชื่อว่า “เรดอน” ซึ่งล่องลอยอยู่รอบตัวเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ เราอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับก๊าซเรดอนให้มากขึ้น พร้อมเช็กตัวเองไปพร้อมกันว่า ตอนนี้คุณกำลังเผชิญกับระดับเรดอนที่สูงเกินไปหรือเปล่า ? เรดอน ก๊าซอันตรายที่มองไม่เห็น “ก๊าซเรดอน” (Radon) เป็นก๊าซกัมมันตรังสีที่เกิดจากการสลายตัวตามธรรมชาติของธาตุยูเรเนียม ทอเรียม และเรเดียมที่พบในหินและดิน ก๊าซนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมองไม่เห็น โดยจะซึมขึ้นมาจากใต้ดินและกระจายตัวสู่ชั้นบรรยากาศในบางพื้นที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะธรณีวิทยาท้องถิ่น เรดอนสามารถละลายอยู่ในน้ำใต้ดิน และเมื่อมีการใช้น้ำนั้น ก๊าซเรดอนจะถูกปล่อยออกสู่อากาศ ก๊าซเรดอนมักมีระดับต่ำมากในที่โล่งกลางแจ้ง แต่สามารถสะสมในบริเวณที่มีการระบายอากาศไม่เพียงพอ เช่น เหมืองใต้ดินหรือพื้นที่ปิดใต้ดินอื่น ๆ ได้ ผลกระทบจาก “ก๊าซเรดอน” ที่นำมาซึ่งโรคร้าย เนื่องจาก “ก๊าซเรดอน” เป็นกัมมันตภาพรังสี จึงปล่อยอนุภาคแอลฟา ซึ่งเป็นรังสีพลังงานสูงที่ทำลายดีเอ็นเอในเซลล์มนุษย์และทำให้เกิดมะเร็งปอด เมื่อสูดเรดอนเข้าไป อนุภาคเหล่านี้จะเข้าไปติดในปอดและปล่อยอนุภาคแอลฟาออกมาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากเว็บไซต์ สำนักพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ พบว่า ยังพบการกระจายตัวของก๊าซเรดอน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งปอดในพื้นที่ประมาณ 20 จังหวัดทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือนั้น ตรวจพบก๊าซเรดอนในอาคารในปริมาณมากและมีความสัมพันธ์ระหว่างก๊าซเรดอนกับการเกิดโรคมะเร็งปอด ไม่เพียงแค่ในไทยเท่านั้น แต่องค์กรระดับโลกอย่าง องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 221 days ago
Read More10/03/2025
เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้
แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 308 days ago
Read More13/01/2025
ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง
โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 364 days ago
Read More31/05/2024
เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อหยุดสูบบุหรี่ ?
บุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง และสาเหตุสำคัญของโรคหลายชนิด ตั้งแต่ไม่รุนแรง ไปจนถึงเป็นอันตรายต่อชีวิต และยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมด้วย สารเคมีในบุหรี่บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง และทำให้เสพติด เอาเป็นว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อร่างกายแบบไม่ต้องสงสัย ด้วยความที่ว่าบุหรี่เป็นอันตรายขนาดนั้น การหยุดการสูบบุหรี่เลยส่งผลดีต่อร่างกายในแบบที่คุณไม่คาดคิด BTbeartai จะพามาดูประโยชน์ของการหยุดสูบบุหรี่กัน การหยุดสูบบุหรี่แค่ 20 นาทีก็มีประโยชน์แล้ว การหยุดสูบบุหรี่ช่วยลดการได้รับสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย และหลังจากคุณดับบุหรี่มวนสุดท้าย 20 นาที ร่างกายจะปรับสมดุลระบบที่ได้รับผลกระทบจากบุหรี่ เช่น ประโยชน์ของการหยุดสูบบุหรี่ในระยะสั้น การงดสูบบุหรี่ต่อเนื่องกันหลักสัปดาห์ ไปจนถึงหลักเดือนจะช่วยปรับสมดุลของร่างกายในหลายด้านที่เคยได้รับผลกระทบจากบุหรี่ ประโยชน์ของการหยุดสูบบุหรี่ในระยะยาว ประโยชน์จากการหยุดสูบบุหรี่จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เลิกบุหรี่ หลังหยุดสูบในระยะยาวหลายปีจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้น ประโยชน์อื่น ๆ จากการหยุดสูบบุหรี่ นอกจากข้อดีที่เราได้พูดถึงไปแล้ว ในระหว่างทางที่คุณเลิกบุหรี่สุขภาพในด้านอื่นของคุณก็จะดีขึ้นด้วย เช่น “แม้ว่าประโยชน์ของการหยุดสูบบุหรี่จะมีหลายข้อ แต่การไม่เริ่มสูบแต่แรกเลยจะดีที่สุด เพราะผลกระทบบางอย่างจากการสูบบุหรี่ต่อเนื่องกันอาจไม่สามารถฟื้นฟูได้แม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม” ตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้เกิดภาวะเสพติด การจะเลิกบุหรี่เลยเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน ซึ่งหากคุณไม่สามารถหยุดสูบได้ด้วยตัวเองก็มีหน่วยงานที่สามารถช่วยให้คำแนะนำในการเริ่มหยุดสูบบุหรี่ได้ อย่างสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ที่สามารถโทรปรึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือคุณสามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์จะแนะนำวิธีในการเลิกบุหรี่ที่เหมาะกับคุณ แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับกำลังใจ และความแน่วแน่ในการจะเลิกสูบบุหรี่ของคุณด้วย การหยุดสูบบุหรี่ นอกจากจะเป็นประโยชน์กับตัวคนที่หยุดสูบแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อคนใกล้ตัวที่ไม่ต้องได้รับบุหรี่มือสองที่ส่งผลต่อสุขภาพซึ่งอาจจะรุนแรงกว่าตัวคนสูบ และยังเป็นประโยชน์ต่อคนในสังคมด้วย หากคุณกำลังวางแผนที่จะเลิกบุหรี่ BTbeartai ขอเป็นกำลังใจให้นะภูษิต เรืองอุดมกิจ | 590 days ago
Read More15/05/2024
เคล็ด (ไม่) ลับ การกิน “ปิ้ง-ย่าง-ทอด” อย่างปลอดภัย
เมนู “ปิ้ง ย่าง และทอด” ถือเป็นหนึ่งในเมนูสุดฮิตติดเทรนด์ของคนไทยทุกวันนี้ และเป็นเมนูยอดนิยมของอีกหลากหลายชนชาติทั่วโลกเช่นกัน แม้ผลการวิจัยในปัจจุบันจะยังมีข้อมูลไม่ชัดเจนที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารปิ้งย่างและความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งก็ตาม แต่เราก็มักได้รับการบอกกล่าวด้วยความห่วงใยจากคนรอบข้างว่า “ให้ระวังการกินอาหารปิ้งย่าง เพราะจะมีการก่อมะเร็ง” บ้างก็เตือนว่า “ของทอดก็อย่าไปกินเยอะ มันไม่ดี” แต่ก็ยากจะอดใจใช่ไหมครับ ? บทความนี้ได้แฮกเคล็ดลับการกินอาหารประเภท “ปิ้ง ย่าง และทอด” อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็งลำไส้และปลอดภัยจากคอเลสเตอรอลมาฝากครับ ทำไมกิน “ปิ้ง-ย่าง-ทอด” จึงเสี่ยง “มะเร็ง” ? เนื้อสัตว์ที่ถูกปรุงสุกแบบผ่านความร้อนโดยตรงอย่างการปิ้งและย่างจนไหม้เกรียมนั้น จะสร้างสารก่อมะเร็ง 2 ชนิด คือ สาร HCAs (Heterocyclic Amines) และ PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) โดยสาร HCAs เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนและความร้อน ส่วน PAHs เกิดจากควันและการเผาไหม้ โดยเฉพาะไขมันในเนื้อสัตว์ที่หยดลงไปโดนถ่าน แล้วเกิดควันที่เป็นสารก่อมะเร็งลอยกลับมาเกาะอยู่บนเนื้อสัตว์ (ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับควันบุหรี่และท่อไอเสียรถ) เมื่อเรากินปิ้งย่างบ่อย ๆ สารนี้ก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของเรา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับและท่อน้ำดี รวมไปถึงมะเร็งลำไส้ได้ ในขณะที่อาหารที่ผ่านความร้อนสูงด้วยวิธีการทอด (ทั้งทอดด้วยน้ำมัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 607 days ago
Read More09/11/2023
ครั้งแรกในไทย! ทรู ดิจิทัล ส่งนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ ให้บริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทรู ดิจิทัล กรุ๊ป แถลงข่าวเปิดตัว หุ่นยนต์บริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน นวัตกรรมหุ่นยนต์เพื่อการบริการทางแพทย์ ยกระดับการให้บริการแก่คนไข้โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ และยกระดับความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางแพทย์ที่ต้องสัมผัสกับสารรังสีในการรักษาโรคมะเร็ง หุ่นยนต์น้องแฮปปี้ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้หุ่นยนต์สนับสนุนบริการเวชศาสตร์นิวเคลียร์ หรือการใช้สารรังสีเพื่อรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากความร่วมมือระหว่างสถาบันการแพทย์ที่สำคัญของไทย อย่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ Technology Provider ชั้นนำของประเทศ อย่างทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ผสมผสานรวมกันออกมาเป็นหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์บริการทางการแพทย์ในหลายมิติ ภายในงาน รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ และทรู ดิจิทัล กรุ๊ปที่ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงที่มีการแพร่กระจายของโรคระบาดด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี จนในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันคิดค้นเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ไขปัญหาการบริการด้านรังสีรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง โดย รศ.นพ.ฉันชาย ได้กล่าวต่อไปว่า เทคโนโลยีที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นไม่ใช่เพื่อการโชว์ แต่ยังเป็นการนำมาใช้จริง และแชร์ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลอื่น ๆ ด้วย หุ่นยนต์บริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน หรือน้องแฮปปี้ ถูกทดสอบและนำมาใช้งานจริง ซึ่งตอบโจทย์การบริการด้านการแพทย์ และความปลอดภัยของบุคลากร โดยฟังก์ชันและฟีเจอร์ของน้องแฮปปี้ ได้แก่ ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ -…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 795 days ago
Read More06/10/2023
“Don’t Wait. Get Checked.” กรุงเทพมหานคร จับมือ แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ลงนามในการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นด้วย AI
(6 ตุลาคม 2566) กรุงเทพฯ - บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ลงนามความร่วมมือต่อยอดโครงการ “Don’t Wait. Get Checked.” มุ่งขยายการเข้าถึงบริการและการรักษาทางการแพทย์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้นด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยมี รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงาน ณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตประเทศสวีเดน ประจำประเทศไทย และเบน มอลีย์ ทูตพาณิชย์และผู้อำนวยการฝ่ายการค้าระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นพยานในการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย ซึ่งตัวแทนทั้ง 2 ท่านให้ความเห็นที่ตรงกันในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้เสริมในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดในระยะแรก โดยตัวแทนเอกอัครราชทูตประเทศสวีเดนให้ความเห็นถึงปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้ยากอย่างปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กก็มีส่วนในการเพิ่มความเสี่ยงของโรคนี้ด้วยเช่นกัน ในขณะที่ เบน มอเรย์ ได้แสดงถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความเป็นผู้ของคนสูงวัยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคมะเร็งว่าไม่เพียงพออายุที่ยืนยาวเท่านั้น แต่ต้องมีสุขภาพที่ดีด้วย โรคมะเร็ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในประเทศไทย ที่มีอัตราการเสียชีวิตกว่า 80,000 คน ต่อปี โดยมีมะเร็งปอดเป็นสาเหตุอันดับต้นของการเสียชีวิต โรคมะเร็งปอดเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคมะเร็งที่ผู้ป่วยมักตรวจพบในระยะที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 828 days ago
Read More19/09/2023
นักวิจัยเกาหลีใต้คิดค้นจมูกเทียมตรวจจับกลิ่นการเน่าเสียของอาหาร ที่อาจพัฒนาไปเป็นวิธีตรวจโรคมะเร็งด้วยการดมกลิ่น
กลิ่นตัวของคนเราสามารถบอกโรคได้ สังเกตได้ง่าย ๆ คนแต่ละประเทศจะมีกลิ่นตัวที่ต่างกันตามอาหารที่พวกเขารับประทานเป็นประจำ ซึ่งเวลาที่เราเจ็บป่วยหรือร่างกายมีการสะสมของสารเคมีบางอย่างที่มีกลิ่นในปริมาณมาก สารเหล่านั้นจะถูกขับมาผ่านเหงื่อ กลิ่นปาก หรือลมหายใจ ไม่ว่าตัวคุณเองจะได้กลิ่นหรือไม่ก็ตาม อย่างคนเป็นเบาหวานที่น้ำตาลในเลือดสูงจะมีกลิ่นลมหายใจเป็นกลิ่นหวาน ๆ คล้ายผลไม้ ปัจจุบันเทคโนโลยีในการตรวจโรคด้วยกลิ่นพัฒนาไปไกลมาก ๆ เรามีตั้งแต่สุนัขที่ถูกฝึกมาเพื่อดมกลิ่นหาโรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็ง ในขณะเดียวกันในฝั่งของเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ก็มีการสร้างและทดสอบ ‘จมูกเทียม’ (Artificial nose) เพื่อรับกลิ่นและวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพที่เป็นไปได้ ซึ่งล่าสุด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ประเทศเกาหลีใต้ได้คิดค้นไมโครชิปที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็นจมูกเทียมที่สามารถวิเคราะห์กลิ่นของอาหารเน่าเสียได้ เดิมทีเทคโนโลยีในการตรวจจับและวิเคราะห์กลิ่นมีการพัฒนามาหลายสิบปี แต่เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใช้เวลาและพลังงานในการวิเคราะห์กลิ่นจากการตรวจวัดระดับแก๊สที่เป็นต้นต่อของกลิ่น แต่นักวิจัยกลุ่มนี้ได้คิดค้นจมูกเทียมที่มีขนาดเล็กและสามารถดมกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำขึ้น ใช้เวลาและพลังงานน้อยกว่า สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตดีไวซ์ อย่างมือถือหรือแท็บเล็ตต่างจากจมูกเทียมในยุคก่อน โดยทีมนักวิจัยได้ทดสอบการวิเคราะห์กลิ่นด้วยการนำเนื้อไก่ใส่เข้าไปในภาชนะที่เชื่อมต่อกับเซนเซอร์ตรวจจับแก๊ส 8 ตัว แล้วจะเป่าลมเข้าไปในภาชนะ ตัวเซนเซอร์จะคอยตรวจจับแก๊สที่ปล่อยออกมา และประมวลผลการเน่าเสีย ซึ่งในการทดสอบจะเป็นการตรวจจับไฮโดรเจนซัลไฟด์และแอมโมเนียที่เกิดจากการเน่าเสียของโปรตีนสัตว์ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า หากจมูกเทียมได้รับการพัฒนาจะสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้ โดยเฉพาะในการตรวจคัดกรองโรคด้วยการตรวจจับแก๊สที่อยู่ในลมหายใจ คุณลองจินตนาการถึงการเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ทางลมหายใจดู แต่จมูกเทียมนี้จะมีความฉลาดและแม่นยำมากกว่าเพื่อใช้ในการประเมินหรือวินิจฉัยโรค หนึ่งในโรคที่อาจได้รับประโยชน์จากการจมูกเทียมคือ โรคมะเร็ง โรคมะเร็งเป็นความผิดปกติของ DNA ที่ทำให้เซลล์มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ซึ่งเซลล์มะเร็งมีลักษณะพิเศษคือสามารถปล่อยสารเคมีในรูปของแก๊สออกมา โดยจะระเหยไปอย่างรวดเร็ว การพัฒนาจมูกเทียม ทั้งในการรับกลิ่น ตรวจจับแก๊ส ไปจนถึงการพัฒนาโปรแกรม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 846 days ago
Read More14/09/2023
ฝรั่งเศสเตรียมแบนบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หวังลดผู้สูบหน้าใหม่ที่มีอายุน้อยและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา สาธารณสุขและสังคมทั่วโลกถูกปกคลุมไปด้วยไอน้ำจากบุหรี่ไฟฟ้า เครื่องมือที่เคยถูกเชื่อว่าเป็นตัวช่วยในการเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยเลิกสูบบุหรี่มวน แต่มาติดการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทน ด้วยความเชื่อที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน ซึ่งอาจจะจริง เพราะแม้จะมีสารก่อมะเร็งและทำให้เสพติดได้เหมือนกัน เพียงแค่บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีคาร์บอนมอนอกไซด์ สารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันไม่ส่งผลเสียสุขภาพ ด้วยกลิ่นและรสชาติของบุหรี่ไฟฟ้าที่คุณสามารถเลือกได้ไม่ต่างจากไอศกรีม เช่น มินต์ แอพริคอต แอปเปิล องุ่น ช็อกโกแลต ไปจนถึงมาร์ชเมลโลส่งผลให้มันเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ไม่นับรวมความอยากรู้อยากลองตามช่วงวัย ไปจนถึงการสร้างตัวตนท่ามกลางสังคมของคนวัยเดียวกัน Alliance Against Tobacco (ACT) หรือกลุ่มพันธมิตรต่อต้านยาสูบเผยผลสำรวจที่เก็บจากเด็กอายุ 13–16 ปี พบว่ากว่า 13 เปอร์เซ็นต์ของเด็กกลุ่มนี้เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งอย่างน้อย 1 ครั้ง และเคยลองครั้งแรกเมื่ออายุ 11–12 ปี บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable e-cigarrete): บุหรี่ที่มีแบตเตอรี่ภายในตัว และใช้วิธีกลั่นไอน้ำแทนการเผาไหม้แบบบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งมีจำนวนครั้งในการสูบที่จำกัด ไม่สามารถเติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกลิ่นหรือสารนิโคตินได้ กฎหมายของฝรั่งเศสผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่สามารถซื้อบุหรี่และบุหรี่ได้เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่สถานการณ์ในความเป็นจริง เด็กและวัยรุ่นมักหาช่องทางต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงบุหรี่ในทุกรูปแบบ และผลสำรวจของ ACT ก็พบว่าผู้ขายหลายรายไม่ได้ขอบัตรประชาชนหรือสิ่งที่จะยืนยันอายุของคนซื้อ นอกจากปัญหาทางด้านสังคมและสุขภาพแล้ว…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 850 days ago
Read More14/09/2023
มะเร็งปอดเป็นได้แม้ไม่สูบ! AstraZeneca และพันธมิตรเผยปัจจัยลับของโรคมะเร็งปอดที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มคนเอเชีย
ในวันที่ 12 กันยายน 2023 ณ โรงแรม JW Marriott ประเทศสิงคโปร์ แอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) บริษัทผู้ผลิตยาและนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับโลก ผนึกกำลังกับ Lung Ambition Alliance (LAA) องค์กรศึกษาโรคมะเร็งปอดโดยไม่แสวงหาผลกำไร Global Lung Cancer Coalition และบริษัท Guardant Health จัดงานสัมมนา The future of lung cancer care in Asia เพื่อแถลงสถานการณ์โรคมะเร็งปอดในภูมิภาคเอเชียที่เพิ่มขึ้น ภายในงานสัมมนาครั้งนี้ แอสตร้าเซเนก้าได้เชิญผู้สื่อข่าวจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียเพื่อส่งต่อข้อมูลที่น่าสนใจและน่ากังวลของสถานการณ์โรคมะเร็งปอดให้ผู้คนของแต่ละประเทศได้รับรู้ ในงานสัมมนามีผู้เชี่ยวชาญ อย่าง Pan-Chyr Yang แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ประเทศไต้หวัน Mika Sovak รองประธานและหัวหน้าทีมวิจัยโรคมะเร็งปอด และ Chris L. Hardesty นักเศรษฐศาสตร์สุขภาพมาให้ความรู้ ในช่วงแรกของการสัมมนา ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด เนื่องจากว่าข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่าคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดสูงขึ้น 30…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 851 days ago
Read More06/09/2023
นักวิจัยพบโรคมะเร็งระยะแรกในคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้น พร้อม 3 ปัจจัยหลักของโรคมะเร็งในยุคปัจจุบัน
โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนเป็นอันดับต้นของโลก อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยของโรคมะเร็งที่มนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะเสื่อมสภาพลง ในความเป็นจริงร่างกายมนุษย์มียีนและระบบที่ช่วยต้านการเกิดมะเร็งด้วยการเข้าไปแก้ไขเซลล์ผิดปกติให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อายุที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ฟังก์ชันนี้เสื่อมลงไปด้วยเหมือนกัน แม้องค์ความรู้ด้านการแพทย์ในปัจจุบันพบบางวิธีที่จะช่วยชะลอการเกิดมะเร็งได้ เช่น การรับประทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ การรับวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อโรค หรือการออกกำลังกาย แต่ก็ทำได้เพียงชะลอ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความสิ่งเหล่านี้ไร้ประโยชน์ ในยุคก่อนหน้านี้ อายุ 50 ปีเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นที่คนส่วนใหญ่ควรตรวจคัดกรองมะเร็ง แต่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แพทย์และนักวิจัยตรวจเจอเซลล์มะเร็งในคนอายุน้อย 14–49 ปีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าเดิมถึง 79 เปอร์เซ็นต์ และไม่ใช่แค่การตรวจพบที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น จำนวนผู้ที่เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากมองดี ๆ เรื่องนี้อาจมองได้หลายแง่มุม เพราะว่าปัจจุบันวิทยาการทางแพทย์ ทั้งในด้านความรู้และอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองและแม้แต่ตรวจหาโรคมะเร็งรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลมาจากความก้าวหน้าในการตรวจพบเหล่านี้ และในขณะเดียวกัน ชุดข้อมูลดังกล่าวไม่ได้นำอัตราและสัดส่วนของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาคำนวณร่วมด้วย แต่ถึงอย่างนั้นแพทย์และนักวิจัยยังคงเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดย 3 อันดับแรกที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง ในประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มมีมาตรการในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งบางชนิดให้เร็วมากขึ้น เช่น โรคมะเร็งลำไส้ที่ปกติเริ่มตรวจคัดกรองในช่วงอายุ 50 ปี ปรับเหลือ 40 ปี นอกจากนี้ สถาบันและหน่วยงานสุขภาพบางแห่งเริ่มมีข้อเรียกร้องและรณรงค์ให้ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งบางชนิดให้เร็วขึ้น อย่างการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงจาก 50 ปี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 858 days ago
Read More07/08/2023
โรคมะเร็งตับ: อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน
โรคมะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 1 ในผู้ชาย และอันดับ 3 ในผู้หญิง โรคมะเร็งตับเป็นผลจากที่เนื้อเยื่อของตับมีเซลล์ที่เป็นมะเร็งฝังตัวอยู่ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ โดยสามารถโตขึ้นได้เรื่อย ๆ และเซลล์มะเร็งสามารถลุกลามไปฝังตัวในเนื้อเยื่อของอวัยวะอื่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ร่วมกับการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อย ซึ่งมีวิธีรักษาหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความพร้อมของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์ ตับเป็นอวัยวะที่อยู่ด้านในหน้าท้องด้านขวาส่วนบน ด้านหลังของชายโครงส่วนล่าง มีหน้าที่ในการกักเก็บสารอาหาร กรองของเสียออกจากร่างกาย และสร้างน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน และสลายของเสีย อาการของโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อระยะของโรคดำเนินไปอาจพบกับอาการต่อไปนี้ หากพบอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายอาการรวมกันจนเริ่มผิดสังเกต รู้สึกไม่สบายใจ หรือกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจ สาเหตุและปัจจัยของการเกิดโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งตับเกิดได้จากหลายสาเหตุและปัจจัย โดยสาเหตุและปัจจัยเหล่านั้นทำให้เซลล์ของตับได้รับความเสียหายและเกิดการอักเสบติดต่อกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นระยะเวลาหลายปี จนเซลล์บริเวณตับเกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง สาเหตุและปัจจัยของโรคนี้พบได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ 1. น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน 2. ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซีเป็นเวลานาน 3. สูบบุหรี่ 4. ดื่มแอลกอฮอล์หนักเป็นประจำ 5. โรคตับแข็ง เกิดได้จากดื่มแอลกอฮอล์ และการติดเชื้อตับอักเสบ 6. ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (มักเกิดจากอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง ไม่ออกกำลังกาย)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 889 days ago
Read More02/08/2023
Cancer จากคำว่า ‘ปู’ ในภาษาละตินสู่โรคมะเร็ง
หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าชื่อของโรคมะเร็งในภาษาอังกฤษเขียนว่า Cancer (แคนเซอร์) ซึ่งเหมือนกับ Cancer ที่หมายถึงราศี กรกฎ จนทำให้คนสงสัยว่าโรคมะเร็งกับราศีกรกฎเกี่ยวข้องกันอย่างไร? แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ว่าคนราศีนี้จะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งมากกว่า คนที่เข้ามาอ่านน่าจะรู้แล้วว่า Cancer หมายถึงปูในภาษาละติน ซึ่งในภาษาอังกฤษยืมคำนี้มาใช้เพื่อเรียกทั้งกลุ่มดาวประจำราศีกรกฎและชื่อโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก การเรียกโรคมะเร็งว่า Cancer มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องเป็นปู? โรคมะเร็งเป็นโรคดึกดำบรรพ์ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่แสงแรกในอารยธรรมมนุษย์ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมวลมนุษย์ เคยมีการขุดค้นพบฟอสซิลกระดูกมนุษย์หรือซากมัมมี่โบราณที่มีร่องรอยของโรคมะเร็งที่คงเหลือไว้ในกระดูก Cancer มีรากมาจากคำว่า Carcinos (คาซิโนส์) และ Carcinoma (คาร์ซิโนมา) ในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงปู คำนี้ถูกใช้เพื่อเรียกโรคมะเร็งครั้งแรกเมื่อ 460–370 ปีก่อนคริสตกาล โดยฮิปโปเครติส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกที่มีชีวิตจริงอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก ฮิโปเครติสใช้คำว่า Carcinos และ Carcinoma เรียกเนื้องอก ทั้งชนิดที่ทำให้เกิดแผลและไม่ทำให้เกิดแผล โดยการแพร่กระจายของเนื้องอกมีลักษณะเป็นขาหลายขาแผ่กระจายออกมาคล้ายกับขาของปู โดยส่วนที่อยู่ตรงกลางเป็นตัวปู หลังเวลาผ่านไป หมอชาวโรมันชื่อ เซลซัส (Celsus) ได้แปลคำว่า Carcino และ Carcinoma จากภาษากรีกให้กลายเป็นภาษาละติน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 893 days ago
Read More10/05/2023
การกินอาหารเมนูเดิมซ้ำ ๆ ทุกวันเพิ่มความเสี่ยงปัญหาสุขภาพ
เชื่อว่าคนทุกคนต้องมีอาหารที่ชื่นชอบหรืออาหารที่เรียกได้ว่าเป็นเซฟโซน เวลาคิดอะไรไม่ออกก็มักจะเลือกกินอาหารเมนูเดิมบ่อย ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับคนที่กินอาหารเมนูเดิมซ้ำ ๆ ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะจากร้านเดิมด้วยแล้วอาจเกิดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงของโรคเลยก็ว่าได้ ต่อให้อาหารชนิดนั้นจะมีประโยชน์ก็ตาม การกินอาหารแบบเดิมซ้ำ ๆ อันตรายขนาดนั้นเลยหรือ? การกินอาหารแบบเดิมซ้ำทุกวันเกิดได้จากหลายเหตุผล เช่น ความชื่นชอบในรสชาติอาหาร ความคุ้นเคยกับอาหาร ราคาถูก ไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี กินแบบเดิมเพราะประหยัดเวลาคิด ลดความยุ่งยาก ไม่มีเมนูให้เลือกมาก หรือมีข้อจำกัดด้านการกิน อย่างไม่กินเผ็ด ไม่กินผัก เป็นวีแกน หรือกำลังคุมอาหารอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนที่บอกว่าไม่ควรกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งนานเกินไป แต่เพียงแค่คุณกินมื้อเที่ยงด้วยเมนูเดิมซ้ำกัน 1 สัปดาห์คุณอาจได้รับผลกระทบแล้ว เพียงแค่ไม่ใช่ผลกระทบที่รุนแรงและทำให้เกิดอาการ แต่สำหรับคนที่กินต่อกันเป็นเดือน หลายเดือน หรือแม้กระทั่งเป็นปีอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผลกระทบทางสุขภาพจากการกินอาหารเมนูเดิมซ้ำ ๆ ในระยะแรก คุณอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านลบของสุขภาพ แต่นานวันเข้า คุณอาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่อไปนี้ได้ สารอาหารในร่างกายเสียสมดุล ร่างกายมนุษย์ต้องการสารอาหารหลากหลายชนิดเพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะและระบบต่าง ๆ แน่นอนว่าการกินอาหารเมนูเดิม ๆ ที่มีวัตถุดิบซ้ำ ๆ ทำให้คุณได้รับสารอาหารชนิดเดิมทุกวัน อย่างแรกเลยคือคุณจะได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินไป เช่น การกินกะเพราหมูกรอบอาจทำให้คุณได้รับไขมันอิ่มตัวมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงภาวะไขมันในเลือดสูง ในขณะเดียวกันก็ทำให้ร่างกายคุณขาดสารอาหารบางชนิด เช่น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 978 days ago
Read More21/03/2023
กินอาหารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 เป็นเวลานาน เสี่ยงมะเร็ง!
ซีเซียม-137 คือสารกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง เมื่อเกิดการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในสิ่งแวดล้อมจากอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ สารนี้จะตกค้างตามแหล่งน้ำ ดิน พืช อากาศ สัตว์ ตลอดจนการเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านการบริโภคอาหาร และหากคนเราบริโภคอาหารที่มีสารปนเปื้อนซีเซียม-137 เป็นเวลานานย่อมส่งผลเสีย และก่อให้เกิดโรคได้ เมื่อสารซีเซียมกระจายอยู่ทั่วทั้งในดิน น้ำ จึงง่ายต่อการเข้าสู่วงจรอาหาร และอาหารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ผัก ผลไม้ นม อาหารทะเล และอาหารที่แปรรูปจากวัตถุดิบทางการเกษตร หากเราบริโภคอาหารที่มีสารปนเปื้อนซีเซียม-137 เข้าสู่ร่างกาย สารบางส่วนจะถูกขับออกทางเหงื่อและปัสสาวะ ในขณะที่สารบางส่วนจะตกค้าง และสะสมในกล้ามเนื้อ ตับ ไขกระดูก หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความผิดปกติในระดับโครโมโซมหรือพันธุกรรม และมีโอกาสก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ โดยปกติแล้วทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะกำหนดให้ตรวจปริมาณการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในอาหาร 3 ชนิด คือ ไอโอดีน-131 (Iodine-131) ซีเซียม-137 (Cesium-137) และซีเซียม-134 (Cesium-134) หน่วยวัดปริมาณสารกัมมันตรังสีในเครื่องดื่มหรือของเหลวจะใช้หน่วย “เบคเคอเรลต่อลิตร” ส่วนอาหารหรือของแข็งจะมีหน่วยเป็น “เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม” เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดคือ อาหาร ต้องมี Iodine-131 ไม่เกิน 100 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม, ซีเซียม-134…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1027 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago


























