Tags
| ไข้หวัดใหญ่
26/05/2023
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 961 days ago
“ยาฆ่าเชื้อ” ไม่ใช่ “ยาแก้อักเสบ” ใช้ผิดชนิด ผิดโรค ไม่หาย ดื้อยา แถมเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น
คนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาฆ่าเชื้อกับยาแก้อักเสบ โดยเข้าใจว่าทั้ง 2 ชนิดนี้คือยาชนิดเดียวกันทำให้ใช้ยาผิดประเภทและผิดวิธี ซึ่งการใช้ยาโดยขาดความเข้าใจไม่ได้แค่ทำให้คุณใช้ยาอย่างเปล่าประโยชน์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนถึงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว Hack for Health เลยอยากเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของยา 2 ชนิดนี้และผลกระทบมาให้ได้อ่านกัน ยาฆ่าเชื้อ ≠ ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อ “แบคทีเรีย” และ “เชื้อรา” เท่านั้น เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ออกไปจากร่างกายได้ โดยโรคที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่พบได้บ่อย คือ โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย ยาฆ่าเชื้อที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เพนนิซิลิน (Penicillin) และอะม็อกซีซิลิน (Amoxicillin) ส่วนยาแก้อักเสบมักหมายถึงยาแก้อักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) และไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ซึ่งยากลุ่มนี้จะช่วยต้านอักเสบ ลดไข้ และแก้อาการปวดได้ ไม่ได้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค กรณีที่คนมักใช้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบสลับกัน การใช้ผิดเกิดได้ในหลายกรณีด้วยกัน แต่ที่พบบ่อย ได้แก่ 1. เป็นหวัดจากไวรัส แต่กินยาฆ่าเชื้อ โรคหวัด…05/04/2023
Top 3 โรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก
โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพบเจอในทุกช่วงชีวิต และแม้ว่าโลกยุคใหม่จะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์และความรู้ด้านสาธารณสุขที่ก้าวล้ำมากขึ้น แต่โรคภัยไข้เจ็บยังคงเป็นสิ่งพรากชีวิตผู้คนบนโลกนี้ไป และบางโรคมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โรค 3 อันดับแรกที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนทั่วโลก Hack for Health ขอพาคุณมารู้จักกับ 3 อันดับของโรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากที่สุดกัน อันดับที่ 1 โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจขาดเลือดเป็นผลมาจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตรงตามชื่อโรคเลย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หัวใจขาดเลือดมาจากคราบไขมันที่เกาะตามหลอดเลือดที่ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ยิ่งคราบไขมันในหลอดเลือดหนาตัวก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะหลอดเลือดจะตีบและอุดตันได้ หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะรับหน้าที่ในการแจกจ่ายเลือดที่มีออกซิเจนและสารอาหารไปยังอวัยวะอื่นทั่วร่างกาย พอหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพออาจทำให้หัวใจหยุดทำงานและเสียชีวิตได้ โดยกล้ามเนื้อหัวใจที่สูบฉีดเลือดจะขาดเลือดได้ประมาณ 40 นาที หากรักษาทันอาจลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนได้ อาการโรคนี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หากจู่ ๆ คุณรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก หายใจติดขัด คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก ใจสั่น หรือหน้ามืดอาจเป็นสัญญาณของโรคนี้ได้ ควรโทรเรียกรถพยาบาลหรือนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด อันดับที่ 2 โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดสู่สมองตีบ อุดตัน หรือแตกทำให้เซลล์สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจึงเกิดความผิดปกติขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการคราบไขมันในหลอดเลือดหนาตัวหรืออุบัติเหตุ โรคหลอดเลือดสมองนั้นร้ายแรงและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน หากรักษาช้าอาจทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว อาการของโรคหลอดเลือดสมองสังเกตได้จากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งได้ เช่น ยืนไม่ได้ ยกแขนไม่ได้ ตาตก หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวเป็นต้น นอกจากนี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1012 days ago
Read More08/09/2021
Novavax เริ่มทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่/โควิด-19 ระยะเริ่มต้น
ในวันพุธที่ 8 กันยายน 2021 Novavax ออกมาประกาศว่า บริษัทได้เริ่มทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ระยะเริ่มต้นแล้ว การทดสอบจะจัดทำในออสเตรเลีย โดยมีผู้ใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงในช่วงอายุ 50 ถึง 70 ปี จำนวน 640 คน ซึ่งเคยได้รับเชื้อโควิด-19 หรือผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เกิน 8 สัปดาหฺ์ เป็นผู้เข้าร่วมการทดลองภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1586 days ago
Read More22/02/2021
วิจัยล่าสุดพบ ‘ไวรัสไข้หวัดใหญ่’ ทำให้เชื้อ ‘โควิด-19’ รุนแรงขึ้น
22 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีนเผยแพร่บทความวิจัยผ่านวารสารเซลล์ รีเสิร์ช (Cell Research) ระบุว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ (Influenza A) เสริมให้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 รุนแรงยิ่งขึ้น บทความวิจัยนี้ เป็นผลลัพธ์ของการทดลองการติดเชื้อร่วมกันของไวรัสทางเดินหายใจทั้งสองชนิดในเซลล์และหนูทดลอง คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน ระบุว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ สามารถทวีความรุนแรงของการติดโรคโควิด-19 จากการทดลองนี้ พวกเขากล่าวว่า การติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เพิ่มการเข้าถึงและจำนวนของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเซลล์ทางเดินหายใจและเซลล์เนื้อเยื่อปอดของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังทำให้ปริมาณเชื้อไวรัสฯ ที่ก่อโรคโควิด-19 สูงขึ้น นำไปสู่การทำลายปอดที่รุนแรงทวีคูณในหนูทดลองที่ติดเชื้อร่วม นอกจากนี้ยังพบว่า ไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ ไม่ส่งผลกระทบส่งเสริมการติดโรคโควิด-19 เหมือนไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ บ่งชี้ว่ามีเพียงแค่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ ที่ทำให้การติดโรคโควิด-19 รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จึงมีนัยสำคัญอย่างยิ่งระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่า ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลร่วมกับโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามทางสาธารณสุขขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ คณะนักวิจัยแนะนำว่า ผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อร่วมระดับสูงควรเข้ารับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด-19 พร้อมย้ำว่า การพัฒนายาต้านไวรัสที่มุ่งต้านไวรัสมากกว่า 1 ชนิด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาโรคติดเชื้อร่วม อ้างอิง…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1784 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago










