ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| ยา
Read More

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
08/08/2023

มหาวิทยาลัยเท็กซัสคิดค้นยาที่ทำให้ ‘กินอาหารขยะเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน’ และลดความเสี่ยงของโรคได้

โรคอ้วนและการมีน้ำหนักตัวมากเป็นปัญหาต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต แต่อาหารอร่อยมักเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและทำให้อ้วน Junk food หรือ อาหารขยะ เป็นหนึ่งในอาหารที่ผู้คนชื่นชอบและเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคเรื้อรังหลายโรค เพราะเต็มไปด้วยไขมัน น้ำตาล และเครื่องปรุงมากมาย แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถกินอาหารเหล่านี้ได้ไม่อั้น ไม่อ้วน แถมไม่เสี่ยงโรค ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสได้พัฒนายาที่จะทำให้ไม่อ้วนแม้จะรับประทานอาหารขยะปริมาณมาก โดยยาตัวนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกายด้วยการจำกัดแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอเดรีย (Mitocondria) ไมโทคอนเดรียเป็นส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิต หนึ่งในหน้าที่ของไมโทคอนเดรียในร่างกายมนุษย์คือการสร้างพลังงานให้กับเซลล์และเผาผลาญพลังงาน โดยเหตุผลที่นักวิจัยพยายามยับยั้งและจำกัดปริมาณแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอนเดรียก็เพราะว่าแมกนีเซียมมีคุณสมบัติชะลอการสร้างและเผาผลาญพลังงานของไมโทคอนเดรีย ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ช้าลงหรือเผาผลาญได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการยับยั้งแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปยังไมโทคอนเดรียอาจกระตุ้นให้ไมโทคอนเดรียสร้างและเผาผลาญพลังงานได้มากและเร็วขึ้น การเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นก็หมายความว่ามีโอกาสที่ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันและน้ำตาลปริมาณมากที่เรารับประทานเข้าไปจากอาหารมาใช้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ไม่เหลือพลังงานที่เกินความต้องการ ลดการเกิดไขมันสะสมภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และโรคเรื้อรัง ทีมนักวิจัยได้ทดลองยาชนิดนี้ในหนูทดลอง โดยให้หนูรับประทานอาหารตะวันตก (Western food) หรืออาหารขยะที่ให้พลังงานสูงเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งหนูทดลองถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ได้รับยา และกลุ่มที่ได้รับยา ภายหลังสัปดาห์ที่ 30 ของการทดลอง นักวิจัยพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับยาไม่มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเลย ในขณะที่หนูกลุ่มแรกกลายเป็นหนูที่เป็นโรคอ้วนไปแล้ว กลไกที่ยาตัวยานี้ทำกับร่างกายของหนูทดลอง คือ ยาจะเข้าไปกดหรือยับยั้งการทำงานของยีนที่ชื่อ MRS2 ซึ่งเป็นยีนที่กำหนดให้แมกนีเซียมเข้าไปที่ไมโทคอนเดรีย โดยนักวิจัยได้ตรวจสอบการทำงานของตับของหนูที่ได้รับยาแล้วพบว่ายังสามารถทำงานได้เป็นปกติ นอกจากการป้องกันน้ำหนักตัวเพิ่มและโรคอ้วนแล้ว หนึ่งในทีมนักวิจัยยังกล่าวด้วยว่า ยานี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งตับจากภาวะไขมันพอกตับที่เป็นผลมาจากอาหารไขมันสูงด้วย…
21/07/2023

‘Vibrant’ ยาสั่นลำไส้ มิติใหม่ของการรักษาท้องผูก ลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบเดิม

16 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเผชิญกับอาการท้องผูก ซึ่งอาการท้องผูกส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนที่มีอาการได้ไม่น้อย ในระยะยาวอาการท้องผูกส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง และยังสัมพันธ์โรคเรื้อรังหลายชนิด การรักษาอาการท้องผูกมีตั้งแต่การปรับไลฟ์สไตล์ การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัดในคนที่มีอาการท้องผูกรุนแรง เดิมทีการรักษาอาการท้องผูกด้วยยาบางชนิดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรใช้ติดต่อกัน เพราะอาจทำให้ท้องผูกรุนแรงกว่าเดิม แพทย์และนักวิทยาจึงคิดค้นหาวิธีในการรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังแบบอื่น ๆ ซึ่ง FDA ของสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายอนุญาตใช้ Vibrant (ไวแบรนต์) ยารักษาอาการท้องผูกแบบใหม่ ที่อาจจะเรียกไม่ได้เต็มปากว่ายา เพราะ Vibrant เป็นนวัตกรรมการรักษาที่มาในรูปแบบของแคปซูลยา แต่ไม่มีตัวยา ที่จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาทั่วไปหรือได้รับผลข้างเคียงรุนแรงจากยาแบบเดิม ท้องผูกเรื้อรัง = อาการขับถ่ายน้อย ไม่สม่ำเสมอ ขับถ่ายยากติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือนานกว่านั้น กลไกการทำงานและข้อดีของ Vibrant โดยปกติ เวลาที่คุณกลืนยาและยาเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร เยื่อหรือแคปซูลจะถูกย่อย และปล่อยตัวยาออกมา แต่แคปซูล Vibrant มีกลไกในการรักษาอาการท้องผูกต่างออกไป เมื่อคุณกลืนแคปซูลเข้าไป Vibrant จะเริ่มทำงานด้วยกันสั่นเบา ๆ 3 วินาที และหยุดสั่น 3 วินาที สลับกันไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนจะหยุดสั่น 6 ชั่วโมง…
26/05/2023

“ยาฆ่าเชื้อ” ไม่ใช่ “ยาแก้อักเสบ” ใช้ผิดชนิด ผิดโรค ไม่หาย ดื้อยา แถมเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น

คนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาฆ่าเชื้อกับยาแก้อักเสบ โดยเข้าใจว่าทั้ง 2 ชนิดนี้คือยาชนิดเดียวกันทำให้ใช้ยาผิดประเภทและผิดวิธี ซึ่งการใช้ยาโดยขาดความเข้าใจไม่ได้แค่ทำให้คุณใช้ยาอย่างเปล่าประโยชน์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนถึงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว Hack for Health เลยอยากเอาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของยา 2 ชนิดนี้และผลกระทบมาให้ได้อ่านกัน ยาฆ่าเชื้อ ≠ ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อ “แบคทีเรีย” และ “เชื้อรา” เท่านั้น เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อนี้ออกไปจากร่างกายได้ โดยโรคที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่พบได้บ่อย คือ โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรีย ยาฆ่าเชื้อที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เพนนิซิลิน (Penicillin) และอะม็อกซีซิลิน (Amoxicillin) ส่วนยาแก้อักเสบมักหมายถึงยาแก้อักเสบที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) และไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ซึ่งยากลุ่มนี้จะช่วยต้านอักเสบ ลดไข้ และแก้อาการปวดได้ ไม่ได้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค กรณีที่คนมักใช้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบสลับกัน การใช้ผิดเกิดได้ในหลายกรณีด้วยกัน แต่ที่พบบ่อย ได้แก่ 1. เป็นหวัดจากไวรัส แต่กินยาฆ่าเชื้อ โรคหวัด…

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…