Tags
| สุขภาพ
08/08/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 188 days ago
ทำไมถึงรอให้สุขภาพพังแล้ว ’รักษา‘ มากกว่าป้องกัน ? | bt Originals Life Series
เมื่อร่างกายเจ็บป่วย เรามักจะมองหาวิธีการรักษา แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่เราควรหา คือ “วิธีป้องกัน” เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในระยะยาว แต่กลายเป็นว่าสิ่งนี้กลับถูกมองข้ามไป ? พูดคุยกับ ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ที่จะมาพูดคุยกันในบทบาทที่เราอาจจะไม่คุ้นเคย กับแนวคิดสุขภาพที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ !23/07/2024
5 อาหารสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: เกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย
ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บมีมากมาย ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่าง ๆ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงถือเป็นด่านแรกในการปกป้องร่างกายของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียดแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไปก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราด้วย บทความนี้ขอเสนอ “สุดยอด 5 อาหารสุขภาพ” ที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังหาง่าย พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ดังนี้ 1. ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เริ่มต้นด้วยกลุ่มผักที่อาจฟังดูแปลกหู แต่รับรองว่าคุณต้องเคยกินแน่นอน นั่นก็คือ “ผักตระกูลครูซิเฟอรัส” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พืชตระกูลกะหล่ำ” อย่างบรอกโคลี ผักคะน้า เคล กวางตุ้ง แขนง ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี ผักกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นทหารเอกในการต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย วิธีการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ลองกินสด ๆ หรือนึ่งเบา ๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ชอบทานผักสดล้วน ๆ อาจลองเอามาผัดกับกระเทียมสักหน่อย นอกจากจะอร่อยแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกชั้นด้วย 2.…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 569 days ago
Read More11/07/2024
ขอบเขตของการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว
วันนี้เราจะมาชวนทุกคนคุยเรื่องการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัวกัน รักตัวเองแบบไหนถึงจะเรียกว่า “พอดี” มาดูกันเลยดีกว่า คนที่รักตัวเอง จะมอบความเมตตาให้กับตัวเองเสมอ (Self-compassion) แม้คนรอบข้างจะพยายามกดดัน หรือพูดจาใจร้ายใส่ขนาดไหน แต่คนที่รักตัวเองก็จะปลอบโยนและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น คนที่รักตัวเอง ก็จะพยายามทำความเข้าใจคนอื่นด้วยเช่นกัน หรือก็คือการมี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เพราะถ้าหากการรักตัวเองขาด Empathy ไปเมื่อไหร่ ก็จะเข้าสู่เส้นทางของความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้น คนที่รักตัวเองจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเสมอ พร้อมนำสิ่งที่เป็นพิษในชีวิตออกไปเป็นระยะ ๆ หรือเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วยเลย คนที่รักตัวเองจะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่ได้คิดว่าการที่ฉันรักตัวเอง ฉันต้องได้ฝ่ายเดียว และคนที่รักตัวเองจะเป็นคนที่มีแนวคิดพื้นฐานที่ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นถ้าเราอยากให้คนอื่นให้เกียรติเรา เคารพเรา เราก็ต้องมอบสิ่งนี้ให้กับคนอื่นตอบแทนกลับไปด้วย ส่วนที่รักตัวเอง “มากเกินไป” จนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว จะใช้ชีวิตอยู่บนแนวคิดที่ว่าตัวเองต้องได้สิ่งที่ดีอยู่คนเดียว อะไรแย่งได้ก็แย่ง และไม่นึกถึงจิตใจคนอื่น ไม่คิดว่าคนอื่นก็มีความรู้สึกเช่นกัน ความ “เห็นแก่ตัว” มักจะมาพร้อมกับ “ความกลัว” เช่น กลัวแพ้ กลัวไม่ได้มีเท่าคนอื่น กลัวน้อยหน้า กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ฉันต้องมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบไหนก็ตาม และนี่ก็คือหลักการง่าย ๆ ที่ใช้ในการแยกระหว่างคนที่รักตัวเอง กับคนที่เห็นแก่ตัว ขอให้ทุกคนรักตัวเองในแบบที่พอดี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 581 days ago
Read More09/07/2024
จุลินทรีย์ในลำไส้อาจอยู่เบื้องหลังการลดน้ำหนักที่ล้มเหลว
คุณรู้ไหมว่าในลำไส้ของคุณมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้าน ๆ ตัว และมีหลายชนิดมาก ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งถ้าตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราจะคุ้นหูกับคำว่าโพรไบโอติกส์ โดยเจ้าจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและการขับถ่าย แต่ความหลากหลายและจำนวนของจุลินทรีย์ในลำไส้บางชนิดอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของคุณทั้งในทางตรง และทางอ้อม บทความนี้จะพาคุณมาดูหน้าที่ และกลไกของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้สักที จุลินทรีย์ในลำไส้กับความหิว-อิ่ม มนุษย์เรามีกลไกในการควบคุมความหิว และความอิ่มด้วยการหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) คือ ฮอร์โมนแห่งความหิวที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และเลปติน (Leptin) คือฮอร์โมนแห่งความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมัน ซึ่งข้อมูลงานวิจัยพบว่าหากสมดุลของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ของเราไม่สมดุล การหลั่งฮอร์โมนหิวและอิ่มจะเพี้ยนไป คุณอาจจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อยากอาหารบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวไปไม่นาน ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณอิ่มช้าลงด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ยังสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจของอาหารที่กินเข้าไปด้วย แม้ว่าบางทีที่คุณกินอิ่มแล้ว แต่ในเชิงความรู้สึกยังรู้สึกว่ายังไม่สะใจ หนำใจ หรือพอใจจากการกินอาหารเหล่านั้น สุดท้ายแล้วก็นำไปสู่การกินอาหารปริมาณมาก และถี่เกินความจำเป็น จนทำให้คุณอ้วน หรือลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จุลินทรีย์ในลำไส้กับการเผาผลาญ และการสะสมไขมัน การกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นสูตรสำเร็จของการลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าคุณคุมแคลอรี กินอาหารแคลต่ำ แบบเดียวกับเพื่อนของคุณ ใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่คุณกลับน้ำหนักไม่ลด อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจขาดจุลินทรีย์ในลำไส้บางอย่างไป จากข้อมูลการศึกษาบางชิ้นพบว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารอย่างเดียวกันแตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของพลังงาน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 583 days ago
Read More27/07/2023
“ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” สู่ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านช่วงอายุของประชากร โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การขยายตัวของจำนวนผู้สูงวัย ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละปี และคาดการณ์ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) โดยจะมีผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจากสถิติดังกล่าวอาจส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวที่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงานต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมเชิงระบบที่รอบด้านในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่หลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต้องให้ความร่วมมือ เพื่อรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการส่งเสริมสวัสดิการผู้สูงอายุ ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่อำนวยความสะดวก ตลอดจนการมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม และเป็นต้นแบบในการส่งต่อองค์ความรู้ทางด้านวิชาการให้กับสังคมไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่เป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงมีแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ จึงได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อริเริ่มโครงการก่อสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” เป็นศูนย์วิทยาการต้นแบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในทุกมิติ พร้อมสร้างองค์ความรู้ กระจายองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติสำหรับสาธารณชน เพื่อคุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืนของผู้สูงอายุไทย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล่าถึงการจัดตั้งศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชว่า “สถานการณ์ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย นับเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความท้าทายต่อการรับมือในทุกมิติ ซึ่งศิริราชให้ความสำคัญมาโดยตลอดในการมุ่งสร้างสังคมผู้มีอายุยืน หรือ Healthy Aging ที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการส่งเสริมและผลักดันให้ครอบครัว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 931 days ago
Read More27/07/2023
การออกกำลังกายช่วยให้หายเศร้า นักวิจัยพบการออกกำลังกายรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลมากกว่าการใช้ยา
โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมหรือจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ กลไกของโรคนี้เป็นผลมาจากสารเคมีในสมองมีผลต่ออารมณ์ผิดปกติไปจนเกิดเป็นอาการทางอารมณ์ และนำไปสู่อาการทางด้านร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนป่วยด้วย ซึ่งปัจจัยหลายอย่างส่งผลร่วมกัน โดยประชากรโลกกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ยาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจถูกกับยาคนละชนิด ยาบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้มากขึ้นก็เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำ ล่าสุดมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาแบบรีวิว 97 ชิ้นที่มาจากงานวิจัยกว่า 1,039 งาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง 128,119 คน แก่นของการศึกษาที่ได้หยิบมาคือประสิทธิภาพของการออกกำลังกายต่อสุขภาพและการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ ซึ่งงานวิจัยเป็นพันชิ้นที่ผ่านการรีวิวนั้นมีตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรค คนสุขภาพดี คนที่มีโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อีกมากมาย การศึกษาชิ้นนี้พบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุดหรือส่งผลดีอย่างมากในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคซึมเศร้า ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคไต คนท้อง ผู้หญิงหลังคลอด และคนทั่วไป การศึกษาชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือหนักขึ้นให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับโรคซึมเศร้า ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคถึง 43 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดอยู่ที่ 150 นาที/สัปดาห์ ครั้งละ 30…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 931 days ago
Read More27/07/2023
ปักหมุด 4 ร้านอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน (ที่จะชวนคุณมาอร่อยและสุขภาพดี)
ใครว่าของอร่อยต้องไม่ดีต่อสุขภาพ Hack for Health ขอเสนอ ‘อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน’ หรือ Mediterranean Diet อาหารแนวนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างกรีซ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และอื่น ๆ ซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมอาหารที่เก่าแก่และได้รับความนิยมอย่างมาก โดยวัตถุดิบหลักของอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนมักจะเป็นธัญพืช สมุนไพร เครื่องเทศ ผักผลไม้ ถั่วต่าง ๆ ส่วนเนื้อสัตว์ก็เป็นกลุ่มของปลา อาหารทะเล สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากนม ส่วนเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแดงจะพบได้บ้าง แต่ที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับอาหารแนวนี้คือ ‘น้ำมันมะกอก’ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยเห็นตรงกันว่าการกินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ ส่วนเหตุผลก็มาจาก ‘ปลาทะเล’ และ ‘น้ำมันมะกอก’ ที่มีไขมันดียังไงล่ะ ไขมันดีเป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพตามชื่อ คุณอาจคุ้นหูกับชื่อ ‘โอเมก้า 3’ ซึ่งจัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่พบได้ในปลาทะเลและน้ำมันมะกอกที่เป็นแหล่งไขมันหลักอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนแต่ละเมนู กรดไขมันชนิดนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าหากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือด ช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย และดีต่อสมองด้วย นอกจากนี้ สัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต ผัก และวัตถุดิบจากพืชอื่น ๆ ก็ถูกจัดสรรลงจานเป็นอย่างดีช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน เทรนด์เรื่องการกินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนกำลังเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยอย่างช้า ๆ แต่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 931 days ago
Read More27/07/2023
เรื่องมะเร็งใกล้ตัวและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด จากงานเสวนา ‘รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง’
โรคมะเร็งเป็นโรคที่ฆ่าคนมากที่สุด ในช่วงก่อนปี 2000 คนเสียชีวิตจากมะเร็งเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และอุบัติเหตุ แต่ในปัจจุบัน มะเร็งได้ไต่ขึ้นมาเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่คนเสียชีวิต และครองแชมป์มาเป็นเวลาหลายปี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 สถาบันวิทยาการตลาดทุนหรือ วตท. ได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ 'รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง' ณ Auditorium ชั้น 6 ตึกเปกาซัส อาคาร 101 ทรูดิจิทัลพาร์ก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งระดับประเทศ อย่างอาจารย์กบ หรือ ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวัฒนธรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์หนุ่ม หรือ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง Founder บริษัท เจเน พูติกไบโอ จำกัด ทั้งยังเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยในการเสวนาในครั้ง อาจารย์ทั้ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 931 days ago
Read More27/07/2023
วิธีป้องกัน “โรคหลอดเลือดในสมอง” สาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต
โรคหลอดเลือดสมอง คือภาวะที่สมองขาดเลือด เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของสมองมีเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ มักเกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงอุดตัน หรือมีเลือดออกในสมอง และเซลล์สมองในบริเวณนั้นจะเริ่มตายจากการขาดออกซิเจน อาการ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกังวลว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองให้สังเกตเวลาที่เริ่มมีอาการ โดยสัญญาณและอาการของโรคหลอดเลือดสมอง มีดังต่อไปนี้ สาเหตุ 1.หลอดเลือดแดงอุดตัน หลอดเลือดแดงอุดตัน หรือที่เรียกว่าโรคเส้นเลือดในสมองตีบ บางคนอาจมีการหยุดชะงักชั่วคราวของการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง หรือที่เรียกว่าโรคขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการที่ยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดลดลงอย่างรุนแรง (ขาดเลือด) โดยหลอดเลือดตีบตันนั้นเกิดจากไขมันสะสมในหลอดเลือด หรือจากลิ่มเลือดหรือเศษอื่น ๆ ที่เดินทางผ่านกระแสเลือด ส่วนใหญ่มักจะมาจากหัวใจและไปค้างอยู่ในหลอดเลือดในสมอง 2.เส้นเลือดในสมองแตก โรคเส้นเลือดในสมองแตก เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองรั่วหรือแตก โดยเลือดออกในสมองอาจเกิดจากหลายสภาวะที่ส่งผลต่อหลอดเลือด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคเส้นเลือดในสมองแตก เช่น ปัจจัยเสี่ยง มีหลายปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ 1.ปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิต 2.ปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ ปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อน โรคหลอดเลือดสมองบางครั้งอาจทำให้เกิดความพิการชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สมองขาดออกซิเจน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังนี้ วิธีการป้องกัน การทราบปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นขั้นตอนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หากคุณเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) วิธีเหล่านี้อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อีก วิธีการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหลายอย่างเหมือนกับวิธีในการป้องกันโรคหัวใจ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 931 days ago
Read More27/07/2023
คุณเคยซัก “หมอน” หรือไม่ ? เหตุผลที่ควรหันมาทำความสะอาดหมอน
ของเครื่องใช้ในบ้านที่เชื่อว่าทุกคนต้องทำความสะอาดหรือซักล้างอย่างเป็นประจำ นั่นคือ ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม เพราะนอกจากจะกำจัดฝุ่นต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามที่นอนแล้วยังทำให้รู้สึกที่นอนนุ่ม สบาย มีกลิ่นหอมน่านอนอีกด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะมองข้ามไปนั่นคือการทำความสะอาด “หมอน” ปกติแล้วคนเรามักใช้เวลาอยู่บนเตียงประมาณ 8 ชั่วโมงต่อคืน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต นั่นหมายความว่าเราใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับหมอน และตลอดเวลานั้นหมอนมักจะสะสมทั้ง ฝุ่น เชื้อรา เหงื่อ น้ำลาย รวมถึงน้ำมันธรรมชาติจากร่างกายของคุณ จากการวิจัยปี 2018 ระบุว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่การระคายเคืองทางเดินหายใจหรืออาการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว การซักหมอนเป็นประจำจะสามารถลดสิ่งระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องซักหมอนจริงหรือ ? อย่างที่บอกว่าคนเรามักลืมหมอนในรายการสำหรับซักทำความสะอาดทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และสนใจซักแต่เพียงปลอกหมอนเท่านั้น การซักปลอกหมอนเป็นวิธีหลักอย่างหนึ่งในการรักษาความสะอาดบริเวณที่นอนของคุณ อย่างไรก็ตาม ปลอกหมอนที่สะอาดจะช่วยได้มากก็ต่อเมื่อหมอนของคุณผ่านการซักทำความสะอาด เพราะแม้แต่ปลอกหมอนที่ซักเป็นประจำในบางครั้งก็อาจมีรู หรือมีร่องรอยการขาด ดังนั้นจึงไม่สามารถปกป้องหมอนของคุณจากการสะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเมื่อเวลาผ่านไปได้ทั้งหมด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการซักหมอนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยหมอนของคุณอาจสะสมสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ในระดับที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ทำจากหมอน จากการศึกษาในปี 2021 พบว่าหมอนอาจต้านทานสิ่งสกปรกและไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำจากสิ่งต่อไป การวิจัยปี 2015 ยังแนะนำว่าหมอนขนเป็ดอาจสะสมฝุ่นน้อยกว่าหมอนใยสังเคราะห์บางประเภท…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 931 days ago
Read More24/07/2023
โจ๊กหมึกซึม ไม่ใช่เคสแรก! ข้อสรุปปากกาเขียนบนถุงอันตรายไหม ควรเป็นถุงแบบไหน หรือใช้ปากกาอะไรดี?
ช่วงก่อนหน้านี้หลายคนคงเห็นข่าวที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพเตือน หลังจากไปซื้อโจ๊กที่ร้านค้าเขียนรายละเอียดบนถุงโจ๊ก ซึ่งผู้ซื้อเห็นว่าหมึกจากตัวหนังสือบนถุงร้อนซึมเข้าไปด้านใน เมื่อเทออกมาปรากฏว่าหมึกก็ซึมเข้าไปในเนื้อโจ๊กจริง ๆ เคสที่หมึกซึมเข้าไปในโจ๊กหรืออาหารอื่น ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หากลองไปค้นดูจะพบว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาแล้ว โดยในเคสล่าสุดที่ตัวหนังสือ ‘หมูล้วน’ ซึมเข้าไป อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากเพจอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้ออกมาเตือนและให้ความรู้ว่าหมึกที่เขียนและซึมผ่านถุงร้อนเข้าไปในเนื้อโจ๊กนั้นเป็นอันตรายและอาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ ซึ่งในเคสนี้ อ.เจษฎา คาดว่าทางร้านใช้ปากกาเมจิกเขียน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 เพจเฟซบุ๊กหมอแล็บแพนด้าได้ทดสอบด้วยการซื้อโจ๊กมา แล้วลองใช้ปากกาเขียนคำว่า ‘ซึมมั้ย’ ลงไป’ แถมลองเอาไปเข้าไมโครเวฟเผื่อความร้อนจะช่วยเร่งการแผ่ของสีให้ซึมผ่านถุงเข้าไปในเนื้อโจ๊ก แต่หมึกก็ไม่ซึม อย่างไรก็ตาม หมอแล็บก็ได้ออกตัวว่าไม่กล้ารับประทาน เพราะไม่รู้ว่าสารเคมีจากหมึกในส่วนที่ไม่ใช่เม็ดสีจะซึมเข้าไปรึเปล่า หลังจากนั้น อ.เจษฎาก็ได้แชร์ความคิดเห็นว่าสาเหตุที่หมึกบนถุงจากในกรณีที่หมอแล็บทดสอบอาจเกิดจากปัจจัยที่ต่างกัน โดยอาจเป็นถุงคนละชนิดและปากกาคนแบบ โดยจากข้อความนี้จึงพอสรุปได้ว่าการเลือกถุงใส่อาหารและปากกาที่เขียนมีผลต่อการซึมของหมึกผ่านถุง ในเคสที่หมึกซึมเข้าไป อ.เจษฎาคาดว่าหากเป็นถุงร้อนชนิดขุ่นและปากกาเมจิก ในขณะที่ของหมอแล็บเป็นถุงร้อนชนิดใสและปากกาเพอร์มาเนน (Permanent marker) อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะซึมหรือไม่ซึม ถุงใส่อาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเขียนอะไรลงไป ดังนั้น ผู้ขายอาจจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นในการระบุรายละเอียดของอาหาร เช่น การมัดหนังยางคนละสี การเขียนใส่กระดาษแล้วใส่หรือติดไปกับถุงแทน ถุงร้อน ถุงเย็น เลือกอย่างไรให้เหมาะสม? ถุงสำหรับใส่อาหารที่คนคุ้นหูกันแบ่งออกได้ 3…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 934 days ago
Read More24/07/2023
ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?
อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 934 days ago
Read More21/07/2023
5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์หลากอารมณ์ ชวนน้ำตาตาคลอไปกับความหมายของชีวิต
ตัวละครหลักในภาพยนตร์เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงคนดูเข้ากับเรื่องราวหรือข้อความที่ภาพยนตร์ต้องการสื่อสาร แม้ว่าผู้ชมภาพยนตร์อย่างเรา ๆ จะเป็นเหมือนบุคคลที่ 3 ที่คอยดูความเป็นไปจากมุมมองของหลายตัวละคร แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปจนถึงจุดสูงสุด คนดูมักเผลอจินตนาการว่าหากเราเองเป็นตัวละครนั้นเราจะตัดสินใจหรือรับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นอย่างไร เชื่อว่าหลายครั้งที่คนดูเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวความเศร้าและโศกนาฏกรรมในภาพยนตร์ประหนึ่งว่าเราเป็นตัวละครนั้น โดยหนึ่งในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่เรียกน้ำตาจากคนดูได้คงเป็นภาพยนตร์ที่ตัวเอกเผชิญกับโรคบางอย่าง โรคหรือปัญหาสุขภาพภายในภาพยนตร์เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะดำเนินต่อไปอย่างไร ซึ่ง Hack for Health ได้เตรียม 5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์มาให้ทุกคนได้รู้จักกับโรคและตามไปดูภาพยนตร์เหล่านี้กัน 5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์ที่ชวนคุณน้ำตาคลอ 1. ภาวะปัญญาอ่อนจาก I Am Sam (2001) หากใครเคยดูเรื่องนี้ เพียงแค่เห็นชื่อ และเรื่องราวที่แซมประสบพบเจอภายในเรื่องก็อาจทำให้น้ำตารื้นได้แล้ว I Am Sam เป็นเรื่องราวของ แซม ดอว์สัน ชายฐานะไม่ดีที่มีภาวะปัญญาอ่อน โดยเขาถูกประเมินว่ามีสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็ก 7 ขวบ วันหนึ่งแซมจับพลัดจับผลูไปมีลูกกับสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้ทิ้งเขาและลูกสาวที่ชื่อลูซีไป เรื่องราวของภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของพ่อผู้มีสมองเป็นเด็กกับลูกสาวที่กำลังเติบโตคนเป็นคนปกติ สู่การถูกกีดกันจากทางการ เพราะแซมถูกประเมินว่าเป็นบุคคลไร้สมรรถภาพและไม่สามารถเลี้ยงดูลูซีได้ ภาวะปัญญาอ่อนหรือภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disability) เป็นความผิดปกติทางด้านสติปัญญา สาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนยังไม่แน่ชัด แต่อาจเป็นผลจากพันธุกรรม การเจ็บป่วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 937 days ago
Read More21/07/2023
‘Vibrant’ ยาสั่นลำไส้ มิติใหม่ของการรักษาท้องผูก ลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบเดิม
16 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเผชิญกับอาการท้องผูก ซึ่งอาการท้องผูกส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนที่มีอาการได้ไม่น้อย ในระยะยาวอาการท้องผูกส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง และยังสัมพันธ์โรคเรื้อรังหลายชนิด การรักษาอาการท้องผูกมีตั้งแต่การปรับไลฟ์สไตล์ การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัดในคนที่มีอาการท้องผูกรุนแรง เดิมทีการรักษาอาการท้องผูกด้วยยาบางชนิดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรใช้ติดต่อกัน เพราะอาจทำให้ท้องผูกรุนแรงกว่าเดิม แพทย์และนักวิทยาจึงคิดค้นหาวิธีในการรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังแบบอื่น ๆ ซึ่ง FDA ของสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายอนุญาตใช้ Vibrant (ไวแบรนต์) ยารักษาอาการท้องผูกแบบใหม่ ที่อาจจะเรียกไม่ได้เต็มปากว่ายา เพราะ Vibrant เป็นนวัตกรรมการรักษาที่มาในรูปแบบของแคปซูลยา แต่ไม่มีตัวยา ที่จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาทั่วไปหรือได้รับผลข้างเคียงรุนแรงจากยาแบบเดิม ท้องผูกเรื้อรัง = อาการขับถ่ายน้อย ไม่สม่ำเสมอ ขับถ่ายยากติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือนานกว่านั้น กลไกการทำงานและข้อดีของ Vibrant โดยปกติ เวลาที่คุณกลืนยาและยาเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร เยื่อหรือแคปซูลจะถูกย่อย และปล่อยตัวยาออกมา แต่แคปซูล Vibrant มีกลไกในการรักษาอาการท้องผูกต่างออกไป เมื่อคุณกลืนแคปซูลเข้าไป Vibrant จะเริ่มทำงานด้วยกันสั่นเบา ๆ 3 วินาที และหยุดสั่น 3 วินาที สลับกันไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนจะหยุดสั่น 6 ชั่วโมง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 937 days ago
Read More20/07/2023
ส่องแท็ก TikTok ต่างประเทศ ‘Bed Rotting’ หรือ ‘การนอนเน่าอยู่บนเตียง’ กับผลกระทบต่อสุขภาพ
'Bed Rotting' แปลเป็นไทยแบบตรงตัวว่า 'การเน่าอยู่บนเตียง' เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในบรรดา TikToker ต่างประเทศ แม้ว่าแปลมาแบบตรงตัวแล้วจะดูแปลก แต่จริง ๆ ก็คล้ายกับที่คนไทยชอบพูดว่า ‘ขอนอนตายอยู่บนเตียง’ หรือการนอนพักผ่อน ไม่ว่าจะหลับจริงหรือนอนเล่นอยู่บนเตียงทั้งวัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำบ่อย ๆ ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มต้นจากการที่มีคนมาแชร์ว่าในวันที่คุณเหนื่อยล้ากับอะไรมาก ๆ การนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงทั้งวันสามารถช่วยฟื้นฟูคุณจากความเหนื่อยล้านั้นได้ คนบนโลก TikTok เลยแชร์คลิปการนอนบนเตียง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ผ้าห่มหลายผืนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น (Cozy) พร้อมติด #BedRotting และ #InBedRotting แต่หลังจากเทรนด์นี้ถูกพูดถึงมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายสาขาได้ออกมาให้ความเห็นในเชิงเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากขึ้น เจสซี โกลด์ (Jessi Gold) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชจากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้โพสต์คลิปลง TikTok พร้อมให้ความรู้ว่า ‘มันเป็นเรื่องปกติที่จะนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ตราบใดที่คุณรู้ตัวว่าทำมันไปเพื่ออะไร และควรหาวิธีรับมือกับความเหนื่อยล้าในรูปแบบอื่นด้วย’ โดยสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกกังวลกับเทรนด์นี้เพราะว่า การนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวจนติดเป็นนิสัยหรือพฤติกรรม เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสัมพันธ์กับโรคบางอย่างได้ด้วย การนอนนิ่งหรือการอยู่กับที่เดิมนาน ๆ มักถูกเรียกว่า ภาวะเนือยนิ่ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 938 days ago
Read More19/07/2023
ตื่นมาแล้วรู้สึกเมื่อยไม่สบายตัว เพราะ “ท่านอน” ไม่ดีหรือเปล่า ?
การนอนหลับ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายโดยรวม และเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันต่อ ๆ ไป แต่นอกเหนือจากการนอนหลับแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ท่านอน” เพราะหากคุณหลับไปโดยท่านอนที่ไม่เหมาะสม จากที่ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น สบายตัว อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้ 4 ท่านอนที่ไม่ดีต่อสุขภาพ 1.ท่าทารกในครรภ์ ท่าทารกในครรภ์ หมายถึงท่าที่เกี่ยวข้องกับการก้มศีรษะไปข้างหน้า โก่งหลัง งอสะโพก และงอเข่า ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจมีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้รับผลกระทบ การนอนในท่านี้เป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาต่อไปนี้ 2.นอนคว่ำหน้า การนอนคว่ำถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพเพราะจะไปขัดขวางการหายใจ และทำให้กระดูกสันหลังคดงอผิดปกติได้ การหันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งเมื่อนอนในท่านี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลังเกิดอาการโค้งงอได้ ทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การอักเสบและปวดกล้ามเนื้อคอนอกเหนือจากอาการปวดหลัง จึงไม่แนะนำให้นอนคว่ำ 3.กึ่งนั่งกึ่งนอน หากคุณกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง ขณะที่ส่วนล่างของคุณอยู่บนเตียงหรือโซฟาในขณะที่คุณเล่นโทรศัพท์ อ่านหนังสือ หรือดูทีวี จะเป็นการก้มคอเป็นเวลานาน เมื่อทำเป็นประจำจะทำให้กระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดและบวมที่ไหล่ รวมถึงอาการปวดหลังส่วนล่างที่เกิดจากความโค้งของกระดูกสันหลังเมื่อนั่งในท่านี้ 4.วางศีรษะไว้ที่ต้นแขน การนอนโดยวางศีรษะทับต้นแขนจะเกิดการกดทับเส้นประสาทเรเดียลเป็นเวลานาน อาจทำให้เส้นประสาทถูกทำลายได้ ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อาการข้อมือตก ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ยกมือด้านที่ได้รับผลกระทบได้ยาก กรณีนี้ส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรงและหายไปโดยไม่ได้รับการรักษา ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี และอาการมักจะดีขึ้นภายในเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ท่านอนที่ดีและแนะนำก็คือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 938 days ago
Read More19/07/2023
รู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลียหลังตื่นนอน? มาเช็กสาเหตุของปัญหานี้กัน
การนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพเป็นการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันหลายคนอาจประสบปัญหาด้านการนอน เช่น นอนไม่หลับ นอนน้อย และนอนไม่พอ แต่ก็มีบางคนที่นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่เวลาที่ตื่นขึ้น กลับรู้สึกไม่สดชื่น ง่วง มึนหัว ปวดหัว หรือไม่มีสมาธิ หากคุณกำลังเจอกับอาการเหล่านี้อยู่ เนื้อหาในบทความนี้อาจช่วยได้ 6 สาเหตุที่ทำให้คุณไม่สดชื่นหลังตื่นนอน อาการไม่สดชื่นหลังตื่นนอนอาจได้เกิดจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่ Hack for Health เตรียมมา เรียกได้ว่าพบได้บ่อยสุด ๆ 1. คุณเป็นคนเฉื่อย ๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นนิสัย ลองสังเกตดูว่าภายใน 1 วัน คุณเคลื่อนไหวมากน้อยแค่ไหน หรือคุณมีพฤติกรรมตามนี้รึเปล่า หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้แสดงว่ากำลังอยู่ใน ภาวะเนือยนิ่ง หรือ Sedentary lifestyle ซึ่งภาวะนี้ใช้อธิบายพฤติกรรมที่ใครคนใดคนหนึ่งอยู่กับที่และไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ภาวะนี้ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานน้อย และการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองก็น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่า และไม่มีเรี่ยวแรง ในระยะยาวยังทำให้คุณอ้วนง่ายและเสี่ยงโรคเรื้อรังได้มากขึ้นด้วย ภาวะนี้ไม่ได้เกิดเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หากคุณได้ก้าวเข้ามาอยู่ในภาวะนี้ระบบเผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับความดันโลหิตจะเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงมีละเล็กน้อย คุณเผชิญกับความรู้สึกไม่สดชื่นได้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ตอนตื่นนอน 2. ความเหนื่อยล้าสะสม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 939 days ago
Read More19/07/2023
ความจริงหรือความเชื่อ ? ช่วยตัวเองบ่อย ๆ เสี่ยงเป็นหมัน!
มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับผลกระทบของการ “ช่วยตัวเอง” หรือ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองของผู้ชาย และที่มักถูกพูดถึงกันบ่อยครั้งนั่นคือ การช่วยตัวเองบ่อย ๆ อาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก! เพื่อขจัดความกลัวของเหล่าคุณผู้ชายทั้งหลาย Hack for Health จะมาไขข้อเท็จจริงเรื่องนี้ การหลั่งน้ำอสุจิ การมีเพศสัมพันธ์กับการหลั่งน้ำอสุจิเป็นประจำอย่างน้อย 3 หรือ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยให้สเปิร์มมีคุณภาพที่ดีได้ และสเปิร์มที่แข็งแรงจะมีการเคลื่อนไหวและสัณฐานวิทยาที่ดี โดยการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม หมายถึงความสามารถในการว่ายน้ำของตัวอสุจิ และสัณฐานวิทยาของตัวอสุจิ หมายถึงรูปร่างของตัวอสุจิ โดยสเปิร์มปกติจะมีส่วนหัวที่มีรูปร่างในลักษณะที่สามารถเจาะเข้าไปในไข่ได้ง่าย ซึ่งสเปิร์มที่มีรูปร่างผิดปกติอาจไม่สามารถเจาะไข่ได้ เนื่องจากส่วนหัวมีรูปร่างผิดรูป และสเปิร์มที่ว่ายน้ำเก่งจะไปถึงไข่ได้ในไม่ช้า สเปิร์มคุณภาพดี สเปิร์มที่มีคุณภาพดีที่สุดจะถูกผลิตขึ้นเมื่อผู้ชายไม่หลั่งออกมาเป็นเวลา 2-3 วัน หากคุณกำลังพยายามมีลูกตามธรรมชาติ ขอแนะนำให้หยุดการช่วยตัวเองสัก 2-3 วัน แล้วค่อยมีเพศสัมพันธ์ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ของภรรยาคุณได้ โดยการหลั่งของผู้ชายแต่ละครั้งจะปล่อยสเปิร์มออกมาประมาณ 300 ล้านตัว และร่างกายของผู้ชายจะผลิตสเปิร์ม 12,000 ล้านตัวต่อเดือน การช่วยตัวเองทำให้ความไวทางเพศลดลงหรือไม่ ? สำหรับผู้ที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศ การกระตุ้นที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการช่วยตัวเอง สามารถช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sexual…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 939 days ago
Read More19/07/2023
อันตรายจากไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายชนิดอื่นที่หลายคนมองข้าม
ไขมันทรานส์ (Trans fat) เป็นชนิดของไขมันที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังเป็นอันตรายด้วย กฎหมายไทยได้สั่งแบนไขมันทรานส์ หรือห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2562 สินค้าและอาหารที่เคยมีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบจึงต้องปรับสูตรใหม่ให้ไร้ไขมันทรานส์ แต่ถึงอย่างนั้นไขมันทรานส์ก็ไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา Hack for Health เลยจะพามาย้อนรอยอันตรายของไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายอีกชนิดที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ไขมันทรานส์คืออะไร อันตรายแค่ไหน? คนมักจะรู้ว่าไขมันทรานส์ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่อาจยังไม่รู้ว่าไขมันทรานส์คืออะไรกันแน่ และอันตรายอย่างไร ไขมันทรานส์ คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในอาหาร แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1) ไขมันทรานส์จากธรรมชาติ ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์และผลิตจากสัตว์ และ 2) ไขมันทรานส์สังเคราะห์ที่มาจากกระบวนการผลิตอาหารด้วยการเติมก๊าซไฮโดรเจนลงในน้ำมันพืชเพียงบางส่วนเพื่อเปลี่ยนสถานะของเหลวให้กลายเป็นก้อนไขมันเพื่อนำไปใช้ปรุงอาหาร จากข้อมูล การได้รับไขมันทรานส์ที่มาจากธรรมชาติในปริมาณที่เหมาะสมนั้นปลอดภัย แต่สำหรับไขมันทรานส์สังเคราะห์เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้นแม้ในปริมาณเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นไขมันจึงทำให้ไขมันทรานส์ให้พลังงานสูง ซึ่งร่างกายต้องการไขมันในแต่ละวันเพียงน้อยนิดเท่านั้น การได้รับไขมันทรานส์จึงสัมพันธ์กับพลังงานและระดับไขมันในร่างกาย การได้รับไขมันทรานส์ส่งผลให้ระดับไขมันชนิดที่ไม่ดีในร่างกายหรือ LDL (Low-Density Lipoprotein) สูงขึ้น และลดระดับของไขมันในเลือดที่ดีต่อร่างกายหรือ HDL (High-Density Lipoprotein) โดยระดับ LDL ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวและโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น การได้รับไขมันทรานส์มากเกินไปจะทำให้ไขมันชนิดที่ไม่ดีในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 939 days ago
Read More18/07/2023
อยากยิ้มสวย มั่นใจ ต้องทำ “วีเนียร์” ?
กระแสการทำ “วีเนียร์” กำลังเป็นที่สนใจทั้งในวงการบันเทิง และที่เด่นชัดก็คือวงการนางงาม เพราะเมื่อพูดถึงนางงามสิ่งแรกที่ทุกคนคิดก็คือ การมีรอยยิ้มที่สวยงาม และรอยยิ้มที่สวยงามก็มาจากฟันที่เรียงสวย ขาวสะอาด ดังนั้น “วีเนียร์” จึงตอบโจทย์ความต้องการอย่างยิ่ง หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “วีเนียร์” คืออะไร และใครจำเป็นต้องทำบ้าง เป็นแค่การดูแลฟันเพื่อความสวยงามอย่างเดียวหรือไม่ Hack for Health มีคำตอบมาให้ทุกคน วีเนียร์ คือ ? วีเนียร์ คือ วัสดุที่ทำขึ้นให้พอดีกับพื้นผิวด้านหน้าของฟัน ช่วยปกปิดรอยแตก คราบสกปรก ช่องว่าง สีของฟัน และความไม่สมบูรณ์ของฟันอื่น ๆ โดยวีเนียร์เป็นหนึ่งในการรักษาทางทันตกรรมเพื่อความงามที่พบได้บ่อยที่สุด มีหลายประเภทให้เลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน โดยช่างเทคนิคจะต้องใช้วัสดุทางทันตกรรมคุณภาพสูง วีเนียร์จะปิดผิวด้านหน้าของฟันเพื่อเพิ่มรอยยิ้มให้สวยงามมากขึ้น โดยการอำพรางจุดบกพร่องของฟันที่อาจทำให้คุณเสียความมั่นใจ วีเนียร์ เหมาะกับใครบ้าง ? การทำวีเนียร์เหมาะกับใครก็ตามที่ต้องการเสริมรอยยิ้มให้ดูดีขึ้น หรือคนที่มีปัญหาความไม่มั่นใจต่าง ๆ เช่น วีเนียร์ เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้นหากคุณไม่มีปัญหาฟันผุและโรคเหงือกสามารถทำได้ แต่หากคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปากที่ร้ายแรง ควรจัดการกับปัญหาเหล่านั้นก่อนการทำวีเนียร์เพื่อความงาม วีเนียร์ vs ครอบฟัน: ต่างกันอย่างไร? หากเป็น พอร์ซเลนวีเนียร์ จะเคลือบเฉพาะผิวด้านหน้าของฟันเพื่อให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 940 days ago
Read MorePR Partners
See All12/02/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 8 hours ago
Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 แบรนด์ดัง-ครีเอเตอร์ตัวท็อป ตบเท้าลุ้นกว่า 300 รางวัล
ขยับเข้ามาใกล้แล้วสำหรับงานประกาศรางวัลที่คนทำเพจ แบรนด์ และอินฟลูเอนเซอร์รอคอยที่สุดงานหนึ่งของปี อย่าง Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ที่ทาง Wisesight จับมือกับ ICONSIAM จัดขึ้น เพื่อมอบรางวัลให้กับคนที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยปีนี้เขามีแจกกันกว่า 300 รางวัลเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจของปีนี้คือ มีการ "ยกระดับเกณฑ์การตัดสิน" ใหม่ ให้เข้มข้นขึ้น โดยไม่ได้ดูแค่ตัวเลขไลก์ แชร์ วิว แบบเดิม ๆ แต่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายวงการมาช่วยดูเรื่อง "คุณภาพ"12/02/2026
Thriving Beyond The Storm: เจาะลึกกลยุทธ์ฝ่าพายุเศรษฐกิจ และการปฏิวัติข้อมูลด้วย AI ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026
เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้นจนเข็มทิศแบบเดิมเริ่มพร่าเลือน การพยากรณ์อนาคตจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสถิติ แต่เป็นเรื่องของ "ทักษะการอยู่รอด" ปรากฏการณ์นี้ถูกตอกย้ำอย่างชัดเจนในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 สัมมนาเทรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้ธีม "Thriving Beyond The Storm" งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมารวมตัวกันเพื่อฟังบรรยาย แต่คือการระดมสมองครั้งประวัติศาสตร์ของผู้บริหารและคนทำงานนับพันชีวิต เพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยก้าวข้ามฉายาอันน่าสะพรึงกลัวอย่าง "Sick Man of Asia" หรือคนป่วยแห่งเอเชีย ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เมื่อพายุสมบูรณ์แบบก่อตัว: โรคเรื้อรังของไทยในวันที่โลกเปลี่ยนระเบียบ บนเวที Vision Stage คุณธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO แห่ง Like Me Co., Ltd. และผู้ก่อตั้ง Future Trends ได้เปิดเผยข้อมูลที่เปรียบเสมือนการดึงสติคนไทยทั้งประเทศ ด้วยการชี้ให้เห็นว่าสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ได้ประสบเพียงแค่ "ไข้หวัด" ชั่วคราว แต่กำลังเผชิญกับ "โรคเรื้อรังเชิงโครงสร้าง"…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 9 hours ago
Read More06/02/2026
Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก
Techsauce ผู้นำด้านการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและนวัตกรรม เดินหน้าจัดงานใหญ่รับเทรนด์โลก “Techsauce Healthspan Festival 2026” มหกรรมสร้างอนาคตสุขภาพดีแบบครบวงจรครั้งแรกในไทยมาไว้ในที่เดียว ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแค่การมีอายุยืน (Lifespan) สู่การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthspan) เตรียมพบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกและการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์ ภาคธุรกิจ และนวัตกร ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน มากกว่าแค่ "อายุยืน" คือการ "แข็งแรงนาน" คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Healthcare แบบดั้งเดิม เข้าสู่ยุคของ “Healthspan” โจทย์สำคัญในวันนี้ไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้อายุยืน (Lifespan) แต่คือการทำอย่างไรให้เรามีช่วงเวลาที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ยาวนานที่สุด (Healthspan) การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การโชว์นวัตกรรม แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงแพทย์ นักวิจัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อลดช่องว่างและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสุขภาพ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 6 days ago
Read More05/02/2026
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !
กรุงเทพฯ 5 กุมภาพันธ์ 2025 – เพราะทุกคะแนนเสียงคืออนาคต ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงประกาศความพร้อมสูงสุด เตรียมส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ลื่นไหลระดับ 5G เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มั่นใจประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรายงานผลได้อย่างฉับไวไร้รอยต่อ ถอดรหัสข้อมูล...สู่การวางแผนที่แม่นยำ ทรูไม่ได้มาพร้อมความพร้อมเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อม "Data" ที่แม่นยำ โดยนำพฤติกรรมการใช้งานจริงจากการเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ.) มาเป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลา Peak Hours จัดเต็ม "กองทัพเครือข่าย" เพื่อคนไทย นายคูรัม อัชฟาค และ นายจิระชัย คุณากร สองแม่ทัพใหญ่ด้านเครือข่าย นำทีมวิศวกรลงพื้นที่เช็กสัญญาณด้วยตัวเอง พร้อมมาตรการเสริมทัพที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกกับ "เครือข่ายอัจฉริยะ" มาตรฐานโลก ทรูยกระดับการจัดการด้วย Autonomous Network Level 4.0 (จาก TM Forum) โดยใช้เทคโนโลยี Intent-Based Operation…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 7 days ago
Read More





























