Tags
| สุขภาพ
01/11/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 317 days ago
เปลี่ยน “ไทย” เป็น Sandbox พัฒนา “สเต็มเซลล์”
ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนสูง แต่มีหนึ่งตลาดที่เติบโตหลายเท่าทุกปี “ตลาดสุขภาพและการแพทย์” ควบคู่ไปกับเทรนด์ที่คนทั่วโลกหันมาสนใจการดูแลสุขภาพมากขึ้น นักวิเคราะห์จาก Global Wellness Institute คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจด้านสุขภาพจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงถึง 7.3% ต่อปี ระหว่างปี 2023-2028 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP โลกที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.8%ในหลายปีที่ผ่านมาเราต่างเห็นความเป็นไปได้ของประเทศไทยที่จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาค และอีกไม่กี่ปีเราอาจได้เห็นประเทศไทยเป็น World Destination ในด้านสุขภาพ ทั้งเรื่องสุขภาพทั่วไป การแพทย์ และด้าน Longevity หรือการมีอายุที่ยืนยาว และโปรเจกต์ใหญ่ โปรเจกต์ใหม่ที่รัฐบาล นำโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จับมือกับ Medeze บริษัทเอกชนที่ให้บริการเรื่องสเต็มเซลล์ ตั้งแต่การตรวจและเก็บสเต็มเซลล์ ธนาคารสเต็มเซลล์ ไปจนถึงการนำไปใช้ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายเดียวที่ได้ถูกคัดเลือกจากรัฐเพื่อสร้าง "Sandbox" สำหรับวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ATMPs (Advanced Therapy Medicinal Products) หรือผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง ATMPs (Advanced Therapy Medicinal Products) ผลิตภัณฑ์การแพทย์ที่มีส่วนผสมของยีน เซลส์ หรือ และเนื้อเยื่อ ซึ่งในที่นี้ คือ…11/09/2024
BDMS เชิญร่วมงานประชุมวิชาการประจำปี 2567 “A ROAD TO LIFELONG WELL-BEING : EP.2 UNLOCK THE HEALTHY LONGEVITY”
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เตรียมจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2567 BDMS ACADEMIC ANNUAL MEETING 2024 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A ROAD TO LIFELONG WELL-BEING : EP.2 UNLOCK THE HEALTHY LONGEVITY” ในระหว่างวันที่ 18 - 22 พฤศจิกายน นี้ ณ BDMS Connect Center อาคารศูนย์ประชุมในเครือ BDMS ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการประชุมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ BDMS จัดงานประชุมวิชาการฯ อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 มุ่งเน้นเพื่อการพัฒนาแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ทางวิชาการ โดยคอนเซปต์ในปีนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงของโลกและประชากรยุคปัจจุบัน คือ เส้นทางสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 733 days ago
Read More10/09/2024
Pathological Liar: โกหกจนเป็นนิสัย จริง ๆ แล้วอาจมาจากโรค
เคยรู้สึกสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงโกหกบ่อยจนน่าตกใจ ? บางทีอาจไม่ใช่แค่การพูดเกินจริงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้างเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จนกลายเป็นนิสัยที่ยากจะหยุดได้ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า Pathological Liar หรือ “การโกหกจนเป็นโรค” หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อว่า “โรคหลอกตัวเอง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้โกหกเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โกหกแบบไหนคือ Pathological Liar ? Pathological Liar หมายถึง บุคคลที่มีความต้องการโกหกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน พวกเขาอาจโกหกเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่โต เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเอง หลีกเลี่ยงปัญหา หรือเพียงแค่สนุกกับการสร้างเรื่องราวเท่านั้น พฤติกรรมนี้แตกต่างจากการโกหกทั่วไปตรงที่ผู้ป่วยมักไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และมักจะโกหกซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าผิด ทำไมถึงติดนิสัยโกหก ? สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น Pathological Liar ยังไม่แน่ชัดนัก แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะสำคัญของ Pathological Liar ผลกระทบของ Pathological Liar การโกหกจนเป็นโรคส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและคนรอบข้างอย่างมาก เช่น วิธีรับมือกับ Pathological Liar การรับมือกับคนที่เป็น Pathological Liar ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีสิ่งที่คุณสามารถทำได้…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 734 days ago
Read More30/08/2024
ทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 745 days ago
Read More05/09/2023
ติดคาเฟอีนมากไปจนกระทบต่อร่างกาย อยากเลิกควรทำอย่างไร ?
คาเฟอีน เป็นสารกระตุ้นที่พบได้ทั่วไปในน้ำอัดลม กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และอื่น ๆ หากคุณดื่มไม่มากเกินไปคาเฟอีนก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณตื่นตัวและมีสมาธิได้ เพราะคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มพลังงานและลดความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนมากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกปวดหัวและนอนไม่หลับได้ คาเฟอีนคืออะไร ? คาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นในกาแฟ ชา ช็อกโกแลต และโซดา ฯลฯ ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความตื่นตัว และเพิ่มพลังงานให้กับคุณ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ อาการขาดน้ำ และความดันโลหิตสูงได้ หากคุณดื่มอย่างไม่ระวัง สำหรับหลาย ๆ คน คาเฟอีนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวา มีสมาธิ และมันสามารถช่วยให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน คาเฟอีนเป็นสารสีขาวที่มีรสขมซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในพืชกว่า 60 ชนิด รวมถึงเมล็ดกาแฟ ใบชา และฝักโกโก้ที่ใช้ทำช็อกโกแลต ปริมาณคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มของคุณจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ วิธีการเตรียม รวมถึงปริมาณในการดื่ม โดยกาแฟสามารถมีคาเฟอีนได้เพียง 2 มิลลิกรัมต่อถ้วย และมากถึง 200 มิลลิกรัมต่อถ้วย ขณะที่ชาทั่วไปมีคาเฟอีนประมาณ 40 มิลลิกรัม และมีได้ตั้งแต่ 9 -…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1105 days ago
Read More05/09/2023
ไขข้อสงสัย ทำไมคนเราหนาวไม่เท่ากัน ?
เคยสังเกตไหม ? บ่อยครั้งที่เวลาเรานั่งทำงานอยู่ เพื่อนบางคนมักบ่นว่าทำไมวันนี้แอร์ออฟฟิศหนาวจัง ในขณะที่เรากลับรู้สึกว่าไม่เห็นหนาวเลย ออกจะร้อนไปนิดเสียด้วยซ้ำ หรือแม้แต่บางครั้งเวลาเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน บางคนจะรู้สึกร้อนมากต้องเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกอดทนได้ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ที่อุณหภูมิเท่ากัน นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของคนเรามีการตอบสนองต่ออุณหภูมิที่ต่างกัน บทความนี้จะพาทุกคนมาหาคำตอบว่าเพราะอะไรคนเราถึงรู้สึกหนาวไม่เท่ากัน ร่างกายเป็นอย่างไรเมื่อเจอกับความหนาวเย็น เมื่อสมองของเรารับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลง สมองจะส่งสัญญาณไปยังหลอดเลือดเพื่อจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนัง โดยผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายว่ากระบวนการหดตัวของหลอดเลือดนี้จะช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนเพิ่มเติมและปกป้องแกนกลางของร่างกาย และนอกจากการจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนังแล้ว คนส่วนใหญ่ยังเริ่มมีอาการตัวสั่นอีกด้วย โดยการหดตัวของกล้ามจนเกิดอาการสั่นนี้เป็นการปล่อยความร้อนออกมาเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นนั่นเอง สาเหตุที่ทำให้คนเราหนาวไม่เท่ากัน 1.รูปร่าง ขนาดรูปร่างมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับความหนาวเย็น และมีความสัมพันธ์กับขนาดของเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังของเรา โดยไขมันจัดเป็นฉนวนกันความหนาวที่ดีเยี่ยม ยิ่งมีไขมันใต้ผิวหนังมากเท่าไร ก็ยิ่งทนกับความหนาวเย็นได้มากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกถ้าหากคุณสังเกตจะเห็นว่าคนเจ้าเนื้อส่วนใหญ่มักจะขี้ร้อน หรือทนต่อความหนาวได้ดีกว่าคนที่มีรูปร่างผอมบาง 2.เพศ ร่างกายของผู้หญิงมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย จึงสร้างความร้อนจากรูขุมขนน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงมักรู้สึกหนาวเย็นมากกว่าถึงแม้จะอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิห้องเท่ากันก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือวัยกลางคนอาจรู้สึกร่างกายอบอุ่นกว่าผู้ชาย ไม่ใช่เพราะพวกเธอมีมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางอย่างนั่นเอง ความผันผวนของฮอร์โมนจะส่งผลต่อความรู้สึกหนาว โดยการตอบสนองต่อความเย็นของผู้หญิงจะแตกต่างกันไปในระหว่างรอบเดือน ในขณะที่ผู้ชายระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่สูงขึ้นอาจลดความไวต่อความเย็นได้ 3.อายุ ผู้สูงอายุไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายตนเองได้ เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้นระบบเผาผลาญของเราก็เริ่มช้าลง เมแทบอลิซึมที่ช้าลงอาจทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและต้องสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดตลอดเวลา อีกทั้งการดำเนินชีวิตแบบอยู่ประจำที่ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายอาจทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้เช่นกัน 4.ความเครียด เมื่อเจอกับเรื่องน่าวิตกกังวล หรือความเครียดจากสิ่งต่าง ๆ แต่ละคนจะมีการตอบสนองทางร่างกายที่ต่างกัน บางคนอาจมีเหงื่อไหลที่มือคล้ายกับอาการของคนที่กำลังตื่นเต้น แต่ขณะเดียวกันบางคนก็อาจรู้สึกหนาวเย็นและตัวสั่นขึ้นมา เป็นเพราะเวลาที่คนเราเครียดร่างกายจะลดประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาดื้อ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1105 days ago
Read More05/09/2023
ประโยชน์ของ Sex Toy เมื่อเรื่องเพศและสุขภาพเป็นเรื่องเดียวกัน
*เซ็กส์ทอยเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย บทความนี้มีเจตนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเซ็กส์ทอยเท่านั้น บทความนี้ขอชวนคุณก้าวข้ามเส้นขีดทางศีลธรรมและความเขินอายเรื่องเพศไปสู่ข้อมูลความสนุกเกี่ยวกับเซ็กส์ทอย และข้อมูลทางการแพทย์ที่ชี้ว่าของเล่นผู้ใหญ่ที่ถูกตีตราว่าผิดศีลธรรมนั้นไม่ได้แค่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกหายใคร่ แต่ยังดีต่อสุขภาพด้วย เซ็กส์ทอยเป็นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อให้ผู้คนได้ระบายความต้องการเพศ ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต สัตว์สังคมที่วิวัฒนาการความฉลาดอย่างมนุษย์ไม่เพียงแต่มีความต้องการทางเพศเพื่อดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์เท่านั้น แต่มนุษย์ยังตอบสนองต่อความใคร่ในแง่ของความบันเทิงด้วย เซ็กส์ทอยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะปลดเปลื้องความต้องการเหล่านั้น โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นชาย หญิง หรือ LGBTQIA+ ที่มีรสนิยมทางเพศแบบใด ปกปิด หรือเปิดเผย ดิลโด้ (Dildo) ไวเบรเตอร์ (Vibrator) จิ๊มิกระป๋อง บัตปลั๊ก (Butt plug) ตุ๊กตายาง กุญแจมือ สารพัดชุดคอสตูม และอื่น ๆ จะช่วยเติมแต่งจินตนาการและความสุขทางเพศให้กับคุณราวกับมี Friend with Benefit ที่แสนรู้ใจ ไม่เรื่องมาก และปลอดภัย ประโยชน์ของเซ็กส์ทอย การระบายความใคร่ไม่ต่างอะไรกับการได้ระบายความเครียดด้วยการดูหนัง ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ความเครียดที่สะสมส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตแบบไหน ความต้องการทางเพศที่อัดอั้นก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น ระบายมันออกมา! เพราะความเสียวและสุขภาพเป็นเรื่องเดียวกัน 1. ลดฮอร์โมนความเครียด ช่วยให้อารมณ์ดี ลดปัญหานอนไม่หลับ คุณจำความรู้สึกในช่วงที่กำลังจะถึงและหลังจากถึงจุดสุดยอดได้ไหม? ความรู้สึกที่ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย เบาสบาย ห้วงความคิดที่ว่างเปล่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1105 days ago
Read More04/09/2023
รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย แม้ไม่ชอบแต่ก็ต้องทำใจ!
ในที่ทำงาน คุณมักจะเจอเพื่อนร่วมงานหลากหลายวัย และมีทั้งบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แม้ว่าเพื่อนร่วมงานที่คุณเจอจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัย แต่สำหรับบางคนพฤติกรรมของพวกเขา ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณได้อีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาตีแผ่กับลักษณะนิสัย toxic ของเพื่อนร่วมงานที่คุณอาจจะพบเจอกัน และจะมาแนะนำวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย คุณเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถหาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม ในสังคมการทำงานทุกที่ ย่อมมีคนที่หลากหลายถ้าคุณไม่พอใจใครจะให้เปลี่ยนงานเป็นทุกครั้งก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นมาศึกษาความเป็นพิษของเพื่อนร่วมงานในแต่ละรูปแบบกันดีกว่า และคุณจะได้หาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้คุณต้องทำใจเอาไว้เลยว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทัศนคติและความสนใจของคุณเองในการจัดการกับพวกเขาได้ และสิ่งนี้จะไม่กระทบต่อสุขภาพจิตของคุณใด ๆ ทั้งสิ้น 1. บ่นไม่หยุด โลกรอบตัวไม่มีอะไรดีเลย ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่เอาแต่บ่น จดจ่ออยู่กับด้านลบของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขวัญกำลังใจตกต่ำ ไม่เคยมีอะไรดีเลย วิธีจัดการ: ให้คุณนำเสนอวิธีแก้ปัญหา และพยายามเปลี่ยนเส้นทางการสนทนาไปยังหัวข้อที่เป็นบวกมากขึ้น หากความคิดเชิงลบยังคงมีอยู่ หรือเพื่อนร่วมงานของคุณยังไงก็ไม่หยุดบ่น ให้คุณนำตัวเองเฟดออกมา จากการมีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงลบนั้น 2. ผู้คุมวิญญาณ ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่มักจะเฝ้าติดตามและควบคุมงานมากเกินไป ทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่มีความเป็นอิสระในการทำงาน วิธีจัดการ: พยายามสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณกำลังทำงานในส่วนไหนอยู่ ทำงานเสร็จไปถึงไหนแล้ว พยายามนำเสนอรายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนนี้ได้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่เขาจะได้หมดคำถาม และอาจจะเกิดความไว้วางใจในตัวคุณมากขึ้น 3. Gossip…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1106 days ago
Read More01/09/2023
ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักแถมดีต่อสุขภาพ
ข้าวโอ๊ต เป็นหนึ่งในอาหารโปรดของนักโภชนาการหลายคน เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูง บางคนเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ได้ผลอย่างดี ปัจจุบันข้าวโอ๊ตมีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ ขณะเดียวกันก็มีการนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบของนมข้าวโอ๊ตพร้อมดื่ม ที่ให้สารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ด้านสุขภาพ ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหาร มีโปรตีนมากกว่าธัญพืชส่วนใหญ่ และยังมีวิตามิน แร่ธาตุอีกมากมาย ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ที่เรียกว่าเบตากลูแคน ซึ่งช่วยระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ได้แก่ 1.สุขภาพลำไส้ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เบตากลูแคน ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติและป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้แข็งแรง ซึ่งอาจลดอาการลำไส้แปรปรวนและปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อื่น ๆ ได้ 2.ลดคอเลสเตอรอล เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เบตากลูแคนในข้าวโอ๊ตช่วยลดคอเลสเตอรอล ในการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานรำข้าวโอ๊ตมีคอเลสเตอรอลรวมลดลง 23% นักวิจัยจึงเชื่อว่ากลไกหลายอย่างในร่างกายมีผลต่อการลดคอเลสเตอรอล 3.สุขภาพหัวใจ ข้าวโอ๊ตมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า avenanthramides สูง ซึ่งไม่พบในธัญพืชชนิดอื่น สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและผ่อนคลายหลอดเลือด ทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น 4.การควบคุมน้ำตาลในเลือด เส้นใยที่ละลายน้ำได้ในข้าวโอ๊ตบางชนิดสามารถป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังมื้ออาหารได้ ปริมาณน้ำตาลในเลือดของข้าวโอ๊ตแปรรูปน้อยอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้ข้าวโอ๊ตเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปซึ่งมีดัชนีน้ำตาลในเลือดสูง 5.การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวโอ๊ตจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง ซึ่งจะทำให้โอกาสที่คุณจะกินมากเกินไปน้อยลง และเส้นใยพิเศษในข้าวโอ๊ตอย่างเบตากลูแคน จะทำให้เพิ่มความหนืดในทางเดินลำไส้และอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1109 days ago
Read More31/08/2023
ก้าวสู่ปีที่ 67 “โฟร์โมสต์” ผนึกกำลังมูลนิธิกระจกเงา เดินหน้ากระจายนม 1 ล้านกล่อง สู่กลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ
(31 ส.ค. 66) บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยและอินโดจีน เดินหน้าสู่ปีที่ 67 ด้วยกลยุทธ์ การเข้าถึงโภชนาการที่ดีอย่างยั่งยืน และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เปิดตัวนมโฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 สูตรใหม่ เติมเต็มโภชนาการ - สารอาหารที่ดีสำหรับเด็กไทย ช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้านทั้งสมอง ร่างกาย และภูมิคุ้มกัน และยังขยายโอกาสการเข้าถึงโภชนาการที่ดีให้แก่คนในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบาง ด้วยสินค้าที่มีราคาเข้าถึงได้ กระจายจุดจำหน่ายให้เข้าถึงคนส่วนมากของสังคม และลดช่องว่างสำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถในการเข้าถึง ด้วยการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา บริจาคนมพร้อมดื่ม จำนวน 1 ล้านกล่อง ภายใต้โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยปีที่ 3 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงเดือนกันยายนนี้ นายวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้มุ่งดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตตามนโยบายของสหประชาชาติ ด้วยการนำ “ความยั่งยืน และการเข้าถึงโภชนาการที่ดี” มาเป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการทำงาน 4 มิติคือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1110 days ago
Read More31/08/2023
ที่มาของซีลบนขวดยา ผลกระทบจากฆาตกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อน ‘ไทลินอล คิลเลอร์’
เวลาที่เราซื้อยาเป็นกระปุกหรือขวด เรามักจะเห็นว่าขวดนั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยซีลพลาสติกเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะแค่เฉพาะบริเวณฝากระปุก หรือการซีลทั่วทั้งขวด อีกทั้งซีลพลาสติกเหล่านี้มักมีความเหนียว ทำให้แกะได้ยาก และเมื่อเราแกะซีลออกมาแล้ว พอเปิดฝาขวดก็มักจะมีซีลสีเงินปิดอีกที พอเห็นแบบนี้คุณคงคิดว่ายานี้ถูกปิดผนึกมาอย่างดีเพื่อรักษาประสิทธิภาพของยา ช่วยให้คุณใช้ยาได้อย่างสบาย ซึ่งนั่นก็ถูกเมื่อมองในมุมมองปัจจุบัน แต่ถ้าบอกว่าต้นกำเนิดของซีลขวดยาอันแน่นหนาส่วนหนึ่งนั้นถูกคิดค้นมาเพื่อป้องกันใครสักคนสลับยาพิษเข้าไปแทนที่ยารักษาโรคล่ะ จะทำให้มุมมองของคุณที่มีต่อซีลนี้เปลี่ยนไปไหม? ในบทความนี้จะมาเล่าที่มาอันขมุกขมัวของซีลที่อยู่บนขวดยากัน ย้อนกลับไปในช่วงเดือนกันยายน ปี 1982 ในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา แมรี เคลเลอร์ เด็กหญิงวัย 12 ปีได้รับยาแก้หวัดจากพ่อแม่ของเธอ หลังจากที่เธอมีอาการป่วย แต่ถ้าในเช้าตรู่ของวันถัดไป แมรี เคลเลอร์ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่บนเตียงของเธอ ซึ่งแมรี เป็นเหยื่อรายแรกของฆาตกรต่อเนื่องที่ถูกพูดถึงในบทความนี้ ในวันเดียวกันนั้นเอง อดัม เจนัส (Adam Janus) ได้เสียชีวิตอย่างลึกลับหลังจากการใช้ยาไทลินอลสูตรแรงพิเศษ (EXTRA-STRENGHT TYLENOL) ในรูปแบบแคปซูล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว ในเวลาต่อมา สแตนลีย์ และ เทเรซา เจนัส (Stanley and Teresa Janus) ผู้ซึ่งเป็นน้องชาย และน้องสะใภ้ของอดัมได้หยิบยาไทลินอลจากกระปุกเดียวกันเพื่อแก้อาการปวดหัวหลังจากรับมือกับความโศกเศร้าท่ามกลางงานศพของอดัม สามี-ภรรยาคู่นี้ถูกพบว่าเสียชีวิตในอีก 2 วันต่อมา หลังจากงานศพและการเสียชีวิตของครอบครัวเจนัสเพียง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1110 days ago
Read More30/08/2023
H&M Move ชวนคุณมา Move ในชุดออกกำลังกายดีไซน์ล้ำจากคอลเล็กชัน Autumn 2023
H&M Move เปิดตัวซีซัน Autumn 2023 ด้วยเสื้อผ้ามูฟแวร์ดีไซน์สวยและล้ำสมัย ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายแบบ HIIT และมีเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายเบา ๆ อย่างการเล่นโยคะด้วย ภาพถ่ายและวิดีโอของแคมเปญนี้ประกอบไปด้วย Global Brand Movers ได้แก่ Zlatan Ibrahimović, Nadia Nadim และ JaQuel Knight ทั้งสามคนจะมาร่วมเคลื่อนไหวไปกับคนทั่วโลก “สมัยเด็ก ๆ ฉันไม่เคยรู้ตัวเลยว่ากำลังเผชิญกับข้อจำกัดที่ทำให้ฉันเคลื่อนไหวไม่ได้เต็มที่ เมื่อโตขึ้นฉันได้เรียนรู้ว่าบางครั้งชีวิตก็เป็นขีดจำกัด ฉันจึงชอบการเป็นหมอ เพราะฉันได้มีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในการหาทางทำสิ่งที่ตนเองชอบ” Nadia Nadim นักฟุตบอลมืออาชีพและแพทย์ กล่าว คอลเล็กชันสำหรับบุรุษและสตรีนำเสนอธีมสีที่ดูล้ำสมัยแบบชีวิตในเมืองและใช้โทนสีเดียวโดยเน้นไปที่สีเทาและสีดำ เพิ่มพลังความสดใสด้วยสีเขียวอ่อนและสีเขียวอมฟ้า เนื้อผ้าทำจากวัสดุที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เช่นโพลิเอสเตอร์รีไซเคิลและผ้าฝ้ายออร์แกนิก รวมถึงเนื้อผ้าพิเศษของ H&M Move อย่างเส้นใย DryMove™ และ SoftMove™ เสื้อ สปอร์ตบรา กางเกงขาสั้น และจัมป์สูทของผู้หญิงมีความโดดเด่นเรื่องเส้นตัดที่เน้นรูปร่าง การตัดช่องเพิ่มความเก๋ และลายพิมพ์เมทัลลิก รูปทรงเหล่านี้ตัดกับเสื้อผ้าแนวแอธลิเชอร์ที่มอบอิสระในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นฮู้ดดี้แบบโอเวอร์ไซส์ หรือกางเกงทรงพาราชูท สำหรับเสื้อผ้าผู้ชายมีเสื้อผ้าที่แนบเนื้อ ลวดลายที่ตัดด้วยเลเซอร์ มีทั้งเสื้อยืด เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น กางเกงรัดรูป และแทร็กสูทที่เนื้อผ้ายืดได้หลายทิศทาง นักฟุตบอล Zlatan Ibrahimović รู้สึกมั่นใจในการเคลื่อนไหวทั้งในสนามและนอกสนาม “กีฬาไม่ใช่แค่เรื่องของการได้เหรียญ แต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน บทเรียนสำคัญที่ผมจะให้กับคนอื่นได้ก็คือขอให้ทุกคนเคลื่อนไหว อย่าเป็นเหมือนคนอื่น หาเส้นทางของตัวเอง การเป็นตัวเองคือสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด” Zlatan Ibrahimović กล่าว นักออกแบบท่าเต้นให้กับศิลปินชื่อดัง JaQuel Knight แสดงออกความเป็นตัวเองได้อย่างอิสระผ่านดนตรีและการเต้น “ไม่ว่าผมอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1111 days ago
Read More29/08/2023
เนื้อดรายเอจคืออะไร อร่อยแค่ไหน ทำไมต้องกิน และส่งผลต่อสุขภาพด้านไหนบ้าง?
คนทั่วไปน่าจะเคยได้ยินคำว่าเนื้อดรายเอจกันมาบ้าง โดยเฉพาะคนที่ชอบรับประทานเนื้อ ซึ่ง Beef Lover น่าจะเคยได้ลิ้มลองเนื้อที่ผ่านการบ่มนี้มาแล้ว แต่สำหรับคนอื่น ๆ ที่อาจยังไม่รู้ว่าเนื้อดรายเอจคืออะไร รสชาติแบบไหน แล้วมีเรื่องอะไรที่ควรรู้เกี่ยวกับเนื้อชนิดนี้บ้าง บทความนี้รวมมาให้แล้ว เนื้อดรายเอจคืออะไร? การดรายเอจ (Dry aging) เดิมทีเป็นขั้นตอนการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่งที่มีมาหลายพันปี ซึ่งคำว่า Dry หมายถึง แห้ง การดรายเนื้อจึงเป็นการลดน้ำหรือของเหลวในเนื้อ เหตุผลก็เพราะว่าน้ำเป็นตัวเร่งที่ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เติบโต และเกิดการเน่าเสีย การเอาน้ำออกจากเซลล์ของเนื้อวัวจึงช่วยยืดระยะเวลาการเน่าเสียออกไปได้ แต่พอมายุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องถนอมอาหารอย่างเป็นจริงเป็นเหมือนสมัยก่อน การดรายเอจเนื้อจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนการแปรรูปเนื้อวัว ซึ่งเป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น และรสชาติที่แตกต่างไปจากเนื้อวัวปกติมากขึ้น การดรายเอจในยุคปัจจุบันไม่ได้เน้นแค่เพื่อยืดอายุอาหาร แต่เป็นการบ่มเนื้อด้วยการนำเนื้อไปเก็บรักษาไว้ในตู้ที่มีอุณหภูมิ 0–4 องศาเซลเซียส และระดับความชื้นที่จำเพาะเป็นเวลา 30–45 วัน ในระหว่างนี้เซลล์ของเนื้อจะเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ เช่น การระเหยของน้ำออกจากเซลล์ เอนไซม์ที่ย่อยสลายเส้นใยเนื้อเยื่อ และไขมันบางส่วน ซึ่งทำให้รสชาติและสัมผัสของเนื้อเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น การเตรียมเนื้อเพื่อที่จะดรายเอจมักหั่นแบ่งชิ้นส่วนของวัวเป็นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แล้วนำไปบ่ม เมื่อบ่มจนครบเวลาแล้ว จะนำมาหั่นหรือแล่ออกมาในรูปแบบของสเต๊ก รสชาติและสัมผัสของเนื้อดรายเอจ เนื้อดรายเอจเป็นเนื้อที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะมีรสชาติที่เข้มข้น ซับซ้อนกว่าเนื้อธรรมดา แต่หากจะอธิบายง่าย ๆ คือเป็นเนื้อวัวที่มีกลิ่นเนื้อที่หอมและชัดเจนมากกว่าเนื้อปกติหลายเท่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1112 days ago
Read More28/08/2023
เรื่องจริงหรือคิดไปเอง ? กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน
เคยไหม ? หลังอาหารมักจะง่วงนอน โดยเฉพาะคนที่กิน ‘ข้าวเหนียว’ มื้อไหนกินข้าวเหนียว ส้มตำ ตกบ่ายมานั่งหาวตาจะปิดให้ได้ หรือแม้กระทั่งขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงก็เช่นกัน หลายคนที่กินข้าวเหนียวเลยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน’ แต่เรื่องนี้จริงหรือไม่มาหาคำตอบกัน! กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน ? ก่อนอื่นต้องตอบคำถามนี้เลยว่า การกินข้าวเหนียวเสร็จแล้วหลังจากนั้นรู้สึกง่วงนอน คือ เรื่องจริง! คุณไม่ได้คิดไปเองแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบนี้ สาเหตุที่ทำให้บางคนหรือคนหมู่มากรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว ไม่ว่าจะกินกับอาหารคาว หรือกินเป็นของหวาน นั่นเป็นเพราะว่าข้าวเหนียวช่วยกระตุ้นการทำงานบางอย่างของร่างกายนั่นเอง สิ่งหนึ่งที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว ก็คือ คาร์โบไฮเดรต หรือแป้งที่เรารับประทานกันทุก ๆ วัน เมื่อย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นน้ำตาล ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับความรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว โดยในข้าวเหนียวจะมีอะมิโลส (Amylose) และอะมิโลเพคติน ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก หรือกลูโคส ได้เร็วกว่าข้าวหรือข้าวประเภทอื่น ๆ ทำให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงสั้น ๆ ดังนั้นเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และสมดุล ตับอ่อนในร่างกายก็จะต้องรีบหลั่งอินซูลิน (Insulin) ออกไปควบคุมการเผาผลาญ และให้ร่างกายดูดซึมใช้เป็นพลังงานได้ ในกระบวนการหลั่งอินซูลิน จะทำให้กรดอะมิโนหลายชนิดถูกดูดซึม เช่น วาลีน ลิวซีน และไอโซลิวซีน แต่จะมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทริปโตเฟน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1113 days ago
Read More28/08/2023
พฤติกรรม Binge-Watching ติดซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ ทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
ยุคสมัยนี้เวลาอยากดูภาพยนตร์หรือซีรีส์สักเรื่องไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และพฤติกรรมการรับชมแบบ Binge-Watching ซึ่งเป็นการเหมารวดดูซีรีส์เรื่องหนึ่งหลายตอนในคราวเดียวก็กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยคุณสามารถดูซีรีส์เรื่องโปรดได้ง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์เสมอไป ไม่ว่าจะเป็น ดูผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป เพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการดูเมื่อไหร่ที่ไหนก็ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายท่านได้ออกมาเตือนถึงพฤติกรรมการดูซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวกำลังเข้ามาแทนที่เวลาที่คุณอาจเคยออกกำลังกาย เข้าสังคม ที่สำคัญเวลานอนหลับ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาวะสุขภาพที่ร้ายแรงหลายประการ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคซึมเศร้า และปัญหาการนอนหลับ ยิ่งถ้าบางคนต้องมีขนบขบเคี้ยว เครื่องดื่มแคลอรีสูง หรือแอลกอฮอล์ คอยดื่มกินระหว่างดูซีรีส์ด้วยแล้ว บอกเลยว่ายิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากขึ้น Binge-Watching ติดซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ สัมพันธ์กับสุขภาพ ? นักวิจัยได้ส่งแบบสำรวจไปยังผู้ใหญ่ 926 คน ที่มีโทรทัศน์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อยหนึ่งเครื่องที่สามารถใช้ชมภาพยนตร์หรือซีรีส์ได้ โดยนักวิจัยต้องการทราบว่าบุคคลเหล่านี้ใช้เวลากับอุปกรณ์ของตัวเองนานเท่าไหร่ อาหารการกินเป็นอย่างไร นอนหลับนานแค่ไหน คุณภาพการนอนหลับดีหรือไม่ และความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมากน้อยเพียงใด การออกกำลังกาย และนิสัยการดื่มสุราเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง สิ่งที่นักวิจัยพบคือบุคลคลเหล่านั้นใช้เวลาอยู่กับหน้าจอที่หนักที่สุดโดยเฉลี่ยประมาณ 17.5 ชั่วโมงต่อวันในทุกอุปกรณ์ ผู้ใช้เหล่านี้ยังรายงานการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ย่ำแย่ลง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้หน้าจอระดับปานกลาง นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตอีกว่านิสัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเป็นตอนใช้เวลาอยู่กับหน้าจออย่างหนัก คือ รูปแบบการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารจานด่วนบ่อย ๆ และการรับประทานอาหารกับครอบครัวหน้าโทรทัศน์ ที่สำคัญการใช้เวลาอยู่หน้าจออย่างหนักยังสัมพันธ์กับความเครียดอีกด้วย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1113 days ago
Read More25/08/2023
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ – แคริว่า ชูนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรักษาที่แม่นยำขึ้น
(25 ส.ค. 65) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับบริษัท แคริว่า (CARIVA) ประเทศไทย จำกัด ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส หรือ เออาร์วี (ARV) มุ่งยกระดับวงการแพทย์ไทยผ่านการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้เฉพาะทาง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ SiCAR Ai Lab : แพลตฟอร์มทดสอบ และพัฒนาเเบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ทางด้านการแพทย์, โครงการพัฒนา AI อ่านและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์, โครงการพัฒนาบริการการตรวจยีนส์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต และโครงการแหล่งพัฒนาสตาร์ทอัพ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์สู่ธุรกิจจริงกับศูนย์ VDC โดยทั้ง 4 โครงการนี้ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการด้านสุขภาพในทุกมิติ รวมถึงช่วยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้อุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยมีความทันสมัย มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางบริการการแพทย์ของโลก ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขยายตัวของชุมชนเมือง รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1116 days ago
Read More24/08/2023
รสชาติแห่งนวัตกรรม! ‘สเต๊กสันใน’ ด้วยวิธีเพาะเนื้อเยื่อ Customize เนื้อได้ พร้อมเปิดจองให้ลิ้มลอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกของเรามีนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ มากมายด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในจุดประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำปศุสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 14.5 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว ความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นมากมาย และ MIRAI FOODS เทคสตาร์ทอัปจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยคริสตอฟ มายเยอร์ (Christoph Mayr) และซูมาน ดาส (Suman Das) ด้วยจุดประสงค์เพื่อการสร้างเนื้อสัตว์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อเพื่อลดการสร้างมลพิษจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ โดยที่เนื้อสัตว์คุณภาพนั้นยังคงมีรสชาติ กลิ่น สัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากเนื้อที่มาจากสัตว์โดยตรง และยังสามารถ Customize หรือปรับแต่งเนื้อได้ความต้องการด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะ เมื่อช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา MIRAI FOODS ได้ประกาศการความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง ‘เนื้อสเต๊กสันใน’ หรือ ‘เทนเดอร์ลอยน์’ ทางผู้ผลิตได้บอกว่าเนื้อสเต๊กสันในชิ้นนี้เป็นเนื้อคุณภาพดีระดับพรีเมียมจากห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลักษณะของเทนเดอร์ลอยน์ คือ เนื้อสันในของวัวที่จะประกอบไปด้วยเนื้อเป็นส่วนใหญ่ และมีมันแทรกเพียงเล็กน้อย เนื้อจากแล็บชิ้นนี้เป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของวัวสายพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เซลล์ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อมาจากวัวไพมอนเทส (Piedmontese) หรือวัวสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงเฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต (Piedmonte) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1117 days ago
Read More24/08/2023
ความเครียดและการจากลาอย่างกะทันหัน รู้จัก “ภาวะหัวใจสลาย”
บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินเรื่องของ “การอกหัก” หลายคนมักพูดว่าพวกเขารู้สึกราวกับ “หัวใจสลาย” แม้จะดูเหมือนเป็นคำเปรียบเปรย แต่อาการหัวใจสลายมีจริง และสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากความเครียดทางอารมณ์หรือทางกายภาพอย่างกะทันหัน ภาวะหัวใจสลายคืออะไร ? ภาวะหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Stress-induced Cardiomyopathy, Takotsubo Cardiomyopathy มีสาเหตุมาจากความเครียดทางร่างกายหรืออารมณ์อย่างกะทันหัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจของคุณอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะทำให้เกิดความเสี่ยงของอาการหัวใจวาย คุณอาจคิดว่าตัวเองกำลังมีอาการหัวใจวายเนื่องจากภาวะหัวใจสลายและหัวใจวาย จะทำให้หายใจถี่และเจ็บหน้าอกเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มอาการภาวะหัวใจสลาย หลอดเลือดหัวใจไม่ได้อุดตันหรือหัวใจไม่ได้ถูกทำลายถาวร มักจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ดังเดิม ใครเสี่ยงเป็นภาวะหัวใจสลาย ? ทางการแพทย์ระบุว่าภาวะหัวใจสลาย เกิดขึ้นในประมาณ 2% ของผู้ที่ไปพบแพทย์เนื่องจากสงสัยว่าตัวเองหัวใจวาย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าจำนวนเคสที่แท้จริงนั้นสูงกว่าจำนวนที่คาดไว้ เนื่องจากแพทย์มักไม่ตระหนักถึงอาการของภาวะหัวใจสลายมากนัก ภาวะหัวใจสลายส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 88% ของผู้ป่วยที่ได้รับรายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแนวโน้มเป็นผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ช่วงอายุเฉลี่ย 58 - 77 ปี เป็นไปได้ว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน ของเพศหญิงช่วยปกป้องหัวใจจากผลร้ายของฮอร์โมนที่ร่างกายปล่อยออกมาเพื่อตอบสนองต่อความเครียด เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงตามอายุ ผู้หญิงจึงอาจไวต่อผลกระทบของความเครียดอย่างกะทันหันมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการภาวะหัวใจสลาย ? ภาวะหัวใจสลายส่งผลต่อร่างกายอย่างไร…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1117 days ago
Read More22/08/2023
แอปเปิลไซเดอร์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?
แอปเปิลไซเดอร์ คือ น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล ยีสต์ ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น น้ำสลัด ผักดอง และซอสหมัก ขณะเดียวกันหลายคนก็นับแอปเปิลไซเดอร์เป็นยาสามัญประจำบ้านอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติอาหารเท่านั้น งานวิจัยยังค้นพบว่าแอปเปิลไซเดอร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เช่น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดน้ำหนักได้ แอปเปิลไซเดอร์ประโยชน์ด้านสุขภาพ 1.มีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง กรดอะซิติกเป็นสารประกอบออกฤทธิ์หลักของแอปเปิลไซเดอร์ ทำให้มีกลิ่นและรสเปรี้ยวจัด นักวิจัยเชื่อว่ากรดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แอปเปิลไซเดอร์ออร์แกนิกที่ไม่ผ่านการกรอง ยังมีสารที่เรียกว่ามาเธอร์ ซึ่งประกอบด้วย โปรตีน เอนไซม์ ดีต่อระบบย่อยอาหารอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนและสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย 2.สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ แอปเปิลไซเดอร์สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ รวมถึงแบคทีเรียบางสายพันธุ์ด้วย ในอดีตผู้คนใช้น้ำส้มสายชูในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ รักษาเชื้อราที่เล็บ เหา หูด และการติดเชื้อในหู ฮิปโปเครติส บิดาแห่งการแพทย์ได้ใช้น้ำส้มสายชูล้างบาดแผลเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน นอกจากนี้ น้ำส้มสายชูยังเป็นสารกันบูดในอาหาร โดยการศึกษาแสดงให้เห็นว่ามันยับยั้งแบคทีเรีย เช่น อีโคไล ไม่ให้เติบโตและทำให้อาหารเน่าเสีย ซึ่งหากคุณกำลังมองหาวิธีถนอมอาหารตามธรรมชาติ แอปเปิลไซเดอร์สามารถช่วยได้ 3.อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและจัดการโรคเบาหวานได้ ในปัจจุบันการใช้แอปเปิลไซเดอร์ที่น่าเชื่อถือที่สุดอย่างหนึ่งคือการช่วยรักษาโรคเบาหวานประเภท 2 เพราะโรคเบาหวานประเภท 2 มีลักษณะเฉพาะคือระดับน้ำตาลในเลือดสูง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1119 days ago
Read MorePR Partners
See All14/09/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 15 hours ago
WORKTech Asia 2026 ชู ‘Build the Autonomous Enterprise’ จุดกระแสองค์กรไทยเร่งปรับโครงสร้างสู่ยุค AI ทำงานร่วมคน
งาน WORKTech Asia 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Build the Autonomous Enterprise’ ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ BHIRAJ HALL 2–3, BITEC บางนา โดยมีผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กร และคนทำงานด้านเทคโนโลยีจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมด้วยบูทจัดแสดงโซลูชันจากพันธมิตรธุรกิจกว่า 80 บูท เพื่อร่วมกันสำรวจอนาคตของการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Workforce องค์กร งาน WORKTech Asia 202611/09/2026
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน กล่าวว่า การพัฒนาสิทธิประโยชน์ในช่วงที่ผ่านมาอิงจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก ซึ่งพบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ที่นำไปใช้ได้จริง มีความคุ้มค่า และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลังเปิดตัว บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน โฉมใหม่ ซึ่งมอบคะแนน The 1 สูงสุด 4 เท่า และส่วนลดสูงสุด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More10/09/2026
Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 days ago
Read More































