Tags
| สุขภาพ
28/08/2024
วิจัยชี้ ‘การศึกษาน้อย’ เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม
“มีการคาดการณ์ว่าในปี 2050 ทั่วโลกจะมีจำนวนผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 125 ล้านคน” ในยุคที่ประชากรโลกมีอายุยืนยาวขึ้น ภาวะสมองเสื่อมกลับกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าโรคนี้เป็นเรื่องของพันธุกรรมหรือความชราที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว มีปัจจัยหลายอย่างที่เราสามารถควบคุมได้ และมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร ? ภาวะสมองเสื่อม คือภาวะที่เซลล์ประสาทในสมองเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ความคิด ความจำ และการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวอย่างมาก จากข้อมูลล่าสุดของ The Lancet Commission on Dementia 2024 พบว่า มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งกระจายอยู่ตลอดช่วงชีวิตของเรา ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยชรา โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ ได้แก่ ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต ช่วงกลางของชีวิต และช่วงปลายของชีวิต ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต : การศึกษาคือกุญแจสำคัญ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นของชีวิตคือ "การศึกษาน้อย" ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมถึง 5 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการศึกษาไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังช่วยฝึกสมองให้คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการสร้าง "cognitive…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 697 days ago
Read More28/08/2024
เอทิลแอลกอฮอล์ vs เมทิลแอลกอฮอล์: ใช้ผิดเสี่ยงขิต !
“แอลกอฮอล์” ถือเป็นหนึ่งในสารเคมีที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ทั้งในรูปแบบของเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือแม้แต่เชื้อเพลิง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แอลกอฮอล์ที่เราใช้กันอยู่นั้นมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและอันตรายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ? โดยหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การสับสนระหว่าง "เอทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในแอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อ กับ "เมทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายถึงชีวิต หากใช้ผิดชนิด ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะคาดคิดได้ เอทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับการแพทย์และการดื่มด่ำ “เอทิลแอลกอฮอล์” (Ethyl Alcohol) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “เอทานอล” (Ethanol) เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผลิตจากการหมักน้ำตาล มีสูตรเคมีคือ C₂H₅OH ลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี กลิ่นหอมอ่อน ๆ และมีรสเผ็ดเล็กน้อย เอทิลแอลกอฮอล์มีความปลอดภัยเมื่อใช้ภายนอกร่างกาย เช่น การใช้ทำความสะอาดผิวหนัง หรือฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากมีฤทธิ์ในการละลายไขมันของเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคตายได้ นอกจากนี้ เอทิลแอลกอฮอล์ยังเป็นส่วนผสมหลักในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยมีความเข้มข้นหรือเปอร์เซ็นต์การใช้งานเอทิลแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันดังนี้ เมทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับอุตสาหกรรมและมีพิษร้ายแรง เมทิลแอลกอฮอล์” (Methyl Alcohol) หรือ “เมทานอล” (Methanol) มีสูตรเคมีคือ CH₃OH เป็นสารเคมีที่ได้มาจากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 697 days ago
Read More21/08/2024
รู้จักสายพันธุ์ของเชื้อฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 พร้อมวิธีลดความเสี่ยง
ฝีดาษลิง (Monkey pox หรือ Mpox) โรคจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ พร้อมกับเกิดตุ่มตามร่างกาย ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ และส่วนอื่น ๆ ซึ่งสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังอย่างใกล้ชิด อย่างการกอด จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์ โดยจะส่งต่อเชื้อตลอดจนกว่าตุ่มที่ผิวหนังจะแห้ง ตกสะเก็ด และหลุดออก โรคฝีดาษลิงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของคนที่ได้รับเชื้อ อย่างผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่มีโรคประจำตัว รวมถึงสายพันธุ์ที่ได้รับด้วย ปัจจุบันเชื้อไวรัสฝีดาษลิงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ Clade 1 (เคลด-วัน) และ Clade 2 (เคลด-ทู)ซึ่งมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน BT Life จะพาคุณมาทำความรู้จักเชื้อฝีดาษลิงทั้ง 2 สายพันธุ์ และวิธีลดความเสี่ยงจากโรคนี้กัน ความแตกต่างของฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 เชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 704 days ago
Read More04/09/2023
รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย แม้ไม่ชอบแต่ก็ต้องทำใจ!
ในที่ทำงาน คุณมักจะเจอเพื่อนร่วมงานหลากหลายวัย และมีทั้งบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แม้ว่าเพื่อนร่วมงานที่คุณเจอจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัย แต่สำหรับบางคนพฤติกรรมของพวกเขา ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณได้อีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาตีแผ่กับลักษณะนิสัย toxic ของเพื่อนร่วมงานที่คุณอาจจะพบเจอกัน และจะมาแนะนำวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย คุณเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถหาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม ในสังคมการทำงานทุกที่ ย่อมมีคนที่หลากหลายถ้าคุณไม่พอใจใครจะให้เปลี่ยนงานเป็นทุกครั้งก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นมาศึกษาความเป็นพิษของเพื่อนร่วมงานในแต่ละรูปแบบกันดีกว่า และคุณจะได้หาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้คุณต้องทำใจเอาไว้เลยว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทัศนคติและความสนใจของคุณเองในการจัดการกับพวกเขาได้ และสิ่งนี้จะไม่กระทบต่อสุขภาพจิตของคุณใด ๆ ทั้งสิ้น 1. บ่นไม่หยุด โลกรอบตัวไม่มีอะไรดีเลย ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่เอาแต่บ่น จดจ่ออยู่กับด้านลบของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขวัญกำลังใจตกต่ำ ไม่เคยมีอะไรดีเลย วิธีจัดการ: ให้คุณนำเสนอวิธีแก้ปัญหา และพยายามเปลี่ยนเส้นทางการสนทนาไปยังหัวข้อที่เป็นบวกมากขึ้น หากความคิดเชิงลบยังคงมีอยู่ หรือเพื่อนร่วมงานของคุณยังไงก็ไม่หยุดบ่น ให้คุณนำตัวเองเฟดออกมา จากการมีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงลบนั้น 2. ผู้คุมวิญญาณ ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่มักจะเฝ้าติดตามและควบคุมงานมากเกินไป ทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่มีความเป็นอิสระในการทำงาน วิธีจัดการ: พยายามสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณกำลังทำงานในส่วนไหนอยู่ ทำงานเสร็จไปถึงไหนแล้ว พยายามนำเสนอรายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนนี้ได้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่เขาจะได้หมดคำถาม และอาจจะเกิดความไว้วางใจในตัวคุณมากขึ้น 3. Gossip…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1056 days ago
Read More01/09/2023
ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักแถมดีต่อสุขภาพ
ข้าวโอ๊ต เป็นหนึ่งในอาหารโปรดของนักโภชนาการหลายคน เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูง บางคนเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ได้ผลอย่างดี ปัจจุบันข้าวโอ๊ตมีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ ขณะเดียวกันก็มีการนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบของนมข้าวโอ๊ตพร้อมดื่ม ที่ให้สารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ด้านสุขภาพ ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหาร มีโปรตีนมากกว่าธัญพืชส่วนใหญ่ และยังมีวิตามิน แร่ธาตุอีกมากมาย ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ที่เรียกว่าเบตากลูแคน ซึ่งช่วยระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ได้แก่ 1.สุขภาพลำไส้ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เบตากลูแคน ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติและป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้แข็งแรง ซึ่งอาจลดอาการลำไส้แปรปรวนและปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อื่น ๆ ได้ 2.ลดคอเลสเตอรอล เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เบตากลูแคนในข้าวโอ๊ตช่วยลดคอเลสเตอรอล ในการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานรำข้าวโอ๊ตมีคอเลสเตอรอลรวมลดลง 23% นักวิจัยจึงเชื่อว่ากลไกหลายอย่างในร่างกายมีผลต่อการลดคอเลสเตอรอล 3.สุขภาพหัวใจ ข้าวโอ๊ตมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า avenanthramides สูง ซึ่งไม่พบในธัญพืชชนิดอื่น สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและผ่อนคลายหลอดเลือด ทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น 4.การควบคุมน้ำตาลในเลือด เส้นใยที่ละลายน้ำได้ในข้าวโอ๊ตบางชนิดสามารถป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังมื้ออาหารได้ ปริมาณน้ำตาลในเลือดของข้าวโอ๊ตแปรรูปน้อยอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้ข้าวโอ๊ตเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปซึ่งมีดัชนีน้ำตาลในเลือดสูง 5.การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวโอ๊ตจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง ซึ่งจะทำให้โอกาสที่คุณจะกินมากเกินไปน้อยลง และเส้นใยพิเศษในข้าวโอ๊ตอย่างเบตากลูแคน จะทำให้เพิ่มความหนืดในทางเดินลำไส้และอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1059 days ago
Read More31/08/2023
ก้าวสู่ปีที่ 67 “โฟร์โมสต์” ผนึกกำลังมูลนิธิกระจกเงา เดินหน้ากระจายนม 1 ล้านกล่อง สู่กลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ
(31 ส.ค. 66) บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยและอินโดจีน เดินหน้าสู่ปีที่ 67 ด้วยกลยุทธ์ การเข้าถึงโภชนาการที่ดีอย่างยั่งยืน และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เปิดตัวนมโฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 สูตรใหม่ เติมเต็มโภชนาการ - สารอาหารที่ดีสำหรับเด็กไทย ช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้านทั้งสมอง ร่างกาย และภูมิคุ้มกัน และยังขยายโอกาสการเข้าถึงโภชนาการที่ดีให้แก่คนในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบาง ด้วยสินค้าที่มีราคาเข้าถึงได้ กระจายจุดจำหน่ายให้เข้าถึงคนส่วนมากของสังคม และลดช่องว่างสำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถในการเข้าถึง ด้วยการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา บริจาคนมพร้อมดื่ม จำนวน 1 ล้านกล่อง ภายใต้โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยปีที่ 3 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงเดือนกันยายนนี้ นายวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้มุ่งดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตตามนโยบายของสหประชาชาติ ด้วยการนำ “ความยั่งยืน และการเข้าถึงโภชนาการที่ดี” มาเป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการทำงาน 4 มิติคือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1060 days ago
Read More31/08/2023
ที่มาของซีลบนขวดยา ผลกระทบจากฆาตกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อน ‘ไทลินอล คิลเลอร์’
เวลาที่เราซื้อยาเป็นกระปุกหรือขวด เรามักจะเห็นว่าขวดนั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยซีลพลาสติกเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะแค่เฉพาะบริเวณฝากระปุก หรือการซีลทั่วทั้งขวด อีกทั้งซีลพลาสติกเหล่านี้มักมีความเหนียว ทำให้แกะได้ยาก และเมื่อเราแกะซีลออกมาแล้ว พอเปิดฝาขวดก็มักจะมีซีลสีเงินปิดอีกที พอเห็นแบบนี้คุณคงคิดว่ายานี้ถูกปิดผนึกมาอย่างดีเพื่อรักษาประสิทธิภาพของยา ช่วยให้คุณใช้ยาได้อย่างสบาย ซึ่งนั่นก็ถูกเมื่อมองในมุมมองปัจจุบัน แต่ถ้าบอกว่าต้นกำเนิดของซีลขวดยาอันแน่นหนาส่วนหนึ่งนั้นถูกคิดค้นมาเพื่อป้องกันใครสักคนสลับยาพิษเข้าไปแทนที่ยารักษาโรคล่ะ จะทำให้มุมมองของคุณที่มีต่อซีลนี้เปลี่ยนไปไหม? ในบทความนี้จะมาเล่าที่มาอันขมุกขมัวของซีลที่อยู่บนขวดยากัน ย้อนกลับไปในช่วงเดือนกันยายน ปี 1982 ในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา แมรี เคลเลอร์ เด็กหญิงวัย 12 ปีได้รับยาแก้หวัดจากพ่อแม่ของเธอ หลังจากที่เธอมีอาการป่วย แต่ถ้าในเช้าตรู่ของวันถัดไป แมรี เคลเลอร์ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่บนเตียงของเธอ ซึ่งแมรี เป็นเหยื่อรายแรกของฆาตกรต่อเนื่องที่ถูกพูดถึงในบทความนี้ ในวันเดียวกันนั้นเอง อดัม เจนัส (Adam Janus) ได้เสียชีวิตอย่างลึกลับหลังจากการใช้ยาไทลินอลสูตรแรงพิเศษ (EXTRA-STRENGHT TYLENOL) ในรูปแบบแคปซูล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว ในเวลาต่อมา สแตนลีย์ และ เทเรซา เจนัส (Stanley and Teresa Janus) ผู้ซึ่งเป็นน้องชาย และน้องสะใภ้ของอดัมได้หยิบยาไทลินอลจากกระปุกเดียวกันเพื่อแก้อาการปวดหัวหลังจากรับมือกับความโศกเศร้าท่ามกลางงานศพของอดัม สามี-ภรรยาคู่นี้ถูกพบว่าเสียชีวิตในอีก 2 วันต่อมา หลังจากงานศพและการเสียชีวิตของครอบครัวเจนัสเพียง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1060 days ago
Read More30/08/2023
H&M Move ชวนคุณมา Move ในชุดออกกำลังกายดีไซน์ล้ำจากคอลเล็กชัน Autumn 2023
H&M Move เปิดตัวซีซัน Autumn 2023 ด้วยเสื้อผ้ามูฟแวร์ดีไซน์สวยและล้ำสมัย ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายแบบ HIIT และมีเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายเบา ๆ อย่างการเล่นโยคะด้วย ภาพถ่ายและวิดีโอของแคมเปญนี้ประกอบไปด้วย Global Brand Movers ได้แก่ Zlatan Ibrahimović, Nadia Nadim และ JaQuel Knight ทั้งสามคนจะมาร่วมเคลื่อนไหวไปกับคนทั่วโลก “สมัยเด็ก ๆ ฉันไม่เคยรู้ตัวเลยว่ากำลังเผชิญกับข้อจำกัดที่ทำให้ฉันเคลื่อนไหวไม่ได้เต็มที่ เมื่อโตขึ้นฉันได้เรียนรู้ว่าบางครั้งชีวิตก็เป็นขีดจำกัด ฉันจึงชอบการเป็นหมอ เพราะฉันได้มีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในการหาทางทำสิ่งที่ตนเองชอบ” Nadia Nadim นักฟุตบอลมืออาชีพและแพทย์ กล่าว คอลเล็กชันสำหรับบุรุษและสตรีนำเสนอธีมสีที่ดูล้ำสมัยแบบชีวิตในเมืองและใช้โทนสีเดียวโดยเน้นไปที่สีเทาและสีดำ เพิ่มพลังความสดใสด้วยสีเขียวอ่อนและสีเขียวอมฟ้า เนื้อผ้าทำจากวัสดุที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เช่นโพลิเอสเตอร์รีไซเคิลและผ้าฝ้ายออร์แกนิก รวมถึงเนื้อผ้าพิเศษของ H&M Move อย่างเส้นใย DryMove™ และ SoftMove™ เสื้อ สปอร์ตบรา กางเกงขาสั้น และจัมป์สูทของผู้หญิงมีความโดดเด่นเรื่องเส้นตัดที่เน้นรูปร่าง การตัดช่องเพิ่มความเก๋ และลายพิมพ์เมทัลลิก รูปทรงเหล่านี้ตัดกับเสื้อผ้าแนวแอธลิเชอร์ที่มอบอิสระในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นฮู้ดดี้แบบโอเวอร์ไซส์ หรือกางเกงทรงพาราชูท สำหรับเสื้อผ้าผู้ชายมีเสื้อผ้าที่แนบเนื้อ ลวดลายที่ตัดด้วยเลเซอร์ มีทั้งเสื้อยืด เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น กางเกงรัดรูป และแทร็กสูทที่เนื้อผ้ายืดได้หลายทิศทาง นักฟุตบอล Zlatan Ibrahimović รู้สึกมั่นใจในการเคลื่อนไหวทั้งในสนามและนอกสนาม “กีฬาไม่ใช่แค่เรื่องของการได้เหรียญ แต่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน บทเรียนสำคัญที่ผมจะให้กับคนอื่นได้ก็คือขอให้ทุกคนเคลื่อนไหว อย่าเป็นเหมือนคนอื่น หาเส้นทางของตัวเอง การเป็นตัวเองคือสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด” Zlatan Ibrahimović กล่าว นักออกแบบท่าเต้นให้กับศิลปินชื่อดัง JaQuel Knight แสดงออกความเป็นตัวเองได้อย่างอิสระผ่านดนตรีและการเต้น “ไม่ว่าผมอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1061 days ago
Read More29/08/2023
เนื้อดรายเอจคืออะไร อร่อยแค่ไหน ทำไมต้องกิน และส่งผลต่อสุขภาพด้านไหนบ้าง?
คนทั่วไปน่าจะเคยได้ยินคำว่าเนื้อดรายเอจกันมาบ้าง โดยเฉพาะคนที่ชอบรับประทานเนื้อ ซึ่ง Beef Lover น่าจะเคยได้ลิ้มลองเนื้อที่ผ่านการบ่มนี้มาแล้ว แต่สำหรับคนอื่น ๆ ที่อาจยังไม่รู้ว่าเนื้อดรายเอจคืออะไร รสชาติแบบไหน แล้วมีเรื่องอะไรที่ควรรู้เกี่ยวกับเนื้อชนิดนี้บ้าง บทความนี้รวมมาให้แล้ว เนื้อดรายเอจคืออะไร? การดรายเอจ (Dry aging) เดิมทีเป็นขั้นตอนการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่งที่มีมาหลายพันปี ซึ่งคำว่า Dry หมายถึง แห้ง การดรายเนื้อจึงเป็นการลดน้ำหรือของเหลวในเนื้อ เหตุผลก็เพราะว่าน้ำเป็นตัวเร่งที่ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เติบโต และเกิดการเน่าเสีย การเอาน้ำออกจากเซลล์ของเนื้อวัวจึงช่วยยืดระยะเวลาการเน่าเสียออกไปได้ แต่พอมายุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องถนอมอาหารอย่างเป็นจริงเป็นเหมือนสมัยก่อน การดรายเอจเนื้อจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนการแปรรูปเนื้อวัว ซึ่งเป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น และรสชาติที่แตกต่างไปจากเนื้อวัวปกติมากขึ้น การดรายเอจในยุคปัจจุบันไม่ได้เน้นแค่เพื่อยืดอายุอาหาร แต่เป็นการบ่มเนื้อด้วยการนำเนื้อไปเก็บรักษาไว้ในตู้ที่มีอุณหภูมิ 0–4 องศาเซลเซียส และระดับความชื้นที่จำเพาะเป็นเวลา 30–45 วัน ในระหว่างนี้เซลล์ของเนื้อจะเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ เช่น การระเหยของน้ำออกจากเซลล์ เอนไซม์ที่ย่อยสลายเส้นใยเนื้อเยื่อ และไขมันบางส่วน ซึ่งทำให้รสชาติและสัมผัสของเนื้อเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น การเตรียมเนื้อเพื่อที่จะดรายเอจมักหั่นแบ่งชิ้นส่วนของวัวเป็นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แล้วนำไปบ่ม เมื่อบ่มจนครบเวลาแล้ว จะนำมาหั่นหรือแล่ออกมาในรูปแบบของสเต๊ก รสชาติและสัมผัสของเนื้อดรายเอจ เนื้อดรายเอจเป็นเนื้อที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะมีรสชาติที่เข้มข้น ซับซ้อนกว่าเนื้อธรรมดา แต่หากจะอธิบายง่าย ๆ คือเป็นเนื้อวัวที่มีกลิ่นเนื้อที่หอมและชัดเจนมากกว่าเนื้อปกติหลายเท่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1062 days ago
Read More28/08/2023
เรื่องจริงหรือคิดไปเอง ? กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน
เคยไหม ? หลังอาหารมักจะง่วงนอน โดยเฉพาะคนที่กิน ‘ข้าวเหนียว’ มื้อไหนกินข้าวเหนียว ส้มตำ ตกบ่ายมานั่งหาวตาจะปิดให้ได้ หรือแม้กระทั่งขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงก็เช่นกัน หลายคนที่กินข้าวเหนียวเลยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน’ แต่เรื่องนี้จริงหรือไม่มาหาคำตอบกัน! กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน ? ก่อนอื่นต้องตอบคำถามนี้เลยว่า การกินข้าวเหนียวเสร็จแล้วหลังจากนั้นรู้สึกง่วงนอน คือ เรื่องจริง! คุณไม่ได้คิดไปเองแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบนี้ สาเหตุที่ทำให้บางคนหรือคนหมู่มากรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว ไม่ว่าจะกินกับอาหารคาว หรือกินเป็นของหวาน นั่นเป็นเพราะว่าข้าวเหนียวช่วยกระตุ้นการทำงานบางอย่างของร่างกายนั่นเอง สิ่งหนึ่งที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว ก็คือ คาร์โบไฮเดรต หรือแป้งที่เรารับประทานกันทุก ๆ วัน เมื่อย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นน้ำตาล ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับความรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว โดยในข้าวเหนียวจะมีอะมิโลส (Amylose) และอะมิโลเพคติน ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก หรือกลูโคส ได้เร็วกว่าข้าวหรือข้าวประเภทอื่น ๆ ทำให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงสั้น ๆ ดังนั้นเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และสมดุล ตับอ่อนในร่างกายก็จะต้องรีบหลั่งอินซูลิน (Insulin) ออกไปควบคุมการเผาผลาญ และให้ร่างกายดูดซึมใช้เป็นพลังงานได้ ในกระบวนการหลั่งอินซูลิน จะทำให้กรดอะมิโนหลายชนิดถูกดูดซึม เช่น วาลีน ลิวซีน และไอโซลิวซีน แต่จะมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทริปโตเฟน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1063 days ago
Read More28/08/2023
พฤติกรรม Binge-Watching ติดซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ ทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
ยุคสมัยนี้เวลาอยากดูภาพยนตร์หรือซีรีส์สักเรื่องไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และพฤติกรรมการรับชมแบบ Binge-Watching ซึ่งเป็นการเหมารวดดูซีรีส์เรื่องหนึ่งหลายตอนในคราวเดียวก็กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยคุณสามารถดูซีรีส์เรื่องโปรดได้ง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์เสมอไป ไม่ว่าจะเป็น ดูผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป เพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการดูเมื่อไหร่ที่ไหนก็ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายท่านได้ออกมาเตือนถึงพฤติกรรมการดูซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวกำลังเข้ามาแทนที่เวลาที่คุณอาจเคยออกกำลังกาย เข้าสังคม ที่สำคัญเวลานอนหลับ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาวะสุขภาพที่ร้ายแรงหลายประการ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคซึมเศร้า และปัญหาการนอนหลับ ยิ่งถ้าบางคนต้องมีขนบขบเคี้ยว เครื่องดื่มแคลอรีสูง หรือแอลกอฮอล์ คอยดื่มกินระหว่างดูซีรีส์ด้วยแล้ว บอกเลยว่ายิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากขึ้น Binge-Watching ติดซีรีส์จนหยุดดูไม่ได้ สัมพันธ์กับสุขภาพ ? นักวิจัยได้ส่งแบบสำรวจไปยังผู้ใหญ่ 926 คน ที่มีโทรทัศน์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อยหนึ่งเครื่องที่สามารถใช้ชมภาพยนตร์หรือซีรีส์ได้ โดยนักวิจัยต้องการทราบว่าบุคคลเหล่านี้ใช้เวลากับอุปกรณ์ของตัวเองนานเท่าไหร่ อาหารการกินเป็นอย่างไร นอนหลับนานแค่ไหน คุณภาพการนอนหลับดีหรือไม่ และความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมากน้อยเพียงใด การออกกำลังกาย และนิสัยการดื่มสุราเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง สิ่งที่นักวิจัยพบคือบุคลคลเหล่านั้นใช้เวลาอยู่กับหน้าจอที่หนักที่สุดโดยเฉลี่ยประมาณ 17.5 ชั่วโมงต่อวันในทุกอุปกรณ์ ผู้ใช้เหล่านี้ยังรายงานการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ย่ำแย่ลง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้หน้าจอระดับปานกลาง นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตอีกว่านิสัยที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเป็นตอนใช้เวลาอยู่กับหน้าจออย่างหนัก คือ รูปแบบการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารจานด่วนบ่อย ๆ และการรับประทานอาหารกับครอบครัวหน้าโทรทัศน์ ที่สำคัญการใช้เวลาอยู่หน้าจออย่างหนักยังสัมพันธ์กับความเครียดอีกด้วย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1063 days ago
Read More25/08/2023
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ – แคริว่า ชูนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรักษาที่แม่นยำขึ้น
(25 ส.ค. 65) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับบริษัท แคริว่า (CARIVA) ประเทศไทย จำกัด ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส หรือ เออาร์วี (ARV) มุ่งยกระดับวงการแพทย์ไทยผ่านการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้เฉพาะทาง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ SiCAR Ai Lab : แพลตฟอร์มทดสอบ และพัฒนาเเบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ทางด้านการแพทย์, โครงการพัฒนา AI อ่านและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์, โครงการพัฒนาบริการการตรวจยีนส์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต และโครงการแหล่งพัฒนาสตาร์ทอัพ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์สู่ธุรกิจจริงกับศูนย์ VDC โดยทั้ง 4 โครงการนี้ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการด้านสุขภาพในทุกมิติ รวมถึงช่วยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้อุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยมีความทันสมัย มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางบริการการแพทย์ของโลก ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขยายตัวของชุมชนเมือง รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1066 days ago
Read More24/08/2023
รสชาติแห่งนวัตกรรม! ‘สเต๊กสันใน’ ด้วยวิธีเพาะเนื้อเยื่อ Customize เนื้อได้ พร้อมเปิดจองให้ลิ้มลอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกของเรามีนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ มากมายด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในจุดประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำปศุสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 14.5 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว ความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นมากมาย และ MIRAI FOODS เทคสตาร์ทอัปจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยคริสตอฟ มายเยอร์ (Christoph Mayr) และซูมาน ดาส (Suman Das) ด้วยจุดประสงค์เพื่อการสร้างเนื้อสัตว์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อเพื่อลดการสร้างมลพิษจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ โดยที่เนื้อสัตว์คุณภาพนั้นยังคงมีรสชาติ กลิ่น สัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากเนื้อที่มาจากสัตว์โดยตรง และยังสามารถ Customize หรือปรับแต่งเนื้อได้ความต้องการด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะ เมื่อช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา MIRAI FOODS ได้ประกาศการความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง ‘เนื้อสเต๊กสันใน’ หรือ ‘เทนเดอร์ลอยน์’ ทางผู้ผลิตได้บอกว่าเนื้อสเต๊กสันในชิ้นนี้เป็นเนื้อคุณภาพดีระดับพรีเมียมจากห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลักษณะของเทนเดอร์ลอยน์ คือ เนื้อสันในของวัวที่จะประกอบไปด้วยเนื้อเป็นส่วนใหญ่ และมีมันแทรกเพียงเล็กน้อย เนื้อจากแล็บชิ้นนี้เป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของวัวสายพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เซลล์ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อมาจากวัวไพมอนเทส (Piedmontese) หรือวัวสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงเฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต (Piedmonte) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1067 days ago
Read More24/08/2023
ความเครียดและการจากลาอย่างกะทันหัน รู้จัก “ภาวะหัวใจสลาย”
บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินเรื่องของ “การอกหัก” หลายคนมักพูดว่าพวกเขารู้สึกราวกับ “หัวใจสลาย” แม้จะดูเหมือนเป็นคำเปรียบเปรย แต่อาการหัวใจสลายมีจริง และสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากความเครียดทางอารมณ์หรือทางกายภาพอย่างกะทันหัน ภาวะหัวใจสลายคืออะไร ? ภาวะหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Stress-induced Cardiomyopathy, Takotsubo Cardiomyopathy มีสาเหตุมาจากความเครียดทางร่างกายหรืออารมณ์อย่างกะทันหัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจของคุณอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะทำให้เกิดความเสี่ยงของอาการหัวใจวาย คุณอาจคิดว่าตัวเองกำลังมีอาการหัวใจวายเนื่องจากภาวะหัวใจสลายและหัวใจวาย จะทำให้หายใจถี่และเจ็บหน้าอกเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มอาการภาวะหัวใจสลาย หลอดเลือดหัวใจไม่ได้อุดตันหรือหัวใจไม่ได้ถูกทำลายถาวร มักจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ดังเดิม ใครเสี่ยงเป็นภาวะหัวใจสลาย ? ทางการแพทย์ระบุว่าภาวะหัวใจสลาย เกิดขึ้นในประมาณ 2% ของผู้ที่ไปพบแพทย์เนื่องจากสงสัยว่าตัวเองหัวใจวาย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าจำนวนเคสที่แท้จริงนั้นสูงกว่าจำนวนที่คาดไว้ เนื่องจากแพทย์มักไม่ตระหนักถึงอาการของภาวะหัวใจสลายมากนัก ภาวะหัวใจสลายส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 88% ของผู้ป่วยที่ได้รับรายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแนวโน้มเป็นผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ช่วงอายุเฉลี่ย 58 - 77 ปี เป็นไปได้ว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน ของเพศหญิงช่วยปกป้องหัวใจจากผลร้ายของฮอร์โมนที่ร่างกายปล่อยออกมาเพื่อตอบสนองต่อความเครียด เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงตามอายุ ผู้หญิงจึงอาจไวต่อผลกระทบของความเครียดอย่างกะทันหันมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการภาวะหัวใจสลาย ? ภาวะหัวใจสลายส่งผลต่อร่างกายอย่างไร…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1067 days ago
Read More22/08/2023
แอปเปิลไซเดอร์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?
แอปเปิลไซเดอร์ คือ น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล ยีสต์ ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น น้ำสลัด ผักดอง และซอสหมัก ขณะเดียวกันหลายคนก็นับแอปเปิลไซเดอร์เป็นยาสามัญประจำบ้านอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติอาหารเท่านั้น งานวิจัยยังค้นพบว่าแอปเปิลไซเดอร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เช่น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดน้ำหนักได้ แอปเปิลไซเดอร์ประโยชน์ด้านสุขภาพ 1.มีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง กรดอะซิติกเป็นสารประกอบออกฤทธิ์หลักของแอปเปิลไซเดอร์ ทำให้มีกลิ่นและรสเปรี้ยวจัด นักวิจัยเชื่อว่ากรดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แอปเปิลไซเดอร์ออร์แกนิกที่ไม่ผ่านการกรอง ยังมีสารที่เรียกว่ามาเธอร์ ซึ่งประกอบด้วย โปรตีน เอนไซม์ ดีต่อระบบย่อยอาหารอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนและสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วย 2.สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ แอปเปิลไซเดอร์สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ รวมถึงแบคทีเรียบางสายพันธุ์ด้วย ในอดีตผู้คนใช้น้ำส้มสายชูในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ รักษาเชื้อราที่เล็บ เหา หูด และการติดเชื้อในหู ฮิปโปเครติส บิดาแห่งการแพทย์ได้ใช้น้ำส้มสายชูล้างบาดแผลเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน นอกจากนี้ น้ำส้มสายชูยังเป็นสารกันบูดในอาหาร โดยการศึกษาแสดงให้เห็นว่ามันยับยั้งแบคทีเรีย เช่น อีโคไล ไม่ให้เติบโตและทำให้อาหารเน่าเสีย ซึ่งหากคุณกำลังมองหาวิธีถนอมอาหารตามธรรมชาติ แอปเปิลไซเดอร์สามารถช่วยได้ 3.อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและจัดการโรคเบาหวานได้ ในปัจจุบันการใช้แอปเปิลไซเดอร์ที่น่าเชื่อถือที่สุดอย่างหนึ่งคือการช่วยรักษาโรคเบาหวานประเภท 2 เพราะโรคเบาหวานประเภท 2 มีลักษณะเฉพาะคือระดับน้ำตาลในเลือดสูง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1069 days ago
Read More22/08/2023
DASH Diet เทรนด์อาหารสุขภาพดี ลดความดัน ลดโรคหัวใจ
ปัจจุบันศาสตร์การรับประทานอาหารนั้นแตกแขนงออกไปมากมายตามจุดประสงค์และลักษณะของอาหาร DASH diet (แดช ไดเอท) เป็นเทรนด์อาหารที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดย DASH ย่อมาจาก Dietary Approaches to Stop Hypertension หรือวิธีการรับประทานอาหารที่จะช่วยหยุดการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งสามารถนำไปสู่โรคอื่น อย่างโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้ นอกจากนี้ DASH diet ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นด้วย อาหารที่เป็น DASH diet ไม่ใช่วัตถุดิบที่หายากหรือมีราคาแพง แต่เป็นอาหารและวัตถุดิบทั่วไปที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน แต่เน้นอาหารที่มีแร่ธาตุในกลุ่มแมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียมสูง แต่โซเดียม และไขมันต่ำ โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไป (ผู้ใหญ่: ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน) อาจส่งผลเสียต่อระบบความดันโลหิต และไต หากคนที่กำลังลดน้ำหนักต้องนับและจำกัดพลังงานหรือแคลอรีจากอาหาร คนที่กำลังคุมอาหารด้วย DASH diet ต้องนับและจำกัดปริมาณโซเดียมไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัม/วัน ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารในกลุ่ม Dash diet กลไกและประโยชน์ของ DASH Diet การรับประทานแบบ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1069 days ago
Read More18/08/2023
การศึกษาพบว่าลำดับการกินผัก โปรตีน และแป้งส่งผลต่อลดน้ำหนักและอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้
ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนเราอย่างมาก การรับประทานอาหารที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากเกิดภาวะนี้ขึ้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและการจัดการกับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มากเกินไปและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงของไขมันสะสมที่ทำให้น้ำหนักขึ้นด้วย การปรับวิธีการรับประทานอาหารจึงมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักตัว และสุขภาพของเราได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีงานวิจัยชิ้นที่พบว่าลำดับในการรับประทานอาหารนั้นส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคนเรา การศึกษาชิ้นนี้ศึกษาในคนที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) จำนวน 15 คน ซึ่งคนที่มีภาวะนี้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวานมากกว่าคนทั่วไป ถ้าไม่คุมให้ดีอาจกลายเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด ทีมนักวิจัยได้แบ่งรูปแบบการรับประทานอาหารออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ดังนี้ โดยคนที่เข้าทดสอบจะต้องรับประทานทีละอย่างให้หมด แล้วเว้น 10 นาทีก่อนรับประทานอาหารประเภทถัดไป เช่น รับประทานข้าวในปริมาณหนึ่งให้หมดจาน และอีก 10 นาทีค่อยรับประทานเนื้อสัตว์ แล้วเว้นอีก 10 นาทีเพื่อรับประทานผัก ทีมนักวิจัยจะเก็บค่าระดับน้ำตาลในเลือดและระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่มีหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเป็นพลังงาน ใน 5 ช่วงเวลาด้วยกัน ตั้งแต่ก่อนเริ่มรับประทาน และหลังรับประทาน 30 / 60 / 90 / 120 / 150 และ 180 นาที พบว่ากลุ่มที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1073 days ago
Read More18/08/2023
นักวิจัยสหรัฐฯ พบความก้าวหน้าใหม่ในการปลูกถ่ายไตของหมูที่ดัดแปลงพันธุกรรมสู่มนุษย์
Xenotransplantation คือ การปลูกถ่ายอวัยวะจากสัตว์สู่คน ซึ่งเป็นแนวคิดทางการแพทย์ที่มีมานาน โดยเมื่อปี 2021 ทีมแพทย์และนักวิจัยสหรัฐอเมริกาได้ปลูกถ่ายไตของหมูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้กับผู้ป่วยหญิงที่มีอาการสมองตายได้สำเร็จ ผู้ที่ต้องการการปลูกถ่ายไตมักเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่ส่งผลให้ไตทำงานบกพร่องหรือไม่สามารถทำงานได้เลย เดิมทีไตทำหน้าที่ในการกรองของเสีย สารพิษ และผลิตปัสสาวะเพื่อนำของเสียเหล่านี้ออกจากร่างกาย งานวิจัยที่ตีพิมพ์บน JAMA Surgery โดยทีมนักวิจัยจากโรงเรียนแพทย์ Birmingham Heersink มหาวิทยาแอลาบามา พบว่าไตของหมูที่ดัดแปลงพันธุกรรมไม่เพียงแต่ช่วยในการสร้างปัสสาวะเพื่อขับของเสียของจากการร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยกรองของเสียอื่น ๆ และช่วยให้ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายมีชีวิตต่อไปได้ด้วย โดยปกติแล้ว การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูง อย่างการปลูกถ่ายไตมนุษย์ไปยังมนุษย์อีกคนยังจำเป็นต้องดูความเข้ากันได้ของร่างกาย การต่อต้านเนื้อเยื่อ และการใช้ยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันร่างกายผู้รับอวัยวะต่อต้านเนื้อเยื่อใหม่ การได้รู้ข้อมูลว่าไตของสัตว์อย่างหมูมีโอกาสเข้ากันได้กับร่างกายของมนุษย์และอาจทำงานแทนไตของมนุษย์ได้จึงเป็นการเข้าใกล้ความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตจำนวนมากที่ต้องการปลูกถ่ายไต เพราะปัจจุบันในสหรัฐฯ หรือแม้แต่ในไทยก็มีผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายไตเป็นจำนวนไม่น้อย และการที่จะหาไตจากผู้บริจาคที่มีความเข้ากันได้ก็เป็นเรื่องยาก ครีเอตินิน (Creatinine) เป็นของเสียจากกล้ามเนื้อของมนุษย์หลังการใช้พลังงาน ซึ่งไตมีหน้าที่ในการกรองครีเอตินินออกจากเลือด และขับออกจากร่างกาย ระดับของครีเอตินินในเลือดจึงสามารถบอกได้ว่าไตนั้นทำงานได้ดีหรือไม่ ภายหลังจากการปลูกถ่ายไตของหมูดัดแปลงพันธุกรรมสามารถกรองครีเอตินินออกจากเลือดได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยแอลาบามาได้ปลูกถ่ายไตของหมูที่ดัดแปลงพันธุกรรมให้ชายวัย 52 ปีที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และเป็นโรคไตเรื้อรังระยะที่ 2 ซึ่งมีค่าครีเอตินินในเลือดสูงกว่ามาตรฐาน ภายหลังการปลูกถ่ายไตเพียง 24 ชั่วโมง ระดับครีเอตินินในเลือดของชายคนดังกล่าวลดลงครึ่งหนึ่ง และกลับมาสู่ระดับปกติใน 48 ชั่วโมง และคงที่อยู่ในระดับปกติตลอด 7 วันที่ได้ศึกษาวิจัย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1073 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 13 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 13 days ago
Read More































