Tags
| สุขภาพ
01/09/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 328 days ago
Apollo Neuro™ แกดเจ็ตเพื่อการนอน ลดอัตราการตื่นกลางดึก
ในยุคที่ใคร ๆ ก็มีสมาร์ตวอตช์หรือแหวนอัจฉริยะที่คอยบอกว่า "เมื่อคืนคุณนอนหลับได้ไม่ดี" แต่กลับทิ้งเราไว้กับคำถามว่า "นอนไม่ดี แล้วจะทำอย่างไรต่อ ?" เทคโนโลยีล่าสุดจาก Apollo Neuro™ กำลังเข้ามาเติมช่องว่างนี้ ด้วยการเปลี่ยนบทบาทของอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) จากแค่เก็บข้อมูลสุขภาพ สู่การเป็น "ผู้ช่วย" ที่มีส่วนในการแก้ปัญหาการนอนหลับกับความเครียดได้แบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่แกดเจ็ต แต่คือเครื่องมือดูแลสุขภาพ สิ่งที่ทำให้ Apollo Neuro™ น่าสนใจกว่าอุปกรณ์ในตลาด คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด ผลการวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลก อย่าง The American Journal of Medicine นักวิจัยได้ติดตามกลุ่มนักศึกษาแพทย์และเภสัชศาสตร์ในสหรัฐฯ จำนวน 66 คน เป็นเวลานานถึง 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์ชี้ชัดว่ากลุ่มที่ใช้ Apollo Neuro™ มีคะแนนภาวะหมดไฟ (Burnout) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านของความเหนื่อยล้าทางอารมณ์และความรู้สึกหมดใจต่อการเรียน นอกจากนี้ ดัชนีคุณภาพชีวิต (Well-Being Index) ของผู้ใช้ยังดีขึ้นเมื่อใช้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6 เป็นต้นไป ซึ่งอาจเข้ามาช่วยแก้วิกฤตภาวะหมดไฟที่บุคลากรทางการแพทย์ในสหรัฐฯ เผชิญสูงถึง…21/08/2024
เปิดไทม์ไลน์ฝีดาษลิง จากลิงในห้องทดลองสู่สภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก น่ากังวลแค่ไหน?
ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox (Mpox) เป็นโรคกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งไทยรับรู้การมีอยู่ของโรคฝีดาษลิงในปี 2022 โดยพบเคสชาวต่างชาติที่ติดเชื้อชนิดนี้ในไทย และผู้ติดเชื้อในช่วงนั้นราว 8 คน ก่อนข่าวนี้จะเงียบไป ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงปี 2023 ที่ไม่ได้มีการพูดถึงฝีดาษลิงมากนัก แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2023 ประเทศไทยมีเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 120 ราย ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ในต่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 15,000 รายจากหลายประเทศ โดยพบว่าเป็นเชื้อฝีดาษลิงชนิด Clede1b ที่มีความรุนแรง ก่อนที่องค์การอนามัยอนามัยโลก หรือ WHO จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นสภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2024 ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด เพราะพบเคสผู้ติดเชื้อนอกกลุ่มประเทศแอฟริกาเพิ่มขึ้น และล่าสุดพบเคสผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายสู่ประเทศต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเราต้องกังวลกับเรื่องนี้แค่ไหน? โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ของใช้ร่วมกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 704 days ago
Read More08/08/2024
ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 717 days ago
Read More08/08/2024
5 สเต็ปเทพดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงแบบไม่ต้องพึ่งหมอ
หัวใจดวงน้อย แต่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดดวงนี้ เปรียบเสมือนขุมพลังขับเคลื่อนชีวิตของเรา การดูแลหัวใจให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเครียด มลพิษ และวิถีชีวิตที่เร่งรีบ เรามี 5 เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแนะนำกัน 1. กินอาหารดีต่อหัวใจ หากเปรียบหัวใจเป็นเครื่องยนต์ อาหารก็เปรียบเสมือนน้ำมัน ที่หากเติมน้ำมันดีเครื่องยนต์ก็จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน หากเติมน้ำมันไม่ดี ก็อาจเป็นการทำลายเครื่องยนต์ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรกินอาหารที่ดีต่อหัวใจบ้าง ดังนี้ 2. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” หลายคนมักจะคิดว่าการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจนั้น จะต้องวิ่งมาราธอนหรือเข้ายิมหนัก ๆ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเพียงแค่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ซึ่งการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ทั้งยังช่วยให้นอนหลับสบาย หลักการง่าย ๆ ในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี มีดังนี้ 3. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม คุณรู้หรือไม่ว่า “น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ส่งผลต่อหัวใจโดยตรง” ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง วิธีควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม มีดังนี้…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 717 days ago
Read More18/08/2023
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อคุณใส่คอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงและผู้ชายหลายคนที่มีปัญหาสายตาเลือกใส่ เพราะในบางกิจกรรมการสวมใส่แว่นสายตาอาจไม่ตอบโจทย์ ซึ่งการเลือกใส่เป็นคอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีตราบใดที่คุณสวมใส่และดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม แต่หากคุณไม่รักษาความสะอาดและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็เสี่ยงต่อการทำให้ติดเชื้อที่ตาหรือทำให้ดวงตาเสียหายได้ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการใช้คอนแทคเลนส์ 1.ห้ามนอนหลับทั้งที่ไม่ได้ถอดคอนแทคเลนส์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการใส่คอนแทคเลนส์แม้กระทั่งตอนที่คุณหลับจะทำให้การไหลเวียนของออกซิเจนไปยังดวงตาลดลง และทำให้คุณเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย 2.ตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี ค่าสายตาของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เรื่อย ๆ แม้ว่าคุณจะใส่แว่นสายตา หรือใส่คอนแทคเลนส์ ดังนั้น คุณจึงควรตรวจค่าสายตาเป็นประจำทุกปีเพื่อการใส่คอนแทคเลนต์ที่ตรงกับค่าสายตาตัวเองมากที่สุด 3.ล้างมือของคุณให้สะอาด ก่อนสัมผัสดวงตาหรือจับที่เลนส์ ควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หลังจากล้างน้ำแล้วให้เช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษเช็ดมือหรือผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย เพราะหากใช้ผ้าที่มีขุยอาจทำให้ตอนจับเลนส์ ขุยหรือผงเหล่านั้นอาจติดเข้าไปในดวงตา ทำให้เจ็บหรือแสบตาได้ 4.อย่าใส่คอนแทคเลนส์เกินการใช้งานที่แนะนำ ทุกวันนี้คอนแทคเลนส์ที่ขายตามท้องตลาดมีระยะเวลาการใช้งานให้เลือก และที่ได้รับความนิยมที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคอนแทคเลนส์แบบรายเดือน เพราะให้ความรู้สึกคุ้มค่ากับราคา แต่ก็ยังมีบางคนที่ใช้เกินระยะเวลาที่กำหนด พฤติกรรมนี้อาจก่อให้เกิดแบคทีเรียสะสมภายในเลนส์ และอาจทำให้เป็นรอยถลอกที่กระจกตาได้ 5.ล้างคอนแทคเลนส์และตลับใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกต้อง ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปาเด็ดขาด เพราะน้ำประปาไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ และอาจมีสิ่งมีสิ่งสกปรกที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ที่สำคัญควรทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตเท่านั้น รวมถึงทำความสะอาดตลับใส่คอนแทคเลนส์ทุกวัน 6.อย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ หากคุณมีอาการปวด ตาแดง ตาพร่ามัว หรือตาไวต่อแสง แสดงว่าดวงตาของคุณอาจมีปัญหาที่ต้องไปพบแพทย์ ตามหลักทั่วไปหากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่นานกว่า 24 ชั่วโมง ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด 7.อย่าขยี้ตาขณะใส่คอนแทคเลนส์ หากคุณรู้สึกคันตา หรือมีเศษฝุ่นอะไรเข้าตาไม่ว่าจะใส่คอนแทคเลนส์หรือไม่ใส่ก็ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในตอนที่ใส่คอนแทคเลนส์ เพราะอาจทำให้เลนส์บาดกระจกตา ทำให้ดวงตาได้รับความเสียหายหรืออักเสบได้ ที่ควรทำคือถอดคอนแทคเลนส์ออก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1073 days ago
Read More17/08/2023
เป็นตะคริวที่ขาตอนกลางคืนบ่อย ๆ เกิดจากสาเหตุอะไร ?
อาการตะคริวที่ขาตอนกลางคืน สร้างความทรมานให้กับหลาย ๆ คน เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดแล้ว ยังรบกวนเวลานอนหลับพักผ่อนอีกด้วย โดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้จะเป็นผลมาจากกล้ามเนื้ออ่อนล้า และปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท ซึ่งความเสี่ยงของการเป็นตะคริวที่ขาตอนกลางคืนจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ที่สำคัญคนท้องมีแนวโน้มเป็นตะคริวที่ขาตอนกลางคืนได้เช่นกัน ตะคริวที่ขาคืออะไร ? ตะคริวที่ขาเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง โดยมักจะเป็นที่น่อง เท้า หรือต้นขา อาจทำให้ขาของคุณกระตุก เกร็งจนควบคุมไม่ได้ แม้ว่าจะสร้างเจ็บปวดในการใช้ชีวิต แต่โดยทั่วไปแล้วการเป็นตะคริวที่ขานั้นไม่เป็นอันตราย ซึ่งอาการจะคงอยู่เป็นเวลาหลายวินาทีจนถึงหลายนาที ยิ่งคุณอายุมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสเป็นตะคริวที่ขามากขึ้นเท่านั้น เพราะเส้นเอ็นของคุณ หรือเนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อกล้ามเนื้อกับกระดูกจะสั้นลงตามธรรมชาติเมื่อคุณอายุมากขึ้น ผู้ใหญ่มากถึง 60% เป็นตะคริวที่ขาตอนกลางคืน ในขณะที่เด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยง 40% ตะคริวที่ขาตอนกลางคืน ตะคริวที่ขาในตอนกลางคืนเกิดขึ้นเมื่อคุณไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวหรือเมื่อคุณหลับ อาการนี้อาจปลุกคุณ ทำให้คุณหลับยากขึ้น และทำให้คุณรู้สึกปวดเมื่อยตลอดทั้งคืน โดยความถี่ของตะคริวที่ขาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ตะคริวที่ขาตอนกลางคืน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกวัย แต่มักเกิดกับผู้สูงอายุมากที่สุด ในบรรดาผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ประมาณ 33% จะเป็นตะคริวที่ขาตอนกลางคืนอย่างน้อยทุก ๆ 2 เดือน และผู้คนประมาณ 40% จะเป็นตะคริวที่ขาในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งแพทย์เชื่อว่าเป็นเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งครรภ์ทำให้กล้ามเนื้อตึงนั่นเอง โดยตะคริวที่ขาจะให้ความรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อบีบรัดแน่นจนเป็นปม อาจทำให้อึดอัด เจ็บปวดจนทนแทบไม่ได้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1074 days ago
Read More16/08/2023
สธ. สหราชอาณาจักรปัดตก ‘การแบนตัวการ์ตูนบนกล่องซีเรียล’ หลังถูกเรียกร้องว่าอาจทำให้เด็กได้รับน้ำตาลมากเกินพอดี
หากพูดถึง ‘ซีเรียล’ (Cereal) เรามักนึกถึงอาหารเช้าแบบตะวันตกที่เห็นบ่อย ๆ ในหนังฝรั่ง ที่พอตื่นเช้ามาก็ต้องเทซีเรียลจากกล่องที่มีลายการ์ตูน พร้อมเทนมตาม เพียงเท่านี้ก็ได้มื้อเช้าที่แสนอร่อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงซีเรียลบางยี่ห้อไม่สามารถเรียกว่าเป็นอาหารเช้าได้อีกต่อไป แต่ต้องเรียกว่าเป็นขนมแทน เพราะน้ำตาลสูงมาก ไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือในไทยก็ตาม ช่วงก่อนหน้านี้ ในสหราชอาณาจักรได้มีการเรียกร้องจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโรคอ้วนต่อกระทรวงสาธารณสุขให้ออกกฎห้ามผู้จัดจำหน่ายซีเรียลที่มีน้ำตาลสูงใส่ตัวการ์ตูนน่ารักและสีสันสดใสลงบนกล่อง และเปลี่ยนมาเป็นกล่องธรรมดาแทน เพราะมันอาจดึงดูดเด็ก ๆ ให้ร้องไห้งอแงเพื่อให้พ่อแม่ซื้อให้ และอาจทำให้เด็ก ๆ ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของเด็กได้ แต่เมื่อ 15 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา วิล ควินซ์ (Will Quince) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธการเรียกร้องข้อนี้ และยังบอกด้วยว่าข้อเรียกร้องนี้เป็นการแทรกแซงจาก Nanny-State รัฐพี่เลี้ยง ที่หมายถึงข้อเรียกร้องหรือการครอบงำที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ วิล ควินซ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อว่าประชาชนควรมีสิทธิที่จะเลือกสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง และการตัดสินใจเลือกอาหารและโภชนาการที่ดี พร้อมกับให้ความรู้กับลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ เขาได้บอกด้วยว่าเขาให้ลูกของเขารับประทานซีเรียล แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกวัน ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพอดี โดยสิ่งที่ผู้จัดจำหน่ายซีเรียลต้องทำ คือ การให้ความรู้กับผู้ซื้ออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสารอาหารที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงประเภทของสินค้าว่าเป็นอาหารหรือขนมกันแน่ แต่เรื่องนี้อาจเป็นที่ถกเถียงต่อไป เนื่องจากว่าในสหราชอาณาจักรประสบปัญหากับประชากรที่เป็นโรคอ้วน เกรแฮม แมคเกรเกอร์ (Graham MacGregor) ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์หัวใจและหลอดเลือดที่มหาวิทยาควีนแมรีแห่งลอนดอน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1075 days ago
Read More11/08/2023
อาการท้องผูก ปัญหากวนใจที่รักษาได้ด้วยตัวเอง
อาการท้องผูก คือ อาการที่ลำไส้ของคุณเคลื่อนไหวน้อยลงทำให้อุจจาระผ่านได้ยาก มักเกิดขึ้นบ่อยหากมีการเปลี่ยนแปลงอาหารหรือกิจวัตรประจำวัน รวมถึงเกิดจากการได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอ ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้หากคุณเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อุจจาระมีเลือดปน หรือมีอาการท้องผูกนานยาวนาน อาการท้องผูกคืออะไร ? การเคลื่อนไหวของลำไส้น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ คือคำจำกัดความของอาการท้องผูกในทางเทคนิค แต่ความถี่ในการอุจจาระนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอุจจาระหลายครั้งต่อวัน ในขณะที่บางคนอุจจาระเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยอาการท้องผูกเกิดขึ้นเนื่องจากลำไส้ใหญ่ดูดซับน้ำจากอุจจาระของคุณมากเกินไป วิธีนี้จะทำให้อุจจาระของคุณแห้ง แข็ง และขับออกจากร่างกายได้ยาก เป็นหนึ่งในอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา อย่างน้อย 2.5 ล้านคนที่ไปพบแพทย์ในแต่ละปีเนื่องจากอาการท้องผูก ปัจจัยที่ทำให้ท้องผูก ? สาเหตุของอาการท้องผูกมีมากมาย รวมถึงปัจจัยในการดำเนินชีวิต ยา และเงื่อนไขทางการแพทย์ โดยสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก มีดังนี้ 1.ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ สาเหตุการดำเนินชีวิตทั่วไปของอาการท้องผูก ได้แก่ : 2.ยา ยาที่อาจทำให้ท้องผูก ได้แก่ 3.เงื่อนไขทางการแพทย์ เงื่อนไขทางการแพทย์และสุขภาพที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ได้แก่ สังเกตอาการท้องผูก หากคุณไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังเป็นโรคท้องผูกหรือไม่ ให้สังเกตอาการของตนเอง ดังนี้ รักษาอาการท้องผูก การรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังมักเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและการใช้ชีวิต หากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไม่ช่วยบรรเทาอาการ อาจแนะนำให้ใช้ยาหรือการผ่าตัด ป้องกันอาการท้องผูก หากคุณเป็นคนที่ท้องผูกบ่อย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1080 days ago
Read More11/08/2023
ใครเป็นบ้าง ? หยิบหนังสือมาอ่านทีไรง่วงนอนทุกที!
อยากอ่านหนังสือสักเล่มหนึ่ง แต่ทำไมพออ่านได้ไม่กี่หน้าก็เกิดอาการง่วงนอนแล้ว ทั้งที่หนังสือเล่มนั้นก็ดูน่าสนใจดี หรือเพราะว่าเราขี้เกียจกันนะ ? หากคุณมักมีอาการง่วงนอนเวลาที่อ่านหนังสือล่ะก็…บอกเลยว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียว เพราะหลายคนก็มีอาการเหล่านี้เช่นกัน! ทำไมการอ่านหนังสือทำให้คุณง่วง ? การพักผ่อนกับหนังสือดี ๆ สักเล่มเป็นงานอดิเรกยอดนิยม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรู้สึกเหนื่อย หรือง่วงนอนหลังจากอ่านหนังสือแม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในขณะที่การอ่านหนังสือนั้นไม่ได้ใช้พลังงานทางกายภาพมากนัก แต่จริง ๆ แล้วสมองของคุณกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลข้อมูลที่คุณรับเข้าไป การกระตุ้นทางจิตใจทั้งหมดนั้นอาจทำให้คุณเหนื่อยล้า และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การอ่านหนังสือทำให้ง่วงนอน การอ่านหนังสือก่อนนอนจึงเป็นวิธีการรักษาอาการนอนไม่หลับที่ดีนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีเหตผลอื่น ๆ ที่อาจบอกได้ว่าเพราะอะไรการอ่านหนังสือถึงทำให้คุณเกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนได้ 1.เหนื่อยทางใจ เมื่อคุณอ่านหนังสือ สมองของคุณทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อถอดรหัสคำในหน้ากระดาษและสร้างภาพในใจของคุณ กระบวนการทางจิตเหล่านี้อาจทำให้เหนื่อยล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอ่านหนังสือเป็นเวลานานหรือเหนื่อยล้ามาทั้งวัน 2.การหลงทางในจินตนาการของคุณ การอ่านหนังสือนั้นเป็นแนวทางโดยทั่วไปในการฝันกลางวัน และการฝันกลางวันก็ไม่ได้ห่างไกลจากการนอนหลับ อันที่จริงแล้ว กิจกรรมทั้งสองมีลักษณะร่วมกันบางประการ เมื่อคุณฝันกลางวันหรือหลงทางในหนังสือ ร่างกายของคุณจะอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายและจิตใจของคุณก็จะเป็นอิสระ นี่อาจเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจและผ่อนคลาย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้คุณเหนื่อยเช่นกัน 3.การอ่านหนังสือในที่แสงน้อย สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากอ่านหนังสือ เป็นเพราะพวกเขาอ่านหนังสือในที่แสงน้อย ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือเท่านั้นที่ทำให้เหนื่อย การนั่งนิ่ง ๆ ในห้องที่มีแสงสลัว ๆ อาจส่งสัญญาณไปที่สมองว่าถึงเวลานอนแล้ว และยังทำให้ปวดตามากขึ้น ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความเหนื่อยล้านั่นเอง 4.การนั่งนิ่งๆ การนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1080 days ago
Read More11/08/2023
อยากลดน้ำหนัก กินผลไม้ทุกวันอ้วนไหม ?
หลายคนที่ลดน้ำหนักพยายามที่จะลดการกินน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามว่าแล้วน้ำตาลจากผลไม้ล่ะ จะทำให้เราอ้วนไหม ? แน่นอนว่าทุกวันนี้ต้องมีคนเชื่อว่าการกินผลไม้ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ แล้วความจริงเป็นอย่างไร Hack for Health มีคำตอบมาให้ น้ำตาลจากผลไม้ ผลไม้ มีน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะมาพร้อมกับใยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลิน และลดนิสัยชอบสะสมพลังงานจากน้ำตาลในรูปของไขมัน ผลไม้มีน้ำตาลน้อยกว่าอาหารสำเร็จรูป เช่น โซดา ลูกอม และขนมขบเคี้ยวอย่างมาก เช่น แอปเปิ้ล 182 กรัม มีน้ำตาล 19 กรัม ในขณะที่ลูกอม 58 กรัม มีน้ำตาลถึง 35 กรัม ผลไม้ทำให้น้ำหนักขึ้นจริงหรือ ? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การกินอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนแต่หากกินในปริมาณมากเกินไปก็ทำให้น้ำหนักขึ้นเช่นกัน ในกรณีนี้ผลไม้ไม่ได้เป็นตัวการทำให้น้ำหนักขึ้น มีการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าแม้แต่การเพิ่มผลไม้ในอาหารก็มีสัมพันธ์กับการลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาในคน 17 คน ที่กินผลไม้ 20 หน่วยบริโภคต่อวัน มีน้ำตาลประมาณ 200 กรัมต่อวัน หรือเท่ากับโซดา 8 กระป๋อง ยังไม่มีผลเสียต่อน้ำหนักตัว ความดันโลหิต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1080 days ago
Read More11/08/2023
ข้อมูลชุดใหม่พบว่าแค่เดิน 4,000 ก้าวต่อวันก็ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ และลดการเสียชีวิตก่อนวัย
การศึกษาล่าสุดพบว่าการมีสุขภาพที่ดีนั้นอาจง่ายกว่านั้นหลายเท่า เพราะจากการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของคนกว่า 226,000 คนชี้ว่าการการเดินเพียง 4,000 ก้าว/วันก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้สุขภาพดีภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1080 days ago
Read More09/08/2023
วิตามินซี ใครว่ากินเท่าไหร่ก็ได้ ได้รับเยอะเกินไปอาจเสี่ยงนิ่ว
วิตามินซีเป็นอาหารเสริมที่หลายคนน่าจะใช้เป็นประจำ เพราะวิตามินซีหรือกรดแอสเคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นสารอาหารสำคัญที่ขึ้นชื่อว่าดีต่อสุขภาพ วิตามินซีจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ และการอักเสบของเซลล์ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างคอลลาเจน การดูดซึมธาตุเหล็ก ทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่าวิตามินซีอาจมีส่วนช่วยโรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมใคร ๆ ก็ใช้วิตามินซี ซึ่งคนทั่วไปมักเข้าใจว่าวิตามินซีเป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัย ได้รับปริมาณมากก็ไม่ส่งผลเสีย เพราะเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ หากได้รับเกินจะถูกขับออกผ่านทางปัสสาวะ แต่คุณอาจกำลังเข้าใจผิด เพราะวิตามินซีมีผลข้างเคียงเหมือนกัน แถมอาจทำให้เกิดนิ่วได้ด้วย ในบทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการใช้วิตามินซีกันใหม่ นิ่ววิตามินซี และผลข้างเคียงจากวิตามินซีที่คนมองข้าม การที่จะบอกว่าวิตามินซีปลอดภัยอาจไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ แต่ควรบอกว่าปลอดภัยกว่าวิตามินชนิดอื่นน่าจะเหมาะกว่า เพราะอะไรก็ตามที่มากเกินไปต่อให้มีประโยชน์แค่ไหนก็ส่งผลเสียได้เหมือนกัน แน่นอนว่ารวมถึงวิตามินซีเสริมที่เราใช้กันด้วย นิ่ววิตามินซีคืออะไร? นิ่ววิตามินซีก็คือนิ่วในไตทั่วไป โดยจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัดหรือเจ็บเวลาฉี่ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ไม่สุด ปวดเอว ปวดหลัง ปวดบิด ปัสสาวะเป็นทราย ติดเชื้อ และอีกหลายอาการ หลายคนพอจะรู้ว่าวิตามินซีเป็นสารที่ละลายน้ำได้และถูกขับออกผ่านทางปัสสาวะ โดยหลังจากที่วิตามินซีถูกย่อยแล้วจะทำให้เกิดสารที่ชื่อ ‘ออกซาเลต’ (Oxalate) อยู่ภายในไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่กรองของเสียออกไปเป็นปัสสาวะ และเดิมทีในไตจะมีแร่ธาตุอย่างแคลเซียมอยู่แล้ว เมื่ออกซาเลตจากการได้รับวิตามินซีมาเจอกับแคลเซียม จะทำปฏิกิริยาและจับตัวกันกลายเป็นก้อนแร่ธาตุชื่อ ‘แคลเซียมออกซาเลต’ หรือก็นิ่วในไตชนิดหนึ่งนั่นเอง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1082 days ago
Read More09/08/2023
Pokémon Sleep เกมเพื่อการนอนหลับสุดคิวต์ที่แฟนโปเกมอนห้ามพลาด (วิธีเล่น + เรื่องต้องรู้ก่อนเล่น)
บนสมาร์ตโฟนมีแอปพลิเคชันตรวจจับการนอนหลับ (Sleep tracking) หลายแอปพลิเคชัน แต่ที่ออกใหม่ มาแรง และน่ารักสุด ๆ ในนาทีนี้คงหนีไม่พ้น Pokémon Sleep จากผู้พัฒนา The Pokémon Company ที่ผลิตเกมและแอปพลิเคชันที่มีธีมเป็นโปเกมอนมาแล้วมากมาย Hack for Health จะพาไปดูความน่ารัก ฟังก์ชัน และวิธีใช้งานแอปพลิเคชัน Pokémon Sleep เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้นกัน วิธีการเล่น Pokémon Sleep เบื้องต้น ก่อนจะไปดูความน่ารักและความสนุกของ Pokémon Sleep มาดูวิธีเล่นเบื้องต้นกันก่อน ในขณะที่เราเริ่มเซสชัน (Session) การนอนหลับ หน้าจอของเกมจะปรากฏภาพโปเกมอนพร้อมกับเวลาปัจจุบัน เวลาปลุก แถมคุณสามารถเปิดเสียงโปเกมอนที่จะร้องเพลงกล่อมคุณนอนได้ด้วย หน้าตา ฟังก์ชัน และการใช้งาน Pokémon Sleep Pokémon Sleep เป็นแอปพลิเคชันติดตามการนอนหลับหยิบเอาความน่ารักและกิมมิกของโปเกมอนมาใช้ได้อย่างดี ตั้งแต่ไอคอนของแอปพลิเคชันที่นำเอาภาพของ ‘Snolax’ หรือที่คนไทยคุ้นกันในชื่อ ‘คาบิกอน’ ซึ่งในแอนิเมชัน ‘Snorax’ เป็นโปเกมอนที่มีนิสัยขี้เซา และนอนหลับอยู่ตลอด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1082 days ago
Read More08/08/2023
มหาวิทยาลัยเท็กซัสคิดค้นยาที่ทำให้ ‘กินอาหารขยะเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน’ และลดความเสี่ยงของโรคได้
โรคอ้วนและการมีน้ำหนักตัวมากเป็นปัญหาต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต แต่อาหารอร่อยมักเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและทำให้อ้วน Junk food หรือ อาหารขยะ เป็นหนึ่งในอาหารที่ผู้คนชื่นชอบและเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคเรื้อรังหลายโรค เพราะเต็มไปด้วยไขมัน น้ำตาล และเครื่องปรุงมากมาย แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถกินอาหารเหล่านี้ได้ไม่อั้น ไม่อ้วน แถมไม่เสี่ยงโรค ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสได้พัฒนายาที่จะทำให้ไม่อ้วนแม้จะรับประทานอาหารขยะปริมาณมาก โดยยาตัวนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกายด้วยการจำกัดแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอเดรีย (Mitocondria) ไมโทคอนเดรียเป็นส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิต หนึ่งในหน้าที่ของไมโทคอนเดรียในร่างกายมนุษย์คือการสร้างพลังงานให้กับเซลล์และเผาผลาญพลังงาน โดยเหตุผลที่นักวิจัยพยายามยับยั้งและจำกัดปริมาณแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอนเดรียก็เพราะว่าแมกนีเซียมมีคุณสมบัติชะลอการสร้างและเผาผลาญพลังงานของไมโทคอนเดรีย ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ช้าลงหรือเผาผลาญได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการยับยั้งแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปยังไมโทคอนเดรียอาจกระตุ้นให้ไมโทคอนเดรียสร้างและเผาผลาญพลังงานได้มากและเร็วขึ้น การเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นก็หมายความว่ามีโอกาสที่ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันและน้ำตาลปริมาณมากที่เรารับประทานเข้าไปจากอาหารมาใช้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ไม่เหลือพลังงานที่เกินความต้องการ ลดการเกิดไขมันสะสมภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และโรคเรื้อรัง ทีมนักวิจัยได้ทดลองยาชนิดนี้ในหนูทดลอง โดยให้หนูรับประทานอาหารตะวันตก (Western food) หรืออาหารขยะที่ให้พลังงานสูงเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งหนูทดลองถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ได้รับยา และกลุ่มที่ได้รับยา ภายหลังสัปดาห์ที่ 30 ของการทดลอง นักวิจัยพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับยาไม่มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเลย ในขณะที่หนูกลุ่มแรกกลายเป็นหนูที่เป็นโรคอ้วนไปแล้ว กลไกที่ยาตัวยานี้ทำกับร่างกายของหนูทดลอง คือ ยาจะเข้าไปกดหรือยับยั้งการทำงานของยีนที่ชื่อ MRS2 ซึ่งเป็นยีนที่กำหนดให้แมกนีเซียมเข้าไปที่ไมโทคอนเดรีย โดยนักวิจัยได้ตรวจสอบการทำงานของตับของหนูที่ได้รับยาแล้วพบว่ายังสามารถทำงานได้เป็นปกติ นอกจากการป้องกันน้ำหนักตัวเพิ่มและโรคอ้วนแล้ว หนึ่งในทีมนักวิจัยยังกล่าวด้วยว่า ยานี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งตับจากภาวะไขมันพอกตับที่เป็นผลมาจากอาหารไขมันสูงด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1083 days ago
Read More07/08/2023
โรคมะเร็งตับ: อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน
โรคมะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 1 ในผู้ชาย และอันดับ 3 ในผู้หญิง โรคมะเร็งตับเป็นผลจากที่เนื้อเยื่อของตับมีเซลล์ที่เป็นมะเร็งฝังตัวอยู่ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ โดยสามารถโตขึ้นได้เรื่อย ๆ และเซลล์มะเร็งสามารถลุกลามไปฝังตัวในเนื้อเยื่อของอวัยวะอื่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ร่วมกับการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อย ซึ่งมีวิธีรักษาหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความพร้อมของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์ ตับเป็นอวัยวะที่อยู่ด้านในหน้าท้องด้านขวาส่วนบน ด้านหลังของชายโครงส่วนล่าง มีหน้าที่ในการกักเก็บสารอาหาร กรองของเสียออกจากร่างกาย และสร้างน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน และสลายของเสีย อาการของโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อระยะของโรคดำเนินไปอาจพบกับอาการต่อไปนี้ หากพบอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายอาการรวมกันจนเริ่มผิดสังเกต รู้สึกไม่สบายใจ หรือกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจ สาเหตุและปัจจัยของการเกิดโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งตับเกิดได้จากหลายสาเหตุและปัจจัย โดยสาเหตุและปัจจัยเหล่านั้นทำให้เซลล์ของตับได้รับความเสียหายและเกิดการอักเสบติดต่อกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นระยะเวลาหลายปี จนเซลล์บริเวณตับเกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง สาเหตุและปัจจัยของโรคนี้พบได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ 1. น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน 2. ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซีเป็นเวลานาน 3. สูบบุหรี่ 4. ดื่มแอลกอฮอล์หนักเป็นประจำ 5. โรคตับแข็ง เกิดได้จากดื่มแอลกอฮอล์ และการติดเชื้อตับอักเสบ 6. ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (มักเกิดจากอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง ไม่ออกกำลังกาย)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1084 days ago
Read More04/08/2023
ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ในวันที่โลกไม่ได้ใจดีกับคุณ
ชีวิตคนเราไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นเสมอไป เมื่อความท้าทายที่คุณเผชิญอยู่ยากเกินกว่าที่จะรับมือ อาจทำให้สุขภาพทางอารมณ์ของคุณต้องเสียไปอย่างง่ายดาย อาจต้องถึงเวลาที่คุณควรจะหันมาดูแลร่างกายและจิตใจของตนเองเสียที วิธีการดูแลตนเองนั้นไม่เหมือนกันทุกคน เพราะทุกคนต่างมีความชอบ และความต้องการที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือต้องคิดถึงความต้องการในปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง และการดูแลตนเองที่เหมาะกับกิจวัตรประจำวัน ทำความเข้าใจตัวเอง หากคุณอยากหันมาให้เวลาใส่ใจร่างกายและจิตใจของตัวเองมากขึ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร สิ่งแรกให้คุณลองตั้งคำถามกับตัวเอง ดังต่อไปนี้ 1.ฉันเห็นด้วยกับวิธีที่คนอื่นใช้หรือไม่ ? แผนการดูแลตัวเองของคุณจะไม่มีประโยชน์มากนัก หากคุณไม่นำไปปฏิบัติ บางทีคุณอาจได้อ่านเกี่ยวกับประโยชน์ของการทำสวนและต้องการเริ่มทำสวน แต่คุณไม่ชอบดิน ด้วง และหนอน แม้ว่าคุณจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองให้ทำสิ่งที่คุณไม่ชอบ โปรดจำไว้ว่าคุณมีตัวเลือกอื่นมากมายที่เหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมเพื่อบำบัดจิตใจตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องทำตามวิธีของคนอื่น 2.การเงินเป็นปัจจัยสำคัญหรือไม่ ? สมมุติว่าคุณตัดสินใจจ่ายค่าฟิตเนส หรือโรงยิมราคาแพง โดยมีเป้าหมายเพื่อออกกำลังกายให้มากขึ้น แต่หากคุณหยุดออกกำลังกายไปเพียงสัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณรู้สึกเครียดจากค่าใช้จ่ายที่เสียไป มากกว่าการเติมพลังจากกิจกรรมนี้ แปลว่าสิ่งนี้อาจไม่เหมาะกับคุณ ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะใช้เงินกับสิ่งที่ได้ผลจริง ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารกลับบ้านในคืนที่ทำงานอย่างหนัก แทนที่จะพยายามทำอาหารกินเอง จะเรียกว่าเป็นการใช้เงินแก้ปัญหาที่แลกมาด้วยความคุ้มค่า คือ ให้ร่างกายของคุณได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าบ้าง 3.ฉันพยายามทำเกินไปหรือเปล่า ? คุณสามารถทำลายตัวเอง ทั้งที่คุณตั้งใจจะดูแลตนเองแท้ ๆ การมีตารางกิจกรรมมากเกินไปเพื่อเสริมสร้างสุขภาพอาจทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ แต่ขณะเดียวกันอะไรที่มากเกินไปก็อาจเป็นภาระได้เช่นกัน แม้กระทั่งเรื่องสนุก ๆ ก็อาจจะเพิ่มความเครียดให้คุณได้ เนื่องจากสิ่งนี้ทำให้คุณไม่มีเวลามานั่งคิดทบทวนความคิดของตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1087 days ago
Read More04/08/2023
รู้ตัวก่อนสายไป…สัญญาณเตือนระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นระบบที่ซับซ้อนของเซลล์เม็ดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคที่เป็นอันตรายซึ่งอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ หากคุณพบว่าตัวเองติดเชื้อบ่อย ๆ อาจหมายความว่าคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และหากยิ่งปล่อยไว้นานวันโดยไม่หันมาใส่ใจสุขภาพหรือไปพบแพทย์ก็อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันประกอบไปด้วย เซลล์เม็ดเลือดขาว แอนติบอดี และส่วนประกอบอื่น ๆ รวมทั้งอวัยวะและต่อมน้ำเหลือง ประกอบกันเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อบ่อยกว่าคนอื่น ความผิดปกติหลายอย่างอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และทำให้บางคนมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความผิดปกติเหล่านี้มีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง บางอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดในขณะที่บางอย่างเป็นผลมาจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน โดยผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาต่อไปนี้ สัญญาณที่บอกว่าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน บางครั้งเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะในร่างกายของคุณอาจเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ซึ่งมีจากหลายสาเหตุและในบางครั้งการหันมาพักผ่อน หรือแม้แต่การไปหาหมออาจช่วยได้ แต่หากเกิดขึ้นบ่อยเกินไป คุณอาจมีอาการต่าง ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือโรคเรื้อนกวาง หรือหากระบบภูมิคุ้มกันของคุณเริ่มโจมตีร่างกายของคุณแทนที่จะปกป้องคุณจากโรคต่าง ๆ คุณอาจมีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคไขข้ออักเสบหรือโรคเบาหวานประเภท 1 และภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่น ๆ ได้แก่ โรค celiac, lupus, โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง, โรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น ซึ่งสาเหตุของปัญหาระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติอาจไม่ได้เกิดจากเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่อาจมาจากสาเหตุอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1087 days ago
Read More03/08/2023
เตือนแค่หน้าซองไม่พอ แคนาดาพิมพ์อันตรายของบุหรี่ลงบนบุหรี่ทุกมวน
หากย้อนไปก่อนหน้านี้หลายปี ซองบุหรี่ในบ้านเรายังไม่มีรูปภาพน่ากลัว ๆ อย่างปอดที่เป็นมะเร็ง ปอดที่เป็นถุงลมโป่งพอง หรือฟันที่ดูเหยเกปรากฏอยู่ เป็นเพียงซองบุหรี่ธรรมดาที่เขียนชื่อยี่ห้อบุหรี่เอาไว้ ในยุคต่อมาได้มีการนำภาพโรคเหล่านี้พิมพ์ลงไปบนกล่องหรือซองบุหรี่เพื่อสร้างความตระหนักคิดในกับนักสูบ อารมณ์ประมาณว่า ถ้าคุณสูบ แล้วต้องป่วยแน่นอน ล่าสุด ประเทศแคนาดากำลังจะเป็นชาติแรกที่เพิ่มความน่ากลัวให้กับบุหรี่ ซึ่งคนก็น่าจะกลัว (แหละ) ด้วยการพิมพ์ข้อความลงไปบนบุหรี่ทุกมวน ซองบุหรี่ของแคนาดาก็มีภาพประกอบที่ดูน่ากลัวเหมือนกับของไทยด้วย ตัวอย่างของข้อความบนมวนบุหรี่ ข้อความที่พิมพ์ลงไปจะมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เนื่องจากคนแคนาดาพูดได้ 2 ภาษา โดยบุหรี่ล็อตที่มีตัวหนังสือเหล่านี้จะถูกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป โดยจะเริ่มต้นจากบุหรี่และยาสูบที่ขนาดใหญ่และขนาดมาตรฐานก่อน ซึ่งรัฐบาลแคนาดาวางแผนเอาไว้ว่าในปี 2025 จะกำหนดให้บุหรี่ขนาดและรูปแบบอื่นมีคำเตือนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน หน่วยงานสาธารณสุขของแคนาดาพยายามที่จะลดสัดส่วนของคนสูบบุหรี่ให้เหลือน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ภายในปี 2035 เพราะปัจจุบันชาวแคนาดาเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ 48,000 คน ส่วนคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการมีข้อความเตือนปรากฏบนมวนบุหรี่อาจช่วยเตือนให้ผู้ใหญ่เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น และการเพิ่มจำนวนของนักสูบรุ่นใหม่ สำหรับประเทศไทยมีคนเสียชีวิตเนื่องจากบุหรี่ 72,000 คน ในปี 2022 และสังคมไทยเผชิญปัญหาเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก คือ การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะโดยเปลี่ยนจากการสูบบุหรี่มวนเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแทนภายใต้ข้ออ้างว่าไอน้ำจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่อันตราย ที่มา: BBC พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1088 days ago
Read More02/08/2023
Cancer จากคำว่า ‘ปู’ ในภาษาละตินสู่โรคมะเร็ง
หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าชื่อของโรคมะเร็งในภาษาอังกฤษเขียนว่า Cancer (แคนเซอร์) ซึ่งเหมือนกับ Cancer ที่หมายถึงราศี กรกฎ จนทำให้คนสงสัยว่าโรคมะเร็งกับราศีกรกฎเกี่ยวข้องกันอย่างไร? แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ว่าคนราศีนี้จะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งมากกว่า คนที่เข้ามาอ่านน่าจะรู้แล้วว่า Cancer หมายถึงปูในภาษาละติน ซึ่งในภาษาอังกฤษยืมคำนี้มาใช้เพื่อเรียกทั้งกลุ่มดาวประจำราศีกรกฎและชื่อโรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก การเรียกโรคมะเร็งว่า Cancer มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องเป็นปู? โรคมะเร็งเป็นโรคดึกดำบรรพ์ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่แสงแรกในอารยธรรมมนุษย์ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมวลมนุษย์ เคยมีการขุดค้นพบฟอสซิลกระดูกมนุษย์หรือซากมัมมี่โบราณที่มีร่องรอยของโรคมะเร็งที่คงเหลือไว้ในกระดูก Cancer มีรากมาจากคำว่า Carcinos (คาซิโนส์) และ Carcinoma (คาร์ซิโนมา) ในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงปู คำนี้ถูกใช้เพื่อเรียกโรคมะเร็งครั้งแรกเมื่อ 460–370 ปีก่อนคริสตกาล โดยฮิปโปเครติส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกที่มีชีวิตจริงอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก ฮิโปเครติสใช้คำว่า Carcinos และ Carcinoma เรียกเนื้องอก ทั้งชนิดที่ทำให้เกิดแผลและไม่ทำให้เกิดแผล โดยการแพร่กระจายของเนื้องอกมีลักษณะเป็นขาหลายขาแผ่กระจายออกมาคล้ายกับขาของปู โดยส่วนที่อยู่ตรงกลางเป็นตัวปู หลังเวลาผ่านไป หมอชาวโรมันชื่อ เซลซัส (Celsus) ได้แปลคำว่า Carcino และ Carcinoma จากภาษากรีกให้กลายเป็นภาษาละติน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1089 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 13 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 13 days ago
Read More































