Tags
| สุขภาพ
17/03/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 546 days ago
รู้หรือไม่ ? โค้กที่สิงคโปร์น้ำตาลน้อยกว่าโค้กประเทศอื่น
โค้ก (Coke) แบรนด์เครื่องดื่มโคลายอดนิยมตลอดกาลจากอเมริกาที่พบได้ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของโค้ก คือ โค้กสูตรออริจินัล ที่จะต้องทำตามสูตรของบริษัท Coca-Cola ที่อเมริกาเป๊ะ ๆ ทั้งวัตถุดิบพื้นฐาน และกระบวนการผลิต รวมถึงปริมาณน้ำตาลที่เราจะพูดถึงในบทความนี้ด้วย น้ำตาลในโค้กรสออริจินัลที่สิงคโปร์น้อยกว่าไทยเกินครึ่ง จากที่เล่าไปข้างต้น คงพอนึกออกว่าโค้กสูตรออริจินัลทั่วโลกน่าจะมีรสชาติเหมือนกัน แต่ที่ประเทศสิงคโปร์ เครื่องดื่มโค้กสูตรออริจินัล กลับมีน้ำตาลต่ำกว่าโค้กสูตรเดียวกันที่จำหน่ายในประเทศอื่น 55 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในเว็บไซต์ออฟฟิเชียล Coca-Cola ของสิงคโปร์เคลมว่า แม้น้ำตาลจะน้อยลง แต่ยังคงให้รสชาติที่ดีเหมือนเดิม โดยโค้กรสออริจินัลของสิงคโปร์ 1 กระป๋อง (320 มิลลิลิตร) มีน้ำตาล 14.7 กรัม ให้พลังงาน 61 kcal ในขณะที่โค้กออริจินัลของไทยในปริมาณเดียวกัน มีน้ำตาล 34 กรัม ให้พลังงาน 140 kcal น้ำตาลน้อยลง แล้วทำไมรสชาติเหมือนเดิม ? ทาง Coca-Cola สิงคโปร์ลดปริมาณน้ำตาลลง และใช้สารทดแทนความหวานชนิดที่ไม่ให้พลังงาน อย่างซูคราโลส (Sucralose) และแอซีซัลเฟม โพแทสเซียม…15/05/2024
เคล็ด (ไม่) ลับ การกิน “ปิ้ง-ย่าง-ทอด” อย่างปลอดภัย
เมนู “ปิ้ง ย่าง และทอด” ถือเป็นหนึ่งในเมนูสุดฮิตติดเทรนด์ของคนไทยทุกวันนี้ และเป็นเมนูยอดนิยมของอีกหลากหลายชนชาติทั่วโลกเช่นกัน แม้ผลการวิจัยในปัจจุบันจะยังมีข้อมูลไม่ชัดเจนที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารปิ้งย่างและความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งก็ตาม แต่เราก็มักได้รับการบอกกล่าวด้วยความห่วงใยจากคนรอบข้างว่า “ให้ระวังการกินอาหารปิ้งย่าง เพราะจะมีการก่อมะเร็ง” บ้างก็เตือนว่า “ของทอดก็อย่าไปกินเยอะ มันไม่ดี” แต่ก็ยากจะอดใจใช่ไหมครับ ? บทความนี้ได้แฮกเคล็ดลับการกินอาหารประเภท “ปิ้ง ย่าง และทอด” อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็งลำไส้และปลอดภัยจากคอเลสเตอรอลมาฝากครับ ทำไมกิน “ปิ้ง-ย่าง-ทอด” จึงเสี่ยง “มะเร็ง” ? เนื้อสัตว์ที่ถูกปรุงสุกแบบผ่านความร้อนโดยตรงอย่างการปิ้งและย่างจนไหม้เกรียมนั้น จะสร้างสารก่อมะเร็ง 2 ชนิด คือ สาร HCAs (Heterocyclic Amines) และ PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) โดยสาร HCAs เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนและความร้อน ส่วน PAHs เกิดจากควันและการเผาไหม้ โดยเฉพาะไขมันในเนื้อสัตว์ที่หยดลงไปโดนถ่าน แล้วเกิดควันที่เป็นสารก่อมะเร็งลอยกลับมาเกาะอยู่บนเนื้อสัตว์ (ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับควันบุหรี่และท่อไอเสียรถ) เมื่อเรากินปิ้งย่างบ่อย ๆ สารนี้ก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของเรา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับและท่อน้ำดี รวมไปถึงมะเร็งลำไส้ได้ ในขณะที่อาหารที่ผ่านความร้อนสูงด้วยวิธีการทอด (ทั้งทอดด้วยน้ำมัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 852 days ago
Read More15/05/2024
“ต่อมลูกหมากโต” และ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” เรื่องวุ่นของผู้ชายวัยกลางคน
“ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนที่ส่งผลต่อร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ แม้คุณผู้ชายจะไม่มีวัยหมดประจำเดือน แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้” ความผิดปกติของ “ต่อมลูกหมาก” ถือเป็น 1 ในความกังวลของคุณผู้ชายทั้งหลาย โดยเฉพาะกลุ่มชายสูงอายุ จากสถิติพบว่า ความผิดปกติของต่อมลูกหมากที่ชายไทยเป็นกันมาก อันดับ 1 ที่พบคือ โรคต่อมลูกหมากโตที่มีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 18 เปอร์เซ็นต์ และโรคต่อมลูกหมากอักเสบอีก 2 เปอร์เซ็นต์ แม้จะหลีกเลี่ยงความเสื่อมของร่างกายไม่ได้ แต่เราก็สามารถเรียนรู้ สังเกต และเตรียมรับมือกับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราในอนาคต และคนรอบตัวที่คุณรักได้ รู้จัก “ต่อมลูกหมากโต” “โรคต่อมลูกหมากโต” หรือ BPH (Benign Prostate Hyperplasia) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากที่อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะล้อมรอบท่อปัสสาวะมีขนาดใหญ่ผิดปกติจนไปบีบท่อปัสสาวะให้แคบลง พบในผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในชายสูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่พบมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ การสังเกตอาการ “ต่อมลูกหมากโต” ในทางการแพทย์นั้นจะมุ่งเน้นที่อาการขับถ่ายปัสสาวะของผู้ป่วยที่ผิดปกติเป็นหลัก มากกว่าขนาดก้อนต่อมลูกหมาก โดยสามารถสังเกตอาการได้ ดังนี้ …ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 852 days ago
Read More08/05/2024
Screen Time กับเครื่องมือช่วยป้องกันอาการติดจอ
Screen Time คือเวลาในแต่ละวันที่ผู้คนใช้ไปกับหน้าจอสมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่ง Screen Time ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพได้ด้วยนะ เคยสำรวจตัวเองกันไหมว่า ทุกวันนี้คุณใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ยวันละกี่ชั่วโมง ? จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยในปี 2566 โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พบว่า เมื่อสื่อออนไลน์ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเพื่อการติดต่อสื่อสาร การค้นหาข้อมูล การดูข่าวสาร หรือการพักผ่อนหย่อนใจ ผ่านอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์ ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่ดี แต่หากใช้หรือ 'ติดจอ' มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจได้ อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังติดจอ ได้แก่ ห้ามใจจากจอไม่ได้ เรามีเครื่องมือง่าย ๆ มาช่วยจัดการ เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยจัดสรรเวลาในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบเชิงลบของการใช้เทคโนโลยีมีมากมาย เรามีเทคนิคที่ช่วยจัดการเวลาหน้าจอของคุณ ดังต่อไปนี้ To-Do List Apps การใช้แอปพลิเคชันที่ช่วยจัดทำรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-Do List) เป็นวิธีที่ดีในการจัดการเวลา โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถลิสต์งานที่ต้องทำ กำหนดเวลา และติดตามความคืบหน้าได้อย่างง่ายดาย เช่น Todoist, Microsoft…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 859 days ago
Read More20/01/2023
เช็กให้ชัวร์! ‘ไฝ’ แบบไหนเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง
ไฝและขี้แมลงวัน เกิดขึ้นบนร่างกายของมนุษย์เป็นเรื่องปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกเสียจากว่าไฝหรือขี้แมลงวันเหล่านั้นจะมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในบริเวณที่เจ้าตัวไม่อยากให้ขึ้น เช่น บนใบหน้า เป็นต้น ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีมากมายที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้อยากเอาไฝหรือขี้แมลงวันออก ไม่ว่าจะเป็นการจี้ไฝด้วยเลเซอร์ หรือจี้ไฝด้วยไฟฟ้า บางคนที่ไฝที่ค่อนข้างใหญ่แพทย์ก็จะใช้วิธีตัดไฝแทน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแม้ว่าไฝจะขึ้นบนร่างกายจนกลายเป็นความเคยชินหรือเป็นเรื่องปกติ แต่อย่ามองข้ามไป เพราะไฝที่คุณเห็นอาจเป็นไฝที่บ่งบอกโรคมะเร็งผิวหนังได้ ไฝและขี้แมลงวันเกิดจากอะไร ไฝและขี้แมลงวัน เกิดจากการทำงานผิดปกติของเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ที่อยู่บริเวณผิวหนังชั้นกำพร้า เกิดการสร้างเม็ดสีมากกว่าปกติ ทำให้กลายเป็นจุดสีต่าง ๆ ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีดำ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมา ในขณะที่ขี้แมลงวันจะเรียบไปกับผิวหนัง และพบว่าคนผิวขาวจะมีไฝหรือขี้แมลงวันมากกว่าคนผิวเข้มนั่นเอง ไฝและขี้แมลงวันสามารถขึ้นได้ทั่วบริเวณร่างกาย ซ้ำเมื่ออายุมากขึ้นไฝหรือขี้แมลงวันอาจมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ทันได้สังเกต มะเร็งผิวหนังเกิดจากอะไร รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ยิ่งส่วนใดของร่างกายโดนแดดบ่อย ๆ เป็นเวลานาน ก็จะกลายเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เช่น แขน ขา ใบหู และใบหน้า เป็นต้น ขณะเดียวกันปัจจัยจากพันธุกรรมก็มีส่วน หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งผิวหนังก็ควรหมั่นสังเกตไฝและขี้แมลงวันของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หรือบางรายอาจสัมผัสกับสารพิษเป็นเวลานานก็มีความเสี่ยงเช่นกัน วิธีสังเกตไฝแบบไหนเสี่ยงมะเร็ง แม้ไฝและขี้แมลงวันจะเกิดขึ้นบนร่างกายตั้งแต่กำเนิด แต่หากลองสังเกตดี ๆ เมื่ออายุมากขึ้นหรือผ่านการตากแดดอย่างหนักหน่วง ไฝหรือขี้แมลงวันก็อาจเพิ่มขึ้นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันไฝหรือขี้แมลงวันที่มีตั้งแต่แรกนานวันเข้าก็อาจขยายใหญ่ขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1334 days ago
Read More20/01/2023
ถูกใจสายหวาน! เทคนิคดื่มชานมไข่มุกอย่างไรไม่ให้อ้วน
เครื่องดื่มต้องห้ามสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก คงหนีไม่พ้น ‘ชานมไข่มุก’ เพราะด้วยรสชาติที่หอมหวานและมีไข่มุกให้เคี้ยวเพลิน ๆ ทำให้หลายคนติดดื่มชานมไข่มุกทุกวันเลยก็ว่าได้ และรู้หรือไม่ว่าชานมไข่มุกหนึ่งแก้วมีจำนวนแคลลอรีมากถึง 300-400 กิโลแคลลอรี เทียบกับอาหารหนึ่งมื้อเลยก็ว่าได้ แต่ปริมาณสารอาหารที่ได้กลับไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สำหรับใครที่อยากเลิกแต่เลิกไม่ได้ เรามีเทคนิค ‘ดื่มชานมไข่มุกอย่างไรไม่ให้อ้วน’ เพื่อเป็นทางเลือกมาฝาก 1. สั่งหวานน้อยหรือไม่หวาน อย่างที่ทราบกันว่าชานมไข่มุกจะมีรสชาติความหวานที่หลายคนติดอกติดใจ แต่จะให้ดีเลือกสั่งแบบหวานน้อยหรือไม่หวานก็จะช่วยให้ได้รับน้ำตาลในระดับที่ไม่มากจนเกินไป และการดื่มของหวานมาก ๆ อาจทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้เพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นร่างกายจะหลั่งสารเซโรโทนิน ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ 2. เลือกไข่มุกชนิดบุก แน่นอนว่าอีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มจำนวนแคลลอรีให้ร่างกายเราอย่างมากก็คือ ‘ไข่มุก’ ที่มีส่วนผสมจากแป้งซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรต และเมื่อคาร์โบไฮเดรตถูกย่อยจะกลายน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว หรือที่เรียกว่า ‘กลูโคส’ นั่นเอง การเลือกกินบุกที่ทำจากน้ำผึ้ง หรือว่านหางจระเข้ ที่ไม่มีส่วนผสมจากแป้งและมีความหวานเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทดแทนอาการอยากเคี้ยวไข่มุกได้บ้าง ที่สำคัญอ้วนน้อยกว่าด้วย 3. เลือกแก้วไซซ์เล็ก การเลือกขนาดของแก้วชานมไข่มุกให้เป็นขนาดเล็กสุด เป็นการตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลมเพราะต่อให้เราอยากดื่มเยอะแค่ไหน การเลือกดื่มแก้วเล็ก ๆ ก็เป็นเหมือนการหลอกตนเองว่าตอนนี้เราอิ่มกับปริมาณที่ได้แล้ว ซึ่งวิธีนี้ก็ทำให้อ้วนน้อยลงได้ เรียกว่าดื่มให้หายอยากก็พอ แถมคุมปริมาณการกินของเราให้เผื่อท้องไว้กินอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มอีก 4. ตัดแคลลอรีของหวานชนิดอื่น ถ้าวันนี้คุณตื่นมาแล้วรู้สึกว่าถ้าไม่ได้ดื่มชานมไข่มุกคงรู้สึกไร้ชีวิตชีวา ขอแนะนำว่าไม่ต้องไปฝืนใจตนเองอยากกินต้องได้กิน! แต่ควรงดขนม…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1334 days ago
Read More20/01/2023
PrEP และ PEP ยาต้านเอชไอวี ทางเลือกของคนรักสนุก
PrEP (เพร็พ) และ PEP (เป๊ป) เป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งเป็นเชื้อที่มักติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาให้หายขาด และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาสามารถพัฒนาไปเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือที่รู้จักกันชื่อโรคเอดส์นั่นเอง ยา PrEP และ PEP เข้ามามีบทบาทสำคัญและมีการใช้แพร่หลายมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องเพศ ซึ่งยาทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สามารถใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับเชื้อเอชไอวี การรู้จักกับยาต้านเอชไอวีทั้งสองชนิดนี้จะทำให้ชีวิตเซ็กซ์ของคุณสนุกและปลอดภัยมากขึ้น PrEP ตัวช่วยของคนรักสนุก ปัจจุบันเราเห็นความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างมากขึ้น ทั้งความสัมพันธ์แบบเปิด (Open Relationship) แบบ One Night Stand (ONS) และ Friend With Benefits (FWB) ซึ่งหากคุณเป็นคนรักสนุก PrEP เป็นทางเลือกที่คุณควรลองศึกษาดู PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis เป็นยาป้องกันไวรัสเอชไอวีที่ใช้เพื่อเตรียมตัวก่อนสัมผัสเชื้อ โดยจะต้องกินยา 1 เม็ด/วันเป็นประจำทุกวันและไม่ใช่ยาที่กินเพื่อป้องกันก่อนมีเพศสัมพันธ์ทันที ให้นึกภาพเวลาผู้หญิงที่กินยาคุมต่อเนื่องกันเพื่อคุมกำเนิด PrEP ก็มีวิธีใช้ที่คล้ายกัน แต่ต้องกินต่อเนื่องทุกวัน และเมื่อคุณรับ PrEP แล้ว แพทย์จะนัดมาตรวจเลือดทุก 3…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1334 days ago
Read More18/01/2023
ไขมันดี หาจากไหน ทำไมต้องกิน?
ไขมันดี หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fat) เป็นขั้วตรงข้ามกับไขมันที่คนส่วนใหญ่เคยรู้จัก เดิมทีเรามีข้อมูลฝังหัวมาตลอดว่าไขมันคือตัวร้ายต่อสุขภาพ ซึ่งหมายถึงไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวที่ส่งผลต่อสุขภาพ แต่ไขมันดีจะเข้าไปลดผลกระทบจากไขมันที่เป็นอันตรายและเสริมสุขภาพในด้านอื่น ๆ Hack for Health จะพาไปรู้จักกับไขมันดี ทั้งประโยชน์ ชนิด อาหารที่มีไขมันดีเป็นส่วนประกอบ และปริมาณที่คุณควรกิน ทำไมต้องกินไขมันดี? ร่างกายคนเราต้องการไขมันในการดำรงชีวิตอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของการให้พลังงานและการดูดซึมวิตามินบางชนิด แต่นอกจากหน้าที่ทั่วไปไขมันดียังช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่เป็นอันตรายและระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่โรคหลายโรค ทั้งภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ภาวะหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง การได้รับไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เป็นประจำจึงอาจลดความเสี่ยงของโรคพวกนี้ได้ โอเมก้า 3 หลายคนเคยคุ้นหูกับคำนี้กันมาบ้าง โดยโอเมก้า 3 ก็เป็นไขมันมันดีชนิดหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เลยเลยต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น กรดไขมันชนิดนี้ 3 ค่อนข้างมีความพิเศษ เพราะข้อมูลพบว่ากรดไขมันชนิดนี้อาจมีคุณสมบัติที่ช่วยดูแลสุขภาพได้มากกว่าการลดระดับไขมันในเลือด เช่น บำรุงสายตา บำรุงสมอง ดีต่อภาวะซึมเศร้า ทั้งยังจำเป็นต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรกินไขมันดีเป็นประจำ อาหารไขมันดีหาได้จากไหน? อาหารไขมันดีหาได้ง่ายและใกล้ตัวกว่าที่คิด ไม่ว่าคุณจะไปเดินตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อก็สามารถหาอาหารเหล่านี้ได้ไม่ยาก 1. น้ำมันพืช น้ำมันพืชเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารที่ทุกบ้านมีติดครัวอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันพืชทุกชนิดจะมีไขมันดี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1335 days ago
Read More18/01/2023
ปอกเปลือกดูประโยชน์ 5 ผลไม้ตรุษจีน ไหว้ก็เฮง กินก็เฮลตี้
ในช่วงตรุษจีนหลายครอบครัวต้องไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้สำหรับไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในเทศกาลนี้ คือ ผลไม้ ซึ่งผลไม้ตรุษจีนก็มีหลายชนิดและเชื่อกันว่ากินแล้วจะเฮง ส่วนจะเฮงจริงไหมก็ต้องรอดู แต่ที่แน่ ๆ กินแล้วสุขภาพดีแน่นอน เพราะผลไม้เหล่านี้มีสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้หลายชนิด บทความนี้เลยจะชวนคุณมาปอกเปลือก 5 ผลไม้มงคลช่วงตรุษจีนเพื่อดูประโยชน์ต่อสุขภาพที่มาพร้อมกับความเชื่อกัน 5 ผลไม้ตรุษจีนกับประโยชน์ต่อสุขภาพ แค่เลขก็มงคลแล้ว ส่วนใหญ่ในช่วงตรุษจีนมักจะไหว้ผลไม้เป็นเลขคี่ ซึ่งเราก็จัดมาให้ถึง 5 ชนิดเลยทีเดียว 1. ส้มสีทอง ส้มสีทองหมายถึงความสุข ความโชคดี และโชคลาภ ซึ่งเรารู้กันดีว่าส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสารอาหารที่น่าสนใจในส้มก็ต้องเป็น วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ภายในร่างกาย หากเราได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำอาจช่วยลดความรุนแรงของโรคหวัด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวด้วย โดยส้มขนาดกลาง 1 ลูกให้วิตามินซีราว 70 มิลลิกรัม ซึ่งเกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการวันเลยทีเดียว (ผู้ชาย: 90 มก./วัน ผู้หญิง: 75 มก./วัน) การไหว้ส้มสีทองในช่วงเทศกาลจึงช่วยให้คุณผลไม้ที่อัดแน่นด้วยวิตามินซีกินไปสักพักเลย Fun Fact: รู้หรือไม่? ส้มเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี 2. กล้วยหอม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1335 days ago
Read More18/01/2023
สุขภาพจิตดีขึ้นได้ แค่ระบายออกมาด้วยแอปพลิเคชัน Alljit
ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมากขึ้นในยุคนี้ และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นและรุนแรงมากขึ้นด้วย หลายครั้งที่ผู้คนต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและรู้สึกโดดเดียวจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ ทั้งทางด้านจิตใจและอารมณ์ ซึ่งการมีตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชัน Alljit (ออลล์จิต) ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพจิตโดยเฉพาะสามารถช่วยคุณได้ Alljit สุขภาพใจ เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยคนไทยที่สร้างพื้นที่พูดคุยสำหรับคนที่มีความเครียด ความเศร้า ความเหงา และปัญหาด้านอารมณ์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้คนได้ระบายความในใจ ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการรักษาสุขภาพจิต แอปพลิเคชัน Alljit กับ 3 ฟีเจอร์เพื่อสุขภาพใจ แอปพลิเคชัน Alljit มีหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความต้องการทางใจที่แตกต่างกัน บางคนอาจอยากระบายความในใจ บางคนต้องการเพื่อนคุย บางคนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับจากความเครียด หรือต้องการกำลังใจ แอปพลิเคชันนี้ก็ตอบโจทย์ 1. รู้ปัญหาใจด้วยแบบประเมินสุขภาพ ในหน้าแรกของแอปพลิเคชันจะมีฟีเจอร์ที่ถามคุณว่า เครียดไหม? เศร้าไหม? หรือหมดไฟในการทำงาน ซึ่งการกดเข้าไปจะเป็นแบบประเมินเบื้องต้นที่วัดระดับความรุนแรงของความเครียด ความเศร้า และภาวะหมดไฟ ที่ช่วยให้คุณรู้ปัญหาของตัวเองมากขึ้น 2. ระบายความในใจโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นคุณ ในแอปพลิเคชัน Alljit คุณสามารถระบายความในใจได้หลายรูปแบบด้วยกัน รูปแบบที่ 1: การคุยกับแอดมินของแอปพลิเคชันที่เน้นไปที่การปรึกษาสุขภาพจิต เช่น หากคุณตอบแบบทดสอบในข้อแรกแล้ว คุณอยากรู้วิธีรับมือหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติมก็สามารถคุยกับแอดมินได้เลย แต่อาจจะต้องรอสักหน่อย เพราะเป็นฟีเจอร์ที่มีผู้ใช้งานค่อนข้างเยอะ รูปแบบที่ 2:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1335 days ago
Read More18/01/2023
ผลวิจัยเผย ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด แถมเสี่ยงโรค
ด้วยวัฒนธรรมอาหารไทยที่จัดจ้านและครบรส ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมักติดใจรสชาติใดรสชาติหนึ่งในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าการติดกินเค็มต้องเป็นนิสัยของใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว สังเกตจากเวลาไปร้านอาหารตามสั่งก็จะมีพริกน้ำปลาหรือน้ำปลาพริกวางไว้บนโต๊ะ จะกินอะไรก็ต้องมีน้ำจิ้มด้วยเสมอ ตามที่เรารู้มาตลอดการกินเค็มสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางการอีกหลายโรค แต่การศึกษาในปี 2022 พบว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อความเครียดได้ ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด? โซเดียมเป็นสารอาหารที่มาพร้อมกับความเค็ม ซึ่งโซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยรักษาการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย แต่แน่นอนว่าการกินโซเดียมมากหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าร่างกายขาดโซเดียม กล้ามเนื้อก็อาจเป็นตะคริว อ่อนล้า และไม่มีแรงได้เหมือนเวลาที่ท้องเสีย หรือถ้าได้รับโซเดียมมากไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจากความเค็มที่คนรู้จักกันดี แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อภาวะความเครียดด้วย การศึกษาจาก University of Edinburgh พบว่าสมองของหนูทดลองที่กินเค็มติดต่อกันผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับความเครียดออกมามากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าการกินเค็มไม่ได้แค่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์อย่างความเครียดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทำให้หนูทดลอง เราเลยต้องรอดูกันต่อไปว่าผลกระทบจากการกินเค็มต่อสมองของมนุษย์จะให้ผลแบบเดียวกันรึเปล่า กินเค็มแค่ไหนถึงจะไม่มากเกิน? การงดการกินเค็มไปเลยคงจะไม่ใช่เรื่องดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพและการใช้ชีวิต ซึ่งจริง ๆ ทุกคนสามารถอร่อยกับอาหารได้ทุกประเภททุกรสชาติถ้าไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ กรมอนามัยแนะนำว่าคนทั่วไปไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่มาบอกแบบนี้คงจะไม่เห็นภาพ เราขอยกตัวอย่างปริมาณโซเดียมในอาหารมาให้ทุกคนได้ดูกัน *ปริมาณโซเดียมเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของปริมาณโซเดียมในอาหารจากการสำรวจเท่านั้น จะเห็นได้ว่าแค่สุกี้น้ำชามเดียวก็ใช้โควตาโซเดียมต่อวันของเราไปเกินครึ่งแล้ว ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ เราเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ยากมาก ยังไม่รวมถึงรสชาติความนัวของผงชูรสที่จัดว่าเป็นโซเดียมประเภทหนึ่งด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1335 days ago
Read More
18/01/2023
ยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน จริงหรือ? ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด
เชื่อว่าแทบทุกคนเคยพยายามลดความอ้วน มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ไม่สามารถลดได้ตามที่ตั้งใจไว้ ยิ่งลดไม่ได้ก็ยิ่งกดดัน ยิ่งกดดันก็ยิ่งเครียด แล้วทำไมพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ยิ่งเครียดก็ยิ่งอ้วนเสียอย่างนั้น… ความเครียด มีหลายปัจจัยด้วยกัน บางคนเครียดเรื่องน้ำหนัก บางคนเครียดเรื่องเรียน เครียดเรื่องงาน เครียดเรื่องความรัก รู้หรือไม่ว่า ‘ความเครียด’ จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลกับการกินของเรา และท้ายที่สุดก็ทำให้อ้วนขึ้นด้วย ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด ‘ฮอร์โมนแห่งความเครียด’ หรือ คอร์ติซอล (Cortisol) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ สร้างขึ้นโดยต่อมหมวกไตที่อยู่บนไตของคุณ ทำหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต พร้อมทั้งปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกปล่อยออกมามากขึ้นเมื่อคุณอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ร่างกายก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นด้วยเช่นกัน สมองจึงกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความ ‘หิว’ นั่นเอง Cortisol ส่งผลต่อความอ้วนอย่างไร? อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า คอร์ติซอล จะตอบสนองได้ดีต่อความเครียด โดยเฉพาะคนที่มีความเครียดเรื้อรัง และเมื่อฮอร์โมนชนิดนี้ถูกหลั่งออกมามาก ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองจึงสั่งการให้ร่างกายหาน้ำตาลมาทดแทน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เวลาเครียดหลายคนมักจะหยิบช็อกโกแลต หรือขนมหวานต่าง ๆ มากิน และเมื่อได้ความหวานจากขนมเหล่านั้นก็จะรู้สึกดีขึ้นทันที นอกจากนี้ หากคอร์ติซอลหลั่งออกมามากผิดปกติยังทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวน โดยจะทำให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กับไขมัน ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อจะมีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกาย และหากกล้ามเนื้อน้อยลงเท่าไหร่ก็จะทำให้อ้วนง่ายมากขึ้นเท่านั้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1335 days ago
Read More18/01/2023
โยคะ vs พิลาทิส ต่างกันอย่างไร? และคุณควรเลือกเล่นอะไร?
หากพูดถึงการออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้านตนเอง นอกจากการคาดิโอด้วยการเต้นแอโรบิก หรือบริหารร่างกายด้วยท่าทางง่าย ๆ ตามคลิปวิดีโอที่มีสอนตามอินเทอร์เน็ตแล้ว การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือ การเล่นโยคะ และการเล่นพิลาทิส ซึ่งการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ บางคนอาจจะยังสงสัยว่าโยคะกับพิลาทิสต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อเท็จจริงความแตกต่างของการออกกำลังกายทั้ง 2 ชนิดนี้ เพื่อให้คุณได้เลือกแนวทางที่ใช่สำหรับตนเอง โยคะ (Yoga) การเล่นโยคะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดหยุ่นและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ โฟกัสที่ลมหายใจไปพร้อมกับการขยับร่างกาย ประโยชน์ของโยคะ คือช่วยเรื่องสุขภาพทำให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยคลายเครียด และช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี การเล่นโยคะ ได้รับความนิยมในกลุ่มของผู้หญิง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงมาก แถมไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมายก็สามารถเล่นได้ที่บ้าน เพียงแค่คุณมีเสื่อโยคะผืนเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้การฝึกโยคะก็มีหลายระดับ หากเป็นผู้เริ่มต้นต้องศึกษาท่าทางให้ดี หรืออาจจะต้องเล่นควบคู่ไปกับการมีผู้เชี่ยวชาญดูแล นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่แม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็สามารถออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ เพราะการเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายในระหว่างตั้งครรภ์แล้ว ยังสามารถช่วยเตรียมร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ที่สำคัญการหายใจช้า ๆ ระหว่างเล่นยังช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย พิลาทิส (Pilates) การเล่นพิลาทิส ถูกคิดค้นในปี ค.ศ.1920 โดยโจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates)…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1335 days ago
Read More18/01/2023
แค่กินก็กันแดดได้ ? ‘วิตามินกันแดด’ ได้ผลจริงหรือแค่กระแส
ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแดดและอากาศร้อน แม้ในความเป็นจริงแสงแดดจะมีข้อดี ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดี และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ข้อเสียของแสงแดดก็มีอยู่มากเช่นกัน สาว ๆ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในทุก ๆ วันไม่ว่ามีกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ครีมกันแดดถือเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ผิวไหม้ เท่านั้น แต่การตากแดดเป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาแดดจัด ยังทำให้ใบหน้าของคุณเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ร้ายแรงกว่านั้นอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ความสำคัญของครีมกันแดด ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้ออกกิจกรรมกลางแจ้งก็ควรทาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแสงที่มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปจนถึง SPF50 เพื่อการปกป้องที่ได้ประสิทธิภาพตามกิจกรรมที่ตนเองต้องเผชิญ และควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่ขณะเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนหรือบางคนอาจไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะจากครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดบางตัวที่ช่วยปกป้องสูงก็ต้องแลกมาด้วยความเหนียวข้นของครีม บางคนถึงกับไม่ยอมทาครีมกันแดดก็มี หรือบางคนไม่อยากทาซ้ำระหว่างวัน ซึ่งนวัตกรรมของครีมกันแดดในปัจจุบันก็ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเปลี่ยนสภาพสารกันแดดออกมาในรูปแบบอื่น ชนิดของผลิตภัณฑ์กันแดด ปัจจุบันกันแดดเนื้อครีมยังคงเป็นกันแดดที่ได้รับความนิยม เพราะใช้ง่ายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทาครีมบำรุงผิวอยู่ ที่สำคัญมีหลายแบรนด์ให้เลือกสรรตามแต่ละสภาพผิวของตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดเนื้อครีมก็อาจไม่เหมาะกับคนที่หน้ามันมาก ๆ หรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว กันแดดเนื้อเจลจะใช้ง่ายคล้ายกับกันแดดเนื้อครีม เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม เพราะเนื้อเจลจะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่หนักหน้า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1335 days ago
Read More18/01/2023
4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ ที่อาจช่วยให้คุณหายเร็วขึ้น
การเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอป่วยแล้วไม่ว่าใครก็อยากหายเร็ว ๆ ซึ่งการไปหาหมอก็เป็นวิธีที่ดี แต่เชื่อว่าเวลาไปหาหมอ นอกจากการบอกอาการที่เป็นแล้ว หลายคนมักนั่งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะถามอะไร บ้างก็ไม่กล้าคุยกับหมอ ทั้งที่เวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะช่วยให้คุณหายได้เร็วขึ้น อีกทั้งบางคนต้องลางานมาพบหมอหรือใช้เวลารอเป็นเวลานาน บทความนี้ได้รวบรวมวิธีที่จะช่วยให้การไปหาหมอของคุณในแต่ละครั้งมีคุ้มค่าคุ้มเวลามากยิ่งขึ้น 4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ หากคุณไปพบหมอ วิธีต่อไปนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่ละเอียด ปลอดภัย และอาจหายจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น 1. เตรียมข้อมูลให้พร้อม หลายครั้งที่พอเจอหน้าหมอแล้วเราก็ลืมเรื่องที่จะถามไปเสียอย่างนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือจด ซึ่งเราขอแนะนำให้คุณจดสิ่งต่อไปนี้ก่อนไปเจอหมอ พร้อมกับเล่าสิ่งที่จดมาให้หมอฟัง 2. คำถามสำคัญที่ต้องถาม แม้ว่าโดยส่วนมากหมอสามารถวินิจฉัยและให้ข้อมูลของโรคได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ลิสต์คำถามด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่มากขึ้น 3. พูดความจริง ไลฟ์สไตล์ของคนเราหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางครั้งไลฟ์สไตล์ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้ด้วย ซึ่งเวลาที่ไปหาหมอ บางคนอาจจะไม่กล้าหรือรู้สึกอายที่จะพูดเรื่องบางเรื่อง หรือตอบคำถามบางคำถามต่อคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเรื่องเพศและการใช้สารเสพติด หรือคนที่มีโรคประจำตัว อย่างคนเป็นโรคตับที่แอบดื่มเหล้า คนเป็นโรคปอดที่แอบสูบบุหรี่ทั้งที่หมอห้าม หรือผู้สูงอายุที่ไม่ได้ใช้ยาตามที่หมอบอก แต่ไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวหมอดุ ส่งผลให้ผลการวินิจฉัยอาจผิดเพี้ยนและไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด ทำให้การรักษาไม่ตรงจุด สิ่งที่น่ากังวลคือโรคบางโรคหากปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็อาจทำให้อาการเรื้อรังและรุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้ ด้วยเหตุผลนี้การตอบคำถามของหมออย่างตรงไปตรงมาคงจำเป็นต่อการรักษาอย่างยิ่ง และเชื่อเถอะว่าหมอเคยได้ยินมาหมดแล้ว 4. ถามซ้ำให้มั่นใจ การไปโรงพยาบาลที่มีคนไข้หนาแน่น หมออาจจำเป็นต้องจำกัดเวลาในการให้บริการ ซึ่งอาจทำให้ทุกอย่างดูเร็วไปหมด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1335 days ago
Read More
17/01/2023
‘กฎการนอน 90 นาที’ ตื่นมาไม่งัวเงียอีกต่อไป ทำได้จริงเหรอ?
เคยไหม? นอนหลายชั่วโมงแต่ทำไมตื่นมายังเพลียอยู่…ร่างกายรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย และงัวเงียอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน เพราะสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื่อว่าทุกคนถูกสอนมาว่าเราควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ถึงจะตื่นมาสดใส ไม่อ่อนเพลีย แต่มีใครเคยได้ยินเรื่อง ‘กฎการนอน 90 นาที’ บ้าง? เราจะพาทุกคนมารู้จักวิธีการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่แม้คุณจะนอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง แต่คุณจะไม่งัวเงียตอนตื่นอีกต่อไป ทำความรู้จัก ‘กฎการนอน 90 นาที’ สมองของคนเราทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามที่เรานอนหลับก็ตาม และการทำงานของสมองในช่วงเวลานอนหลับจะถูกแบ่งเป็นรอบ โดย 1 รอบจะอยู่ที่ 90 นาที แบ่งเป็น 80 นาที ของการหลับลึก และ 10 นาที ของการหลับตื้น เราเรียกการนอนหลับแบบนี้ว่า ‘การหลับแบบวงจร’ (Cycle) หากตื่นในช่วงเวลาของการหลับลึกก็จะทำให้ง่วง เพลีย แต่กลับกันหากตื่นในช่วงเวลาของการหลับตื้นก็จะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และรู้สึกนอนเต็มอิ่ม การหลับแบบวงจรแบ่งเป็น 2 ช่วง 1. ช่วงเวลานอนที่ไม่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (Non Rapid Eye…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1336 days ago
Read More17/01/2023
ไขข้อข้องใจ คำเตือน ‘Strobing Effect’ ก่อนดูซีรีส์ในเน็ตฟลิกซ์คืออะไร
หากคุณเป็นขาประจำเน็ตฟลิกซ์ คุณอาจเคยเห็น Trigger Warning หรือการแจ้งเตือนบริเวณด้านซ้ายบนของจอก่อนเริ่มวิดีโอ อย่างช่วงก่อนหน้าจะมีคำเตือนนี้ก่อนเริ่มอนิเมชัน ‘Cyberpunk: Edgerunners’ หรือในช่วงครึ่งหลังของ ‘Stranger thing’ ซีซั่นล่าสุดของก็มีคำเตือนนี้อยู่ด้วย โดยคำเตือนนี้มีอยู่ว่า Some scenes have a strobing effect that may affect photosensitive viewers. ‘บางฉากในภาพยนตร์หรือซีรีส์มีเอฟเฟกต์ที่มีแสงจ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ชมที่มีภาวะไวต่อแสงได้’ คุณเคยสงสัยไหมว่าคำเตือนนี้หมายถึงอะไร? หากอ่านเป็นไทยแล้วอาจรู้สึกงงยิ่งกว่าเดิม เอฟเฟกต์ที่มีแสงวูบวาบคืออะไร? ภาวะไวต่อแสงเป็นแบบไหน? แล้วทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? HfH (Hack for Health) และบทความนี้มีคำตอบ Photosentive คืออะไร? Photo ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปภาพ เพราะความหมายดั้งเดิมของคำนี้คือ ‘แสง’ ส่วน Sensitivity ก็หมายถึงภาวะที่ร่างกายไวต่ออะไรบางอย่างหรือถูกกระตุ้นได้ง่าย Photosentive หรือ Photosensitivity เลยหมายถึงภาวะไวต่อแสง โดยปกติแล้วคำนี้ใช้เรียกเมื่อร่างกายไม่ว่าจะส่วนใดก็ตามมีอาการไวต่อแสง อย่างผิวไวต่อแสงที่อาจมาจากโรคหรือการใช้ยา บางคนอาจจะดวงตาไวต่อแสง ทำให้มองแสงจ้าไม่ได้ ซึ่งร่างกายของคนที่มีภาวะนี้ต่างจากคนทั่วไปที่ร่างกายมีความทนทานต่อแสงมากกว่า ทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? ย้อนกลับไปเมื่อปี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1336 days ago
Read More
17/01/2023
จัดตารางออกกำลังกายด้วยแอปฯ 30 Day fitness at Home
เริ่มต้นปีใหม่ หลายคนคงตั้งเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายในปีนี้ และแน่นอนว่ายิ่งอายุมากขึ้นปัญหาสุขภาพก็เริ่มถามหา ส่วนใครที่ยังไม่เจอปัญหาสุขภาพก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เพราะเทรนด์โลกยุคนี้ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ดังนั้น เป้าหมายหลักในปีนี้ของใครหลาย ๆ คนจะต้องมีเรื่องลดน้ำหนัก หรือออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน แต่สำหรับใครที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้หลายปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที และกำลังมองหาตัวช่วยในการออกกำลังกาย รวมถึงดูแลเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์ แต่ไม่อยากเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ หรือนักโภชนาการอาหาร เรามีแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนก็สามารถสุขภาพดีได้ รู้จักแอปพลิเคชัน 30 Day Fitness at Home หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายแล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แอปพลิเคชันนี้ถือว่าตอบโจทย์ โดยแอปฯ จะถามข้อมูลส่วนตัวของคุณ ตั้งแต่ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง รูปร่างปัจจุบัน และรูปร่างที่ต้องการ พร้อมทั้งถามถึงเป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณ เช่น เพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ จากนั้นแอปฯ จะจัดสรรคลิปและโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณ เมื่อคุณใส่คำตอบเรียบร้อยแล้ว แอปพลิเคชันก็จะให้คุณออกแบบตารางออกกำลังกายของตนเองภายใน 30 วัน โดยคุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่วัน และวันละกี่นาที หรืออยากให้วันไหนเป็นวันพักผ่อนก็สามารถจัดแจงตารางได้เอง ซึ่งจำนวนวันออกกำลังกายที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 3-5 วัน/สัปดาห์ นั่นเอง หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะพาคุณเข้าสู่หมวดหมู่การออกกำลังกายมีทั้งแบบ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1336 days ago
Read More17/01/2023
สีที่ชอบหรือสีที่ใช่ ‘สีทาภายใน’ เลือกดี ส่งผลได้มากกว่าที่คิด
สีทาภายในเป็นตัวช่วยสำคัญในการแต่งแต้มสีสันภายในที่พักของคุณให้เป็นไปตามสไตล์ที่ชื่นชอบ ซึ่งมีหลากหลายเฉดสีให้คุณเลือกใช้ บทความนี้จะพาคุณมาดูวิธีเลือกสีทาภายในให้ตอบโจทย์และปลอดภัยต่อสุขภาพ การเลือกสีทาบ้านในให้ตอบโจทย์อาจไม่แค่เรื่องของการเลือกสีที่ถูกใจเท่านั้น เพราะหากคุณเลือกสีให้ดีอาจช่วยทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นด้วย สีทาภายในกับอารมณ์และสมอง หลายคนคงทราบกันดีว่าสีสันส่งผลต่ออารมณ์และสมอง ซึ่งการเลือกสีทาภายในตามหลักจิตวิทยานั้นน่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้ห้องของคุณดูสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับอารมณ์และกระตุ้นการทำงานของสมองในด้านที่แตกต่างกันออกไปด้วย หากย้อนกลับไปสมัยเรียน หลายคนคงพอผ่านตาเรื่องของวรรณะสีกันมาบ้าง เช่น สีโทนร้อน อย่างสีส้ม สีเหลือง สีแดงให้ความรู้สึกอบอุ่น ส่วนสีโทนเย็น อย่างสีฟ้า สีเขียวให้ความรู้สึกเย็นสบาย แต่เรื่องของสีกับอารมณ์ไม่ได้มีแค่นั้น มาดูดัวอย่างกัน นอกจากนี้ยังมีอีกสารพัดสีที่มีคาแรกเตอร์และส่งผลต่ออารมณ์ในแบบที่แตกต่างกันออกไป อย่างสีแดงที่ควรเลี่ยงสำหรับห้องทำงาน เพราะอาจมีผลต่อการคิดวิเคราะห์ได้ หรือจะเป็นเรื่องของเฉดสีและโทนสี ความเข้มอ่อนก็ส่งผลด้วยเช่นกัน ผลกระทบสุขภาพจากสีทาภายใน ถัดมาเรามาคุยเรื่องสีทาภายในกับสุขภาพกันบ้าง โดยสีทาภายในล้วนแต่ผลิตจากสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นสารทำละลายและ VOCs ที่เป็นสารระเหยที่ลอยอยู่ในอากาศ นอกจากนี้ ยังมีสารเคมีอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไปตามฟังก์ชัน อย่างสีลบได้ สีกันน้ำ หรือสีป้องกันรอยขีดข่วนก็จะมีสารชนิดอื่นผสมมาด้วย การหาข้อมูลเรื่องสารเคมีในสีทาบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าหากเลือกไม่ดีก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้ เช่น แม้ว่าผลข้างเคียงเหล่านี้จะพบได้น้อยและไม่ค่อยรุนแรง แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ทุกครั้งที่ต้องสัมผัสกับสีทาภายในก็ควรสวมอุปกรณ์ อย่างถุงมือ หน้ากากอนามัย และแว่นตาป้องกันสารเคมีเสมอ ระหว่างทาก็ควรพักออกไปสูดอากาศด้านนอกบ่อย ๆ และเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศให้เทอยู่ตลอด นี่ก็คือวิธีเลือกและวิธีใช้สีทาภายในให้ตอบโจทย์และปลอดภัย โดยสีที่เราได้ยกตัวอย่างเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น คุณสามารถเลือกสีที่ชอบให้กับห้องไหนในบ้านของคุณได้ตามใจชอบ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1336 days ago
Read More17/01/2023
ไม่อยากปวดหลังอย่ามองข้าม! เก้าอี้ทำงานสำคัญกว่าที่คิด
วัยทำงานคงคุ้นเคยกับอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และรู้กันดีว่าอาการเหล่านี้คืออาการของ โรคออฟฟิศซินโดรม หลายคนเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยการไปพบหมอนวด หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการเป็นครั้งคราวไป ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ก็มาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และที่สำคัญเก้าอี้ที่ใช้นั่งทำงานเป็นประจำอาจไม่เหมาะกับสรีระของตนเอง ทำให้เกิดการเกร็งตามคอ บ่า ไหล่ จนเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง เพราะฉะนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานจึงมีความสำคัญกว่าที่คิด เลือกเก้าอี้อย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันเก้าอี้สำนักงาน หรือเก้าอี้ทำงานมีให้เลือกสรรมากมาย แต่การตามหาเก้าอี้ที่จะพอดีกับสรีระของตนเองอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงควรเลือกเก้าอี้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีพนักพิงศีรษะ อาการปวดคอ เกิดจากการนั่งเกร็งช่วงบริเวณลำคอและศีรษะเป็นเวลานาน ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื้อเก้าอี้ทำงานจะต้องเลือกเก้าอี้ที่มีที่พนักพิงศีรษะ ที่สำคัญต้องสามารถปรับขึ้น-ลง ให้เหมาะสมกับช่วงลำคอของคุณได้ 2. เลือกเก้าอี้ที่ปรับลดระดับได้ เก้าอี้แต่ละประเภทถูกสร้างมาโดยไม่ได้จำเพาะตัวบุคคล การเลือกซื้อเก้าอี้จึงจำเป็นต้องทดลองนั่งก่อนและให้เลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับขึ้น-ลง ตามความสูงของตัวคุณได้ วิธีสังเกตเบื้องต้น คือ ไม่เลือกซื้อเก้าอี้ที่มีความสูงใหญ่ หรือตัวเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตัวคุณนั่นเอง เพราะหากนั่งเก้าอี้ที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจทำให้นั่งไม่สะดวกสบาย และทำให้ปวดช่วงลำตัว หรือบริเวณช่วงเอวได้ 3. มีที่วางแขน อาการปวดบ่าหลัก ๆ มาจากการนั่งพิมพ์งานเป็นเวลานาน โดยที่แขนจะต้องยกอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง ปวด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1336 days ago
Read MorePR Partners
See All14/09/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 14 hours ago
WORKTech Asia 2026 ชู ‘Build the Autonomous Enterprise’ จุดกระแสองค์กรไทยเร่งปรับโครงสร้างสู่ยุค AI ทำงานร่วมคน
งาน WORKTech Asia 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Build the Autonomous Enterprise’ ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ BHIRAJ HALL 2–3, BITEC บางนา โดยมีผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กร และคนทำงานด้านเทคโนโลยีจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมด้วยบูทจัดแสดงโซลูชันจากพันธมิตรธุรกิจกว่า 80 บูท เพื่อร่วมกันสำรวจอนาคตของการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Workforce องค์กร งาน WORKTech Asia 202611/09/2026
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท
บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน กล่าวว่า การพัฒนาสิทธิประโยชน์ในช่วงที่ผ่านมาอิงจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก ซึ่งพบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ที่นำไปใช้ได้จริง มีความคุ้มค่า และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลังเปิดตัว บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน โฉมใหม่ ซึ่งมอบคะแนน The 1 สูงสุด 4 เท่า และส่วนลดสูงสุด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More10/09/2026
Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 days ago
Read More




























