Tags
| สุขภาพ
25/11/2024
กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 510 days ago
6 เสาหลักป้องกันอัลไซเมอร์ | แนวทางสู่สุขภาพสมองที่ดี
โรคอัลไซเมอร์เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าเราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงเล็กน้อย ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ 6 เสาหลักในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่คุณสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน 1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แม้ว่าจะไม่สามารถลดความเสี่ยงลงได้มากมายถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ตามที่มีการกล่าวอ้างกันในโลกออนไลน์ แต่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพสมองอย่างแน่นอน คำแนะนำ 2. กระตุ้นสมองด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ การใช้สมองอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพสมอง ซึ่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังช่วยสร้าง "กำลังสำรอง" ให้กับสมองอีกด้วย คำแนะนำ การฝึกฝนสมองตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับสุขภาพสมองในระยะยาว 3. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสมอง อาหารที่เรารับประทานมีผลโดยตรงต่อสุขภาพสมอง การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ คำแนะนำ 4. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพสมอง การนอนน้อยหรือนอนไม่หลับอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองในระยะยาว คำแนะนำ สำหรับผู้สูงอายุ การงีบหลับสั้น ๆ ในช่วงกลางวัน (ไม่เกิน 1 ชั่วโมงและก่อนบ่าย 3 โมง) อาจเป็นประโยชน์ แต่ควรระวังไม่ให้กระทบต่อการนอนในเวลากลางคืน 5. จัดการความเครียด ความเครียดเรื้อรังและอาการซึมเศร้าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ การจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพสมอง คำแนะนำ แม้ว่าความเครียดจะไม่ได้ทำให้เซลล์สมองทำลายตัวเองโดยตรง…22/04/2024
Retail Therapy แก้เครียดด้วยการช็อปปิ้งที่อาจทำให้คุณเครียดกว่าเดิม
แค่ออกไปช็อปปิ้ง (ราชบัณฑิตยสภาพ: ชอปปิง)ก็ช่วยลดความเครียดได้จริง! แต่ระวังช็อปหนักไป เครียดกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัว ในวงการจิตวิทยาเราเรียกการออกไปช็อปปิ้งสิ่งนี้ว่า “Retail Therapy” หรือการบำบัดใจด้วยการช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ และเป็นกันทั่วโลก นักวิจัยจาก Pennsylvania State University เคยทำแบบสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพบว่า 62 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาออกไปช็อปปิ้ง เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เหตุผลที่ทำให้การช็อปปิ้งทำให้เรามีอารมณ์ที่ดีขึ้น ก็เพราะว่า การออกไปซื้อของหรือเลือกสินค้าต่าง ๆ ทำให้เรากลับมาโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แทนที่จะเอาใจไปจดจ่ออยู่กับความทุกข์ และยังทำให้เราสัมผัสอำนาจในตัวเอง ที่อยากจะตัดสินใจซื้ออะไรก็ได้ และรู้สึกว่าเราควบคุมชีวิตของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใช้เงินแบบไม่บันยะบันยัง ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าไม่มีเงินใช้จ่ายพอกับเรื่องอื่น ๆ หรือสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเพราะเป็น “หนี้” ดังนั้น คุณสามารถออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดได้ แต่ก็อย่าลืมบริหารงบของตัวเองให้ดี ๆ และการทำ Retail Therapy ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของชิ้นใหญ่ หรือซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป แค่ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ ราคาแค่ไม่กี่บาทก็ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว เพราะวิธีคลายเครียดที่ดี ควรเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาเพิ่มเติม และการเลือกซื้อของที่คุณชอบจริง ๆ หรือซื้อมาแล้วใช้งานได้จริง ก็จะทำให้คุณเกิดความแฮปปี้มากขึ้นเข้าไปอีกภูษิต เรืองอุดมกิจ | 727 days ago
Read More19/04/2024
แค่เดิน ก็เบิร์นได้ | 5 ประโยชน์ของการเดิน ที่มากกว่าการออกกำลังกาย
การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ประหยัดและปลอดภัย แค่เดินครั้งละ 10 นาที สะสมให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ (รวม 150 นาทีต่อสัปดาห์) จะมีผลอย่างมากมายกับร่างกายของเราแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง และสำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักอยู่ หากใช้วิธีเดินเร็ว 45–60 นาทีต่อครั้ง ก็จะช่วยให้เห็นผลได้เร็วยิ่งขึ้น ระหว่างการวิ่งและการเดิน อันไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่ากัน? “การเดิน” เป็นการใช้ความหนักในการออกกำลังกายไม่มาก ทำให้ได้ระยะทางไกลกว่าและเผาผลาญไขมันมากกว่าแป้ง ส่วน “การวิ่ง” เป็นการใช้ความหนักในการออกกำลังกายที่มากกว่าและเหนื่อยเร็วกว่า ดังนั้น การวิ่งเร็ว ๆ ไม่เกิน 30 นาที แล้วต้องหยุด (เพราะเหนื่อย) จึงไม่สามารถลดไขมันได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการจะลดไขมันให้ได้นั้น ไม่ได้วัดกันที่การออกกำลังกายแบบไหนเผาผลาญได้มากกว่า แต่ต้องดูว่าทั้งวันเราใช้พลังงานมากน้อยเท่าไหร่ด้วย 5 ประโยชน์จากการเดิน ประโยชน์ของ “การเดิน” นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังที่มีผลดีต่อสุขภาพอีกมากมาย สรุปได้ 5 ประการหลัก ๆ ดังนี้ การเดินทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มการสูบฉีดเลือด โดยหัวใจของคนเราจะเต้นเร็วในระหว่างเดินเร็ว เมื่อเวลาผ่านไปก็จะทำให้หัวใจสามารถส่งเลือดไปยังส่วนต่าง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 730 days ago
Read More09/04/2024
รู้จัก “ภาวะ MCI” รู้ทันก่อนสมองเสื่อม
คุณเริ่มขี้ลืมแล้วหรือเปล่า ? คนในครอบครัวคุณเคยเผลอหลงลืมเอาของสำคัญ เช่น กุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ ไว้ในตู้เย็นหรือไม่ ? ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างสมบูรณ์ไปเมื่อปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรสูงอายุภายในประเทศ ซึ่งมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ และหนึ่งในนั้น คือ “ภาวะสมองเสื่อม” ซึ่งโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะสมองเสื่อมที่พบได้มากที่สุด และพบได้ทั่วโลกเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่ว่า หากเรารู้จักสังเกต “สัญญาณเตือน” ก่อนเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมทั้งของตนเอง หรือบุคคลในครอบครัวได้ตั้งแต่มีอาการระยะเริ่มแรก การปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมโดยเร็วที่สุด อาจช่วยแก้ไขสาเหตุหรือชะลอการดำเนินโรคของภาวะสมองเสื่อมได้ มารู้จักกับ “ภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย” หรือ MCI (Mild Cognitive Impairment) ที่เริ่มพบได้บ่อยตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไปกันครับ สมองแค่บกพร่อง แต่ยังไม่ถึงขั้นเสื่อม ภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เอ็มซีไอ (MCI) เป็นสัญญาณเตือนหรือสัญญาณเริ่มต้นที่อยู่ระหว่างภาวะความสามารถของสมองถดถอยปกติตามวัย (Normal Aging) กับ ภาวะสมองเสื่อม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 740 days ago
Read More10/01/2023
แดดแรงแค่ไหนก็ไม่กลัว ด้วยแอปพลิเคชัน UVLens
แสงแดดและรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผิวได้โดยตรง ตั้งแต่ปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวอ่อนแอ ผิวไหม้แดด เสี่ยงต่อโรคผิวหนัง และที่น่ากังวลที่สุดคือรังสียูวีเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งแดดเมืองไทยก็ร้อนแทบตลอดทั้งปี การปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อเลี่ยงปัญหาผิว UVLens เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้การป้องกันผิวจากรังสียูวีมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแอปพลิเคชันนี้จะบอกความเข้มข้นของรังสียูวีในแต่ละช่วงเวลา พร้อมให้คำแนะนำในการปกป้องผิวและอีกหลากหลายฟีเจอร์ที่คนรักผิวไม่ควรพลาด UVLens ใช้งานอย่างไร มีฟีเจอร์อะไรบ้าง? คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน UVLens ลงบนสมาร์ตโฟนได้ทั้ง iOS และ Android ส่วนวิธีใช้งานก็ง่ายมาก เมื่อเข้าไปในแอปพลิเคชันจะมีการขอเข้าถึงโลเคชันหรือสถานที่ของคุณเพื่อความแม่นยำในการระบุความเข้มข้นของแสงยูวีในแต่ละพื้นที่ พอกดตกลงแอปพลิเคชันจะดึงข้อมูลสถานที่ให้อัตโนมัติ หน้าแรกด้านบนสุดคุณจะเห็น (1) ข้อมูลโดยรวม ทั้งอุณหภูมิ ปริมาณก้อนเมฆ ช่วงเวลาที่คุณควรระวังแสงยูวี และตำแหน่งที่คุณอยู่ โดยตรงตำแหน่งที่ตั้ง คุณสามารถแตะเพื่อเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นที่คุณต้องการได้ (2) ถัดมาคือฟีเจอร์ไฮไลต์ของ UVLens ซึ่งก็คือนาฬิกายูวีที่ทำหน้าที่ในการบอกว่าในแต่ละช่วงเวลามีความเข้มข้นของรังสียูวีมากน้อยแค่ไหน คุณสามารถใช้นิ้วแตะเพื่อนเลื่อนเพื่อดูความเข้มข้นของรังสียูวีได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ระดับด้วยกัน ส่วนด้านล่าง สามารถเลือกดูความเข้มข้นของรังสียูวีในส่วนของวันนี้และวันพรุ่งนี้ได้ เมื่อใช้รวมกับฟีเจอร์เปลี่ยนสถานที่ในข้อ (1) จะเหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางหรือไปเที่ยวต่างสถานที่ เพราะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือกับแสงแดดและสภาพอากาศได้มากขึ้น (3) My Skin เป็นฟีเจอร์ที่ให้คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นเพศ สีตา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1195 days ago
Read More29/12/2022
4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นตลอดหน้าหนาว
แม้หน้าหนาวเมืองไทยจะอยู่ไม่นานและไม่ได้หนาวอย่างที่เราหวังไว้ทุกปี แต่ปัญหาผิวแห้งก็เกิดขึ้นได้ เพราะความชื้นในอากาศลดลง พอความชื้นในอากาศต่ำกว่าผิวเรา น้ำในผิวจะถูกดึงออกไปจากผิวชั้นนอก การเผชิญลมหนาวในช่วงปลายปีหรือการอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ อาจพรากความชุ่มชื้นในผิวหนังออกไปจนเกิดปัญหาผิวแห้งแตก เป็นขุย เกิดอาการคันและระคายเคืองง่ายจนส่งผลต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตได้ การดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอเลยเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจและทำเป็นประจำไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบไหนก็ตาม และหากคุณผิวแห้งเป็นทุนเดิมก็ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ บทความนี้เลยเอา 4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นเพื่อป้องกันผิวแห้งที่ใช้ได้ทั้งในช่วงหน้าหนาวและตลอดปีมาฝากกัน 4 วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้น การเติมความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้ง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและเลือกสกินแคร์ให้เหมาะสมก็เพียงพอแล้ว 1. อาบน้ำอุ่นได้ แต่อย่านานเกิน การอาบน้ำอุ่นเป็นทางรอดในหน้าหนาวที่หลายคนเลือกใช้เมื่อเผชิญกับน้ำและอากาศที่เย็นขึ้น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสบายตัว แต่การอาบน้ำอุ่นเพลินเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งได้ รวมถึงคนที่ชอบการอาบน้ำที่ร้อนจัด เพราะน้ำที่อุณหภูมิสูงจะชะล้างไขมันบนชั้นผิวออกมากเกินไป รวมถึงไขมันบนชั้นผิวที่ช่วยเคลือบผิวเพื่อป้องกันน้ำในชั้นผิวระเหยด้วย โดยเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำคือ 5–10 นาทีสำหรับการอาบน้ำแต่ละครั้งไม่ว่าจะน้ำอุณหภูมิไหนก็ตาม และอีกหนึ่งเคล็ดลับคือการใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว หากสบู่ที่ใช้อยู่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้ แนะนำว่าไปหาซื้อสบู่หรือครีมอาบน้ำใหม่จะดีกว่า เพราะความรู้สึกแห้งตึงหลังทำความสะอาดนั้นหมายถึงสารทำความสะอาดที่แรงต่อผิวเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อปัญหาผิวแห้งและระคายเคืองได้ 2. ทาสกินแคร์หลังอาบน้ำทันที อาบน้ำเสร็จแล้วใช่ว่าจะจบ เพราะต่อให้คุณอาบน้ำตามเวลาหรือแม้แต่อาบน้ำเย็น สบู่ที่ฟอกผิวก็กำจัดไปทั้งสิ่งสกปรกและไขมันบนผิวบางส่วนออก หลังอาบน้ำจึงเป็นช่วงเวลาที่น้ำในชั้นผิวเสี่ยงต่อการระเหยออกมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาทองของการเติมความชุ่มชื้นและสารบำรุงให้ผิว การทาครีมหลังอาบน้ำขณะที่ผิวยังหมาด ๆ จะช่วยให้น้ำที่หลงเหลือบนผิวและมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ซึมสู่ผิวและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ยิ่งถ้าสกินแคร์ของคุณมีสารบำรุง ช่วงเวลานี้แหละที่คุณไม่ควรพลาด 3. เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ตามสภาพผิว ไม่ว่าผิวแบบไหนก็ต้องการความชุ่มชื้น แม้ว่าคุณจะเป็นคนผิวมันก็ตาม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1207 days ago
Read More29/12/2022
บอกเทคนิค กิน ‘หมูกระทะ-ชาบู’ ยังไงให้สุขภาพดี!
ไหนใครสายหมูกระทะ-ชาบูบ้าง ? เชื่อว่าการกินบุฟเฟต์ปิ้ง ย่าง หมูกระทะ ชาบู กลายเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน แต่สำหรับใครที่กำลังคุมน้ำหนักเห็นทีคงโอดครวญ เพราะการกินบุฟเฟต์แทบจะเป็น ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับคนที่กำลังอยากลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ แต่หากคุณอยากกินนาน ๆ ครั้ง ยิ่งช่วงเทศกาลแบบนี้ขอสักหน่อยคงไม่เป็นไร เรามีเทคนิคการกินหมูกระทะ-ชาบู แบบไม่ต้องกลัวอ้วน และบอกเลยว่าเมนูนี้กินแล้วสุขภาพดีกว่าที่หลายคนคิด! 1. ไม่กินเนื้อสัตว์ติดมันและอาหารแปรรูป ทราบกันดีว่าเมนูที่ติดมันมักจะอร่อยเสมอ ทั้ง หมูสามชั้น ทั้งเบคอน ให้ห้ามคงยาก แต่ถ้าเป็นไปได้ให้ควบคุมปริมาณการกินน่าจะดีกว่าการหักดิบไม่กินเลย หรือลองเปลี่ยนมาสั่งเนื้อที่ไขมันน้อย เช่น เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนพวกลูกชิ้นและไส้กรอกต่าง ๆ ที่เป็นอาหารแปรรูปเลี่ยงได้เลี่ยง เพราะมีทั้งแป้งและโซเดียมทำให้เกิดอาการตัวบวมน้ำได้ ที่สำคัญเนื้อไก่มีโปรตีนสูงเหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้ออีกด้วย 2. สั่งซุปน้ำใส เดี๋ยวนี้เวลาไปกินชาบูแต่ละร้านก็มักจะมีน้ำซุปให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นซุปน้ำใส ซุปน้ำดำ หรือซุปต้มยำ ทางเลือกสำหรับสายสุขภาพก็คือ ควรเลือกซุปน้ำใส เพราะมักเป็นซุปที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุด ปริมาณโซเดียมไม่เยอะเท่าน้ำซุปชนิดอื่น แต่ถามว่าพอสั่งซุปน้ำใสแล้วเราจะมาสามารถซดน้ำได้อย่างสบายใจหรือไม่ บอกเลยว่าถึงอย่างไรในน้ำซุปใสก็มีโซเดียมอยู่ดี เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการซดน้ำเยอะ ๆ เพราะโซเดียมจะทำให้ตัวบวมได้ เกร็ดเล็ก ๆ วิธีแก้ตัวบวมจากโซเดียมง่าย ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1207 days ago
Read More28/12/2022
สุดเหวี่ยงกับวันหยุด แล้วกลับมาเศร้าสุด ๆ กับ Post-Holiday Blue
ช่วงวันหยุดยาวคงหลายคนคงได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกิน จะนอน ไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นกันแบบสุดเหวี่ยง แต่เคยสังเกตไหมว่า พอกลับมาทำงานหลังจากวันหยุดยาวมักจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทำงาน หมดไฟ ทำงานไม่เสร็จ บางคนถึงกับดูซึมลงจนเพื่อนร่วมงานเข้ามาทัก ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจมาจากภาวะที่เรียกว่า Post-Holiday Blue หรือ Post-Vacation Blue Post-Holiday Blue คืออะไร? Post-Holiday Blue เป็นภาวะทางอารมณ์ที่พบได้หลังช่วงวันหยุดยาว เหตุผลก็มาจากการที่ในช่วงหยุดยาวเราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ได้ทำสิ่งที่ชอบ เกิดความทรงจำและความรู้สึกที่ดีมากมาย ซึ่งสมองและความรู้สึกยังคงต้องการและผูกติดกับสิ่งเหล่านั้นอยู่ แต่พอตัดภาพมาวันถัดไปที่ต้องทำงาน บางคนต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เจอรถติด บางคนอาจจะต้องทำงานเดิมซ้ำ ๆ หรือต้องทำงานภายใต้ความเครียดหรือความกดดัน ซึ่งแตกต่างจากโมเมนต์ดี ๆ ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาลิบลับ ผลลัพธ์เลยอาจออกมาเป็นความเศร้า ความเครียด ไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ คิดงานไม่ออก หรืออารมณ์ไม่ดี แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่นอกจากการกลับมาทำงานหลังหยุดยาวแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็อาจเพิ่มโอกาสของภาวะนี้ได้ด้วย เช่น บรรยากาศช่วงปลายปี ฟ้าครึ้ม อากาศที่เย็นลง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจผลต่อกลไกบางอย่างของสมอง พักผ่อนน้อยจากการสังสรรค์หรือเดินทาง หรืองบการไปเที่ยวนั้นบานปลายกว่าที่คิดไว้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1208 days ago
Read More28/12/2022
ดื่มยังไงให้ตื่นไหว? 5 เคล็ดลับไม่กลัวแฮง พร้อมฉลองปีใหม่
เทศกาลสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กำลังจะมาถึงอีกปี หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่เฉลิมฉลอง หรือบางคนก็อาจจะกินเลี้ยงและพักผ่อนกับครอบครัวตนเอง ส่วนสายดื่มทั้งหลายอาจจะตั้งใจเมาข้ามปีกันไปเลย แต่หากคุณรู้ตัวว่าวันรุ่งขึ้นยังมีภารกิจต้องทำ และอาจไม่ชอบความรู้สึกเวลาแฮงหรือเมาค้าง เรามีเคล็ดลับดื่มได้นาน เมาช้า และไม่เมาค้างในวันรุ่งขึ้นมาฝาก 1. อย่าปล่อยให้ท้องว่าง เคยสังเกตไหมว่าเวลาดื่มแอลกอฮอล์ทีไร หากปล่อยให้ท้องว่างไม่ได้รับประทานอาหารก่อน มักจะรู้สึกมึนเมาง่ายและไวมากกว่าปกติ นั่นเพราะว่าการปล่อยให้ท้องว่างแล้วดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ระบบทางเดินอาหารดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากในกระเพาะไม่มีอาหารให้ดูดซึมนั่นเอง การรับประทานข้าวหรือของว่างก่อนดื่มก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ช้าลง และไม่เมาไว 2. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ต่อให้ตั้งใจว่าจะดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มหลักของคืนนี้ แต่น้ำเปล่าก็ยังจำเป็นต่อร่างกายเสมอ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ การดื่มน้ำระหว่างดื่มแอลกอฮอล์ก็จะช่วยเติมน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป อีกทั้ง น้ำเปล่ายังเข้าไปทำให้แอลกอฮอล์ในเลือดจางลง ดังนั้น หากอยากเน้นดื่มสนุกไม่เมาไว หรือเมาค้างในวันรุ่งขึ้นก็อย่าลืมหันมาจิบน้ำเปล่าบ้าง 3. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิดผสมกัน ทุกคนที่เคยผ่านประสบการณ์ ‘ดื่มผสม’ ก็คงจดจำความรู้สึกได้ดี เพราะการดื่มผสมไม่เพียงแต่ทำให้เมาเร็วกว่าปกติเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบตอนตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นอีกด้วย เพราะในแอลกอฮอล์มีสาร Congeners ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการหมักแอลกอฮอล์ หากดื่มในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง และการดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภทผสมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไวน์ เหล้า เบียร์ หรือโซจู ก็อาจทำให้คุณดื่ม Congeners ในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้รู้สึกเมาง่าย และเมาค้าง คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1208 days ago
Read More22/12/2022
ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด?
หลับในระหว่างขับรถเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้ของอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้สถิติจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมจะระบุว่าพบอุบัติเหตุจากการหลับในแค่เพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่คนขับหลับในอาจทำให้เกิดการสูญเสียได้ไม่ต่างจากสาเหตุอื่น ทั้งทรัพย์สิน อวัยวะ และชีวิต ทั้งต่อตัวคนขับและคนอื่น ๆ ปัจจัยที่ทำให้หลับในระหว่างขับรถเกิดได้ทั้งจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ โรคเกี่ยวกับการนอน การใช้ยาที่ทำให้ง่วงซึม การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงความเหนื่อยล้าสะสม แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เวลาในช่วงที่ขับขี่ก็ส่งผลอาจเพิ่มความเสี่ยงของการหลับในได้เช่นเดียวกัน Hack for Health จะพาคุณไปดูช่วงเวลาที่คนมักจะหลับในกัน ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด? คุณเคยมีประสบการณ์ง่วงตอนขับรถ ขณะทำงาน หรือขณะเรียนไหม? หากมีก็คงจะพอรู้ว่าสติ สมาธิ และความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ลืมตาไม่ขึ้น หรือบางคนก็ถึงขั้นสัปหงก แต่เคยสังเกตไหมว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงไหนของวัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าคนมักจะหลับในได้บ่อยใน 2 ช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงเวลาแรก: เที่ยงคืน ถึง 6 โมงเช้า การจะรู้สึกง่วงในช่วงเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับ เดิมทีร่างกายมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ (Circadian rythm) อยู่ พอตกกลางคืนขึ้นร่างกายก็จะเริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อน หลั่งสารที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้ร่างกายและสมองผ่อนคลายพร้อมนอนหลับเลยทำให้คุณรู้สึกง่วงแบบสุด ๆ จึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุจากการหลับในจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลานี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1214 days ago
Read More22/12/2022
Holiday Heart Syndrome โรคฮิตช่วงหยุดยาว
ทุกเทศกาลและวันหยุดยาว อย่างช่วงปีใหม่และสงกรานต์ การเฉลิมฉลองด้วยอาหารและการตั้งวงสังสรรค์ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทย และไม่ใช่แค่คืนเดียวเท่านั้น หลายคนอาจฉลองด้วยต่อเนื่องกันหลายคืน Hack for Health เลยอยากพาคุณไปรู้จักกับ Holiday Heart Syndrome หรือ โรคหัวใจในวันหยุด ที่อาจถามหาเมื่อคุณปาร์ตี้มากเกินไป Holiday Heart Syndrome คืออะไร? Holiday Heart Syndrome เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเรียกง่าย ๆ ว่าภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิดหนึ่งก็ได้ แต่ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Holiday Heart Syndrome ก็เพราะว่าในช่วงหยุดยาวและหลังหยุดยาว คนมักมาโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้กันบ่อยขึ้น แม้เดิมทีจะพบได้ตลอดปีอยู่แล้วก็ตาม ปัจจัยก็มักมาจากการที่ผู้คนเฉลิมฉลองด้วยการกินดื่มในปริมาณที่มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงเทศกาล โดยเฉพาะอาหารที่รสเค็มจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บวกกับบางคนได้มาเจอครอบครัวหรือเพื่อนที่มีเรื่องราวให้คุยกันมากมาย ทำให้พักผ่อนน้อยก็อาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ง่ายขึ้น เพราะหัวใจทำงานหนักขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่นอนน้อย ปาร์ตี้หนักก็อาจเจออาการของภาวะนี้ได้ เช่น อาการ Holiday Heart Syndrome มักไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หากใครมีอาการติดต่อกันนานหรือดูรุนแรงกว่าปกติ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1214 days ago
Read More18/11/2022
Chris Hemsworth ตรวจพบยีนเสี่ยง มีแนวโน้มเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนปกติ 8-10 เท่า!
นักแสดงหนุ่ม คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) เปิดเผยในสารคดี ‘Limitless with Chris Hemsworth’ ว่าตรวจพบยีนที่มีแนวโน้มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไป 8-10 เท่าประภาส อยู่เย็น | 1248 days ago
Read More26/08/2022
กลับมาอีกแล้ว! ‘ไข้หวัดมะเขือเทศ’ กำลังระบาดในอินเดีย โดยเฉพาะในเด็ก
ประเทศอินเดียกำลังพบเจอกับไวรัสตัวใหม่ที่เรีกยว่า 'ไข้หวัดมะเขือเทศ' ซึ่งเริ่มระบาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่เด็กเล็ก จนทำให้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเร่งศึกษาเพื่อออกคำแนะนำด้านสุขภาพ หลังพบเคสติดเชื้อกว่า 100 รายในประเทศแล้วศิวกร ปล้องใหม | 1332 days ago
Read More22/08/2022
ไม่ใช่แค่เบาหวานแล้ว! นักวิจัยทดลองให้หนูกินน้ำอัดลม 2 เดือน พบว่าหนู ‘ฉลาดน้อยลง’
เรารู้กันดีว่าการดื่มน้ำอัดลมจำนวนมากอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ แต่จริง ๆ มันอาจส่งผลถึงสมองด้วย ในการศึกษาไม่นานมานี้ ทีมวิจัยค้นพบว่าการให้น้ำอัดลมแก่หนูอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองของพวกมันได้รับความเสียหายมากพอจนเกิดปัญหาด้านความจำ สติปัญญา และความเครียดได้ศิวกร ปล้องใหม | 1335 days ago
Read More24/05/2022
ผลการศึกษาเผย สัมผัสมลพิษทางอากาศ-ฝุ่น PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’
การศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารชีวจิตเวชศาสตร์ (Biological Psychiatry) ระบุว่าการสัมผัสมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (Cognitive Decline) และอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ก่อนเวลาอันควรวาณิชชา สายเสมา | 1426 days ago
Read More15/04/2022
หมอขอร็อก! วิจัยเผย แพทย์ที่ฟังเพลงร็อกวง ‘AC/DC’ ระหว่างผ่าตัด จะทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่าเดิม ยิ่งเปิดดังยิ่งดี!
การฟังเพลงไม่ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตเพียงแค่ให้ความบันเทิงเริงใจเท่านั้น ล่าสุด ผลงานการวิจัยของประเทศเยอรมนีได้เปิดเผยว่า การฟังเพลงของวงร็อกระดับตำนาน มีส่วนช่วยทำให้การผ่าตัดมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นประภาส อยู่เย็น | 1465 days ago
Read More31/03/2022
ย้อนรอย ‘เอมิเลีย คลาร์ก’ รอดตายจากโรคสมอง 2 ครั้ง และ ‘อาการบกพร่องทางการสื่อความ’ ที่ทำให้จำชื่อตัวเองไม่ได้
ข่าวการประกาศวางมือจากอาชีพนักแสดงของนักแสดงรุ่นใหญ่ 'บรูซ วิลลิส' (Bruce Willis) เนื่องจากตรวจพบอาการ 'Aphasia' หรือ 'โรคภาวะบกพร่องทางการสื่อความ' กลายเป็นประเด็นน่าสนใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่า 'เอมิเลีย คลาร์ก' (Emilia Clarke) ก็เคยต้องประสบกับโรคนี้เช่นกันประภาส อยู่เย็น | 1480 days ago
Read More26/03/2022
Google วิจัยร่วมกับไทย สร้าง AI ตรวจเบาหวานขึ้นตาด้วยกล้อง พร้อม AI สุขภาพอีกหลายตัว
ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทีมจาก Google ได้ช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีมากมาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมทางด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งล่าสุดในอีเวนต์ The Check Up ทาง Google ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1485 days ago
Read More23/02/2022
‘เดฟ โกรล’ ฟรอนต์แมน ‘Foo Fighters’ เผย ‘หูอื้อ’ มานาน 20 ปี จนต้องใช้วิธีอ่านปากคนพูดแทน!
รอนต์แมนวงดนตรีร็อก 'ฟู ไฟต์เตอร์' (Foo Fighters) ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการวิทยุชื่อดังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาได้เปิดเผยว่า ตัวเขาเองมีอาการ "หูอื้อ" มานานถึง 20 ปี ทำให้เขาต้องใช้วิธีอ่านปากในการสนทนาในที่สาธารณะแทน ซึ่งเขาได้ใช้คำอธิบายถึงอาการหูอื้อของตัวเขาเองว่า "กูก็คือคนหูหนวกดี ๆ นี่เอง…" (I'm f***ing deaf.)ประภาส อยู่เย็น | 1516 days ago
Read MorePR Partners
See All17/04/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 2 days ago
แค่ความเก่งอาจไม่พอ ! เปิด 15 Insights ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน “PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026”
งาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 (PPC2026) จัดโดย CREATIVE TALK ร่วมกับ AME IMAGINATIVE และ QGEN Consultant งานของคนทำงานแห่งปีได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบรรยากาศสุดคึกคักท่ามกลางคนทำงานหลายพันคน พร้อม Speakers จากหลากหลายวงการมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งผู้บริหารระดับแนวหน้า, HR, นักจิตวิทยา และนักแสดงชั้นนำ หัวใจสำคัญของงานปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘เทคโนโลยี’ ที่เข้ามาอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจ16/04/2026
เจาะอินไซต์สงกรานต์ 2569 : เมื่อ AI จากทรู เผย “อีสาน” คือหมุดหมายหลัก และ “จีน” ครองบัลลังก์นักท่องเที่ยว
16 เมษายน 2569 – จบลงอย่างคึกคักสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น ใช้เทคโนโลยี Mobility Data และ AI Autonomous Network วิเคราะห์พฤติกรรมมหาชนแบบเรียลไทม์ พบเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ : คนกรุงมุ่งหน้าสู่เมืองรองภาคอีสานพุ่งกระฉูด ขณะที่ Soft Power ไทยยังขลัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ปรากฏการณ์ “อีสานฟีเวอร์” : แชมป์จุดหมายปลายทางปี 69 ข้อมูลจาก Mobility Data ในช่วง 11–15 เมษายน ระบุว่าปีนี้ 15.5% ของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล และ 4.5% ของภาคตะวันออกนิยมเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้การเดินทางออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กลายเป็นฮอตสปอตอันดับหนึ่ง จีนเบอร์ 1 เที่ยวไทย ส่วนคนไทยหนีร้อนไปจีน กระแสสงกรานต์ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดชาวต่างชาติ (Inbound Roamer) ให้เติบโตขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More16/04/2026
Huawei x ศุภาลัย x ION Energy ปฏิวัติวงการบ้านโซลาร์ ชูสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท
หมดความกังวลเรื่องค่าไฟแพงในช่วงหน้าร้อน หรือความยุ่งยากในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ! เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่ Huawei Digital Power, บมจ.ศุภาลัย (SPALI) และ ION Energy จับมือกันเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัวที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ากว่าเดิม ภายใต้เป้าหมายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้บ้านศุภาลัยกว่า 1,500 หลัง ภายใน 3 ปี เจาะลึกความคุ้มค่า "Solar Package" เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกบ้านศุภาลัย แพ็กเกจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของคนอยากติดโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ โดยมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่ามาตรฐานตลาด: ไฮไลต์เด็ด: ติดโซลาร์วันนี้ รัฐช่วยจ่ายผ่านการลดหย่อนภาษี มาตรการรัฐเปิดทางให้คุณนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้แบบจัดเต็ม Huawei ตอกย้ำว่าระบบโซลาร์ต้องมาพร้อมความปลอดภัยและมาตรฐานอุปกรณ์ระดับโลก เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ทางศุภาลัยมุ่งเปลี่ยนโซลาร์รูฟท็อปให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่จับต้องได้จริง ปลดล็อกความกังวลของลูกบ้านด้วยแพ็กเกจที่มั่นใจได้ และ ION Energy ได้ทลายความซับซ้อนด้วยบริการที่ง่าย รวดเร็ว พร้อมเดินสาย Roadshow ตามโครงการศุภาลัยทั่วประเทศเพื่อให้คำปรึกษา ทางกบ้านศุภาลัยที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 3 days ago
Read More10/04/2026
Game Changer แห่งวงการสัตว์เลี้ยง: วิเคราะห์กลยุทธ์ True x IoT กับการสร้าง Ecosystem เพื่อสมาชิกคนสำคัญในบ้าน
กรุงเทพฯ 10 เมษายน 2026 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยี มุ่งส่งมอบบริการที่เป็นมากกว่าแค่การเชื่อมต่อ (Beyond Connectivity) เพื่อเติมเต็มชีวิตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย ผสานพลังเครือข่าย ทรูออนไลน์ กับ เทคโนโลยี IoT ผ่าน TrueX ยกระดับชีวิตในบ้านให้สมาร์ต สะดวกสบาย และครบครันยิ่งขึ้น ช่วยให้การดูแลบ้าน ครอบครัว และสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องง่าย ล่าสุด เจาะตลาดกลุ่มคนรักสัตว์ ประเดิมร่วมมือกับ ออริจิ้น กรุ๊ป สร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ชูจุดเด่นนวัตกรรมล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและความกังวลของคนรักสัตว์โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เหล่า Pet Parents ดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น อาทิ TrueX Smart Pet Tracker อุปกรณ์ติดตามอัจฉริยะระบบ Cellular ที่ช่วยติดตามสัตว์เลี้ยงได้แม่นยำทุกที่ทั่วไทย เหนือกว่าระบบ Bluetooth ทั่วไป และ TrueX Smart CCTV Camera 4 Pro…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 9 days ago
Read More































