Tags
| AIDs
23/08/2022
สุชยา เกษจำรัส | 1237 days ago
ชายวัย 66 ปี หายขาดจาก HIV เป็นรายที่ 5 เป็นผู้ป่วยสูงวัยที่สุดได้รับการรักษาจนหายขาด
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศูนย์การแพทย์ ลอสแองเจลิส ได้รายงานว่า ทางศูนย์ได้รักษาผู้ป่วยชายวัย 66 ปี จนหายขาดจาก HIV ไวรัสต้นเหตุโรค AIDS ด้วยวิธีการเปลี่ยนถ่ายสเต็มเซลล์ นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 5 ที่หายขาดจาก HIV และนับเป็นผู้ป่วยที่มีอายุมากที่สุดที่ได้รับการรักษาจนหายขาด แต่ผู้ป่วยรายนี้ยังต้องอยู่ในกระบวนการรักษาต่อไปในระยะยาว17/06/2022
‘Tom Hanks’ เปิดใจ ไม่อยากรับบทเกย์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมันดู “ปลอม” มากในยุคนี้
นักแสดงฝีมือเก๋า 'ทอม แฮงก์ส' (Tom Hanks) เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน เขาจะไม่ยอมรับแสดงบทบาทเกย์เหมือนอย่างที่เคยเล่นอีกต่อไป และกล่าวว่า สเตรทก็ไม่ควรเล่นตัวละครที่เป็นเกย์ประภาส อยู่เย็น | 1304 days ago
Read More30/03/2020
ก่อนจะถึง Covid-19 มนุษยชาติเกือบวอดวายหายนะด้วย “โรคระบาดล้างโลก” อะไรบ้าง?
ในยุคสมัยที่อยู่กันของช่วงชีวิตนี้ มนุษย์อาจจะยังไม่เคยชินหรือรู้จักกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้ายมากนัก เท่ากับที่เผชิญหน้ากันอยู่ในปัจจุบัน จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 หรือเชื้อไวรัส Corona ที่จนถึง ณ ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 100,000 คนทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วในอัตราประมาณร้อยละ 10 ของจำนวนผู้ป่วยสะสมรวม ในอดีตของมวลมนุษยชาตินั้น มีการระบาดของโรคร้ายหลายครั้งที่จำนวนผู้เสียชีวิตมีเป็นหลักสิบหรือร้อยล้านคน ชนิดทีเมื่อเทียบกับผู้เสียชีวิตจากสงครามโลกทุกครั้งรวมกันก็ยังเทียบกันไม่ได้เลย "โรคระบาด" ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น (?) จึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของมนุษยชาติ ที่มาถึงทีไรก็วอดวายหายนะกันไปทั้งโลกแทบทุกที โรคฝีดาษโรมันหรือโรคระบาดแอนโทนีน (Antonine Plague) ระยะเวลาที่โรคแพร่ระบาด: ปี ค.ศ.165 มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า The Plague of Galen เป็นโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษที่ระบาดในอาณาจักรโรมัน ชื่อเชื้อโรค: เชื้อฝีดาษ พาหะของโรค: สาเหตุการเกิดนั้นเชื่อกันว่า มาจากการที่กองทัพโรมันเดินทางกลับมาจากแถบตะวันออกใกล้ หรือแถบเอเชียตะวันตก โซนประเทศตุรกี อียิปต์ ไปจนถึงจักรวรรดิออตโตมัน จำนวนคนตาย: มีผู้เสียชีวิตถึงวันละ 2,000 คน ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดประมาณ 5 ล้านคน ผลกระทบในด้านต่าง ๆ: การแพร่ระบาดในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงถึงเรื่องของเส้นทางการค้าขาย Indo-Raman…Vinijphat Kanyapong | 2112 days ago
Read More05/02/2020
5 หนัง “คนเลือดบวก” ส่งพลังใจให้กับผู้ติดเชื้อ HIV ที่น่าจดจำที่สุดตลอดกาล
แม้ว่ามนุษย์จะได้รู้จักโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ HIV มายาวนานกว่า 30 ปีแล้วนับแต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคนี้เกิดขึ้นบนโลก แต่ขณะเดียวกันการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยจากโรคนี้และโรคอื่น ๆ ก็ยังเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง ภายใต้บริบทความเป็น "เรื่องต้องห้าม" ของสังคมไทยที่จะพูดถึงการใช้ถุงยางอนามัย (อย่างปลอดภัย) ซึ่งต้องแลกกับปัญหาการติดโรคและการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน สำหรับโลกภาพยนตร์ ได้มีการกล่าวถึงบุคคลผู้ป่วยเป็นโรคนี้ภายใต้บริบทต่าง ๆ อยู่พอสมควร ทั้งในภาพยนตร์ ภาพยนตร์สารคดี รวมถึงภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศก็มีอยู่หลายเรื่อง วันนี้ What The Fact ขอหยิบภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรคนี้ที่ออกฉายเป็นวงกว้าง และนำเสนอแง่มุมได้อย่างน่าสนใจ หยิบมาเล่าให้ได้อ่านและไปหาหนังที่น่าสนใจเหล่านี้ดูกัน โดยหลายเรื่องนั้นก็ทำให้นักแสดงถึงกับคว้ารางวัลใหญ่อย่างออสการ์กันเลยทีเดียว Philadelphia (1993) ภาพยนตร์ที่ทำให้นักแสดงมากฝีมืออย่าง Tom Hanks คว้ารางวัลออสการ์นำชายยอดเยี่ยม ก่อนที่ปีถัดมาเขาจะคว้าไปอีกสมัยซ้อนจากหนังในตำนานอย่าง Forrest Gump (1994) (ซึ่งก็มีตัวละคร "เจนนี่" คนรักของฟอร์เรสต์ กัมป์ ที่เชื่อว่าป่วยเป็นโรคเอดส์จนจบชีวิตในช่วงท้ายเรื่องเช่นกัน) ในเรื่องนี้เขารับบทเป็น "แอนดรูว์ แบ็คเก็ตต์" ทนายความของบริษัทกฎหมายชื่อดังในสหรัฐฯ ก่อนที่เขาจะพบว่า เขาติดเชื้อ HIV และเริ่มมีอาการอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนบริษัทผิดสังเกตและหาทางบีบเขาออก ท้ายที่สุดเขาจึงฟ้องร้องบริษัทที่ให้ออกอย่างไม่เป็นธรรม…Vinijphat Kanyapong | 2167 days ago
Read More04/02/2020
ไขประเด็นดราม่า ผู้ป่วยเอดส์หรือติด HIV ที่ผลตรวจ U=U มีเพศสัมพันธ์ไม่ใส่ถุงยางได้จริงหรือ?
ช่วงนี้มีกระแสดราม่าหนึ่งในโลกออนไลน์ (พีท คนเลือดบวก) ที่กลายเป็นประเด็นให้จับตามองคือผู้ป่วยเอดส์หรือที่ติดเชื้อ HIV รับประทานยาต่อเนื่องจนผลตรวจเลือด U=U แล้วนั้นสามารถมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใส่ถุงได้จริงหรือไม่? U=U คืออะไรนะ? อันดับแรกก็ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า U=U คืออะไร? ในภาษาทางการแพทย์ผู้ป่วยติดเชื้อเราจะเรียกว่า Positive หรือค่าเลือดเป็นบวก หมายถึงการติดเชื้อ และเมื่อผู้ป่วยรับประทานยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานจนผลตรวจเลือดเป็น Undetectable หรือ U ที่หนึ่ง หมายถึง มีปริมาณไวรัสที่ไม่สามารถตรวจเจอได้ และเมื่อผู้ป่วยทานยาอย่างต่อเนื่อง โดยมีค่า undetectable อย่างน้อย 6 เดือน นั่นหมายความว่าผู้ป่วยคนนี้ไม่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้แล้ว ถึงแม้ว่าในร่างกายจะยังมีเชื้ออยู่ (they can’t spread the HIV virus sexually. Therefore, even though they carry the virus, it’s untransmittable.) ทั้งหมดนี้คือความหมายของ U=U ตามทฤษฎี ถึงแม้ว่าผลตรวจจะไม่พบเชื้อไวรัสแล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วในร่างกายเราก็ยังมีเชื้อไวรัสอยู่ดี ในปัจจุบันคือต่ำกว่า 20…วัชรกุล พัฒนาประทีป | 2168 days ago
Read More04/10/2016
ใกล้เป็นจริง! ค้นพบยารักษาที่สามารถฆ่าเชื้อ HIV ออกจากร่างกายได้!!
HIV เป็นเชื้อที่ค้นพบมานานแต่ยังไม่สามารถหายาที่สามารถรักษาได้อย่างถาวรนอกจากกินยาต้านเชื้อไม่ให้กำเริบเอาไว้ได้เท่านั้น ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับคนที่ติดเชื้อดังกล่าวหลังจากการค้นพบยาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส HIV ได้แล้ววัชรกุล พัฒนาประทีป | 3386 days ago
Read More24/11/2014
แอปเปิ้ลแทคทีมนักพัฒนา กระตุ้นโครงการ (RED) !!
(RED) คือโครงการที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเหล่าผู้คนที่ติดเชื้อ HIV (โรคเอดส์) ทั้งโลก (ไม่เกี่ยวข้องกับกีฬาสีบ้านเราแต่อย่างใด) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ได้มีเด็กที่ติดจากทางบิดา มารดามากถึง 650 คนต่อวัน ด้วยเหตุนี้จึงได้มีโครงการ (RED) นี้ขึ้นมาเพื่อรวมรวบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือเหล่าผู้ติดเชื้อให้ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี เพื่อให้เขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่ง ณ ปัจจุบันโครงการนี้ก็ได้มีเจ้าของ Brands ใหญ่ ๆ มาร่วมบริจาคกันอย่างมากมายTotsapon Kritsadangphorn | 4066 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago













