Tags
| coffee
22/02/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1057 days ago
ดื่มกาแฟก็มีข้อดี! ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้าย
กาแฟ เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดฮิตของวัยทำงาน ทุกเช้าจะต้องดื่มก่อน 1 แก้ว จึงจะออกไปทำงานอย่างสดใสได้ ว่ากันว่าการได้ดื่มกาแฟที่ดี มีกลิ่นหอม รสชาติถูกใจในยามเช้าเป็นเหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ และจะทำให้คุณมีพลังไปตลอดทั้งวัน ปัจจุบันกาแฟมีหลากหลายชนิดให้เลือกสรรแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่ม ‘กาแฟดำ’ ที่ไม่มีส่วนผสมของนมหรือน้ำตาลเพิ่มเติม นอกจากจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังงานในการใช้ชีวิต หรือช่วยทำให้หายง่วงระหว่างวันได้แล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย ข้อดีของการดื่มกาแฟ 1.เพิ่มระดับพลังงาน อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ากาแฟมีคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าและเพิ่มระดับพลังงาน กระตุ้นการทำงานของสมองทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงดื่มกาแฟแล้วรู้สึกตื่นตัวและไม่ง่วงนั่นเอง 2.ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2 การศึกษาหลายชิ้นพบว่าการดื่มกาแฟในทุกวันจะทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ลดลงได้ 6% คาดว่าเป็นเพราะกาแฟมีฤทธิ์ในการรักษาการทำงานของเบตาเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและอาจส่งผลต่อความไวของอินซูลิน การอักเสบ และการเผาผลาญอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับสาเหตุของโรคเบาหวานประเภท 2 3.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางสมอง มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันได้น้อย ยิ่งไปกว่านั้นการดื่มกาแฟยังช่วยชะลอการลุกลามของโรคพาร์กินสันเมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่บอกว่า ยิ่งคนดื่มกาแฟมากเท่าไหร่ความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น 4.ช่วยควบคุมน้ำหนัก จากงานวิจัยพบว่ากาแฟสามารถเปลี่ยนแปลงการสะสมไขมันและบำรุงสุขภาพของลำไส้ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก โดยมีการศึกษาหลายชิ้นสรุปไว้ว่าการบริโภคกาแฟที่สูงอาจสัมพันธ์กับไขมันในร่างกายที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟ 1-2 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มที่จะมีระดับการออกกำลังกายสูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่ม 1…01/02/2022
ทำไมหนอ ดื่มกาแฟแล้วต้องปวดอึ
กาแฟ น่าจะเป็นเครื่องดื่มที่เคียงคู่กับชีวิตวัยทำงานไปเสียแล้ว ตื่นเช้ามาก็ต้องดื่มสักแก้วแล้วค่อยเริ่มงาน แต่หลายคนอาจจะมีอาการเช่นนี้ ดื่มไปได้สัก 20 นาที รู้สึกได้เลยว่าข้าศึกรุกหนักต้องเข้าห้องน้ำถ่ายหนักเสียทุกที ก็มีการคาดเดากันว่าคาเฟอีนในกาแฟนี่ล่ะ น่าจะเป็นตัวการสำคัญใช่ไหม ทำให้เราต้องปวดอึทุกเช้าหลังดื่มกาแฟ บทความนี้มีคำตอบครับสุชยา เกษจำรัส | 1443 days ago
Read More04/04/2021
สื่อต่างประเทศชี้ เมื่อร้านกาแฟในไทยสร้างวัฒนธรรม ‘selfie society’ โดยไม่เน้นกาแฟ
ทุกวันนี้ถ้าเราไปร้านกาแฟในประเทศไทยก็มักจะเห็นผู้คนถ่ายรูปคู่กับแก้วกาแฟ วิว หรือวัตถุต่าง ๆ ภายในร้านเหมือนกับกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วเรียบร้อย แต่วัฒนธรรมที่ว่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับร้านกาแฟเพียงที่เดียว หากแต่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ร้านทั่วประเทศเลยทีเดียว ใคร ๆ ก็คงจะคิดว่าบรรยากาศการถ่ายรูปที่แสนจริงจังแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นแค่ในสตูดิโอเท่านั้น แต่ความจริงแล้วนี่คือบรรยากาศของคาเฟ่ในหลาย ๆ ที่ อย่างคาเฟ่เปิดใหม่แห่งหนึ่งในกรุงเทพที่ชื่อว่า 'Panita' เป็นร้านที่นำชื่อมาจากชื่อกำแพงของบ้านเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี ในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพ ที่ร้านก็ขายกาแฟเหมือนกับร้านคาเฟ่ปกติ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่คาเฟ่นี้มีคนแวะเวียนมาถ่ายรูปอย่างมากมายทุกสัปดาห์ หากคุณลองค้นหาตำแหน่งของร้านใน Instagram ก็จะเห็นภาพวัยรุ่นที่โพสต์ท่ากับเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจหรือโพสต์ท่าใต้โคมไฟอย่างเป็นธรรมชาติ ฉากแบบนี้อาจพบได้ในร้านกาแฟหลาย ๆ ร้าน แต่ที่ร้าน Panita ดึงดูดให้ลูกค้าอดไม่ได้ที่จะยืนโพสต์ท่าโดยมีกราฟิตี (Graffiti - ภาพเขียนผนัง) ที่อยู่บริเวณทางเดินเข้าร้านเป็นฉากหลัง หลังจากที่แต่งภาพและโพสต์ลง Instagram เพื่อที่จะได้รับคอมเมนต์และยอดไลก์ อันที่จริงพวกเขาก็จะดื่มกาแฟและหาร้านกาแฟร้านใหม่ ๆ เพื่อถ่ายรูปลง Instagram อีก แต่ก่อนการหาร้านกาแฟในประเทศไทยเป็นอะไรที่ยากมาก แต่ในตอนนี้เราสามารถพบร้านกาแฟได้ทั่วไปและร้านกาแฟใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาแทบจะทุกอาทิตย์ คลาสเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการทำกาแฟก็เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก วัตถุดิบในการชงกาแฟที่หายากก็สามารถหาได้ทั่วไปไม่ต่างจากกาแฟสำเร็จรูป นอกจากนี้กาแฟที่ปลูกในประเทศก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ฟาร์มขนาดเล็กในพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทยก็มีร้านกาแฟเกิดขึ้นใหม่ด้วย ปัจจุบันมีคำใหม่ที่ถูกเรียกว่า 'Cafehopping' มันไม่ใช่แค่ชื่อแฮชแท็กใน…วัชรกุล พัฒนาประทีป | 1746 days ago
Read More24/01/2021
ดื่มกาแฟเกินวันละ 3 แก้ว อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และอาการหวาดกลัว
ผลสำรวจจากเว็บไซต์ Statista เปิดเผยว่า ชาวอเมริกันกว่า 68% ดื่มกาแฟเป็นประจำ ซึ่งบางคนดื่มกาแฟมากถึง 11 แก้วต่อวัน และชาวอเมริกันกว่า 44% ดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน ผลสำรวจนี้ตรงกับการรายงานจำนวนมากก่อนหน้าที่บอกว่า ผู้ใหญ่วัยกลางคนรับคาเฟอีนประมาณ 180-190 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนกลุ่มคนวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่รับคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 250-300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่า 2 เท่า นอกจากนี้ รายงานจากวารสาร Journal of Neurochemistry เมื่อปีที่แล้วก็เปิด เผยว่า หากดื่มกาแฟและรับปริมาณคาเฟอีนในปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ หรือมากกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่ากับกาแฟ 2-3 แก้ว) จะก่อให้เกิดอาการป่วยตามมา ได้แก่ ปวดหัวมากเกิน ไปจนถึงภาวะทางจิต เช่นรู้สึกไร้ค่าจนทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หวาดกลัว ไปจนถึงตื่นตระหนก เพราะสารคาเฟอีนนั้นจะไปปิดกั้นสารเคมีในสมอง และในขณะเดียวกันก็กระตุ้นการปล่อยอะดรีนาลีนที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น และอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นด้วย แต่การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอดีนั้นก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน เพราะกาแฟมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาทางสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์…Vinijphat Kanyapong | 1816 days ago
Read More05/06/2019
งานวิจัยใหม่เผย คาเฟอีนในกาแฟไม่ได้ทำให้เราถ่าย แต่เป็นเพราะจุลินทรีย์หลากประเภทในลำไส้เราต่างหาก!
กาแฟนั้น คือเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงกับเราไม่ว่าคุณจะดื่มในยามเช้าหรือช่วงบ่าย ๆ ของวัน มันจะช่วยทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่กาแฟก็ยังส่งผลให้คุณเกิดการขับถ่ายอีกด้วย แต่ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? งานวิจัยในเร็ววันนี้มีคำตอบให้ครับ จากการศึกษาค้นคว้างานวิจัยที่ถูกนำมาเสนอผ่านงาน Digestive Disease Week หรือ งานสัปดาห์เกี่ยวกับโรคทางเดินอาหาร ค้นพบว่า มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับปริมาณของคาเฟอีนตามที่เราเคยรับรู้กันมา แต่มีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับ Microbiome หรือ เหล่าสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วในร่างกายของเรา (จุลินทรีย์, แบคทีเรีย, ฯลฯ) ที่อยู่บริเวณลำไส้ถูกกระตุ้นจนเกิดแรงบีบ ซึ่งนักวิจัยก็ได้ลองทดสอบข้อเท็จจริงนี้ผ่านหนูทดลองด้วยการให้กินกาแฟแบบที่มีและไม่มีคาเฟอีนเป็นระยะเวลา 3 วัน ซึ่งผลที่ได้ก็พบว่าลำไส้เล็ก ๆ ของหนูมีความสามารถในการบีบเกร็งที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะได้รับคาเฟอีนปริมาณเท่าไหร่ก็ตาม พวกเขาเลยตั้งข้อสงสัยว่าเหล่า Microbiome ทำให้กาแฟส่งผลต่อแบคทีเรียในลำไส้อย่างไร และเพื่อค้นหาคำตอบ นักวิจัยเลยลองผสมอึของหนูทดลองและกาแฟลงในจานจึงพบว่าจำนวนแบคทีเรียนั้นลดลง และไม่ว่าปริมาณของกาแฟในจานจะมีคาเฟอีนหรือไม่ก็ตาม จุลชีพจำนวนหนึ่งก็ยังคงมีชีวิตอยู่ซึ่งก็ต้องใช้เวลากว่า 3 วันถึงที่พวกมันจะตายไปจนหมด อย่างไรก็ตาม งานวิจัยครั้งนี้ก็ยังคงต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ว่า กาแฟช่วยกำจัดแบคทีเรียที่แย่หรือดีออกไป แต่กระนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การค้นคว้าหาคำตอบในครั้งนี้ก็พอจะให้คำตอบเราได้ประมาณหนึ่งว่ากาแฟไม่ได้ทำให้เราอึโดยตรง หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของเหล่าจุลชีพในลำไส้เราต่างหากล่ะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เราควรอึอย่างน้อย 1-3 ครั้ง ต่อวัน ซึ่งจะดีที่สุดถ้าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปทำให้เกิดการขับถ่าย แต่ถ้าคุณประสบปัญหาในการขับถ่าย หรือ ท้องผูก Vincent…Piyapatr Panyasawanglert | 2415 days ago
Read More17/05/2019
ผลวิจัยล่าสุดเผย: ดื่มกาแฟที่ดื่มได้ “สูงสุด” กี่แก้วต่อวัน …จึงจะ “ยังไม่ส่งผลเสีย” ต่อหัวใจ
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า การดื่มกาแฟจะส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ โดยจากการศึกษาเมื่อปี 2017 ระบุว่า การดื่มกาแฟนวันละ 4 แก้ว หรือมากกว่านั้น จะช่วยลดโอกาสเสียงต่อการเสียชีวิตได้ แต่ก็ยังไม่มีการพิสูจน์อย่างชัดเจน ล่าสุด University of South Australia (UniSA) ได้เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดว่า คุณสามารถดื่มกาแฟได้สูงสุดถึง 6 แก้วต่อวัน โดยระบุว่า การดื่มกาแฟมากกว่า 6 แก้วขึ้นไปต่อวันนั้น จะเพิ่มความเสียงต่อการเป็นโรคหัวใจถึง 22% การวิจัยดังกล่าวได้ศึกษาข้อมูลจากผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักร จำนวน 347,077 คน โดยมีอายุระห่าง 37 -73 ปี คาเฟอีน คือตัวการ การดื่มคาเฟอีนมากเกินไป จะทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวายใจ และเป็นเหตุทำให้ความดันเลือดเพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจได้ ศาสตราจารย์ Elina Hyppönen แห่ง Australian Centre for Precision Health ซึ่งเป็นนักวิจัยจาก University of South Australia ได้กล่าวว่า "ผู้คนส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ว่า…ปรีดี ฤกษ์วลีกุล | 2434 days ago
Read More13/03/2018
สุดเจ๋ง! แก้วกาแฟอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้อย่างคงที่
กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งในกลุ่มสินค้าจำพวกแก้ว Mug ไปแล้วใน Amazon โดยไร้ข้อกังขาใดๆ เรียกได้ว่าเป็นแก้ว Mug ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในเวลานี้เลยก็ว่าได้สำหรับแก้ว Mug ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้จาก Ember หรืออาจเรียกว่าแก้วกาแฟอัจฉริยะก็ได้ ความเจ๋งของแก้ว Ember นี้นั้นก็คือคงสภาพอุณหภูมิของเครื่องดื่มสุดโปรดของคุณตั้งแต่จิบแรกจนถึงจิบสุดท้าย นอกจากนี้แก้ว Ember ยังมาพร้อมกับออฟชั่นเสริมเล็กน้อยอย่าง ปรับอุณหภูมิได้ผ่านรีโมท เลือกสีไฟ LED ได้ตามต้องการ สามารถตั้ง Preset ของเครื่องดื่มแต่ละชนิดได้ และสามารถสลับหน่วยอุณหภูมิจากองศาเซลเซียสเป็นองศาฟาเรนไฮต์ได้อีกด้วยครับ ใครที่สนใจก็สามารถตามไปซื้อได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ https://www.youtube.com/watch?v=Ufzn5tfkWrE อ้างอิงวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2864 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 19 days ago
Read More


















