Tags
| coffee

22/02/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1262 days ago
ดื่มกาแฟก็มีข้อดี! ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้าย
กาแฟ เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดฮิตของวัยทำงาน ทุกเช้าจะต้องดื่มก่อน 1 แก้ว จึงจะออกไปทำงานอย่างสดใสได้ ว่ากันว่าการได้ดื่มกาแฟที่ดี มีกลิ่นหอม รสชาติถูกใจในยามเช้าเป็นเหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ และจะทำให้คุณมีพลังไปตลอดทั้งวัน ปัจจุบันกาแฟมีหลากหลายชนิดให้เลือกสรรแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่ม ‘กาแฟดำ’ ที่ไม่มีส่วนผสมของนมหรือน้ำตาลเพิ่มเติม นอกจากจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังงานในการใช้ชีวิต หรือช่วยทำให้หายง่วงระหว่างวันได้แล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย ข้อดีของการดื่มกาแฟ 1.เพิ่มระดับพลังงาน อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ากาแฟมีคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าและเพิ่มระดับพลังงาน กระตุ้นการทำงานของสมองทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงดื่มกาแฟแล้วรู้สึกตื่นตัวและไม่ง่วงนั่นเอง 2.ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2 การศึกษาหลายชิ้นพบว่าการดื่มกาแฟในทุกวันจะทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ลดลงได้ 6% คาดว่าเป็นเพราะกาแฟมีฤทธิ์ในการรักษาการทำงานของเบตาเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและอาจส่งผลต่อความไวของอินซูลิน การอักเสบ และการเผาผลาญอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับสาเหตุของโรคเบาหวานประเภท 2 3.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางสมอง มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันได้น้อย ยิ่งไปกว่านั้นการดื่มกาแฟยังช่วยชะลอการลุกลามของโรคพาร์กินสันเมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่บอกว่า ยิ่งคนดื่มกาแฟมากเท่าไหร่ความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น 4.ช่วยควบคุมน้ำหนัก จากงานวิจัยพบว่ากาแฟสามารถเปลี่ยนแปลงการสะสมไขมันและบำรุงสุขภาพของลำไส้ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก โดยมีการศึกษาหลายชิ้นสรุปไว้ว่าการบริโภคกาแฟที่สูงอาจสัมพันธ์กับไขมันในร่างกายที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟ 1-2 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มที่จะมีระดับการออกกำลังกายสูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่ม 1…01/02/2022
ทำไมหนอ ดื่มกาแฟแล้วต้องปวดอึ
กาแฟ น่าจะเป็นเครื่องดื่มที่เคียงคู่กับชีวิตวัยทำงานไปเสียแล้ว ตื่นเช้ามาก็ต้องดื่มสักแก้วแล้วค่อยเริ่มงาน แต่หลายคนอาจจะมีอาการเช่นนี้ ดื่มไปได้สัก 20 นาที รู้สึกได้เลยว่าข้าศึกรุกหนักต้องเข้าห้องน้ำถ่ายหนักเสียทุกที ก็มีการคาดเดากันว่าคาเฟอีนในกาแฟนี่ล่ะ น่าจะเป็นตัวการสำคัญใช่ไหม ทำให้เราต้องปวดอึทุกเช้าหลังดื่มกาแฟ บทความนี้มีคำตอบครับสุชยา เกษจำรัส | 1648 days ago
Read More04/04/2021
สื่อต่างประเทศชี้ เมื่อร้านกาแฟในไทยสร้างวัฒนธรรม ‘selfie society’ โดยไม่เน้นกาแฟ
ทุกวันนี้ถ้าเราไปร้านกาแฟในประเทศไทยก็มักจะเห็นผู้คนถ่ายรูปคู่กับแก้วกาแฟ วิว หรือวัตถุต่าง ๆ ภายในร้านเหมือนกับกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วเรียบร้อย แต่วัฒนธรรมที่ว่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับร้านกาแฟเพียงที่เดียว หากแต่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ร้านทั่วประเทศเลยทีเดียว ใคร ๆ ก็คงจะคิดว่าบรรยากาศการถ่ายรูปที่แสนจริงจังแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นแค่ในสตูดิโอเท่านั้น แต่ความจริงแล้วนี่คือบรรยากาศของคาเฟ่ในหลาย ๆ ที่ อย่างคาเฟ่เปิดใหม่แห่งหนึ่งในกรุงเทพที่ชื่อว่า 'Panita' เป็นร้านที่นำชื่อมาจากชื่อกำแพงของบ้านเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี ในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพ ที่ร้านก็ขายกาแฟเหมือนกับร้านคาเฟ่ปกติ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่คาเฟ่นี้มีคนแวะเวียนมาถ่ายรูปอย่างมากมายทุกสัปดาห์ หากคุณลองค้นหาตำแหน่งของร้านใน Instagram ก็จะเห็นภาพวัยรุ่นที่โพสต์ท่ากับเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจหรือโพสต์ท่าใต้โคมไฟอย่างเป็นธรรมชาติ ฉากแบบนี้อาจพบได้ในร้านกาแฟหลาย ๆ ร้าน แต่ที่ร้าน Panita ดึงดูดให้ลูกค้าอดไม่ได้ที่จะยืนโพสต์ท่าโดยมีกราฟิตี (Graffiti - ภาพเขียนผนัง) ที่อยู่บริเวณทางเดินเข้าร้านเป็นฉากหลัง หลังจากที่แต่งภาพและโพสต์ลง Instagram เพื่อที่จะได้รับคอมเมนต์และยอดไลก์ อันที่จริงพวกเขาก็จะดื่มกาแฟและหาร้านกาแฟร้านใหม่ ๆ เพื่อถ่ายรูปลง Instagram อีก แต่ก่อนการหาร้านกาแฟในประเทศไทยเป็นอะไรที่ยากมาก แต่ในตอนนี้เราสามารถพบร้านกาแฟได้ทั่วไปและร้านกาแฟใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาแทบจะทุกอาทิตย์ คลาสเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการทำกาแฟก็เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก วัตถุดิบในการชงกาแฟที่หายากก็สามารถหาได้ทั่วไปไม่ต่างจากกาแฟสำเร็จรูป นอกจากนี้กาแฟที่ปลูกในประเทศก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ฟาร์มขนาดเล็กในพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทยก็มีร้านกาแฟเกิดขึ้นใหม่ด้วย ปัจจุบันมีคำใหม่ที่ถูกเรียกว่า 'Cafehopping' มันไม่ใช่แค่ชื่อแฮชแท็กใน…วัชรกุล พัฒนาประทีป | 1951 days ago
Read More24/01/2021
ดื่มกาแฟเกินวันละ 3 แก้ว อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และอาการหวาดกลัว
ผลสำรวจจากเว็บไซต์ Statista เปิดเผยว่า ชาวอเมริกันกว่า 68% ดื่มกาแฟเป็นประจำ ซึ่งบางคนดื่มกาแฟมากถึง 11 แก้วต่อวัน และชาวอเมริกันกว่า 44% ดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน ผลสำรวจนี้ตรงกับการรายงานจำนวนมากก่อนหน้าที่บอกว่า ผู้ใหญ่วัยกลางคนรับคาเฟอีนประมาณ 180-190 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนกลุ่มคนวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่รับคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 250-300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่า 2 เท่า นอกจากนี้ รายงานจากวารสาร Journal of Neurochemistry เมื่อปีที่แล้วก็เปิด เผยว่า หากดื่มกาแฟและรับปริมาณคาเฟอีนในปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ หรือมากกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่ากับกาแฟ 2-3 แก้ว) จะก่อให้เกิดอาการป่วยตามมา ได้แก่ ปวดหัวมากเกิน ไปจนถึงภาวะทางจิต เช่นรู้สึกไร้ค่าจนทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หวาดกลัว ไปจนถึงตื่นตระหนก เพราะสารคาเฟอีนนั้นจะไปปิดกั้นสารเคมีในสมอง และในขณะเดียวกันก็กระตุ้นการปล่อยอะดรีนาลีนที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น และอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นด้วย แต่การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอดีนั้นก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน เพราะกาแฟมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาทางสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์…Vinijphat Kanyapong | 2021 days ago
Read More05/06/2019
งานวิจัยใหม่เผย คาเฟอีนในกาแฟไม่ได้ทำให้เราถ่าย แต่เป็นเพราะจุลินทรีย์หลากประเภทในลำไส้เราต่างหาก!
กาแฟนั้น คือเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงกับเราไม่ว่าคุณจะดื่มในยามเช้าหรือช่วงบ่าย ๆ ของวัน มันจะช่วยทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่กาแฟก็ยังส่งผลให้คุณเกิดการขับถ่ายอีกด้วย แต่ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? งานวิจัยในเร็ววันนี้มีคำตอบให้ครับ จากการศึกษาค้นคว้างานวิจัยที่ถูกนำมาเสนอผ่านงาน Digestive Disease Week หรือ งานสัปดาห์เกี่ยวกับโรคทางเดินอาหาร ค้นพบว่า มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับปริมาณของคาเฟอีนตามที่เราเคยรับรู้กันมา แต่มีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับ Microbiome หรือ เหล่าสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วในร่างกายของเรา (จุลินทรีย์, แบคทีเรีย, ฯลฯ) ที่อยู่บริเวณลำไส้ถูกกระตุ้นจนเกิดแรงบีบ ซึ่งนักวิจัยก็ได้ลองทดสอบข้อเท็จจริงนี้ผ่านหนูทดลองด้วยการให้กินกาแฟแบบที่มีและไม่มีคาเฟอีนเป็นระยะเวลา 3 วัน ซึ่งผลที่ได้ก็พบว่าลำไส้เล็ก ๆ ของหนูมีความสามารถในการบีบเกร็งที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะได้รับคาเฟอีนปริมาณเท่าไหร่ก็ตาม พวกเขาเลยตั้งข้อสงสัยว่าเหล่า Microbiome ทำให้กาแฟส่งผลต่อแบคทีเรียในลำไส้อย่างไร และเพื่อค้นหาคำตอบ นักวิจัยเลยลองผสมอึของหนูทดลองและกาแฟลงในจานจึงพบว่าจำนวนแบคทีเรียนั้นลดลง และไม่ว่าปริมาณของกาแฟในจานจะมีคาเฟอีนหรือไม่ก็ตาม จุลชีพจำนวนหนึ่งก็ยังคงมีชีวิตอยู่ซึ่งก็ต้องใช้เวลากว่า 3 วันถึงที่พวกมันจะตายไปจนหมด อย่างไรก็ตาม งานวิจัยครั้งนี้ก็ยังคงต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ว่า กาแฟช่วยกำจัดแบคทีเรียที่แย่หรือดีออกไป แต่กระนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การค้นคว้าหาคำตอบในครั้งนี้ก็พอจะให้คำตอบเราได้ประมาณหนึ่งว่ากาแฟไม่ได้ทำให้เราอึโดยตรง หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของเหล่าจุลชีพในลำไส้เราต่างหากล่ะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เราควรอึอย่างน้อย 1-3 ครั้ง ต่อวัน ซึ่งจะดีที่สุดถ้าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปทำให้เกิดการขับถ่าย แต่ถ้าคุณประสบปัญหาในการขับถ่าย หรือ ท้องผูก Vincent…Piyapatr Panyasawanglert | 2620 days ago
Read More17/05/2019
ผลวิจัยล่าสุดเผย: ดื่มกาแฟที่ดื่มได้ “สูงสุด” กี่แก้วต่อวัน …จึงจะ “ยังไม่ส่งผลเสีย” ต่อหัวใจ
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า การดื่มกาแฟจะส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ โดยจากการศึกษาเมื่อปี 2017 ระบุว่า การดื่มกาแฟนวันละ 4 แก้ว หรือมากกว่านั้น จะช่วยลดโอกาสเสียงต่อการเสียชีวิตได้ แต่ก็ยังไม่มีการพิสูจน์อย่างชัดเจน ล่าสุด University of South Australia (UniSA) ได้เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดว่า คุณสามารถดื่มกาแฟได้สูงสุดถึง 6 แก้วต่อวัน โดยระบุว่า การดื่มกาแฟมากกว่า 6 แก้วขึ้นไปต่อวันนั้น จะเพิ่มความเสียงต่อการเป็นโรคหัวใจถึง 22% การวิจัยดังกล่าวได้ศึกษาข้อมูลจากผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักร จำนวน 347,077 คน โดยมีอายุระห่าง 37 -73 ปี คาเฟอีน คือตัวการ การดื่มคาเฟอีนมากเกินไป จะทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวายใจ และเป็นเหตุทำให้ความดันเลือดเพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจได้ ศาสตราจารย์ Elina Hyppönen แห่ง Australian Centre for Precision Health ซึ่งเป็นนักวิจัยจาก University of South Australia ได้กล่าวว่า "ผู้คนส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ว่า…ปรีดี ฤกษ์วลีกุล | 2639 days ago
Read More13/03/2018
สุดเจ๋ง! แก้วกาแฟอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้อย่างคงที่
กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งในกลุ่มสินค้าจำพวกแก้ว Mug ไปแล้วใน Amazon โดยไร้ข้อกังขาใดๆ เรียกได้ว่าเป็นแก้ว Mug ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในเวลานี้เลยก็ว่าได้สำหรับแก้ว Mug ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้จาก Ember หรืออาจเรียกว่าแก้วกาแฟอัจฉริยะก็ได้ ความเจ๋งของแก้ว Ember นี้นั้นก็คือคงสภาพอุณหภูมิของเครื่องดื่มสุดโปรดของคุณตั้งแต่จิบแรกจนถึงจิบสุดท้าย นอกจากนี้แก้ว Ember ยังมาพร้อมกับออฟชั่นเสริมเล็กน้อยอย่าง ปรับอุณหภูมิได้ผ่านรีโมท เลือกสีไฟ LED ได้ตามต้องการ สามารถตั้ง Preset ของเครื่องดื่มแต่ละชนิดได้ และสามารถสลับหน่วยอุณหภูมิจากองศาเซลเซียสเป็นองศาฟาเรนไฮต์ได้อีกด้วยครับ ใครที่สนใจก็สามารถตามไปซื้อได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ https://www.youtube.com/watch?v=Ufzn5tfkWrE อ้างอิงวัชรกุล พัฒนาประทีป | 3069 days ago
Read MorePR Partners
See All07/08/2026
ทีมคอนเทนต์ BT | 7 hours ago
อายิโนะโมะโต๊ะ เผยยุทธศาสตร์ Food Technology ชูเทคโนโลยี “AminoScience” เจาะอินไซต์ผู้บริโภคและ B2B
บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน The Heartbeat by “AminoScience” ร่วมเปิดเผยแนวคิดการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีทางอาหาร และข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Health & Wellness ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและองค์ความรู้หลักรูปแบบผลิตภัณฑ์ / โซลูชันกลุ่มเป้าหมายหลักNutrition & Well-beingAminoScience (การใช้ประโยชน์จากกรดอะมิโน)aminoVITAL, AminoNITE,07/08/2026
หัวเว่ยเดินหน้าปฏิวัติวงการสาธารณสุขไทยด้วย AI เปิดตัว 4 นวัตกรรมเปลี่ยนเกมเร่งเครื่อง AI เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย
กรุงเทพฯ, 7 สิงหาคม 2569 — หัวเว่ย จัดงาน “Huawei AI+ Healthcare Summit” ภายใต้งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 รวมผู้นำด้านนโยบายสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาลชั้นนำ และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากไทยและจีน ร่วมขับเคลื่อนอนาคตของระบบสาธารณสุขไทยด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับ Healthcare Ecosystem ของประเทศอย่างเป็นทางการ นายปีเตอร์ จาง ประธานกลุ่มธุรกิจการศึกษาและสาธารณสุขต่างประเทศ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของระบบสาธารณสุขไทย และบทบาทของเทคโนโลยี AI ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “AI for Health, Health for All” “วันนี้ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยมีประสบการณ์ตรงจากการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติงไปจนถึงโซลูชัน AI สำหรับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งได้พิสูจน์ผลสำเร็จแล้วในโรงพยาบาลชั้นนำอย่างโรงพยาบาลหลายแห่งในจีน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับพันธมิตรไทยในวันนี้จะช่วยผลักดันวิสัยทัศน์…ทีมคอนเทนต์ BT | 11 hours ago
Read More06/08/2026
SYNNEX โชว์กำไร Q2/69 โต 18% ลุย AI–Cloud–Green Energy สร้างฐาน Recurring Revenue เร่งเครื่อง New Growth Engine พร้อมจ่ายปันผล 0.10 บาท/หุ้น
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX โชว์ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง กำไรสุทธิไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 17.8% และ 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเดินหน้าขับเคลื่อน Business Transformation อย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับจากผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที สู่การเป็น Digital Infrastructure Platform เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ AI โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการขยายเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก…ทีมคอนเทนต์ BT | 1 days ago
Read More06/08/2026
ครบรอบ 6 ปี สำนักข่าว TODAY เปิดเวทีใหญ่ SUSTAIN CITY: THE GREEN TRANSITION ถกแนวทางปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน
เนื่องในโอกาสครบรอบ 6 ปี สำนักข่าว TODAY จัดงาน SUSTAIN CITY: THE GREEN TRANSITION เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมสีเขียว พร้อมนำเสนอแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง จากผู้แทนภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ผ่านประเด็นสำคัญว่าประเทศไทยควรปรับตัวอย่างไร ? เพื่อเดินหน้าสู่ความยั่งยืนและบรรลุเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของภาครัฐ ภาคธุรกิจ การเงิน และพลังงาน Green Transitioning: Shifting Systemพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับห่วงโซ่คุณค่า และเชื่อมโยงนโยบายกับเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดย ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม Green Transitioning: Decarbonize Unlockร่วมสำรวจแนวทางที่ภาคธุรกิจสามารถนำ Green Tech มาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero พบกับ คุณปัณวรรธน์ นิลกิจศรานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายวิศวกรรมโครงสร้างบริษัท…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 1 days ago
Read More





















