Tags
| Health
07/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 879 days ago
การหาเวลาให้กับตัวเองและอยู่คนเดียวบ้าง แม้อาจเหงาแต่ก็มีข้อดี
เป็นเรื่องธรรมชาติของทุกคนที่ครั้งหนึ่งอาจเกิดความรู้สึกปั่นป่วน มีความเครียดเรื้อรัง และเกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณต้องจัดเวลาให้กับตัวเองเพื่อทบทวนสิ่งต่าง ๆ และปล่อยความคิดให้อิสระ จริงอยู่ว่าการอยู่คนเดียวบางครั้งอาจทำให้หลายคนรู้สึกเหงา แต่ขณะเดียวกันการอยู่คนเดียวก็มีข้อดี เพราะการใช้เวลาตามลำพังเป็นวิธีที่ดีในการเติมพลัง ลดความเครียด และฟื้นฟูตัวเอง ที่สำคัญการมีเวลาให้กับตัวเองยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณด้วย เมื่อคุณตระหนักถึงสัญญาณของความเครียดที่เกิดจากการไม่มีเวลาให้ตัวเองได้อยู่ลำพัง คุณควรกำหนดเวลาให้ตัวเอง และนำสมดุลเวลากลับสู่ชีวิตของคุณอีกครั้งได้ สัญญาณที่บอกว่าคุณควรให้เวลากับตัวเองบ้าง 1. หงุดหงิดง่าย หากคุณรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่าย กระสับกระส่าย และโกรธกับสิ่งที่มักไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากคุณอารมณ์เสียกับสิ่งต่าง ๆ เกือบทั้งหมด หรือพบว่าตัวเองหงุดหงิดกับทุกสิ่งที่เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือคนรักพูด คุณควรที่จะให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อนบ้าง 2. เหนื่อยหรือท้อ แม้ว่าคุณจะนอนหลับเต็มอิ่มแต่คุณก็อาจจะไม่ได้พักผ่อนทั้งกายและใจมากเท่าที่คุณต้องการ การอยู่คนเดียวสามารถสงบจิตใจ ให้คุณมีเวลาคิดใคร่ครวญ และแยกคุณออกจากสิ่งที่กำลังดูดพลังงานในทุก ๆ วัน 3. สิ่งต่าง ๆ ดูไม่สนุกสำหรับคุณอีกต่อไป ทุกอย่างรู้สึกน่าเบื่อมากเกินที่จะรับมือ คุณอาจให้เวลาตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป ทำให้คุณไม่มีที่ว่างให้เพลิดเพลินไปกับสิ่งที่ตัวเองสนใจจริง ๆ หรือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ 4. คุณรีบร้อนตลอดเวลาหากคุณกำลังเร่งรีบจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง สมองของคุณแทบไม่มีเวลาหยุดทำงาน ไม่ว่าคุณจะพยายามตอบสนองความคาดหวังของคนอื่นหรือความคาดหวังของตัวเองก็ตาม ดังนั้น สมองและร่างกายของคุณจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน 5. เครียดมากขึ้น ระดับความเครียดของคุณดูเหมือนไม่เคยลดลงเลย อีกทั้งความเครียดเรื้อรังมีส่วนทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย…17/08/2023
ชอบดมเสื้อแฟนไม่ใช่โรคจิต! วิจัยเผย กลิ่นคนรักช่วยลดความเครียดได้
ผู้หญิงหลายคนเวลาที่ต้องห่างจากคนรัก เป็นเรื่องปกติที่ความคิดถึงเข้าครอบงำ ยิ่งถ้าปกติแล้วคุณใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลายิ่งทำให้โหยหากันและกันมากขึ้น วิธีบรรเทาความคิดถึงเชื่อว่าหลายคนมักจะหยิบข้าวของของแฟนมากอด มาหอม มาดม…สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘โรคจิต’ หรือเปล่านะ ? ขอบอกเลยว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พฤติกรรมที่แปลกอะไร ให้รู้ไว้เลยว่าการดมกลิ่นคนรักไม่ว่าจะจากเสื้อ หรือจากผ้าห่ม มีส่วนช่วยให้คุณคลายเครียดได้! การศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ในประเทศแคนาดา ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่คนมักตั้งคำถามว่าเพราะอะไรผู้หญิงถึงชอบใส่ชุดของแฟนตัวเอง รวมถึงชอบดมกลิ่นที่ติดอยู่บนเสื้อตัวโปรดของแฟน เป็นเพราะกลิ่นคนรักมีความเกี่ยวข้องกับการบรรเทาความเครียดนั่นเอง โดยงานวิจัยนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Personality and Social Psychology นักวิจัยได้ทำงานร่วมกับคู่รักต่างเพศ 96 คู่ ฝ่ายผู้ชายต้องสวมเสื้อยืดที่สะอาดเป็นเวลา 1 วัน และห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือเครื่องสำอางที่มีกลิ่นหอม ห้ามสูบบุหรี่ หรือรับประทานอาหารที่อาจส่งผลต่อกลิ่นกาย หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง เสื้อยืดของผู้ชายเหล่านั้นจะถูกแช่แข็งเพื่อให้แน่ใจว่ากลิ่นของเสื้อผ้ายังคงอยู่ ในส่วนหนึ่งของการทดลอง ผู้หญิงจะถูกขอให้สุ่มดมกลิ่นทั้งเสื้อที่ไม่เคยใส่มาก่อน เสื้อที่คนรักเคยใส่ หรือเสื้อที่คนแปลกหน้าใส่ โดยไม่มีผู้หญิงคนไหนรู้ว่าพวกเธอจะได้ดมเสื้อของใคร นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มระดับความเครียดของผู้หญิง พวกเธอยังถูกจำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์งาน และให้แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ในการวัดระดับความเครียดที่แท้จริง พร้อมมีการวัดความเข้มข้นของคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเราเผชิญกับปัจจัยความเครียดต่าง ๆ ด้วย ผลการศึกษาทีมวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ดมกลิ่นเสื้อยืดที่คนรักตัวเองตนสวมใส่มีระดับความเครียดที่ต่ำกว่าทั้งก่อนการทดสอบความเครียด (การคาดหวังความเครียด) และผลที่ตามมา…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 900 days ago
Read More15/08/2023
“โรคมโน” สร้างจินตนาการเพ้อฝันไปเอง เป็นโรคทางจิต ?
“โรคมโน” ที่เราจะนำมาให้คุณผู้อ่านได้ทำความรู้จักกันนี้ มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษ คือ “Overactive Imagination” แน่นอนว่าหนึ่งในคุณสมบัติที่มนุษย์ทุกคนมีก็คือ การมีความหวัง การมีความฝัน การมีจินตนาการถึงภาพชีวิตที่สวยงาม หรือการมีชีวิตตามต้องการสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ แต่อย่าลืมว่าสิ่งใดที่มากจนเกินไป สิ่งนั้นสามารถย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้เสมอ และโรคมโนอาจกลายเป็นเรื่องอันตรายได้ เมื่อสิ่งนี้เริ่มรบกวนชีวิตประจำวันและก่อให้เกิดความทุกข์อย่างแสนสาหัส ทำความรู้จักกับ บุคลิกภาพแบบ Fantasy prone personality FPP ถือเป็นลักษณะบุคลิกภาพที่ผิดปกติ ได้รับการระบุอย่างเป็นทางการครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1980 จากการวิจัยของ Josephine Hilgard ซึ่งสังเกตจากผู้คนที่ได้รับการสะกดจิต นักวิจัยพบว่าผู้ที่ถูกสะกดจิตได้ง่ายมักจะเป็นผู้ที่มีจินตนาการที่กว้างไกล และคงอยู่กับภาพจินตนาการนั้นได้อย่างยาวนาน และงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าคนที่มีภาวะ Overactive Imagination ไม่สามารถแยกแยะจินตนาการและความทรงจำจริง ๆ ออกจากกันได้ นำภาพจินตนาการและภาพแห่งความเป็นจริง นำมาผสมรวมกัน และเชื่อว่าเป็นความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิต อาการของโรคมโน ผู้ที่มีภาวะ Overactive Imagination หรือมีบุคลิกภาพแบบ Fantasy prone personality มักจะมีการแสดงอาการ ดังนี้ อาการเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ ตามมาได้ หรือมีภาวะทางด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ อยู่แล้ว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 902 days ago
Read More11/08/2023
อาการท้องผูก ปัญหากวนใจที่รักษาได้ด้วยตัวเอง
อาการท้องผูก คือ อาการที่ลำไส้ของคุณเคลื่อนไหวน้อยลงทำให้อุจจาระผ่านได้ยาก มักเกิดขึ้นบ่อยหากมีการเปลี่ยนแปลงอาหารหรือกิจวัตรประจำวัน รวมถึงเกิดจากการได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอ ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้หากคุณเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อุจจาระมีเลือดปน หรือมีอาการท้องผูกนานยาวนาน อาการท้องผูกคืออะไร ? การเคลื่อนไหวของลำไส้น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ คือคำจำกัดความของอาการท้องผูกในทางเทคนิค แต่ความถี่ในการอุจจาระนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอุจจาระหลายครั้งต่อวัน ในขณะที่บางคนอุจจาระเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยอาการท้องผูกเกิดขึ้นเนื่องจากลำไส้ใหญ่ดูดซับน้ำจากอุจจาระของคุณมากเกินไป วิธีนี้จะทำให้อุจจาระของคุณแห้ง แข็ง และขับออกจากร่างกายได้ยาก เป็นหนึ่งในอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา อย่างน้อย 2.5 ล้านคนที่ไปพบแพทย์ในแต่ละปีเนื่องจากอาการท้องผูก ปัจจัยที่ทำให้ท้องผูก ? สาเหตุของอาการท้องผูกมีมากมาย รวมถึงปัจจัยในการดำเนินชีวิต ยา และเงื่อนไขทางการแพทย์ โดยสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก มีดังนี้ 1.ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ สาเหตุการดำเนินชีวิตทั่วไปของอาการท้องผูก ได้แก่ : 2.ยา ยาที่อาจทำให้ท้องผูก ได้แก่ 3.เงื่อนไขทางการแพทย์ เงื่อนไขทางการแพทย์และสุขภาพที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ได้แก่ สังเกตอาการท้องผูก หากคุณไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังเป็นโรคท้องผูกหรือไม่ ให้สังเกตอาการของตนเอง ดังนี้ รักษาอาการท้องผูก การรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังมักเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและการใช้ชีวิต หากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไม่ช่วยบรรเทาอาการ อาจแนะนำให้ใช้ยาหรือการผ่าตัด ป้องกันอาการท้องผูก หากคุณเป็นคนที่ท้องผูกบ่อย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 906 days ago
Read More30/01/2023
ตัวช่วยลดน้ำหนัก! คำนวณแคลอรีง่าย ๆ ด้วยแอปฯ Calories Diary
สำหรับคนที่มีเป้าหมายอยากลดน้ำหนักทุกคนจะทราบดีว่า นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่สำคัญมากที่สุดนั่นคือเรื่องการกิน หากเราบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ และไม่เกินจำนวนแคลลอรีต่อวันที่ร่างกายควรได้รับ ควบคู่ไปกับการเผาผลาญแคลลอรีด้วยการออกกำลังกาย เท่านี้ก็จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายหุ่นในฝันได้อย่างรวดเร็ว แต่การคำนวณแคลอรีในมื้ออาหารแต่ละวัน ไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้เรามีแอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณคำนวณแคลอรีอาหารในแต่ละวันที่คุณรับประทานเข้าไป เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมการกินของตนเอง รู้จักแอปพลิเคชัน Calories Diary แอปพลิเคชันการ์ตูนแสนน่ารัก เข้าใจง่าย ช่วยให้คุณคำนวณปริมาณแคลอรีของตนเองได้อย่างง่ายดาย โดยมีวิธีใช้ดังนี้ นอกจากนี้ ในแอปพลิเคชัน Calories Diary ยังมีบทความให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ การกิน และการลดน้ำหนัก ให้คุณได้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลหุ่นของตนเองให้ถึงเป้าหมายได้ไวขึ้นอีกด้วย ฟังก์ชันพิเศษอื่น ๆ บริการทั้งหมดที่แนะนำไปเป็นบริการฟรีจากแอปพลิเคชัน แต่หากคุณอยากได้บริการเสริมอื่น ๆ เช่น แผนอาหาร โค้ชส่วนตัวและคลิปออกกำลังกาย, คำนวณค่าโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันที่ควรบริโภค ฯลฯ คุณก็สามารถชำระเงินเพื่อใช้บริการแบบพรีเมียมได้ โดยมีแพคเกจราคาให้คุณเลือกหลากหลายแล้วแต่ความต้องการของคุณ อย่างไรก็ตาม การคำนวณแคลอรีเป็นเพียงการประมาณค่าเท่านั้น เหนือสิ่งอื่นใดคุณต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกบริโภคอาหารและมั่นใจว่าอาหารแต่ละมื้อให้ผลดีต่อร่างกายและหุ่นอย่างแน่นอน แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการลดน้ำหนักอย่างไร สิ่งสำคัญคือต้องไม่กดดันหรือเร่งรีบจนเกินไป เพราะการลดน้ำหนักแบบหักโหมอาจทำให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม ก่อเกิดความเครียดและทำให้คุณอ้วนขึ้นกว่าเดิมได้! ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Calories Diary ได้ที่ IOS, Android พิสูจน์อักษร…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1099 days ago
Read More26/01/2023
ประเมินอาการป่วยเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน DoctorMe
สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพป่วยกะปริดกะปรอยบ่อย ๆ แล้วไม่มีเวลาไปพบแพทย์ ได้แต่ซื้อยารักษาตามอาการ หรือปล่อยให้อาการป่วยเหล่านั้นหายไปเอง หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านสุขภาพให้ตนเอง เรามีแอปพลิชันที่ช่วยให้คุณสามารถประเมินอาการป่วย และรู้วิธีบรรเทาอาการป่วยในเบื้องต้นมาแนะนำ รู้จักแอปพลิเคชัน DoctorMe แอปพลิเคชันที่เราพูดถึง คือ DoctorMe เป็นแอปฯ ที่มีรูปแบบและดีไซน์น่ารัก เข้าใจง่าย คุณสามารถดูแลตัวเองและประเมินอาการป่วยเบื้องต้น หรือดูวิธีการปฐมพยาบาลได้ โดยแอปพลิเคชันนี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้มีความรู้ รู้จักวิธีและเครื่องมือที่เหมาะสมในการรับมือกับภาวะสุขภาพของตนเอง วิธีใช้แอปพลิเคชัน เมื่อคุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DoctorMe เสร็จแล้ว พอเปิดเข้าไป แอปฯ จะให้คุณเลือกรูป Avatar ของตนเอง มีทั้ง เพศชาย หญิง ผู้สูงอายุ เป็นต้น จากนั้นคุณก็สามารถเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ และโรคประจำตัว เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว คุณสามารถเข้าไปบันทึกสุขภาพรายวันของตนเองได้ โดยมีตัวเลือกให้คุณเลือกระหว่าง ‘สบายดี’ และ ‘มีอาการ’ หากคุณกดตัวเลือก ‘มีอาการ’ แอปก็จะถามต่อว่าคุณมีอาการผิดปกติด้านใด เช่น หากคุณเลือกมีอาการปวดศีรษะ แอปก็จะพาคุณไปสู่ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดศีรษะว่ามีสาเหตุมาจากโรคอะไรได้บ้าง เช่น ปวดศีรษะจากภาวะเครียด จากความดันต่ำ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1103 days ago
Read More26/01/2023
ท่านอนสำคัญอย่างไร? 8 ท่านอนบอกสุขภาพ
ทุกคนรู้ว่าการนอนนั้นสำคัญกับร่างกายของเรา แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ‘ท่านอน’ ก็มีความสำคัญเช่นกัน เคยตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สบายตัว ปวดหลัง ปวดคอ หรือไม่ ? วันนี้เราจะมาแนะนำ 8 ท่านอนที่บ่งบอกปัญหาสุขภาพ และท่านอนไหนมีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพของคุณ 1.ท่านอนหงาย ท่านี้เป็นท่าที่ดีที่สุดสำหรับการวางศีรษะ กระดูกสันหลัง และคอ ทำให้ไม่ปวดเมื่อยตามร่างกาย และยังช่วยเรื่องภาวะกรดไหลย้อนอีกด้วย แต่ควรเลือกหนุนหมอนที่ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ข้อควรระวัง คือ ผู้ที่นอนหงายมักมีแนวโน้มที่จะนอนกรนและเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าการนอนในท่าอื่น ๆ 2.ท่านอนหงายแขนยกขึ้น ท่านอนนี้มีอีกชื่อเรียกว่า ‘ท่าปลาดาว’ เป็นท่านอนที่ดีสำหรับหลังของคุณ ที่สำคัญใบหน้าของคุณจะไม่ถูกหมอนกดทับลดการเกิดริ้วรอยและสิวอีกด้วย แต่ข้อควรระวังของท่านี้ คือ อาจทำให้เกิดการนอนกรนได้ง่าย และอาจเจอกับปัญหากรดไหลย้อนได้ด้วย นอกจากนี้ การนอนยกแขนทำให้กดทับเส้นประสาทที่ไหล่เป็นเวลานานส่งผลให้ปวดเมื่อยและไม่สบายตัว 3.ท่านอนตะแคง ท่านอนตะแคงอาจจะเป็นท่าที่หลายคนถนัด แต่รู้หรือไม่ว่าท่านอนตะแคงขวาและซ้ายมีผลต่อร่างกายในลักษณะที่แตกต่างกัน การนอนตะแคงขวาจะช่วยให้หัวใจเต้นสะดวก กระเพาะจะบีบอาหารลงลำไส้เล็กได้ดี ซ้ำยังช่วยให้อาการปวดต่าง ๆ ดีขึ้นด้วย ในขณะที่นอนตะแคงซ้ายจะช่วยแก้ปัญหาปวดหลังได้ แต่อาจทำให้เกิดลมจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่ เพราะอาหารยังย่อยไม่หมด สตรีที่มีครรภ์ควรนอนตะแคงซ้ายเพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไปยังทารกในครรภ์ได้ดีขึ้น 4.ท่านอนตะแคงแขนอยู่ข้างลำตัว ท่านี้กระดูกสันหลังจะรับส่วนโค้งของธรรมชาติได้ดีที่สุด ช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดคอ และลดปัจจัยเสี่ยงต่อการหยุดหายใจขณะนอนหลับ ขณะเดียวกันก็มีข้อเสีย คือ อาจทำให้ผิวแก่ก่อนวัยเนื่องจากแรงโน้มถ่วง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1103 days ago
Read More24/01/2023
ออกกำลังกาย ‘ตอนเช้า’ หรือ ‘ตอนเย็น’ ช่วงเวลาไหนดีที่สุด ?
สำหรับคนที่รักในการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะออกเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง หรือออกเพื่อดูแลรูปร่างให้สมส่วน อาจสงสัยว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการออกกำลังกายคือช่วงเวลาไหน เพราะบางคนก็ชื่นชอบการลุกไปวิ่งเบา ๆ กันตั้งแต่เช้ามืด หรือบางคนก็ชอบวิ่งตอนเย็นมากกว่า สำหรับคนที่เคยลองออกกำลังกายทั้ง 2 ช่วงเวลา อาจจะรู้สึกว่าไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก แต่ที่ต่างก็คือพละกำลังในการออกที่ตอนเย็นอาจจะมีแรงมากกว่าเท่านั้น แต่หากถามถึงช่วงเวลาที่ร่างกายเผาผลาญไขมัน หรือช่วงเวลาที่ได้ผลดีที่สุดในการดูแลรูปร่าง หลายคนก็อาจยังไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วออกกำลังกายเวลาไหนช่วยให้ถึงเป้าหมายได้เร็วและดีที่สุดกันแน่ ออกกำลังกายในตอนเช้า การออกกำลังกายในตอนเช้า ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณรู้สึกร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดชื่น พร้อมเริ่มวันใหม่ได้อย่างเต็มที่ เพราะหากคุณได้เริ่มขยับหรือทำกิจกรรมในช่วงเช้า จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา ทำให้คุณรู้สึกดีตลอดทั้งวัน ที่สำคัญคุณไม่ต้องไปพะวงถึงช่วงตอนเย็นที่อาจจะติดภารกิจจนไม่สามารถออกกำลังกายได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายในตอนเช้ายังช่วยเผาผลาญไขมันของคุณได้มากกว่าถึง 20% เนื่องจากในตอนเช้าท้องของคุณยังว่างอยู่ ร่างกายจะเผาผลาญไขมันที่ค้างสะสมในร่างกายของคุณได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายในช่วงเช้าก็อาจไม่เหมาะเท่าไหร่ เนื่องจากร่างกายยังไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เสี่ยงต่อการที่ร่างกายจะดึงไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้งาน ทำให้กล้ามเนื้อลดลงได้ ดังนั้นหากออกกำลังกายในตอนเช้าเพื่อต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ ก็ต้องกินโปรตีนในปริมาณที่ร่างกายควรได้รับด้วย ออกกำลังกายตอนเย็นหรือตอนกลางคืน การออกกำลังกายตอนเย็นหลังเลิกงานถือเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะบางคนอาจไม่ชอบการตื่นแต่เช้าตรู่ หรือบางคนอาจรู้สึกว่าตอนเย็นมีแรงในการออกกำลังกายมากกว่า ซึ่งการออกกำลังกายในช่วงเย็นหรือกลางคืนก็สะดวกตรงที่คุณสามารถออกได้อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องเร่งรีบอะไร โดยคุณสามารถออกกำลังกายที่เน้นคาดิโอได้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีแรง และมีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือหากคุณอยากออกกำลังกายเแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อก็สามารถทำได้ดี เพราะระหว่างวันคุณได้รับพลังงานสารอาหารอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้ งานวิจัยยังระบุไว้ว่า การออกกำลังกายตอนเย็นจะช่วยให้คุณหลับสบาย แต่ก็มีข้อโต้แย้งสำหรับบางคนที่ออกกำลังกายช่วงเย็น กลับรู้สึกว่าออกกำลังกายเวลานี้ทำให้นอนหลับยากขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1105 days ago
Read More24/01/2023
‘ตากระตุก’ ไม่ใช่เรื่องโชคลาง แต่อาจเป็นสัญญาณโรคทางสมอง
ทุกคนคงเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องตากระตุกที่ว่า ‘ขวาร้ายซ้ายดี’ คือ ตากระตุกข้างซ้าย เป็นลางบอกว่าจะมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้น แต่หากตากระตุกข้างขวา จะเป็นลางบอกเหตุไม่ดี หรือบางคนอาจจะมีความเชื่อที่สลับกันเป็นขวาดีซ้ายร้าย แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วอาการตากระตุกเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ และเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ อาการตากระตุก อาการตากระตุก เป็นอาการที่กล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ ดวงตาขยับอย่างรวดเร็ว สามารถเกิดขึ้นได้บริเวณเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง แต่ส่วนมากจะเกิดได้ง่ายบริเวณเปลือกตาบน โดยจะกระตุกทีละข้าง ซึ่งปกติแล้วอาการเหล่านี้สามารถหายได้เอง และไม่เป็นอันตรายอะไร นอกเสียจากว่าคุณเริ่มรู้สึกตากระตุกจนลืมตาได้ลำบาก และรู้สึกรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทบต่อการใช้ชีวิต ก็อาจต้องเฝ้าระวังอาการเหล่านี้มากขึ้น ตากระตุกเกิดจากสาเหตุอะไร อาการตากระตุก สามารถเกิดได้กับทุกคน และหายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกในเวลาใกล้เคียงกัน โดยเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น สาเหตุที่เรายกตัวอย่างมา เป็นเพียงสาเหตุที่เกิดขึ้นและส่งผลออกมาในอาการที่ไม่รุนแรง แต่ขณะเดียวกันบางคนกลับมีอาการตากระตุกเป็นเวลาหลายวัน และอาการรุนแรงเสียจนกระทบกับการใช้ชีวิตนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคอื่น ๆ ได้ สัญญาณเตือนโรคทางประสาทและสมอง แม้ว่าอาการตากระตุกจะดูเหมือนเป็นอาการเล็ก ๆ ที่คุณคิดว่าไม่เป็นอันตรายอะไร แต่อย่างที่บอกไปว่าหากมีอาการเกิดขึ้นนาน และมีอาการอื่นร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคเกี่ยวกับประสาทและสมอง เช่น อาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ หากคุณมีอาการตากระตุกนานร่วม 2 สัปดาห์ หรือเกิดอาการอื่นร่วมด้วย เช่น กระตุกบริเวณอื่นร่วมด้วย,…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1105 days ago
Read More23/01/2023
คุณมี Body Types แบบไหน ? รู้แล้วเริ่มดูแลรูปร่างตนเองให้ถูกทาง
เคยสังเกตหรือไม่ว่า…รูปร่างของคนเรามีลักษณะที่แตกต่างกัน บางคนไหล่กว้าง บางคนร่างกายมีส่วนโค้งเว้า หรือบางคนรูปร่างเป็นแนวตรงไม่มีส่วนโค้งเว้า ทุกคนทราบกันดีว่าเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะเกิดมามีรูปร่างแบบไหน แต่ทุกคนสามารถเลือกที่จะดูแลรูปร่างของตนเองให้บรรลุเป้าหมายในหุ่นที่เราต้องการได้ และผลจากการมีรูปร่างที่แตกต่างกันตั้งแต่กำเนิดก็ทำให้วิธีดูแลหุ่น ทั้งเรื่องการกิน และการออกกำลังกายแตกต่างกันด้วย เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก Body Types แต่ละแบบเพื่อการดูแลรูปร่างให้ตรงจุดกัน ประเภทของ Body Types ย้อนไปเมื่อช่วง ค.ศ. 1940 นักจิตวิทยาชาวอเมริกันชื่อ William Sheldon ได้กำหนดแนวคิดเรื่องประเภทของรูปร่างของคนไว้ ดังนี้ 1.Ectomorph : คือกลุ่มคนที่มีรูปร่างผอม บาง มีปริมาณไขมันและกล้ามเนื้อในร่างกายน้อย หากคนที่มีรูปร่างลักษณะนี้ต้องการจะเพิ่มน้ำหนัก ก็จำเป็นต้องศึกษาเรื่องของสารอาหารให้ดีและอาจต้องรับประทานอาหารมากกว่าคนที่มีรูปร่างประเภทอื่น เนื่องจากคนที่มี Body Tpye แบบ Ectomorph มักจะเป็นคนที่มีระบบการเผาผลาญดี และอ้วนได้ยาก 2.Mesomorph : คือกลุ่มคนที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่มีน้ำหนักที่มากหรือน้อยจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นรูปร่างที่หลายคนใฝ่ฝัน และคนที่มีรูปร่างประเภทนี้ก็สามารถเลือกที่จะเพิ่มน้ำหนัก ลดน้ำหนัก หรือเพิ่มกล้ามเนื้อได้ตามความต้องการของตนเอง เพียงแค่ศึกษาวิธีการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ก็จะทำให้มีรูปร่างที่ดีขึ้นได้ง่ายกว่ารูปร่างประเภทอื่น 3.Endomorph : คือกลุ่มคนที่มีรูปร่างใหญ่ ค่อนไปทางอวบ เพราะร่างกายสะสมไขมันและกล้ามเนื้อเยอะ เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปแม้จะรับประทานอาหารชนิดเดียวกับกลุ่มคนที่มีรูปร่างแบบ Ectomorph…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1106 days ago
Read More23/01/2023
แว่นกันแดดไม่ใช่แค่ใส่เท่ ๆ เลือกใช้ให้ถูกเพื่อสุขภาพดวงตาของคุณ
หากพูดถึงอุปกรณ์ที่ช่วยถนอมอวัยวะในร่างกายควบคู่ไปกับส่งเสริมการแต่งกายของคุณให้ดูดี ทันสมัยได้ หลายคนต้องนึกถึง ‘แว่นกันแดด’ อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวไหนแว่นกันแดดจะต้องเป็นไอเทมสำคัญที่คุณหยิบเอามาสวมใส่ก่อนถ่ายรูป หรือเอามาเหน็บไว้ที่เสื้อเพิ่มความเท่ก็ได้ ที่สำคัญยังช่วยปกป้องดวงตาจากแสงแดดด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าแว่นกันแดดยังประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด คุณสมบัติของแว่นกันแดด ‘แว่นกันแดด’ มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันรังสี UV จากแสงอาทิตย์ ที่ไม่เพียงแต่ทำร้ายผิวพรรณให้หมองคล้ำ แห้งกร้านเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาของคุณด้วย แว่นกันแดดจึงทำหน้าที่ปกป้องดูแลดวงตาของคุณคล้ายกับการทาครีมกันแดดนั่นเอง ประโยชน์ของการใส่แว่นกันแดด ลองนึกภาพแสงแดดร้อนจัด ๆ ในช่วงซัมเมอร์ หากไม่มีอุปกรณ์อย่างแว่นกันแดดคอยปกป้องดวงตาของคุณ รับรองว่าคุณต้องรู้สึกปวด หรือแสบร้อนบริเวณดวงตาอย่างแน่นอน และนอกจากแว่นกันแดดจะช่วยป้องกันแสง UV แล้ว ยังช่วยลดความสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ให้คุณมองเห็นวิวต่าง ๆ ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องมีแสงแดดมารบกวนอีกต่อไป แม้จะชื่อว่า ‘แว่นกันแดด’ แต่ถึงไม่มีแดดจ้า คุณก็ควรใส่แว่นกันแดดเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรคุณก็จะยังได้รับแสง UV ในทุกวันเสมอ และที่สำคัญแว่นกันแดดไม่ได้ใส่เพื่อป้องกันแดดอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันฝุ่น ผง ต่าง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ส่งผลทำให้ดวงตาระคายเคืองเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ พูดถึงข้อนี้หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าจริง ๆ แล้วแว่นกันแดดมีประโยชน์กับการใช้ชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่าง เวลาที่คุณขับรถตอนกลางวัน หรือตอนที่แดดจัด ๆ หากแสงแดดกระทบที่ดวงตาของคุณก็จะทำให้รู้สึกแสบ ปวดที่เบ้าตา หรืออาจทำให้สมรรถภาพในการมองเห็นขณะขับรถลดลงได้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1106 days ago
Read More23/01/2023
จริงหรือไม่ ? กินข้าวคำ-น้ำคำ ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก!
ใครเคยได้ยินคำว่า ‘กินข้าวเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบดื่มน้ำตาม’ หรือ ‘ห้ามกินข้าวคำ-น้ำคำ’ บ้าง ส่วนใหญ่คนมักมีความเข้าใจว่า การดื่มน้ำหลังกินข้าวเสร็จทันทีหรือกินข้าวคำ-น้ำคำ จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย เนื่องจากน้ำที่ดื่มเข้าไปทำให้น้ำย่อยเจือจาง และย่อยอาหารได้ไม่ดี วันนี้เราจะมาไขข้อเท็จจริงเรื่องนี้กัน หน้าที่ของระบบย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหารมีหน้าที่ในการย่อยอาหารโมเลกุลใหญ่ที่เรารับประทานเข้าไป และเปลี่ยนอาหารเหล่านั้นให้กลายเป็นสารสำคัญเพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงาน มีเรี่ยวแรงในการดำเนินชีวิตประจำวัน อวัยวะในระบบย่อยอาหาร ได้แก่ ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ตับ ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง และทวารหนัก โดยอวัยวะเหล่านี้จะทำงานร่วมกัน ‘กินข้าวคำ-น้ำคำ’ ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก ? มีความเชื่อที่บอกว่า กินข้าวคำ-น้ำคำ และกินน้ำหลังอาหารทันทีจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี เนื่องจากน้ำที่ดื่มลงไปจะทำให้ค่า PH ของน้ำย่อยเจือจาง ความคิดนี้ถือเป็นความเข้าใจผิด! ข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน ระบุว่า การดื่มน้ำหลังอาหารไม่มีผลต่อค่า PH ของน้ำย่อย ขณะเดียวกันอวัยวะภายในก็จะคอยผลิตน้ำย่อยออกมาเพื่อทำหน้าที่ย่อยหรือบดอาหารให้ได้สารที่จำเป็นต่อการหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างเพียงพอ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ก็เหมือนคนที่รับประทานก๋วยเตี๋ยวน้ำ ซึ่งระบบย่อยอาหารก็สามารถทำงานได้เป็นปกติ ซ้ำการดื่มน้ำยังมีส่วนช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1106 days ago
Read More20/01/2023
อย่าปล่อยผ่าน! ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย
สำหรับใครที่พบเจอปัญหาปวดปัสสาวะบ่อย ๆ ตอนกลางคืน คงรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยเพราะแทนที่คุณจะได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ กลับต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำ มากกว่า 2 ครั้งต่อ 1 คืน หลายคนอาจจะปล่อยปัญหานี้มายาวนาน เพราะคิดว่าคงไม่ได้กระทบกับสุขภาพร่างกาย โดยอาการเหล่านี้เรียกว่า ‘โรคปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน’ (Nocturia) หากคุณไม่ได้เป็นคนที่ชอบดื่มน้ำเยอะ ๆ ก่อนเข้านอน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคหรือปัญหาสุขภาพของคุณได้ ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามเด็ดขาด! ข้อสังเกตโรคปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน โดยปกติแล้วในช่วงเวลากลางคืนร่างกายจะผลิตปัสสาวะน้อยลง และคนส่วนใหญ่สามารถนอนหลับยาว ๆ ได้ 6-8 ชม. โดยที่ไม่มีอาการปวดปัสสาวะใด ๆ ซึ่งคนทั่วไปหากมีน้ำอยู่ครึ่งกระเพาะปัสสาวะ จะรู้สึกเพียงแค่หน่วง ๆ แต่ยังไม่ต้องเข้าห้องน้ำได้ แต่หากเมื่อไหร่ที่น้ำเต็มกระเพาะปัสสาวะแล้วก็จะเริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะจนต้องเข้าห้องน้ำทันที ขณะเดียวกันหากคุณมีความผิดปกติ อาจจะรู้สึกปวดปัสสาวะ และต้องเข้าห้องน้ำทันทีทุกครั้ง แต่เมื่อเข้าห้องน้ำแล้วปริมาณของปัสสาวะกลับมีไม่เยอะ หรือบางรายอาจจะถึงขั้นกลั้นปัสสาวะไม่ได้ก็มี อาการเหล่านี้ก็อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติได้ นอกจากนี้ ให้สังเกตตนเองว่าใน 1 วัน คุณเข้าห้องน้ำกี่รอบ และแต่ละรอบผ่านไปนานแค่ไหน โดยสังเกตควบคู่ไปกับปริมาณการดื่มน้ำหรือคาเฟอีนของตนเองด้วย และช่วงเวลากลางคืนหากคุณต้องลุกมาเข้าห้องน้ำมากกว่า 2 รอบ ก็ไม่ควรละเลยอาการเหล่านี้ ปัสสาวะบ่อยเกิดจากอะไรได้บ้าง อาการปวดปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะปวดในช่วงเวลากลางคืน อาจเกิดจากพฤติกรรมของคุณที่ดื่มน้ำเปล่า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1110 days ago
Read More20/01/2023
รู้เท่าทันสุขภาพจิตตนเองด้วยแอปพลิเคชัน Daylio
‘สุขภาพจิต’ กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากปัจจัยรอบข้างส่งผลให้หลายคนมีความเครียดสะสม และบางคนอาจเป็นโรคเครียดไม่รู้ตัว ซึ่งการรู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตนเองถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณรู้ต้นตอของปัญหาที่ทำให้ตนเองรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายใจ สะสมจนเป็นความเครียด ก็จะทำให้คุณหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอปัญหาเหล่านั้น รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ช่วยให้คุณอารมณ์ดี มีความสุข หากคุณรู้เท่าทันตนเองก็จะสามารถจัดการปัญหาเรื่องภาวะอารมณ์ของตนเองได้มากขึ้น ตัวช่วยที่เราจะพูดถึงวันนี้ คือแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันสุขภาพจิตของตนเอง นั่นคือ Daylio แอปพลิเคชันสุดแสนน่ารัก เข้าใจง่าย เหมาะกับทุกช่วงวัย รู้จักแอปพลิเคชัน Daylio Daylio เป็นแอปฯ ที่ใช้สำหรับบันทึกกิจกรรมประจำวัน โดยผู้ใช้สามารถบันทึกอารมณ์ ความรู้สึก ของตนเองผ่านไอคอนสุดน่ารักที่คุณสามารถเลือกรูปแบบ เลือกสีสันได้ตามชอบ โดยแอปพลิเคชันจะให้คุณใส่ข้อมูลแต่ละวันของคุณเอาไว้ พร้อมสรุปเป็นสถิติออกมาเพื่อให้คุณได้ย้อนกลับมาสำรวจภาวะอารมณ์ของตนเอง เมื่อคุณเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา ในแอปฯ จะให้คุณเลือกไอคอนที่ชื่นชอบ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละอารมณ์ เช่น มีความสุข เศร้า โกรธ เป็นต้น และเมื่อเลือกไอคอนเหล่านี้แล้ว แอปฯ ก็จะให้คุณกำหนดเป้าหมายในวันนั้นของตนเอง เช่น เข้านอนไว ออกกำลังกาย หรือดื่มน้ำมาก ๆ โดยใน 1 วันคุณจะสามารถบันทึกได้ว่าตนเองอยู่ในอารมณ์แบบใด ผ่านการใช้สัญลักษณ์เป็นตัวไอคอนที่คุณได้เลือกเอาไว้ จากนั้นก็ยังสามารถจดบันทึกเป็นโน้ตสั้น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1110 days ago
Read More20/01/2023
เช็กให้ชัวร์! ‘ไฝ’ แบบไหนเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง
ไฝและขี้แมลงวัน เกิดขึ้นบนร่างกายของมนุษย์เป็นเรื่องปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกเสียจากว่าไฝหรือขี้แมลงวันเหล่านั้นจะมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในบริเวณที่เจ้าตัวไม่อยากให้ขึ้น เช่น บนใบหน้า เป็นต้น ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีมากมายที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้อยากเอาไฝหรือขี้แมลงวันออก ไม่ว่าจะเป็นการจี้ไฝด้วยเลเซอร์ หรือจี้ไฝด้วยไฟฟ้า บางคนที่ไฝที่ค่อนข้างใหญ่แพทย์ก็จะใช้วิธีตัดไฝแทน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแม้ว่าไฝจะขึ้นบนร่างกายจนกลายเป็นความเคยชินหรือเป็นเรื่องปกติ แต่อย่ามองข้ามไป เพราะไฝที่คุณเห็นอาจเป็นไฝที่บ่งบอกโรคมะเร็งผิวหนังได้ ไฝและขี้แมลงวันเกิดจากอะไร ไฝและขี้แมลงวัน เกิดจากการทำงานผิดปกติของเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ที่อยู่บริเวณผิวหนังชั้นกำพร้า เกิดการสร้างเม็ดสีมากกว่าปกติ ทำให้กลายเป็นจุดสีต่าง ๆ ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีดำ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมา ในขณะที่ขี้แมลงวันจะเรียบไปกับผิวหนัง และพบว่าคนผิวขาวจะมีไฝหรือขี้แมลงวันมากกว่าคนผิวเข้มนั่นเอง ไฝและขี้แมลงวันสามารถขึ้นได้ทั่วบริเวณร่างกาย ซ้ำเมื่ออายุมากขึ้นไฝหรือขี้แมลงวันอาจมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ทันได้สังเกต มะเร็งผิวหนังเกิดจากอะไร รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ยิ่งส่วนใดของร่างกายโดนแดดบ่อย ๆ เป็นเวลานาน ก็จะกลายเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เช่น แขน ขา ใบหู และใบหน้า เป็นต้น ขณะเดียวกันปัจจัยจากพันธุกรรมก็มีส่วน หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งผิวหนังก็ควรหมั่นสังเกตไฝและขี้แมลงวันของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หรือบางรายอาจสัมผัสกับสารพิษเป็นเวลานานก็มีความเสี่ยงเช่นกัน วิธีสังเกตไฝแบบไหนเสี่ยงมะเร็ง แม้ไฝและขี้แมลงวันจะเกิดขึ้นบนร่างกายตั้งแต่กำเนิด แต่หากลองสังเกตดี ๆ เมื่ออายุมากขึ้นหรือผ่านการตากแดดอย่างหนักหน่วง ไฝหรือขี้แมลงวันก็อาจเพิ่มขึ้นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันไฝหรือขี้แมลงวันที่มีตั้งแต่แรกนานวันเข้าก็อาจขยายใหญ่ขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1110 days ago
Read More20/01/2023
ถูกใจสายหวาน! เทคนิคดื่มชานมไข่มุกอย่างไรไม่ให้อ้วน
เครื่องดื่มต้องห้ามสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก คงหนีไม่พ้น ‘ชานมไข่มุก’ เพราะด้วยรสชาติที่หอมหวานและมีไข่มุกให้เคี้ยวเพลิน ๆ ทำให้หลายคนติดดื่มชานมไข่มุกทุกวันเลยก็ว่าได้ และรู้หรือไม่ว่าชานมไข่มุกหนึ่งแก้วมีจำนวนแคลลอรีมากถึง 300-400 กิโลแคลลอรี เทียบกับอาหารหนึ่งมื้อเลยก็ว่าได้ แต่ปริมาณสารอาหารที่ได้กลับไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สำหรับใครที่อยากเลิกแต่เลิกไม่ได้ เรามีเทคนิค ‘ดื่มชานมไข่มุกอย่างไรไม่ให้อ้วน’ เพื่อเป็นทางเลือกมาฝาก 1. สั่งหวานน้อยหรือไม่หวาน อย่างที่ทราบกันว่าชานมไข่มุกจะมีรสชาติความหวานที่หลายคนติดอกติดใจ แต่จะให้ดีเลือกสั่งแบบหวานน้อยหรือไม่หวานก็จะช่วยให้ได้รับน้ำตาลในระดับที่ไม่มากจนเกินไป และการดื่มของหวานมาก ๆ อาจทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้เพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นร่างกายจะหลั่งสารเซโรโทนิน ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ 2. เลือกไข่มุกชนิดบุก แน่นอนว่าอีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มจำนวนแคลลอรีให้ร่างกายเราอย่างมากก็คือ ‘ไข่มุก’ ที่มีส่วนผสมจากแป้งซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรต และเมื่อคาร์โบไฮเดรตถูกย่อยจะกลายน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว หรือที่เรียกว่า ‘กลูโคส’ นั่นเอง การเลือกกินบุกที่ทำจากน้ำผึ้ง หรือว่านหางจระเข้ ที่ไม่มีส่วนผสมจากแป้งและมีความหวานเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทดแทนอาการอยากเคี้ยวไข่มุกได้บ้าง ที่สำคัญอ้วนน้อยกว่าด้วย 3. เลือกแก้วไซซ์เล็ก การเลือกขนาดของแก้วชานมไข่มุกให้เป็นขนาดเล็กสุด เป็นการตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลมเพราะต่อให้เราอยากดื่มเยอะแค่ไหน การเลือกดื่มแก้วเล็ก ๆ ก็เป็นเหมือนการหลอกตนเองว่าตอนนี้เราอิ่มกับปริมาณที่ได้แล้ว ซึ่งวิธีนี้ก็ทำให้อ้วนน้อยลงได้ เรียกว่าดื่มให้หายอยากก็พอ แถมคุมปริมาณการกินของเราให้เผื่อท้องไว้กินอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มอีก 4. ตัดแคลลอรีของหวานชนิดอื่น ถ้าวันนี้คุณตื่นมาแล้วรู้สึกว่าถ้าไม่ได้ดื่มชานมไข่มุกคงรู้สึกไร้ชีวิตชีวา ขอแนะนำว่าไม่ต้องไปฝืนใจตนเองอยากกินต้องได้กิน! แต่ควรงดขนม…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1110 days ago
Read More18/01/2023
ยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน จริงหรือ? ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด
เชื่อว่าแทบทุกคนเคยพยายามลดความอ้วน มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ไม่สามารถลดได้ตามที่ตั้งใจไว้ ยิ่งลดไม่ได้ก็ยิ่งกดดัน ยิ่งกดดันก็ยิ่งเครียด แล้วทำไมพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ยิ่งเครียดก็ยิ่งอ้วนเสียอย่างนั้น… ความเครียด มีหลายปัจจัยด้วยกัน บางคนเครียดเรื่องน้ำหนัก บางคนเครียดเรื่องเรียน เครียดเรื่องงาน เครียดเรื่องความรัก รู้หรือไม่ว่า ‘ความเครียด’ จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลกับการกินของเรา และท้ายที่สุดก็ทำให้อ้วนขึ้นด้วย ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด ‘ฮอร์โมนแห่งความเครียด’ หรือ คอร์ติซอล (Cortisol) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ สร้างขึ้นโดยต่อมหมวกไตที่อยู่บนไตของคุณ ทำหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต พร้อมทั้งปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกปล่อยออกมามากขึ้นเมื่อคุณอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ร่างกายก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นด้วยเช่นกัน สมองจึงกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความ ‘หิว’ นั่นเอง Cortisol ส่งผลต่อความอ้วนอย่างไร? อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า คอร์ติซอล จะตอบสนองได้ดีต่อความเครียด โดยเฉพาะคนที่มีความเครียดเรื้อรัง และเมื่อฮอร์โมนชนิดนี้ถูกหลั่งออกมามาก ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองจึงสั่งการให้ร่างกายหาน้ำตาลมาทดแทน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เวลาเครียดหลายคนมักจะหยิบช็อกโกแลต หรือขนมหวานต่าง ๆ มากิน และเมื่อได้ความหวานจากขนมเหล่านั้นก็จะรู้สึกดีขึ้นทันที นอกจากนี้ หากคอร์ติซอลหลั่งออกมามากผิดปกติยังทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวน โดยจะทำให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กับไขมัน ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อจะมีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกาย และหากกล้ามเนื้อน้อยลงเท่าไหร่ก็จะทำให้อ้วนง่ายมากขึ้นเท่านั้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1111 days ago
Read More18/01/2023
โยคะ vs พิลาทิส ต่างกันอย่างไร? และคุณควรเลือกเล่นอะไร?
หากพูดถึงการออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้านตนเอง นอกจากการคาดิโอด้วยการเต้นแอโรบิก หรือบริหารร่างกายด้วยท่าทางง่าย ๆ ตามคลิปวิดีโอที่มีสอนตามอินเทอร์เน็ตแล้ว การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือ การเล่นโยคะ และการเล่นพิลาทิส ซึ่งการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ บางคนอาจจะยังสงสัยว่าโยคะกับพิลาทิสต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อเท็จจริงความแตกต่างของการออกกำลังกายทั้ง 2 ชนิดนี้ เพื่อให้คุณได้เลือกแนวทางที่ใช่สำหรับตนเอง โยคะ (Yoga) การเล่นโยคะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดหยุ่นและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ โฟกัสที่ลมหายใจไปพร้อมกับการขยับร่างกาย ประโยชน์ของโยคะ คือช่วยเรื่องสุขภาพทำให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยคลายเครียด และช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี การเล่นโยคะ ได้รับความนิยมในกลุ่มของผู้หญิง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงมาก แถมไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมายก็สามารถเล่นได้ที่บ้าน เพียงแค่คุณมีเสื่อโยคะผืนเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้การฝึกโยคะก็มีหลายระดับ หากเป็นผู้เริ่มต้นต้องศึกษาท่าทางให้ดี หรืออาจจะต้องเล่นควบคู่ไปกับการมีผู้เชี่ยวชาญดูแล นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่แม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็สามารถออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ เพราะการเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายในระหว่างตั้งครรภ์แล้ว ยังสามารถช่วยเตรียมร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ที่สำคัญการหายใจช้า ๆ ระหว่างเล่นยังช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย พิลาทิส (Pilates) การเล่นพิลาทิส ถูกคิดค้นในปี ค.ศ.1920 โดยโจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates)…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1111 days ago
Read More18/01/2023
แค่กินก็กันแดดได้ ? ‘วิตามินกันแดด’ ได้ผลจริงหรือแค่กระแส
ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแดดและอากาศร้อน แม้ในความเป็นจริงแสงแดดจะมีข้อดี ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดี และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ข้อเสียของแสงแดดก็มีอยู่มากเช่นกัน สาว ๆ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในทุก ๆ วันไม่ว่ามีกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ครีมกันแดดถือเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ผิวไหม้ เท่านั้น แต่การตากแดดเป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาแดดจัด ยังทำให้ใบหน้าของคุณเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ร้ายแรงกว่านั้นอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ความสำคัญของครีมกันแดด ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้ออกกิจกรรมกลางแจ้งก็ควรทาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแสงที่มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปจนถึง SPF50 เพื่อการปกป้องที่ได้ประสิทธิภาพตามกิจกรรมที่ตนเองต้องเผชิญ และควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่ขณะเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนหรือบางคนอาจไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะจากครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดบางตัวที่ช่วยปกป้องสูงก็ต้องแลกมาด้วยความเหนียวข้นของครีม บางคนถึงกับไม่ยอมทาครีมกันแดดก็มี หรือบางคนไม่อยากทาซ้ำระหว่างวัน ซึ่งนวัตกรรมของครีมกันแดดในปัจจุบันก็ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเปลี่ยนสภาพสารกันแดดออกมาในรูปแบบอื่น ชนิดของผลิตภัณฑ์กันแดด ปัจจุบันกันแดดเนื้อครีมยังคงเป็นกันแดดที่ได้รับความนิยม เพราะใช้ง่ายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทาครีมบำรุงผิวอยู่ ที่สำคัญมีหลายแบรนด์ให้เลือกสรรตามแต่ละสภาพผิวของตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดเนื้อครีมก็อาจไม่เหมาะกับคนที่หน้ามันมาก ๆ หรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว กันแดดเนื้อเจลจะใช้ง่ายคล้ายกับกันแดดเนื้อครีม เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม เพราะเนื้อเจลจะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่หนักหน้า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1111 days ago
Read More17/01/2023
‘กฎการนอน 90 นาที’ ตื่นมาไม่งัวเงียอีกต่อไป ทำได้จริงเหรอ?
เคยไหม? นอนหลายชั่วโมงแต่ทำไมตื่นมายังเพลียอยู่…ร่างกายรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย และงัวเงียอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน เพราะสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื่อว่าทุกคนถูกสอนมาว่าเราควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ถึงจะตื่นมาสดใส ไม่อ่อนเพลีย แต่มีใครเคยได้ยินเรื่อง ‘กฎการนอน 90 นาที’ บ้าง? เราจะพาทุกคนมารู้จักวิธีการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่แม้คุณจะนอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง แต่คุณจะไม่งัวเงียตอนตื่นอีกต่อไป ทำความรู้จัก ‘กฎการนอน 90 นาที’ สมองของคนเราทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามที่เรานอนหลับก็ตาม และการทำงานของสมองในช่วงเวลานอนหลับจะถูกแบ่งเป็นรอบ โดย 1 รอบจะอยู่ที่ 90 นาที แบ่งเป็น 80 นาที ของการหลับลึก และ 10 นาที ของการหลับตื้น เราเรียกการนอนหลับแบบนี้ว่า ‘การหลับแบบวงจร’ (Cycle) หากตื่นในช่วงเวลาของการหลับลึกก็จะทำให้ง่วง เพลีย แต่กลับกันหากตื่นในช่วงเวลาของการหลับตื้นก็จะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และรู้สึกนอนเต็มอิ่ม การหลับแบบวงจรแบ่งเป็น 2 ช่วง 1. ช่วงเวลานอนที่ไม่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (Non Rapid Eye…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1112 days ago
Read MorePR Partners
See All02/02/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 19 hours ago
ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026
ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์29/01/2026
ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69
เมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกอย่าง ไฮเออร์ (Haier) ที่ครองแชมป์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังจะเปลี่ยน "งานบ้าน" ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ระดับแชมป์" ทางไฮเออร์ตั้งเป้าสู่การเป็น Global Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เริ่มต้นปีด้วยการเล่นใหญ่ผ่านแฟลกชิปอีเวนต์ ‘Champion Your Haier Life ไฮเออร์ เปิดโหมดแชมป์ให้กับชีวิต’ ป็อปอัพสโตร์ระดับโลกมาแลนดิ้งใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานด้านหน้า CentralwOlrd เป็นครั้งแรก ในงานนี้ ไฮเออร์ได้ชูโรงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Champion-Grade โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องซักผ้าที่จะมาเปลี่ยนการซักผ้าแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Triple-Drum รวบตึงการซัก 3 ถังในรอบเดียว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบด้วยเครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้าหลากหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว ไม่ต้องรอคิวซักทีละถัง L+ Series จบ ครบ ทั้งซักและอบ ถังซักขนาดใหญ่ถึง 607 มิลลิเมตร โปรแกรมซักอัตโนมัติ 20 รูปแบบ และโหมดขจัดคราบเฉพาะทางมากถึง 26…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More29/01/2026
อว. จับมือ NetDragon – EDA ปั้น “สะพานอัจฉริยะ” พลิกโฉมเด็กไทยสู่ยอดฝีมือ AI แห่งยุคดิจิทัล
ทิศทางของ 'เด็กไทย' ผู้เป็นอนาคตของชาติในยุค AI จะเป็นแบบไหน ผู้ใหญ่ในประเทศก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและปูทางให้กับพวกเขา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง NetDragon และ บริษัท EDA (Thailand) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนวัตกรรม AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศ Learning-to-Career เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการเรียนรู้ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการในยุค AI ไม่ว่าจะเป็น ภายในงาน ดร. พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว. ได้ชี้ให้เห็นว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ทักษะการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล กระทรวงฯ จึงเร่งเดินหน้าแผน Re-skill และ Up-skill เพื่อลดช่องว่างทางทักษะและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของคนไทย ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่าปัจจุบันได้นำร่องหลักสูตร AI ในมหาวิทยาลัยแล้ว 6 แห่ง และเตรียมขยายผลไปยังสถาบันกว่า 250…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More17/01/2026
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True IDC สู่ Data Center ระดับสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกวางให้เป็นฐานรองรับ Big Data, Cloud และ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เทคโนโลยีในมุมของคุณศุภชัย ต้อง “สร้างโอกาส” ไม่ใช่แค่สร้างมูลค่า อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนวิธีคิดของคุณศุภชัย คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ความสำเร็จของ TrueMoney ซึ่งเป็น Wallet รายแรกของไทย และ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 17 days ago
Read More





























