Tags
| Health
08/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1055 days ago
Good Girl Syndrome เป็นคนดีที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา จนเสียสุขภาพจิต
การเอาอกเอาใจผู้อื่น ความสมบูรณ์แบบ และการให้ความสำคัญกับผู้อื่นเป็นอันดับแรก แม้จะดูเหมือนเป็นคุณสมบัติที่ดี และเป็นการทำให้คนส่วนมากรักในตัวคุณ แต่ความจริงแล้วคุณสมบัติเหล่านี้อาจหันกลับมาทำลายความสุขที่แท้จริงของคุณได้ Good Girl Syndrome คืออะไร? แนวคิดเรื่อง Good Girl Syndrome ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแพทย์ แต่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมสมัยนิยม ซึ่งเป็นวลีที่คุณมักจะพบเห็นในฟีดโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่าแนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ และช่วยให้ผู้หญิงหลายคนที่ประสบกับอาการดังกล่าวได้รู้เท่าทัน และหาวิธีแก้ต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า อาการของ Good Girl Syndrome เป็น “การสำแดงลักษณะที่มีคุณค่าหรือน่ายกย่องในตัวผู้หญิง เกี่ยวพันกับการที่ครอบครัวรวมถึงผู้คนภายนอกครอบครัว เช่น ครู มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงอย่างไร และปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้หญิงแต่ละคนอย่างไร” ให้ลองนึกถึงคำว่า "ผู้หญิงดี" ในภาพจินตนาการทุกคนจะนึกถึงภาพของสาวสวยเงียบ ๆ เชื่อฟังและคอยดูแลผู้อื่น ไม่สร้างปัญหา สิ่งนี้มีรากฐานมาจากความคาดหวังแบบเหมารวมของสังคมว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างไรและมีบทบาทอย่างไร เมื่อผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome เบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรม "คนดี" ที่ว่าแล้ว พวกเธอจะรู้สึกผิด หรือกลัวที่จะถูกตัดสินในแง่ลบ สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็น Good Girl Syndrome Good Girl Syndrome…18/08/2023
‘ภาวะสิ้นยินดี’ ไม่สุขแต่ก็ไม่เศร้า รู้สึกเฉยชากับทุกสิ่ง
ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) คือ การที่คนคนหนึ่งไม่สามารถสัมผัสกับความสุขหรือความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวันได้ อาจรู้สึกมึนงงหรือสนใจในสิ่งที่เคยชอบน้อยลง เป็นอาการทั่วไปของภาวะสุขภาพจิตหลายอย่าง เช่น ภาวะซึมเศร้า ซึ่งการรักษามีไว้เพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านั้นกลับมาสนใจกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตมากขึ้น ภาวะสิ้นยินดีมีกี่ประเภท ? ภาวะสิ้นยินดีมี 2 ประเภท ดังนี้ โดยภาวะสิ้นยินดีทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวแย่ลง เพราะคุณจะไม่ได้รู้สึกถึงความสุข หรือความสนุกสนานใด ๆ จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีแรงจูงใจในการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น คุณอาจปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพราะคุณมองว่าการเข้าสังคมไม่ได้มีประโยชน์อะไร หรือคุณอาจมีความวิตกกังวลทางสังคม เพราะรู้สึกว่าไม่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพบปะผู้คนใหม่ ๆ อาการของภาวะสิ้นยินดี ภาวะสิ้นยินดีพบมากในใคร ? โดยส่วนมากภาวะสิ้นยินดีจะพบมากในผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต รวมถึงโรคอื่น ๆ เช่น ภาวะสิ้นยินดี เกิดจากอะไร ? มีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าภาวะสิ้นยินดีอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสมองในการผลิตหรือตอบสนองผิดปกติต่อสารโดปามีน ซึ่งสารโดปามีนเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับ "ความรู้สึกดี" ความผิดปกติในสมองส่วนนี้อาจส่งผลต่อการรับรู้หรือความรู้สึกมีความสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นภาวะสิ้นยินดี ? แพทย์จะทำการค้นหาอาการของภาวะสิ้นยินดีโดยการถามคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์ของคุณ นอกจากนี้ยังอาจทำการตรวจร่างกายเพื่อแยกแยะสภาพร่างกายอื่น ๆ เนื่องจากภาวะสิ้นยินดีสามารถเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อระบุสาเหตุให้แน่ใจ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณ และอาจรวมถึง การขาดวิตามินดี หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนไทรอยด์ การรักษาภาวะสิ้นยินดี แนวทางการรักษาทางการแพทย์ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1076 days ago
Read More18/08/2023
[สัมภาษณ์] ‘หมออ้น นพ.ฉัตรพล’ กับมุมมองธุรกิจศัลยกรรมความงามในยุคนี้
นาทีนี้เรื่องราวเกี่ยวกับการศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องที่น่าปกปิด หรือน่าอายอีกต่อไป หลายคนกล้าที่จะเปิดเผยประสบการณ์ศัลยกรรมมากขึ้น แน่นอนว่าคลินิกรวมถึงโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็เปิดใหม่ขึ้นมาตามความต้องการของตลาดที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง Hack for Health ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง หรือที่หลายคนเรียกกันว่า "หมออ้น" ศัลยแพทย์ตกแต่ง และเป็นแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางไอดีแอล รวมถึงเป็น TikToker ชื่อดัง ที่ออกมาเผยแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับศัลยกรรมในโลกออนไลน์ เราจะมาพูดคุยแง่มุมเกี่ยวกับ ‘ความก้าวหน้าของธุรกิจศัลยกรรมความงาม’ กับหมออ้นกันค่ะ อยากให้คุณหมออธิบายเกี่ยวกับคำจำกัดความของ 'ศัลยแพทย์ตกแต่ง' หน่อยค่ะ หม้ออ้น: คำว่าศัลยแพทย์ตกแต่ง ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางที่เรียนหลังจากจบหมอไปแล้วอีก 5 ปี เพื่อเป็นศัลยแพทย์ตกแต่ง หรือศัลยแพทย์พลาสติก แต่ก่อนผมอยู่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ก็ต้องรักษาคนไข้ที่มีความพิการทางร่างกาย เช่น อุบัติเหตุ ปากแหว่งเพดานโหว่ รูปลักษณ์ภายนอกผิดเพี้ยนไปจากมะเร็ง ที่ต้องไปตัดมะเร็งออกแล้วทำให้เนื้อหาย เราก็ต้องรักษาเขาให้ใกล้เคียงปกติที่สุด อันนั้นคือหน้าที่หลัก แต่ว่ามันก็ต่อยอดมาเป็นเรื่องเสริมสวยด้วย เราทำให้คนที่ผิดปกติให้ปกติใช่ไหม เราก็ใช้พื้นฐานนั้นมาประยุกต์เพื่อทำคนที่ปกติให้ดูดีขึ้น อันนี้คือหลักการของศัลยศาสตร์ตกแต่ง การศัลยกรรมเป็นมากกว่าความงาม แต่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพด้วย มีอะไรบ้างที่เป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้จุดบกพร่องของร่างกาย หม้ออ้น: ศัลยกรรมเพื่อสุภาพที่พูดถึงจริง ๆ ก็…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1076 days ago
Read More18/08/2023
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อคุณใส่คอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงและผู้ชายหลายคนที่มีปัญหาสายตาเลือกใส่ เพราะในบางกิจกรรมการสวมใส่แว่นสายตาอาจไม่ตอบโจทย์ ซึ่งการเลือกใส่เป็นคอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีตราบใดที่คุณสวมใส่และดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม แต่หากคุณไม่รักษาความสะอาดและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็เสี่ยงต่อการทำให้ติดเชื้อที่ตาหรือทำให้ดวงตาเสียหายได้ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการใช้คอนแทคเลนส์ 1.ห้ามนอนหลับทั้งที่ไม่ได้ถอดคอนแทคเลนส์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการใส่คอนแทคเลนส์แม้กระทั่งตอนที่คุณหลับจะทำให้การไหลเวียนของออกซิเจนไปยังดวงตาลดลง และทำให้คุณเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย 2.ตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี ค่าสายตาของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เรื่อย ๆ แม้ว่าคุณจะใส่แว่นสายตา หรือใส่คอนแทคเลนส์ ดังนั้น คุณจึงควรตรวจค่าสายตาเป็นประจำทุกปีเพื่อการใส่คอนแทคเลนต์ที่ตรงกับค่าสายตาตัวเองมากที่สุด 3.ล้างมือของคุณให้สะอาด ก่อนสัมผัสดวงตาหรือจับที่เลนส์ ควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หลังจากล้างน้ำแล้วให้เช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษเช็ดมือหรือผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย เพราะหากใช้ผ้าที่มีขุยอาจทำให้ตอนจับเลนส์ ขุยหรือผงเหล่านั้นอาจติดเข้าไปในดวงตา ทำให้เจ็บหรือแสบตาได้ 4.อย่าใส่คอนแทคเลนส์เกินการใช้งานที่แนะนำ ทุกวันนี้คอนแทคเลนส์ที่ขายตามท้องตลาดมีระยะเวลาการใช้งานให้เลือก และที่ได้รับความนิยมที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคอนแทคเลนส์แบบรายเดือน เพราะให้ความรู้สึกคุ้มค่ากับราคา แต่ก็ยังมีบางคนที่ใช้เกินระยะเวลาที่กำหนด พฤติกรรมนี้อาจก่อให้เกิดแบคทีเรียสะสมภายในเลนส์ และอาจทำให้เป็นรอยถลอกที่กระจกตาได้ 5.ล้างคอนแทคเลนส์และตลับใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกต้อง ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปาเด็ดขาด เพราะน้ำประปาไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ และอาจมีสิ่งมีสิ่งสกปรกที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ที่สำคัญควรทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตเท่านั้น รวมถึงทำความสะอาดตลับใส่คอนแทคเลนส์ทุกวัน 6.อย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ หากคุณมีอาการปวด ตาแดง ตาพร่ามัว หรือตาไวต่อแสง แสดงว่าดวงตาของคุณอาจมีปัญหาที่ต้องไปพบแพทย์ ตามหลักทั่วไปหากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่นานกว่า 24 ชั่วโมง ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด 7.อย่าขยี้ตาขณะใส่คอนแทคเลนส์ หากคุณรู้สึกคันตา หรือมีเศษฝุ่นอะไรเข้าตาไม่ว่าจะใส่คอนแทคเลนส์หรือไม่ใส่ก็ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในตอนที่ใส่คอนแทคเลนส์ เพราะอาจทำให้เลนส์บาดกระจกตา ทำให้ดวงตาได้รับความเสียหายหรืออักเสบได้ ที่ควรทำคือถอดคอนแทคเลนส์ออก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1076 days ago
Read More21/02/2023
ไม่ได้สูบก็เสี่ยง! ควันบุหรี่มือสอง อันตรายกว่าที่คิด
ทุกคนทราบดีว่าการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อร่างกาย และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในประเทศไทย รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ มากมาย แม้คุณจะไม่ได้เป็นคนที่สูบบุหรี่ก็อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะหากคนรอบข้างคุณเป็นคนที่ชอบสูบบุหรี่ ที่สำคัญคุณมักจะได้กลิ่นควันบุหรี่จากคนรอบข้างเสมอ เท่ากับว่าคุณได้รับ ‘ควันบุหรี่มือสอง’ และได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ต่างจากคนที่สูบบุหรี่! ควันบุหรี่มือสองคืออะไร ควันบุหรี่มือสอง คือ ควันที่ผู้สูบพ่นออกมาและลอยอยู่ในอากาศ รวมถึงควันจากปลายบุหรี่มวนซึ่งเป็นควันที่เกิดจากการเผาไหม้โดยตรงไม่ได้ผ่านสารตัวกรองใด ๆ ดังนั้นจึงมีสารพิษอยู่มาก โดยในควันบุหรี่มีสารพิษกว่า 7,000 ชนิด และเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งมากกว่า 70 ชนิด ผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มือสองเข้าไปย่อมมีความเสี่ยงไม่ต่างจากคนที่สูบบุหรี่โดยตรง ควันบุหรี่มือสองทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 20 − 30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ การได้รับควันบุหรี่มือสองยังส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ เลือด และระบบไหลเวียนเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจอีกด้วย แม้แต่การสูดดมควันบุหรี่มือสองเพียงชั่วครู่ก็สามารถทำลายเยื่อบุหลอดเลือดและทำให้เกล็ดเลือดเหนียวขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้หัวใจวายได้ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการหายใจเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไป และควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควันบุหรี่มือสองทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และได้รับควันบุหรี่มือสองจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดได้ถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ และยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดมากกว่า 7,300 รายต่อปี ในกลุ่มคนในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1254 days ago
Read More21/02/2023
คิดว่าตัวเองไม่หล่อ-ไม่สวย คุณอาจเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’
เคยไหม ? รู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อ ไม่สวย ต้องคอยแต่งหน้าเข้ม ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง หรือบางคนถึงกับศัลยกรรมความงามให้เป็นในแบบที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหากคุณทำแล้วเกิดความมั่นใจขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงไม่ชอบหน้าตาตนเองอยู่ คิดซ้ำไปซ้ำมาจนเข้าข่ายหมกมุ่น คุณอาจกำลังเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’ โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง (Body Dysmorphic Disorder) เป็นโรคที่จัดอยู่ในภาวะสุขภาพจิตที่คุณรู้สึกว่ารูปร่าง หน้าตา ของตนเองมีความผิดปกติ และไม่สามารถหยุดนึกถึงข้อบกพร่องนั้น ๆ ได้ โดยจุดบกพร่องนี้อาจจะเกิดขึ้นบนหน้าตาของคุณแม้จะเป็นสิ่งที่คนรอบข้างไม่ได้สังเกตเห็น แต่สำหรับคุณแล้วมันคือเรื่องใหญ่ และน่าอับอาย สร้างความไม่มั่นใจให้กับคุณ เช่น ไม่ชอบตาชั้นเดียวของตนเอง ไม่ชอบคิ้วที่แหว่งเล็กน้อย ไม่ชอบริมฝีปากที่รู้สึกว่าใหญ่หรือบางเกินไป ฯลฯ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้คุณต้องส่องกระจกซ้ำไปมาวันละหลาย ๆ รอบ หรือกลับกันอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกเพราะไม่ชอบหน้าตาของตนเองจนกระทบต่อการใช้ชีวิต แม้คุณจะพยายามหาหนทางในการกลบข้อบกพร่องของตนเองด้วยการแต่งหน้า แต่ความสบายใจนี้ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น ไม่นานคุณก็จะรู้สึกกังวลและเริ่มส่องกระจกเช็กหน้าตาของตนเองอีกครั้ง อาการของโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง สำหรับบางคนที่ไม่ได้ชอบหน้าตาของตนเอง และก็หาวิธีแก้ไขโดยการแต่งหน้าหรือเข้าคลินิกเสริมความงาม อาจกำลังสงสัยอยู่ว่าอาการหรือความกังวลใจที่ตนเองเป็นอยู่เข้าข่าย ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของตนเอง’ หรือไม่ มาดูลองเช็กสัญญาณของโรคนี้กัน หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ และคิดกังวลเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน คุณอาจเข้าข่ายเป็นโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง ซึ่งโรคนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อจิตใจคุณเท่านั้น แต่อาจสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเรียน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1254 days ago
Read More20/02/2023
ชอบฟังเพลงเศร้า ไม่จำเป็นต้องเศร้าเสมอไป!
‘เพลงเศร้า’ อาจเป็นเพลงโปรดของคนที่อยู่ในช่วงอกหัก แต่สำหรับบางคนแม้ไม่ได้อกหัก หรืออยู่ในสถานการณ์เศร้าโศกกลับมีลิสต์เพลงเศร้าในโทรศัพท์มือถืออยู่มากมาย แม้แต่การโพสต์เรื่องราวในโซเชียลมีเดียก็ยังชอบโพสต์เพลงเศร้า คุณไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด เพราะงานวิจัยบอกว่า คนฟังเพลงเศร้าไม่จำเป็นต้องเศร้าจริงเสมอไป แถมยังทำให้คุณรู้สึกดีได้อีกด้วย! ทำไมเพลงเศร้าทำให้คุณรู้สึกเศร้า การทำเพลงเศร้าออกมาจุดประสงค์ก็เพื่อสะท้อนความรู้สึกของคนผ่านทางเนื้อเพลงและทำนองเพลง โดยเนื้อหาหลัก ๆ ของเพลงมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นสูญเสียคนรัก สูญเสียครอบครัว สูญเสียของมีค่า หรือแม้แต่เรื่องเงินทองและสถานะความเป็นอยู่ที่ยากไร้ ก็สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงเศร้าได้เช่นกัน โดยเพลงเศร้ามักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางร่างกาย เช่น พลังงานที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ความดันโลหิต ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ และมักจะน้ำตาไหลเป็นตัวบ่งชี้ถึงการกระตุ้นทางกายภาพ สำหรับผู้ที่มีเรื่องราวในชีวิตตรงกับเพลงนั้น ๆ เมื่อได้เสพเพลงที่ตรงกับเรื่องของตนเองก็จะยิ่งสนับสนุนให้เกิดความเศร้าได้ง่าย หรือในบางกรณีก็อาจก่อให้เกิดกำลังใจฮึดสู้ได้เช่นกัน ที่สำคัญบางคนแม้เนื้อหาของเพลงไม่ได้ตรงกับชีวิต และชีวิตก็มีแต่ความสุข สนุกสนาน อาจฟังเพลงเศร้าแล้วรู้สึก ‘เศร้าทิพย์’ ได้ และภายหลังฟังเพลงเศร้าก็จะรู้สึกดีหรือโล่งใจขึ้นมา ทำไมฟังเพลงเศร้าแล้วรู้สึกดี มีการศึกษามากมายพูดถึงศิลปะต่าง ๆ ที่สะท้อนเรื่องราวความเศร้าออกมา ทั้งภาพยนตร์ ละคร และเพลง ให้ข้อมูลว่าผู้ที่ไม่ได้มีเรื่องราวเศร้าในชีวิตจริง การได้เสพเพลงเศร้าจะช่วยสร้างสภาวะอารมณ์เชิงบวก รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยเมื่อฟังเพลงเศร้าร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) ออกมา ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่าเป็นฮอร์โมนที่ช่วยทำให้เรารับมือกับความโศกเศร้าและความผิดหวังได้ดียิ่งขึ้น และหลังจากร่างกายหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาจะทำให้เรารู้สึกสบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตระหนักว่าตนเองไม่ได้มีความเจ็บปวดในใจอย่างแท้จริง แต่เป็นอาการ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1255 days ago
Read More17/02/2023
ซื้อของบ่อย ใช้จ่ายเกินตัว! คุณอาจเป็น ‘โรคเสพติดการช้อปปิ้ง’
การช้อปปิ้งถือเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับหลายคน เพราะการได้จับจ่ายในสิ่งที่ชื่นชอบมักทำให้เกิดความรู้สึกดี ในขณะที่บางคนอาจประสบปัญหาช้อปปิ้งมากหรือบ่อยเกินไป เคยได้ยิน 'โรคเสพติดการช้อปปิ้ง' หรือไม่ ? เพราะบางทีคุณอาจจะกำลังเป็นโรคนี้แบบไม่รู้ตัว! โรคเสพติดการช้อปปิ้ง (Shopaholic) โรคเสพติดการช้อปปิ้ง เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายสำหรับผู้หญิง เพราะข้าวของ เสื้อผ้า ของใช้ต่าง ๆ ที่มีขายในปัจจุบันมักจะเป็นของที่เกี่ยวกับผู้หญิงเสียส่วนใหญ่ จึงกลายเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะมีความอยากได้และเสียเงินซื้อของใหม่ ๆ ได้บ่อยกว่าผู้ชาย แต่ทั้งนี้ผู้ชายหลายคนที่ชอบซื้อของใช้ หรือของสะสมก็อาจจะจับจ่ายได้ง่ายไม่ต่างกัน สำหรับคนที่มีอาการของโรคเสพติดการช้อปปิ้ง มีดังนี้ ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคเสพติดการช้อปปิ้ง ผลกระทบจากโรคเสพติดการช้อปปิ้ง การช้อปปิ้งแบบพอดีและไม่กระทบต่อเงินในกระเป๋าของตนเองจะถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณช้อปปิ้งมากเกินไปและเข้าข่ายอาการของโรคเสพติดการช้อปปิ้ง แน่นอนว่าอาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณได้ คุณอาจรู้สึกมีความสุขหลังจากเดินช้อปปิ้งเสร็จ โดยความรู้สึกเหล่านี้มักจะผสมกับความวิตกกังวลหรือความรู้สึกผิด และส่วนใหญ่ความรู้สึกผิดหรือความวิตกกังวลอาจกระตุ้นให้คุณกลับไปที่ร้านเพื่อซื้อของมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญผู้ที่เสพติดการช้อปปิ้งหลายคนมักประสบปัญหาทางการเงิน และอาจมีหนี้สินท่วมตัว ในบางกรณีอาจเพียงแค่ใช้บัตรเครดิตจนหมดวงเงิน แต่ในกรณีอื่น ๆ ที่รุนแรงขึ้นไปอีกอาจจำนองบ้านหรือขายทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อมาซื้อของที่ตนเองต้องการ นอกจากนี้หากคุณเสพติดการช้อปปิ้งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมการใช้เงินที่มากจนเกินไปและนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งหรือเลิกราได้ วิธีรักษาโรคเสพติดการช้อปปิ้ง โรคเสตติดการช้อปปิ้งสามารถรักษาได้ด้วยตนเอง โดยการปรับพฤติกรรมและความคิด ก่อนที่จะซื้อของให้นึกถึงความจำเป็นก่อนทุกครั้ง แต่ทั้งนี้หากโรคเสพติดการช้อปปิ้งมาจากปัจจัยของโรคอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า ก็อาจต้องพบแพทย์เพื่อกินยารักษาโรคต่อไป ที่มา…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1258 days ago
Read More16/02/2023
“ฟูจิฟิล์ม” เดินหน้าธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ เปิดตัวนวัตกรรมการถ่ายภาพทางการแพทย์
(16 ก.พ. 66) บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชียแปซิฟิก จำกัด ผู้ให้บริการ Total Healthcare Solution ชั้นนำระดับโลก ประกาศเดินหน้าธุรกิจเฮลท์แคร์ในประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมโชว์ไลน์อัพโซลูชันการถ่ายภาพรังสีแบบครบวงจรภายใต้คอนเซ็ปต์ One Stop, Total Healthcare Solution ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์อันยาวนานด้านเทคโนโลยีการประมวลภาพขั้นสูง พร้อมด้วยระบบ AI ล้ำสมัย โดยจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวินิจฉัยทางการแพทย์ มร.โนริยูกิ คาวาคูโบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชียแปซิฟิก จำกัด เผยว่า ฟูจิฟิล์มก้าวสู่ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์มเอกซเรย์ที่เป็นที่ยอมรับจากวงการแพทย์ทั่วโลก และในปี ค.ศ.1981 ฟูจิฟิล์มเป็นบริษัทแรกของโลกที่นำระบบดิจิทัลมาใช้แปรสัญญาณภาพเอกซ์เรย์เพื่อการวินิจฉัยเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นไวแสงแบบพิเศษ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนำไปสู่การสร้าง Fuji Computed Radiography (FCR) ในปี ค.ศ 1983 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เป็นต้นมาเทคโนโลยีภาพถ่ายดิจิทัลทางการแพทย์ ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อมาในปี…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1259 days ago
Read More15/02/2023
นอนน้อยไม่ดี แต่นอนมากไปก็ไม่ดีเหมือนกัน!
ทุกคนทราบดีว่าการนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญ ต่อให้ทั้งวันคุณเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหนวิธีการพักผ่อนที่ดีที่สุดนั่นก็คือการนอนหลับยามค่ำคืน เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ ได้ดีที่สุด ดังนั้น เราจึงควรนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละคืนเพื่อให้วันรุ่งขึ้นตื่นมาอย่างสดชื่นและมีเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สำหรับใครที่ไม่มีปัญหาเรื่องนอนน้อย เพราะตนเองมีเวลาในการนอนหลายชั่วโมงต่อคืนก็อย่าชะล่าใจไปว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะอะไรที่น้อยหรือมากเกินไปย่อมไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน อีกทั้งอาการง่วงนอนตลอดเวลาอาจจะเป็นสัญญาณเตือนโรคบางประเภทได้! แบบไหนถึงเรียกว่านอนมากเกินไป ความต้องการในการนอนหลับของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน แต่โดยทั่วไปแล้วผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำว่าสำหรับผู้ใหญ่ที่อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง และพักผ่อนเพียงพอควรจะนอนหลับโดยเฉลี่ย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หากว่าคุณต้องการนอนมากกว่า 8 หรือ 9 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำทุกคืนเพราะรู้สึกว่าหากนอนน้อยกว่านี้จะไม่สดชื่น นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนปัญหาด้านสุขภาพของคุณได้ ทำไมคุณถึงรู้สึกง่วงและนอนเยอะผิดปกติ อาการนอนเยอะมาจากหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคุณยังคงรู้สึกเหนื่อยและต้องการการพักผ่อนอยู่ ซึ่งอาการเหนื่อยต่าง ๆ มาจากหลายสภาวะด้วยกัน เช่น เหตุผลที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ยังมีอีกหลายสาเหตุที่อาจทำให้คุณรู้สึกต้องการนอนหลับมากกว่า 8 ชั่วโมง ให้คุณลองหมั่นสังเกตตนเองดูว่ารู้สึกเหนื่อย หรือเพลียอย่างไรบ้างเมื่อต้องตื่นในตอนเช้า นอกจากนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณอาจกำลังมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคซึมเศร้า ได้ด้วย เพราะคนที่ป่วยเป็นโรคเหล่านี้มักเกิดอาการเพลียและอยากนอนอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ผลข้างเคียงของการนอนมากเกินไป นอกจากการนอนมากเกินไปจะเป็นสัญญาณของโรคบางชนิดแล้ว ยังส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายของคุณ เช่น เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ สำหรับบางคนที่มีความต้องการช่วงเวลานอนที่มากกว่าปกติ แต่จะเป็นเฉพาะในช่วงที่คุณเหนื่อยจากการทำงาน หรือป่วยต้องการพักผ่อนก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณมีอาการง่วงนอนและนอนไม่เต็มอิ่มติดต่อกันนาน ๆ หรือนอนหลายชั่วโมงในวันหยุดติดต่อกันหลายวันแนะนำให้คุณไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุต่อไป เพราะบางทีคุณอาจจะเป็นโรคบางชนิดที่ส่งผลให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1260 days ago
Read More14/02/2023
สาว ๆ ต้องระวัง! ทำเล็บเจลเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง ?
เรื่องความสวยความงามเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่เสริมสร้างบุคลิกของคุณให้ดูดี แต่ยังช่วยทำให้คุณดูมีความน่าเชื่อถือและน่าพูดคุยด้วยอีก และ ‘การทาเล็บ’ ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความนิยมเช่นกัน หน้าสวย ผมสวย หุ่นสวยแล้วเล็บก็ต้องสวยด้วย! ‘การทาเล็บเจล’ คือ ชนิดของการทาเล็บที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เป็นการทาสีและเคลือบด้วยเจล จากนั้นนำเล็บไปอบความร้อนด้วยเครื่องอบเล็บเจล ซึ่งเจลที่ทาลงไปที่เล็บก็จะแห้งอยู่ติดกับเล็บไปนานถึง 1 เดือนเลย แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าการทำเล็บเจลบ่อย ๆ ผิวหนังของเราต้องเผชิญกับรังสี UV ในเครื่องอบแบบนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังหรือไม่ ? ทำเล็บเจลอันตรายไหม ? งานวิจัยล่าสุดเผยว่า รังสี UV จากเครื่องอบเล็บอาจเป็นอัตรายต่อสุขภาพของคุณ และการเอามือเข้าไปอบเพื่อให้เล็บเจลแห้งนั้นรังสี UV จะทำลายเซลล์และเสี่ยงต่อเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้ข้อมูลว่ารังสี UV จะทำให้เซลล์ผิวหนังเสียหาย แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะระบุได้ว่าการทำเล็บเจลเป็นครั้งคราวนั้นอันตรายเพียงใด รังสี UV ในเครื่องอบเล็บเจล อย่างที่สาว ๆ ทุกคนรู้ดีว่าการทำเล็บเจลจำเป็นต้องอบความร้อนด้วยเครื่องอบเล็บ เพราะแสงจะทำให้น้ำยาทาเล็บแข็งตัวและทนมากขึ้น งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน Nature Communications ได้ระบุว่า เซลล์ของมนุษย์เมื่อรับรังสี UV จากเครื่องอบเล็บเจลเป็นเวลา 20 นาที เซลล์ประมาณ 30% จะตาย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1261 days ago
Read More
13/02/2023
คนโสดมีความสุขกว่าคนมีคู่ ? ก่อนจะรักใครต้องรักตัวเองก่อน
ความรัก ถือเป็นเรื่องสวยงามที่เกิดขึ้นในชีวิตของหลายคน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความรักแบบคู่รักเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรักจากครอบครัว จากเพื่อน หรือจากครูอาจารย์ ที่สำคัญคนโสดไม่ต้องน้อยใจไป เพราะรู้หรือไม่ว่าข้อดีของการใช้ชีวิตโสดมีมากมาย อีกทั้งคนที่โสดยังมีแนวโน้มมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดีมากกว่าคนที่มีคู่รักอีกด้วย ทำไมคนโสดถึงมีความสุขกว่าคนมีคู่ งานวิจัยพบว่าชาวอเมริกันที่เป็นโสดส่วนใหญ่จะมีเวลาให้กับครอบครัว หรือเข้าสังคมไปสังสรรค์กับผู้อื่นมากกว่าคนมีคู่ ไม่ต้องห่วงว่าการเป็นโสดจะทำให้คุณรู้สึกเหงาเพราะนักจิตวิทยาได้ให้ทฤษฎีเอาไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แม้ต้องอยู่คนเดียวแต่คนเหล่านั้นจะชดเชยด้วยการหากิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น คนโสดมีแนวโน้มจะได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบร่วมกับผู้คนอย่างมีความสุขและที่สำคัญมีอิสระมากกว่าคนมีคู่ หากคุณเป็นคนที่ชอบเก็บตัว การเป็นโสดจะทำให้คุณได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เพราะสำหรับบางคนการได้อยู่ในห้องตามลำพังคือการฟื้นฟูจิตใจรวมถึงได้พักผ่อนอย่างหนึ่ง ในขณะที่คนมีคู่หรือมีครอบครัวอาจจะต้องบริหารเวลาในการดูแลตนเองไปพร้อม ๆ กับภาระหน้าที่ของการเป็นคนรักหรือหัวหน้าครอบครัว งานวิจัยชี้คนโสดใช้เวลาเฉลี่ย 5.56 ชั่วโมงต่อวันไปกับกิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ในขณะที่คนแต่งงานแล้วหรือคนมีคู่ ใช้เวลาพักผ่อนเฉลี่ย 4.87 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้คนโสดมีโอกาสได้เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมเพื่อช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของตนเองได้มากกว่า ที่สำคัญการได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบยังช่วยป้องกันโรคเครียดได้อีกด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์พบว่าชายและหญิงอายุ 18 - 64 ปี ที่ไม่เคยแต่งงานมีแนวโน้มออกกำลังกายมากกว่าคู่รักที่หย่าร้างหรือแต่งงานแล้ว อีกทั้งมีรายงานด้วยว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมากกว่าผู้ชายโสดถึง 25% เพราะอย่างที่บอกในข้อก่อนหน้านี้ว่าคนโสดมักมีเวลาว่างในการออกกำลังกายมากกว่าคนมีคู่รักนั่นเอง ทุกคนรู้ดีว่าการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ และการนอนหลับให้เต็มอิ่มมีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายหลายด้าน จากผลสำรวจชี้ว่าคนโสดมีแนวโน้มที่จะนอนหลับได้มากที่สุด เฉลี่ยคืนละ 7.13 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับคนที่มีแฟนแล้ว เพราะการนอนหลับข้างใครสักคนอาจทำให้คุณนอนหลับได้ยากขึ้นนั่นเอง หากคุณมีคู่ แน่นอนว่าหากวันไหนคู่ของคุณทำให้คุณไม่สบายใจ อารมณ์เสีย การจัดการกับความรู้สึกของคุณอาจจะยาก และเป็นไปได้ว่าคุณอาจจะอารมณ์เสียเรื่องคู่ของคุณไปทั้งวัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1262 days ago
Read More08/02/2023
คุณอาจไม่ได้เป็นคนขี้อาย ชวนเช็กอาการ ‘โรคกลัวการเข้าสังคม’
ใครเคยมีอาการตัวสั่น มือชา ใจเต้นเร็ว พูดไม่ออก หรือมีอาการเสียงสั่น โดยเฉพาะเวลาที่ต้องออกไปพูดต่อหน้าสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน/นักศึกษา ที่ต้องออกไปนำเสนองานหน้าห้อง หรือแม้แต่วัยทำงานที่ต้องนำเสนองานในที่ประชุม อาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่รบกวนคุณแต่ยังทำให้บุคลิกและความน่าเชื่อถือของคุณลดน้อยลงด้วย ซึ่งอาการที่กล่าวมาเป็นอาการปกติที่สามารถเจอได้ทุกคน เมื่อต้องพูดหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นชิน จึงเกิดความตื่นเต้น แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ตลอดเวลา และเป็นมายาวนานหลายเดือนแม้ว่าจะคุ้นชินกับสถานการณ์นั้น ๆ แล้วก็ตาม บางทีคุณอาจจะกำลังเผชิญกับ ‘โรคกลัวการเข้าสังคม’ อยู่ก็เป็นได้ ทำความรู้จัก โรคกลัวการเข้าสังคม โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder หรือ Social Phobia) เป็นความผิดปกติของจิตใจที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล หรือกลัวการเข้าสังคม ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีปัญหาต่อเมื่อต้องพูดคุยกับผู้อื่น หรือการได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ และกลัวการต้องเข้าสังคมเพราะกังวลว่าจะถูกผู้อื่นมองหรือตัดสินตนเอง ซึ่งแม้จะรู้ว่าความกังวลและความกลัวเหล่านั้นไม่มีเหตุผลอะไร แต่ก็ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้ เป็นคนขี้อายหรือเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม ความขี้อายอาจทำให้การเข้าสังคม การเรียน หรือการทำงานยากขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเหมือนกับการเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม เพราะความขี้อายอาจหายไปได้เมื่อเกิดความเคยชินกับสถานการณ์นั้น ๆ หรืออาจจะเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่ง หรือเกิดขึ้นกับตัวเฉพาะบุคคลเท่านั้น และอาการนี้จะหายไปเมื่อรู้สึกคลายความตื่นเต้น หรือคุ้นเคยกับผู้คนมากขึ้น อาการของโรคกลัวการเข้าสังคม 1.อาการที่แสดงออกผ่านทางร่างกาย 2.อาการที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ โดยผู้ที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมมักจะหาทางเลี่ยงสถานการณ์ต่าง ๆ และส่งผลกระทบในชีวิตประจำวันมากมาย เช่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1267 days ago
Read More08/02/2023
เปิดตัวเครื่อง “NAEOTOM Alpha CT Scanner” เทคโนโลยีทางการแพทย์สุดล้ำ! ช่วยการวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ
ซีเมนส์ เฮลท์ธิเนียร์ส เปิดตัว “NAEOTOM Alpha CT Scanner” เทคโนโลยี Photon-counting เครื่องแรกของโลก! ตอบโจทย์การวินิจฉัยทางการแพทย์แม่นยำสูงสุดครั้งแรกในไทย พร้อมพลิกโฉมเทคโนโลยีการวินิจฉัยทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (8 ก.พ. 65) บริษัท ซีเมนส์ เฮลท์ธิเนียร์ส ประเทศไทย ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นนำของโลก เปิดตัวเทคโนโลยีทางการแพททย์สุดล้ำเครื่องแรกของโลก “NAEOTOM Alpha CT SCANNER” เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงรุ่นล่าสุด นำเทคโนโลยี “Photon-counting” เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ด้านการแสดงภาพที่ให้ความละเอียดสูง ภายใต้ชื่องาน Siemens Healthineers: Experience the Smart Imaging Value Chain นายบีเยิร์น โบเด็นสไตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีเมนส์ เฮลท์ธิเนียร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า "เรื่องของ Health Care เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกครอบครัว หากคนในครอบครัวป่วย การรักษาต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับแพทย์ว่าแพทย์จะให้การรักษาอย่างไร สิ่งที่จะช่วยสนับสนุนแพทย์ได้ก็คือเทคโนโลยี และเทคโนโลยีต่าง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1267 days ago
Read More
08/02/2023
จริงหรือไม่ อยากผอมต้องงดข้าวเย็น ?
สำหรับคนที่มีเป้าหมายอยากหุ่นดีคงเคยลองสารพัดวิธีที่ช่วยลดหรือควบคุมน้ำหนัก วันนี้ Hack for Health จะมาพูดถึงหนึ่งวิธียอดฮิต ที่เชื่อว่าหลายคนเคยใช้วิธีนี้ในการลดน้ำหนักมาแล้ว นั่นก็คือการงดอาหารเย็น ซึ่งส่วนใหญ่ก็สามารถลดน้ำหนักได้จริง แต่คุณอาจจะต้องทรมานกับการฝืนร่างกายที่หิวในตอนกลางดึก หรือบางคนอาจมีปัญหาสุขภาพตามมา เราจะมาไขความจริงกันว่าถ้าอยากผอมจำเป็นต้องงดข้าวเย็นจริงหรือไม่ ? ทำไมงดข้าวเย็นถึงผอม ? สาเหตุที่ทำให้คุณผอมหลังจากที่งดข้าวเย็นเป็นเวลาหลายวัน นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่ได้รับสารอาหารเข้าไปในร่างกายทำให้ผอมลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งในช่วงกลางคืนหากคุณกินมื้อเย็นหนักก็จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักตามมา คนที่งดข้าวเย็นจึงสามารถลดน้ำหนักได้อย่ารวดเร็วเพราะร่างกายไม่ได้รับแคลอรีเข้าไป แต่ไม่นานน้ำหนักของคุณก็จะคงที่ เพราะการงดข้าวเย็นเป็นการลดน้ำหนักที่ไม่ยั่งยืน หากร่างกายของคุณเคยชินกับการกินอาหารในปริมาณที่น้อย การเผาผลาญของร่างกายก็จะเปลี่ยนไปด้วย ทำให้เผาผลาญได้น้อยลง ที่สำคัญกล้ามเนื้อก็จะลดลงอีกด้วย และหากคุณเริ่มกลับมากินอาหารหนักอีกครั้ง น้ำหนักของคุณก็จะพุ่งสูงได้อย่างง่ายดาย ผลข้างเคียงจากการงดข้าวเย็น 1. พลังงานและเรี่ยวแรงลดลง อย่างที่บอกไปว่าการงดข้าวเย็นจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับแคลอรี และการไม่ได้รับแคลอรีหรือสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ก็จะทำให้คุณรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงและพลังงานลดลง บางคนอาจมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย 2. ทรมานกับความหิว ปกติคนเราจะเคยชินกับการต้องกินข้าวในทุก 3 มื้อ หรือบางคนที่ต้องทำงานตอนดึกใช้พลังงานมาก แค่ 3 มื้ออาจจะไม่พอ และเมื่อคุณงดข้าวเย็นในช่วงแรกร่างกายก็จะไม่เคยชินกลายเป็นรู้สึกหิว ยิ่งดึกก็ยิ่งหิว และเสี่ยงต่อการตบะแตกได้ง่าย คราวนี้จากที่ต้องการงดมื้อเย็นก็จะกลายเป็นตบะแตกในมื้อดึก และการกินในมื้อดึกซึ่งเป็นผลเสียต่อร่างกายแน่นอน เพราะอีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลานอนของคุณแล้ว การกินดึกจะเสี่ยงต่อการอาหารไม่ย่อย เป็นกรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อได้ง่าย 3. ร่างกายโหยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต อย่างที่บอกว่าการงดข้าวเย็นจะทำให้คุณรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง พลังงานต่ำ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1267 days ago
Read More
08/02/2023
“กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่” เหตุใดต้องตบท้ายของหวานหลังอาหาร
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินสำนวนสุภาษิต ‘กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่’ หมายถึงการดูถูกผู้ที่มีฐานะทางสังคมต่ำกว่า เพราะบ่าวไพร่ในอดีตไม่มีโอกาสได้กินของหวานต่างจากคนที่มีฐานะสูงกว่านั่นเอง และทุกวันนี้ประโยคดังกล่าวก็กลายมาเป็นพฤติกรรม หรือธรรมเนียมการรับประทานอาหารของผู้คนที่พอกินอาหารมื้อหลักหรืออาหารคาวเสร็จมักจะอยากกินของหวานตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไรกันแน่ ? Hack for Health จะพาทุกคนมาเจาะลึกเรื่องนี้กัน ทำไมคนถึงชอบกินของหวาน ต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบความรู้สึกหลังจากการได้กินของหวานไม่ว่าจะกินในเวลาไหนก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อได้รับน้ำตาลเข้าไปร่างกายจะหลังสารเอนดอร์ฟินและสารเซโรโทนินช่วยคลายเครียดและทำให้รู้สึกอารมณ์ดี มีความสุข นั่นจึงเป็นที่มาว่าเพราะอะไรคนเราถึงอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้กินของหวาน ทำไมอยากกินของหวานหลังมื้ออาหาร สำหรับคนที่ติดการกินของหวานหลังอาหาร อาจไม่ได้อยู่ที่ความชื่นชอบหรือร่างกายเรียกร้องน้ำตาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยปัจจัยที่ทำให้คนคุ้นชินกับการกินของหวานหลังอาหารมีดังนี้ 1.ติดเป็นนิสัย เรียกได้ว่าคนไทยมักจะคุ้นเคยกับการกินอาหารคาวเสร็จแล้วต้องกินของหวานมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีน หรืองานเลี้ยงทำบุญต่าง ๆ จะต้องมีของหวานตบท้ายให้ได้ล้างปากเสมอ หรือแม้แต่หลายคนอาจคุ้นเคยความรู้สึกในวัยเด็กที่ของหวานเป็นเหมือนของขวัญหรือรางวัลที่ได้รับจากพ่อแม่ ทำให้ติดนิสัยต้องกินของหวานเพื่อให้ตนเองรู้สึกดี หากไม่ได้กินของหวานหลังมื้ออาหารก็จะรู้สึกแปลก ๆ ซึ่งความเคยชินเหล่านี้ทำให้หลายคนชอบซื้อขนมติดบ้าน หรือติดโต๊ะทำงานเอาไว้เพื่อให้ง่ายต่อเวลาที่ต้องการกินด้วย 2.กินอาหารหลักไม่เพียงพอ หากในมื้ออาหารนั้น ๆ คุณกินอาหารไม่เพียงพอต่อที่ร่างกายควรได้รับ ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin Hormone) หรือฮอร์โมนความหิวก็จะส่งสัญญาณให้ร่างกายคุณรับรู้ และต้องการจะกินอาหารเพิ่มเติมเข้าไปอีก และของหวานก็เป็นอาหารที่กระตุ้นความอยากอาหารได้ดี วิธีแก้คือควรรับประทานอาหารให้มากขึ้น และเน้นเป็นอาหารกากใย เช่น ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว และอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอต่อร่างกายเพื่อเพิ่มความอิ่ม ขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังสำหรับกรณีนี้เช่นกัน เพราะบางคนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนเกรลินที่เพิ่มขึ้นแต่ระดับฮอร์โมนเล็ปติน (Lebtin Hormone) หรือฮอร์โมนความอิ่มลดลง สาเหตุมาจากความเครียด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1267 days ago
Read More03/02/2023
ยิ่งอายุมากยิ่งไม่มีความสุข คุณอาจกำลังเจอกับ ‘วิกฤติวัยกลางคน’
ในแต่ละช่วงวัยของมนุษย์มักมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นและเกิดความเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไป แต่ยังหมายรวมถึงความรู้สึกนึกคิดกังวล และความแข็งแรงของร่างกายที่เริ่มถดถอยตามอายุ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นปกติที่ทุกคนต้องเจอ แต่สำหรับบางคนอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนกระทบกับการใช้ชีวิต เราเรียกอาการเหล่านี้ว่า ‘วิกฤติวัยกลางคน’ วิกฤติวัยกลางคน (Midlife Crisis) คืออะไร วิกฤติวัยกลางคน คือ ช่วงวัยที่คุณรู้สึกสับสนกับตัวเอง ไม่มีความสุข และกระวนกระวายใจกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายและปัญหาอื่น ๆ จนหมกมุ่น โดยอาการนี้จะเกิดขึ้นในช่วงอายุ 40-60 ปี และเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด คุณอาจเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับความอ่อนแกของร่างกายตนเอง จากที่แต่ก่อนเคยทำงานได้เยอะกว่านี้ แต่ตอนนี้กลับทำได้น้อยลงเนื่องจากอายุที่มากขึ้น และเริ่มถามหาเป้าหมาย ความมั่นคงต่าง ๆ ในชีวิตของตนเอง หรือเริ่มมีความรู้สึกกังวลกับสุขภาพร่างกายไปจนถึงคิดว่าตนเองเริ่มแก่แล้วกลัวว่าจะใกล้ถึงเวลาต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ซึ่งหากปล่อยไว้นาน ๆ อาการเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดความเครียดและภาวะซึมเศร้าตามมาได้ วิกฤติวัยกลางคนเกิดจากอะไร เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุที่มากขึ้น ร่างกายของคุณก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลง และอาจประสบกับปัญหาสุขภาพที่มักพบในคนที่มีอายุมาก ผู้หญิงจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เลยทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนส่งผลต่ออารมณ์ที่อาจจะไม่คงที่ ในขณะที่ผู้ชายอาจพบว่าฮอร์โมนเพศชายลดลง ทำให้เกิดอาการเศร้า นอนหลับยาก และความต้องการทางเพศลดลง หลายคนเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุกลางคน สิ่งที่เริ่มเปลี่ยนแปลงนั่นคือ ช่วงวัยนี้ลูก ๆ ของคุณอาจเริ่มออกไปใช้ชีวิตด้วยตนเอง ซึ่งคุณต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ต้องปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงนี้ หรือบางคนอาจเกิดภาวะเครียดกับการต้องดูแลพ่อแม่ที่อยู่ในวัยชรา และอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดอาการของวิกฤติวัยกลางคนได้ นั่นคือ ปัญหาการหย่าร้าง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1272 days ago
Read More
03/02/2023
บุหรี่มวน vs บุหรี่ไฟฟ้า แบบไหนอันตรายกว่ากัน
ด้วยค่านิยมต่าง ๆ ที่มองว่าใครก็สูบบุหรี่ไฟฟ้าได้ ทั้งมีกลิ่นหอม แถมเชื่อว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีก เลยทำให้ทุกวันนี้บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แต่ความจริงแล้วการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายกว่าที่คุณคิดทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1272 days ago
Read More02/02/2023
ผู้หญิงอย่าชะล่าใจ! สัญญาณเตือนภาวะมีบุตรยาก
เป้าหมายสำหรับคู่รักหลังแต่งงาน นอกจากจะอยากเก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัวแล้ว หลายคู่ยังตั้งเป้าหมายว่าจะมีลูกด้วยกัน 1 - 2 คน ตามแต่กำลังของแต่ละครอบครัว และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘ภาวะมีบุตรยาก’ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคู่สามีภรรยาที่ต้องการมีลูกด้วยกัน วันนี้เราจะพาสาว ๆ มาเช็กสัญญาณเตือนของร่างกายที่อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังเสี่ยงมีลูกยาก! ภาวะมีบุตรยากคืออะไร ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คือ ภาวะที่สามีภรรยามีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ และปราศจากการคุมกำเนิดเป็นเวลายาวนานกว่า 1 ปี โดยตั้งใจให้เกิดการตั้งครรภ์แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดได้กับทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย หรืออาจจะเกิดขึ้นกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยปัจจุบันมีวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากมายที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ สัญญาณเตือนภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง 1. ประจำเดือนมาไม่ปกติ รอบเดือนปกติของผู้หญิงโดยเฉลี่ย คือ 28 วัน หรือหักลบ 2-3 วันยังถือเป็นเรื่องปกติ แต่พบว่าผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น ประจำเดือนขาดหายไปยาวนานกว่า 35 วัน หรือประจำเดือนรอบถัดไปมาไวภายใน 21 วัน หรือคนที่ประจำเดือนขาดหาย สิ่งนี้อาจจะเกี่ยวกับปัญหาด้านฮอร์โมน รังไข่ทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่มีการตกไข่และเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก ดังนั้น ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาทันที 2. ประจำเดือนมามากหรือปวดท้องมากผิดปกติ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1273 days ago
Read More
02/02/2023
ทำไมหลังดื่มแอลกอฮอล์ถึงมีอาการสะอึก ?
‘อาการสะอึก’ เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนจนกลายเป็นเรื่องปกติ โดยส่วนมากจะเป็นและหายไปเอง หรือบางคนก็อาจมีเทคนิคช่วยให้อาการสะอึกหายไป เช่น การดื่มน้ำมาก ๆ หรือการกลั้นหายใจเพียงครู่หนึ่ง เป็นต้น แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบดื่มแอลกอฮอล์อาจจะเกิดความสงสัยกับตัวเองว่า ทำไมเวลาที่ดื่มแอลกอฮอล์ ถึงมีอาการสะอึกได้ง่ายกว่าปกติ และสาเหตุที่แท้จริงของอาการสะอึกมาจากอะไรกันแน่ เรามาหาคำตอบกัน อาการสะอึกเกิดจากอะไร ‘อาการสะอึก’ เกิดจากการระคายเคืองของกระเพาะอาหาร ส่งผลให้กะบังลมหดตัวกะทันหัน ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องสั่น ร่างกายเกิดการหายใจอย่างรวดเร็ว แต่อากาศจะถูกกักโดยเส้นเสียงที่ปิดลงจากการหดตัวของกล้ามเนื้อกล่องเสียง สิ่งนี้ทำให้เกิดเสียงของอากาศที่ถูกขับออกจากปอดของคุณเป็นเสียง "อึก" หรือการสะอึกนั่นเอง โดยปกติแล้วอาการสะอึกจะหายได้เองในเวลาไม่กี่นาที อาการสะอึก อาจเป็นผลมาจากอาหารมื้อใหญ่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มอัดลม และความตื่นเต้นกะทันหัน ในบางกรณีการสะอึกอาจเป็นสัญญาณของโรคประจำตัวได้ด้วย ปัจจัยกระตุ้นอาการสะอึก อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าอาการสะอึกเกิดจากการระคายเคืองของกระเพาะอาหาร ดังนั้น พฤติกรรมการกิน หรือการใช้ชีวิตประจำวันก็มีปัจจัยในการตระตุ้นให้เกิดการสะอึกได้ เช่น อาการสะอึกส่วนใหญ่จะเกิดได้ง่ายหากร่างกายของเรามีแก๊สอยู่ในกระเพาะอาหารเยอะ และการกินหรือดื่มเครื่องดื่มบางชนิดก็มีส่วนทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาการ หรืออาการท้องอืดนั่นเอง ที่เห็นได้ชัดและเชื่อว่าหลายคนเคยประสบพบเจอกับตัวเอง นั่นคือการสะอึกหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ อาการสะอึกหลังดื่มแอลกอฮอล์ อาหารและเครื่องดื่มอาจเป็นสิ่งเร้าที่ช่วยทำให้เกิดอาการสะอึก ซึ่งแอลกอฮอล์เองก็เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นอาการสะอึกมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้มีการศึกษาออกมามากนักแต่จากประสบการณ์ของหลาย ๆ คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะรู้ดีว่าหลังดื่มแอลกอฮอล์มักมีอาการสะอึกตามมา ขณะเดียวกันการดื่มระหว่างปาร์ตี้อาจทำให้เกิดการท้องอืดได้ง่าย เนื่องจากแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ หรือน้ำอัดลมชนิดต่าง ๆ มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการท้องอีด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1273 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 5 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 16 days ago
Read More


























