ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Health
Read More

โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) วิตกกังวลจนไม่มีความสุข

โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) คือ อาการวิตกกังวลเกี่ยวกับความตาย โดยผู้ที่มีอาการนี้จะไม่ได้กลัวแค่ความตายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเท่านั้น แต่จะกลัวความตายและการจากลาของบุคคลรอบข้างที่ตัวเองรักด้วย ซึ่งการรักษาโดยส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีการจิตบำบัดเข้าช่วย โรคกลัวความตายเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ? เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความตาย เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ คุณอาจคิดว่าความตายจะน่ากลัว เจ็บปวด หรือโดดเดี่ยว และหากคุณกำลังเผชิญกับโรคกลัวความตายมันอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน หรือทำให้การใช้ชีวิตในสังคมเป็นเรื่องยาก รวมถึงอาจพบอาการทางกาย เช่น อาการตื่นตระหนก เป็นต้น  โรคกลัวความตายพบได้บ่อยแค่ไหน ? การวิจัยชี้ให้เห็นว่าความวิตกกังวลเรื่องการเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติ และการศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้คน 3-10 เปอร์เซ็นต์ มีความกังวลเรื่องนี้ โดยโรคกลัวความตายอาจส่งผลต่อผู้ใหญ่และเด็ก พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการดังนี้ นอกจากนี้ การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า ลูก ๆ ของพ่อแม่สูงอายุมีระดับความวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนเป็นพ่อแม่เสียด้วยซ้ำ สาเหตุของโรคกลัวความตาย  เหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงจะกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว เช่น คุณอาจมีอาการวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตได้หากคุณมีประสบการณ์ ดังนี้ ความกลัวตายอาจเป็นต้นตอของอาการกลัวอื่น ๆ เช่น อาการของโรคกลัวความตาย หากคุณเป็นโรคกลัวความตาย การคิดถึงความตายอาจทำให้เกิดความรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือซึมเศร้าอย่างรุนแรง คุณอาจหลีกเลี่ยงสถานที่ หรือสถานการณ์ที่ดูอันตราย และอาจหมกมุ่นอยู่กับสุขภาพของตัวเอง คอยตรวจสอบสัญญาณของการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เช่น ตรวจสอบความดันโลหิต…
05/09/2023

ติดคาเฟอีนมากไปจนกระทบต่อร่างกาย อยากเลิกควรทำอย่างไร ?

คาเฟอีน เป็นสารกระตุ้นที่พบได้ทั่วไปในน้ำอัดลม กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และอื่น ๆ หากคุณดื่มไม่มากเกินไปคาเฟอีนก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณตื่นตัวและมีสมาธิได้ เพราะคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มพลังงานและลดความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนมากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกปวดหัวและนอนไม่หลับได้ คาเฟอีนคืออะไร ? คาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นในกาแฟ ชา ช็อกโกแลต และโซดา ฯลฯ ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความตื่นตัว และเพิ่มพลังงานให้กับคุณ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ อาการขาดน้ำ และความดันโลหิตสูงได้ หากคุณดื่มอย่างไม่ระวัง  สำหรับหลาย ๆ คน คาเฟอีนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวา มีสมาธิ และมันสามารถช่วยให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน คาเฟอีนเป็นสารสีขาวที่มีรสขมซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในพืชกว่า 60 ชนิด รวมถึงเมล็ดกาแฟ ใบชา และฝักโกโก้ที่ใช้ทำช็อกโกแลต ปริมาณคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มของคุณจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ วิธีการเตรียม รวมถึงปริมาณในการดื่ม โดยกาแฟสามารถมีคาเฟอีนได้เพียง 2 มิลลิกรัมต่อถ้วย และมากถึง 200 มิลลิกรัมต่อถ้วย ขณะที่ชาทั่วไปมีคาเฟอีนประมาณ 40 มิลลิกรัม และมีได้ตั้งแต่ 9 -…
05/09/2023

ไขข้อสงสัย ทำไมคนเราหนาวไม่เท่ากัน ?

เคยสังเกตไหม ? บ่อยครั้งที่เวลาเรานั่งทำงานอยู่ เพื่อนบางคนมักบ่นว่าทำไมวันนี้แอร์ออฟฟิศหนาวจัง ในขณะที่เรากลับรู้สึกว่าไม่เห็นหนาวเลย ออกจะร้อนไปนิดเสียด้วยซ้ำ  หรือแม้แต่บางครั้งเวลาเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน บางคนจะรู้สึกร้อนมากต้องเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกอดทนได้ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ที่อุณหภูมิเท่ากัน นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของคนเรามีการตอบสนองต่ออุณหภูมิที่ต่างกัน บทความนี้จะพาทุกคนมาหาคำตอบว่าเพราะอะไรคนเราถึงรู้สึกหนาวไม่เท่ากัน ร่างกายเป็นอย่างไรเมื่อเจอกับความหนาวเย็น เมื่อสมองของเรารับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลง สมองจะส่งสัญญาณไปยังหลอดเลือดเพื่อจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนัง โดยผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายว่ากระบวนการหดตัวของหลอดเลือดนี้จะช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนเพิ่มเติมและปกป้องแกนกลางของร่างกาย และนอกจากการจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนังแล้ว  คนส่วนใหญ่ยังเริ่มมีอาการตัวสั่นอีกด้วย โดยการหดตัวของกล้ามจนเกิดอาการสั่นนี้เป็นการปล่อยความร้อนออกมาเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นนั่นเอง สาเหตุที่ทำให้คนเราหนาวไม่เท่ากัน 1.รูปร่าง ขนาดรูปร่างมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับความหนาวเย็น และมีความสัมพันธ์กับขนาดของเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังของเรา โดยไขมันจัดเป็นฉนวนกันความหนาวที่ดีเยี่ยม ยิ่งมีไขมันใต้ผิวหนังมากเท่าไร ก็ยิ่งทนกับความหนาวเย็นได้มากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกถ้าหากคุณสังเกตจะเห็นว่าคนเจ้าเนื้อส่วนใหญ่มักจะขี้ร้อน หรือทนต่อความหนาวได้ดีกว่าคนที่มีรูปร่างผอมบาง 2.เพศ ร่างกายของผู้หญิงมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย จึงสร้างความร้อนจากรูขุมขนน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงมักรู้สึกหนาวเย็นมากกว่าถึงแม้จะอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิห้องเท่ากันก็ตาม  อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือวัยกลางคนอาจรู้สึกร่างกายอบอุ่นกว่าผู้ชาย ไม่ใช่เพราะพวกเธอมีมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางอย่างนั่นเอง ความผันผวนของฮอร์โมนจะส่งผลต่อความรู้สึกหนาว โดยการตอบสนองต่อความเย็นของผู้หญิงจะแตกต่างกันไปในระหว่างรอบเดือน ในขณะที่ผู้ชายระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่สูงขึ้นอาจลดความไวต่อความเย็นได้ 3.อายุ ผู้สูงอายุไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายตนเองได้ เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้นระบบเผาผลาญของเราก็เริ่มช้าลง เมแทบอลิซึมที่ช้าลงอาจทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและต้องสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดตลอดเวลา อีกทั้งการดำเนินชีวิตแบบอยู่ประจำที่ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายอาจทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้เช่นกัน 4.ความเครียด เมื่อเจอกับเรื่องน่าวิตกกังวล หรือความเครียดจากสิ่งต่าง ๆ แต่ละคนจะมีการตอบสนองทางร่างกายที่ต่างกัน บางคนอาจมีเหงื่อไหลที่มือคล้ายกับอาการของคนที่กำลังตื่นเต้น แต่ขณะเดียวกันบางคนก็อาจรู้สึกหนาวเย็นและตัวสั่นขึ้นมา เป็นเพราะเวลาที่คนเราเครียดร่างกายจะลดประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาดื้อ…
04/09/2023

รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย แม้ไม่ชอบแต่ก็ต้องทำใจ!

ในที่ทำงาน คุณมักจะเจอเพื่อนร่วมงานหลากหลายวัย และมีทั้งบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน แม้ว่าเพื่อนร่วมงานที่คุณเจอจะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นพิษเป็นภัย แต่สำหรับบางคนพฤติกรรมของพวกเขา ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณได้อีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาตีแผ่กับลักษณะนิสัย toxic ของเพื่อนร่วมงานที่คุณอาจจะพบเจอกัน และจะมาแนะนำวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย  คุณเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถหาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม  ในสังคมการทำงานทุกที่ ย่อมมีคนที่หลากหลายถ้าคุณไม่พอใจใครจะให้เปลี่ยนงานเป็นทุกครั้งก็คงจะไม่ได้ ดังนั้นมาศึกษาความเป็นพิษของเพื่อนร่วมงานในแต่ละรูปแบบกันดีกว่า และคุณจะได้หาทางรับมือได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้คุณต้องทำใจเอาไว้เลยว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนทัศนคติและความสนใจของคุณเองในการจัดการกับพวกเขาได้ และสิ่งนี้จะไม่กระทบต่อสุขภาพจิตของคุณใด ๆ ทั้งสิ้น 1. บ่นไม่หยุด โลกรอบตัวไม่มีอะไรดีเลย  ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่เอาแต่บ่น จดจ่ออยู่กับด้านลบของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขวัญกำลังใจตกต่ำ ไม่เคยมีอะไรดีเลย วิธีจัดการ: ให้คุณนำเสนอวิธีแก้ปัญหา และพยายามเปลี่ยนเส้นทางการสนทนาไปยังหัวข้อที่เป็นบวกมากขึ้น หากความคิดเชิงลบยังคงมีอยู่ หรือเพื่อนร่วมงานของคุณยังไงก็ไม่หยุดบ่น ให้คุณนำตัวเองเฟดออกมา จากการมีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงลบนั้น  2. ผู้คุมวิญญาณ  ระดับความเป็นพิษ: ปานกลาง ลักษณะนิสัย: เพื่อนร่วมงานที่มักจะเฝ้าติดตามและควบคุมงานมากเกินไป ทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่มีความเป็นอิสระในการทำงาน วิธีจัดการ: พยายามสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณกำลังทำงานในส่วนไหนอยู่ ทำงานเสร็จไปถึงไหนแล้ว พยายามนำเสนอรายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนนี้ได้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่เขาจะได้หมดคำถาม และอาจจะเกิดความไว้วางใจในตัวคุณมากขึ้น  3. Gossip…
04/07/2023

สัญญาณของ PTSD เมื่อความโหดร้ายในอดีตตามหลอกหลอน

หากเราพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน จนอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง แต่รู้หรือไม่ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การเจ็บปวดทางร่างกายอย่างเดียวเท่านั้น เพราะจะก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงได้เช่นเดียวกัน และเหตุนี้เองจึงเป็นสาเหตุสำคัญของโรค PTSD หรือทางการแพทย์เรียกกันว่า “โรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังภัยยันตราย” ซึ่งจะถือเป็นโรคที่มีความอันตรายในด้านจิตใจเป็นอย่างมาก และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในด้านอื่น ๆ ตามมาอีกมากมายได้เช่นกัน รู้จักกับโรค PTSD หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคความเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง จะเป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติทางจิตใจอย่างร้ายแรง ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ อย่างเช่น ประสบอุบัติเหตุ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง หรือประสบภัยพิบัติ เป็นต้น  ซึ่งผู้ป่วยจะเป็นผู้ที่ประสบเหตุการณ์โดยตรง หรือเป็นผู้ที่ได้รับการสูญเสียจากเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ได้เช่นกัน จนทำให้ผู้ป่วยอาจจะเห็นภาพเหตุการณ์จากอดีตในหัว ฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น ๆ รู้สึกวิตกกังวลจนไม่สามารถควบคุมได้ และอาจจะก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หรือไม่มีสมาธิ เป็นต้น โดยโรคนี้จะเป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรง และยังเกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เลยทีเดียว รู้จักกับอาการของโรค “PTSD” แสดงอาการในลักษณะไหนบ้าง ? รู้หรือไม่ว่าโรค PTSD จะเป็นความผิดปกติทางจิตใจที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วอาการของโรคมักจะแสดงในช่วงเดือนแรกหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง แต่ในบางกรณีก็อาจจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นหลายเดือนไปจนถึงปีได้เช่นกัน ในส่วนของอาการที่แสดงออกมาในแต่ละบุคคล จะมีการแสดงอาการที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักจะแสดงอาการดังต่อไปนี้…
29/06/2023

การร้องไห้ออกมาดีกับสุขภาพจิตกว่าที่คิด

การร้องไห้มักถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นผลลัพธ์ของคนอ่อนแอ ขี้แพ้ ขี้แย แต่ทั้งที่จริง ๆ แล้วการร้องไห้เมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือกระทบกระเทือนจิตใจกลับเป็นกลไกในการดูแลสุขภาพจิตที่สำคัญ ในช่วงท้ายของบทความอยากให้เสริมวิธีสังเกตว่าจะจัดการกับการร้องไห้อย่างไรดี หรือการร้องไห้แบบไหนอาจเป็นสัญญาณของภาวะทางอารมณ์ การร้องไห้ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอเสมอไป เพราะในบางครั้งเราร้องไห้เพราะมีความสุข ตื้นตันประทับใจ หรือเกิดจากความเศร้าได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีหลายคนที่คิดว่าคนร้องไห้บ่อย ๆ เป็นคนอ่อนแอ หรือขี้แย แต่จริง ๆ แล้วการร้องไห้เป็นเพียงการแสดงความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจออกมา และเราเคยสงสัยหรือไม่ว่า หลังจากเราได้ร้องไห้แล้ว จะทำให้เรามีความรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่การร้องไห้มีประโยชน์ในด้านสุขภาพทางจิตใจมากกว่าที่เราคิดนั่นเอง การร้องไห้เป็นเรื่องปกติจริงหรือไม่ ? โดยปกติแล้วคนเรามักจะไม่ชอบร้องไห้เท่าไหร่นัก เพราะกลัวจะถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ หรือเป็นคนขี้แง จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะทำตัวเข้มแข็ง แม้ในใจจะแตกสลายมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการร้องไห้จะเป็นสัญชาตญาณธรรมชาติของเรา และเป็นสิ่งแรกที่เราทำกันมาตั้งแต่เกิด ในชีวิตช่วงเวลาหนึ่งก็ต้องมีช่วงที่เราอยากร้องไห้ออกมา เพราะการร้องไห้จะเป็นสิ่งที่สามารถบอกความรู้สึกต่าง ๆ ของเราไปยังผู้อื่นได้ นอกจากนี้การร้องไห้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีตอบสนองทางอารมณ์ และพฤติกรรมต่อบางสิ่งบางอย่างที่เราเห็น ได้ยิน หรือคิด จนในบางครั้งเราต้องการอยู่คนเดียวและร้องไห้ออกมาให้ได้มากที่สุด ดังนั้นจะต้องกล่าวว่า การร้องไห้เป็นเรื่องธรรมชาติ หรือเป็นเรื่องปกติที่เราสามารถร้องไห้ได้ทุกคน เพราะถือเป็นการระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจได้เป็นอย่างดี แต่หากใครที่ร้องไห้อย่างรุนแรง หรือร้องไห้มากเกินไป อาจจะทำให้ร่างกายตึงเครียด และไปเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจให้สูงขึ้นได้เช่นกัน ร้องไห้ให้ประโยชน์ได้มากกว่าที่เราคิด ตั้งแต่เด็กจนโตของหลาย ๆ คน มักจะได้รับการสอนเสมอว่า…
29/06/2023

ออกกำลังกายแต่ไม่มีเหงื่อ! ร่างกายไม่เผาผลาญไขมันหรือเปล่านะ ?

เหงื่อ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติของร่างกายในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ โดยการปล่อยน้ำและเกลือซึ่งระเหยออกมาเพื่อช่วยให้ร่างกายเย็นลง การที่เหงื่อถูกขับออกเอง ไม่สามารถวัดปริมาณการเผาผลาญแคลอรีที่แน่ชัดได้ แต่การขับเหงื่อออกในปริมาณมากอาจทำให้คุณสูญเสียน้ำในร่างกาย  เหงื่อออกเผาผลาญได้กี่แคลอรี ? บางคนอ้างว่ากิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อ เช่น โยคะร้อน ช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 1,000 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง แต่คำกล่าวอ้างนั้นอาจเป็นเท็จ เพราะงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าในคลาสโยคะร้อน 90 นาที ผู้หญิงเผาผลาญแคลอรีโดยเฉลี่ยเพียง 330 กิโลแคลอรี และผู้ชายเผาผลาญแคลอรีได้ 460 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณยังสามารถเผาผลาญแคลอรีในระหว่างทำกิจกรรมที่คุณทำ โดยไม่จำเป็นต้องมีเหงื่อออกมากนัก หรือไม่ต้องมีเหงื่อออกเลยก็ได้ เช่น คุณยังคงเผาผลาญแคลอรีด้วยการว่ายน้ำ ยกน้ำหนักเบา ๆ หรือออกกำลังกายในช่วงฤดูหนาว ซึ่งแม้จะไม่มีเหงื่อแต่ร่างกายของคุณก็เผาผลาญแคลอรีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เหงื่ออาจเป็นตัววัดระดับความเข้มข้นหรือความหนักเบาของคุณในระหว่างการออกกำลังกายบางประเภท วิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งอเมริกาแนะนำให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงควรออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง 30 นาที หรือพอให้เหงื่อออก 5 วันต่อสัปดาห์ ทำไมบางคนถึงเหงื่อออกมากกว่าคนอื่น ? ปริมาณเหงื่อของคุณขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่  จากปัจจัยเหล่านี้ น้ำหนักและระดับความฟิตของคุณจะส่งผลต่อปริมาณเหงื่อในระหว่างออกกำลังกายได้ ร่างกายของคุณจำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการออกกำลังกายด้วยปริมาณที่เข้มข้น ส่งผลให้เหงื่อออกมากขึ้น เนื่องจากมีมวลร่างกายที่ต้องระบายความร้อนมากขึ้นนั่นเอง ยิ่งคุณมีรูปร่างดีเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเหงื่อออกเร็วขึ้นเท่านั้น นั่นเป็นเพราะร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิมากขึ้น เหงื่อออกเร็วขึ้นหมายความว่าร่างกายของคุณสามารถเย็นลงได้เร็วขึ้นนั่นเอง และสิ่งนี้ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้นานขึ้นด้วย…
29/06/2023

การเลี้ยงน้องหมาช่วยพัฒนาสุขภาพจิตได้

ในปัจจุบันจะเห็นได้ชัดเลยว่า หลายคนหันมาเลี้ยงสัตว์กันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว กระต่าย หรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะนอกจากสัตว์เหล่านี้จะมีความน่ารักสดใสแล้ว ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของเราได้อีกด้วย เนื่องจากบางคนที่อยู่บ้าน หรืออยู่หอเพียงคนเดียว หากมีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยจะเป็นอีกหนึ่งเพื่อนช่วยยามเหงาได้เป็นอย่างดี จนทำให้ในปัจจุบันมีบริการสัตว์เลี้ยงบำบัดเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาสุขภาพจิตได้มากขึ้นกว่าเดิม เลี้ยงสุนัข ช่วยพัฒนาสุขภาพจิตได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันมีหลักฐานยืนยันว่าการเลี้ยงสุนัข หรือการเลี้ยงสัตว์ จะช่วยให้ผู้เลี้ยงมีสุขภาพจิตดีมากยิ่งขึ้น เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะให้ความรู้สึกว่าเรามีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ แถมยังสามารถรักษาความเครียดได้อีกด้วย อย่างเช่น การเลี้ยงสุนัขจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าให้กลับมามีสุขภาพจิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการพาสุนัขไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่น จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกระตุ้นให้เจ้าของได้ออกกำลังกาย เพิ่มความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้เราได้มีโอกาสพบเจอกับผู้คนใหม่ ๆ และหากเราได้เข้าสังคมใหม่ ๆ จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยวได้มากกว่าเดิม และยังมีข้อมูลที่ระบุอีกว่า การเล่นกับสุนัขหรือแมว จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารความสุข อย่างเช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และโดปามีน (Dopamine) ออกมามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เจ้าของรู้สึกมีความสุข และรู้สึกสงบได้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ยังมีหลักฐานที่ชี้ชัดว่า การเลี้ยงสัตว์จะสร้างผลบวกต่อกลุ่มเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น ช่วยให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง และในขณะเดียวกันผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ยังสามารถบำบัดได้ด้วยการเลี้ยงสัตว์ เพราะจะช่วยคลายกังวลลงได้ดีที่สุด เลี้ยงสุนัขช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตในด้านใดบ้าง การเลี้ยงสุนัข หรือการเลี้ยงสัตว์จะเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะเป็นตัวช่วยลดความวิตกกังวล และความเครียดในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี…
28/06/2023

รอยคล้ำใต้ตา ปัญหากวนใจสาว ๆ เกิดจากนอนไม่พอจริงหรือ ?

เป็นเรื่องน่ากังวลใจสำหรับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสาว ๆ หากตื่นขึ้นมาแล้วสังเกตเห็นว่าตนเองมีปัญหารอยคล้ำใต้ตา แม้ว่ารอยคล้ำใต้ตามักไม่ค่อยสร้างความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพ เป็นเพียงปัญหาด้านความงามเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นหากคุณสังเกตเห็นความคล้ำที่ใต้ตาทุกวัน อาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดหรือสูญเสียความมั่นใจได้ รอยคล้ำใต้ตามักถูกอ้างว่าเป็นสัญญาณของการนอนดึก นอนไม่พอ แต่คุณอาจสงสัยว่าอะไรเป็นสาเหตุของรอยคล้ำใต้ตากันแน่ เกิดจากการนอนไม่พอจริง ๆ หรือมีสาเหตุอื่น ? ที่สำคัญที่สุดคุณสามารถรักษารอยคล้ำใต้ตาได้อย่างไรบ้าง ? รอยคล้ำใต้ตาคืออะไร ? จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology เผยว่ารอยคล้ำใต้ตาเป็นเหตุการณ์ปกติ และแม้ว่าอาการจะไม่ค่อยบ่งชี้ถึงภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรง แต่ก็สามารถมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพทางอารมณ์ และคุณภาพโดยรวมของบุคคล รอยคล้ำจะปรากฏแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประเภทผิว อายุ และสิ่งที่ทำให้รอยคล้ำนั้นก่อตัวขึ้น สิ่งที่คุณอาจสังเกตได้คือผิวของคุณคล้ำขึ้นในบริเวณใต้ตา และส่งผลให้รูปลักษณ์ของคุณดูเหนื่อยล้า ขณะเดียวกันถุงใต้ตาอาจทำให้ดูแก่กว่าวัยด้วย โดยปกติแล้วรอยคล้ำใต้ตาจะมีสีน้ำตาล แต่ก็สามารถปรากฏเป็นสีแดงหรือสีม่วงได้เช่นกัน บ่อยครั้งที่รอยคล้ำใต้ตามาพร้อมกับถุงใต้ตา บางครั้งรอยคล้ำใต้ตาก็อาจเกิดจากเงาที่เกิดจากรอยกรีดจากถุงใต้ตาด้วย สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา ? ผิวใต้ตาของเรานั้นบอบบางและมีแนวโน้มที่จะถูกทำลายได้ง่ายกว่าส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า เนื่องจากผิวหนังส่วนนั้นมีต่อมน้ำมันน้อยกว่า และมีคอลลาเจนน้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Advanced…
28/06/2023

ระวัง! โรคบางชนิดอาจอาการแย่ลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน

ในวันที่ฝนตกอาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบาย หายใจไม่ค่อยออก รวมถึงอาการโรคประจำตัวต่าง ๆ ก็กำเริบได้ง่าย เพราะสภาพอากาศสามารถส่งผลต่อสภาวะสุขภาพหลายอย่าง เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ หรือแม้แต่ปวดศีรษะ Hack for Health จึงรวบรวมโรคที่มักอาการกำเริบได้ง่ายในช่วงฤดูฝนมาฝาก เพื่อให้ทุกคนที่มีอาการเหล่านี้ได้เตรียมตัวรับมือให้พร้อม สภาวะสุขภาพที่มักอาการแย่ลงในช่วงฤดูฝน 1.โรคหอบหืด หากละอองเกสรเป็นสาเหตุหลักของโรคหอบหืด การศึกษาบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าพายุฝนฟ้าคะนองอาจเชื่อมโยงกับอาการของโรคหอบหืดที่กำเริบขึ้นได้ ทฤษฎี คือ ลมแรงของพายุฝนฟ้าคะนองพัดพาละอองเรณูไปที่ระดับพื้นดิน ซึ่งจะเข้าสู่ส่วนล่างของทางเดินหายใจ ที่อาจนำมาซึ่งอาการต่าง ๆ เช่น ไอ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หายใจถี่ และมีเสียงดังหรือหายใจเร็ว การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรือความชื้นอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้เช่นกัน และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้เกิดความอึดอัด และระคายเคืองต่อทางเดินหายใจส่วนล่างและส่วนบนนั่นเอง 2.โรคภูมิแพ้ ฝนอาจส่งผลต่อการแพ้ได้เช่นกัน ในทางบวกในตอนแรกเมื่อฝนตกลงมา จะดึงละอองเกสรดอกไม้ออกจากอากาศ ทำให้ปริมาณละอองเกสรดอกไม้ที่ลอยอยู่ภายนอกลดลง แต่ถ้ามีแดดออกหลังจากฝนตกสัก 2-3 วัน พืชจะเริ่มเติบโตและปล่อยละอองเรณู ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ อาจทำให้มีภูมิแพ้หนักขึ้น เช่น จาม คัดจมูก และแม้กระทั่งหายใจลำบากเนื่องจากคัดจมูกอย่างรุนแรง หากคุณเป็นเช่นนี้ ยาแก้แพ้ที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์สามารถช่วยลดอาการของคุณได้  จากนั้นคุณอาจมีอาการคล้ายภูมิแพ้ ซึ่งก็คือโรคจมูกอักเสบที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้นอย่างกะทันหัน คุณหมออาจแนะนำให้ล้างจมูกเป็นประจำ…
22/06/2023

อาการแบบไหนที่บอกว่าคุณเข้าข่ายเป็น “โรคเสพติดเซ็กส์”

โรคเสพติดเซ็กส์ (Sex Addiction) คือ คนที่ขาดการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ แม้ว่าแรงกระตุ้นทางเพศจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การเสพติดเซ็กส์นั้นหมายถึงพฤติกรรมที่ทำมากเกินไป และส่งผลกระทบในทางลบต่อชีวิตอย่างมากมาย แม้ว่าอาการติดเซ็กส์จะไม่อยู่ในรายการที่สามารถวินิจฉัยได้ในคู่มือการวินิจฉัยและสถิติของความผิดปกติทางจิต แต่การวิจัยระบุว่าพฤติกรรมทางเพศที่มากเกินไปสามารถพัฒนาไปในทางอื่นได้ เช่น การเสพติดสารเคมี ผู้ที่ติดเซ็กส์อาจมีความต้องการทางเพศที่สูง ความปรารถนานี้มักจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยการเสพติดทางเพศสามารถมีได้หลายรูปแบบ เช่น ผู้ติดเซ็กส์อาจเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเพื่อการร่วมเพศอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้แม้จะรู้ดีว่าอาจมีผลตามมาก็ตาม โดยพฤติกรรมทางเพศที่บีบบังคับนี้อาจส่งผลร้ายแรงต่อบุคคล เช่นเดียวกับการติดยาหรือแอลกอฮอล์ การเสพติดเซ็กส์อาจส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ส่วนตัว และคุณภาพชีวิต สัญญาณของผู้เสพติดเซ็กส์ การเสพติดทางเพศสามารถแสดงออกได้หลายวิธีทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ในการวินิจฉัยที่ชัดเจน แต่นี่คือสัญญาณบางอย่างที่สามารถบ่งชี้ถึงการติดเซ็กส์ที่อาจเกิดขึ้นได้ 1.ความคิดทางเพศครอบงำ คนที่เสพติดเซ็กส์อาจพบว่าตัวเองคิดเรื่องเซ็กส์อย่างต่อเนื่อง ความคิดเรื่องเพศหรือจินตนาการทางเพศเรื้อรังเหล่านี้อาจกลายเป็นการครอบงำหรือขัดขวางความรับผิดชอบอื่น ๆ ของตนเอง เช่น หมกมุ่นเรื่องเพศจนไม่เป็นอันทำงาน 2.ใช้เวลากับเซ็กส์มากเกินไป แม้ว่าการหาคู่นอนอาจไม่ได้เป็นสัญญาณของการเสพติดทางเพศเสมอไป แต่ถ้าคุณใช้เวลาและพลังงานไปกับเซ็กส์มากเกินไป ก็อาจเป็นสัญญาณอันตราย ซึ่งอาจรวมถึงการใช้เวลาอย่างยาวนานเพื่อพยายามที่จะมีเพศสัมพันธ์ หรือการมีเพศสัมพันธ์ 3.รู้สึกอับอายหรือหดหู่ใจ หากความต้องการมีเซ็กส์ข้ามไปสู่การเสพติด ความรู้สึกทางเพศของบางคนอาจสลับกับความรู้สึกวิตกกังวล อับอาย หดหู่ หรือเสียใจ แต่ละคนอาจรู้สึกละอายใจกับความต้องการทางเพศและความยากลำบากในการควบคุมแรงกระตุ้นเหล่านั้น โดยพวกเขาอาจแสดงสัญญาณของโรคซึมเศร้า หรือความคิดฆ่าตัวตาย  การวิจัยแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่มีอารมณ์ทางเพศที่จะแสดงอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และวิตกกังวลทางสังคม งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ 28%…
22/06/2023

โรคลมหลับ ความผิดปกติจากการนอนหลับที่อันตรายกว่าที่คิด!

โรคลมหลับ (Narcolepsy) เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับที่ทำให้คนง่วงนอนมากในระหว่างวัน ผู้ที่เป็นโรคลมหลับจะพบว่าการตื่นนอนเป็นเรื่องที่ยาก และพวกเขามักผล็อยหลับไปในทันที สิ่งนี้อาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงในการใช้ชีวิตประจำวันได้ แม้ว่าโรคลมหลับจะเป็นภาวะที่เป็นมาตลอดชีวิตซึ่งไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยาและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสามารถช่วยจัดการกับอาการได้ พร้อมทั้งการสนับสนุนจากผู้อื่น เช่น ครอบครัว เพื่อน หัวหน้า และครู สามารถช่วยให้ผู้ป่วยรับมือกับโรคนี้ได้ สาเหตุของโรคลมหลับ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคลมหลับ แต่จากการศึกษาพบว่าอาจเกิดจากสารเคมีในสมองที่ช่วยควบคุมการตื่นนอนชื่อว่า Hypocretin มีระดับต่ำ นอกจากนี้ยังอาจเป็นไปได้ว่าพันธุกรรมมีบทบาทในการทำให้เกิดโรคลมหลับ อาการของโรคลมหลับ 1.ผู้ป่วยเป็นโรคลมหลับมักง่วงนอนในตอนกลางวันมากเกินไป และไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณรู้สึกเบื่อหรือระหว่างทำงาน เช่น คุณอาจกำลังทำงานหรือพูดคุยกับเพื่อน ๆ อยู่แล้วผล็อยหลับไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งหากคุณเผลอหลับขณะขับรถ คุณอาจเผลอหลับไปเพียงไม่กี่นาทีหรือนานถึงครึ่งชั่วโมง แม้หลังตื่นมักจะรู้สึกสดชื่นแต่สักพักก็จะง่วงอีก นอกจากนี้ คุณยังอาจรู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิน้อยลงในระหว่างวัน อาการง่วงนอนในตอนกลางวันมักเป็นอาการแรกที่ปรากฏขึ้น จากนั้นจะทำให้ไม่มีสมาธิและทำงานได้ยาก ขณะที่บางคนที่เป็นโรคลมหลับยังคงทำงานต่อไปได้แม้ผล็อยหลับไปชั่วขณะ เช่น คุณอาจเผลอหลับขณะเขียน พิมพ์งาน และอาจทำงานนั้นต่อไปในขณะที่หลับ แต่เมื่อคุณตื่นขึ้นคุณจะจำไม่ได้ว่าคุณทำอะไรลงไป และคุณอาจทำได้ไม่ดีนัก 2.การสูญเสียความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างกะทันหัน เรียกว่า Cataplexy อาจทำให้พูดไม่ชัดหรือกล้ามเนื้อส่วนใหญ่อ่อนแรง อาการอาจใช้เวลาไม่กี่นาที นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคลมหลับที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจมีอาการคอตกเวลาที่อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อคุณหัวเราะ…
21/06/2023

ควรสระผมทุกวันหรือไม่ ? มาดูแลเส้นผมให้เหมาะกับสภาพผมของตนเอง

คุณอาจเคยได้ยินว่าการสระผมไม่จำเป็นต้องสระทุกวัน เพราะยิ่งสระนาน ๆ ครั้ง ยิ่งดีต่อสุขภาพผม แต่บางคนก็ชื่นชอบการสระผมทุกวันเพราะได้ชำระล้างสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคที่อาจติดมากับเส้นผมระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน Hack for Health จะพาทุกคนมาหาคำตอบกับเรื่องนี้กัน ควรสระผมทุกวันหรือไม่ ? ความจริงแล้วเรื่องการตัดสินใจเกี่ยวกับความถี่ในการสระผมขึ้นอยู่กับประเภทเส้นผม ลักษณะหนังศีรษะ ความมันของเส้นผม และความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล สำหรับบางคนการสระผมบ่อยเกินไปอาจทำให้ผมเสีย หนังศีรษะแห้งและคันได้ หรือสำหรับคนอื่น ๆ การที่นาน ๆ สระผมทีอาจทำให้ผมดูมันเยิ้มและไม่มีชีวิตชีวา ควรสระผมบ่อยแค่ไหน ? ในความเป็นจริงแล้วการทำความสะอาดเส้นผมเพียงล้างผมด้วยน้ำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็จะสามารถขจัดสิ่งสกปรกได้เกือบทั้งหมด การตัดสินใจเกี่ยวกับความถี่ในการสระผมจึงขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล และปัจจัยอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ 1.ผู้ที่มีผมแห้งเสียมาก ไม่จำเป็นต้องสระผมทุกวันหรือวันเว้นวัน การสระผมให้น้อยลงจะช่วยรักษาน้ำมันตามธรรมชาติในหนังศีรษะและช่วยให้ผมชุ่มชื้นได้ ดังนั้น การสระผมทุกสัปดาห์หรือสัปดาห์เว้นสัปดาห์อาจเพียงพอสำหรับคนที่ผมแห้งเสียมาก โดยการล้างผมด้วยน้ำจะทำให้ผมดูสดชื่นโดยไม่ทำให้เส้นผมขาดความชุ่มชื้น และในบางคนเส้นผมอาจมีแนวโน้มที่จะแห้งมากขึ้นด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 2.ผมมันมาก บางคนเส้นผมอาจดูมันเยิ้มหลังจากสระผมไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะในฤดูร้อนหรือหลังออกกำลังกาย ผู้ที่มีผมมันมากอาจเลือกสระผมทุกวันหรือวันเว้นวันก็ได้ นอกจากนี้ สภาพหนังศีรษะของแต่ละบุคคลยังส่งผลต่อสภาพของเส้นผมด้วย โดยปกติแล้วหนังศีรษะของคนเราจะมีต่อมไขมันที่ผลิตไขมันตามธรรมชาติ ซึ่งเรียกว่า “ซีบัม” ออกมา โดยซีบัมจะทำหน้าที่เป็นชั้นปกป้องหนังศีรษะไม่ให้แห้ง และรักษาความชุ่มชื้นเอาไว้ ผู้ที่มีหนังศีรษะแห้งมากซีบัมจะผลิตออกมาน้อย การสระผมให้น้อยลงจึงสามารถช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดี ป้องกันอาการคันและหลุดร่วง และทำให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางามได้…
21/06/2023

รับมือกับความเครียดจากการทำงาน ที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ

ความเครียดจากการทำงาน คือ เมื่อความกดดันจากการทำงานมีมากเกินกว่าที่คุณจะรับมือได้ อาจทำให้ไม่สบายทั้งกายและใจ การตระหนักถึงสัญญาณของความเครียดที่เกี่ยวข้องกับงาน และจัดการกับมันอย่างรวดเร็ว อาจช่วยให้ผลกระทบจากความเครียดลดน้อยลงได้ ความเครียดจากการทำงาน ความกดดันในที่ทำงานสามารถกระตุ้นความรู้สึกเครียดของคุณได้ นำไปสู่ปฏิกิริยาด้านลบต่อร่างกายและจิตใจ และถ้าความกดดันมีมากเกินไปไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเท่านั้น อาจทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพน้อยลงด้วย นอกจากนี้ยังทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ผู้คนมากมายได้รับผลกระทบจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าในแต่ละปีพนักงานที่มีความเครียดจากการทำงาน มักประสบกับปัญหาด้านสุขภาพ  สาเหตุของความเครียดจากการทำงาน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถนำไปสู่ความเครียดจากการทำงานได้ เช่น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกเครียดกับสิ่งเหล่านี้ ต่างคนต่างรับมือกับความกดดันได้ต่างกันแล้วแต่ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ ประสบการณ์ และความสามารถส่วนตัว อาการเครียดจากการทำงาน ความเครียดจากการทำงานอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณ สัญญาณของความเครียดจากการทำงานอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละคนและการตอบสนองต่อแรงกดดัน โดยอาการทางอารมณ์หรือจิตใจที่พบบ่อยจากความเครียดจากการทำงาน ได้แก่ คุณอาจได้รับผลกระทบทางกายภาพ ดังนี้ โดยความเครียดจากการทำงานก็อาจส่งผลต่อพฤติกรรมของคุณได้เช่นกัน ดังนี้ เมื่องานทำให้คุณเครียด ยิ่งคุณสังเกตเห็นสัญญาณได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งสามารถดำเนินการเพื่อทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นได้เร็วเท่านั้น ทุกคนมีวันที่รู้สึกเครียด แต่ถ้ามันส่งผลต่อสุขภาพจิตหรือร่างกายของคุณ ก็ถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขมัน จัดการกับความเครียดจากการทำงาน แม้คุณอาจกังวลว่านายจ้างหรือเพื่อนร่วมงานจะมองคุณอย่างไร แต่ความเครียดสามารถส่งผลกระทบต่อทุกคน และไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ นายจ้างที่ดีจะตระหนักถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และควรมีนโยบายเพื่อช่วยในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้…
16/06/2023

“ผีอำ” ถูกผีหลอกจริง ๆ หรือว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับกันแน่ ?

หลายคนคงเคยมีอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น รับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ร่างกายกลับขยับหรือลืมตาไม่ได้ เรามักจะเรียกอาการนี้ว่า “ผีอำ” ซึ่งเป็นความเชื่อว่าเกิดจากวิญญาณ หรือปีศาจ มาหลอกหลอนโดยการนั่งทับบนตัวเราไว้ จึงทำให้เราไม่สามารถขยับตัวได้ แต่แท้จริงแล้วเรื่องนี้มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายสาเหตุเอาไว้แล้ว! ผีอำ คืออะไร ? ผีอำ หรืออาการอัมพาตจากการนอนหลับ คือ การรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ มักเกิดขึ้นเมื่อคุณอยู่ระหว่างระยะตื่นและหลับ ในระหว่างการเปลี่ยนระยะเหล่านี้ คุณอาจไม่สามารถขยับหรือพูดได้เป็นเวลา 2-3 วินาที หรือบางรายอาจนานถึง 2-3 นาที ซึ่งนอกจากจะเคลื่อนไหวตัวไม่ได้แล้วยังอาจรู้สึกกดดันหรือสำลักได้  โดยอาการผีอำมักมาพร้อมกับความผิดปกติของการนอนหลับอื่น ๆ เช่น โรคลมหลับ เป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการง่วงนอนตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่สามารถฝืนให้ตื่นได้ แม้ว่านอนหลับอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่คุณถูกผีอำ ผีอำ มีสาเหตุมาจากอะไร ? ปกติคนเราจะมีวัฏจักรการนอนด้วยกันอยู่ 2 ช่วง ได้แก่  ซึ่งการนอนหลับจะวนเวียนไปมาอยู่ในวัฏจักรนี้ และคนเราไม่สามารถแยกความฝันกับความจริงออกจากกันได้ จึงทำให้เกิดจินตนาการซ้อนกับความจริง เมื่อร่างกายเกิดอาการอัมพาตขณะนอนหลับ หรือ ผีอำ จึงอาจเข้าใจว่ากำลังถูกผีหลอกอยู่ ขณะเดียวกันปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดอาการอัมพาตขณะนอนหลับได้อาจมาจากสาเหตุ ดังนี้ ป้องกันการเกิด “ผีอำ” หากคุณไม่อยากเจอกับอาการผีอำบ่อย ๆ ให้คุณปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของตนเอง ดังนี้ อาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์…
16/06/2023

“เวย์โปรตีน” อาหารเสริมยอดฮิตดีต่อสุขภาพจริงหรือ ?

ร่างกายของคนเราต้องการสารอาหารที่เป็นโปรตีนเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และในแต่ละวันเราควรกินโปรตีนให้ได้ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งโปรตีนสามารถหาได้จากอาหารทั่วไปที่รับประทานไม่ว่าจะเป็น เนื้อไก่ ไข่ ถั่วและธัญพืชต่าง ๆ เป็นต้น และเนื่องจากบางคนอาจไม่สามารถรับประทานโปรตีนให้เพียงพอต่อที่ร่างกายต้องการ หรือในคนที่อยากเพิ่มน้ำหนักและกล้ามเนื้อของตัวเอง การหันมาบริโภค ‘เวย์โปรตีน’ จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เวย์โปรตีนคืออะไร ? เวย์โปรตีน คือแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่สกัดจากนมวัว นำมาแปรรูปมาเป็นรูปแบบผงชงดื่ม เต็มไปด้วยสารสำคัญและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเวย์โปรตีนเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายและร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน เวย์โปรตีน เรียกได้ว่าเป็นอาหารเสริมที่นิยมในหมู่ของนักเพาะกาย หรือแม้แต่คนที่ออกกำลังกายก็มักจะดื่มผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีนเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ประโยชน์ของเวย์โปรตีน สารอาหารหลักและวิตามินในเวย์โปรตีนมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเวย์โปรตีนชนิดไม่หวานเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยมและมีแคลอรีต่ำ ช่วยเสริมสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นผม และการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ นอกจากนี้ เวย์โปรตีนยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย ได้แก่ 1.เพิ่มการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ มวลกล้ามเนื้อเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของสุขภาพโดยทั่วไป ไม่ว่าคุณจะต้องการรักษาหรือเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วยวิธีใดก็ตาม โปรตีนก็มีความสำคัญต่อกระบวนการนั้นอย่างยิ่ง โดยโปรตีนจะให้กรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการเพื่อสร้างเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อที่เสียหายและช่วยสร้างกล้ามเนื้อใหม่  2.ลดการอักเสบของร่างกาย เวย์โปรตีนจะช่วยลดอาการจากภาวะเรื้อรังต่าง ๆ ได้โดยการลดการอักเสบของร่างกาย ซึ่งการอักเสบเรื้อรังจะเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคลำไส้อักเสบ และโรคข้ออักเสบ โดยมีการศึกษาที่แนะนำว่าการเพิ่มเวย์โปรตีนในอาหารของคุณเป็นประจำสามารถช่วยลดอาการของการอักเสบเรื้อรัง…
15/06/2023

เพราะชีวิตติดหวาน…กินน้ำตาลมากไป ระวังหน้าแก่ก่อนวัย!

เชื่อว่าหลายคนเสพติดความหวานไม่ว่าจะจากเครื่องดื่ม ขนม หรือแม้แต่อาหารที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งท้ายที่สุดก็จะถูกย่อยกลายเป็นน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ที่ผ่านมาเราพอทราบกันดีว่าการกินอาหารที่มีน้ำตาลจะส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพกาย ทั้ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น แต่บทความนี้จะพาทุกคนมาทราบอีกหนึ่งข้อเสียจากการบริโภคน้ำตาลเป็นประจำ ที่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวของคุณด้วย! กินน้ำตาลเยอะทำให้หน้าแก่ ? ปกติแล้วอาหารจำนวนมากที่เรารับประทานจะมีน้ำตาลอยู่ในนั้น แม้แต่ผักและผลไม้ก็ตาม ขณะเดียวกันน่าเสียดายที่น้ำตาลเป็นอาหารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เมื่อคุณมีน้ำตาลในกระแสเลือดมากเกินกว่าที่อินซูลินจะรับได้ อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีตามธรรมชาติที่เรียกว่า ปฏิกิริยาไกลเคชัน (Glycation) ที่เป็นสาเหตุของความชราก่อนวัยอันควร หรือ Premature Aging โดยโมเลกุลของน้ำตาลจะเกาะติดกับคอลลาเจนและโปรตีนจนก่อเกิดเป็นสาร AGEs (Advanced Glycation End-Products) หรือสารเร่งแก่ ทำให้คอลลาเจนแข็ง ผิวของคุณอาจแห้งกร้าน ผิวหนังยืดหยุ่นน้อยลง และยังยับยั้งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ด้วย แม้ว่าปกติแล้วผิวหนังของคนเราจะเริ่มแห้งกร้านและหย่อนคล้อยตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่การกินน้ำตาลในปริมาณมากจนก่อเกิดเป็นปฏิกิริยาไกลเคชัน ก็สามารถกระตุ้นให้ผิวหนังมีความแห้งเหี่ยวได้เร็วมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัยจากน้ำตาล อาจไม่ได้ไม่รุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และพันธุกรรมอื่น ๆ  วิธีดูแลตัวเองเพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์ 1.ลดของหวานในอาหาร  การกำจัดน้ำตาลให้หมดไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่เมล็ดธัญพืช ผลไม้ และผักก็เปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่กระตุ้นกระบวนการไกลเคชัน แต่คุณสามารถจำกัดน้ำตาลในอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ด้วยการระวังน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ในอาหาร เช่น อาหารสำเร็จรูปหลายชนิดมีน้ำตาลจำนวนมาก หรือแม้แต่น้ำผลไม้เข้มข้นก็มีน้ำตาลสูงเช่นกัน…
14/06/2023

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า: สัญญาณ อาการ และทางเลือกในการรักษา

ภาวะซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยตั้งแต่ปัจจัยทางชีวภาพ ปัจจัยทางจิตวิทยา ไปจนถึงปัจจัยทางสังคมที่อาศัยอยู่ แต่หากมองในมุมของการแพทย์ภาวะซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่เรียกว่าเซโรโทนิน ที่มีปริมาณลดลงจนทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความคิด โดยมีหลายปัจจัยเป็นตัวกระตุ้น เช่น สภาพจิตใจที่เกิดจากการเลี้ยงดู ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ความเสี่ยงทางด้านพันธุกรรม การสูญเสียครั้งใหญ่ หรือความเครียดสะสม แต่ลักษณะอาการและสัญญาณเตือนจะเป็นยังไงหรือมีแนวทางรักษาอย่างไรไปดู สัญญาณบ่งบอกอาการ หากคิดว่าตัวเองกำลังเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าแต่ยังไม่แน่ใจลองเช็กอาการต่อไปนี้เบื้องต้นดู อย่างไรก็ตามหากพบสัญญาณข้างต้นถือว่าเข้าข่ายการเป็นโรคซึมเศร้าแต่ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้แบบ 100% ว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ดังนั้นไปดูอาการเพิ่มเติมที่พบเห็นได้ ดังนี้ โดยผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีอาการดังกล่าวมากจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม รู้สึกเศร้าโดยไม่ทราบสาเหตุ กลัวการอยู่กับคนเยอะ ๆ เป็นต้น แนวทางการรักษา สำหรับแนวทางในการรักษาภาวะซึมเศร้านั้นมีหลายวิธี คนไข้แต่ละคนจำเป็นต้องปรับการรักษาให้เหมาะสมกับระยะอาการ ดังนี้ 1. จิตบำบัด มีหลายรูปแบบ ดังนี้ 2. รักษาโดยใช้ยา ส่วนใหญ่การรักษาภาวะซึมเศร้าจะรักษาด้วยยา 2 กลุ่ม ดังนี้ 3. การรักษาด้วยไฟฟ้า TMS  ใช้รักษาผู้มีภาวะซึมเศร้าที่มีอาการเรื้อรังมานาน รักษาไม่หาย และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาหรือวิธีอื่น ๆ วิธีการรักษา คือ ผู้ป่วยต้องได้รับการกระตุ้นด้วย TMS…
13/06/2023

‘กินแล้วนอน’ พฤติกรรมเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ

การรับประทานอาหารก่อนเข้านอนอาจส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด เพราะหลังจากรับประทานอาหารแล้ว ร่างกายของเราจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเคลื่อนย้ายอาหารจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้เล็ก ซึ่งหากร่างกายอยู่ในท่านอนราบก็จะทำให้กระบวนการเหล่านี้ยากลำบากมากขึ้น ควรกินอาหารก่อนเข้านอนหรือไม่ ? การรับประทานอาหารมื้อใหญ่ก่อนนอนอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารก่อนนอนมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ได้แก่ นอกจากนี้ การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารตอนดึกทำให้อิ่มน้อยลง และนำไปสู่ปริมาณแคลอรีที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับการรับประทานอาหารในช่วงเช้าของวัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง การกินก่อนนอนอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มน้อยลง แม้จะกินมากกว่าเวลาอื่น ๆ ในระหว่างวันนั่นเอง เมื่อเวลาผ่านไป การรับประทานอาหารมากเกินไปเรื้อรังอาจนำไปสู่กลุ่มอาการเมตาบอลิก ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนนอน เว้นแต่ว่าคุณจะมีเหตุผลทางการแพทย์ในการทำเช่นนั้น แต่ก็ต้องระวังอย่ากินมากเกินไป และเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพของตนเอง ควรหยุดกินก่อนเข้านอนกี่ชั่วโมง ? ตามหลักการทั่วไปนักโภชนาการจะบอกให้คุณรอประมาณ 3 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารถึงจะเข้านอนได้ เช่น หากคุณรับประทานอาหารเย็นตอน 18.00 น. พยายามรอเวลาเข้านอนจนถึง 21.00 น. จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี  ระบบ circadian ของร่างกายหรือที่เรียกว่าจังหวะการหลับ-ตื่น จะเตรียมร่างกายของคุณให้มีประสิทธิภาพในการย่อย ดูดซึม และเผาผลาญอาหารในช่วงตอนเช้าของวันมากขึ้น ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารมื้อใหญ่ขึ้นในช่วงครึ่งแรกของวัน จากนั้นรับประทานอาหารมื้อเล็กที่มีคุณค่าทางโภชนาการในตอนเย็น 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ผลเสียที่ได้รับหากคุณกินแล้วนอนทันที การรับประทานอาหารก่อนนอนอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันกลายเป็นนิสัย บางคนอาจมีแนวโน้มที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพจากการรับประทานอาหารตอนดึกมากกว่าคนอื่น…
12/06/2023

ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมวันไหนนอนไม่พอแล้วมักหงุดหงิดไม่ก็โมโหง่าย ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดั่งใจ แถมยิ่งปล่อยไว้นานวันเข้ายิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่าง ๆ ตามมา บางคนยิ่งนอนไม่พอยิ่งนอนไม่หลับ ในขณะที่บางคนยิ่งนอนยิ่งอยากนอนมากขึ้น หรือบางคนอาจรุนแรงไปกว่านั้นเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิตขนาดนั้นจริงหรือ หากสนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำได้อย่างไรบ้างไปดูกัน ทำไมการนอนหลับจึงจำเป็นต่อสุขภาพจิต แน่นอนว่าการอดนอนส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ ไปจนถึงการทำงานของระบบประสาท เมื่อร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอลงก็จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพจิตก่อให้เกิดความเครียด แต่ละคนอาจต่างกันไป บางคนเครียดเรื่องสุขภาพ บางคนเครียดเรื่องงาน แต่สุดท้ายแล้วก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตตามมาอยู่ดี  นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่อดนอนชนิดรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตตามมา เช่น ประสาทหลอน หูแว่ว มีลักษณะคล้ายคนมีภาวะอารมณ์ 2 ขั้วหรือไบโพล่า เช่น ซึมเศร้าผิดปกติหรือร่าเริงผิดปกติ เป็นต้น เคล็ดลับเพื่อสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีขึ้น รู้อย่างนี้แล้วยอมปล่อยให้ตัวเองอดนอนต่อไปคงไม่ดีต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเป็นแน่ หากอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่แต่ไม่รู้จะทำยังไงลองวิธีเหล่านี้ดู 1. เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เชื่อว่าหลายคนเป็นกัน ช่วงแรก ๆ ของการปรับพฤติกรรมนอนให้ตรงเวลาบอกเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะนอนหลับได้ก็ต้องคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ รู้ตัวอีกทีหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หรือบางคนอาจไม่ได้หลับเลยเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการคิด พอร่างกายเริ่มปรับตัวเมื่อไหร่เราก็จะคุ้นชินกับเวลาการนอนหลับเดิม เช่น เรานอนตอน 02 : 00 น. เราก็จะรู้สึกง่วงตอนตีสอง ดังนั้นจึงอยากให้กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เหมาะสม เช่น เข้านอน 22…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…