Tags
| Health
08/09/2023
Good Girl Syndrome เป็นคนดีที่อยู่ในกรอบตลอดเวลา จนเสียสุขภาพจิต
การเอาอกเอาใจผู้อื่น ความสมบูรณ์แบบ และการให้ความสำคัญกับผู้อื่นเป็นอันดับแรก แม้จะดูเหมือนเป็นคุณสมบัติที่ดี และเป็นการทำให้คนส่วนมากรักในตัวคุณ แต่ความจริงแล้วคุณสมบัติเหล่านี้อาจหันกลับมาทำลายความสุขที่แท้จริงของคุณได้ Good Girl Syndrome คืออะไร? แนวคิดเรื่อง Good Girl Syndrome ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแพทย์ แต่เป็นผลผลิตของวัฒนธรรมสมัยนิยม ซึ่งเป็นวลีที่คุณมักจะพบเห็นในฟีดโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่าแนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ และช่วยให้ผู้หญิงหลายคนที่ประสบกับอาการดังกล่าวได้รู้เท่าทัน และหาวิธีแก้ต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า อาการของ Good Girl Syndrome เป็น “การสำแดงลักษณะที่มีคุณค่าหรือน่ายกย่องในตัวผู้หญิง เกี่ยวพันกับการที่ครอบครัวรวมถึงผู้คนภายนอกครอบครัว เช่น ครู มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงอย่างไร และปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้หญิงแต่ละคนอย่างไร” ให้ลองนึกถึงคำว่า "ผู้หญิงดี" ในภาพจินตนาการทุกคนจะนึกถึงภาพของสาวสวยเงียบ ๆ เชื่อฟังและคอยดูแลผู้อื่น ไม่สร้างปัญหา สิ่งนี้มีรากฐานมาจากความคาดหวังแบบเหมารวมของสังคมว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างไรและมีบทบาทอย่างไร เมื่อผู้ที่เป็น Good Girl Syndrome เบี่ยงเบนไปจากพฤติกรรม "คนดี" ที่ว่าแล้ว พวกเธอจะรู้สึกผิด หรือกลัวที่จะถูกตัดสินในแง่ลบ สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็น Good Girl Syndrome Good Girl Syndrome…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1053 days ago
Read More08/09/2023
เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น! กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms)
อีกหนึ่งสัญชาตญาณของมนุษย์ที่น่ารู้ คุณเคยสังเกตไหม ทำไมบางคนเมื่อมีการทำความผิดอะไร ก็มักจะต่อต้านความผิดของตัวเอง และโทษคนอื่นเสมอ วันนี้เรามีคำตอบ กลไกนี้มีชื่อเรียกว่า “Defense Mechanisms” กลไกนี้เป็นการปกป้องตัวเองตามสัญญาณ ซึ่งเราจะมานำเสนอข้อมูลลักษณะของคนที่มีพฤติกรรมประเภทนี้กัน รวมทั้งการปรับทัศนคติให้กล้ายอมรับความผิดที่ตนเองทำ ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็เคยทำผิดแต่สิ่งสำคัญคือ การยืดอกยอมรับความผิดของตัวเอง แล้วแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น! ทำความรู้จักกับ กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) เป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยา ที่จิตใจใช้เพื่อป้องกันตัวเองจากความวิตกกังวล อารมณ์ที่ไม่สบายใจ หรือการถูกคุกคาม ซึ่งมักจะเป็นกลไกที่เกิดขึ้นมา โดยที่หลาย ๆ คนไม่รู้ตัว เป็นกลไกที่ใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) จัดเป็นวิธีการป้องกันตนเองในรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้ามีการปล่อยให้กลไกนี้ทำงานเรื่อย ๆ แบบไม่มีการควบคุม หรือไม่มีการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงกว่าเดิม กลไกการป้องกันตนเองประเภทต่าง ๆ และวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ความคิด ที่เกิดขึ้นจากกลไกป้องกันตัวเอง ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องเดียวหรือสถานการณ์เดียวเท่านั้น แต่มีความคิดและอารมณ์ที่หลากหลายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้นำคุณลักษณะของกลไกตนเองประเภทต่าง ๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จักกัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1053 days ago
Read More08/09/2023
ไขข้อข้องใจ ทำไมผู้หญิงถึงปากไม่ตรงกับใจ
หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่หลาย ๆ คนอาจมองว่าเป็นสิ่งลี้ลับอีกสิ่งหนึ่งของโลก นั่นก็คือปัญหาที่ว่า ทำไมผู้หญิงถึงมักจะปากไม่ตรงกับใจ ซึ่งเป็นปัญหาที่สามารถส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ทำให้ความรักเกิดรอยร้าว และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ชายอีกด้วย โดยผู้ชายได้รับผลกระทบทางใจมากกว่าผู้หญิง จากการมีความสัมพันธ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ คาดเดาใจไม่ได้ การศึกษาพบว่าผู้ชายรับมือกับความเครียดจากความสัมพันธ์ได้ยากกว่าผู้หญิง ซึ่งวันนี้เราก็มีข้อมูลที่น่าสนใจ และวิธีการแก้ไขเรื่องนี้มาแนะนำกัน ปากไม่ตรงกับใจ คือการแสดงออกของกลไก Reaction Formation กลไก Reaction Formation คือ กลไกป้องกันตัว ที่ทำให้ผู้คนมีการแสดงออก ในด้านของพฤติกรรมและคำพูด ตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งบางครั้งก็อาจเกินเลยไปจนทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกข่มความเป็นชาย ก็อาจแสดงท่าทีก้าวร้าวมากเกินไป เป็นต้น แนวคิดของกลไก Reaction Formation ได้รับการพัฒนามาจาก Sigmund Freud และ Anna Freud ลูกสาวของเขา โดยเป็นการนำเสนอแนวคิดในการกลไกการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นกลไกที่จะเกิดขึ้นมา ใช้เพื่อในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เพราะ “ไม่สบายใจ” จึงเกิด กลไก Reaction Formation กลไก Reaction…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1053 days ago
Read More25/07/2023
กฎของแรงดึงดูด ยิ่งนึกถึงสิ่งดี ๆ ยิ่งได้รับสิ่งเหล่านั้นกลับมา
กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่ใช้ในการดูแลจิตใจตัวเอง และเป็นศาสตร์แห่งการฝึกจิตเพื่อดึงดูดเรื่องราวในแง่บวกที่มีการเผยแพร่มาอย่างยาวนานแล้ว แต่เรื่องราวของกฎแห่งแรงดึงดูด มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างมากขึ้น จากการถือกำเนิดของ หนังสือ How -To ชื่อดังอย่าง “The Secret” ผู้แต่ง Rhonda Byrne ซึ่งวันนี้เราจะนำเนื้อหาที่เกี่ยวกับ กฎของแรงดึงดูด มาย่อให้สั้นลง และนำเสนอวิธีใช้กฎนี้แบบง่ายดายที่สุด ให้คุณได้ทำความรู้จักกัน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลพวงมาจากสิ่งที่เราคิด แนวคิดของกฎนี้มีอยู่ว่า เมื่อคุณจดจ่อจิตอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนส่งผลทำให้เกิดอารมณ์อย่างเข้มข้นต่อเรื่องนั้น สิ่งนี้จะสร้างแรงดึงดูดที่ดึงดูดสิ่งที่คุณคิดเข้ามาหาคุณ ซึ่งจะมีการดึงดูดทั้งสิ่งดีและสิ่งที่ไม่ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถเลือกเรื่องที่คุณคิดถึงและมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่คุณคิดได้ ดังนั้นหัวใจหลักของกฎนี้จึงเน้นย้ำให้คุณนึกถึงแต่สิ่งที่คุณต้องการ และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่คิดถึงสิ่งที่คุณไม่ต้องการ เท่านั้น กฎของแรงดึงดูด (Law Of Attraction) ใช้กับเรื่องอะไรได้บ้าง? กฎนี้เป็นกฎที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราวของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรัก การงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์คู่รัก ความสัมพันธ์กับเพื่อน การปรับปรุงดูแลสุขภาพใจ ปรับปรุงดูแลรูปร่างของตนเอง การเป็นนิสัยให้เป็นคนที่ดีขึ้นในเรื่องที่คุณต้องการการเป็น เช่น มีความขยัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1098 days ago
Read More24/07/2023
ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?
อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1099 days ago
Read More19/07/2023
ตื่นมาแล้วรู้สึกเมื่อยไม่สบายตัว เพราะ “ท่านอน” ไม่ดีหรือเปล่า ?
การนอนหลับ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายโดยรวม และเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันต่อ ๆ ไป แต่นอกเหนือจากการนอนหลับแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ท่านอน” เพราะหากคุณหลับไปโดยท่านอนที่ไม่เหมาะสม จากที่ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น สบายตัว อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้ 4 ท่านอนที่ไม่ดีต่อสุขภาพ 1.ท่าทารกในครรภ์ ท่าทารกในครรภ์ หมายถึงท่าที่เกี่ยวข้องกับการก้มศีรษะไปข้างหน้า โก่งหลัง งอสะโพก และงอเข่า ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจมีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้รับผลกระทบ การนอนในท่านี้เป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาต่อไปนี้ 2.นอนคว่ำหน้า การนอนคว่ำถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพเพราะจะไปขัดขวางการหายใจ และทำให้กระดูกสันหลังคดงอผิดปกติได้ การหันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งเมื่อนอนในท่านี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลังเกิดอาการโค้งงอได้ ทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การอักเสบและปวดกล้ามเนื้อคอนอกเหนือจากอาการปวดหลัง จึงไม่แนะนำให้นอนคว่ำ 3.กึ่งนั่งกึ่งนอน หากคุณกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง ขณะที่ส่วนล่างของคุณอยู่บนเตียงหรือโซฟาในขณะที่คุณเล่นโทรศัพท์ อ่านหนังสือ หรือดูทีวี จะเป็นการก้มคอเป็นเวลานาน เมื่อทำเป็นประจำจะทำให้กระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดและบวมที่ไหล่ รวมถึงอาการปวดหลังส่วนล่างที่เกิดจากความโค้งของกระดูกสันหลังเมื่อนั่งในท่านี้ 4.วางศีรษะไว้ที่ต้นแขน การนอนโดยวางศีรษะทับต้นแขนจะเกิดการกดทับเส้นประสาทเรเดียลเป็นเวลานาน อาจทำให้เส้นประสาทถูกทำลายได้ ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อาการข้อมือตก ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ยกมือด้านที่ได้รับผลกระทบได้ยาก กรณีนี้ส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรงและหายไปโดยไม่ได้รับการรักษา ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี และอาการมักจะดีขึ้นภายในเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ท่านอนที่ดีและแนะนำก็คือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1104 days ago
Read More19/07/2023
ความจริงหรือความเชื่อ ? ช่วยตัวเองบ่อย ๆ เสี่ยงเป็นหมัน!
มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับผลกระทบของการ “ช่วยตัวเอง” หรือ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองของผู้ชาย และที่มักถูกพูดถึงกันบ่อยครั้งนั่นคือ การช่วยตัวเองบ่อย ๆ อาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก! เพื่อขจัดความกลัวของเหล่าคุณผู้ชายทั้งหลาย Hack for Health จะมาไขข้อเท็จจริงเรื่องนี้ การหลั่งน้ำอสุจิ การมีเพศสัมพันธ์กับการหลั่งน้ำอสุจิเป็นประจำอย่างน้อย 3 หรือ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยให้สเปิร์มมีคุณภาพที่ดีได้ และสเปิร์มที่แข็งแรงจะมีการเคลื่อนไหวและสัณฐานวิทยาที่ดี โดยการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม หมายถึงความสามารถในการว่ายน้ำของตัวอสุจิ และสัณฐานวิทยาของตัวอสุจิ หมายถึงรูปร่างของตัวอสุจิ โดยสเปิร์มปกติจะมีส่วนหัวที่มีรูปร่างในลักษณะที่สามารถเจาะเข้าไปในไข่ได้ง่าย ซึ่งสเปิร์มที่มีรูปร่างผิดปกติอาจไม่สามารถเจาะไข่ได้ เนื่องจากส่วนหัวมีรูปร่างผิดรูป และสเปิร์มที่ว่ายน้ำเก่งจะไปถึงไข่ได้ในไม่ช้า สเปิร์มคุณภาพดี สเปิร์มที่มีคุณภาพดีที่สุดจะถูกผลิตขึ้นเมื่อผู้ชายไม่หลั่งออกมาเป็นเวลา 2-3 วัน หากคุณกำลังพยายามมีลูกตามธรรมชาติ ขอแนะนำให้หยุดการช่วยตัวเองสัก 2-3 วัน แล้วค่อยมีเพศสัมพันธ์ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ของภรรยาคุณได้ โดยการหลั่งของผู้ชายแต่ละครั้งจะปล่อยสเปิร์มออกมาประมาณ 300 ล้านตัว และร่างกายของผู้ชายจะผลิตสเปิร์ม 12,000 ล้านตัวต่อเดือน การช่วยตัวเองทำให้ความไวทางเพศลดลงหรือไม่ ? สำหรับผู้ที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศ การกระตุ้นที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการช่วยตัวเอง สามารถช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sexual…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1104 days ago
Read More18/07/2023
อยากยิ้มสวย มั่นใจ ต้องทำ “วีเนียร์” ?
กระแสการทำ “วีเนียร์” กำลังเป็นที่สนใจทั้งในวงการบันเทิง และที่เด่นชัดก็คือวงการนางงาม เพราะเมื่อพูดถึงนางงามสิ่งแรกที่ทุกคนคิดก็คือ การมีรอยยิ้มที่สวยงาม และรอยยิ้มที่สวยงามก็มาจากฟันที่เรียงสวย ขาวสะอาด ดังนั้น “วีเนียร์” จึงตอบโจทย์ความต้องการอย่างยิ่ง หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “วีเนียร์” คืออะไร และใครจำเป็นต้องทำบ้าง เป็นแค่การดูแลฟันเพื่อความสวยงามอย่างเดียวหรือไม่ Hack for Health มีคำตอบมาให้ทุกคน วีเนียร์ คือ ? วีเนียร์ คือ วัสดุที่ทำขึ้นให้พอดีกับพื้นผิวด้านหน้าของฟัน ช่วยปกปิดรอยแตก คราบสกปรก ช่องว่าง สีของฟัน และความไม่สมบูรณ์ของฟันอื่น ๆ โดยวีเนียร์เป็นหนึ่งในการรักษาทางทันตกรรมเพื่อความงามที่พบได้บ่อยที่สุด มีหลายประเภทให้เลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน โดยช่างเทคนิคจะต้องใช้วัสดุทางทันตกรรมคุณภาพสูง วีเนียร์จะปิดผิวด้านหน้าของฟันเพื่อเพิ่มรอยยิ้มให้สวยงามมากขึ้น โดยการอำพรางจุดบกพร่องของฟันที่อาจทำให้คุณเสียความมั่นใจ วีเนียร์ เหมาะกับใครบ้าง ? การทำวีเนียร์เหมาะกับใครก็ตามที่ต้องการเสริมรอยยิ้มให้ดูดีขึ้น หรือคนที่มีปัญหาความไม่มั่นใจต่าง ๆ เช่น วีเนียร์ เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้นหากคุณไม่มีปัญหาฟันผุและโรคเหงือกสามารถทำได้ แต่หากคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปากที่ร้ายแรง ควรจัดการกับปัญหาเหล่านั้นก่อนการทำวีเนียร์เพื่อความงาม วีเนียร์ vs ครอบฟัน: ต่างกันอย่างไร? หากเป็น พอร์ซเลนวีเนียร์ จะเคลือบเฉพาะผิวด้านหน้าของฟันเพื่อให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1105 days ago
Read More17/07/2023
วิธีเช็กว่าตัวเองเป็นคนเฮงซวยแค่ไหน ?
คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่มีอีโก้ที่มองว่า มุมมอง ความคิด หรือการกระทำตัวเองนั้นถูกต้องแบบไม่มีความด่างพร้อย จนบางครั้งมีการแสดงออกด้วยพฤติกรรมและคำพูดที่เฮงซวยโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้คุณสามารถเช็กนิสัยของตัวเองได้ว่า Toxic ไหม จะได้เป็นการดูแลพฤติกรรมของตัวเองไม่ทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างได้รับผลกระทบมากจนเกินไป และยังเป็นการปรับตัวให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขได้อีกด้วย พฤติกรรมเฮงซวย หรือพฤติกรรม Toxic คืออะไร ? พฤติกรรมที่เป็นพิษ หรือพฤติกรรมเฮงซวย เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลทำให้คนรอบข้างไม่พอใจ เช่น การเผลอเล่าเรื่องตลกที่ทำร้ายความรู้สึกของใครบางคน การบูลลี่ ไปจนถึงการใช้คำพูดหรือการกระทำเชิงลบและโหดร้าย กระทำต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง กล่าวอีกนัยหนึ่ง พฤติกรรมเฮงซวยก็คือพฤติกรรมที่เป็นการนำเรื่องในแง่ลบมาสู่ตนเองและผู้อื่น 5 ลักษณะพฤติกรรมเฮงซวย ที่พบได้มากที่สุด พฤติกรรมเฮงซวย สามารถแสดงออกได้หลายวิธี แต่ถ้าหากคุณกำลังกังวลอยู่ว่าคุณกำลังแสดงลักษณะนิสัยเหล่านี้ออกมาอยู่เรื่อย ๆ รึเปล่านะ ให้ถามตัวเองว่า คุณมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 5 ประการต่อไปนี้หรือไม่ 1. ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น: ผู้ที่มีพฤติกรรมเฮงซวยประการแรก คือ ผู้ที่ทำผิด และแทนที่จะยอมรับความผิดนั้น แต่กลับแสดงความไม่พอใจหรือความก้าวร้าวออกมา และพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าเหตุผลที่ต้องประพฤติตนเช่นนี้ ก็เพราะมาจากผู้คนรอบตัวนั่นแหละ ที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ คราวนี้ลองถามตัวเองว่าคุณกล้าที่จะยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อหรือไม่ หรือโทษคนอื่นก่อนเป็นอันดับแรก 2. การควบคุมพฤติกรรม: และการบงการในรูปแบบอื่น ๆ จัดเป็นสัญญาณสำคัญของคนที่มีพฤติกรรมเฮงซวย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1106 days ago
Read More17/07/2023
มีจริงหรือ ? อาถรรพ์รัก 7 ปี กับคำอธิบายทางจิตวิทยา
หนึ่งในความเชื่อที่เกี่ยวกับความรัก คือ อาถรรพ์รัก 7 ปี ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่า เมื่อคู่รักคบกันจนถึงปีที่ 7 ในปีนี้ความรักจะเริ่มสั่นคลอน หรือมีอุปสรรคขนานใหญ่ที่จะเข้ามาทำให้เลิกรากันไป หลาย ๆ คนเชื่อว่าสิ่งนี้คือ “อาถรรพ์” และเริ่มหวาดกลัว มีความกังวล ไม่มีความสุขกับความรักที่อยู่ตรงหน้า แต่คำแนะนำของเราคืออย่าปล่อยให้ อาถรรพ์รัก 7 ทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ของคุณไปเลย ดังนั้นมาทำความรู้จักกับคำอธิบายที่เกี่ยวกับเรื่องราวนี้ในรูปแบบจิตวิทยากันดีกว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี มีจริงหรือ ? ในทางจิตวิทยามีการวิจัยน้อยมาก โดยเฉพาะกับคำถามที่ว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? แต่จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นทำให้เกิดข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นมาว่า เมื่อคุณตกหลุมรักครั้งแรก สมองของคุณจะอาบไปด้วยสารสื่อประสาทที่ทำให้คุณรู้สึกดี สารสื่อประสาทเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่คุณอย่างมาก และทำหน้าที่เป็นแว่นตาปรับเปลี่ยนมุมมอง ทำให้คุณไม่เห็นข้อบกพร่องของแฟนของคุณ และมองว่าทำอะไรก็ดีไปหมด แต่เมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้หมดฤทธิ์ มุมมองที่คุณมีต่อแฟนก็จะเริ่มตรงกับความจริงมากขึ้น คุณจะเริ่มสังเกตเห็นข้อบกพร่องและจุดอ่อนของคนรักมากขึ้น คุณจะเริ่มมองเห็นข้อดี – ข้อเสีย ของคนรักมากขึ้น หลังจากคบกันไประยะหนึ่ง สารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้คุณแฮปปี้กับคนรัก จะระเหยไปอย่างมากในช่วงปีที่ 2…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1106 days ago
Read More
14/07/2023
ไม่ต้องใช้ตัวช่วย! วิธีแก้อาการ ‘ตัวบวมน้ำ’ จากโซเดียมด้วยตนเอง
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเวลาที่เราเลือกกินอาหารแต่ละชนิดนอกจากจะดูปริมาณแคลอรีอาหารแล้ว สิ่งสำคัญคือ ห้ามลืมดูปริมาณน้ำตาล และปริมาณโซเดียมในอาหารชนิดนั้น ๆ เด็ดขาด โดยอาหารที่มีโซเดียมสูงเมื่อกินเข้าไปตื่นเช้ามาจะเริ่มรู้สึกตัวบวมขึ้น จนเกิดเป็นคำถามว่าเป็นเพราะเราอ้วนขึ้น หรือเราบวมน้ำกันแน่ ? ปัจจุบันมีตัวช่วยในการลดบวมออกมาจำหน่ายมากมาย ที่กำลังได้รับความนิยมจะเป็นในรูปแบบของชาลดบวม แต่ความจริงแล้วคุณสามารถลดบวมได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ได้ผลจริงแถมไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย! โซเดียมคืออะไร ? โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) เป็นสารประกอบสำคัญที่ร่างกายของเราใช้เพื่อดูดซับและขนส่งสารอาหาร รักษาความดันโลหิต รักษาสมดุลของของเหลว จำเป็นสำหรับการทำงานของเส้นประสาท และช่วยเรื่องการหดและคลายของกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม โซเดียม มักใช้เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร แต่ก็มีประโยชน์อื่น ๆ อีกหลายอย่างที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ นอกจากนี้ยังเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการควบคุมสมดุลของของเหลวและอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายด้วย ปกติแล้วร่างกายของคนเราต้องการโซเดียมในการทำงาน แต่โซเดียมที่น้อยเกินไปหรือมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ เกลือกับโซเดียมต่างกันอย่างไร ? แม้จะมีความจริงที่ว่าหลายคนใช้คำว่าโซเดียมและเกลือแทนกันได้ แต่ก็มีความแตกต่างกัน โดยโซเดียมเป็นแร่ธาตุและสารอาหารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น ผักสด พืชตระกูลถั่ว และผลไม้สามารถมีโซเดียมได้ตามธรรมชาติ แต่ประมาณร้อยละ 75 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของโซเดียมที่เราได้รับมาจากเกลือที่เติมลงในอาหาร น้ำหนักของเกลือมักจะเป็นส่วนผสมของโซเดียม 40 เปอร์เซ็นต์ และคลอไรด์ 60 เปอร์เซ็นต์ ผลกระทบหากร่างกายมีปริมาณโซเดียมมากเกินไป…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1109 days ago
Read More13/07/2023
กินขนมหวานที่มีน้ำตาลสูงทีไร ทำไมหลังจากนั้นถึงง่วงนอนทุกที!
เชื่อว่าเราทุกคนเคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน “กินเค้กหลายชิ้นเข้าไปหลังจากนั้นเริ่มรู้สึกง่วงนอน อยากหลับเต็มที” และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นคนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้า อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้มีมากกว่าที่เห็น หากคุณเคยสงสัยว่า “ทำไมฉันถึงรู้สึกเหนื่อยหลังทานอาหารเสร็จ” หรือ “เป็นเรื่องปกติหรือเปล่าที่การกินของหวาน หรือน้ำตาลอาจทำให้ง่วงนอน ?” Hack for Health พาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของคุณเมื่อคุณกินน้ำตาล ? เมื่อคุณกินน้ำตาลในปริมาณมาก ร่างกายของคุณจะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง กล่าวคือ ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณพุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นการตอบสนองปกติต่อน้ำตาลที่คุณกิน ท้ายที่สุดแล้วอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมง่ายจะทำให้เกิดการดูดซึมกลูโคสอย่างรวดเร็ว โดยกลูโคสจะเข้าสู่กระแสเลือด และกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน อินซูลินในกระแสเลือดของคุณจะช่วยนำกลูโคสจากเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อให้พวกมันสามารถใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงได้ ในที่สุดหลังจากรับประทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะกลับมาลดลงอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยต่าง ๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นจุดที่เซลล์ของคุณไวต่ออินซูลินน้อยลง จึงไม่สามารถขนส่งกลูโคสจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน นั่นเป็นเหตุผลที่การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะเมื่อรวมกับอาหารที่มีไขมันสูงด้วยแล้วสามารถนำไปสู่โรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ การกินน้ำตาลทำให้ฉันง่วงนอนจริงหรือ ? น้ำตาลที่มากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกง่วงหรือเหนื่อยล้า โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ 1.น้ำตาลและระบบ Orexin ระบบ orexin ประกอบด้วยเซลล์ประสาทคู่หนึ่งที่พบในบริเวณไฮโปทาลามัสของสมอง เซลล์ประสาททั้งสองนี้ถูกขนานนามโดยนักวิจัยว่า OX1R และ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1110 days ago
Read More13/07/2023
ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น
การมีสุขภาพกายและใจที่ดี เป็นเหมือนรางวัลอย่างหนึ่งของชีวิต เพราะตราบใดที่คุณไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และมีวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการพัฒนาร่างกายและจิตใจของตนเอง ก็ย่อมทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นอกจากการกินอาหารที่ดี นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตนเองวันละนิดเท่านั้นเอง! ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ 1.กินอาหารที่มีประโยชน์ แน่นอนว่าทุกคนทราบดีว่าการนำอาหารเข้าสู่ร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเราเลือกอาหารที่ไม่มีประโยชน์อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม ที่สำคัญยังอาจนำพาโรคร้ายต่าง ๆ มาสู่ร่างกายได้ โดยคุณควรที่จะรับประทานอาหารหลายอย่างรวมกัน รวมทั้งผลไม้ ผัก พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี และสำหรับใครที่ไม่ชอบรับประทานผัก ก็อาจเริ่มปรับโดยการพยายามเติมผักเข้าไปในมื้ออาหารทุกมื้อ และไม่ลืมที่จะกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย การกินเพื่อสุขภาพจะช่วยลดความเสี่ยงของการขาดสารอาหารและโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็ง 2.บริโภคเกลือและน้ำตาลให้น้อยลง ผู้ที่กินอาหารรสเค็มจัด หรือมีปริมาณโซเดียมสูง อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง และจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย โดยคนส่วนใหญ่ได้รับโซเดียมผ่านเกลือ ดังนั้น จึงควรลดการบริโภคเกลือลงเหลือ 5 กรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับประมาณหนึ่งช้อนชา ฟังดูเหมือนยากแต่จริง ๆ ทำได้ง่ายโดยการจำกัดปริมาณเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และเครื่องปรุงโซเดียมสูงอื่น ๆ ในการเตรียมอาหาร และหลีกเลี่ยงของว่างที่มีรสเค็ม และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1110 days ago
Read More12/07/2023
ทำอย่างไรเมื่องานที่ชอบ กลายเป็นงานที่ไม่ใช่!
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ แม้งานที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะเป็นงานที่อาจทำให้คุณมีความสุขมาก ๆ มาก่อน หรือเป็นงานที่คุณอยากทำมาก ๆ แต่เมื่อได้ลงสนามจริงไปสักระยะหนึ่งกลับพบว่า งานที่คุณเคยรักนี้กลับทำให้คุณมีความทุกข์แทนเสียอย่างนั้น ซึ่งต้นตอของปัญหานี้ก็มาจากปัจจัยที่หลากหลาย โดยอาจจะมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านาย ความสมดุลในชีวิตการทำงานที่ไม่ดี วัฒนธรรมของบริษัทที่มีค่านิยมไม่ตรงกัน หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ Toxic ซึ่งไม่ว่าต้นตอของปัญหาจะมาจากที่ไหนก็ตาม สัญญาณแรกที่ทุกคนมักพบเหมือน ๆ กัน ก็คือมักมีอาการ “เหนื่อยหน่าย” คุณไม่ได้มีความรู้สึกนี้เพียงคนเดียว และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเกลียดงานของคุณ เราขอบอกเลยว่า ประมาณการของคนทั่วไปได้ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการทำงาน ซึ่งหมายถึง คุณใช้เวลาไปกับการทำงานประมาณ 90,000 ชั่วโมงตลอดช่วงชีวิตของคุณ ผู้คนใช้เวลามากเกินไปในการทำงาน มากกว่าที่ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่คุณรักด้วยซ้ำ เริ่มต้นหาทางสงบศึกกับงาน “หยุดคิดและไตร่ตรอง” ขั้นตอนแรกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง นั่นก็คือให้คุณ “หยุดคิดและไตร่ตรอง” เพราะบ่อยครั้งเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา อาจทำให้คุณมองไม่เห็นทางออก เริ่มจากให้คุณตั้งสตินั่งนิ่ง ๆ และหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมา แล้วเขียนคุณสมบัติและลักษณะของงานที่ชอบและไม่ชอบลงไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นความคิดของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเมื่อลองเขียนออกมาแล้ว กลับพบว่าไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดสภาพแวดล้อมในการทำงานและภาระงานมากกว่า ทำให้คุณนำข้อมูลที่ได้มาจากจุดนี้ไปใช้ในการหาทางแก้ไขต่อไปได้ อย่าเพิ่งลาออก! อย่าเพิ่งลาออกจากงานเด็ดขาด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1111 days ago
Read More11/07/2023
อัญยา เมดิเทค ประกาศเดินหน้าธุรกิจ พร้อมเป็นผู้นำศูนย์บริการด้านสุขภาพเพื่อการนอนหลับ
(11/07/66) อัญยา เมดิเทค พร้อมเดินหน้าธุรกิจ ขยายตลาดศูนย์บริการด้านสุขภาพเพื่อการนอนหลับ หลังดึงคุณวรวุฒิ อุ่นใจ นักธุรกิจระดับแถวหน้าของประเทศร่วมลงทุน พร้อมผุดกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมุ่งขยายตลาด Healthcare เพิ่ม Co-Investors ทั่วประเทศ ปรับโครงสร้างราคาเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพเพื่อการนอนหลับได้มากขึ้น คุณทักษอร คงคาประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัญยา เมดิเทค จำกัด เผยว่า อัญยา เมดิเทค ได้ดำเนินการมาร่วม 3 ปี ในช่วงที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของยอดจำหน่าย และการเข้ารับรักษานั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 30% และคาดว่าจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาการนอนไม่มีคุณภาพเป็นภัยเงียบใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับ การนอนละเมอ รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่มีอันตรายค่อนข้างมาก ที่สำคัญภาวะดังกล่าวอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด นอกจากนี้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ อัลไซเมอร์ และโรคภัยต่าง ๆ อีกมากมาย การนอนไม่มีคุณภาพจึงเป็นปัญหาที่ทุกคนไม่ควรนิ่งนอนใจและไม่สามารถเพิกเฉยได้ เพราะการใช้ชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยปัจจัยใหญ่ ๆ ที่มาจากการนอนหลับที่ดี เมื่อเรานอนพักผ่อนอย่างเพียงพอก็จะมีเรี่ยวแรง และมีพลังงานในการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1112 days ago
Read More10/07/2023
สูตรเปลี่ยนนิสัยและพัฒนาตัวเองด้วยกฎการทำซ้ำ 21 วัน
วันนี้เราจะชวนคุณมาเปลี่ยนนิสัยกัน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะละทิ้งนิสัยที่ไม่ดีบางอย่าง และในขณะเดียวกันก็อยากฝังนิสัยที่ดีใหม่ ๆ ลงไปในจิตใต้สำนึก หรือระบบการทำงานร่างกายของคุณ วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จักกับ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกฎที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ ที่มาของกฎการทำซ้ำ 21 วัน แนวคิดของ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” มาจาก Dr. Maxwell Maltz ศัลยแพทย์พลาสติกและนักเขียนเรื่อง Self-Help ในปี 1960 โดยดร. Maltz สังเกตเห็นว่าผู้ป่วยของเขาใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของพวกเขาหลังการทำศัลยกรรมพลาสติก นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นว่า มีการใช้เวลาประมาณ 21 วันในการสร้างนิสัยใหม่และปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมใหม่ ซึ่งการสังเกตนี้ก็มาจากตัวเขาเอง และผู้ป่วยคนอื่น ๆ ของเขา ดร. Maltz เขียนสิ่งที่เขาพบนี้ลงในหนังสือ “Psycho-Cybernetics” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1960 หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อ ผู้ที่การพัฒนาตนเองเป็นอย่างมาก และกฎนี้ยังคงได้รับการแนะนำและบอกต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และได้รับการแปลและแนะนำไปทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงตัวเองในเวลา 21 วัน เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นไปได้ที่ถ้าคุณวางแผนในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1113 days ago
Read More10/07/2023
ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว ไม่ใช่แค่รสชาติอร่อยแต่ดีต่อสุขภาพ
เวลาไปเที่ยวสถานที่อากาศร้อน ๆ เรามักจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าผลไม้ เอาน้ำมะพร้าวสด ๆ จากลูกมาขายเพื่อให้คนดื่มคลายร้อน ขณะเดียวกันปัจจุบันใครที่อยากดื่มน้ำมะพร้าวก็สามารถหาซื้อได้ง่าย เพราะมีหลากหลายแบรนด์ที่นำน้ำมะพร้าวสด ๆ จากลูกมาบรรจุในขวดขายตามท้องตลาด สำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำมะพร้าว รู้หรือไม่ว่าน้ำมะพร้าวไม่ได้มีเพียงความอร่อยเท่านั้น Hack for Health จะพาทุกคนมาดูประโยชน์ของน้ำมะพร้าวที่มีมากกว่าที่คุณคิด 1.น้ำมะพร้าวมีอิเล็กโทรไลต์ น้ำมะพร้าวมีอิเล็กโทรไลต์ตามธรรมชาติซึ่งจะประกอบไปด้วยโพแทสเซียมอยู่มาก เช่น 1 ถ้วยมีโพแทสเซียม 600 มิลลิกรัม โดยโพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญในร่างกาย รวมถึงช่วยในการทำงานของไตและการหดตัวของกล้ามเนื้อ น้ำมะพร้าวอาจเป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติสำหรับเครื่องดื่มเกลือแร่ แม้ว่าน้ำมะพร้าวมักมีโพแทสเซียมมากกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไป แต่ก็มีแนวโน้มที่จะมีโซเดียมน้อยกว่า ซึ่งถือเป็นอิเล็กโทรไลต์หลักที่สูญเสียไปกับเหงื่อ นอกจากนี้ ยังมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งหมายความว่าอาจให้พลังงานไม่เพียงพอในระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนักหรือยาวนาน แต่สามารถช่วยคืนน้ำได้ในภายหลัง 2.แคลอรีต่ำ น้ำมะพร้าว 1 ถ้วยมี 45 กิโลแคลอรี โดยน้ำมะพร้าวสามารถใช้แทนเครื่องดื่ม เช่น โซดาและน้ำผลไม้ ซึ่งโดยทั่วไปมีแคลอรี น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตสูง สำหรับใครก็ตามที่พบว่าน้ำเปล่าไม่น่าดื่ม อาจพบว่าการดื่มน้ำมะพร้าวสามารถช่วยแก้กระหายน้ำได้ 3.มีสารอาหารมากมาย น้ำมะพร้าวมีสารอาหารมากมายนอกเหนือจากโพแทสเซียม รวมทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียม โดยน้ำมะพร้าว 1 ถ้วย มีโพแทสเซียมประมาณ 600…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1113 days ago
Read More06/07/2023
Halo Effect หลักจิตวิทยาว่าด้วยเรื่อง ‘แค่ดูดีก็ได้ดี’ เมื่อคุณเทิดทูนคนหล่อสวยจนไม่เห็นข้อบกพร่อง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพบเจอผู้คนหรือการมองหาเพื่อนหรือแฟนสักคน เรามักจะมองที่รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างแรก จนลืมในเรื่องนิสัยใจคอ หรือทัศนคติของบุคคลนั้น ๆ ไปโดยปริยาย เพราะเมื่อไหร่ที่เราเจออะไรที่ดูดี หน้าตาดี หรือมีผิวพรรณที่ดี เรามักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจน้อยลง และคิดว่าคนนั้นจะต้องเป็นคนดีโดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ซึ่งตามหลักจิตวิทยาจะเรียกว่า “Halo Effect” รู้จักกับ Halo Effect คืออะไร สำหรับคนว่า Halo Effect จะหมายถึง แสงสว่างที่เป็นวงกลมอยู่เหนือศีรษะของนักบุญในคริสต์ศาสนา หรือบางคนอาจจะคุ้นเคยกับวงกลมเหนือหัวเทวดาในการ์ตูนหลาย ๆ เรื่อง ที่จะเป็นตัวสื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นคนดี หรือความน่าชื่นชม เป็นต้น โดยคำนี้ได้ถูกนำมาใช้โดย เอ็ดเวิร์ด ธอนไดค์ (Edward Thorndike) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เขาเป็นผู้บัญญัติคำนี้ขึ้นมาด้วยการทดสอบโดยใช้นายทหาร 2 คน ประเมินทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านกายภาพ ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นระเบียบ เสียง รูปร่าง หน้าตา และความแข็งขัน รวมทั้งด้านความฉลาด ทักษะความเป็นผู้นำ และคุณลักษณะส่วนตัว และผลที่ออกมามีความน่าสนใจมากที่สุด เพราะเขาได้พบว่าลักษณะข้างต้นมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจสูงเป็นอย่างมาก เพราะคนที่ดูดีมักจะทำให้คนเชื่อว่าบุคคลนี้ดี และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1117 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 3 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More






























