Tags
| Health
15/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1048 days ago
โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) วิตกกังวลจนไม่มีความสุข
โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) คือ อาการวิตกกังวลเกี่ยวกับความตาย โดยผู้ที่มีอาการนี้จะไม่ได้กลัวแค่ความตายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเท่านั้น แต่จะกลัวความตายและการจากลาของบุคคลรอบข้างที่ตัวเองรักด้วย ซึ่งการรักษาโดยส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีการจิตบำบัดเข้าช่วย โรคกลัวความตายเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ? เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความตาย เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ คุณอาจคิดว่าความตายจะน่ากลัว เจ็บปวด หรือโดดเดี่ยว และหากคุณกำลังเผชิญกับโรคกลัวความตายมันอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน หรือทำให้การใช้ชีวิตในสังคมเป็นเรื่องยาก รวมถึงอาจพบอาการทางกาย เช่น อาการตื่นตระหนก เป็นต้น โรคกลัวความตายพบได้บ่อยแค่ไหน ? การวิจัยชี้ให้เห็นว่าความวิตกกังวลเรื่องการเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติ และการศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้คน 3-10 เปอร์เซ็นต์ มีความกังวลเรื่องนี้ โดยโรคกลัวความตายอาจส่งผลต่อผู้ใหญ่และเด็ก พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการดังนี้ นอกจากนี้ การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า ลูก ๆ ของพ่อแม่สูงอายุมีระดับความวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนเป็นพ่อแม่เสียด้วยซ้ำ สาเหตุของโรคกลัวความตาย เหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงจะกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว เช่น คุณอาจมีอาการวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตได้หากคุณมีประสบการณ์ ดังนี้ ความกลัวตายอาจเป็นต้นตอของอาการกลัวอื่น ๆ เช่น อาการของโรคกลัวความตาย หากคุณเป็นโรคกลัวความตาย การคิดถึงความตายอาจทำให้เกิดความรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือซึมเศร้าอย่างรุนแรง คุณอาจหลีกเลี่ยงสถานที่ หรือสถานการณ์ที่ดูอันตราย และอาจหมกมุ่นอยู่กับสุขภาพของตัวเอง คอยตรวจสอบสัญญาณของการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เช่น ตรวจสอบความดันโลหิต…01/09/2023
ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักแถมดีต่อสุขภาพ
ข้าวโอ๊ต เป็นหนึ่งในอาหารโปรดของนักโภชนาการหลายคน เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูง บางคนเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ได้ผลอย่างดี ปัจจุบันข้าวโอ๊ตมีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ ขณะเดียวกันก็มีการนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบของนมข้าวโอ๊ตพร้อมดื่ม ที่ให้สารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ด้านสุขภาพ ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหาร มีโปรตีนมากกว่าธัญพืชส่วนใหญ่ และยังมีวิตามิน แร่ธาตุอีกมากมาย ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ที่เรียกว่าเบตากลูแคน ซึ่งช่วยระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ได้แก่ 1.สุขภาพลำไส้ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เบตากลูแคน ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติและป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้แข็งแรง ซึ่งอาจลดอาการลำไส้แปรปรวนและปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อื่น ๆ ได้ 2.ลดคอเลสเตอรอล เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เบตากลูแคนในข้าวโอ๊ตช่วยลดคอเลสเตอรอล ในการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานรำข้าวโอ๊ตมีคอเลสเตอรอลรวมลดลง 23% นักวิจัยจึงเชื่อว่ากลไกหลายอย่างในร่างกายมีผลต่อการลดคอเลสเตอรอล 3.สุขภาพหัวใจ ข้าวโอ๊ตมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า avenanthramides สูง ซึ่งไม่พบในธัญพืชชนิดอื่น สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและผ่อนคลายหลอดเลือด ทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น 4.การควบคุมน้ำตาลในเลือด เส้นใยที่ละลายน้ำได้ในข้าวโอ๊ตบางชนิดสามารถป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังมื้ออาหารได้ ปริมาณน้ำตาลในเลือดของข้าวโอ๊ตแปรรูปน้อยอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้ข้าวโอ๊ตเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปซึ่งมีดัชนีน้ำตาลในเลือดสูง 5.การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวโอ๊ตจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง ซึ่งจะทำให้โอกาสที่คุณจะกินมากเกินไปน้อยลง และเส้นใยพิเศษในข้าวโอ๊ตอย่างเบตากลูแคน จะทำให้เพิ่มความหนืดในทางเดินลำไส้และอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1062 days ago
Read More31/08/2023
ก้าวสู่ปีที่ 67 “โฟร์โมสต์” ผนึกกำลังมูลนิธิกระจกเงา เดินหน้ากระจายนม 1 ล้านกล่อง สู่กลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ
(31 ส.ค. 66) บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยและอินโดจีน เดินหน้าสู่ปีที่ 67 ด้วยกลยุทธ์ การเข้าถึงโภชนาการที่ดีอย่างยั่งยืน และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เปิดตัวนมโฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 สูตรใหม่ เติมเต็มโภชนาการ - สารอาหารที่ดีสำหรับเด็กไทย ช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้านทั้งสมอง ร่างกาย และภูมิคุ้มกัน และยังขยายโอกาสการเข้าถึงโภชนาการที่ดีให้แก่คนในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบาง ด้วยสินค้าที่มีราคาเข้าถึงได้ กระจายจุดจำหน่ายให้เข้าถึงคนส่วนมากของสังคม และลดช่องว่างสำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถในการเข้าถึง ด้วยการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา บริจาคนมพร้อมดื่ม จำนวน 1 ล้านกล่อง ภายใต้โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยปีที่ 3 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงเดือนกันยายนนี้ นายวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้มุ่งดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตตามนโยบายของสหประชาชาติ ด้วยการนำ “ความยั่งยืน และการเข้าถึงโภชนาการที่ดี” มาเป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการทำงาน 4 มิติคือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1063 days ago
Read More29/08/2023
วิธีก้าวออกจาก Safe Zone เมื่อมองไม่เห็นความก้าวหน้าในที่ทำงาน
หลาย ๆ คนอาจจะมีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทดี ๆ ที่ช่วยเติมเต็มความต้องการทางด้านการเงิน จิตใจและสังคมที่ดีพร้อมอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนก็อาจกำลังพบกับชีวิตการทำงานที่รู้สึกว่ายัง “ไม่ใช่” แต่ก็ยังคงติดอยู่กับสถานที่เดิม ๆ สังคมเดิม ๆ การทำงานแบบเดิม ๆ ยังไม่กล้าก้าวที่จะออกจาก “Safe Zone” แม้ในใจจะมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่า สถานที่ที่คุณอยู่นี้ยังไม่ใช่สถานที่ใช่สำหรับคุณ ในบางครั้งความกล้าก็มาจากแรงกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าในวันนี้คุณกำลังมองหาตัวช่วย ที่จะทำให้การตัดสินใจของคุณนั้นมีความเด็ดขาด เราขอยกมืออาสา และก็ได้นำความรู้ดี ๆ มาฝากคุณผู้อ่านกันอีกเช่นเคย มาปลดล็อกความกังวลและก้าวเท้าออกจาก Safe Zone ในบทความนี้กัน Safe Zone คืออะไร? สิ่งนี้ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยภายในใจของคุณ เป็นสถานการณ์ที่คุณคุ้นเคยและรับประกันว่าจะไม่มีความกังวลใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคถ้าคุณมองหาการพัฒนาในชีวิต เพราะการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเติบโต ความคิดสร้างสรรค์และสิ่งใหม่ ๆ นั้นเกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรค และอยู่ห่างไกลจากคำว่า Safe Zone แม้ว่าคุณอาจรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังก้าวเข้าสู่โซนแห่งความไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ แต่การท้าทายตัวเองจะทำให้คุณมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน และเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง หากคุณรู้สึกเบื่อกับการทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ที่มองไม่เห็นทางเติบโต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1065 days ago
Read More25/05/2023
เหวี่ยงก่อนมีประจำเดือน! PMS อาการที่ผู้หญิงรู้แต่ห้ามไม่ได้
ผู้หญิงหลายคนประสบปัญหาอาการข้างเคียงก่อนมีประจำเดือน ในบางคนส่งผลทั้งต่อร่างกาย และต่อจิตใจ แม้ว่าอาการดังกล่าวจะมาในช่วงเป็นประจำเดือน แต่สำหรับบางคนอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นกระทบต่อการใช้ชีวิต และกระทบต่อความสัมพันธ์ PMS กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน PMS (Premenstrual Syndrome) คือ การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ สุขภาพร่างกาย พฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตกไข่ และช่วงเริ่มต้นของประจำเดือน สามารถเริ่มได้ทุกเมื่อหลังการตกไข่ แม้ว่าโดยปกติแล้วจะเริ่มในสัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และคงอยู่จนถึง 5 วัน หรือมากกว่านั้นหลังจากเริ่มมีประจำเดือน ซึ่งอาการ PMS เป็นปัญหาที่พบบ่อยถึง 48% ของผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และประมาณ 20% มีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ซึ่งอาการของผู้หญิงแต่ละคนจะแตกต่างกัน และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน โดยอาการของ PMS ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ PMS เกิดจากอะไร ? อาการของ PMS สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยคุณอาจสังเกตพฤติกรรมของตนเองว่ามีส่วนสนันสนุนให้เกิดอาการนี้หรือไม่ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ PMS มีดังนี้ 1.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเป็นวัฏจักร ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า PMS เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนเหล่านี้จะมีความผันผวนตามธรรมชาติตลอดรอบเดือนของคุณ ในช่วงระยะลูเทียล (luteal) ซึ่งตามหลังการตกไข่ ฮอร์โมนจะถึงจุดสูงสุดและลดลงอย่างรวดเร็ว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1161 days ago
Read More25/05/2023
เดินละเมอกลางดึก พฤติกรรมเสี่ยงที่คุณอาจไม่รู้ตัว
การเดินละเมอ หรือที่เรียกว่าอาการง่วงซึม ร่างกายจะลุกขึ้นและเดินไปมาขณะที่อยู่ในสภาวะหลับ มักพบบ่อยในเด็ก โดยปกติแล้วการละเมอไม่ได้ส่งผลร้ายแรงหรือเป็นสัญญาณอันตรายของปัญหาสุขภาพมากนัก นอกเสียจากว่า อาการละเมอจะเกิดขึ้นบ่อย ซ้ำ ๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณความผิดปกติของการนอน ทั้งนี้ การละเมอในผู้ใหญ่อาจมีผลมาจากความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน รวมถึงภาวะสุขภาพบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายได้ อาการเดินละเมอ การเดินละเมอมักเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำ โดยมักเกิดขึ้นหลังจากหลับไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง แต่ปกติแล้วอาการเดินละเมอจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักและอาจกินเวลาหลายนาที โดยคนที่เดินละเมอจะมีอาการดังต่อไปนี้ และในบางครั้ง คนที่เดินละเมอจะมีอาการอื่นร่วมด้วย ดังนี้ สาเหตุของการเดินละเมอ การเดินละเมอจัดอยู่ในความผิดของการนอนหลับ ประเภท parasomnia ซึ่งเป็นพฤติกรรมหรือประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในระหว่างการนอนหลับ การเดินละเมอจะเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับระยะที่หลับลึกที่สุด โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเดินละเมอ ได้แก่ ในบางครั้งการเดินละเมออาจถูกกระตุ้นโดยสภาวะแวดล้อมที่รบกวนการนอนหลับ เช่น นอกจากนี้ ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินละเมออาจมาจากกรรมพันธุ์ที่ผู้เป็นพ่อแม่มีประวัติการเดินละเมอด้วยเช่นกัน ทำอย่างไรเมื่อคนที่บ้านเดินละเมอ สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำหากคุณเห็นคนเดินละเมอ คือตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาปลอดภัย แล้วค่อย ๆ พาพวกเขากลับไปนอนโดยสร้างความเชื่อใจให้กับพวกเขา อย่าตะโกนหรือทำให้บุคคลนั้นตกใจ และอย่าพยายามห้ามปรามเขา เว้นแต่พวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ อาการเดินละเมอเป็นครั้งคราวไม่ได้ก่อให้เกิดความกังวลและมักหายได้เอง แต่หากคุณพบว่าตนเองมีอาการเช่นนี้บ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยอาการที่ควรไปพบแพทย์ มีดังนี้ โดยแพทย์อาจส่งคุณไปรักษาเฉพาะด้านเกี่ยวกับการนอนหลับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการพยายามนอนหลับให้เพียงพอและทำกิจวัตรประจำวันที่ผ่อนคลายเป็นประจำก่อนนอนจะช่วยเรื่องอาการเดินละเมอได้ ขณะเดียวกันแพทย์จะพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1161 days ago
Read More24/05/2023
ดื่มน้ำมะเขือเทศทุกวัน ส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่ ?
ทุกคนรู้ว่าการกินมะเขือเทศมีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยเรื่องผิวพรรณเป็นอย่างดี แต่กลิ่นและรสชาติของมะเขือเทศอาจไม่ถูกใจใครหลายคน ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องดื่มน้ำมะเขือเทศออกขายตามท้องตลาดมากมาย เพื่อให้ง่ายต่อการดื่มกิน จนบางคนซื้อดื่มกันเป็นประจำทุกวันเพราะเชื่อว่าดีต่อร่างกาย Hack for Health นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากว่าการดื่มน้ำมะเขือเทศทุกวัน ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ที่สำคัญดื่มน้ำมะเขือเทศทุกวันส่งเสียต่อร่างกายหรือไม่ ? ประโยชน์ของน้ำมะเขือเทศ การดื่มน้ำมะเขือเทศทำให้ร่างกายสดชื่น ที่สำคัญยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ดังนี้ 1.ช่วยเสริมสร้างกระดูก น้ำมะเขือเทศมีวิตามินเคและแคลเซียม มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างกระดูก ช่วยซ่อมแซมกระดูกและเนื้อเยื่อกระดูกได้ ซึ่งวิตามินเคในมะเขือเทศจะช่วยกระตุ้น ออสทีโอแคลซิน (osteocalcin) ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในกระดูก โดยออสทีโอแคลซินจะช่วยให้โมเลกุลแคลเซียมมีแร่ธาตุภายในกระดูก ดังนั้น น้ำมะเขือเทศอาจช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ 2.ช่วยเรื่องสุขภาพผิว น้ำมะเขือเทศเป็นเครื่องดื่มที่ยอดเยี่ยมสำหรับการซ่อมแซมเซลล์ผิวอย่างรวดเร็ว เพราะประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระไลโคปีนในระดับสูง ซึ่งทำหน้าที่เป็นครีมกันแดดตามธรรมชาติ และต่อสู้กับแสงยูวีที่เป็นอันตราย คุณอาจดื่มน้ำมะเขือเทศเพื่อผิวเปล่งปลั่ง หรืออาจใช้ทำความสะอาดใบหน้า ช่วยทำให้หน้ามันเงา ลดเลือนรอยแดงบนใบหน้าให้จางลง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อระบุศักยภาพของน้ำมะเขือเทศสำหรับผิว ดังนั้นก่อนที่จะใช้ในการล้างทำความสะอาดผิวควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อน 3.มีประโยชน์ต่อดวงตา มะเขือเทศมีส่วนประกอบของวิตามินเอสูง ดังนั้นน้ำมะเขือเทศจึงอาจช่วยในการเสริมสร้างการมองเห็นของคุณ นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะเขือเทศอาจลดโอกาสในการเกิดโรคตาบอดกลางคืนได้เช่นกัน 4.ช่วยเรื่องการทำงานของระบบหัวใจ น้ำมะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหาร เช่น โพแทสเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของหัวใจ ปราศจากคอเลสเตอรอล และมีวิตามินบี 3 อาจมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย นอกจากนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1162 days ago
Read More23/05/2023
อดทนหรือแค่กลัว “การเปลี่ยนแปลง”
รู้หรือไม่ว่าชีวิตของเราดำเนินไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของร่างกาย ลักษณะนิสัย รวมทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวสิ่งเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ วัน จนทำให้เราไม่ได้สังเกตเท่าไหร่นัก แต่หลายคนกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง และออกมาจากจุดที่เราเคยยืนอยู่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่หลาย ๆ คนกลัวจนเห็นได้ชัดคือ “การเปลี่ยนงาน” ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน การเปลี่ยนหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะอดทนกับงานเดิม ๆ ที่อาจจะหมดไฟไปแล้ว หรือไม่ส่งเสริมให้คุณเติบโตในหน้าที่การงาน รวมถึงเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานที่บั่นทอนจิตใจ เพียงเพราะ “กลัวการเปลี่ยนแปลง” และกังวลในเรื่องต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ หากเราเป็นคนกลัวการเปลี่ยนแปลง มักจะมีอาการอย่างไรบ้าง นักจิตวิทยาเคยกล่าวเอาไว้ว่า อาการกลัวความเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยปกติแล้วคนเรามักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมาบ้าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนงานใหม่ นับเป็นสิ่งที่หลายคนกลัวเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากต้องเจอกับสังคมใหม่ ๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ทำงาน และเพื่อนร่วมงานคนใหม่ จึงทำให้หลายคนไม่กล้าออกจากที่ทำงานเดิม ทั้งนี้อาการกลัวการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากสมองที่มีความวิตกกังวลและมีความกลัวเกิดขึ้นมา อาการกลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะถือเป็นหนึ่งใน “สัญชาตญาณ” การเอาตัวรอดของมนุษย์อย่างหนึ่ง ปกติแล้วเมื่อเราเกิดความกลัวการเปลี่ยนแปลง ก็มักแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ออกมาแตกต่างกัน เช่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1163 days ago
Read More19/05/2023
Introvert กับไม่อยากเข้าสังคม มีความแตกต่างกันอย่างไร
ในปัจจุบันหลาย ๆ คนเริ่มแสดงตัวว่าตนเองเป็น Introvert มากขึ้น เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบอยู่กับสังคมหมู่มาก ชอบเก็บตัว ไม่อยากออกไปพบเจอผู้คน จนนิยามว่าตัวเองเป็น Introvert ซึ่งในส่วนนี้จะมีอีกหนึ่งโรคที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันคือ “โรคกลัวสังคม” หรือไม่อยากเข้าสังคมนั่นเอง แต่ทั้ง 2 สิ่งข้างต้น ก็มีจุดแตกต่างที่ทำให้แยกออกว่าจริง ๆ แล้วคุณเป็น introvert หรือกลัวสังคมกันแน่ แนะนำให้หาคำตอบให้เจอเพื่อเตรียมรับมือและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น รู้จักกับ Introvert มีลักษณะอย่างไร? Introvert ถือเป็นคำที่คุ้นหูอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมีหลาย ๆ คนนิยามว่าตนเองเป็น Introvert เพียงเพราะไม่ชอบการเข้าสังคม แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมของ Introvert จะเป็นคนที่พูดค่อนข้างน้อย หรือพูดง่าย ๆ ว่ามักจะเป็นผู้ฟังมากกว่า รวมถึงไม่เป็นฝ่ายที่เริ่มการสนทนาก่อน หากต้องอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับคนแปลกหน้าจะรู้สึกอึดอัด ไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ และไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น และถ้าหากจะต้องสื่อสารกับคนแปลกหน้าหรือคนจำนวนมาก มักจะรู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษ แต่สามารถชาร์จพลังงานให้ตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยการอยู่กับตัวเอง โดยปกติแล้วคนที่เป็น Introvert มักจะไม่ชอบความขัดแย้งหรือความยุ่งยากในเรื่องความสัมพันธ์ จึงชอบหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนที่กำลังอารมณ์ไม่ดีเป็นพิเศษ เป็นต้น ไม่อยากเข้าสังคม หรือกลัวการเข้าสังคมคืออะไร รู้หรือไม่ว่าการไม่อยากเข้าสังคมหรือกลัวการเข้าสังคม…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1167 days ago
Read More19/05/2023
รับมือกับความรู้สึกแย่ หลังตัดสินใจเลิกกินน้ำตาล!
การลดหรือเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล นับเป็นการตัดสินใจที่ดีในการดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพดี แม้ว่าการทำเช่นนั้นจะไม่ง่ายเสมอไป แต่ประโยชน์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะน้ำตาลที่เรากินเข้าไปได้มีข้อพิสูจน์มากมายว่าส่งผลเสียต่อร่างกายหลายประการ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ตลอดจนปัญหาสุขภาพฟัน นอกจากนี้ น้ำตาลยังอาจลดระดับพลังงานนำไปสู่ความรู้สึกเหนื่อยล้า และลดความตื่นตัวในระหว่างวัน ดังนั้น การตัดน้ำตาลจากอาหารจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง และส่งเสริมสุขภาพที่ดีได้ ทำไมเลิกกินน้ำตาลถึงรู้สึกแย่ ? การศึกษาจำนวนหนึ่งพบว่าน้ำตาลส่งผลต่อระบบการให้รางวัลของสมอง ระบบการให้รางวัลนี้ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตรอดได้ แต่ก็เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสพติดด้วย ปกติแล้วอาหารเป็นเหมือนรางวัลตามธรรมชาติที่สมองได้รับ โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจะกระตุ้นระบบการให้รางวัลของสมอง ทำให้รู้สึกดี และทำให้คุณกินอาหารมากขึ้น จากการศึกษาในปี 2018 พบว่าอาหารที่ผู้คนมักเสพติด หรือกินอย่างเป็นประจำ คืออาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูง น้ำตาลยังสามารถทำให้เกิดการปลดปล่อยสารกลุ่มโอปิออยด์ภายในสมอง ที่อาจก่อให้เกิดความอยากอาหารในอนาคต การกินน้ำตาลเป็นประจำจะเปลี่ยนแปลงสมองของคุณเพื่อให้มีความอดทนหรือเคยชินต่อน้ำตาล ทำให้ต้องการน้ำตาลมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น หากปกติแล้วอาหารที่คุณกินมีน้ำตาลสูง การลดปริมาณน้ำตาลอาจมาพร้อมกับอาการไม่พึงประสงค์บางอย่าง อาการไม่พึงประสงค์เมื่อเลิกกินน้ำตาล ความพยายามที่จะลดหรือเลิกกินน้ำตาล ส่งผลต่อภาวะอารมณ์และร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาการและความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลที่แต่ละคนได้รับจากอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน แต่เมื่อร่างกายของคุณปรับตัวเข้ากับอาหารที่มีน้ำตาลต่ำได้ อาการความอยากน้ำตาลของคุณก็จะรุนแรงน้อยลง และคุณอาจพบว่าอาการของคุณแย่ลงในบางช่วงเวลาของวัน เช่น ระหว่างมื้ออาหาร หรือเมื่อมีความเครียด เพราะความเครียดจะกระตุ้นให้เกิดความอยากน้ำตาล นอกจากนี้ อาการไม่พึงประสงค์จากการลดหรือเลิกกินน้ำตาล ยังมีดังนี้ 1.ปัญหาทางอารมณ์ การตัดน้ำตาลจากอาหารอาจนำไปสู่ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ ได้แก่ …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1167 days ago
Read More18/05/2023
รับมือความว้าเหว่ เมื่อเห็นคนวัยเดียวกันแต่งงาน
บ่อยครั้งที่คนเราจะเกิดความรู้สึกว้าเหว่ หรือความรู้สึกเหงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งที่มีอยู่กลับหายไป หรือเกิดการเปลี่ยนแปลง การที่เห็นคนในวัยเดียวกันทยอยแต่งงาน มีครอบครัวเองก็สามารถส่งผลให้คนที่ยังไม่มีใครเกิดความรู้สึกเหงาใจได้ไม่น้อยเลย ยิ่งเข้าสู่วัยทำงานและมีอายุที่เยอะขึ้น หากว่าคนรอบกายพากันแต่งงานไปหมด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะอาจจะพบเจอกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องหาแนวทางรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้นั่นเอง ความเหงา และความว้าเหว่ ความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนบนโลกต้องเจอ ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เป็นความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก กล่าวได้ว่าไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้ โดยความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ก็มาจากหลากหลายปัจจัย และแต่ละคนก็มีความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่นี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วถือว่ารบกวนจิตใจมากทีเดียว เพราะจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นแปลกแยกออกมาจากสังคม หรือการที่ความต้องการทางสังคมไม่ได้รับการตอบสนอง ความรู้สึกว้าเหว่ของคนวัยทำงาน ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อคนรอบตัวมีครอบครัว อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ความรู้สึกเหงา และว้าเหว่ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ แน่นอนว่ากับผู้คนในวัยทำงานเองก็เช่นกัน ที่สามารถเกิดความรู้สึกเหล่านี้ได้เช่นกัน แม้ว่าในวัยทำงานจะมีเรื่องเครียด หรือต้องพบเจอกับปัญหามากมาย แต่ความรู้สึกว้าเหว่ก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าคนรอบ ๆ ตัว เพื่อน หรือคนที่อยู่วัยเดียวกันมีครอบครัว และแต่งงาน แน่นอนเมื่อต้องไปอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มีคู่ก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกนี้สามารถจางหายไปได้ หรือดีขึ้นได้ด้วยการหาวิธีการรับมือที่ถูกต้อง ก็จะทำให้สามารถจัดการความรู้สึกที่มีอยู่ได้นั่นเอง วิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ การที่คนวัยทำงานเกิดความรู้สึกว้าเหว่ และเหงาจากการไม่มีคนรัก หรือไม่มีคู่นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้สึก และจมไปกับความรู้สึกนี้ไปตลอด เพราะเราสามารถจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่ที่เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งวิธีการจัดการและรับมือกับความรู้สึกว้าเหว่สามารถทำได้ดังนี้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1168 days ago
Read More18/05/2023
ลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารแต่ไม่ออกกำลังกาย ได้ผลดีจริงหรือ ?
หากคุณเป็นคนที่ต้องการลดน้ำหนัก วิธีที่คุณเลือกปฏิบัติคงเป็นการควบคุมอาหาร หรือการออกกำลังกาย แต่สำหรับบางคนการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ยาก และมักจะผัดวันประกันพรุ่งอยู่บ่อยครั้ง สุดท้ายเลยเลือกลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว ปกติแล้วการลดน้ำหนักเรื่องอาหารสำคัญถึง 70% ในขณะที่การออกกำลังกายสำคัญ 30% แต่หากใครที่ต้องการให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับ การออกกำลังกายถือเป็นตัวช่วยที่ดี วันนี้ Hack for Health จะพาทุกคนมาเจาะลึกเรื่องของการรับประทานอาหารว่าเพราะอะไรการรับประทานอาหารถึงสำคัญกับการลดน้ำหนักได้ถึง 70% และการลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารเพียงอย่างเดียว วิธีนี้ได้ผลดีจริงหรือ ? ปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อพูดถึงการลดน้ำหนัก มีปัจจัยอยู่ไม่กี่ประการที่จะช่วยผลักดันให้คุณไปสู่ความสำเร็จ ดังนี้ 1.ปัจจัยด้านอาหาร ปัจจัยที่มีบทบาทมากที่สุดในการลดน้ำหนักคือการรักษาปริมาณแคลอรีให้คงที่ ทั้งนี้หมายถึงการรับประทานแคลอรีน้อยกว่าแคลอรีที่คุณเผาผลาญในแต่ละวันอย่างเป็นประจำ หากทำเช่นนี้เรื่อย ๆ ก็จะทำให้น้ำหนักลง เนื่องจากร่างกายของคุณจะเผาผลาญไขมันและคาร์โบไฮเดรตที่สะสมไว้เพื่อเป็นพลังงาน โดยจำนวนแคลอรีที่แต่ละคนต้องกินเพื่อลดน้ำหนักนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก และปัจจัยทางพันธุกรรมอื่น ๆ อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ การจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตของคุณให้อยู่ที่ 50–150 กรัมต่อวันอาจช่วยลดการบริโภคอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงที่มักบริโภคมากเกินไปได้ ที่สำคัญอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำมักจะเน้นไปที่โปรตีนและผักที่มีไฟเบอร์สูง ซึ่งจะช่วยจัดการความหิวและช่วยควบคุมความอยากอาหารได้ อาหารคีโตเจนิค การบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่น้อยกว่า 50 กรัมต่อวัน สามารถกระตุ้นการสร้างคีโตเจเนซิสได้ กระบวนการนี้จะใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก และอาจช่วยควบคุมระดับความหิวของคุณได้ อาหารโปรตีนสูง การบริโภคอาหารที่มีโปรตีนสูงจะช่วยส่งเสริมและรักษามวลร่างกายให้แข็งแรง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1168 days ago
Read More
18/05/2023
ทำไมคนเราถึงต้องนอนหลับ ? หลับแล้วช่วยให้สุขภาพดีจริงหรือ
การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำ เราทุกคนถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก เพื่อให้ตื่นขึ้นมาอย่างสดใสมีเรี่ยวแรงในการออกไปใช้ชีวิต ที่สำคัญการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย ขณะเดียวกันบางคนอาจยังไม่รู้ว่าการนอนหลับมีผลดีต่อสุขภาพร่างกายหลายด้าน Hack for Health มีข้อมูลดี ๆ มาฝาก ทำไมคนเราถึงต้องนอนหลับ ? หลายคนยังไม่ทราบเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการนอนหลับ ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่าการนอนหลับช่วยร่างกายได้หลายด้าน ดังนี้ 1.ช่วยรักษาพลังงาน คนเราต้องการการนอนหลับเพื่อประหยัดพลังงาน เพราะการนอนหลับช่วยให้เราลดความต้องการแคลอรีลงได้ โดยการใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการเผาพลาญที่ลดลง แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากที่อัตราการเผาผลาญของเราลดลงระหว่างการนอนหลับ และการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการนอนหลับ 8 ชั่วโมงของมนุษย์สามารถประหยัดพลังงานได้ 35 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละวันเมื่อตื่นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ จุดประสงค์หลักของการนอนหลับคือการลดการใช้พลังงานของบุคคลในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่การหาอาหารไม่สะดวกหรือทำกิจวัตรต่าง ๆ ไม่สะดวกนัก 2.ช่วยฟื้นฟูเซลล์ ทฤษฎีนี้เรียกว่าทฤษฎีการฟื้นฟู โดยร่างกายต้องการการนอนหลับเพื่อฟื้นฟูตนเอง ช่วยให้เซลล์สามารถซ่อมแซมและเติบโตใหม่ได้ มีกระบวนการสำคัญมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ ได้แก่ 3.ช่วยเรื่องการทำงานของสมอง การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยให้เซลล์ประสาทจัดระเบียบใหม่ได้ เมื่อคุณนอนหลับระบบไกลฟาติก หรือการขับของเสียของสมองจะกำจัดของเสียออกจากระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยขจัดสารพิษออกจากสมองของคุณซึ่งสะสมตลอดทั้งวัน ทำให้สมองของคุณทำงานได้ดีเมื่อตื่นนอน การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการนอนหลับมีส่วนช่วยในการทำงานของหน่วยความจำ โดยการแปลงความทรงจำระยะสั้นให้เป็นความทรงจำระยะยาว นอกจากนี้ การนอนหลับยังส่งผลต่อการทำงานของสมองหลายด้าน ได้แก่ การนอนหลับยังจำเป็นต่อสุขภาพทางอารมณ์ ในระหว่างการนอนหลับนั้นการทำงานของสมองในส่วนที่ควบคุมอารมณ์ก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองที่ดีต่อสุขภาพและความมั่นคงทางอารมณ์ 4.ช่วยควบคุมน้ำหนัก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1168 days ago
Read More17/05/2023
เมื่อฉันกลายเป็น “Perfectionist” ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบไปหมด!
ทุกคนย่อมอยากเป็นผู้ประสบความสำเร็จ ตั้งเป้าหมายที่สูงเพื่อไปให้ถึง และมีความสมบูรณ์แบบในทุกด้าน แม้ความคิดเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้เรากลายเป็นคนมีคุณภาพ แต่ความคาดหวังที่มากเกินไป หรือกลายเป็น Perfectionist ที่ทุกอย่างต้องถูกต้องสมบูรณ์แบบไปเสียหมด อาจสร้างผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของคุณได้เช่นกัน Perfectionist คืออะไร? Perfectionist คือ คนที่มีความสมบูรณ์แบบไปทุกด้าน ยึดถือมาตรฐานที่สูงจนบางครั้งแทบเป็นไปไม่ได้ มักคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำอาจยังไม่ดีพอ บางคนเชื่อผิด ๆ ว่าการยึดติดกับความสมบูรณ์แบบจะเป็นตัวกระตุ้นที่ดีในการพัฒนาตนเอง แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะความสมบูรณ์แบบสามารถทำให้คุณรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิตส่งผลต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว การศึกษา หรือการทำงานของคุณ และสามารถนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล กินผิดปกติ และทำร้ายตนเองได้ ร้ายแรงกว่านั้นในที่สุดอาจทำให้คุณเลิกพยายามที่จะประสบความสำเร็จ ความเป็น Perfectionist สามารถเกิดขึ้นกับวัยหนุ่มสาวเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ เพราะเด็กและวัยรุ่นมักถูกผลักดันให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากเกินไปในการทำงานที่โรงเรียน รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กีฬาสี ชมรม และงานต่าง ๆ สาเหตุเหล่านี้อาจนำไปสู่ความหลงใหลในความสำเร็จ จนบางครั้งอาจกลายเป็นตัวขัดขวางความสามารถในการบรรลุเป้าหมายได้ ลักษณะของคนที่เป็น Perfectionist อย่างที่บอกว่าความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ และความสมบูร์แบบเป็นสิ่งที่ดี แต่การตั้งมาตรฐานที่สูงเกินไปจนกดดันตนเอง สามารถสร้างปัญหากับชีวิตคุณได้เช่นกัน โดยลักษณะของคนที่เป็น Perfectionist มีดังนี้ อะไรที่ทำให้คนกลายเป็น Perfectionist สาเหตุของคนที่มีความเป็น Perfectionist ไม่ชัดเจนเสมอไป…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1169 days ago
Read More17/05/2023
Headline Anxiety เมื่อการอ่านแค่พาดหัวข่าวทำให้คุณเครียด
ในยุคปัจจุบันการเสพข่าวเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ผู้คนสามารถรับรู้เรื่องต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาอันสั้น ยิ่งเนื้อหาข่าวมีความรุนแรงกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกร่วม เร้าอารมณ์ด้วยการพาดหัวข่าวหวือหวายิ่งทำให้เกิดภาวะเครียดได้ง่าย อาการทั่วที่พบได้บ่อย เช่น ใจสั่น วิตกกังวล แน่นหน้าอก นอนไปหลับ หรือบางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวร่วมด้วย โดยจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือเป็นเฉพาะช่วงที่เสพข่าวนั้น ๆ หากยังมีพฤติกรรมติดตามข่าวสาร จนเกิดอาการจิตตกหรือเครียด ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังพัฒนากลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต หรืออาจตกอยู่ในภาวะ Headline Anxiety แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนยุคดิจิทัลไม่สามารถเลิกเสพข่าวบนโซเชียลได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับความรู้สึกที่ดี หรือหากพบว่ามีอาการใดอาการหนึ่งเข้าข่ายแต่ไม่รู้จะรับมืออย่างไร วันนี้เรามีแนวทางมาฝาก วิธีรับมือกับความเครียด หากการพาดหัวข่าวก่อให้เกิดความเครียด จนสร้างผลกระทบต่อสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ขอแนะนำให้รับมือตามอาการ ดังต่อไปนี้ แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับความรู้สึก แนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันความรู้สึกก่อนเสพข่าว สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้ ทั้งนี้หากพบว่าตนเองมีภาวะเครียดจากการเสพข่าวมากไป และได้ลองทำตามคำแนะนำข้างต้นแล้วปรากฏว่าอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีความเป็นไปได้ว่าจะพัฒนาเป็นภาวะ Headline Anxiety ลองขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น โทรปรึกษากับจิตแพทย์ออนไลน์ หรือเข้าพบจิตแพทย์ด้วยตัวเอง เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและหาวิธีรับมือน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1169 days ago
Read More16/05/2023
‘โรคสมาธิสั้น’ ผู้ใหญ่ก็เป็นได้ รักษาอย่างไรดี ?
โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder: ADHD) เป็นหนึ่งในความผิดปกติของพัฒนาการทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุดในวัยเด็ก มักได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกในวัยเด็กและมักจะส่งผลไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เด็กที่มีสมาธิสั้นอาจมีปัญหาในการให้ความสนใจ มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น หรือมีพฤติกรรมกระตือรือร้นมากเกินไป สัญญาณของโรคสมาธิสั้น สำหรับในวัยเด็กเป็นปกติที่เด็กจะมีปัญหาเรื่องการจดจ่อในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งบางครั้งอาการเหล่านี้อาจจะพัฒนาต่อจนกลายเป็นอาการที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบเมื่อต้องเข้าสังคมโรงเรียน หรือเจอเพื่อนในวัยเดียวกัน โดยอาการเบื้องต้นของเด็กที่มีสมาธิสั้น มีดังนี้ สาเหตุของโรคสมาธิสั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงเพื่อหาวิธีลดโอกาสที่บุคคลจะเป็นโรคสมาธิสั้น โดยการวิจัยในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญ และนอกจากพันธุกรรมแล้ว นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาสาเหตุที่เป็นไปได้และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่บอกว่าปัจจัยแวดล้อมและพฤติกรรมประจำวันก็อาจส่งผลให้เกิดโรคสมาธิสั้นได้เช่นกัน เช่น การเสพติดโซเชียลมีเดีย เป็นต้น โรคสมาธิสั้นในเด็ก การตรวจโรคสมาธิสั้นในเด็กมีหลายขั้นตอน เพราะการวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นรวมถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น โรควิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ปัญหาการนอนหลับ และความบกพร่องทางการเรียนรู้บางประเภท อาจมีอาการคล้ายกัน ในส่วนใหญ่โรคสมาธิสั้นจะรักษาได้ดีที่สุดด้วยการผสมผสานพฤติกรรมบำบัดและการใช้ยา สำหรับเด็กก่อนวัยเรียนที่อายุ 4-5 ปี ที่เป็นโรคสมาธิสั้น พฤติกรรมบำบัดโดยการฝึกอบรมจากผู้ปกครองจะเป็นวิธีที่แพทย์แนะนำก่อนการใช้ยา ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอาจขึ้นอยู่กับเด็กและครอบครัว แผนการรักษาที่ดี รวมถึงการติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กทุกคน และมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่สมาธิสั้น นอกเหนือจากการบำบัดพฤติกรรมและการใช้ยาแล้ว การมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดียังช่วยให้บุตรหลานของคุณจัดการกับอาการสมาธิสั้นได้ง่ายขึ้น เช่น …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1170 days ago
Read More15/05/2023
บอกลาหน้ามัน! วิธีดูแลผิวหน้าให้สะอาดห่างไกลสิวและผิวมัน
ปัญหาหน้ามัน เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายผิวหน้าเท่านั้น แต่งหน้าทีไรเครื่องสำอางก็เยิ้มง่าย แถมยังเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวอีกด้วย ดังนั้น คนที่มีผิวหน้ามันควรเลือกสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยลดความมันบนใบหน้า แต่ทั้งนี้ก็ยังมีบางคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีการดูแลผิวหน้าของตนเอง Hack for Health มีวิธีการดูแลผิวหน้าสำหรับคนหน้ามันมาแนะนำ ผิวมันเกิดจากอะไร ? ต่อมไขมัน เป็นต่อมขนาดเล็กในผิวหนังที่มีอยู่ในทุกส่วนของผิวหนัง ยกเว้นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ต่อมเหล่านี้จะผลิตซีบัมซึ่งเป็นสารน้ำมันที่เคลือบและปกป้องผิว เมื่อร่างกายผลิตซีบัมมากเกินไปผิวจะกลายเป็นผิวมันได้ นอกจากนี้ ซีบัมยังสามารถผสมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเศษอื่น ๆ ซึ่งอาจอุดตันรูขุมขนต้นเหตุเหล่านี้อาจนำไปสู่การเกิดสิวได้ วิธีทำให้ผิวมันน้อยลง 1.ทำความสะอาดผิวเป็นประจำ ผู้ที่มีผิวหน้ามันควรล้างทำความสะอาดหน้าอย่างเป็นประจำ และควรใช้สบู่สูตรอ่อนโยน มีค่า pH สมดุล เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH มากกว่า 7 ขึ้นไป อาจทำให้ผิวแห้ง หยาบ ขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นทำให้เกิดสิวเพราะแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี 2.ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรังสามารถทำลายหลอดเลือดได้ และอาจทำให้หลอดเลือดและต่อมน้ำมันขยายตัว ทำให้รูขุมขนของผิวหนังขยายใหญ่ขึ้นเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวต่าง ๆ สิ่งสกปรกก็จะเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายและเป็นสิวในที่สุด ดังนั้น ผู้ที่มีผิวหน้ามันจึงควรลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ 3.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดซาลิไซลิก การขัดผิวอย่างอ่อนโยนโดยใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่มีสารเคมี เช่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1171 days ago
Read More11/05/2023
เช็กด่วน! 12 สัญญาณที่บอกว่าคุณกินอาหารน้อยเกินไป
ในหนึ่งมื้อคุณคิดว่าตนเองกินอาหารเพียงพอหรือยัง ? หลายคนอาจจะกังวลเรื่องการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรืออาหารที่มีปริมาณแคลอรีสูงเพราะไม่อยากหุ่นพัง แต่ขณะเดียวกันการกินอาหารที่น้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายก็อาจจะให้โทษกับคุณได้เช่นเดียวกัน การกินอาหารน้อยเกินไปอย่างเป็นประจำอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และปัญหาภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ตามมา สัญญาณที่บอกว่าคุณกินอาหารน้อยเกินไป 1.ระดับพลังงานต่ำ หากคุณได้รับแคลอรีน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการน้ำหนักของคุณก็จะลดลง โดยจำนวนแคลอรีที่จำเป็นต่อการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ขนาดของร่างกาย ระบบเผาผลาญ และระดับกิจกรรมที่ทำแต่ละวัน แต่การจำกัดการกินให้น้อยกว่า 1,000 แคลอรีต่อวัน อาจทำให้อัตราการเผาผลาญของคุณช้าลง และนำไปสู่ความเหนื่อยล้า เนื่องจากคุณไม่ได้รับแคลอรีมากพอที่จะนำไปใช้เป็นพลังงานให้ร่างกายมีเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิต 2.ป่วยบ่อยขึ้น การกินน้อยเกินไปอาจทำให้ได้รับอาหารที่ไม่สมดุล ซึ่งหมายความว่าร่างกายของคนเราไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอเพื่อรักษาระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ยังอาจทำให้อาการป่วย เช่น โรคไข้หวัดหายยากกว่าที่ควร ในการศึกษาชิ้นหนึ่ง ระบุว่า นักวิจัยพบว่าการให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี กินอาหารเสริม ส่งผลให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้นได้ 3.ผมร่วง ผมร่วง เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลสำหรับหลาย ๆ คน โดยปกติแล้วคนเราจะผมร่วงหลายเส้นทุกวัน แต่หากคุณสังเกตว่าตนเองผมร่วงเยอะมากขึ้น ไม่ว่าจะสะสมอยู่ที่หวี หรือท่อระบายน้ำในห้องน้ำ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกินอาหารไม่เพียงพอ เพราะสารอาหารจำนวนมากจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมและช่วยบำรุงให้เส้นผมมีสุขภาพดี ซึ่งการได้รับแคลอรี โปรตีน ไบโอติน ธาตุเหล็ก และสารอาหารอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1175 days ago
Read More
10/05/2023
วิธีรับมือเมื่อคุณกำลังตกเป็นเหยื่อการบูลลี่ในที่ทำงาน (Workplace Bullying)
การบูลลี่ในที่ทำงาน (Workplace Bullying) หรือการถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงาน เป็นการทารุณกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจรวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การวิจารณ์ด้วยวาจา การตำหนิ ดูหมิ่นดูแคลน หรือการใช้อำนาจบีบบังคับ เป็นต้น จากผลสำรวจพบว่าคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมักถูกบูลลี่หรือกลั่นแกล้งในที่ทำงานถึง 30% โดยการบูลลี่ในที่ทำงานส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต และสร้างความอึดอัดในสถานที่ทำงาน นอกจากนี้ยังทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอีกด้วย สัญญาณและผลกระทบของการบูลลี่ในที่ทำงาน หากคุณตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้งหรือรังแกในที่ทำงาน คุณอาจเริ่มต้นแต่ละสัปดาห์ด้วยความวิตกกังวล จากนั้นคุณจะเริ่มนับถอยหลังจนกว่าจะถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เพราะทุกข์ทรมานกับการต้องเจอบุคคลเหล่านั้นในที่ทำงาน โดยพฤติกรรมที่คุณอาจจะเจอจากเพื่อนร่วมงานที่มีพฤติกรรมบูลลี่หรือกลั่นแกล้ง มีดังนี้ การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน อาจไม่ได้มีลักษณะที่โจ่งแจ้งเปิดเผยเสมอไป อาจใช้รูปแบบที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น เช่น การโยนความผิดให้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร จนผู้ถูกกลั่นแกล้งเกิดความรู้สึกผิดและสับสนเสียเองว่าสรุปแล้วตนเองเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ ผลเสียของการบูลลี่ในที่ทำงาน 1.ผลเสียด้านสุขภาพ ผลกระทบของการบูลลี่ในที่ทำงานไม่ได้จบลงเมื่อคุณออกจากที่ทำงานแต่จะต่อเนื่องจนถึงเวลาเข้านอนของคุณเลยทีเดียว และอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร่างกายและจิตใจตามมา รวมถึงความดันโลหิตสูง อารมณ์แปรปรวน ตื่นตระหนก และความเครียด ผู้ที่ถูกรังแกในที่ทำงานอาจมีอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อตึง และมีความอยากอาหาร นอกจากนี้ยังส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ นำไปสู่ความเครียดที่เพิ่มขึ้น เกิดความรู้สึกนับถือตนเองต่ำ วิตกกังวล และเป็นซึมเศร้าในที่สุด นอกจากนี้ นักวิจัยพบว่าเพื่อนร่วมงานของผู้ที่ถูกรังแกก็ได้รับผลกระทบด้านลบเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ถูกรังแกก็ตาม การศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งและผู้ที่พบเห็นการกลั่นแกล้งมักจะได้รับประเภทยากล่อมประสาท และยานอนหลับ เป็นต้น 2.ผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1176 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 5 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 16 days ago
Read More





























