Tags
| science
19/02/2022
วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1431 days ago
ภาพแรกจากเจมส์ เวบบ์ สู่การปรับกระจกเพื่อเปิดเอกภพ
หากพูดถึงเครื่องมือทางดาราศาสตร์ที่น่าจับตามองสุด ๆ ในขณะนี้ ก็คงหนีไม่พ้นกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ล่าสุดหลายคนอาจได้ยลโฉมภาพแรกผลงานของกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวแล้ว แต่นั่นยังไม่ใช่ภาพที่อุปกรณ์ชิ้นนี้จะใช้ในการปฏิบัติภารกิจ02/02/2021
เข้าใกล้ ‘จุดกำเนิดเอกภพ’ ไปอีกนิด เมื่อนักวิทย์พบ ‘กองทัพกาแล็กซีขนาดยักษ์รุ่นแรก’ !
นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการดาราศาสตร์เมื่อนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบกระจุกกาแล็กซีขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นหลังการกำเนิกเอกภพตามทฤษฎีบิ๊กแบงเพียง 770 ล้านปี ซึ่งนับเป็นอายุเพียง 5.5% ของอายุเอกภพในปัจจุบัน! กล่าวแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ งั้นเราไปทำความรู้จักเจ้ากระจุกกาแล็กซีที่ว่ากันดีกว่า สวัสดี...กระจุกกาแล็กซีอันไกลโพ้น หลังกำเนิดเอกภพ ตามทฤษฎีบิ๊กแบงแล้ว จะเกิดการก่อตัวของกระจุกกาแล็กซีขนาดยักษ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกลายมาเป็นเอกภพดังเช่นปัจจุบัน เพื่อศึกษาย้อนไปให้เข้าใจถึงจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ นักดาราศาสตร์จึงสังเกตเข้าไปในห้วงลึกอวกาศ และทำการตรวจจับแสง รังสี หรือคลื่นต่าง ๆ ที่เดินทางมายังโลก ซึ่งล้วนบ่งชี้ถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘ปีแสง’ หน่วยวัดระยะทางที่มักสับสนว่าหมายถึงความยาวนานของเวลา ความหมายของปีแสงนั้นแท้จริงคือ ระยะทางที่แสงใช้ในการเดินทาง เวลาที่นักดาราศาสตร์กล่าวว่า ดาวที่เรามองเห็นอยู่ ความจริงอาจจะไม่มีอยู่แล้ว นั่นก็เพราะหากดวงดาวนั่นอยู่ไกลจากเรามาก ๆ หลายปีแสง กว่าที่แสงจากดวงนั้นจะเดินทางมาถึงยังโลกให้เราได้เห็น ดาวที่ปลดปล่อยแสงนั้นออกมาก็อาจจะดับสูญหรือสิ้นอายุไขไปแล้วก็ได้ และนั่นก็เป็นที่มาของการศึกษาดาราศาสตร์ด้วยการสังเกตการณ์เข้าไปในอวกาศห้วงลึก ยิ่งนักดาราศาสตร์จับคลื่น แสง หรือรังสีจากที่ไกล ๆ ได้เท่าไหร่ นั่นก็อาจจะหมายถึงการศึกษาอดีตอันไกลโพ้นของเอกภพมากเท่านั้น การค้นพบครั้งนี้ก็เช่นกัน มันคือการค้นพบ ‘LAGER-z7OD1’ ด้วยกล้องตรวจจับพลังงานมืด (Dark Energy Camera) ที่ติดตั้งอยู่ในกล้องโทรทรรศน์บลังโก (Víctor M. Blanco Telescope) ขนาด 4…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1813 days ago
Read More27/01/2021
พลิกคำพยากรณ์ ‘ปริมาณธารน้ำแข็งละลาย’ ไปไวกว่าที่คาดเพราะเหตุนี้!
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง ‘ธารน้ำแข็ง’ หรือ ‘Glacier’ ที่กำลังละลายอย่างรวดเร็วมาก่อน ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันไว้ว่า การละลายของพวกมันอยู่ในขั้นวิกฤต อาจจะมาถึงจุดที่ไม่สามารถหวนคืนได้แล้ว และเท่าที่ตรวจวัดได้ อัตราการละลายของน้ำแข็งในปัจจุบันดูเหมือนจะมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้เสียอีก เพื่อให้การพยากรณ์แม่นยำขึ้น ช่วยให้มนุษย์รับมือกับปัญหาอุทกภัยที่จะตามมาในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จึงเร่งศึกษา ‘ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ (Greenland’s Glacier)’ หนึ่งในที่มาหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 'ฟยอร์ด' กับความลึกที่เป็นเบาะแสแรก ท่ามกลางความเวิ้งว้างของน่านน้ำอาร์กติก ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ได้ละลายพุ่งลงสู่มหาสมุทรตามแนวฟยอร์ด (fjords) หรือ ขอบผาที่เป็นเวิ้งน้ำลึกลงไป และเพราะความลึกและความขรุขระตามชายฝั่งที่เข้าถึงยากของฟยอร์ดนี่เอง ที่ทำให้นักวิจัยขาดข้อมูลในเรื่องระดับความลึกของมัน ทำให้ไม่อาจประเมินได้อย่างแม่นยำว่า มีปริมาณน้ำในมหาสมุทรเท่าใดในแต่ละฟยอร์ด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) นั้นส่งผลต่ออุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้น ดังนั้น ปริมาณน้ำมหาสมุทรอุ่นที่เข้าถึงฟยอร์ด จึงนำไปสู่การละลายของธารน้ำแข็งในฟยอร์ดนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์จึงได้เริ่มต้นภารกิจ Oceans Melting Greenland (OMG) ศึกษาการละลายของธารน้ำแข็งเหล่านี้จากทางอากาศและทางเรือ ด้วยการวัดฟยอร์ดทีละแห่ง จนสามารถสำรวจธารน้ำแข็งได้ถึง 226 แห่ง และพบว่าฟยอร์ด ‘ลึก’ 74 แห่ง เป็นที่มาของปริมาณน้ำแข็งละลายเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด ในช่วงปี…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1819 days ago
Read More20/01/2021
CorNeat KPro กระจกตาสังเคราะห์สามารถทำให้ชายตาบอดกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง!
เทคโนโลยีแบบใหม่สามารถปลูกถ่ายกระจกตาให้แก่ชายวัย 78 ปี ที่มีลักษณะตาบอดตามกฏหมาย ให้สามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องใช้เนื้อเยื่อจากผู้บริจาค เทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท CorNeat โดยอาศัย Boston Keratoprosthesis (KPro) เป็นรากเทียม หรือกระจกตาเทียมที่สามารถรวมเข้ากับผนังตาได้โดยตรง ใช้ในกรณีที่กระจกตามีความผิดปกติ มีแผลเป็น หรือผิดรูป โดยไม่มีเนื้อเยื่อจากผู้บริจาค ซึ่งทันทีหลังการผ่าตัด ชายคนนี้สามารถจดจำครอบครัวของตนเอง และสามารถอ่านตัวเลขจากกระดานวัดค่าสายตาได้ทันที Cornea หรือ กระจกตา เป็นชั้นบนสุดของดวงตามีความใส สามารถเป็นแผล หรือเกิดความเสื่อมสภาพจากสาเหตุต่าง ๆ ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้การปลูกถ่ายกระจกตาเทียมเป็นเรื่องซับซ้อน จึงมักเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อผู้ป่วยมีความจำเป็นจะต้องเข้ารับการผ่าตัดกระจกตา ในทางตรงกันข้ามการปลูกถ่าย CorNeat เป็นวิธีที่อาศัยการผ่าและเย็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ด้วยวัสดุแบบ Biomimetic ที่พัฒนาขึ้นจาก CorNeat ทำให้เนื้อเยื่อของดวงตา และกระจกตาเทียม สามารถผสานกันได้อย่างรวดเร็ว ( Biomimetic คือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการลอกเลียนแบบทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น ด้านโครงสร้าง พื้นผิว องค์ประกอบทางเคมี ฯลฯ ) Dr. Gilad Litvin ผู้ก่อตั้งบริษัท CorNeat…Natnaree TK | 1826 days ago
Read More07/03/2019
ผู้เชี่ยวชาญหวั่นผลกระทบของยา Esketamine! หลังหน่วยงานของอเมริกาอนุมัติให้ยาพ่นจมูกรักษาอาการซึมเศร้า
ในปัจจุบันองค์การอนามัยโลยรายงานว่าประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลกมีอาการของโรคซึมเศร้า และจากรายงานขององค์การสหประชาชาติพบว่า สาเหตุการฆ่าตัวตายที่เกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าอยู่ในลำดับที่ 2 ในกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 15-29 ปี ทั่วโลก นั่นทำให้การรักษา และ ป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาหน่วยงานการควบคุมยาเสพติดของอเมริกาได้ทำการอนุมัติ ให้ใช้ยาพ่น Esketamine หรือชื่อทางการค้าคือ Spravato ยาที่เป็นส่วนผสมในยาชาทั่วไป และจัดเป็นเสพติดประเภทที่ 2 สามารรักษาอาการซึมเศร้าได้ ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการรับประทานยาแบบดั้งเดิม โดยผู้ผลิต Janssen กล่าวว่า Esketamine สามารถยกระดับอารมณ์ของผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมงหลังการใช้งาน รวมถึงสามารถช่วยแก้ปัญหาการคิดฆ่าตัวตายในกลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่ได้อีกด้วย ภายใต้การอนุมัตินี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ถึงผลกระทบทางด้านร่างกายในระยะยาวของผู้ใช้ ที่ยังไม่มีผลการทดลองที่แน่ชัด ยาต้านโรคซึมเศร้าแบบดั้งเดิมจะส่งผลกับการหลั่งสาร serotonin ที่มีผลต่ออารมณ์ และ การนอนหลับ แต่ Esketamine จะส่งผลต่อสารเคมีที่เกี่ยวโยงกับการเรียนรู้และความจำ จึงเหมือนเป็นการรบกวนการทำงานของสมองทางอ้อม Gerard Sanacora จิตแพทย์และผู้อำนวยการโครงการวิจัยอาการซึมเศร้าของ Yale ออกความเห็นกับเรื่องนี้ว่า ในความเป็นจริงแล้วการจะนำยาตัวนี้มารักษาควรใช้ให้เกิดความสมดุล และจัดลำดับวางแผนการรักษาให้ดี ว่ายาตัวนี้จำเป็นที่จะต้องใช้กับผู้ป่วยหรือไม่ เพราะมันคาบเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งอาจส่งผลไปในทางลบได้ ทั้งนี้องค์การอาหารและยาได้จัดจำหน่ายยาตัวนี้ในราคา $885…Natnaree TK | 2511 days ago
Read More07/03/2019
อังกฤษพบผู้ป่วยหายจาก HIV หลังปลูกถ่าย Stem Cells เป็นรายที่ 2 ของโลก!
วารสาร Nature รายงานว่า พบผู้ป่วยชายในลอนดอนรายหนึ่งตรวจไม่พบเชื้อ HIV หลังจากได้รับการปลูกถ่าย Stem Cells เพื่อรักษาโรคมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง (Hodgkin's cancer) ชายคนนี้ถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV ในปี 2003 และในปี 2012 เขาก็ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Hodgkin's cancer) เขาจึงเข้ารับการทำ chemotherapy เพื่อรักษามะเร็ง และปลูกถ่าย Stem Cells ผลปรากฏว่าไม่เพียงอาการมะเร็งของเขาเท่านั้นที่ดีขึ้น แต่เชื้อ HIV ของเขาก็หายไปด้วย ทีมแพทย์จึงทำการงดจ่ายยาต้านเชื้อ HIV ให้เขา เป็นเวลา 18 เดือน เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเชื้อได้หายไปจริงๆแล้ว และผลที่ได้คือพวกเขาตรวจไม่พบเชื้อ HIV จากชายคนนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษหลายสถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรักษาผู้ป่วยรายนี้กล่าวว่า เป็นโชคดีของชายผู้นี้เพราะในเซลล์ของผู้บริจาค Stem Cells ที่ผู้ป่วยได้รับมามี CCR5 พันธุกรรมที่เป็นที่รู้กันดีว่าสามารถต้านเชื้อ HIV ได้ และยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของผู้ป่วยก็เข้ากันได้ดีกับ Stem Cells ดังกล่าว ทำให้การตอบสนองต่อการรักษาของเขาได้ผลเป็นอย่างดี จากการรายงานเขาเป็นผู้ป่วยรายที่…Natnaree TK | 2511 days ago
Read More03/03/2019
นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว! เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่พนักงานควรทำงานแค่สัปดาห์ละ 4 วันเท่านั้น
งาน งาน งาน แค่พูดถึงงานบางคนถึงกับเศร้าเลยทีเดียวที่จะต้องเข้างานเช้า กลับบ้านก็ดึกแถมบางคนยังต้องทำงานนานถึง 6 วัน/สัปดาห์อีกต่างหาก แต่ K.Anders Ericsson ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในการทำงาน ชี้ให้เห็นถึงผลการทดลองจำนวนมากที่สนับสนุนแล้วว่า ยิ่งทำงานน้อยวัน จะทำให้งานที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น งานวิจัยกล่าวว่าจริงๆแล้วคนเราควรทำงานเพียงวันละ 4-5 ชม./วัน เท่านั้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และหากคุณยังคงดึงดันให้พนักงานฝืนทำงานต่อไป นั่นจะเป็นการทำให้พนักงานของคุณเสียสุขภาพ และส่งผลกระทบต่อผลงานของพวกเขา รวมถึงบริษัทในภายภาคหน้า Ryn Carson ผู้บริหาร Treehouse ยืนยันว่าวิธีการดังกล่าวใช้ได้ผลดีมาก เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2006 เขาให้พนักงานทำงาน 32 ชม./สัปดาห์ และผลลัพธ์ที่เค้าได้คือ ผลงานของพนักงานดีขึ้น พวกเขามีความสุขกับงานมากขึ้น ส่งผลให้รายได้ประจำปีของบริษัทเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ส่วน Reusser Design บริษัทพัฒนาเว็บไซต์ก็ออกมายืนยันอีกหนึ่งเสียงเช่นกัน เพราะตั้งแต่ปี 2013 พวกเขาปรับให้พนักงานทำงานเพียง 4 วัน/สัปดาห์ ผลงานของพนักงานก็ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแต่การทำงาน สำหรับการเรียนของเด็กที่เรียนเพียงแค่ 4 วัน/สัปดาห์ก็มีทักษะทางด้าน การอ่าน และเลข สูงขึ้น 6% และ…Natnaree TK | 2515 days ago
Read More03/03/2019
งานวิจัยชี้! เครื่องเป่ามือในห้องน้ำเป็นตัวกระจายเชื้อโรคใส่มือคุณ
หลังจากเข้าห้องน้ำล้างมือเรียบร้อยแล้วคุณมักจะเจอกับเครื่องเป่ามืออัตโนมัติ ที่เป่าลมร้อนออกมาทำให้มือคุณแห้ง และด้วยความร้อนที่มันพ่นออกมาอาจทำให้ใครหลายคนมั่นใจว่ามือเราจะสะอาด แต่!งานวิจัยล่าสุดบอกว่า พวกมันพ่นเอาเชื้อโรคที่วนในห้องน้ำลงบนมือของเราแทน งานวิจัยล่าสุดนี้ได้ทำการทดลองโดยการน้ำถาดเพาะเชื้อ ไปวางเปรียบเทียบในห้องน้ำของมหาวิทยาลัย Connecticut ถาดแรกจะวางทิ้งไว้โดยไม่มีการเปิดเครื่องเป่ามือเป็นเวลา 2 นาที ส่วนถาดที่ 2 จะวางไว้ในห้องน้ำที่มีการใช้เครื่องเป่ามือ 30 วินาที ถาดทั้งสองจะถูกวางในระยะห่างจากตัวพ่น 12 นิ้ว เท่าๆกัน นักวิจัยพบว่ามีจุดเชื้อเกิดขึ้นบนถาดเพาะเพียงแค่ 0-1 จุดในห้องน้ำที่ไม่มีการใช้เครื่องเป่ามือ ในขณะที่มีจุดเชื้อเกิดขึ้น 18-60 ชนิดบนถาดเพาะของห้องน้ำที่ใช้เครื่องเป่ามือ และในขั้นสุดท้ายของการทดลองนักวิจัยได้ลองใส่แผ่นกรอง HEPA ในเครื่องเป่ามือและทำการทดลองเช่นเดียวกัน พบว่าจำนวนเชื้อที่ขึ้นบนถาดเพาะลดลง แต่ไม่ว่าจะมีแผ่นกรองหรือไม่ เชื้อที่ตรวจพบได้ก็ยังคงมีจำนวนมากอยู่ดี และหนึ่งในเชื้อที่ตรวจพบคือ Staphylococcus aureus แบคทีเรียซึ่งที่สามารถทำให้เกิดโรคได้หลายโรค นักวิจัยคาดว่าเป็นเพราะเครื่องเป่ามือจะดูดอากาศที่อยู่ภายในห้องน้ำเข้าไปผ่านการทำความร้อน และพ่นออกมาใหม่ นั่นทำให้มีเชื้อจำนวนมากถูกพ่นออกมาพร้อมกับอากาศด้วย นอกจากนี้นักวิจัยยังได้ลองทำการทดสอบเช่นเดียวกันกับห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ห้องวิจัยเชื้อ PS533 และพบว่าภายในห้องน้ำมีการแพร่เชื้อ PS533 เกือบทั่วห้องน้ำนั้น งานวิจัยนี้อาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญในการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมากขึ้น และที่สำคัญมันจะช่วยทำให้เรารู้ด้วยว่าเครื่องเป่ามือไม่ได้สะอาดอย่างที่เราคิดกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2515 days ago
Read More02/03/2019
งานวิจัยชี้! ‘ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพ’ คำนี้ใช้ได้แต่กับผู้สูงอายุเท่านั้น
นักดื่มหลายคนคงเคยได้ยินวลีที่กล่าวว่า 'การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยให้สุขภาพดี' และใช้มันเป็นข้ออ้างในการออกไปดื่มอยู่บ่อยๆใช่ไหมคะ แต่งานวิจัยล่าสุดที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Studies on Alcohol and Drugs บอกกับเราว่าวลีที่ว่านี้ใช้ได้กับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เท่านั้น! จากการเก็บข้อมูลในอเมริการะหว่างปี 2006 - 2010 รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ เกี่ยวกับการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ (โรคต่างๆ และอุบัติเหตุที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้อง) กว่า 54 เงื่อนไข พบว่า ผู้เสียชีวิตจากการมีแอลกอฮอล์เกี่ยวข้อง 36% มีอายุระหว่าง 20- 49 ปี ในขณะที่ ผู้มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีผู้เสียชีวิต 35% ส่วนการเสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์ในอายุ 20 - 49 ปี มีสูงถึง 60% ในขณะที่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงแค่ 15% เท่านั้น และเมื่อนักวิจัยพิจารณาไปถึงประโยชน์จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดูแลสุขภาพ พบว่าในคนที่มีอายุระหว่าง 20 - 49 ปี แอลกอฮล์ช่วยดูแลสุขภาพของคุณได้เพียง…Natnaree TK | 2516 days ago
Read More01/03/2019
ศพกระจายสารกัมมันตภาพรังสีทั่วเมรุในรัฐ Arizona!
เรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร JAMA เมื่อวันที่ 26 กุมพาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง ว่ามีการตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสีแผ่กระจายอยู่ทั่วเตาเผาศพแห่งหนึ่งในรัฐ Arizona เมื่อสืบทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีการเผาศพของชาววัย 69 ปี ที่เสียชีวิตด้วยเนื้องอก 2 วันก่อนการเสียชีวิต แพทย์ได้ทำการฉีดยาที่เป็นสารกัมมันตภาพรังสีเพื่อลดขนาดเนื้องอกให้เขา แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ผล และ หลังจากนั้น 5 วันศพของเขาก็ถูกนำมาเผาที่เตาแห่งนี้ หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยเครื่อง Geiger-counter รอบลานเผาศพพบว่ายังคงมีสารกัมมันตภาพรังสีหลงเหลือสูงสุด 25,000 ครั้ง/นาที รอบลานเผา นั่นหมายความว่า ผู้ที่สัมผัสอุปกรณ์เหล่านี้โดยตรงจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสี 7.5 มิลลิเล็ม/ชม. รวมถึงการตรวจปัสสาวะของคนงานเผาศพ พบว่ามีสารดังกล่าวปนออกมาด้วย นักวิจัยรายงานว่าถึงแม้คนงานจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีในปริมาณน้อย แต่หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยๆก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน อีกหนึ่งข่าวดีคือ lutetium 177 (สารที่ถูกฉีด) มีค่าครึ่งชีวิตสั้นนั่นหมายความว่า มันจะไม่แพร่กระจายในบริเวณพื้นที่นั้นๆนานมาก แต่ในอนาคตนักวิจัยเสนอว่า ควรมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสารกัมมันตภาพรังสีที่ใช้รักษา หรือกฎข้อบังคับในการเผาศพที่ถูกฉีดสารดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีที่อาจเกิดขึ้นได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2517 days ago
Read More01/03/2019
นอนยาวเสาร์-อาทิตย์ ชดเชยการนอนไม่พอระหว่างสัปดาห์ได้จริงหรือ?
‘วันนี้นอนไม่พอไม่เป็นไร เดี๋ยวเสาร์ – อาทิตย์ได้หยุด ก็นอนชดเชยเอาก็ได้’ หลายคนคงเคยมีความคิดแบบนี้ใช่ไหมคะ ว่าการนอนมันสามารถเก็บชม. ทบต้นทบดอกในวันถัดๆ ไปได้ แล้วความคิดนี้มันจริงรึเปล่านะ? หรือว่าจริงๆแล้วเราคิดกันไปเอง? Chris Depner ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจัยด้านสรีรวิทยา จากมหาวิทยาลัย Colorado นำทีมนักวิจัยหาคำตอบในเรื่องนี้ไว้แล้วค่ะ ในการทดลอง เขาได้นำอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 36 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 39 ปี มาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน และ ทั้งสามกลุ่มจะถูกเก็บตัวอยู่ที่ห้องทดลองทั้งหมดสองสัปดาห์ (36 คน บางคนอาจะมองว่าน้อยนะคะ แต่นักวิจัยเค้าลงความเห็นกันแล้วว่า คนจำนวนเท่านี้กับการทดลองดังกล่าว เป็นตัวแทนของผลลัพธ์ที่มากพอแล้วค่ะ) โดย กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมการนอน กลุ่มนี้จะถูกจำกับการนอนเพียงแค่ 5 ชม. / คืนเท่านั้น กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มสุดสัปดาห์ พวกเขาจะถูกจำกัดการนอน 5 ชม. เพียงแค่ 5 วัน เท่านั้น…Natnaree TK | 2517 days ago
Read More01/03/2019
งานวิจัยชี้ ผู้สูงอายุที่นั่งดูโทรทัศน์ มากกว่า 3.5 ชม/วัน เสี่ยงความจำเสื่อมเร็วขึ้น!
ถึงแม้ว่าความเสื่อมของสมองเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามวัยอยู่แล้ว แต่ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย King's College ในลอนดอน แสดงให้เราเห็นแล้วว่าการใช้เวลาส่วนมากนั่งดูโทรทัศน์จะทำให้ความจำเสื่อมเร็วขึ้น จากการทดสอบในคน 3,500 คน ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ตลอดระยะเวลาการติดตาม 6 ปี (2008 – 2014 ) โดยการทดสอบจำชุดคำศัพท์ พบว่า ผู้สูงอายุที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอโทรทัศน์มากกว่า 3.5 ชม. มีแนวโน้มที่จะมีความจำลดลง 8 – 10 % ส่วนผู้สูงอายุที่ใช้เวลาดูโทรทัศน์น้อยกว่านั้น มีความจำลดลง 4 – 5 % เท่านั้น นักวิจัยกล่าวว่า การนั่งดูโทรทัศน์เป็นเวลานานๆ ทำให้สมองไม่ได้รับการใช้งาน เช่นเดียวกับการพัฒนาสมองในเด็กที่จะช้าลงเมื่อดูสื่อต่างๆผ่านจอเป็นระยะเวลานาน แต่สำหรับผู้สูงอายุจะทำให้เกิดความเสื่อมได้ ทั้งนี้ในงานวิจัยไม่ได้ชี้ชัดถึงประเภทของรายการโทรทัศน์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของสมองต่างกันหรือไม่ Dame Til Wykes ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาคลินิก และ การฟื้นฟูสมรรถภาพจากมหาวิทยาลัย King's College กล่าวว่า งานวิจัยนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะความจำเสื่อมในผู้สูงอายุได้ ดังนั้นไม่ต้องหวั่นวิตกไป แต่จากผลงานวิจัยทำให้เราเห็นถึงความสำคัญในการใส่ใจผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ…Natnaree TK | 2517 days ago
Read More24/02/2019
นักวิจัยคาดฮอร์โมน Hypocretin เป็นสาเหตุที่การนอนไม่พอส่งผลกระทบต่อหัวใจ!
เป็นที่รู้กันดีว่าการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อระบบต่างๆมากมายต่อร่างกาย รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดในสมอง ตามที่กรมควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เคยรายงานไว้ แต่เหตุผลทางชีววิทยาพื้นฐานสำหรับความเชื่อมโยงเหล่านี้ยังไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในหนู ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวทางพันธุกรรม โดยแบ่งหนูเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือหนูที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นหนูที่ถูกรบกวนขณะนอน ด้วยการใช้เครื่องแปรงอัตโนมัติ เลื่อนผ่านใต้กรงทำให้พวกมันตื่น จากการทดลองพบว่า หนูที่ถูกรบกวนการนอนมีระดับการอักเสบในเส้นเลือด และ เส้นเลือดแข็งตัวมากกว่าหนูที่นอนพักผ่อนเพียงพอ นักวิทยาศาตร์ได้ทำการอธิบายว่า เมื่อหนูถูกรบกวนการนอนฮอร์โมน Hypocretin ที่ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจะลดลง ยิ่งไปกว่านั้นนักวิจัยยังพบอีกว่าหากระดับฮอร์โมน Hypocretin ลดลงจะส่งผลให้ โปรตีน CSF1 ส่งสัญญาณเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาว ทำให้เกิดการอักเสบในไขกระดูก และหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุให้การเกิดการแข็งตัวของเส้นเลือดก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจได้ เช่นเดียวกับอาการ Narcolepsy หรือ โรคลมหลับ (โรคที่ผู้ป่วยมีอาการง่วงในตอนกลางวัน) ที่ผู้ป่วยจะมีระดับฮอร์โมน Narcolepsy ต่ำ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีงานวิจัยที่บอกกับเราแล้วว่าผู้ที่เป็นโรคลมหลับ จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคนปกติเช่นกัน นี่เป็นการทดลองเพียงขั้นต้นในการอธิบายความเกี่ยวโยงระหว่างการนอนพักผ่อนและโรคหัวใจ ถึงอย่างไรนักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงจะเดินหน้าทดลองในมนุษย์เพื่อให้ได้คำตอบที่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงอย่างไรก็ตามการนอนพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลสุขภาพของทุกคน เพราะอย่างนั้นอย่าลืมใส่ใจเวลานอนกันด้วยนะคะ อ้างอิงNatnaree TK | 2522 days ago
Read More23/02/2019
สหรัฐหวั่น Zombie Deer Disease ระบาดกว่า 22 รัฐ ในอเมริกา CDC เตือนอาจติดต่อสู่คนได้!
กรมควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ CDC พบการระบาดของโรค Zombie Deer Disease (โรคกวางซอมบี้) กว่า 22 รัฐในอเมริกา หวั่นระบาดสู่มนุษย์เหมือนอย่างโรค Mad Cow (โรควัวบ้า) อย่างที่เคยมี Zombie Deer Disease หรือ Chronic wasting disease เป็นโรคที่เกิดจากโปรตีน Prions ส่งผลให้สัตว์มีอาการ น้ำหนักลด การทำงานของระบบต่างๆ ไม่สัมพันธ์กัน ไม่กลัวมนุษย์ ซึ่งปกติแล้วจะไม่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์คนละสปีชีส์ (ส่วนพวกกวางเรนเดียร์ กวางขาว กวางมูซ จะว่าง่ายๆก็คือสัตว์ตระกูลกวางทั้งหลาย ก็เสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เช่นกัน) แต่ล่าสุด Mark Zabel รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Prions จากมหาวิทยาลัย Colorado กล่าวว่า โปรตีนพวกนี้สามารถพัฒนาแพร่เชื้อผ่านการกินเนื้อของสัตว์ที่ติดโรค อย่างโรค Mad Cow ที่เคยแพร่ระบาดในปี 1980 ที่อเมริกาได้ และมันก็กลายเป็นที่น่ากังวลมากขึ้นเมื่อแคนาดารายงานว่า ลิงแสมดำที่ถูกเลี้ยงด้วยเนื้อกวางขาวติดเชื้อดังกล่าว 3 จาก 5…Natnaree TK | 2523 days ago
Read More21/02/2019
FDA เตือนกระแสฉีดเลือดเด็กเข้าเส้นเลือดไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ!
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอย่างเป็นทางการในการใช้เลือดเด็กในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพของพวกเขา หลังจากที่มีคนคิดว่าวิธีนี้สามารถชะลอความแก่ชราได้ กลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อสถานประกอบการในหลายรัฐ ฉีดพลาสม่าจากผู้บริจาคที่มีอายุน้อย ให้แก่ผู้รับบริจาคที่ต้องการ พวกเขาอ้างว่าการกระทำเช่นนี้สามารถชะลอความแก่ชรา ช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ สมองเสื่อม สภาวะป่วยทางจิต และอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และสำหรับหลายที่ก็มีการคิดเงินหลายพันดอลลาร์ในการฉีดเลือดเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่ต้องการ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว องค์การอาหารและยาได้จัดการแถลงข่าวถึงความกังวลทางด้านสุขภาพที่ประชาชนอาจได้รับ เกี่ยวกับการฉีดเลือดเข้าเส้นเลือดและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่พวกเขาอาจได้รับ ถึงแม้การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่าอาจสามารถช่วยชีวิตคนได้ในบางกรณี แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่แน่ชัดว่าการฉีดเลือดของเด็กเข้าเส้นเลือดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ อ้างอิงNatnaree TK | 2525 days ago
Read More20/02/2019
เด็กหญิงชาวจีนปิ๊งไอเดีย! นำเครื่องคัดลายมือมาช่วยทำการบ้าน
เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานจากสำนักข่าว Qian Jiang Evening News ว่า มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รายหนึ่งถูกแม่จับได้ว่าใช้เครื่องช่วยทำการบ้าน เนื่องจากเด็กหญิงคนนี้ทำการบ้านปิดเทอมที่จะต้องคัดบทเรียนและบทกลอนต่าง ๆ เสร็จภายในเวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น อีกทั้งในการบ้านยังไม่มีรอยลบแก้คำผิดและสะอาดเรียบร้อยกว่าปกติ เมื่อเห็นดังนั้นแม่จึงเค้นความจริงจากลูกสาว ก่อนที่เด็กหญิงจะยอมรับว่าตนเองได้สั่งซื้อเครื่องคัดลอกลายมือมาจากเว็บไซต์ขายของในราคา 800 หยวน (ประมาณ 3,700 บาท) เพื่อเอามาช่วยทำการบ้าน เมื่อสำนักข่าวไปทำการตรวจสอบก็พบว่าเจ้าเครื่องนี้มีวางขายภายใต้ชื่อว่า "Copying robot" ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 200 - 1,000 หยวน (920 - 4,600 บาท) หุ่นยนต์เหล่านี้จะมีกรอบโลหะสำหรับใส่กระดาษ พร้อมแขนกลปากกา เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB แขนกลจะเขียนข้อความที่ถูกป้อนเข้าไปด้วยโปรแกรมช่วยอื่น เครื่องมือนี้สามารถจดจำตัวอักษรของผู้ใช้กว่า 6,000 ตัวอักษรจีนผ่านแอป มันสามารถเขียนงานได้ติดต่อกันนานถึง 8 ชั่วโมง/วัน และมีอายุการใช้งานนาน 2-3 ปี https://www.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/videos/1185534451605159/ โดยความจริงแล้วเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการจดบันทึกการประชุมและงานเอกสารบางอย่าง แต่เมื่อเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ลงในโซเชียลของจีน ความคิดเห็นหลากหลายหลั่งไหลเข้ามารวมถึงคนที่เคยใช้งานเครื่องนี้ก็มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า ไม่มีใครสามารถแยกลายมือของเธอกับเจ้าเครื่องนี้ออกได้เลย ถึงอย่างไรก็ตาม…Natnaree TK | 2526 days ago
Read More19/02/2019
จีนเตรียมทำฟาร์มโซลาร์เซลล์บนอวกาศเพื่อส่งพลังงานกลับมาใช้บนโลกในปี 2025 !!!
ในโลกปัจจุบันมนุษย์มีการใช้พลังงานกันเป็นอย่างมาก และพลังงานแสงอาทิตย์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของพลังงานสะอาด ที่ถูกนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าบนโลก แต่แค่บนโลกคงไม่เพียงพอสำหรับประเทศจีน จากการรายงานของ China's state-backed Science and Technology Daily ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์จีนมีแผนที่จะปล่อยสถานีโซลาร์เซลล์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ stratosphere เพื่อโคจรกว่า 36,000 กิโลเมตรรอบโลก ในระหว่างปี 2021-2025 โดยในชั้นแรกจะปล่อยขึ้นไปเป็นสถานีขนาดเล็กก่อน แล้วค่อยทำการเลื่อนเป็น megawatt-level station ในปี 2030 และเป็นโรงงานไฟฟ้าแรงสูงระดับโลกในปี 2050 ตามลำดับ พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับนี้จะไม่ผ่านการดูดซับผ่านชั้นบรรยากาศ และไม่มีช่วงเวลากลางคืน มันจึงเป็นฟาร์มพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมด สถาบันเทคโนโลยีอวกาศแห่งประเทศจีนกล่าวว่า ฟาร์มแห่งนี้สามารถให้พลังงานได้ 99% ตลอดเวลา และมีความเข้มข้น 6 เท่าเมื่อเทียบกับพลังงานที่ได้รับบนพื้นโลก เมื่อฟาร์มโซลาร์สามารถสร้างพลังงานได้แล้ว พลังงานเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปแบบอื่น เพื่อส่งพลังงานเหล่านั้นกลับสู่โลก โดยใช้รังสีไมโครเวฟหรือเลเซอร์ ส่งมายังตัวรับภาคพื้นดิน https://youtu.be/zrO3OZ92Znc และแน่นอนงานใหญ่แบบนี้มีความท้าทายกับจีนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำสถานีที่หนักกว่า 1,000 ตัน ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ หรือจะสามารถสร้างสถานีโดยใช้หุ่นยนต์และการพิมพ์สามมิติได้หรือไม่ และรังสีไมโครเวฟที่อาจส่งผลต่อชั้นบรรยากาศเมื่อส่งพลังงานกลับมาอีกด้วย ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีหลายประเทศที่พยายามจะทดลอง และคิดค้นเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่ดูเหมือนว่าจีนจะก้าวนำประเทศเหล่านั้นไปมาก ประเทศจีนได้เพิ่มโครงการอวกาศเป็นจำนวนมากในเวลาไม่นาน หรือนี่จะเป็นเวลาที่จีนจะกลายเป็นมหาอำนาจการสำรวจอวกาศแล้ว…Natnaree TK | 2527 days ago
Read More19/02/2019
เท่านี้อาจไม่พอ! Facebook ควรใช้มาตรการพิเศษเพื่อจัดการข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน
สำนักข่าว Bloomberg รายงานถึงการสำรวจมาตรการเพิ่มเติมของ Facebook เพื่อกำจัดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนว่า ข้อมูลที่ถูกเข้าใจผิดยังคงระบาดอยู่ในกลุ่มผู้ปกครองบางส่วน ทำให้ Adam Schiff ตัวแทนจาก US ทำการร้องเรียนไปยัง Facebook และ Google ให้ทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก่อนการระบาดของโรคหัดจะเกิดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น Schiff ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า Facebook ยังคงมีการกระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และยังส่งเสริมโฆษณาจากกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน ถึงแม้ระบบจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าโฆษณาที่ขึ้นมาเป็นข้อมูลที่ถูกหรือผิด แต่การนำโฆษณาเหล่านั้นมาฉายซ้ำ ๆ อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้ ส่วนทางด้าน Facebook ได้ออกมากล่าวว่า การสำรวจมาตรการเพิ่มเติมเป็นการต่อสู้กับปัญหาที่ดีที่สุด รวมถึงการลดและลบ เนื้อหาประเภทนี้ออกจากกลุ่มที่แนะนำและถอนข้อมูลออกจากการค้นหา ในขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจว่ามีข้อมูลคุณภาพที่เชื่อถือได้มากขึ้น ส่วนทางด้าน Google เพิ่งจะกล่าวว่า Youtube จะจำกัดการแนะนำวีดีโอที่อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด รวมถึงวิดีโอต่อต้านวัคซีน แต่ถึงอย่างนั้นวีดีโอเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนก็ยังติด 1 ใน 10 อันดับ เมื่อคนทำการค้นหาเกี่ยวกับวัคซีนอยู่ดี กรมควบคุมโรค (CDC) กล่าวว่าการแพร่ระบาดของโรคหัดเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง และวัคซีนก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กได้รับวัคซีน จะทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นกับเด็กและชุมชน ซึ่งนั่นคงจะไม่เป็นผลดีจากการพยายามป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากวัคซีนในเวลาหลาย…Natnaree TK | 2527 days ago
Read More19/02/2019
นักวิทยาศาสตร์ตัดต่อพันธุกรรมซ่อน Stem Cells จากระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันภาวะต่อต้านจากร่างกายได้สำเร็จ!
พักหลัง ๆ มานี้เราจะได้ยินคำว่า Stem Cells กันบ่อยขึ้น ด้วยวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เมื่อ Stem Cells เหล่านั้นถูกนำเข้าไปสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของบางคนก็ยังมองว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมและต้องการกำจัดมันออกอยู่ดี แต่ปัญหานี้กำลังจะได้รับการแก้ไขแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย California San Francisco (UCSF) ได้พัฒนาวิธีการใหม่ในการซ่อน Stem Cells การกระทำดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่เซลล์วิศวกรรมได้มีการจัดการการปลูกถ่าย Stem Cells โดยที่ไม่ต้องตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันใด ๆ ในร่างกาย ไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันเห็นโดยการใช้เครื่องตัดต่อพันธุกรรม CRISPR เข้าช่วย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการใช้ยากดภูมิคุ้มกันเข้าช่วยในการปลูกถ่าย Stem Cells แต่มันกลับส่งผลกระทบกับผู้ป่วยทำให้พวกเขาอาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ในขณะที่ภูมิคุ้มกันถูกกดอยู่ เครื่อง CRISPR จะทำการลบยีนสองตัวคือ histocompatibility complex (MHC) class I และ II ที่ทำหน้าที่ตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่ม CD47 โปรตีนสำคัญที่จะบอกกับระบบภูมิคุ้มกันว่าห้ามทำลายเซลล์ตัวนี้ วิธีการนี้ได้ทำการทดสอบในหนูและได้พิสูจน์แล้วว่ามันประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าเมื่อทำการรักษาในมนุษย์ก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในเรื่องการใช้ CRISPR กับมนุษย์ แต่วิธีการนี้กลับแสดงให้เราเห็นว่า…Natnaree TK | 2527 days ago
Read More19/02/2019
‘ตัวล่อเกล็ดเลือด’ นวัตกรรมใหม่จากนักวิจัยช่วยลดอาการหลอดเลือดอุดตันจากเกล็ดเลือด!
โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก การติดเชื้อ และ มะเร็ง เป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ถึงแม้ว่าโรคเหล่านี้จะมีเอกลักษณ์ และ ความเฉพาะตัว แต่มันกลับมีจุดเชื่อมเล็กๆที่เหมือนกัน นั่นคือ เกล็ดเลือด ที่เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการรักษา แต่สำหรับบางคนเกล็ดเลือดก็สามารถนำไปสู่ภาวะอันตรายอื่นๆ เช่น เนื้องอก และ การอุดตันของลิ่มเลือดตามมาได้ แต่ในวันนี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีที่จะลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากเกล็ดเลือดเหล่านี้ได้แล้ว วิธีที่ว่านี้คือ ตัวล่อเกร็ดเลือด 'Decoy platelets' โดยนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัย Harvard เกล็ดเลือดเหล่านี้ถูกทำมาจากเกล็ดเลือดจริงๆของมนุษย์ แต่มันถูกนำมาทำความสะอาดด้วย Detergent และเครื่อง Centrifugation ในขณะที่กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ทำลายโปรตีนที่ผิวของเกล็ดเลือด โดยปกติแล้วพวกมันจะทำหน้าที่เกาะเซลล์ต่างๆในกระแสเลือด แต่เจ้าเกล็ดเลือดเหล่านี้ จะถูกปิดการทำงานดังกล่าวจึงไม่สามารถเข้าไปจับตัวสร้างลิ่มเลือดในตัวมนุษย์ได้ Anne-Laure Papa หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า ตัวล่อเกล็ดเลือดเหล่านี้ไม่สามารถจับกับเซลล์ใดๆในกระแสเลือดได้ และมันสามารถขัดขวางไม่ให้เกล็ดเลือดปกติเข้าจับตัวกับผนังหลอดเลือด หรือ เซลล์อื่นๆได้เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเกล็ดเลือดมีบทบาทสำคัญในการเกิดเนื้องอก และมะเร็ง ด้วยการเข้าจับกับเซลล์แปลกปลอมทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำอะไรเซลล์เหล่านั้นไม่ได้ แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองนำตัวล่อเกล็ดเลือด และ เกล็ดเลือดทดลองใน Microfluidic channels พบว่า มันสามารถช่วยลดการเกิดเซลล์มะเร็งและเนื้องอก รวมถึงลดการแพร่กระจาย และการเกิดเนื้องอกได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันการทดลองนี้จะประสบผลสำเร็จแค่ในหนู และ…Natnaree TK | 2527 days ago
Read MorePR Partners
See All17/01/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True15/01/2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 5 days ago
Read More15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 5 days ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 7 days ago
Read More































