Tags
| TECH
07/01/2020
Natnaree TK | 2394 days ago
ซื้อให้แฟนสิคะ L’Oréal เปิดตัวอุปกรณ์ผสมสีลิปสติก รองพื้นและครีมบำรุงตามใจผู้ใช้งาน!
ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นกับวงการเครื่องสำอางและเทคโนโลยีเมื่อ L’Oréal ประกาศเปิดตัว Perso อุปกรณ์ Bluetooth ที่สามารถผสมลิปสติก รองพื้น หรือแม้แต่สกินแคร์ที่สามารถปรับแต่งส่วนผสมเพื่อให้เข้ากับผู้ใช้มากที่สุด และทาง L’Oréal ได้สาธิตวิธีการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นนี้ในงาน CES รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันดึงสีลิปสติกที่เป็นที่ต้องการจากโซเชียลมีเดีย เพื่อใช้เป็นสีต้นแบบในการผสมสีลิปสติกของตัวคุณเองควบคู่กับตัวเครื่องอีกด้วย ถึงแม้ว่าในการแสดงแอปต้นแบบในงาน CES ครั้งนี้ทางบริษัทจะต้องทำการเซฟรูปมาเก็บไว้ก่อนทำการดึงสี แต่โฆษกได้บอกกับ The Verge ว่าภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 ผู้ใช้จะสามารถผูกบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ กับตัวแอป และสามารถดึงสีจากภาพบนโซเชียลเพื่อผสมสีลิปที่ต้องการได้โดยตรง คุณจึงสามารถผสมสีลิปตามอย่างคนดังในโซเชียล หรือแม้กระทั่งผสมสีใหม่ที่บ่งบอกถึงความเป็นคุณได้ด้วยตัวเอง https://youtu.be/kfRGxkllF5M ที่สำคัญคือคุณสามารถดูสีตัวอย่างก่อนที่คุณจะตัดสินใจสั่งให้ Perso ผสมสีลิปที่คุณเลือกได้ หลังจากนั้นเมื่อคุณตัดสินใจแน่แล้วว่าอยากได้สีนั้น Perso จะทำการผสมสีจากหัวผสมถอดเปลี่ยนได้ทั้งสามกลักสี และจะจ่ายลิปที่มีปริมาณมากพอสำหรับการใช้งาน 30 ครั้งออกมาให้ผู้ใช้งาน ส่วนการผสมรองพื้นทางบริษัทไม่ได้ทำการสาธิต แต่จากการอธิบายนี้เราก็สามารถคาดเดาได้ว่าน่าจะใช้หลักการเดียวกันในการผลิตสีรองพื้นที่เข้ากับผิวหน้าของคุณ ส่วนในเรื่องของการบำรุงผิว Perso จะต้องทำงานร่วมกับแอปที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้สแกนปัญหาผิวหน้าเพื่อผลิต Day cream และ Night cream ที่เหมาะสมกับสภาพผิวนั้น ๆ ซึ่งหัวผสมของตัวครีมบำรุงนั้นจะแตกต่างออกไปจากหัวผสมของรองพื้นและลิปสติก ที่จะมีการผสม SPF, serum…27/10/2019
ตอบคำถาม! อันตรายหรือไม่หากเรายืนอยู่หน้าไมโครเวฟขณะเปิดใช้งาน
ในปัจจุบันนี้ไมโครเวฟกลายเป็นหนึ่งในเครื่องครัวที่ทุกบ้านแทบจะต้องมี ด้วยความสะดวกสบายในการใช้งานทำให้มันเป็นที่นิยมได้อย่างไม่ต้องสงสัย ว่าแต่ในขณะที่คุณกำลังอุ่นมื้ออาหารแสนอร่อยของคุณอยู่นั้น คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเราควรยืนอยู่ห่างจากไมโครเวฟหรือไม่ถึงจะไม่ได้รับอันตรายจากมัน? บางคนแทบไม่คิดมากกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ในขณะที่หลายคนตั้งคำถามและกังวลกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคลื่นไมโครเวฟต่าง ๆ นานา เราอยากจะบอกคุณว่า 'ไม่ต้องกังวล' อันตรายที่เกิดจากคลื่นไมโครเวฟนั้นเป็นไปได้น้อยมาก อ้างอิงจากกรมอาหารและยาในอเมริกา แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าพอพูดแบบนี้แล้วคุณจะใช้ไมโครเวฟอย่างประมาทได้ อย่างไรก็ตามมันก็มีข้อควรระวังเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะใช้ไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นอยู่ด้วย คลื่นไมโครเวฟ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มีหลายรูปแบบเช่น คลื่นวิทยุ คลื่นแสง รังสี X (X-ray) และรังสีแกรมม่า คลื่นไมโครเวฟก็เหมือนคลื่นวิทยุ มันเป็น non-ionizing radiation หรือหมายความว่ามันไม่สามารถดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมได้ดังนั้นมันจึงไม่ส่งผลต่อ DNA ของมนุษย์ (อ้างอิงจาก American Cancer Society) ในขณะที่รังสี X (X-ray) และรังสีแกรมม่าสามารถส่งผลต่อ DNA มนุษย์ได้ ถึงแม้ว่าคลื่นไมโครเวฟไม่ได้อันตรายเหมือนรังสี X แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความเสี่ยง ไมโครเวฟอุ่นอาหารได้ด้วยการสั่นสะเทือนโมเลกุลของน้ำในอาหารทำให้เกิดพลังงานความร้อน โดยทางทฤษฎีมันสามารถอุ่นเซลล์ของเราได้เหมือนกับที่มันอุ่นอาหารเช่นกัน เพราะฉะนั้นมันอาจทำให้เกิดแผลไหม้ หรือต้อกระจกได้ในกรณีที่คลื่นไมโครเวฟเกิดการรั่วไหล (ในกรณีที่ยากมาก ๆ) แน่นอนว่าการผลิตค่อนข้างจะรัดกุมทำให้การรั่วไหลแทบไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถึงอย่างนั้น FDA ก็ออกมาเตือนว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คุณไม่ควรยืนพิง หรือยืนอยู่หน้าไมโครเวฟเป็นเวลานานขณะที่มันถูกใช้งานอยู่…Natnaree TK | 2466 days ago
Read More25/10/2019
นักวิจัยจาก Google พัฒนา AI ที่สามารถวิเคราะห์กลิ่นต่าง ๆ จากโครงสร้างโมเลกุล!
เป็นเวลาหลายสิบปีที่นักทำน้ำหอม และนักวิทยาศาสตร์ต้องเจอปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของโมเลกุลและกลิ่น ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจดูความยาวของคลื่นแสงเพื่อระบุสีได้ แต่เมื่อมาเป็นเรื่องของกลิ่นนักวิทยาศาสตร์กลับไม่สามารถตรวจดูเพียงแค่โมเลกุลแล้วระบุกลิ่นออกมาได้ แต่ตอนนี้นักวิจัยจาก Google Brain Team กำลังทำในสิ่งที่แตกต่าง! เมื่อพวกเขาคาดว่า พวกเขาสามารถสร้าง AI ที่แยกแยะกลิ่นได้ งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ใน Arxiv พวกเขาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบว่า ทีมวิจัยจะสร้างข้อมูลเซ็ตโมเลกุลกว่า 5,000 แบบที่ได้จากน้ำหอม และตั้งชื่อโมเลกุลเหล่านั้นตามกลิ่น เช่น buttery, tropical และ weedy เพื่อใช้ในการฝึก AI ทีมใช้ข้อมูลประมาณ 2-3 ชุดในการฝึกให้ AI เชื่อมโยงโมเลกุลกับกลิ่น หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบระบบและ AI ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว AI สามารถจับคู่โมเลกุลกลิ่น กับโครงสร้างได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงมีกลิ่นบางกลิ่นที่ยากต่อการแยก เช่น กลิ่น woody และ earthy หรือบางครั้งก็มีกลิ่นที่มีอะตอมเหมือนกัน มีพันธะเหมือนกัน แต่มีตำแหน่งการจัดเรียงที่เหมือนกระจก สะท้อนกันและกัน ทำให้ได้กลิ่นที่แตกต่าง พวกมันถูกเรียกว่า Chiral เป็นเหมือนคู่กลิ่นที่ยากต่อการแยก และมันจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อกลิ่นต่าง ๆ ถูกรวมเข้าด้วยกัน…Natnaree TK | 2468 days ago
Read More25/10/2019
AI สามารถช่วยแพทย์ตรวจหาตำแหน่งที่เลือดออกในสมองได้เร็วขึ้น!
ในปัจจุบันความสามารถของ AI มีส่วนช่วยในการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก และในตอนนี้ระบบ AI ก็พัฒนาไปถึงขั้นที่สามารถช่วยแพทย์ระบุถึงตำแหน่งที่เกิดอาการเลือดออกภายในสมองของผู้ป่วยได้แล้ว สภาวะเลือดออกในสมอง เป็นอาการที่ท้าทายการตรวจวินิจฉัยของแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะหากเราตรวจเจอมันช้าไป หรือแม้แต่พลาดจุดเล็ก ๆ ไปเพียงแค่จุดเดียวนั่นอาจหมายถึงชีวิตของผู้ป่วยที่กำลังก้าวเข้าสู่ความตายอย่างช้า ๆ แต่ในตอนนี้เทคโนโลยีกำลังก้าวเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว นักวิจัยจาก UC Berkeley และ UCSF ได้ออกแบบระบบที่สามารถตรวจหาอาการเลือดออกในสมองได้แม่นยำไม่แพ้กับนักรังสีวิทยา จากการทดสอบมันทำงานได้ดีไม่แพ้นักรังสีวิทยา 2 ใน 4 คนเลยทีเดียว กระบวนการทำงานของ AI อาศัยการวิเคราะห์ CT Scans กว่า 4,396 ครั้งเพื่อเรียนรู้ ถึงจะเป็นจำนวนที่น้อย แต่นักวิจัยจาก UCSF กล่าวว่า ความผิดปกติที่มองเห็นอยู่ในระดับ Pixel การเรียนรู้ดังกล่าวจะทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยมาก แต่ก็เหมือนกับระบบ AI อื่น ๆ มันไม่สามาถทำงานแทนที่แพทย์ได้ 100% เพียงแต่ว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะช่วยประหยัดเวลาในการตรวจหา และวินิจฉัยของแพทย์ในกรณีฉุกเฉินมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบนี้ยังคงถูกพัฒนาต่อไปแต่เชื่อว่าในอนาคตมันจะถูกนำเข้ามาประยุกต์ใช้กับวงการแพทย์ เพื่อช่วยย่นระยะเวลาในการคัดกรองผู้ป่วยได้มากขึ้น อ้างอิง Engadget พิสูจน์อักษร…Natnaree TK | 2468 days ago
Read More
24/05/2019
สภาอเมริกาเรียกร้องให้มีการติดตั้งสัญญาณเตือนเมื่อลืมเด็กไว้ในรถ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กเล็ก!
เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่มีเด็กกว่า 800 คน ต้องเสียชีวิตจากภาวะ Heatstroke จากการถูกทิ้งไว้ในรถที่อเมริกา และในตอนนี้กลุ่มนักกฏหมายได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับบุตรหลานของท่านก่อนจะลงจากรถโดยการออกกฏหมายติดตั้งสัญญาณเตือนเด็กเล็กแล้ว ผู้เสนอกฏหมาย Frank Pallone, Jr. (D-NJ) กล่าวว่า ผู้ขับขี่ส่วนมากจะถูกแจ้งเตือนหลังจากที่พวกเขาออกจากรถโดยลืมกุญแจทิ้งไว้ ซึ่งพวกคุณก็ไม่ควรลืมเด็กไว้ในรถเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีสมัยใหม่จึงควรเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวสร้างเ็นสัญญาณแจ้งเตือน หรือไฟเมื่อพ่อแม่ลืมเด็กไว้ในรถเช่นกัน ในแถลงการณ์ผู้ผลิตรถยนต์กล่าวว่าจะพิจารณาข้อเสนอทางกฎหมายอย่างรอบคอบ พวกเขากล่าวว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา 13% ของผู้ออกรถใหม่ เป็นครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบอยู่ด้วย การพัฒนาสัญญาณเตือนเด็กเล็กจึงนับว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยในการใช้รถมากทีเดียว การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเป็นสิ่งที่รถยนต์หลายค่ายให้ความสำคัญ อย่างเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Chevrolet ได้เปิดตัวคุณสมบัติใหม่ที่จะไม่สามารถสตาร์ทรถได้หากไม่คาดเข็มขัด แต่ก็ยังมีคำถามตามมา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เทคโนโลยีกลายเป็นกฏหมายนั่นหมายความว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะต้องอยู่ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่เท่าเทียม แล้วอย่างนี้จะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตหรือ? อ้างอิงNatnaree TK | 2622 days ago
Read More28/04/2019
ดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของ SpaceX อนุมัติแก้ไขเส้นทางการบินเตรียมเดินหน้าปล่อยขึ้นสู่วงโคจรแล้ว!
เข้าใกล้ความสำเร็จในการนำดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Starlink ขึ้นสู่วงโคจรอีกหนึ่งขั้นเมื่อ FCC (คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร) ไฟเขียวให้ SpaceX สามารถแก้ไขเส้นทางการบินลดระดับเหลือ 550 กิโลเมตรจากพื้นโลกได้ อินเตอร์เน็ทดาวเทียมกว่า 1,500 ดวงจะขึ้นโคจรสู่ชั้นบรรยากาศอย่างเร็วที่สุดภายในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ทางบริษัทกล่าวว่าในทางทฤษฎีแล้ว การปรับให้ดาวเทียมบินในวงโคจรที่ต่ำลงจะช่วยลดความล่าช้า และการเข้าไม่ถึงพื้นที่สัญญาณได้ดียิ่งขึ้น แต่บริษัทอย่าง OneWeb และ Kepler Communications กลับไม่เห็นด้วยกับการยื่นขอแก้ไขระดับวงโคจรของ SpaceX เพราะเกรงว่าดาวเทียม Starlink จะเข้ารบกวนการทำงานจากบริษัทของพวกเขา ถึงอย่างนั้น FCC กลับเห็นต่าง ทั้งด้านหน่วยงานที่ดูแลทางด้านนี้ยังไม่พบความเสี่ยงของการรบกวนการทำงานระหว่างดาวเทียม หรือแม้กระทั่งการพุ่งชนกัน เพราะดาวเทียมแต่ละดวงมีเครื่องควบคุมการขับเคลื่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการพุ่งชนวัตถุอยู่แล้ว การอนุมัติขึ้นบินของ SpaceX คงจะได้ในอีกไม่ช้า แต่หากจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งอย่าง OwnWeb หรือคู่แข่งใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามาอย่าง Amezon แล้วละก็ SpaceX คงต้องรีบพัฒนาดาวเทียมให้ได้ 11,000 ภายในเวลา 6 ปีนี้ถึงจะสามารถแข่งกับบริษัทอื่นๆได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2648 days ago
Read More27/04/2019
นักวิทยาศาสตร์เยอรมนี ประดิษฐ์อวัยวะแบบใสได้สำเร็จเพื่อความละเอียดในการพิมพ์อวัยวะสามมิติมากยิ่งขึ้น!
นักวิทยาศาสตร์ในเยอรมนีได้คิดค้นวิทยาการใหม่ที่ในการสร้างอวัยวะโปร่งใสในการปลูกถ่ายอวัยวะขึ้นมา ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแล้ว นักวิทยาศาสตร์นำโดย Ali Erturk จากมหาวิทยาลัย Ludwig Maximilians ใน Munich ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช่ตัวทำละลายเพื่อสร้างอวัยวะเช่น สมอง และไตโปร่งใสขึ้นมาสำหรับการปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วย อวัยวะต้นแบบจะถูกนำมาสแกน เพื่อสร้างพิมพ์เขียว การสแกนจะสามารถระบุตำแหน่งหลอดเลือด เซลล์ และเซลล์เฉพาะได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นพวกเขาจะใช้ Stem Cell เป็นหมึกในการสร้างอวัยวะดังกล่าวผ่านเครื่องพิมพ์สามมิติ และใส่มันลงไปในตำแหน่งที่ต้องการได้ ในขณะที่วิทยาการการพิมพ์สามมิติก้าวหน้าไปมากในโลกอุตสาหกรรมอื่นๆ ทางด้านการแพทย์ก็เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่ยังขาดอยู่ในงานพิมพ์สามมิตินี้คือรายละเอียดของอวัยวะ เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ต้นแบบการพิมพ์จะให้ภาพจากเครื่อง X-Ray หรือการสแกนจาก MRI ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดต่ำ การสร้างอวัยวะโปร่งใสจึงสามารถช่วยให้เราแก้ปัญหานี้ได้ เราสามารถมองเห็นเซลล์ทุกเซลล์ได้ชัดขึ้นจากการจำลองอวัยวะโปร่งใสนี้ และมันจะช่วยทำให้งานพิมพ์อวัยวะเทียมของเรามีความละเอียดมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามทีมของ Erturk วางแผนที่จะจำลองตับอ่อน และเริ่มพิมพ์มันเป็นอวัยวะแรก หลังจากนั้นพวกเขาจะวางแผนการทำ Bioprinted ภายใน 2-3 ปี และจะตามมาด้วยการพิมพ์ไต ภายใน 5-6 ปีให้หลัง พวกเขาจะทำการทดสอบการปลูกถ่ายอวัยวะที่ได้จากเครื่องพิมพ์สามมิติในสัตว์ก่อนว่าพวกมันสามารถมีชีวิตริดได้หรือไม่จากการปลูกถ่ายดังกล่าว หากประสบความสำเร็จแผนการทดสอบทางคลีนิคจึงจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 5-10 ปีถัดไป อ้างอิงNatnaree TK | 2649 days ago
Read More25/04/2019
เครื่องมือรับกระแสประสาทแปลงเป็นเสียงพูด เพิ่มโอกาสให้ผู้บกพร่องทางประสาทสื่อสารได้อีกครั้ง!
มีผู้ป่วยอาการบกพร่องทางประสาทจำนวนมากที่เมื่อมีอาการป่วยพวกเขาสูญเสียความสามารถในการพูดตามไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นกระแสประสาทที่ถูกส่งไปยังอวัยวะในการพูดอื่นๆ อย่างเช่น กราม กล่องเสียง หรือแม้กระทั้งริมฝีปากไม่ได้สูญเสียความสามารถในการทำงานของพวกมันตามไปด้วย นักวิทยาศาสตร์จาก University of California at San Francisco (UCSF) จึงประดิษฐ์เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเปล่งเสียงได้อีกครั้งหนึ่ง เครื่องมือนี้จะเป็นตัวกลางในการรับกระแสประสาทที่ถูกส่งออกมาจากสมอง ผ่านเข้าสู่ระบบการวิเคราะห์และคาดเดาคำพูดที่ผู้ป่วยต้องการจะสื่อสารออกมา เทคโนโลยีนี้ไม่ใช้การอ่านความคิด แต่มันเป็นการเรียนรู้การทำงานของประสาทแต่ละเส้นและแปลงกระแสประสาทเหล่านั้นเป็นระบบเสียงเสมือนจริง ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคงเดินหน้าทดลองในเรื่องของขั้วไฟฟ้าในส่วนที่เชื่อมต่อของประสาทสมอง เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นถึงแม้จะไม่เคยได้รับการฝึกใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวมาก่อนเลยก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นในบางครั้งอุปกรณ์นี้ก็สร้างเสียงแปลกๆ ที่ไม่สามารถแปลความหมายออกมาได้เช่นกัน และโครงการนี้อาจต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะออกมาให้ผู้ป่วยได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย หากอุปกรณ์นี้สำเร็จมันจะสามารถปรับปรุงการสื่อสารให้กับผู้ป่วยเหล่านั้นได้อย่างมาก และจะช่วยให้พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับสังคมมากยิ่งขึ้น https://youtu.be/kbX9FLJ6WKw อ้างอิงNatnaree TK | 2651 days ago
Read More16/04/2019
Volvo ขยายการให้บริการเทคโนโลยีแจ้งเตือนสภาพถนนแก่เพื่อนร่วมทางในยุโรปแล้ว!
อีกหนึ่งคุณสมบัติทางด้านความปลอดภัยจาก Volvo กับการขยายการให้บริการสัญญาณการแจ้งเตือนสภาพท้องถนนให้แก่รถที่ขับตามมาในยุโรปในปี 2020 นี้ ก่อนหน้านี้ Volvo ได้มีการทำคุณสมบัติการแจ้งเตือนถนนลื่น โดยรถจะสามารถรับสัญญาณการแจ้งเตือนสภาพเส้นทางได้จากการเปิดไฟฉุกเฉินจาก Volvo คันหน้าคุณ ทำให้ผู้ขับขี่รู้ว่ากำลังจะต้องเจอกับสภาพถนนแบบไหนข้างหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ เราจะพบคุณสมบัติดังกล่าวได้เฉพาะในสวีเดนและนอร์เวย์ แต่ในปี 2020 Volvo เตรียมที่จะติดตั้งคุณสมบัติดังกล่าวให้แก่รถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้ CMA และ SPA รวมถึงรุ่นที่ติดตั้งเพิ่มเติมจากในปี 2016 แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวออกมาจากทางบริษัทว่าจะมีการขยายคุณสมบัตินี้เข้าอเมริกาเหนือเมื่อไหร่ เมื่อการเปิดไฟฉุกเฉินเกิดขึ้นนั่นหมายถึงการเตือนเพื่อนร่วมถนนถึงอันตราย หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จากวิสัยทัศน์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการขับขี่รถ ซึ่ง Volvo เค้าก็ใจดี เพราะทางบริษัทมีแผนที่จะแบ่งปันเทคโนโลยีนี้แก่อุสาหกรรมการผลิตรถอื่นๆ เพื่ออดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2660 days ago
Read More23/03/2019
Nvidia เปิดตัว AI อัจฉริยะ ที่จะเปลี่ยนรูปวาดของคุณเป็นภาพสมจริง
Nvidia เปิดตัว AI ที่ชื่อว่า generative adversarial network (GAN) AI ต้นแบบที่จะเปลี่ยนรูปวาดของคุณให้กลายเป็นภาพที่ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น GAN จะถูกใช้งานผ่าน “smart paint brush.” เครื่องมือที่ผู้ใช้สามารถวาดภาพ หรือใช้คำสั่งเสียงเพื่อสร้างรูปวาดของคุณ หลังจากนั้นระบบจะทำการเปลี่ยนรูปวาดของคุณ ให้เป็นภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ และ สมจริงมากยิ่งขึ้น ในความเป็นจริงแล้วระบบนี้ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีเครื่องมือที่ทำงานคล้ายๆกันเปิดตัวออกมาก่อนแล้ว แต่ AI จาก Nvidia กลับโดดเด่นกว่าด้วยการสร้างรูปวิวธรรมชาติได้อย่างสวยงามและสมจริง ตัวอย่างเช่น หากเราวาดรูปต้นไม้ที่มีสระน้ำอยู่ข้างๆ ระบบจะทำการเปลี่ยนรูปของคุณเป็นต้นไม้ใกล้สระน้ำพร้อมเงาสะท้อนของต้นไม้ในสระน้ำแถมให้คุณอีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูดี แต่สำหรับการใช้งานจริงแล้วมันกลับมีข้อจำกัด ระบบไม่สามารถระบายสีพื้นผิวให้เป็นตามที่คุณคิดได้ทุกอย่างเช่น GAN จะสามารถลงสีของหญ้า และ ผิวน้ำได้สมจริงมากกว่า เมื่อเทียบกับการลงสีตัวอาคารและเฟอร์นิเจอร์ ที่มีลักษณะการลงสีที่ซับซ้อนกว่า https://www.youtube.com/watch?v=MXWm6w4E5q0&feature=youtu.be ถึงแม้ Nvidia จะยังไม่มีแผนทำเป็นผลิตภัณฑ์ แต่ทางบริษัทเชื่อว่าอุปกรณ์ลักษณะนี้จะสามารถช่วยให้ทุกๆคนตั้งแต่ สถาปนิก นักวางผังเมือง นักออกแบบภูมิทัศน์ ไปจนถึงนักพัฒนาเกม ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นในอนาคต อ้างอิงNatnaree TK | 2684 days ago
Read More22/03/2019
Kaia Personal Trainer แอปใหม่ที่จะช่วยให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น!
เมื่อปีที่แล้ว Kaia Health ดึงดูดความสนใจของเราด้วยการเปิดตัวแอปติดตามการเคลื่อนไหวของคุณผ่านการใช้กล้องโทรศัพท์มือถือ แต่มันไม่เป็นที่น่าประทับใจเท่าไหร่ ครั้งนี้ Kaia กลับมาพร้อมกับยกระดับแอปกลายเป็น Kaia Personal Trainer ที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการออกกำลังกายให้เหมาะสมมากขึ้น https://www.youtube.com/watch?v=X561xLMceWA แอปนี้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดๆนอกจาก iPhone หรือ iPad ที่ใช้ iOS 12 (ส่วน Android ตัวแอปจะมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า) วิธีการใช้งานก็ง่ายมากเพียงแค่คุณเปิดแอปดังกล่าวบนอุปกรณ์ของคุณ และถอยห่างจากอุปกรณ์ประมาณ 7 ฟุต AI ของแอปจะใช้ระบบ 16 จุด ติดตามการเคลื่อนไหวของคุณ เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับท่าทางการออกกำลังกาย ตั้งแต่ตำแหน่งการวาง แขน ขา ข้อต่อต่างๆ และให้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ตัวแอปสามารถปรับระดับความยากง่ายในการออกกำลังกายได้ เพื่อรองรับความแตกต่างของผู้ใช้งานแต่ละคน ที่อเมริกา Kaia Personal Trainer สามารถทดลองใช้งานได้ก่อน 7 วัน หลังจากนั้นถ้าคุณสนใจ คุณสามารถซื้อผ่าน App Store ได้ในราคา $ 29.99 (เวลาใช้งาน…Natnaree TK | 2685 days ago
Read More17/03/2019
อเมริกาใช้พรบ.จดจำใบหน้า เพื่อปกป้องข้อมูล และ ความเป็นส่วนตัวของคุณ!
ภายในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า Roy Blunt และ Brian Schatz วุฒิสมาชิกของสหรัฐอเมริกาต้องการปกป้องข้อมูลการจดจำใบหน้าของผู้คน และป้องกันการขายข้อมูลดังกล่าวเพื่อระบุหรือติดตาม โดยไม่ได้รับความยินยอมจากประชาชน ผู้ร่างกฎหมายได้เสนอพระราชบัญญัติความเป็นส่วนตัวระบบจดจำใบหน้าของบุคคลในเชิงพาณิชย์ปี 2019 ให้มีการเรียกเก็บเงินเพื่อป้องกันการหาผลประโยชน์เชิงพานิชย์ ก่อนหน้านี้ระบบจดจำใบหน้าถูกคิดค้นและนำมาใช้เพื่อการรักษาความปลอดภัย แต่ในปัจจุบันนี้มันกลับกลายเป็นข้อมูลที่ถูกนำมาแสวงหาผลกำไร พวกเขากล่าวว่าผู้คนจำนวนมากไม่รู้ว่าเทคโนโลยีนี้ถูกใช้ในพื้นที่สาธารณะ และ บริษัทสามารถรวบรวมข้อมูลระบุตัวตนเพื่อแบ่งปันหรือขายให้กับบุคคลที่สามได้ง่ายๆนอกจากจะไม่ให้บริษัททำการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว กฏหมายจะระบุเพิ่มอีกว่าพวกเขาต้องแจ้งให้ลูกค้ารู้ หากพื้นที่ใดมีการใช้ระบบจดจำใบหน้า ระบบจดจำใบหน้ายังต้องได้รับการปรับปรุงอีกหลายด้านเพราะระบบดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะมีความผิดพลาดสูงเมื่อเป็นใบหน้าของผู้หญิง และ คนผิวสี ผู้ผลิตและผู้ให้บริการระบบดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลที่กำหนดโดย Federal Trade Commission และสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ นอกจากนี้ Roy Blunt และ Brian Schatz ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก Brad Smith ประธาน และ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ Microsoft ในการสนับสนุนการเรียกเก็บเงินจาก พรบ.ดังกล่าวอีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2690 days ago
Read More17/03/2019
เครื่องพิมพ์ 3 มิติยุคใหม่พัฒนาไปอีกขั้น ต่อไปจะใช้วัสดุได้หลากหลายในการพิมพ์ครั้งเดียว
ในปัจจุบันนี้ด้วยความสะดวก และใช้งานง่ายของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มันจึงถูกใช้งานอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็น การสร้างเซ็นเซอร์สำหรับรถโรเวอร์ของ NASA เครื่องยนต์จรวด หมวกกันน็อก หรือแม้กระทั่งฟันปลอม แต่มันก็ยังมีข้อจำกัด เพราะเครื่องพิมพ์ 3 มิติจะสามารถสร้างวัตถุที่ทำจากวัสดุแบบเดียวกันทั้งชิ้นได้เท่านั้น แต่นั่นเป็นเรื่องก่อนหน้านี้ เพราะตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ข้ามขีดจำกัดนี้ไปแล้ว ก่อนหน้านี้การจะสร้างวัตถุขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์จะต้องมีการใช้วัสดุตั้งต้นที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้เนื้อวัสดุที่แตกต่างกันออกไป นั่นทำให้การทำงานในแต่ละครั้งต้องมีการใช้ถังสารตั้งต้นเป็นจำนวนมาก แต่นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Wisconsin ได้ค้นพบวิธีการใช้คลื่นแสงเข้าช่วยให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ พิมพ์วัสดุได้มากกว่า 1 อย่างภายในผลงานชิ้นเดียว และไม่ต้องเปลี่ยนถังสารตั้งต้น พวกเค้าใช้วิธีการทางเคมีทำให้ Monomers (โมเลกุลที่รวมตัวกันเพื่อสร้างวัสดุพิมพ์แบบสามมิติ) ที่ถูกเชื่อมติดกันมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปตามความยาวคลื่นแสงที่ใช้ (แสง UV, Visible Light) แต่วิธีการดังกล่าวก็ยังควรได้รับการทดลองอย่างต่อเนื่อง ในขั้นแรกนี้นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการสร้างวัสดุแข็งติดกับวัสดุอ่อนนุ่มเท่านั้น พวกเขายังคงต้องศึกษาหาวัสดุที่เหมาะสมที่สุดในการนำมาเป็นสารตั้งต้นในการขึ้นพิมพ์ ด้วยความหวังที่ว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติจะสามารถสร้างวัตถุที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น อ้างอิงNatnaree TK | 2690 days ago
Read More17/03/2019
Twitter ทดสอบคุณสมบัติใหม่! ติดตามข้อความได้แม้ไม่ทวิตตอบ
Twitter กำลังทดสอบคุณสมบัติใหม่ที่ชื่อว่า "subscribe to conversation" โดยคุณสมบัตินี้จะแจ้งเตือนผู้ใช้งานหากมีข้อความใหม่ๆเพิ่มเข้ามาในข้อความที่เรากดติดตามไว้ โดยไม่ต้องกดไลค์ (หัวใจบนทวิตนั่นละ) หรือ ตอบกลับในข้อความนั้นๆ ผู้ใช้ Twitter และวิศวกรซอฟต์แวร์ Jane Manchun Wong พบต้นแบบคุณสมบัตินี้บนแอปในระบบ Android หลังจากเธอทวิตออกไป ทาง Twitter ได้ตอบกลับมาว่านี่เป็นระบบที่อยู่ในขั้นทดลองเพื่อทำให้การทวิตสะดวกมากยิ่งขึ้น ปุ่มใหม่นี้จะอยู่ด้านบนขวามือของทวิตที่เราต้องการจะติดตาม เมื่อคุณกดติดตามคุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการทวิตเพิ่มเข้ามา และเนื่องจากคุณไม่จำเป็นต้องกดไลค์ หรือตอบกลับทวิตใดๆ มันจึงเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคุณที่่จะติดตามข้อความนั้นๆ ได้อีกด้วย แต่ก็ยังไม่มีประกาศแน่นอนจากทาง Twitter ว่าคุณสมบัตินี้จะถูกนำมาใช้จริงเมื่อไหร่กันแน่ อาจกล่าวได้ว่า Twitter กำลังเดินหน้าพัฒนาระบบให้มีความน่าใช้มากยิ่งขึ้นก็ได้ เพราะ Twitter ได้เปิดตัวคุณสมบัติใหม่หลายอย่าง เช่นการซ่อนทวีตตอบกลับที่ไม่ต้องการ การดูโปรไฟล์ผู้ใช้ โดยไม่ต้องออกจากหน้าไทม์ไลน์ เป็นต้น https://twitter.com/TwitterComms/status/1106602042322112512?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1106602042322112512&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.engadget.com%2F2019%2F03%2F15%2Ftwitter-tests-conversation-subscriptions%2F ทั้งนี้การพัฒนาทั้งหมดสอดคล้องกับแนวคิดของ Sara Haider ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ได้กล่าวไว้เมื่อต้นปีที่แล้วว่า ทางบริษัทกำลังทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงความแปลกใหม่ของการสนทนาบน Twitter แต่บริษัทไม่ต้องการที่จะปล่อยการเปลี่ยนแปลงออกมาภายในครั้งเดียว เพราะฉะนั้น Twitter จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละอย่าง และเราอาจจะได้เห็นคุณสมบัติใหม่ๆของ…Natnaree TK | 2690 days ago
Read More17/03/2019
จีนเตรียมล้มอเมริกา ! เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในงานวิจัยด้าน AI
เมื่อปีกรกฎาคม 2017 รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบายสนับสนุนให้ประเทศก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำงานวิจัยด้าน AI ภายในปี 2030 แต่ดูเหมือนว่านโยบายดังกล่าวจะเป็นจริงเร็วกว่ากำหนดแล้ว เป็นที่รู้กันดีว่าอเมริกาเป็นประเทศที่มีงานวิจัย และงานพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์มากที่สุดในโลกนั่นทำให้อเมริกา เป็นผู้นำด้าน AI เป็นเวลาหลายปี แต่ภายหลังจากที่รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบายดังกล่าวออกไป ทำให้งานวิจัย AI ของจีนเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในด้านการพัฒนา AI มากขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลที่เอื้ออำนวยต่องานวิจัยทั้งสถานศึกษา และ เอกชน ทำให้หลายภาคส่วนของจีนผลิตงานวิจัยออกมาได้เป็นจำนวนมาก ในปี 2006 งานวิจัย AI ของจีนมีจำนวนมากจนแซงหน้าอเมริกาไปแล้ว แต่หลายคนแย้งว่า ปริมาณไม่สำคัญเท่าคุณภาพ การที่มีงานวิจัยจำนวนมากออกมาไม่สามารถชี้วัดถึงความสำเร็จในการพัฒนา AI ได้ แต่ผิดคาด! เพราะคุณภาพงานวิจัยจากจีนกลับมีคุณภาพมากขึ้น และสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าระบบภายในจะมีการโกงกันบ้างก็ตาม ภายใต้การวิเคราะห์งานวิจัย AI กว่า 2 ล้านฉบับที่ถูกตีพิมพ์จนถึงสิ้นปี 2018 ของสถาบัน Allen Institute พบว่า ในปีนี้มีงานวิจัยที่ถูกใช้อ้างอิงจากอเมริกา 50% และลดลงเหลือ 10% ในปีหน้า และเหลือเพียง 1% ในปี 2025…Natnaree TK | 2690 days ago
Read More08/03/2019
เด็ก 8 ขวบแก้ปัญหา PM 2.5 ด้วยไอเดียแสนง่าย แต่ได้ผลเกินคาด!
แม้ว่าข่าว PM 2.5 จะเริ่มจางหายไปจากหน้าข่าวในช่วงนี้แล้ว แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า PM 2.5 ยังคงกระจายอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเรา และเป็นปัญหาในเมืองใหญ่อย่างต่อเนื่อง เด็กหญิงยินดี รังษี วัย 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวารีเชียงใหม่ ได้ค้นพบวิธีการลด PM 2.5 ให้ลงมาอยู่ที่ค่าปกติ ด้วยการทำไบโอฟิลเตอร์จากการนำมอสพันธุ์คริสต์มาส มาทำเป็นแผงกรองแนวดิ่ง ซ้อนกัน 3-4 ชั้น และใช้หลักการเดียวกันกับเครื่องกรองอากาศที่ขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป เพียงแต่ใช้ระบบธรรมชาติ น้องยินดีได้รับแรงบันดาลใจมาจากการไปเที่ยวชมสวนมอสกับคุณพ่อ จึงเกิดความสนใจในการเพาะเลี้ยงมอส และนำมาศึกษาต่อยอดกลายเป็นเครื่องกรองอากาศไบโอฟิลเตอร์ดังกล่าว น้องยินดีอธิบายถึงการทำงานของเครื่องกรองว่า เมื่อมีฝุ่นละอองเข้ามามอสจะจับเข้ากับฝุ่นเหล่านั้น และกรองออกซิเจนออกมาแทน นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก 4 หน่วยงานคือ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการดูเรื่องพันธุ์พืช ภาควิศวกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการดูเรื่องโครงสร้างเครื่อง ภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยลาดกระบัง ดูเรื่องระบบควบคุม โดยในอนาคตน้องยินดีจะนำแนวคิดทั้งหมดไปจดสิทธิบัตร และทำวิจัยกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เพื่อเป็นการต่อยอดได้อย่างเต็มศักยภาพอีกด้วย อ้างอิง อ้างอิง อ้างอิงNatnaree TK | 2699 days ago
Read More02/03/2019
SpaceX เตรียมปล่อยต้นแบบยานขนส่งผู้โดยสารขึ้นสู่อวกาศแล้ว!
ภายใต้การจับมือกันของ NASA และ SpaceX นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สหรัฐจะได้กลับมาส่งนักบินอวกาศออกนอกโลกอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ห่างหายไปนาน โดย SpaceX มีกำหนดการจะปล่อยจรวด Falcon 9 ที่ทำหน้าที่ขนส่งแคปซูลผู้โดยสาร Dragon ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ที่ Florida's Kennedy Space Center ในวันเสาร์ เวลา 02:49 EST (07:49 GMT). ด้วยความมุ่งหวัง และความตั้งใจอันแรงกล้าของ Elon Musk ที่จะส่งคนไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร ทำให้โครงการนี้เดินหน้ามาอย่างรวดเร็ว ในการทดสอบครั้งนี้ SpaceX จะทำการส่งแคปซูลโดยสารขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ โดย Falcon 9 จะถูกนำมาใช้งานในภารกิจนี้ ก่อนหน้านี้มันได้มีการทดสอบใช้งานจริงมามากมายภายใต้การเป็นยานขนส่งที่สามารถนำชิ้นส่วนบางอย่างกลับมาใช้ใหม่ได้ของอเมริกา ส่วนด้านแคปซูลโดยสาร Dragon ก็มีต้นแบบมาจากยานขนส่งของของสถานีอวกาศนานาชาติ แต่ยานจะถูกปรับเปลี่ยนเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตภายในยานมากขึ้น ส่วนวิธีการจอดยานจะทำการติดตั้งระบบเทียบยานเข้ากับสถานีอวกาศนานาชาติ แทนที่การใช้แขนกลดึงกระสวยเข้าสถานีอย่างเช่นการขนส่งของ และนอกจากนี้ทางทีมสร้างยังเพิ่มร่มชูชีพเข้าไปเผื่อกรณีฉุกเฉินอีกด้วย ในการส่งแคปซูลผู้โดยสารครั้งนี้จะไม่มีลูกเรือไปกับยานโดยสาร แต่จะมีหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า Ripley โดยหุ่นนี้จะทำการบันทึกข้อมูลภายในยาน ให้ทาง SpaceX รู้ถึงสภาพภายในยานโดยสารและนำไปปรับปรุงแก้ไขในภายหลังได้ https://twitter.com/SpaceX/status/1101257584797872128?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1101257584797872128&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.bbc.com%2Fnews%2Fscience-environment-47414390 ในอดีตการส่งนักบินออกไปยังอวกาศจะเป็นหน้าที่ของ NASA…Natnaree TK | 2705 days ago
Read More27/02/2019
Google’s DeepMind พัฒนาเครื่องทำนายทิศทางลม เพิ่มมูลค่าพลังงานสะอาดถึง 20%
พลังงานลมหนึ่งในพลังงานสะอาดที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยวิธีการที่แสนง่ายในการสร้างพลังงานเพียงแค่กังหันลมหมุนก็จะสามารถปั่นไฟออกมาให้เราใช้ได้มันฟังดูง่ายใช่ไหมละ แต่จริงๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น การจะทำให้กังหันลมหมุนเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่คุณเอากังหันตั้งให้ถูกทิศทางลมเท่านั้นเอง แต่สำหรับการใช้ลมธรรมชาติปัญหาใหญ่มันก็เกิดขึ้น เมื่อเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลมจะมาจากทางไหน? ในขณะที่เราไม่สามารถควบคุมลมในธรรมชาติได้ Google’s DeepMind ก็ได้ปิ๊งไอเดียในการสร้างเครื่องมือเพื่อทำนายทิศทางลมที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไปขึ้นมา เมื่อต้นปีที่แล้ว Google และ DeepMind ได้เริ่มทดสอบเครื่องมือนี้บนกังหันของ Google ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพลังงานทดแทนของบริษัท พวกเขาป้อนข้อมูลพยากรณ์อากาศ และข้อมูลของกังหันลงในระบบการเรียนรู้ของเครื่อง เครื่องจะสามารถทำนายทิศทางลมได้ก่อนการเริ่มผลิตพลังงานถึง 36 ชม. นั่นทำให้ Google สามารถพูดได้เต็มปากว่าวิธีนี้จะสามารถจัดหาพลังงานได้ทั้งวันตามความต้องการของผู้ใช้แน่ๆ และด้วยสิ่งนี้ทำให้มูลค่าพลังงานลมของ Google เพิ่มสูงขึ้นถึง 20% ไม่เพียงเท่านั้นความคิดนี้สามารถกระตุ้นการใช้พลังงานลม และเป็นตัวอย่างการเรียนรู้ของเทคโนโลยี เพื่อนำมาแก้ปัญหาในขั้นตอนการผลิตได้อย่างดีทีเดียว อ้างอิงNatnaree TK | 2708 days ago
Read More21/02/2019
สถาบันเทคโนโลยี MIT พัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจับสิ่งของกับหุ่นยนต์โดยใช้คลื่นวิทยุ!
นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศอังกฤษ ได้พัฒนาระบบใหม่ให้กับหุ่นยนต์และแขนกล เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยิบจับสิ่งของมากยิ่งขึ้น โดยเรียกเทคโนโลยีใหม่นี้ว่า Turbo Track Turbo Track นี้คือ RFID หรือเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้ในการระบุสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยคลื่นวิทยุ แท็ก RFID จะถูกนำไปติดกับเป้าหมาย ทำให้หุ่นสามารถจับสัญญาณได้แม่นยำว่าเป้าหมายอยู่ตำแหน่งไหน ระบบนี้สามารถแทนที่การมองเห็นของคอมพิวเตอร์ซึ่งมักถูกจำกัด ด้วยสิ่งที่อยู่ในระยะมองเห็น และอาจสูญเสียการติดตามวัตถุในสถานการณ์ที่วุ่นวายและเมื่อวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว แต่ RFID สามารถระบุตำแหน่งของเป้าหมายผ่านกำแพงหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ได้ นักวิจัยหุ่นยนต์กล่าวว่า มันสามารถค้นหาเป้าหมายเจอภายใน 7.5 มิลลิวินาที โดยมีระยะการจับคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 1 เซนติเมตร เนื่องจากความแม่นยำและความผิดพลาดที่น้อยมากจากการใช้ Turbo Track มันจึงมีศักยภาพมากในการนำมาผลิตหุ่นยนต์และ แขนกลต่าง ๆ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้มันยังช่วยกำหนดรูปแบบการบินโดรน รวมถึงการส่งของที่แม่นยำ และที่สำคัญเทคโนโลยี RIFD นี้ราคาไม่แพง มันจึงเหมาะที่จะถูกนำมาปรับใช้กับหลาย ๆ สถานการณ์ อ้างอิงNatnaree TK | 2714 days ago
Read More19/02/2019
Audi เปิดตัวระบบ GLOSA เพื่อหลีกเลี่ยงการติดไฟแดง!
ก่อนหน้านี้ Audi ได้เปิดตัวระบบที่สามารถบอกคุณได้ว่าจะติดไฟแดงอีกนานแค่ไหน แต่วันนี้ Audi จะช่วยคุณหลีกเลี่ยงการติดไฟแดงเหล่านั้นด้วยระบบ GLOSA! เพราะตามทฤษฎีแล้วการขับรถโดยไม่หยุด ย่อมประหยัดเวลามากกว่าการจอดติดไฟแดง ถึงแม้ว่าจะขับในความเร็วที่น้อยกว่าก็ตาม Audi เตรียมเปิดตัว Green Light Optimization Speed Advisory (GLOSA) ระบบที่จะช่วยแนะนำความเร็วที่คุณควรขับ เพื่อไม่ให้คุณไปติดไฟแดง ระบบนี้เหมือนเป็นส่วนขยายของข้อมูลการจราจรบนท้องถนนเท่านั้น การแนะนำความเร็วและ TLI เป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติของ Audi Connect Prime ในปี 2017 และรุ่นที่ใหม่กว่าอย่าง A3 และ TT ถึงอย่างไรก็ตามการใช้งานระบบเหล่านี้ยังคงจำกัดใน 13 เขตเมืองรวมถึง Dallas, Denver, Gainesville, Houston, Kansas City, Las Vegas, Los Angeles, New York (White Plains), Orlando, Phoenix, Portland, San Francisco…Natnaree TK | 2716 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 4 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 15 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 15 days ago
Read More






























