ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| wuhan
Read More

WHO เตรียมเผย ‘ต้นกำเนิดโควิด’ แง้มการแพร่ระบาดในช่วงต้นอาจกว้างกว่าที่เคยคาด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับศึกษาต้นตอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญกำลังทำรายงานสรุป และคาดว่าจะสามารถเผยแพร่ได้ในสัปดาห์หน้า ก่อนหน้านี้ คณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติขององค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลีย เดนมาร์ก เยอรมนี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ กาตาร์ รัสเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเวียดนามได้เดินทางไปยังนครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน บริเวณที่ตรวจพบเคสผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายแรก และใช้เวลาทั้งสิ้นรวม 4 สัปดาห์ ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดกำเนิดของโรคระบาด และได้เดินทางออกจากประเทศจีนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา การเดินทางครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่าย บ้างก็มองว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกับการเมืองของจีน และจีนจะให้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและให้เสรีภาพในการตรวจสอบจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คณะผู้เชี่ยวชาญมีท่าทีพอใจต่อการไปเยือนในครั้งนี้ และคาดว่าจะสามารถเผยแพร่รายงานขั้นสุดท้ายฉบับเต็มได้ในอีกไม่ช้า “การดำเนินงานทางวิทยาศาสตร์ครั้งนี้ มีความสำคัญมาก เรากำลังรอคอยที่จะได้รับรายงานทั้ง 2 ซึ่งจะเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป” ทีโดรสกล่าว “จากการพูดคุยกับสมาชิกบางส่วนในทีมดังกล่าว…
Covid Investigation in Wuhan
Covid Investigation in Wuhan
10/02/2021

องค์การอนามัยโลกแถลง โควิดไม่ได้หลุดจากแล็บในเมืองอู่ฮั่น ขณะที่สหรัฐฯ ยังไม่ปักใจเชื่อ

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือจากหลายแหล่งและข้อสันนิษฐานมากมาย (หนึ่งในนั้นคือมาจากปากของ Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ว่า ไวรัสโควิด-19 นั้นอาจจะหลุดมาจากแล็บทดลองทางวิทยาศาสตร์ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ช่วงปลายปี 2019 ก่อให้เกิดโศกนาฎกรรมล้างโลกที่จนถึงตอนนี้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกร่วม 2.3 ล้านรายและมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 106 ล้านคน แต่ล่าสุดหลังจากส่งทีมสืบสวนโรคเข้าตรวจสอบในพื้นที่จริงแล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็แถลงยืนยันผลการสอบสวนว่า ไวรัสโควิดไม่ได้มีต้นตอมาจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่น Wangnan Liang ผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน หัวหน้าคณะสอบสวนที่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจาก WHO ได้แถลงว่า จากการเข้าสำรวจของ WHO ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนoนั้น ไม่พบหลักฐานว่าไวรัสมีอยู่ในเมืองก่อนเกิดการระบาดช่วงปลายปี 2019 และไม่พบว่ามีสัตว์ชนิดใดเป็นพาหะ แต่ก็ยังเชื่อว่าน่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจากสัตว์ แต่ยังไม่ทราบชนิด นอกจากนี้ทีมสอบสวนยังพบว่า ไวรัสสามารถแพร่เชื้อผ่านสินค้าที่ถูกควบคุมอุณหภูมิได้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ไวรัสจะแพร่มาจากประเทศอื่น ๆ ก่อนแล้วด้วย ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่าไวรัสร้ายนี้มีต้นกำเนิดมาจากค้างคาวหรืออาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ ที่เป็นพาหะซึ่งถ่ายทอดจากค้างคาวมายังมนุษย์ Peter Ben Embarek ผู้จัดการโครงการของ WHO กล่าวว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ไวรัสจะรั่วไหลออกจากห้องทดลองในเมืองอู่ฮั่นของจีน ทางด้าน Ned Price…
wuhan
23/05/2020

อู่ฮั่นออกคำสั่งห้ามกินสัตว์ป่าอีกต่อไป จากการแพร่ระบาดของ COVID-19

เจ้าหน้าที่เมืองอู่ฮั่นออกคำสั่ง 'ห้ามกินสัตว์ป่า' อย่างเป็นทางการ หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลท้องถิ่นของจีนเผยว่า อู่ฮั่นจะกลายเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้ามให้มีการล่าสัตว์ป่าแทบทุกชนิด ยกเว้นใช้เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การควบคุมประชากรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค และสถานการณ์พิเศษอื่น ๆ อีกทั้งห้ามเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อทำเป็นอาหารอีกด้วย อู่ฮั่นเป็นเมืองที่มีประชากร 11 ล้านคนในมณฑลหูเป่ย นับเป็นจุดเริ่มต้นของแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา สำหรับจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดนั้นยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่หนึ่งในจุดที่น่าสงสัยที่สุดคือตลาดขายส่งอาหารทะเล Huanan อันรวมถึงเป็นบริเวณที่มีรายงานการขายสัตว์ป่ากว่า 30 ชนิด เช่น ลูกหมาป่าที่ยังมีชีวิต จักจั่นสีทอง แมงป่องและชะมด เป็นต้น สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดคือไวรัสเกิดการแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนในตลาดสดนี่เอง จริง ๆ ประเทศจีนมีการนำสัตว์ป่ามารับประทานเป็นอาหารมานานแล้ว รวมถึงมีการเพาะเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารด้วย แต่หลังจากออกคำสั่งนี้ ผู้ที่มีอาชีพขยายพันธุ์สัตว์ป่าย่อมได้รับผลกระทบนี้ไปด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีประกาศช่วยเหลือสำหรับประชาชนที่ทำอาชีพเลี้ยงสัตว์ป่าเช่นเดียวกัน มาตรการของรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนที่ทำอาชีพเลี้ยงสัตว์ป่า ได้หันไปทำอาชีพ เกษตร ปลูกพืช ผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรเพื่อสนับสนุนการแพทย์แผนจีนต่อไป อ้างอิง Independent พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
28/03/2020

แพทย์จากอู่ฮั่นเผย Covid-19 อาจจะโจมตีระบบสืบพันธุ์ในเพศชายด้วย

กลุ่มแพทย์จากอู่ฮั่นกำลังเร่งศึกษาสมมติฐานในระยะยาวในเรื่อง ผลกระทบของไวรัสโคโรนาที่มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ในเพศชาย ในการนี้ทีมแพทย์ได้รวมกลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์ว่า จุลชีพก่อโรค Covid-19 นั้น มีผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเพศชายจริงหรือไม่? โดยเฉพาะในกลุ่มวัยหนุ่ม การศึกษาในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นต้น จึงยังไม่มีการเปิดเผยผลการวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบออกมาเป็นทางการ แพทย์ที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ เป็นกลุ่มนักวิจัยจากโรงพยาบาลจงหนาน และอีกกลุ่มหนึ่งจากคลินิกเพื่อสุขภาพก่อนและหลังคลอด แห่งมณฑลหูเป่ย ได้เผยความคืบหน้าในการวิจัยว่า พวกเขาได้ทำการเก็บตัวอย่างเลือดจากชาย 81 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 20 - 54 ปี ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา และเข้ารับการรักษาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้จะอายุ 38 ปี และพวกเขาจะมีอาการป่วยไม่รุนแรงนัก ทางแพทย์ได้ทำการขอตัวอย่างเลือดจากพวกเขาในวันสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล จากตัวอย่างเลือดที่ได้นั้นนำมาตรวจหาอัตราส่วนของ เทสโทสเตอโรน ที่เชื่อมโยงกับการหลั่ง ลูทีไนซิง ฮอร์โมน (T/LH) ถ้าอัตราส่วนของ (T/LH) ลดระดับลงเมื่อไหร่ จะก่อให้เกิดภาวะ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ hypogonadism อันสืบเนื่องมาจากระบบการทำงานในอัณฑะแปรปรวน ทำให้ผลิตฮอร์โมนเพศชายได้น้อยกว่าปกติ ระดับฮอร์โมนเพศชายจากผู้ป่วยไวรัส Covid-19 นั้น อยู่ที่ 0.74 ซึ่งเป็นเพียงครึ่งเดียวจากระดับมาตรฐาน อธิบายง่าย ๆ ให้เข้าใจถึงความสำคัญของ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) เสียหน่อย…
18/03/2020

หลากหลายข่าวดีท่ามกลางวิกฤตการณ์ Covid-19

นักวิทยาศาสตร์คิดค้นสารสร้างภูมิต้านทานไวรัสโคโรนาได้แล้ว ผู้ป่วย Covid-19 รายแรกของอินเดีย ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว ผู้ป่วยติดเชื้อ Covid-19 ที่อายุน้อยที่สุดในโลก อาการดีขึ้นแล้ว จีนปิดทำการโรงพยาบาลเฉพาะกิจแห่งสุดท้ายแล้ว อัตราผู้ติดเชื้อใหม่ในอิตาลีลดลงเป็นวันแรก หลากหลายข่าวดีเริ่มทยอยมาให้เราได้รับรู้กันบ้าง ท่ามกลางความเครียดจากมาตรการที่ออกมาบังคับใช้ ปิดธุรกิจห้างร้าน งดกิจกรรมการชุมนุม ระงับการเดินทางไกล รักษาระยะห่างระหว่างผู้คน เผื่อว่าข่าวดีเหล่านี้จะได้ช่วยให้มีกำลังใจในการฝ่าฟันวิกฤตนี้ให้รอดพ้นไปด้วยกันโดยเร็ววัน   1.กลุ่มนักวิจัยอเมริกัน คิดค้นวักซีน Covid-19 ได้แล้ว อยู่ในขั้นทดลองใช้กับอาสาสมัคร นักวิทยาศาสตร์จาก สถาบันวิจัย ไคเซอร์ เพอร์มาเนนเท รัฐซีแอตเทิล ได้ทำการทดสอบวัคซีนต้านไวรัสโคโรนารอบแรกกับอาสาสมัครจำนวน 12 คน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เจนนิเฟอร์ ฮาลเลอร์ อาสาสมัครวัย 43 ปี แม่ของลูกสาววัยรุ่น 2 คน ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวพร้อมรอยยิ้มว่า "รู้สึกเยี่ยมมาก การได้เป็นอาสาสมัครนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับฉันที่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์"     https://www.instagram.com/p/B9nNOovJXFS/?utm_source=ig_embed&utm_campaign=loading 2.บรรดาโรงกลั่นสุราในสหรัฐฯ ผลิตเจลทำความสะอาดมือเพื่อแจกให้ประชาชนใช้ฟรี ในสภาวะที่ทั่วโลกกำลังขาดแคลนหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ บรรดาโรงกลั่นสุราในหลาย ๆ รัฐ แอตแลนตา, พอร์ตแลนด์,…
03/03/2020

บังเอิญได้อย่างเหลือเชื่อ! ดีน คุนตซ์ นักเขียนอเมริกัน เอ่ยถึง “ไวรัสโคโรนา” ในนิยายปี 1981

ดีน คุนตซ์ เป็นนักเขียนนิยายชาวอเมริกันชื่อดัง เขาเขียนผลงานออกมาแล้วกว่า 100 เรื่อง ยอดขายรวมแล้วกว่า 450 ล้านเล่ม ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้วถึง 17 เรื่อง ปัจจุบัน ดีน ยังมีชีวิตอยู่ในวัย 74 ปี เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ นิก ฮินตัน ซึ่งน่าจะเป็นแฟนนิยายตัวยงของ ดีน คุนตซ์ ได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่า "นิยายของ ดีน คุนตซ์ ที่เขียนไว้ในปี 1981 ได้ทำนายการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา" พร้อมกับภาพจากหน้าปกนิยายและหน้าในหนังสือที่พูดถึงเรื่องนี้ไว้ด้วย https://twitter.com/NickHintonn/status/1228896027987660800?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.foxnews.com%2Fentertainment%2Fmystery-1981-dean-koontz-thriller-predicting-coronavirus-outbreak-debunked จากนิยายเรื่อง "The Eyes of Darkness" เป็นนิยายแนวระทึกขวัญ ที่น่าตกใจก็คือ ดีน คุนตซ์ ตั้งชื่อไวรัสนี้ว่า "Wuhan-400" ตั้งชื่อตามเมืองหนึ่งในประเทศจีน ที่เป็นจุดศูนย์กลางของการแพร่ระบาดจากไวรัสตัวนี้ ผลของมันคือมีผู้ติดเชื้อมากถึง 84,000 คน ใน 48 ประเทศ ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนโรคปอดบวม…
06/02/2020

ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในทารกแรกคลอด ถ่ายทอดจากครรภ์มารดาที่ติดเชื้อ

ทารกแรกเกิดไม่เปิดเผยเพศ คลอดจากครรภ์มารดาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. 2563 ทางแพทย์มีความกังวลกันมากว่าทารกจะได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาผ่านทางมดลูกของมารดา เหตุจากมารดาเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส หลังจากคลอดมาได้ 30 ชั่วโมง ถ้าแพทย์ก็นำทารกน้อยเข้ารับการวินิจฉัยหาเชื้อไวรัสโคโรนา แล้วก็เป็นที่น่าเสียใจที่ผลยืนยันว่าทารกมีเชื้อไวรัสโคโรนา หลังตรวจบว่าติดเชื้อทางแพทย์ก็ทำการส่งตัวหนูน้อยไปที่โรงพยาบาลเด็กอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการดูแลเด็กที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทันที ขณะนี้อาการของทารกน้อยยังปกติดี แต่ก็อยู่ในภาวะเฝ้าระวังจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด นายแพทย์เซ่ง หลิงกง หัวหน้าแพทย์ประจำหน่วยกุมารเวชศาสตร์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "กรณีนี้ช่วยทำให้เรารู้ว่าไวรัสโคโรนาได้เพิ่มช่องทางใหม่ในการแพร่เชื้อ ด้วยวิธีการตรงจากแม่สู่ลูกในครรภ์" ทารกรายนี้เป็นรายที่สองที่ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา ก่อนหน้านี้มีทารกอายุ 17 วัน ที่ตรวจพบว่าได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา เดิมทีทารกคลอดออกมาได้แข็งแรงสมบูรณ์ดีเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2020 แต่แล้วทางครอบครัวก็ได้จากพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยดูแลเด็กเมื่อวันที่ 22 มกราคม แต่แล้วก็เกิดเหตุน่ากังวลใจ เมื่อตรวจพบว่าพี่เลี้ยงก็ติดเชื้อไวรัสโคโรนาไม่นานจากนั้น ทางทีมแพทย์นำตัวแม่ไปตรวจเช็กอาการในวันที่ 26 มกราคม แล้วก็พบว่าเธอติดเชื้อไวรัสโคโรนา หลังจากนั้น 3 วัน ทารกก็เริ่มแสดงอาการของไวรัส ทางแพทย์ยืนยันว่าทารกติดเชื้อไวรัสโคโรนาในวันที่ 31 มกราคม เคสนี้ยังเป็นที่สงสัยว่าที่จริงแล้วตัวทารก ได้รับเชื้อมาจากมารดาหรือว่าพี่เลี้ยงกันแน่ ทำให้ทีมแพทย์ยังไม่สามารถยืนยันเป็นทางการได้ว่า ทารกทุกรายจะได้รับเชื้อจากมาราดที่มีเชื้ออยู่ก่อนหน้าแล้วหรือไม่ ในภาพเป็นทารกอีกรายที่เพิ่งคลอดมาเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.พ. ที่โรงพยาบาล…
05/02/2020

สาวจีนหัวไว แกล้งไอก่อนบอกโจรว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา รอดพ้นจากการถูกข่มขืน

เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 ในเมืองจิ่งซาน "หยี"สาวผู้ประสบเหตุเล่าให้ตำรวจฟังว่าเธออยู่ในบ้านเพียงคนเดียว ตอนที่มีชายบุกเข้ามาในบ้านเธอ และหมายจะข่มขืนเธอ เจ้าโจรหื่นใช้มือข้างหนึ่งบีบคอเธอไว้ แล้วมืออีกข้างปิดปากเธอไว้ แต่ฉับพลันสมองเธอก็ได้ไอเดียที่จะหลุดจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ หยีแกล้งไอออกมา ทำให้โจรชะงัก เธอได้โอกาสบอกกับโจรว่า เธอเพิ่งกลับมาจากอู่ฮั่น และเธอเริ่มป่วยสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา แล้วที่เธออยู่บ้านคนเดียว เพราะกักตัวเองไม่ให้ไปแพร่เชื้อใส่คนอื่น ข้ออ้างเธอทำให้โจรเชื่อได้สนิทใจ เพราะเมืองจิ่งซานอยู่ห่างจากอู่ฮั่นเพียงแค่ขับรถ 3 ชั่วโมงเท่านั้น อุบายได้ผล โจรหนุ่มล้มเลิกความคิดที่จะข่มขืนหยี แต่ก็คว้าเงินสดของเธอไปจำนวน 3,080 หยวน (ประมาณ 10,700 บาท) ก่อนที่จะหลบหนีไป พอรอดมาได้ หยีก็รีบโทรแจ้งตำรวจ แล้วเล่าเหตุการณ์ให้ฟังพร้อมบรรยายรูปพรรณสัณฐานให้ตำรวจฟัง แต่ตำรวจก็ยอมรับว่าการตามหาคนร้ายในคดีนี้ เป็นไปได้ยาก เพราะช่วงนี้ชาวเมืองเกือบทุกคนล้วนแต่ใส่หน้ากากอนามัยกันทั้งนั้น แต่สุดท้ายตำรวจก็เบาแรง ไม่ต้องทำพยายามตามจับคนร้ายอีกต่อไป เพราะพ่อของคนร้ายลากตัวลูกชายมามอบตัวให้กับตำรวจเอง คนร้ายชื่อเสี่ยว เป็นหนุ่มวัย 25 ปี ที่เป็นชาวบ้านในเมืองจิ่งซานนั่นเอง แต่แหล่งข่าวไม่ได้อธิบายว่าทำไมพ่อของเสี่ยวถึงตัดสินใจเอาตัวลูกชายมาส่งมอบกับตำรวจด้วยตัวเอง เสี่ยวรับสารภาพผิด ว่าเขาไม่มีเงินติดตัวเลย ความตั้งใจแรกที่ดอดเข้าไปในบ้านหยี เพราะตั้งใจจะขโมยเงินและทรัพย์สิน แต่พอเห็นว่าหยีอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว เลยเกิดความคิดที่จะข่มขืน แต่ด้วยความกลัวที่จะติดไวรัสโคโรนาเลยล้มเลิกความตั้งใจ แล้วเอาแต่เพียงเงินสดก่อนหนีออกมา  …
27/01/2020

จีนยืนยัน ตลาดสดอู๋ฮั่นคือต้นตอของไวรัสโคโรนา 2019

หลังจากมีการคาดการณ์มาสักระยะว่าไวรัสโคโรนา 2019 นั้นน่าจะเกิดมาจากการที่มนุษย์รับประทานสิ่งมีชีวิตในตลาดสดอู๋ฮั่น วันนี้ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีนหรือ CDC ประสบความสำเร็จในการแยกเชื้อไวรัสโคโรนาจากตัวอย่างที่เก็บในตลาดสดอู๋ฮั่น ซึ่งการแยกเชื้อดังกล่าวสามารถบ่งชี้ได้ว่าไวรัสโคโรนามีต้นกำเนิดมาจากตลาดสดจริง ๆ ค่ะ คณะผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันควบคุมและป้องกันโรคจากเชื้อไวรัสแห่งชาติได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างตั้งแต่วันที่ 1-12 มกราคม กว่า 33 รายการจากทั้งหมด 585 รายการที่รวบรวมจากตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานในอู๋ฮั่นมีกรดนิวคลิอิกของไวรัสโคโรนาอยู่ จากการเก็บตัวอย่างทางตะวันตกของเมืองซึ่งเป็นบริเวณที่มีการขายสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก พบว่าตัวอย่าง 31 รายการจากทั้งหมด 33 รายการมีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นั่นหมายความว่าการแพร่ระบาดของเชื้อนั้นมีความเกี่ยวพันกับการค้าสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก จากการค้นพบดังกล่าวจึงทำให้ยืนยันได้แล้วว่าตลาดสดในอู๋ฮั่นนั่นเป็นที่แพร่เชื้อไวรัสโคโรนาขนาดใหญ่เลยค่ะ อ้างอิง Xinhuathai   พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Natnaree TK | 2187 days ago
Read More
24/01/2020

จีนเร่งสร้างโรงพยาบาลขนาด 1,000 เตียงคนไข้ ให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อรับมือไวรัสโคโรนา

นาทีนี้ไวรัสโคโรนาเป็นหัวข้อความสนใจจากทั่วโลก ที่ต่างร่วมมือกันระแวดระวังการแพร่ระบาด อันมีจุดเริ่มต้นมาจากเมืองอู๋ฮั่น ประเทศจีน ที่คาดการว่าเริ่มแพร่ระบาดมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และเริ่มขยายขีดความรุนแรงมาในระดับติดต่อได้จากคนสู่คน ขณะนี้ทุกสนามบินต่างคุมเข้มผู้โดยสารขาเข้ากันอย่างเข้มงวด เพื่อจำกัดการขยายตัวของการแพร่ระบาดไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เช่นเดียวกับประเทศจีนก็เร่งหาทางแก้ไขและควบคุมการแพร่ระบาดโดยเร่งด่วน เพื่อแสดงความรับผิดชอบในฐานะประเทศต้นกำเนิดไวรัส จีนจะแสดงศักยภาพในฐานะประเทศมหาอำนาจและผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ด้วยการสร้างโรงพยาบาลขนาด 1,000 เตียงคนไข้ โดยจะเริ่มต้นภายในสุดสัปดาห์ แต่ที่น่าตื่นตะลึงมากคือทางการจีนประกาศว่าโรงพยาบาลนี้จะพร้อมเปิดดำเนินการภายในสัปดาห์หน้านี้เลย ที่ต้องตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างเร่งด่วนนี้ เพราะในขณะนี้อัตราการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนานี้มีอัตราการแพร่ระบาดอย่างน่าเป็นห่วง ขณะที่เขียนข่าวนี้ มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนามากถึง 25 รายแล้ว มีผู้ติดเชื้อไปแล้วมากกว่า 800 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในตอนกลางของเมืองอู๋ฮั่น แน่นอนว่าสถานการณ์นี้อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังขององค์การอนามัยโลก ที่ประกาศว่านี่คือ สภาวะฉุกเฉิน แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการแพร่ระบาดในระดับสากล ขณะนี้ทางการจีนได้เริ่มเตรียมการสร้างโรงพยาบาลฉุกเฉินนี้ไปบางส่วนแล้ว คนงานก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นแรงงานในพื้นที่ พื้นที่ในการก่อสร้างนี้จะสร้างขึ้นในสวนริมทะเลสาบแถบชานเมืองอู๋ฮั่น โดยรูปแบบอาคารนั้นจะเป็น Prefabricated Building หรือการสร้างด้วยระบบก่อสร้างแบบสำเร็จรูป ในขั้นตอนปรับเตรียมพื้นที่ ที่จะเริ่มลงมือในเสาร์-อาทิตย์นี้นั้น จะใช้รถขุดจำนวน 35 คัน, รถตักดินอีก 10 คัน ซึ่งเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่คืนพฤหัสที่ผ่านมาแล้ว ภายในวันจันทร์พื้นที่ก็จะพร้อมสำหรับขั้นตอนการก่อสร้างอาคาร การสร้างด้วยโครงสร้างสำเร็จรูปเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังใช้ต้นทุนในการก่อสร้างไม่สูงนัก เมื่อโรงพยาบาลเร่งด่วนนี้พร้อมดำเนินงาน จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์ในสถานการณ์นี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดด้วยการสร้างโรงพยาบาลแบบเร่งด่วนฉับพลัน แต่จีนเคยทำแบบนี้มาแล้วในปี 2003…

PR Partners

See All
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True
15/01/2026

ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน

ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง “ฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่ทำให้บริการออนไลน์ การเรียนรู้ และการทำธุรกิจดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงในวงกว้าง เชื่อมโยงผู้คนและผู้ประกอบการไทยสู่โอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ขยายโอกาสการเงินดิจิทัล ตั้งแต่ Wallet รายแรกของประเทศ สู่ก้าวใหม่ระบบการเงินยุคดิจิทัล ในโลกยุคใหม่ การเข้าถึงบริการทางการเงินกลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย โดยนายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Wallet รายแรกของประเทศไทย ผ่าน TrueMoney ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเงินดิจิทัลที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวกและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการเงินยุคใหม่ผ่าน Virtual Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับนวัตกรรม เพิ่มการแข่งขัน และทำให้ระบบการเงินไทยตอบโจทย์อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
15/01/2026

ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…
13/01/2026

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…