Tags
| ความเครียด
19/10/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 134 days ago
คนวัยทำงานเสี่ยง ‘หมดไฟ’ เกินครึ่ง แต่แค่ไปเที่ยวก็ช่วยได้
ทำไมหันไปทางไหนก็เจอแต่คนหมดไฟ ? ผลสำรวจจากงานวิจัย 'Burnout In The City' มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าคนทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 69% มีภาวะหมดไฟหรือเสี่ยงหมดไฟ โดยแบ่งเป็นภาวะหมดไฟ 12% และมีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟอีก 57% ซึ่งอาจสะท้อนว่าการทำงานหนักเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จหรือความหมายของชีวิตอีกต่อไป แต่ท่ามกลางโลกที่หยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ เราจะป้องกันหรือรับมือกับภาวะนี้ได้ยังไง ? คำตอบของคำถามนี้อาจง่ายและใกล้ตัวกว่าที่คิด และหนึ่งในทางออกนั้น คือ การเดินทาง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้นิยามภาวะหมดไฟไว้ว่าเป็น "ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการทำงาน" (Occupational Phenomenon) ซึ่งเกิดจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีลักษณะ 3 อย่างที่สามารถสังเกตได้ ถ้าคุณรู้หรือสัมผัสได้ว่าคุณกำลังเผชิญกับความคิดและพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ การเลือกที่จะออกเดินทางไปพักผ่อนอาจเป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การใช้เงินเพื่อความสนุกชั่วคราว แต่คือการลงทุนที่จำเป็นต่อสุขภาพจิตที่ช่วยป้องกันภาวะหมดไฟ ซึ่งอธิบายได้ด้วยมุมมองทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ของการ "เปลี่ยนที่" การพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนบรรยากาศ แต่เป็นการรีเซตระบบการทำงานของสมองและร่างกายครั้งใหญ่ งานวิจัยในตำนานอย่าง Framingham Heart Study ซึ่งเป็นการศึกษาติดตามผลระยะยาว พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจว่า ผู้ชายที่ไม่ได้ลาพักร้อนเป็นเวลาหลายปี มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจวายสูงกว่าคนที่ลาพักร้อนเป็นประจำถึง 30% และในผู้หญิงก็ให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพักผ่อนส่งผลดีต่อสุขภาพกายที่เชื่อมโยงโดยตรงมาจากการลดความเครียดสะสม เที่ยวไทย…25/07/2024
5 วิธีจัดการกับความเครียดและภาวะวิตกกังวล
ในยุคที่โลกหมุนไวกว่าความคิด ความเครียดและความวิตกกังวลก็เหมือนแขกไม่ได้รับเชิญที่มาเยือนชีวิตเราบ่อย ๆ วันนี้เรามี 5 วิธีเด็ด ๆ ที่จะช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดเหล่านั้นได้อย่างมือโปร เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตให้สดใสไร้กังวลกันเลยกฤษณา กาญจนเพ็ญ | 585 days ago
Read More18/07/2024
การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกบุคลิกภาพของเจ้าของ
การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำเพื่อเพิ่มความสุขและสีสันในชีวิต สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดไม่เพียงแค่เป็นเพื่อนที่ดี แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าของด้วย การเลือกเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากจะบ่งบอกถึงความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว ยังสามารถบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าของได้เช่นกัน การเลี้ยงสัตว์เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนความรับผิดชอบ ความอดทน และการดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงยังสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเราอีกด้วย มาดูกันว่า การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเจ้าของได้บ้าง 1. สุนัข บุคลิกภาพ: ผู้ที่เลี้ยงสุนัขมักจะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ชอบเข้าสังคม และมีความอดทน สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของมีความรับผิดชอบและใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยง 2. แมว บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงแมวมักจะเป็นคนที่มีความเป็นอิสระ ชอบความสงบ และมีความคิดสร้างสรรค์ แมวเป็นสัตว์ที่ดูแลตัวเองได้ดี และต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความเข้าใจและเคารพในความเป็นอิสระของผู้อื่น 3. นก บุคลิกภาพ: เจ้าของนกมักจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความสวยงาม และมีความสงบ นกเป็นสัตว์ที่มีสีสันและเสียงร้องที่ไพเราะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของชื่นชอบความงามและความรื่นรมย์ในชีวิต 4. ปลา บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงปลามักจะเป็นคนที่มีความใจเย็น ใส่ใจในรายละเอียด และมีความสงบ การดูแลตู้ปลาให้สะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับปลา ต้องการความอดทนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง 5. หนูแฮมสเตอร์ หรือหนูตะเภา บุคลิกภาพ: เจ้าของหนูแฮมสเตอร์หรือหนูตะเภามักจะเป็นคนที่ชอบความน่ารัก ความสนุกสนาน และมีความเป็นเด็กในใจ หนูเหล่านี้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและชอบเล่น ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความใส่ใจและชื่นชอบความสนุกสนานในชีวิต…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 592 days ago
Read More05/06/2024
ความสิ้นหวัง ก้นบึ้งแห่งจิตใจที่ ‘เวลา’ ช่วยเยียวยาได้
“ความสิ้นหวัง” คือความรู้สึกและอารมณ์ที่เป็นขั้วตรงข้ามกับ “ความหวัง” ความสิ้นหวัง คือ การขาดความหวัง มีความรู้สึกว่าปัญหาที่เจออยู่จะไม่มีทางดีขึ้นไปมากกว่านี้ได้แล้ว เป็นความรู้สึกที่บั่นทอนพลังใจมาก และถ้าหากบุคคลใดพบกับความสิ้นหวังรุนแรง อาจนำไปสู่ความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง หรืออยากลาจากโลกนี้ไปได้ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกสิ้นหวังได้เสมอไป เช่น แต่อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถหาวิธีการจัดการกับความรู้สึกสิ้นหวังได้ ในยามที่คุณเผชิญกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ลองทำตามคำแนะนำนี้ สุดท้ายคือการปล่อยให้เวลาได้เข้าไปเยียวยาหัวใจของคุณ ไม่มีความสุขไหนที่จะคงอยู่ตลอดไป และก็ไม่มีความทุกข์ไหนที่จะคงอยู่ตลอดกาล ขอให้คุณค่อย ๆ ปรับใจของตัวเองให้ดีขึ้นในแต่ละวัน วันละเล็ก วันละน้อย หัวใจของคุณก็จะกลับมาสดใสได้อีกครั้งอย่างแน่นอนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 635 days ago
Read More05/06/2024
แผลทางใจมือสอง (Secondary Traumatization) เรื่องใหญ่สำหรับคนให้คำปรึกษา
“เรื่องของเขา แต่เราเจ็บ !” แผลทางใจมือสอง หรือ Secondary Traumatization คือภาวะ “ความเครียด” ที่ผู้ให้คำปรึกษาต้องแบกรับ และบางครั้งก็กลายมาเป็นแผลในใจแบบไม่รู้ตัว แผลทางใจมือสอง จะเกิดขึ้นเมื่อเราได้ไปรับฟังปัญหาความทุกข์ของผู้อื่น หรือมีคนนำเรื่องหนัก ๆ มาปรึกษาด้วย แม้การแชร์ประสบการณ์เหล่านั้นจะจบลงแล้ว แต่ผู้ที่รับฟังก็เกิดความรู้สึกจมดิ่งไปกับเรื่องที่ได้ยิน และสลัดความรู้สึกนั้นออกไปไม่ได้ จนเกิดความเครียด และรู้สึกทุกข์ตามมา ซึ่งเรื่องใหญ่ที่มักก่อให้เกิดแผลทางใจมือสอง เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการประสบกับภาวะแผลทางใจมือสอง เช่น นักบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ที่มักให้คำปรึกษาคนอื่น มักมีคนมาระบายทุกข์ด้วย นอกจากนี้ สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทของผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์หนัก ก็มีความเสี่ยงที่จะทุกข์จากปัญหาของคนที่ตัวเองสนิทด้วยเช่นกัน อาการของผู้ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะ แผลทางใจมือสอง ทั้งนี้นอกเหนือไปจากการมอบความใส่ใจ พร้อมให้คำปรึกษาที่ดีกับผู้อื่นแล้ว ผู้ที่ให้คำปรึกษาเองก็ควรที่จะหาทางระบายความเครียดของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน รักษาชีวิตให้มีความสมดุล มีความเข้าใจต่อปัญหาชีวิตของผู้อื่น ในแบบที่ไม่นำเรื่องนั้นกลับมาทำร้ายตัวเอง เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถดูแลผู้อื่น ไปพร้อม ๆ กับการดูแลตัวเองได้อย่างมีคุณภาพภูษิต เรืองอุดมกิจ | 635 days ago
Read More27/05/2024
Anticipatory Anxiety วิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น
ทุกคนเคยเป็นกันไหม ? มีความกังวล คิดมากเกี่ยวกับอนาคต จนทำให้ชีวิตในปัจจุบันไม่มีความสุข เพราะรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวตลอดเวลา ความกังวลประเภทนี้เราเรียกว่า Anticipatory Anxiety เอาละ ลองมาสำรวจกันดีกว่าว่า คุณมีความกังวลต่ออนาคตมากน้อยขนาดไหน กับการตอบคำถามว่า “คุณมีความกังวลเหล่านี้เป็นประจำหรือไม่?” ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด Anticipatory Anxiety เช่น วิธีจัดการ Anticipatory Anxiety ด้วยตัวเอง การอดนอนหรือนอนน้อย จะยิ่งทำให้อาการความวิตกกังวลแย่ลง ขอแนะนำให้คุณฝึกหายใจหรือทำสมาธิ ซึ่งอาจทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่ ! สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ “เรื้อรัง” ควรไปพบคุณหมอ เพราะการทำสมาธิอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป สุดท้าย เราอยากให้คุณค้นหาว่า “สาเหตุ” ของความวิตกกังวลนั้นเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ และให้เริ่มแก้จากจุดนั้น ซึ่งก็จะช่วยคลายความวิตกกังวลไปได้มาก หรือถ้าพยายามแก้ไขด้วยตัวเองแล้วก็ยังไม่ได้ผล การเข้ารับการบำบัดกับคุณหมอจิตแพทย์ก็ยังคงเป็นทางออกที่ดีอยู่เสมอภูษิต เรืองอุดมกิจ | 644 days ago
Read More27/05/2024
การบ่นเรื่องงานในเชิงอวดทำให้คุณดูน่าเบื่อ ไร้ความสามารถ และยังทำคนอื่นเครียดตามไปด้วย
ความเครียดในที่ทำงานเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ แต่คุณเคยเจอคนที่อวดเรื่องความเครียดเกี่ยวกับการทำงานบ่อย ๆ ไหม “งานนี้เครียดมากเลยนะ” “ได้งานเพิ่มอีกแล้ว แค่นี้ก็เยอะจะแย่” หรือ “แกลองมาเป็นฉันดูว่ามันเครียดขนาดไหน” ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนคนที่บ่นเรื่องงาน แต่คนจำนวนไม่น้อยเอาความเครียดจากภาระงานมาเป็นถ้วยรางวัลในการทำงาน แล้วเล่าให้คนอื่นฟังเพื่อแสดงถึงความทุ่มเทและการทำงานหนักมากกว่าคนอื่น มากกว่าการระบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ราวกับว่าความเครียด และภาระงานควรจะเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน การอวดเรื่องงานยาก หรืองานเยอะเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้รู้สึกว่าคุณทำงานเยอะ และมีความสามารถในการจัดการงาน แต่ในทางตรงกันข้าม การสำรวจ และการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย (University of Georgia) ที่นำโดยเจสสิกา โรเดลล์ (Jessica Rodell) พบว่าคนที่อวดเรื่องความเครียดในการทำงานจะทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าคนที่อวดดูมีความสามารถน้อยลง และเป็นที่ชื่นชอบน้อยลงแทน ทีมของเจสสิกาได้ทำการสำรวจขึ้นในคน 360 คน เพื่อตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนร่วมงานสมมติ (Imaginary Co-worker) ที่ไปเข้าร่วมการประชุมในด้านความชื่นชอบ ความสามารถ และความรู้สึกอยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงาน โดยกำหนดให้เพื่อนร่วมงานสมมติที่ชอบอวดเรื่องความเครียดพูดถึงการประชุมสมมติว่า ซึ่งคนที่เข้าร่วมก็ให้คะแนนเพื่อนร่วมงานกลุ่มนี้ ทั้งในด้านความชื่นชอบ และด้านความสามารถในระดับต่ำ และผู้เข้าร่วมยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ความช่วยเหลือเรื่องงานกับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ด้วย นอกจากนี้ทีมของเจสสิกายังได้เก็บข้อมูลจากคนอีก 218 คนที่เคยเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบอวดเรื่องความเครียดจากงานในชีวิตจริง ซึ่งพบว่าคนที่ทำงานกับคนกลุ่มนี้มีระดับความเครียด และภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 644 days ago
Read More23/05/2024
Digital Wellbeing: สมดุลชีวิตดิจิทัลเพื่อสุขภาวะที่ดีของวัยทำงาน
“ทุกวันนี้ เรากำลังควบคุมเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีกำลังควบคุมเรา ?” ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร การหาข้อมูลความรู้ และความบันเทิงต่าง ๆ จนบางครั้งเราอาจละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า การใช้เทคโนโลยีที่มากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตาพร่ามัว นอนหลับยาก เครียด วิตกกังวล เป็นต้น การมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับวัยทำงาน รวมไปถึงพลเมืองดิจิทัลทุกคน บทความนี้จะนำเสนอเทคนิคการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อให้วัยทำงานสามารถสร้างสมดุลชีวิตดิจิทัลแบบง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และแนะนำการใช้แอปพลิเคชันเพื่อสร้าง Digital Wellbeing ผ่านอุปกรณ์ที่คุณมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงบวก เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ให้ส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันและมีสุขภาพที่ดี ทำไม Digital Wellbeing จึงสำคัญสำหรับวัยทำงาน? วิธีสร้าง Digital Wellbeing การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ จึงควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอ โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 8…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 648 days ago
Read More30/04/2024
Digital Fatigue โรคอนาคตของคนดิจิทัล
“Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ก่อนไปทำความรู้จักกับเทรนด์ของโรคในอนาคตที่ระบาดไวกว่าที่ทุกคนคิดในชีวิตของคนดิจิทัลอย่าง Digital Fatigue นี้ เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าครับ ว่าทุกวันนี้คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ? อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ Digital Fatigue หากเช็กแล้วพบว่าคุณมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 5-6 ข้อ แสดงว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น Digital Fatigue แล้วครับ ไม่เคลื่อนไหว แต่ทำไมเหนื่อย ? “Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เปิดหน้าจอหลายจอ หรือทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ซึ่งความอ่อนล้าดังกล่าวทำให้เราหมดพลังงาน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และอาจทำลายสุขภาพร่างกายได้ ความเหนื่อยล้าดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุจากการนั่งทำงานผ่านจอนาน ๆ เท่านั้น บางคนเกิดภาวะ Digital Fatigues จากการการเสพติดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 671 days ago
Read More22/04/2024
Retail Therapy แก้เครียดด้วยการช็อปปิ้งที่อาจทำให้คุณเครียดกว่าเดิม
แค่ออกไปช็อปปิ้ง (ราชบัณฑิตยสภาพ: ชอปปิง)ก็ช่วยลดความเครียดได้จริง! แต่ระวังช็อปหนักไป เครียดกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัว ในวงการจิตวิทยาเราเรียกการออกไปช็อปปิ้งสิ่งนี้ว่า “Retail Therapy” หรือการบำบัดใจด้วยการช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ และเป็นกันทั่วโลก นักวิจัยจาก Pennsylvania State University เคยทำแบบสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพบว่า 62 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาออกไปช็อปปิ้ง เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เหตุผลที่ทำให้การช็อปปิ้งทำให้เรามีอารมณ์ที่ดีขึ้น ก็เพราะว่า การออกไปซื้อของหรือเลือกสินค้าต่าง ๆ ทำให้เรากลับมาโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แทนที่จะเอาใจไปจดจ่ออยู่กับความทุกข์ และยังทำให้เราสัมผัสอำนาจในตัวเอง ที่อยากจะตัดสินใจซื้ออะไรก็ได้ และรู้สึกว่าเราควบคุมชีวิตของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใช้เงินแบบไม่บันยะบันยัง ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าไม่มีเงินใช้จ่ายพอกับเรื่องอื่น ๆ หรือสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเพราะเป็น “หนี้” ดังนั้น คุณสามารถออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดได้ แต่ก็อย่าลืมบริหารงบของตัวเองให้ดี ๆ และการทำ Retail Therapy ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อของชิ้นใหญ่ หรือซื้อของที่มีราคาแพงเสมอไป แค่ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ ราคาแค่ไม่กี่บาทก็ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว เพราะวิธีคลายเครียดที่ดี ควรเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาเพิ่มเติม และการเลือกซื้อของที่คุณชอบจริง ๆ หรือซื้อมาแล้วใช้งานได้จริง ก็จะทำให้คุณเกิดความแฮปปี้มากขึ้นเข้าไปอีกภูษิต เรืองอุดมกิจ | 679 days ago
Read More09/04/2024
สัญญาณเตือนภัย! อาการแบบไหนเข้าข่ายโรคแพนิก
โรคแพนิก (Panic Disorder) คือ ความกังวลในระดับขั้นกว่า ส่งผลทำให้ “ตื่นตระหนก” ทั้งกายและใจ ถ้าเป็นหนักอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โรคนี้เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติ (Automatic Nervous System) ทำงานผิดปกติ ซึ่งเจ้าระบบประสาทในส่วนนี้ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายหลายส่วน ถ้าระบบการทำงานรวน ก็จะส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน สัญญาณของโรคแพนิก สัญญาณเตือนภัย! ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคแพนิก ปัจจัยกระตุ้น ที่ทำให้เกิดโรคแพนิก โรค และอาการแพนิกเกิดได้จากหลายสาเหตุ และปัจจัย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น นอกจากนี้ การเกิดอาการแพนิกสามารถเกิดขึ้นได้แบบฉับพลัน แม้จะไม่มีสาเหตุของการทำให้เกิดการตื่นตระหนกตกใจก็ตาม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ทำให้ไม่กล้าออกไปไหน มีความวิตกจริตอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามโรคแพนิกนี้เป็นโรคที่รักษาให้หายได้ ด้วยการฝึกการหายใจเพื่อควบคุมสติ หรือในกรณีที่คุณมีอาการหนัก ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากคุณหมอ หรือนักจิตวิทยาเพิ่มเติม ซึ่งก็จะสามารถเยียวยาหัวใจของคุณให้กลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม และกลับมาใช้ชีวิตได้แบบเต็มที่ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 692 days ago
Read More16/02/2024
รถติดส่งผลกับสุขภาพจิตอย่างไรบ้าง?
รถติดนานจัดไม่ได้ทำให้เป็นแค่กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตด้วย ในปี 2565 กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่มีรถติด อันดับที่ 32 ของโลก และขึ้นมาติดเป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย จากการคำนวณพบว่าเราต้องเสียเวลาไปกับการติดแหง็กอยู่บนท้องถนน เป็นเวลานานถึง 67 ชั่วโมง หรือประมาณ 2.79 วัน / ปีเลยทีเดียว เสียเวลาไม่พอ แต่ปัญหารถติดยังทำให้เรามีความเสี่ยงต่อการเสียสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย! ปัญหาที่พบได้มากที่สุดและหลาย ๆ คน “กำลังเป็น” แบบไม่รู้ตัวก็คือ “โรคเครียด” ไม่ว่าคุณจะเป็นคนขับรถหรือเป็นผู้โดยสาร ถ้าต้องนั่งเซ็งไปกับรถติดเป็นเวลานาน ๆ ก็จะทำให้เกิดภาวะกดดัน “เมื่อไหร่จะขยับสักทีนะ!” ต่อมาคุณก็จะรู้สึกหงุดหงิด มีความกังวล และถ้าสะสมอารมณ์เหล่านี้เป็นเวลานาน ๆ คุณก็จะเป็นคนที่หงุดหงิดได้ง่ายมากแม้แต่กับเรื่องอื่น ๆ และความเครียดก็จะทวีความรุนแรงขึ้นด้วย จนอาจไม่อยากขับรถไปเลย ตอนนี้เราอาจจะยังแก้ปัญหารถติดไม่ได้ แต่มาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันก่อน ด้วยการเปลี่ยนเรื่องเสีย ๆ ให้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์และดีต่อใจกัน หรือใครมีกิจกรรมอะไรที่ชอบทำตอนว่าง ๆ ก็ลองเปลี่ยนมาทำบนรถ หรือถ้าช่วงเช้าพกอาหารเช้าไปกินบนรถก็ช่วยให้วันนี้คุณมีเรี่ยวแรงต่อสู้กับรถติด และงานมากขึ้น อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 745 days ago
Read More12/01/2024
รู้จัก Highly Sensitive Person คนอ่อนไหว ไวต่อความรู้สึกกับทุกเรื่อง บุคลิกที่คนดังหลายคนเป็น
Highly Sensitive Person (HSP) เรียกแบบทางการในภาษาไทยว่าบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูง ซึ่งการเป็นคนอ่อนไหวง่าย ไวต่อความรู้สึก และสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าจะแสง สี เสียง ดูเป็นสิ่งที่น่าจะรบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อย และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย แต่ความรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ใช่แค่นิสัย แต่จัดว่าเป็นบุคลิกอย่างหนึ่งที่มีที่มาที่ไป และคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คนที่มีบุคลิกอ่อนไหวง่าย สามารถถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การดูภาพยนตร์ที่มีฉากเศร้าเพียงเล็กน้อยอาจทำคนมีบุคลิกภาพนี้ต้องเสียน้ำตา หรือคำพูดหยอกที่ไม่จริงจังอาจทำให้คนกลุ่มนี้คิดมากไปเกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่ในขณะเดียวกันคนกลุ่มก็มีมุมมองความเข้าใจต่อโลกใบนี้ที่น่าสนใจด้วยเช่นเดียวกัน และบุคลิกที่อ่อนไหวง่าย และเฉพาะเจาะจง การทำความเข้าใจในตัวเอง การรับมือ และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งนี้ให้ได้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียว เข้าใจลักษณะ Highly Sensitive Person จากการสำรวจพบว่าสัดส่วนของคนที่มีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงในสังคมอาจมีราว 15–20 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ซึ่งถือว่าไม่น้อย และคนดังระดับโลกหลายคนก็มีบุคลิกลักษณะนี้ เช่น นิโคล คิดแมน, สการ์เล็ต โจแฮนสัน, เอลตัน จอห์น, เจ้าหญิงไดอานา, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, อับราฮัม ลินคอล์น และโมซาร์ต สาเหตุที่คนมีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงไม่ได้เป็นความผิดปกติทางสมอง หรือจิตใจแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากระบบประมวลผลประสาทสัมผัสความอ่อนไหว (Sensory Processing…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 780 days ago
Read More11/01/2024
5 รูปแบบของความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง
ความสุข ห้วงแห่งอารมณ์ด้านบวกยามที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมาหลายรูปแบบ ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ล้วนใฝ่ฝันหา และถูกวางไว้ตรงข้ามกับความทุกข์ราวกับท้องฟ้าและหุบเหว ชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าจะจากเงินทอง ของอร่อย มุกตลก สุขภาพที่แข็งแรง หรือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ความสุขถูกขนานนามว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้มนุษย์ยืนยาว ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ความสุขไม่สิ่งจีรังยั่งยืนเช่นเดียวกับความทุกข์ ความสุขสามารถหมดไปได้ และมนุษย์ก็ต้องตามหาความสุขมาเติมเต็มจิตใจของตนเองอยู่เสมอ และความสุขอาจไม่ได้ดีต่อคุณเสมอไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบของความสุขที่สร้างปัญหาให้กับคุณได้ รูปแบบของความสุขที่ทำให้ทุกข์กว่าเดิม ความสุขเป็นนามธรรมที่ไร้รูปร่างหน้าตา แต่เราทุกคนล้วนจับต้องมันได้จากภายในสมอง และจิตวิญญาณ แต่ความสุขบางรูปแบบอาจเป็นขนมแสนหอมหวาน พร้อมสอดไส้มาไซยาไนด์ หรือหมาป่าในชุดนอนของคุณยายใจดี มาดูกันว่าความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณมีแบบไหนบ้าง? 1. ความสุขที่ต้องตามหาแบบไม่สิ้นสุด เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขในรูปแบบต่าง ๆ แต่การมีมาตรฐานทางความสุขที่เหนือจริง และไกลเกินไปอาจสร้างความกดดัน ความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol) ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และสมอง การศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะเครียด และมีการหลั่งคอร์ติซอลบ่อย ๆ เสี่ยงต่อโรคทางอารมณ์ โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง และต่อให้ไม่ได้เครียดมาก แต่เครียดบ่อยก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ การเลือกที่จะสัมผัสแต่ความสุขอาจทำให้ภูมิต้านทานต่อความทุกข์น้อย เมื่อต้องเจอกับความทุกข์ความผิดหวัง อาจสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างของการตามหาความสุขที่ไม่สิ้นสุดก็อย่างเช่น คนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ที่ไม่สามารถทนต่อความผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งสามัญที่มนุษย์เจออยู่ในทุกวัน หรือจะเป็นการทำตัวให้มีความสุขตามมาตรฐานโซเชียลมีเดีย โดยที่ตัวเองไม่ได้อยากทำ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 781 days ago
Read More08/01/2024
Oddly Satisfying คลิปสุดแปลก แต่แสนเพลิน: เหตุผลที่เราหยุดดูคลิปทำลายของ หั่นสบู่ หรือทำสไลม์ไม่ได้
ทุกคนน่าจะต้องเคยดูคลิปวิดีโอแปลก ๆ บนโลกออนไลน์ อย่างคลิปทำลายของ หั่นสบู่ เทช็อกโกแลตราดบนหน้าเค้ก คลิปฉีดน้ำแรงสูงทำความสะอาดพื้น คลิปลูกตุ้มแกว่งผ่านช่องที่มีขนาดพอดีเป๊ะ หรือคลิปแปลกแบบอื่นอีกมากมายที่ไม่มีเนื้อหาอะไร แต่มันกลับดูเพลินสุด ๆ แถมบางคลิปก็ดูออกแนวจะสกปรก เลอะเทอะ หรือสร้างความรู้สึกขยะแขยง แต่ทำไมเรากลับหยุดดูไม่ได้? คลิปเหล่านี้ถูกเรียกว่า Oddly Satisfying หนึ่งในแขนงของคลิปบนโลกออนไลน์ยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละคลิปมียอดวิวหลายล้าน อย่าง #OddlySatisfying ใน TikTok อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านวิว (ณ วันที่ 8 มกราคม 2024) ถ้าคุณเผลอดูคลิปแนวนี้บ่อย ๆ แม้ว่าตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกชอบมันก็ตาม ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเรื่องนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ และอาจเกี่ยวกับบุคลิก กับภาวะอารมณ์ของเราด้วย ASMR ในรูปแบบภาพ และเสียง หลายคนน่าจะรู้จัก ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) หรือการตอบสนองแบบอัตโนมัติของระบบประสาทเมื่อได้รับปัจจัยภายนอกอย่างภาพ เสียง หรือสัมผัส ซึ่ง ASMR ไม่ได้หมายถึงแค่เสียงฝนตก เสียงแอร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 784 days ago
Read More03/01/2024
ฮุกกะ (Hygge) เตาผิงในใจ สุขได้ทุกโมเมนต์ แนวคิดความสุขจากเดนมาร์ก
เดนมาร์กเป็นประเทศที่ติด Top 3 ของประเทศที่มีความสุขในโลกสลับเพื่อนบ้านในกลุ่มนอร์ดิก อย่างฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์มาต่อเนื่องยาวนานหลายปี โดยแท้จริงแล้วฮุกกะ (Hygge) ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศเดนมาร์กอย่างที่คนเข้าใจกัน และมีการใช้แพร่หลายในแถบนอร์ดิก เพียงแต่คนเดนมาร์กยึดถือคอนเซปต์นี้ในการดำเนินชีวิตค่อนข้างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเทศเดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก ฮุกกะเป็นคำที่เคยโด่งดัง และกลายเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าจะถูกพูดถึงน้อยลง แต่การรู้จักกับฮุกกะอาจยังคงช่วยให้คุณหาความสุขในใจได้ทุกที่เหมือนเดิม ที่มา และความหมายของฮุกกะ ในยุคปัจจุบันฮุกกะมักหมายถึงความรู้สึกอบอุ่น รื่นเริง ผ่อนคลาย รู้สึกสุขทั้งกาย และใจของการได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก เพื่อน สัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ตัวเราเอง หากคุณยังสงสัยว่าฮุกกะควรจะให้ความรู้สึกแบบไหน เราอยากให้คุณลองหลับตา จินตนาการว่าข้างนอกหน้าต่างกำลังโปรยปราย ท้องฟ้าหม่น อากาศที่เย็นลง ไฟสีส้มในห้องที่สว่างกำลังดี และคุณกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมที่นุ่มสบาย พร้อมเจ้าเหมียวบนตัก คลอด้วยเสียงเพลงที่คุณชอบ หรือจะเป็นการนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารที่พร้อมหน้าไปด้วยสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนาน ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนช่วงเวลาที่คุณในวัยเด็กและครอบครัวเคยใช้ร่วมกัน ฮุกกะให้ความรู้สึกแบบนั้น ความสุขที่ไม่ได้หวือหวา ล้นปรี่ แต่อบอุ่น ความสุขจากอะไรที่เรียบง่าย สิ่งเล็ก ๆ รอบตัว หรือแม้แต่ความโดดเดี่ยวที่ทำให้คุณได้หลีกหนีจากความวุ่นวายนั่นก็เป็นฮุกกะได้เช่นกัน ฮุกกะไม่ใช่ภาษาเดนิชโดยตรง พบครั้งแรกในบันทึกในปีค.ศ. 1,800 โดยเป็นคำที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ค.ศ. 500–1,500)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 789 days ago
Read More28/12/2023
มาทบทวน และสำรวจจิตใจในปีที่ผ่านมากัน
ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่ในปี พ.ศ.ใหม่ มาสำรวจใจตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมากันดีกว่า จะได้ก้าวพ้นข้ามปีไปแบบไม่มีอะไรติดค้างใจ ข้อดีของการสำรวจใจตัวเอง ในช่วงปลายปี เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ไล่สำรวจอารมณ์ของตัวเองในปีที่ผ่านมา ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ แล้วมาดูกันว่าจะแก้ไขหรือยกระดับทำให้ดีขึ้นได้ยังไงบ้าง 1. อารมณ์ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อารมณ์เครียด อารมณ์เศร้า อารมณ์ดิ่ง อารมณ์หดหู่ มีความสุขสดชื่นเบิกบาน อารมณ์ในแง่บวกหรือลบฝั่งไหนมีมากกว่ากัน 2. คุณผ่อนคลายความกังวลที่เข้ามาในชีวิตอย่างไร ในช่วงที่ชีวิตพบกับความมืดมน คุณผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ยังไง เช่น ผ่านไปได้ด้วยสติ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว หรือเครียดคิดอะไรไม่ออกก็ดื่มแอลกอฮอล์ไปเลย! หายทุกข์จริง แต่แค่ชั่วคราว 3. มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างรึเปล่า? ในปีที่ผ่านมาคุณปล่อยให้เวลา อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง ไปจดจ่ออยู่กับคนอื่นมากไปหรือเปล่า ถ้าใช่ ในปีหน้านี้เราอยากให้คุณตั้งเป้าหมาย นำสมาธิ ความสุข มาจดจ่ออยู่กับตัวเองมากขึ้น และพยายามหาเวลาให้กับตัวเองมากกว่าเดิม 4. มีความคิดที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่คุณได้ทำความรู้จักกับตัวเองในปีที่ผ่านมาแล้ว คราวนี้ก็นำมาตั้งคำถามต่อว่า “แล้วฉันจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไง” และ “ฉันอยากจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องไหนบ้าง” ลิสต์ออกมาเป็นข้อ ๆ หลังจากนั้นก็นำความมุ่งมั่นนี้ไปปรับใช้กับในปีต่อไปได้เลย เราเชื่อว่าคุณจะเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งขึ้น พบความสุขสงบในจิตใจมากขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 795 days ago
Read More13/12/2023
ทำไมช่วงก่อนนอนถึงเป็นช่วงเวลาที่หลายคนคิดมาก?
คุณเคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี้ไหม? เหนื่อยมาทั้งวัน แต่พอปิดไฟ กำลังเตรียมตัวจะนอน แต่ทำไมเรื่องราวต่าง ๆ ถึงผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด แม้จะเหนื่อยแต่ก็นอนไม่หลับเพราะว่าสมองยังคงคิดและทำงานอยู่ เต็มไปด้วยความฟุ้งซ่าน แล้วจะจัดการกับความคิดอันยุ่งเหยิง และเข้าสู่นิทราได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง วันนี้ Hack for Health มีคำแนะนำดี ๆ มาแนะนำกัน ปรากฏการณ์ของการคิดมากและการฟุ้งซ่านก่อนเข้านอน แม้จะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม เป็นประสบการณ์ทั่วไปที่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยทางจิตวิทยาต่าง ๆ มาเจาะลึกจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้และสำรวจกลยุทธ์เพื่อจัดการกับมันกัน จัดการ “ความกังวล” ที่พยายามแทรกตัวเข้ามาในสมอง ก่อนนอน “ความวิตกกังวล” จัดเป็นปัญหาที่ทำให้หลาย ๆ คนไม่มีความสุข มีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนทำให้นอนไม่หลับ และเมื่อสมองคุณรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่ได้รับการพักผ่อน ก็จะมักนำไปสู่การคิดฟุ้งซ่าน ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความคิดฟุ้งซ่านตามมาแบบรัว ๆ และการอดนอนยังคงส่งผลต่อความวิตกกังวล ทำให้มีความวิตกมากขึ้น แล้วเราจะทำลายวงจรของความวิตกกังวลและการนอนไม่หลับนี้ได้อย่างไร เราได้นำความรู้มาแนะนำกันแล้ว 1. ทำกิจวัตรผ่อนคลายก่อนนอน เพื่อสยบความฟุ้งซ่าน การคิดมากและอาการฟุ้งซ่านก่อนนอน มักเกิดจากการที่จิตใจมีความตื่นตัวอยู่ ซึ่งความตื่นตัวนี้ก็อาจจะถูกกระตุ้นโดยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปัญหาในวันนั้นที่ไม่ได้รับการแก้ไข มีความกังวล หรือมีความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งนำไปสู่ความคิดที่มีการทำงานตลอดเวลา เหมือนมีการกระตุ้นให้สมองต้องคิดอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงที่กำลังจะนอนหลับก็ตาม วิธีแก้ไข:…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 810 days ago
Read More24/11/2023
Vivid Dream รูปแบบความฝันที่ทำนายสุขภาพของคุณได้
ความฝันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสมองระหว่างเราหลับ ความฝันสามารถแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ โดยฝันทำนายอนาคตที่จะพูดถึงในบทความนี้ คือ Vivid Dream หรือฝันที่ชัดเจน ซึ่งอาจบอกได้ถึงความเสี่ยงของโรค และภาวะสุขภาพ ความฝัน และการทำนายอนาคตเป็นความเชื่อที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งบางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าความฝันบางรูปแบบทำนายอนาคตของคุณได้ การทำนายอนาคตที่ว่า คือ การทำนายโรคหรือปัญหาสุขภาพ Vivid Dream คืออะไร? Vivid Dream ไม่มีคำแปลในภาษาไทยอย่างเป็นทางการ แต่ถูกเรียกในหลายชื่อด้วยกัน อย่างฝันแจ่มชัด ฝันเด่น หรือ ฝันติดตา รูปแบบของ Vivid Dream คือลักษณะการฝันที่สมองรับรู้ถึงเหตุการณ์ในฝันได้ชัดเจน และคุณยังสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำเมื่อตื่นขึ้น แต่ขณะฝันเราจะไม่ตระหนักรู้ว่าเรากำลังฝันอยู่ Vivid Dream สามารถเกิดในลักษณะของสถานการณ์ในชีวิตจริง หรือแฟนตาซีก็ได้ สามารถเป็นได้ทั้งฝันดี และฝันร้าย ลองถึงความฝันที่ดีมาก ๆ จนคุณอยากนอนเพื่อฝันถึงเรื่องนั้นต่อ Vivid Dream กับการทำนายสุขภาพ Vivid Dream และความฝันส่วนใหญ่เป็นปรากฏการณ์ในสมองที่เกิดขึ้นในระหว่างที่คุณอยู่ในช่วงหลับฝัน (Rapid Eye Movement Sleep หรือ REM…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 829 days ago
Read More08/11/2023
ร้ายก็รัก ทำไมคู่รักท็อกซิกถึงคบกันได้นานกว่าที่ควรจะเป็น?
Toxic Relationship หรือ ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ ซึ่งใช้อธิบายความสัมพันธ์ที่มีแต่ด้านลบ เช่น ทะเลาะกันบ่อย นอกใจ ใช้ความรุนแรง ทั้งทางร่างกาย คำพูด จิตใจ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจเคยสังเกตคู่รักท็อกซิกบางคู่คบนานจนน่าตกใจท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษแบบนั้น แม้จะคบแบบรัก ๆ เลิก ๆ บ้างก็ตาม Hack for Health เลยมาคลายความสงสัยว่าอะไรกันนะ ที่ทำให้คู่รักท็อกซิกถึงเลิกกันได้ยากเย็น ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษสร้าง ‘ความผูกพันแบบพิเศษ’ ในขณะที่คู่รักที่รักกันดี หรือทะเลาะกันบ้างตามภาษาสร้างความผูกพัน และความเข้าอกเข้าใจกันผ่านการใช้ชีวิต คู่รักท็อกซิกก็สร้างความผูกพันที่ออกจะพิเศษกว่าคู่รักทั่วไปอย่าง Truama Bond คำนี้ไม่มีคำแปลในภาษาไทย แต่พอจะแปลได้ว่า ‘ความผูกพันจากความบอบช้ำ’ ทั้งทางกาย และทางอารมณ์ ให้อธิบายก็คือภาวะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของวงจรความสัมพันธ์ เช่น การถูกนอกใจ เมื่อถูกจับได้ก็สารภาพ แสดงความเสียใจ แสดงความรักเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือถูกหว่านล้อม โน้มน้าวด้วยวิธีต่าง ๆ อารมณ์แบบตบหัวแล้วลูบหลังอะไรแบบนั้น หรือเขาอาจมีข้อดีในด้านอื่น ๆ ที่ทำให้ฝ่ายถูกกระทำรู้สึกสับสนเมื่อต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดี และข้อเสีย เมื่อเกิดวงจรท็อกซิกแบบนี้บ่อย ๆ กลไกการป้องกันตัวของสมองที่เป็นจิตใต้สำนึกจะสร้าง Truama…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 845 days ago
Read MorePR Partners
See All02/03/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 2 hours ago
ครั้งแรกของไทย ! กับ AIS Presents WTF FESTIVAL โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ งานนี้เจ๋งยังไง ?
งาน WTF FESTIVAL ที่ไม่ได้แปลว่า WTF FESTIVAL แบบที่ทุกคนคิด แต่ย่อมาจาก Wisdom to the Future ไอเดียสุดล้ำที่เกิดจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยโจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ Dean of House of Wisdom และผู้ก่อตั้ง WTF Festival เมื่อไอดอลของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรืออยากมีธุรกิจของตัวเองไม่ใช่ดาราดังแบบเดิมอีกต่อไป แต่กลายเป็นเจ้าของกิจการ 'สายฉีก' ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งที่อายุยังน้อย โจ้ ธนา ได้เอ่ยถึงเหตุผลที่จะทำให้งาน02/03/2026
MarTech Expo 2026 มหกรรมเทคโนโลยีการตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี 24 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
งาน MarTech Expo 2026 (Marketing Technology & Innovation Expo) กลับมาอีกครั้งภายใต้คอนเซปต์ "Marketing x Technology | Expose Your Potential" เพื่อเป็นพื้นที่ปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจผ่านนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้ง MarTech, AdTech และ CommerceTech แบบครบวงจร ปีนี้งานขยายสเกลมาจัดที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ณ Ballroom 1–4 ชั้น G ใจกลางกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่ที่กว้างขวางรองรับผู้ร่วมงานได้มากขึ้น และการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า MRT และรถส่วนตัว 3 เวทีหลัก (Main Stages) กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจ "โตให้ครบ" งานในปีนี้เน้นการแก้ปัญหาธุรกิจใน 3 มิติหลัก “หาใหม่–ดูแลลูกค้าเดิม–ปิดการขาย” Experience Zones ลงมือทำจริง เจอกูรูตัวจริง จุดเด่นที่พลาดไม่ได้ของปีนี้คือโซนกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้แบบ Interactive รายละเอียดการจัดงาน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพบกันที่งานเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดทางการตลาดเดิม…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 hours ago
Read More27/02/2026
Lotus’s Smart App ยืน 1 Grocery On-Demand จัดส่งไวสุดภายใน 1 ชั่วโมง
โลตัส (Lotus’s) ผู้นำค้าปลีกไทยภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ในปี 2568 ด้วยยอดสั่งซื้อออนไลน์ทะลุ 30 ล้านออเดอร์ เฉลี่ยกว่า 80,000 ออเดอร์ต่อวัน โดยหัวใจสำคัญคือ Lotus’s Smart App ที่ครองใจผู้บริโภคด้วยยอดสั่งซื้อสูงถึง 21 ล้านออเดอร์ ตอกย้ำภาพลักษณ์ 'ตัวจริงเรื่องของสด' ที่ส่งไวถึงมือภายใน 1 ชั่วโมง เทคโนโลยีและ Data เบื้องหลังความสำเร็จ 11 เท่า ! นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2565 Lotus’s Smart App เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 11 เท่า ขับเคลื่อนด้วยระบบ Micro Fulfillment Network ที่เชื่อมโยงสาขากว่า 2,500 แห่งทั่วประเทศ และทีมไรเดอร์กว่า 8,000 คน นายธรินทร์ ธนียวัน ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มสายงานเทคโนโลยีและข้อมูล และกลุ่มสายงานอีคอมเมิร์ซ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
Read More26/02/2026
รวมคัมภีร์จากตัวจริง ! เจาะลึกกลยุทธ์ปั้นธุรกิจให้ตรงจุด ในงาน THE ENTREPRENEUR FORUM 2026
ในยุคที่การตลาดเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีและความต้องการของผู้บริโภคซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ คำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามตัวเองคือ "จะทำอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน ?" คำตอบเหล่านั้นกำลังจะถูกเปิดเผยในงาน THE ENTREPRENEUR FORUM 2026 งานรวมพลสุดยอดขุนพลนักธุรกิจและนักการตลาดแถวหน้าของเมืองไทยที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ของจริงแบบไม่มีกั๊ก เปิดจองแล้วตอนนี้ ! งานรวมแนวคิด ผู้ประกอบการ สร้างธุรกิจให้เป็นผู้ชนะ รีบจองก่อนที่นั่งเต็มได้ทาง : https://www.zipeventapp.com/e/The-Entrepreneur-Forum-2026 งานนี้เหมาะสำหรับใคร ? รวม Speakers สุดยอดผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจชื่อดัง นักสร้างแบรนด์ นักการตลาด ผู้มากประสบการณ์จากการทำจริง อาทิ Speakers ทุกท่านพร้อมถ่ายทอดความรู้แบบอินไซต์ แบบไม่มีกั๊ก กลั่นกรองจากประสบการณ์จริง เพื่อให้ทุกท่านนำไปเป็นไอเดียต่อยอด สร้างธุรกิจให้เป็นผู้ชนะ THE ENTREPRENEUR FORUM 2026 จะจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ณ ห้องภิรัช ไบเทค (เต็มวัน) เวลา 09.30 - 18.00 น. บัตรราคา 1,990…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 4 days ago
Read More































