ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| จิตวิทยา
Read More

ความรักระหว่างคนและ AI : ผ่านมุมมองทางจิตวิทยา จริยธรรม และเคสจริง

คนรักกับ AI เคยเป็นเพียงตลกร้ายที่บาดลึกในใจของคนที่เคยดูหนังเรื่อง 'Her' (2013) เรื่องราวของชายผู้อ้างว้าง ที่ได้พบเจอและตกหลุมรักระบบปฏิบัติการสาว “ซาแมนธา” และเธอก็กลายมาเป็นโลกทั้งใบของเขา ท่ามกลางโลกที่โอบรับความหลากหลายใบนี้ พอจะเป็นไปได้ไหมที่การหลงรักจักรกล หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีร่างกายจะได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในเฉดของสีรุ้งบนธงไพรด์ หรือถูกบรรจุอยู่ในตัวอักษร LGBTQIA(I)R(OBOT)+ ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ปรากฏการณ์ของ “ความรักระหว่างคนกับ AI” กำลังเป็นที่จับตามองในวงการวิชาการและสังคมโลกสมัยใหม่ เรามักจะเริ่มได้ยินการพูดถึง AI ในฐานะผู้ช่วย, ที่ปรึกษา, เลขาฯ หรือแม้แต่เพื่อนคู่คิด ราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นี้มีใบเกิด และเสียค่าบัตรชมพิพิธภัณฑ์ในราคาผู้ใหญ่ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ หากเราได้เห็นการโต้ตอบของ AI ในช่วงปีที่ผ่านมา ยิ่งการสนทนาด้วยเสียงแบบเรียลไทม์กับ AI ที่โต้ตอบได้อย่างไหลลื่นตามบริบทที่กำหนด ไดนามิกสูงต่ำของน้ำเสียงที่เลียนแบบอารมณ์ของมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ หรือแม้แต่ความพยายามที่จะทำความรู้จัก หรือทำความเข้าใจราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นสนใจในตัวตนของผู้ใช้งานจากก้นบึ้งของชิปประมวลผล มาร่วมกันมองลอดม่านกั้นที่เรียกว่าจริยธรรมเทคโนโลยีผ่านมุมมองทางจิตวิทยาของ “ปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับ AI” ไปด้วยกัน ความเป็นไปได้ของความรักกับ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการรายงานถึงปรากฏการณ์ความรักระหว่างคนกับปัญญาประดิษฐ์หลายต่อหลายครั้ง บทความจาก Live Science ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุการณ์ที่ผู้ใช้งานบางคนพึ่งพา AI ในฐานะ “คู่ชีวิต” และในเคสเหล่านั้น…
18/07/2024

การนินทา การสื่อสารที่ทรงพลัง ใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์

“การนินทา” เป็นการกระทำที่มักถูกมองในแง่ลบ แต่จะทำยังไงละถึงจะเทิร์นให้เป็นข้อดีได้ มาดูจิตวิทยาของการนินทา และกลยุทธ์ที่จะใช้การนินทาให้เป็นประโยชน์กัน ประโยชน์ของ “การนินทา” คือ การสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม  ทำยังไงให้เกิดประโยชน์? ต้องเริ่มจากการนินทาในเชิงบวก+ และสุดท้าย คือ ไม่นินทาคนอื่น ด้วยเรื่องเท็จ! หรือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามตีไข่ใส่สี พูดแต่เฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือมีหลักฐานเท่านั้น เพราะนอกจากจะทำให้คนอื่นเสียหายด้วยเรื่องโกหกแล้ว สิ่งนี้อาจย้อนหาตัวคุณเข้าสักวันก็ได้
11/07/2024

ข้อดีของการสวมหน้ากากเข้าหาคนอื่น (ในบางสถานการณ์)

เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคงไม่เห็นด้วยกับการ “สวมหน้ากาก” ในการเข้าหาผู้อื่น เพราะมันคือการเข้าหากันแบบ “ไม่จริงใจ”  แต่ ! จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ก็อาจมีประโยชน์ในยามที่เราต้องเข้าสังคมขนาดใหญ่ หรือสังคมที่เราไม่คุ้นเคย โดยที่เราไม่อาจรู้เลยว่าคนที่เราไปพบแต่ละคนนั้นเขาคิดอะไรกับเราบ้าง เพราะ “ความจริงใจ” จะเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าใช้ถูกคน เนื่องจากบางคนก็อาจจะใช้ความจริงใจของเรา นำไปสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเขา โดยที่เขาก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเราเลย หรือนำความจริงใจที่เรามอบให้ ย้อนกลับมาทำร้ายเราอีกทีหนึ่งก็มี  การ “สวมหน้ากาก” ในบางสถานการณ์ ที่เรานำมาแนะนำในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องไปหลอกใคร หรือแสดงความไม่จริงใจกับใคร แต่เพียงแค่สร้าง “กำแพงใจ” ขึ้นมาในระหว่างที่เข้าสังคมนั้นก็พอ  เพราะสังคมบางแห่งไม่ได้เหมาะกับเรา คุณเองก็ไม่ต้องไปฝืนใจที่จะพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้น และเลือกแสดงความจริงใจและเปิดเผยความรู้สึก ในสังคมที่คุณรู้สึกว่าเป็น safe zone และทำให้ชีวิตของคุณมีคุณค่าเท่านั้นก็พอ  อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตก็คือ “ปรับตัวให้เป็น” อยู่ให้ถูกที่ ทำดีให้ถูกคน ใครที่ทำไม่ดีกับเราก็แค่ปั้นหน้าคบไปวัน ๆ  ไม่ต้องไปให้ใจอะไรเท่านั้นก็พอแล้ว คุณเองก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียความรู้สึกในภายหลังด้วย
11/07/2024

ขอบเขตของการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว

วันนี้เราจะมาชวนทุกคนคุยเรื่องการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัวกัน รักตัวเองแบบไหนถึงจะเรียกว่า “พอดี” มาดูกันเลยดีกว่า  คนที่รักตัวเอง จะมอบความเมตตาให้กับตัวเองเสมอ (Self-compassion) แม้คนรอบข้างจะพยายามกดดัน หรือพูดจาใจร้ายใส่ขนาดไหน แต่คนที่รักตัวเองก็จะปลอบโยนและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น  คนที่รักตัวเอง ก็จะพยายามทำความเข้าใจคนอื่นด้วยเช่นกัน หรือก็คือการมี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เพราะถ้าหากการรักตัวเองขาด Empathy ไปเมื่อไหร่ ก็จะเข้าสู่เส้นทางของความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้น  คนที่รักตัวเองจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเสมอ พร้อมนำสิ่งที่เป็นพิษในชีวิตออกไปเป็นระยะ ๆ หรือเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วยเลย  คนที่รักตัวเองจะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่ได้คิดว่าการที่ฉันรักตัวเอง ฉันต้องได้ฝ่ายเดียว และคนที่รักตัวเองจะเป็นคนที่มีแนวคิดพื้นฐานที่ว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นถ้าเราอยากให้คนอื่นให้เกียรติเรา เคารพเรา เราก็ต้องมอบสิ่งนี้ให้กับคนอื่นตอบแทนกลับไปด้วย ส่วนที่รักตัวเอง “มากเกินไป” จนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว จะใช้ชีวิตอยู่บนแนวคิดที่ว่าตัวเองต้องได้สิ่งที่ดีอยู่คนเดียว อะไรแย่งได้ก็แย่ง และไม่นึกถึงจิตใจคนอื่น ไม่คิดว่าคนอื่นก็มีความรู้สึกเช่นกัน   ความ “เห็นแก่ตัว” มักจะมาพร้อมกับ “ความกลัว” เช่น กลัวแพ้ กลัวไม่ได้มีเท่าคนอื่น กลัวน้อยหน้า กลัวคนอื่นได้ดีกว่า ฉันต้องมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบไหนก็ตาม    และนี่ก็คือหลักการง่าย ๆ ที่ใช้ในการแยกระหว่างคนที่รักตัวเอง กับคนที่เห็นแก่ตัว ขอให้ทุกคนรักตัวเองในแบบที่พอดี…
27/02/2024

Imposter Syndrome ภาวะกังขาในความสามารถตัวเอง

อย่าละเลยความรู้สึกแย่ ๆ ที่มาจาก Imposter Syndrome เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า!   Imposter Syndrome คือภาวะในแง่ลบที่เกิดขึ้นจากจิตใจ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ด้อยค่าในตัวเอง นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือต่อให้ทำงานสำเร็จก็พาลคิดไปว่าอาจเพราะโชคช่วย เพราะคนโน้นคนนี้ช่วย ไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งของตัวเองเลย  เรากำลังเสี่ยงต่อการเป็น Imposter Syndrome รึเปล่านะ?  ภาวะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนเลย แต่ว่าจะพบได้มากในหมู่ First Jobber, คนที่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ หรือคนที่ได้รับแรงกดดันจากการทำงานในระดับสูง อยู่ในสังคมการทำงานขนาดใหญ่ ที่มีคนเก่งรายล้อมรอบตัวมากมาย และมักจะมีนิสัยติดตัวแบบนี้  1. วางเป้าหมาย ในช่วงเวลาที่เหมาะสม  วางแผนเป้าหมายชีวิตของคุณอย่างเป็นสเต็ป 1 ปี 5 ปี 10 ปีอย่ากดดันตัวเอง อย่าคิดว่าทุกอย่างจะต้องเกิดขึ้นภายในเดือนเดียว เพราะบางเรื่องก็ต้องใช้เวลาจริง ๆ 2. เขียนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณในทุก ๆ วัน เราจะไม่เอาชนะความคิดลบด้วยการไปต้านมัน แต่จะเปลี่ยนเป็นใส่พลังบวกเข้าไปในความคิดแทน ก่อนนอนทุกคืนให้คุณเขียนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณในทุก ๆ…
27/02/2024

เสริมคาริสมาในแบบคุณเองด้วยวิธีง่าย ๆ

“Charisma ที่แปลว่า” เสน่ห์ มีความแตกต่างกับความสวย ความหล่อโดยสิ้นเชิง คุณอาจจะเคยเจอคนที่ไม่ได้รู้สึกว่าหล่อมากสวยมาก แต่ทำไมมีเสน่ห์น่าดึงดูดจังเลย นั่นแหละครับนิยามของ คาริสม่า  แค่เห็นจากไกล ๆ หรือพูดคุยกันเพียงแค่ไม่กี่ประโยคก็รู้สึกหลงใหลได้ปลื้มแล้ว เหมือนโดนมนต์สะกดใจ ต้องทำยังไงนะถึงจะพัฒนาเสน่ห์ในตัวเองได้ มาดูกันครับ    ทุกทักษะล้วนเป็นทักษะที่เราสามารถฝึกฝนได้ ไม่เว้นแม้แต่การเสริมสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองเช่นกัน อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ ***
27/02/2024

Obsessive Love Disorder โรครัก หัวปัก หัวปำ

การรักใครสักคนต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี แต่ถ้ารักแบบคลั่งมากจนเกินไป ระวังอาจเสี่ยงเป็น “โรคความรักครอบงำ” หรือ Obsessive Love Disorder (OLD)  ภาวะนี้คืออาการทางจิตที่เกินคำว่ารัก แต่เป็นความต้องการที่จะครอบงำ ควบคุม และไม่อาจยอมรับการปฏิเสธจากอีกฝ่ายได้เลย  โรคความรักครอบงำมักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งจะมีอาการที่บ่งชี้ เช่น สาเหตุของการเกิดโรค  “โรคความรักครอบงำ” รักษาได้! ด้วยการใช้ทั้งยา และการทำจิตบำบัด แต่ผู้ป่วยต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนว่าเป็นโรค OLD จริง หรือมีความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ ร่วมด้วย หากต้นตอของโรคเกิดจากปัญหาในช่วงวัยเด็ก คุณหมออาจต้องวางแผนแนวทางการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย และไม่ว่าวันนี้ทุกคนกำลังเจอปัญหาทางด้านจิตใจในเรื่องไหนอยู่ แอดมินก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจนะครับ อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ ***
23/02/2024

AI ค้นพบว่าสมองของผู้ชายและผู้หญิงมีรูปแบบการทำงานที่ต่างกัน

จากความแตกต่างที่เหมือนจะเล็กน้อยของโครโมโซม XX ของผู้หญิง และ XY ของผู้ชายส่งผลให้มนุษย์ทั้ง 2 เพศเกิดความแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งร่างกาย รูปแบบการใช้ชีวิต ไปจนถึงบทบาทหน้าที่ในสังคม แต่นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้แล้วโครโมโซมยังผลต่อรูปแบบให้สมองของผู้ชายและผู้หญิงทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะไปถึงเรื่อง AI ที่สามารถแยกแยะรูปแบบการทำงานของสมองระหว่างเพศ ต้องบอกก่อนว่านักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานมาอย่างยาวนานถึงรูปแบบการทำงานของสมองที่แตกต่างกันของมนุษย์ผู้ชาย และมนุษย์ผู้หญิง เพราะด้วยโครโมโซมเพศที่แตกต่างกันส่งผลต่อฮอร์โมนในสมองที่หลั่งออกมาตั้งแต่เกิด เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว และวัยชรา ส่งผลให้เกิดความแตกต่างและหลากหลายด้านความคิด พฤติกรรม และปัญหาสุขภาพ แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีเทคนิคหรือองค์ความรู้ที่สามารถยืนยันสมมติฐานข้อนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่การสร้างแบบจำลอง AI ของโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ดสามารถแยกแยะรูปแบบการทำงานระหว่างสมองของผู้ชาย และผู้หญิงได้แม่นยำถึง 90 เปอร์เซ็นต์ AI ตัวนี้ถูกสร้างให้เป็นเครือข่ายระบบประสาทเชิงลึกที่สามารถแยกแยะข้อมูลจากภาพถ่ายเอ็มอาร์ไอสมอง โดยทีมนักวิจัยได้ป้อนข้อมูลลักษณะของสมองขนาดใหญ่ที่รวบรวมไว้ ซึ่งมีภาพถ่ายสมอง และข้อมูลของเพศเพื่อให้ AI ใช้เรียนรู้ ในการทดสอบ ทีมนักวิจัยได้ใช้ตัวอย่างสมองกว่า 1,500 ชุดข้อมูลในการให้ AI ช่วยวิเคราะห์ โดยผลลัพธ์ออกมาถูกต้องเกือบทั้งหมด และพบว่า AI ตัวนี้สามารถแยกแยะลักษณะและรูปแบบการทำงานของสมองแต่ละส่วนที่มีความซับซ้อนและแตกต่างกันในคนแต่ละเพศ นอกจากฐานข้อมูลที่ทีมวิจัยนี้นำมาใช้แล้ว ทีมยังได้ทดลองนำเอาฐานข้อมูลจากสถาบัน หรือหน่วยงานอื่นมาใช้ทดสอบ ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำเช่นเดียวกัน นอกจากการทดสอบให้ AI…
20/02/2024

คำถาม 7 สเต็ปที่ใช้ถามเมื่อคนใกล้ตัวมีแนวโน้มฆ่าตัวตาย

โรคซึมเศร้า และโรคทางจิตใจหลายโรคสามารถเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความคิดทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายได้ แม้ว่าทุกวันนี้คนรู้จักกับอาการของโรคซึมเศร้ามากขึ้น แต่ยังไม่เข้าใจถึงกลไกเบื้องลึกของโรคนี้ ที่เหมือนกับการไหลไปในแม่น้ำแห่งความคิด ที่มีแต่ความโศกเศร้า ว่างเปล่า ความรู้สึกผิด ไร้ค่า และไร้ซึ่งความสุข เรามักจะถกเถียง และสงสัยว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อพบเจอคนที่จะฆ่าตัวตาย หรือมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะด้วยจากโรคทางจิตใจ หรือสาเหตุอะไรก็ตาม ซึ่งผศ.นพ.พนม เกตุมาน ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้แนะนำชุดคำถามแบบขั้นบันไดเพื่อใช้ถามคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย หรือมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย โดยก่อนจะเข้าสู่คำถาม เป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องเริ่มจากการมีสติ ไม่ตัดสิน ไม่คิดเอง และรับฟังคำพูดของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย อย่างตั้งใจ และจริงใจ จากนั้นให้ใช้คำถามต่อไปนี้ในการถามเขาคนนั้น โดยคุณไม่ต้องถามห้วน ๆ ตามแบบนี้เป๊ะ แต่ปรับให้เป็นคำพูดของคุณ และใช้น้ำเสียงที่แสดงถึงความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจในระดับที่เหมาะสม คำถาม 7 สเต็ปจะช่วยให้คนที่กำลังมีความคิดฆ่าตัวตายได้ค่อย ๆ คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล เข้าใจความคิด ความรู้สึกของตนเอง และดึงความสนใจจากห้วงอารมณ์ ณ ขณะนั้นได้ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการพยายามฆ่าตัวตาย การพูดคุยโดยไม่ตัดสิน และรับฟังอย่างจริงใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยซึมเศร้า และโรคทางอารมณ์อื่น ๆ สามารถก้าวต่อไป และตระหนักถึงความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ แต่สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย คือ การเข้ารับการตรวจ…
16/02/2024

จบบทสนทนาแบบไหน ให้คนไม่ลืม

อยากตัดจบบทสนทนาแบบไม่โดนเคือง เรามีวิธีดี ๆ มาบอก เป็นอีกหนึ่งสกิลที่ถ้ามีติดตัวไว้ จบการคุยได้แบบง่าย ๆ ไม่เสียเวลา และไม่เสียความสัมพันธ์ด้วย  อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
08/02/2024

แค่เห็นก็ขนลุก ทำไมหลายคนถึงเป็นโรคกลัวรู?

ใครเคยอ่านการ์ตูนของ อ.จุนจิ ตอน “หนาวบาดเนื้อ” ต้องเข้าใจฟีล “รู” มาเน้น ๆ (ทำใจก่อนเสิร์ชนะ) อาการทางจิตนี้มีชื่อเรียกว่า “โรคกลัวรู” (Trypophobia) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเห็นของที่มีลักษณะเป็นรูถี่ ๆ ยิบ ๆ รูเล็ก ๆ เรียงตัวกัน จะรู้สึกขนลุกขนพอง สยอง ขยะแขยง อึดอัด    รูสยองยอดนิยม เช่น รูของฝักเมล็ดบัว รังผึ้ง ไข่แมลงวัน หรือปะการังเวอร์ชันที่มีรู โรคกลัวรูนี้จัดเป็น “ภาวะกลัวอย่างรุนแรง”ชนิดหนึ่ง แต่ข้อมูลอีกด้านจาก อาร์โนด์ วิลกินส์ และ จีออฟ โคล สถาบันจิตวิทยาแห่ง University of Essex สหราชอาณาจักร แย้งว่า อาการที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นความ “ขยะแขยง” มากกว่าความกลัว  สาเหตของโรคกลัวรู  มีปัญหาเรื่องโรคกลัวรู จัดการยังไงดี?  ถ้าตามปกติคุณไม่ได้มีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นมาอยู่แล้ว แต่อาจจะรู้สึกขยะแขยงได้บ้างเมื่อเห็นภาพที่มีรูเยอะ ๆ วิธีแก้ไขง่าย…
05/02/2024

เมื่อไหร่ที่คุณควรตัดสินใจเปลี่ยนงาน? 

ยิ่งถ้าคุณตัดสินใจไม่ได้สักทีก็ยิ่งต้องอ่าน เพราะเรามีคำแนะนำดี ๆ มาบอก!  ลองทำเช็กลิสต์เหล่านี้ดู ถ้าคุณตอบ “Yes” มากกว่า 4 ข้อก็อาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนงานแล้ว ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” มากกว่า 4 ข้อแล้วละ ก็อาจจะถึงเวลาเปลี่ยนงานแล้วก็ได้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายมาดูข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนงานกันก่อน ข้อดีของการเปลี่ยนงานใหม่  ข้อเสียของการเปลี่ยนงานใหม่ ทั้งนี้เราก็คงตอบให้คุณไม่ได้ว่าการเปลี่ยนงานของคุณในครั้งนี้ จะเป็นเหมือนกับการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ แต่หลาย ๆ คนก็ยอมเลือกเพราะทนอยู่กับบริษัทเก่าหรือวัฒนธรรมองค์กรเก่า ๆ มาอย่างยาวนานแล้ว  เราก็ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าให้คุณใช้ “สติ” ในการตัดสินใจให้ดี ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ลุยโลด! หางานใหม่ได้เลย อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
30/01/2024

จิตวิทยาการทำงานที่จะช่วยให้คุณทำงานได้ง่าย และดีขึ้น

วิธีการทางจิตวิทยาที่มีประโยชน์ สามารถปรับใช้ในการทำงานได้ทั้งกับตัวเอง เพื่อนร่วมงาน และหัวหน้า เป้าหมายหลักของการใช้วิธีการทางจิตวิทยานี้ก็คือ การทำให้สถานที่ทำงานเป็นสถานที่เชิงบวก และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานที่สบายใจกับทั้งตัวคุณเอง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้าและทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  ลองมาดูกันซิว่าการเพาะปลูกพลังงานเชิงบวกในที่ทำงานนั้นสามารถทำอย่างไรได้บ้าง จัดการการทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด  เริ่มจากการทำงานของตัวคุณเองก่อน จัดการระบบการทำงานของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ แบ่งงานใหญ่ ๆ ให้ออกเป็นงานย่อย ๆ เริ่มจากทำงานที่ยากก่อน หลังจากนั้นค่อยไล่ระดับไปสู่งานที่ง่าย จัดการงานให้ตรงกับช่วงเวลาที่ได้รับมอบหมาย และตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุด ฝึกการหายใจ เพื่อคลายความเครียด การทำงาน อาจทำให้หลายคนรู้สึกเครียด เหนื่อย มีความล้าเกิดขึ้นได้บ้าง แต่คุณสามารถผ่อนคลายความเครียดหรือความเหนื่อยล้านี้ได้ ด้วยการลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าและออกลึก ๆ ผ่อนคลาย ชมนกชมไม้เดินไปชงกาแฟบ้าง จะช่วยปรับอารมณ์การทำงานได้ มีความเข้าอกเข้าใจต่อเพื่อนร่วมงาน  ปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจ โดยทำความเข้าใจถึงมุมมองและอารมณ์ของผู้อื่น สิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ มีความเข้าใจกันมากขึ้น และมีการซัปพอร์ตซึ่งกันและกัน มีการสื่อสารต่อกันด้วยความชัดเจน และตรงไปตรงมาด้วย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ซึ่งจะทำให้การทำงานสามารถดำเนินการต่อไปได้แบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรณีเกิดข้อสงสัยให้ถามเพื่อความเคลียร์  แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการรับฟัง  เป็นเรื่องปกติที่สังคมการทำงานจะมีความขัดแย้งกันบ้าง เพราะว่าการทำงานเป็นสังคมขนาดใหญ่ และนำคนจากทุกเจนมารวมกัน แต่สิ่งสำคัญคือการหาวิธีก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดผิดใจกันในภายหลัง โดยจะต้องมีการรับฟังพูดคุยกัน…
30/01/2024

รู้จักกับ Empathy สุดยอดซอฟต์สกิลในการทำงาน

เพราะ Empathy คือ “ความเข้าอกเข้าใจ” ไม่มีอะไรที่ทำให้คนทำงานใจฟูไปมากกว่า “ความเข้าใจ” ที่ได้รับจากใครสักคน  Empathy เป็นความเข้าใจที่มีต่อผู้อื่นในระดับลึก เข้าใจแบบเข้าไปในนั่งอยู่ในใจเขาจริง ๆ “ถ้าเราโดนเร่งงานแบบนั้น เราก็ต้องรู้สึกเครียดเหมือนกัน” “ถ้าเราโดนลูกค้าดุแบบโต๊ะข้าง ๆ เราก็ต้องเสียใจมากแน่ ๆ ”   การมี Empathy ติดตัวเป็นหนึ่งในสุดยอดซอฟต์สกิลในการทำงานมาก ๆ เพราะอะไร?   1. ทำให้เข้าใจเพื่อนร่วมงานได้ดีขึ้น การมี Empathy จะทำให้เพื่อนร่วมงานกล้าแชร์ความรู้สึก เปิดอกกับคุณในทุก ๆ เรื่องของการทำงาน ทำให้คุณเข้าใจว่าเพื่อนร่วมงานต้องการอะไร และคุณจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ยังไง ก่อเกิดมิตรภาพในการทำงานที่ดีขึ้น 2. นำความเห็นของคนอื่น มาใช้ในการพัฒนาตัวเอง  การเปิดใจรับฟังอย่างเข้าใจ จะทำให้คุณเป็นคนที่มีใจเปิดกว้างมากขึ้น และยินดีรับฟังคอมเมนต์ของคนอื่นที่มีต่อตัวคุณเอง ทำให้นำคำแนะนำที่มีประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาตัวเอง แล้วคุณจะแยกได้ว่าคอมเมนต์ไหนจริงใจ คอมเมนต์ไหนเต็มไปด้วยอคติ และไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ 3. แค่มี Empathy ก็ช่วยทำงานได้ดีขึ้น !  เพราะความช่างสังเกต ความเอาใจใส่ จะทำให้คุณคาดเดาความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น และนำไปปรับให้ผลงานของคุณถูกใจลูกค้าได้มากขึ้นตามไปด้วย ผลงานดี แก้งานน้อยลง…
24/01/2024

วิชาเลิกโวย 101: ทำยังไงให้เป็นคนใจเย็น?

วันนี้มาฝึกสติและจิตใจให้เป็นคนที่มีความเยือกเย็นมากขึ้นกันดีกว่า เพราะหลาย ๆ คนไม่ชอบที่ตัวเองใจร้อน แต่ถึงอย่างนั้นเผลอหุนหันพลันแล่นทุกที จะมีวิธีไหนช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้บ้างนะ? ⁣  ข้อดีของการมีความอดทนมากขึ้น เป็นคนที่ใจเย็นลง “ความอดทน” เป็นสิ่งสำคัญที่เปรียบเสมือนเกราะที่ช่วยทำให้คุณผ่านความทุกข์ยาก และความเครียดในแต่ละวันไปได้   ทำให้คุณมีการควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น และมีความเห็นอกเห็นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นอีกเยอะ และยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะทำให้คุณเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้นด้วย  อยากเป็นคนใจเย็นลงต้องผ่านการ “ฝึก”  เช่นเดียวกับศาสตร์ทุกแขนงบนโลกใบนี้ อยากเป็นคนที่ใจเย็นลงและมีความอดทนมากขึ้น ก็จะต้องผ่านการฝึกฝนซึ่งแน่นอนว่า อาจจะไม่ได้สำเร็จเพียงแค่ภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าคุณใช้ความพยายามเข้ามาประกอบอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าคุณจะบ่มเพาะนิสัยใหม่ สามารถเป็นคนใจเย็นลงได้มากขึ้นอย่างแน่นอน และคุณอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกที่ดีขึ้นด้วย ฝึกการโฟกัสอยู่ที่ ณ ขณะปัจจุบัน เป็นการเพ่งสมาธิและความคิดทั้งหมดอยู่กับ ณ ปัจจุบัน โดยคุณอาจจะจดจ่ออยู่กับลมหายใจหรือสิ่งที่คุณกำลังทำ เพ่งไปที่ความคิดนั้นโดยไม่ตัดสิน ไม่ใส่ความเห็น ไม่ใส่ความรู้สึกเข้าไป เปรียบเสมือนกับการจ้องมองเข้าไปเท่านั้น ฝึกการหายใจ การหายใจช้า ๆ โดยจากทุกขณะจิตไปที่ลมหายใจนั้น จะช่วยทำให้ระบบประสาทสงบและช่วยลดความเครียดได้ ไม่จำเป็นต้องฝึกเยอะ คุณอาจจะกำหนดเวลาในการฝึกวันละ 3 - 5 นาทีก็ได้ คิดถึงสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณ เปลี่ยนกระแสของพลังจิต แทนที่จะไปจับจุดอยู่กับสิ่งที่เป็นแง่ลบหรือสิ่งที่ขาดในชีวิต ก็เปลี่ยนมาเป็นสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รู้สึกขอบคุณงานที่ทำอยู่ตอนนี้ เพราะทำให้มีข้าวกิน มีเงินผ่อนบ้าน รู้สึกขอบคุณภรรยาที่คอยทำอาหารต้อนรับไว้ทุกเย็นอยู่เสมอ…
24/01/2024

‘ทำไมคนชอบฟังเรื่องผี?’ กับ 4 เหตุผลทางจิตวิทยา และสังคม

เดี๋ยวนี้การฟังเรื่องผีกลายมาเป็นกิจกรรมทั้งในยามว่าง และยามไม่ว่างของหลายคน ภาพลักษณ์ของเรื่องผีที่เป็นเรื่องสยองขวัญถูกปรับเปลี่ยนตามค่านิยมตามยุคใหม่ และถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความบันเทิงในมุมมองใหม่ และยังคงมอบความสยองขวัญ แต่ในรูปแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าจะเป็นคนกลัวผีก็ตาม เห็นได้จากยอดการเติบโตของเหล่า เดอะโกสเตอร์ จากช่อง The Ghost Radio หรือช่องจำนวนมากที่ผลิตรายการเล่าเรื่องผีออกมามากมาย เราจึงได้เห็นปรากฏการณ์การฟังเรื่องผีในทุกที่ทุกเวลา เวลาขับรถ เวลาทำงาน หรือแม้แต่ก่อนนอน จากเดิมที่รายการผีตามโทรทัศน์จะต้องมาหลังละครหลังข่าวจบ พร้อมกับความรู้สึกกลัว และอยากดูในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจของปรากฏการณ์นี้ คือ เรื่องสยองขวัญ เรื่องผี เรื่องคุณไสยมนตร์ดำ และเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติในสังคมไทยสามารถเติบโตไปพร้อมวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่มาพร้อมกับคนเจเนเรชันใหม่ได้อย่างลงตัว ว่าแต่ทำไมเรื่องผีที่เคยน่ากลัวจนต้องหลับตาปิดหูถึงกลายมาเป็นเรื่องที่สามารถฟังได้ทุกที่ทุกเวลาแบบนี้กันนะ บทความนี้รวบรวมทฤษฎีด้านจิตวิทยา และสังคมที่มีคนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้ได้อ่านกัน 4 เหตุผลที่อธิบายว่าทำไมคนชอบฟังเรื่องผี คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกหลงใหลในเรื่องราวอันแปลกประหลาดที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ จนบางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักเหตุผล หรือถูกเรียกว่าไร้สาระเลยก็ว่าได้ ซึ่งทฤษฎีทางจิตวิทยา และองค์ความรู้ด้านสังคมวัฒนธรรมอาจใช้ในการอธิบายเหตุการณ์นี้ได้ เหตุผลที่ 1: ความกระหายใคร่รู้ที่ไม่ถูกเติมเต็ม ความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของมนุษย์ ที่ทำให้เราศึกษา และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จนวิวัฒนาการได้เร็วกว่าสัตว์อื่น ซึ่งเรื่องลึกลับที่มนุษย์คุ้นเคยมาแต่โบราณก็เป็นหนึ่งในความกระหายใคร่รู้ของมนุษย์ที่ไม่เคยถูกเติมเต็มด้วยการพิสูจน์ หรืออธิบายได้อย่างชัดเจน มนุษย์ทำได้เพียงตั้งสมมติฐาน และทฤษฎีต่าง ๆ ออกมาในรูปแบบของปรัชญา เรื่องเล่า หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่าผีคืออะไร?…
23/01/2024

ทาสหมาต้องรู้ วิดีโอแบบไหนที่น้องหมาชอบดู?

ในยุครุ่งเรืองแห่งโซเชียลมีเดีย มนุษย์เราเสพสื่อในรูปแบบวิดีโอกันแทบทุกวัน ทั้งสั้น และยาวจากหลากหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งแนววิดีโอที่แต่ละคนดูก็แตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าหลายคนคงชื่นชอบคลิปน้องหมาน้องแมวที่น่ารัก ชวนใจฟู แต่นอกจากมนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ชอบดูคลิปสัตว์แล้ว การศึกษาพบว่าน้องหมาก็ชอบดูคลิปที่มีสัตว์ชนิดอื่นอยู่ในภาพด้วยเหมือนกัน การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษามหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำโดยสัตวแพทย์ที่เป็นจักษุแพทย์เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการมองเห็นของน้องหมา เช่น อายุ การมองเห็น รวมไปถึงรูปแบบของวิดีโอที่น้องหมาชอบดูด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาการตรวจสุขภาพการมองเห็นของน้องหมา โดยเหตุผลที่ทีมสัตวแพทย์ทีมนี้ต้องการรู้ว่าน้องหมาชอบวิดีโอแบบไหนเป็นพิเศษนั่นเพราะพวกเขาคาดว่าวิดีโอที่สามารถดึงความสนใจของน้องหมาได้นานพอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจการมองเห็นของน้องหมาได้ ซึ่งการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในช่วงต้นปี 2024 พบว่าน้องหมาให้ความสนใจกับวิดีโออะไรก็ตามที่มีภาพของสัตว์ชนิดอื่นเป็นส่วนประกอบ นักวิจัยรู้ได้อย่างไรว่าน้องหมาชอบ? การศึกษานี้ได้ทำแบบประเมินออนไลน์ให้กับเจ้าของหมาจำนวน 1,246 รายได้ตอบแบบสอบถามว่าวิดีโออะไรที่ทำให้น้องหมาของบ้านนั้น ๆ จ้องจอเป็นเวลานาน รวมถึงอายุ สายพันธุ์ และเพศของหมาด้วย นักวิจัยได้ให้โจทย์กับเจ้าของหมาด้วยการเปิดคลิปวิดีโอสั้นที่มีภาพต่างกันออกไป เช่น ภาพสัตว์ชนิดต่าง ๆ การ์ตูน ภาพมนุษย์ ภาพการจราจร และภาพอื่น ๆ จากนั้นให้เจ้าของตอบแบบสอบถาม ซึ่งพบว่า ทีมนักวิจัยก็ได้รู้ว่าน้องหมาชอบดูวิดีโอแบบไหนมากเป็นพิเศษ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับการมองเห็นของน้องหมา ซึ่งทีมนักวิจัยวางแผนที่จะนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาเป็นวิธีประเมินสุขภาพการมองเห็นของน้อง เพราะด้วยองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่อายุยืนขึ้น น้องหมาก็อายุยืนขึ้นด้วยเหมือนกัน ทีมสัตวแพทย์เลยอยากให้น้องหมาที่มีอายุมากมีคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ การเฝ้าสังเกตผลกระทบจากการดูวิดีโอของน้องหมาอาจนำมาใช้ทำนายปัญหาสายตาของมนุษย์ที่เป็นเจ้าของของน้องได้ด้วย ที่มา:…
19/01/2024

เปิดโลกประโยชน์ของการกอดต่อสุขภาพ และความสัมพันธ์

การกอดเป็นรูปแบบการแสดงความรักที่เป็นสากลมากวิธีหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน คุณก็สามารถกอดได้ ตั้งแต่คนรู้จัก เพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ซึ่งในช่วงเวลาที่คนเรากอดกัน และเกิดสัมผัสทางร่างกาย สมอง และร่างกายของเราจะเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ มากมาย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นพบว่าการกอดกันส่งผลดี ทั้งกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของผู้คนด้วย ในบทความนี้จะพาคุณไปเปิดโลกประโยชน์ของการกอดที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ และความสัมพันธ์ด้วย วิทยาศาสตร์ของการกอด มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอาศัยความแน่นแฟ้นในความสัมผัสเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งการกอดเป็นหนึ่งในวิธีที่มนุษย์สร้างความแข็งแรงของความสัมพันธ์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าที่สุดที่ยืนยันว่ามนุษย์มีการกอดกัน คือ เมื่อ 6,000 ปีก่อน แต่เชื่อกันว่าการกอดเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่านั้น ในช่วงเวลาที่เรากอด หรือถูกกอด ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin) หรือรู้จักกันในชื่อสุดโรแมนติกว่าฮอร์โมนแห่งความรักออกมา ออกซิโทซินทำหน้าที่สำคัญในการสร้างความรู้สึกผูกพันระหว่างสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแม่กับลูก คนรักกับคนรัก หรือเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้ความรู้สึกที่ดี และช่วยลดระดับความเครียด เหตุผลอาจพออธิบายได้ว่าทำไมช่วงเวลาแห่งการกอด ถึงทำให้มนุษย์รู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย และรู้สึกเป็นที่รักจนล้นออกมา แม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ซึ่งกลไกที่เกิดขึ้นระหว่างการกอดยังส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ และสุขภาพด้วย ประโยชน์ของการกอดกับสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ ออกซิโทซินที่เกิดจากการกอดสามารถช่วยปรับอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น ลดความรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ และลดการหลั่งของฮอร์โมนความเครียด อย่างคอร์ติซอลลงได้…
18/01/2024

การศึกษาพบว่าการเปิดเผยความลับแง่ลบไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงแบบที่คนคิดกัน

คุณมีความลับไหม? ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนย่อมมีความลับอะไรบางอย่างที่เก็บเอาไว้ตัวเอง ความลับที่ต่อให้คนที่ไว้ใจที่สุดก็ไม่กล้าเปิดเผยให้เขารู้ ซึ่งส่วนใหญ่ความลับเหล่านี้มักจะเป็น Dark secret หรือความลับอันดำมืดที่ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะกลัวว่าถ้าเขารู้ความจริงแล้ว เราเองจะได้รับผลกระทบที่ร้ายแรง หรือไม่ได้รับการให้อภัย ผู้เขียนอยากให้คุณลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณเปิดเผยความลับที่คุณกำลังเก็บซ่อนอยู่ให้คนที่สนิทฟัง เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คนส่วนใหญ่ต้องคิดว่าเรื่องราวต้องใหญ่โตบานปลาย และนำไปสู่ปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย อย่างการถูกรังเกียจ ถูกตัดสิน หรือปัญหาความสัมพันธ์ แต่ผลลัพธ์ของการพูดความจริงจะเป็นอย่างนั้นเสมอไปจริงหรือ? การศึกษาจาก McCombs School of Business มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน (University of Texas at Austin) กลับพบว่าผลลัพธ์ของการเปิดเผยความลับแง่ลบอาจไม่ได้เลวร้ายแบบที่คนจินตนาการ ในทางกลับกันอาจส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ในบางด้านด้วย โดยทีมนักวิจัยได้ลองถามกับกลุ่มอาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดลองด้วยคำถามเดียวกับที่ผู้เขียนถาม คือ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณเปิดเผยความลับด้านที่ไม่ดีให้กับคนอื่นฟัง แน่นอนว่าอาสาสมัครเหล่านั้นพูดถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการเปิดเผย และคิดว่าความน่าเชื่อถือในตัวของเจ้าของความลับจะต้องลดลง หรือถูกตัดสินในแง่ลบแบบอื่น ๆ แล้วให้อาสาสมัครเหล่านั้น เล่าความลับในด้านลบของตัวเองให้กับคนอื่นฟัง ซึ่งมีตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อนสนิท คนรู้จัก ญาติ และคนรัก เรื่องที่สารภาพมีตั้งแต่การขี่จักรยานไม่เป็น ไปจนถึงการนอกใจ ซึ่งผลลัพธ์ที่ทีมนักวิจัยเฝ้ารอกลับออกมาตรงข้ามกับที่อาสาสมัครเหล่านั้นคาดไว้ ผู้คนที่ทำหน้าที่ในการฟังความลับของอีกฝ่าย กลับให้คะแนนความน่าเชื่อถือ และความซื่อสัตย์กับอีกฝ่ายมากกว่ากลุ่มอาสาสมัครคาดไว้ โดยผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกันสำหรับทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกับคนแปลกหน้า คนรัก…
17/01/2024

การศึกษาชี้ว่ายิ่งพี่น้องเยอะ สุขภาพจิตยิ่งย่ำแย่

ใครเป็นลูกคนเดียวอาจมีบางโมเมนต์ที่รู้สึกอยากมีพี่น้องเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะพี่น้องบางคนก็สนิทกัน เป็นทั้งพี่น้อง เป็นทั้งเพื่อน แต่บางครอบครัว การมีพี่น้องก็เหมือนลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันอยู่ตลอด แถมอาจมีปัญหาเรื่องพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน คนนั้นได้แบบนี้ คนนี้ได้แบบนั้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอที่ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพจิตกับจำนวนพี่น้องในครอบครัวพบว่า จำนวนพี่น้องที่เพิ่มมากขึ้นสัมพันธ์กับสุขภาพจิตที่แย่ลง การศึกษานี้ได้ใช้ข้อมูลจากเด็กนักเรียนชาวจีนเกรด 8 (เทียบเท่าชั้นม.3) จำนวนมากกว่า 9,400 คน และเด็กนักเรียนเกรด 8 ชาวอเมริกันมากกว่า 9,100 คน โดยเด็กทั้งหมดมีอายุเฉลี่ย 14 ปี โดยทีมนักวิจัยได้ถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งคำถามระหว่างเด็กจีน และเด็กอเมริกันจะแตกต่างกันตามบริบทของสังคม เพราะอย่างประเทศจีนที่มีนโยบายลูกคนเดียว ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการมีพี่น้องต่ำกว่าสหรัฐฯ เด็กที่ไม่มีพี่น้อง สุขภาพจิตดีที่สุด จากการวิเคราะห์คำตอบเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ได้ถามเด็กเหล่านี้ ผลลัพธ์ออกมาว่า ‘เด็กนักเรียนชาวจีนที่ไม่มีพี่หรือน้องเลย เป็นกลุ่มที่มีสุขภาพจิตดีมากที่สุด ส่วนเด็กนักเรียนชาวอเมริกันที่ไม่มีพี่น้อง หรือพี่น้อง 1 คนมีสุขภาพจิตในระดับที่ใกล้เคียงกัน’ ข้อมูลจากทางฝั่งอเมริกายังพบว่าเด็กที่มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน หรือพี่น้องต่างพ่อ/แม่ก็ล้วนส่งผลด้านลบต่อสุขภาพจิตของเด็ก และกลุ่มที่สุขภาพจิตแย่ที่สุด คือ พี่น้องที่อายุห่างกันไม่เกิน 1 ปี ยิ่งพี่น้องเยอะ ต้องหารเยอะ ดัก ดาวนีย์ (Doug Downey) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยโอไฮโอ…

PR Partners

See All
Read More

BUZZEBEES พลิกประวัติศาสตร์ Marketing Platform สู่ “Revenue Engine” อันดับ 1 ในอาเซียนด้วยยุทธศาสตร์ Beyond Loyalty 2026

กรุงเทพฯ (11 กุมภาพันธ์ 2026) – BUZZEBEES (บัซซี่บีส์) ผู้นำเบอร์หนึ่งด้าน Marketing Platform แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Loyalty: The Proven Full-Funnel Ecosystem for Strategic Growth” มุ่งเป้าจากการเป็นเพียงระบบสะสมแต้ม สู่การเป็น "เครื่องยนต์สร้างรายได้" ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Engine และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับแบรนด์ทั่วอาเซียน ในปี
13/02/2026

ทรู ผนึก บก.ปอท. ทลายฐานเน็ตเถื่อนแม่สาย ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญในการพิทักษ์ความปลอดภัยไซเบอร์ให้คนไทย โดยการประสานพลังกับตำรวจ บก.ปอท. และ สำนักงาน กสทช. เปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นอาคารต้องสงสัยในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อหยุดยั้งการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้เริ่มจากการตรวจพบความผิดปกติผ่านระบบมอนิเตอร์ของทรู ซึ่งพบสัญญาณอันตรายที่เป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่การจับกุม จากการเข้าตรวจค้นอะพาร์ตเมนต์ใกล้ชายแดน แม้จะไม่พบตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ: นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ ผู้บริหารจากทรู ย้ำชัดว่าบริษัทพร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังชายแดนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้โครงข่ายถูกใช้ในทางที่ผิด โดยทรูได้เสริมเกราะป้องกันให้ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนซิม เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้า พร้อม True CyberSafe บริการป้องกันภัยออนไลน์ "ฟรี" สำหรับลูกค้าทรูและดีแทคทุกคน ช่วยบล็อกลิงก์อันตรายและ SMS เสี่ยงโชค/หลอกลวงอัตโนมัติ โดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม
13/02/2026

เมื่อ “ความเร็ว 5G” มาเจอกับ “แรงรัก” : เจาะลึกปรากฏการณ์รอยยิ้มยกด้อมจาก True-dtac

ถ้าบอกว่าสัญญาณ 5G ที่ว่าแรงแล้ว ยังสู้ "แรงรัก" ของเหล่าแฟนคลับไม่ได้ ก็คงไม่เกินจริง! เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการ Fandom ด้วยการจัดงาน “TRUE DTAC 5G FANDOM OF SMILE – อัพสัญญาณความสุข ยิ้มยกด้อม” งานนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวของซุปตาร์ แต่คือการประกาศว่า "เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ต้องมาพร้อมกับความสุขที่จับต้องได้" Double ฟิน x2 : เมื่อตัวท็อป Gen Z มาอยู่บนเวทีเดียวกัน ทำเอาลานจัดงานแทบแตก ! เมื่อทรูดึง 2 คู่จิ้นสุดฮอตแห่งยุคอย่าง “เจมีไนน์–โฟร์ท” และ “ฟอส–บุ๊ค” มาเสิร์ฟโมเมนต์หวานฉ่ำแบบคูณสอง พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษจากวง "Clo'ver" น้องใหม่ไฟแรงจาก GMM TV ในยุคที่มิจฉาชีพดุพอ ๆ กับความหล่อของศิลปิน…
12/02/2026

Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 แบรนด์ดัง-ครีเอเตอร์ตัวท็อป ตบเท้าลุ้นกว่า 300 รางวัล

ขยับเข้ามาใกล้แล้วสำหรับงานประกาศรางวัลที่คนทำเพจ แบรนด์ และอินฟลูเอนเซอร์รอคอยที่สุดงานหนึ่งของปี อย่าง Thailand Social Awards ครั้งที่ 14 ที่ทาง Wisesight จับมือกับ ICONSIAM จัดขึ้น เพื่อมอบรางวัลให้กับคนที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยปีนี้เขามีแจกกันกว่า 300 รางวัลเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจของปีนี้คือ มีการ "ยกระดับเกณฑ์การตัดสิน" ใหม่ ให้เข้มข้นขึ้น โดยไม่ได้ดูแค่ตัวเลขไลก์ แชร์ วิว แบบเดิม ๆ แต่มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากหลายวงการมาช่วยดูเรื่อง "คุณภาพ" และ "จริยธรรม" ด้วย เพื่อให้คนที่ได้รางวัลคือคนที่เจ๋งจริง ๆ ในปีที่ผ่านมา 1. หมวดคนบันเทิง (Entertainment Figures) อันนี้แฟนคลับลุ้นกันตัวโก่งแน่นอน เพราะรวมตัวท็อปไว้เพียบ 2. หมวดครีเอเตอร์ (Creators) สายคอนเทนต์ปีนี้เน้นความเรียลและสาระบันเทิง 3. หมวดคอนเทนต์ (Content) 4. หมวดแบรนด์ (Brands) อันนี้แข่งกันดุมาก เพราะมีถึง 36…