Tags
| สุขภาพ
18/08/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 343 days ago
ทางรอดคนเป็นเบาหวาน ! ผู้ป่วยเบาหวานผลิตอินซูลินได้เองอีกครั้งด้วยการตัดต่อพันธุกรรม
งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้เผยแพร่ลงบน The New England Journal of Medicine พบว่าผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนที่ผ่านการดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี CRISPR โดยเซลล์ใหม่นี้ถูกทำให้อยู่รอดในร่างกายได้โดยไม่ถูกระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโจมตี เอาจริง ๆ ที่ผ่านมามีการพยายามรักษาด้วยการปลูกถ่ายใหม่ แต่ก็มีปัญหาใหญ่คือ ผู้ป่วยต้องกิน ยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านเซลล์ใหม่ ซึ่งยาชนิดนี้ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อง่ายขึ้น ในยุคนี้ คนเป็นโรคเบาหวานกันเยอะ ซึ่งนั่นเรียกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากการที่เรากินหวาน น้ำหนักตัวมาก ร่วมกับพันธุกรรมของแต่ละคน แต่โรคเบาหวานในงานวิจัยนี้ คือ เบาหวานชนิดที่ 1 ที่เป็นตั้งแต่เกิดนะครับ ซึ่งชนิดที่ 2 จะได้ถึง 90-95% ของโรคเบาหวานทั้งหมด กลับมาผลิตอินซูลินได้เองมันน่าตื่นเต้นตรงไหน ? โดยปกติ ร่างกายเราจะมีเซลล์กลุ่มหนึ่งในตับอ่อนทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตอินซูลิน (Islet cells) แต่ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิด คิดว่าเซลล์นี้เป็นศัตรู จึงเข้าไปทำลายทิ้ง เมื่อโรงงานผลิตอินซูลินถูกทำลาย ร่างกายก็ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ผู้ป่วยจึงต้องฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทนไปตลอดชีวิตนั่นเองครับ ผู้ป่วยเลยใช้ชีวิตลำบาก ถ้าคุมยาคุมอาหารไม่ดีก็เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ แต่ที่ต่างและพิเศษไปกว่านั้น คือ…07/08/2024
Same Same But Different ! ทำไมขนาด ‘น้องชาย’ คนแต่ละเชื้อชาติถึงไม่เท่ากัน
อวัยวะเพศชาย อวัยวะที่กินสัดส่วนของพื้นที่ร่างกายไปเพียงน้อยนิด แต่ตัวมันเองกลับมีความสำคัญต่อจิตใจของมนุษย์เพศชาย และบริบทเรื่องเพศอย่างมหาศาล ชนิดที่ว่าถ้าให้เลือกต้องตัดมือ กับตัดน้องชาย มนุษย์เพศชายจำนวนไม่น้อยอาจยอมสูญเสียมือสักข้างไปแทนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 719 days ago
Read More25/07/2024
5 วิธีจัดการกับความเครียดและภาวะวิตกกังวล
ในยุคที่โลกหมุนไวกว่าความคิด ความเครียดและความวิตกกังวลก็เหมือนแขกไม่ได้รับเชิญที่มาเยือนชีวิตเราบ่อย ๆ วันนี้เรามี 5 วิธีเด็ด ๆ ที่จะช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดเหล่านั้นได้อย่างมือโปร เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตให้สดใสไร้กังวลกันเลยกฤษณา กาญจนเพ็ญ | 732 days ago
Read More23/07/2024
อัปเดต 10 แอปสุขภาพดี ๆ ที่ควรมีติดตัว
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ต่างหันมาห่วงใยและใส่ใจในสุขภาพกันมากขึ้น และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล แอปพลิเคชันก็กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในการดูแลสุขภาพของใครหลายคน วันนี้เรามาอัปเดตกันว่ามีแอปอะไรบ้างที่น่าสนใจ และช่วยให้ชีวิตของเราสมดุลและแข็งแรงขึ้นได้อย่างไรบ้าง 1. MyFitnessPal - ผู้ช่วยนับแคลอรีสุดฉลาด เริ่มต้นกันที่แอปยอดนิยมอย่าง MyFitnessPal แอปนี้จะเป็นเหมือน “ไดอารี่อาหารดิจิทัล” ที่คอยติดตามการกินอาหารของคุณในแต่ละวัน และด้วยฐานข้อมูลอาหารขนาดใหญ่ (มาก) ทำให้สามารถค้นหาและบันทึกอาหารที่กินไปได้แทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง หรือแม้แต่เมนูจากร้านอาหารดัง ที่น่าสนใจคือแอป MyFitnessPal นี้ยังมีฟีเจอร์สแกนบาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่จะทำให้การบันทึกข้อมูลโภชนาการของคุณเป็นเรื่องง่าย แค่สแกนก็รู้แล้วว่าอาหารชิ้นนั้นมีแคลอรีเท่าไหร่ มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันเท่าไหร่บ้าง สำหรับคนที่อยากจะควบคุมน้ำหนัก แอปนี้ก็มีฟังก์ชันตั้งเป้าหมายน้ำหนักและคำนวณปริมาณแคลอรีที่ควรบริโภคต่อวันได้ ทำให้เราสามารถวางแผนการกินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ MyFitnessPal ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปออกกำลังกายและอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ ได้ด้วย ทำให้เราสามารถติดตามการเผาผลาญพลังงานได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นแอปที่ครบเครื่องทั้งเรื่องการควบคุมอาหารและคุมน้ำหนักได้ในแอปเดียว 2. Calm - สงบจิต พิชิตความเครียด ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นเรื่องปกติของคนทำงาน แอป Calm สามารถเป็นตัวช่วยในการจัดการความเครียดและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี โดยแอปนี้จะนำเสนอเนื้อหาด้านการทำสมาธิ การฝึกหายใจ และเสียงธรรมชาติที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ ฟีเจอร์เด่นของ Calm ก็คือ "Sleep…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 734 days ago
Read More02/08/2023
เทคนิคการเลือกสบู่ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง
การอาบน้ำชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรกเป็นกิจวัตรที่ทุกคนทำทุกวัน และการเลือก ‘สบู่’ เพื่อช่วยขจัดคราบความมันและแบคทีเรียต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เนื่องจากสบู่แต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของรูปแบบ และคุณสมบัติในการบำรุงผิว ดังนั้น จึงควรเลือกใช้สบู่ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง เลือกสบู่ให้เหมาะกับผิวของตนเอง โดยปกติคนเราจะมีสภาพผิวอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวแพ้ง่าย และผิวผสม สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนเลือกสบู่ที่เหมาะสมคือการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทผิวของตนเอง เพราะการเลือกสบู่อาบน้ำที่ต้านแบคทีเรียและมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวจะช่วยคุณจัดการปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยคุณสามารถทดสอบสภาพผิวของตนเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แล้วซับให้แห้ง 2.อย่าทาครีม มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือโทนเนอร์บนใบหน้าหลังจากเช็ดหน้าจนแห้ง 3.ปล่อยให้ใบหน้าแห้งอย่างน้อย 30 นาที 4.หลังจากผ่านไป 30 นาที หลังจากทำความรู้จักกับประเภทผิวของคุณแล้ว คุณก็จะสามารถเลือกสบู่ให้เหมาะกับตนเองได้อย่างง่ายดาย 1.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวแห้ง หากคุณมีผิวแห้ง คุณต้องเลือกใช้สบู่ที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ เพราะผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะเป็นขุยและมีอาการคันได้ง่าย นอกจากนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลังล้างออกไม่แห้งตึงจนเกินไป ควรเน้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นให้กับผิว 2.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวมัน ผิวมันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่าย จะดีที่สุดถ้าคุณเลือกสบู่ที่ดูดซับความมันส่วนเกินจากผิวของคุณเพื่อป้องกันการเกิดสิว นอกจากนี้ ผิวมันจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินเป็นประจำ เพื่อให้ผิวไม่รู้สึกมันเยิ้มจนเกินไป 3.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวผสม หากคุณเป็นคนผิวผสม คุณก็สามารถเลือกสบู่ได้หลากหลายประเภท เนื่องจากผิวของคุณไม่ได้บอบบางขนาดนั้น แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าคุณใช้สบู่ธรรมชาติที่ปราศจากพาราเบน และสารเคมีอันตรายอื่น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1090 days ago
Read More02/08/2023
อินฟลูเอนเซอร์วีแกนชาวรัสเซียเสียชีวิตหลังกินแค่ผลไม้และดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าเป็นเวลาหลายปี
ผลไม้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะไขมันต่ำ ใยอาหารสูง แถมมีวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ดี เคสล่าสุด Zhanna D'Art หรือ แจนนา แซมโซโนวา (Zhanna Samsonova) อินฟลูเอนเซอร์สายวีแกนชาวรัสเซียถูกคาดว่าเสียชีวิตจากการขาดอาหารภายหลังการรับประทานเฉพาะผลไม้เพียงอย่างเดียวเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยข้อมูลเปิดเผยว่า แจนนา แซมโซโนวา เริ่มรับประทานอาหารแนว Fruit diet หรือรับประทานเฉพาะผลไม้ น้ำผลไม้ และต้นอ่อนทานตะวันเท่านั้นเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งสุดโต่งขนาดที่ว่าเธอดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่า ก่อนหน้าที่เธอจะเริ่มรับประทาน Fruit Diet เธอเป็นวีแกนหรือมังสวิรัติมาก่อน รวม ๆ แล้วเป็นเวลากว่า 15 ปี เธอเคยบอกว่า ‘เธอชอบที่จะสร้างสูตรอาหารและแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น’ เพื่อนของแจนนาได้ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงที่แจนนาย้ายไปที่ประเทศศรีลังกา เพราะแจนนา ต้องการเปลี่ยนมารับประทานผลไม้เมืองร้อนแทน ซึ่งเพื่อนเธอได้ทักท้วงให้เธอเข้ารับการรักษาจากแพทย์ เพราะเธอดูอ่อนเพลียอย่างมาก แต่เธอเลือกที่จะไม่ทำ โดยเพื่อนบ้านที่เห็นร่างกายที่ซูบผอมของแจนนารู้สึกเป็นกังวลว่าจะพบแจนนาในร่างที่ไร้ลมหายใจในตอนเช้าของทุกวัน นอกจากนี้ แจนนาป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคคลั่งผอม และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเสียชีวิตแจนนาแทบจะเดินไม่ได้ โดยใช้เวลาหลายนาทีเพื่อที่จะก้าวเท้าขึ้นบันไดเพียงก้าวเดียว มีรายงานจากการเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกว่าเธอได้รับเชื้ออหิวาต์ แจนนายังมีวิธีรับมือกับความเจ็บป่วยที่ค่อนข้างประหลาด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1090 days ago
Read More27/07/2023
“ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” สู่ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านช่วงอายุของประชากร โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การขยายตัวของจำนวนผู้สูงวัย ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละปี และคาดการณ์ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) โดยจะมีผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจากสถิติดังกล่าวอาจส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวที่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงานต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมเชิงระบบที่รอบด้านในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่หลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต้องให้ความร่วมมือ เพื่อรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการส่งเสริมสวัสดิการผู้สูงอายุ ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่อำนวยความสะดวก ตลอดจนการมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม และเป็นต้นแบบในการส่งต่อองค์ความรู้ทางด้านวิชาการให้กับสังคมไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่เป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงมีแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ จึงได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อริเริ่มโครงการก่อสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” เป็นศูนย์วิทยาการต้นแบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในทุกมิติ พร้อมสร้างองค์ความรู้ กระจายองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติสำหรับสาธารณชน เพื่อคุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืนของผู้สูงอายุไทย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล่าถึงการจัดตั้งศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชว่า “สถานการณ์ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย นับเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความท้าทายต่อการรับมือในทุกมิติ ซึ่งศิริราชให้ความสำคัญมาโดยตลอดในการมุ่งสร้างสังคมผู้มีอายุยืน หรือ Healthy Aging ที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการส่งเสริมและผลักดันให้ครอบครัว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1095 days ago
Read More27/07/2023
การออกกำลังกายช่วยให้หายเศร้า นักวิจัยพบการออกกำลังกายรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลมากกว่าการใช้ยา
โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมหรือจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ กลไกของโรคนี้เป็นผลมาจากสารเคมีในสมองมีผลต่ออารมณ์ผิดปกติไปจนเกิดเป็นอาการทางอารมณ์ และนำไปสู่อาการทางด้านร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนป่วยด้วย ซึ่งปัจจัยหลายอย่างส่งผลร่วมกัน โดยประชากรโลกกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ยาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจถูกกับยาคนละชนิด ยาบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากยาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้มากขึ้นก็เป็นวิธีที่แพทย์แนะนำ ล่าสุดมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาแบบรีวิว 97 ชิ้นที่มาจากงานวิจัยกว่า 1,039 งาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างถึง 128,119 คน แก่นของการศึกษาที่ได้หยิบมาคือประสิทธิภาพของการออกกำลังกายต่อสุขภาพและการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคทางอารมณ์ ซึ่งงานวิจัยเป็นพันชิ้นที่ผ่านการรีวิวนั้นมีตั้งแต่คนทั่วไปที่ไม่มีโรค คนสุขภาพดี คนที่มีโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อีกมากมาย การศึกษาชิ้นนี้พบว่าการออกกำลังกายนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุดหรือส่งผลดีอย่างมากในกลุ่มตัวอย่างที่มีโรคซึมเศร้า ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคไต คนท้อง ผู้หญิงหลังคลอด และคนทั่วไป การศึกษาชิ้นนี้ยังบอกด้วยว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือหนักขึ้นให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วย สำหรับโรคซึมเศร้า ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคถึง 43 เปอร์เซ็นต์ โดยระยะเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดอยู่ที่ 150 นาที/สัปดาห์ ครั้งละ 30…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1095 days ago
Read More27/07/2023
ปักหมุด 4 ร้านอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน (ที่จะชวนคุณมาอร่อยและสุขภาพดี)
ใครว่าของอร่อยต้องไม่ดีต่อสุขภาพ Hack for Health ขอเสนอ ‘อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน’ หรือ Mediterranean Diet อาหารแนวนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างกรีซ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และอื่น ๆ ซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมอาหารที่เก่าแก่และได้รับความนิยมอย่างมาก โดยวัตถุดิบหลักของอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนมักจะเป็นธัญพืช สมุนไพร เครื่องเทศ ผักผลไม้ ถั่วต่าง ๆ ส่วนเนื้อสัตว์ก็เป็นกลุ่มของปลา อาหารทะเล สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากนม ส่วนเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแดงจะพบได้บ้าง แต่ที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับอาหารแนวนี้คือ ‘น้ำมันมะกอก’ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยเห็นตรงกันว่าการกินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ ส่วนเหตุผลก็มาจาก ‘ปลาทะเล’ และ ‘น้ำมันมะกอก’ ที่มีไขมันดียังไงล่ะ ไขมันดีเป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพตามชื่อ คุณอาจคุ้นหูกับชื่อ ‘โอเมก้า 3’ ซึ่งจัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่พบได้ในปลาทะเลและน้ำมันมะกอกที่เป็นแหล่งไขมันหลักอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนแต่ละเมนู กรดไขมันชนิดนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าหากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือด ช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย และดีต่อสมองด้วย นอกจากนี้ สัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต ผัก และวัตถุดิบจากพืชอื่น ๆ ก็ถูกจัดสรรลงจานเป็นอย่างดีช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน เทรนด์เรื่องการกินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนกำลังเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยอย่างช้า ๆ แต่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1096 days ago
Read More27/07/2023
เรื่องมะเร็งใกล้ตัวและเข้าใจง่ายกว่าที่คิด จากงานเสวนา ‘รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง’
โรคมะเร็งเป็นโรคที่ฆ่าคนมากที่สุด ในช่วงก่อนปี 2000 คนเสียชีวิตจากมะเร็งเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และอุบัติเหตุ แต่ในปัจจุบัน มะเร็งได้ไต่ขึ้นมาเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่คนเสียชีวิต และครองแชมป์มาเป็นเวลาหลายปี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 สถาบันวิทยาการตลาดทุนหรือ วตท. ได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ 'รู้เท่า เล่าทัน กันมะเร็ง' ณ Auditorium ชั้น 6 ตึกเปกาซัส อาคาร 101 ทรูดิจิทัลพาร์ก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งระดับประเทศ อย่างอาจารย์กบ หรือ ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวัฒนธรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์หนุ่ม หรือ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง Founder บริษัท เจเน พูติกไบโอ จำกัด ทั้งยังเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยในการเสวนาในครั้ง อาจารย์ทั้ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1096 days ago
Read More27/07/2023
วิธีป้องกัน “โรคหลอดเลือดในสมอง” สาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต
โรคหลอดเลือดสมอง คือภาวะที่สมองขาดเลือด เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของสมองมีเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ มักเกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงอุดตัน หรือมีเลือดออกในสมอง และเซลล์สมองในบริเวณนั้นจะเริ่มตายจากการขาดออกซิเจน อาการ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกังวลว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองให้สังเกตเวลาที่เริ่มมีอาการ โดยสัญญาณและอาการของโรคหลอดเลือดสมอง มีดังต่อไปนี้ สาเหตุ 1.หลอดเลือดแดงอุดตัน หลอดเลือดแดงอุดตัน หรือที่เรียกว่าโรคเส้นเลือดในสมองตีบ บางคนอาจมีการหยุดชะงักชั่วคราวของการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง หรือที่เรียกว่าโรคขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการที่ยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดลดลงอย่างรุนแรง (ขาดเลือด) โดยหลอดเลือดตีบตันนั้นเกิดจากไขมันสะสมในหลอดเลือด หรือจากลิ่มเลือดหรือเศษอื่น ๆ ที่เดินทางผ่านกระแสเลือด ส่วนใหญ่มักจะมาจากหัวใจและไปค้างอยู่ในหลอดเลือดในสมอง 2.เส้นเลือดในสมองแตก โรคเส้นเลือดในสมองแตก เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองรั่วหรือแตก โดยเลือดออกในสมองอาจเกิดจากหลายสภาวะที่ส่งผลต่อหลอดเลือด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคเส้นเลือดในสมองแตก เช่น ปัจจัยเสี่ยง มีหลายปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ 1.ปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิต 2.ปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ ปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อน โรคหลอดเลือดสมองบางครั้งอาจทำให้เกิดความพิการชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สมองขาดออกซิเจน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังนี้ วิธีการป้องกัน การทราบปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นขั้นตอนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หากคุณเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) วิธีเหล่านี้อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อีก วิธีการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหลายอย่างเหมือนกับวิธีในการป้องกันโรคหัวใจ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1096 days ago
Read More27/07/2023
คุณเคยซัก “หมอน” หรือไม่ ? เหตุผลที่ควรหันมาทำความสะอาดหมอน
ของเครื่องใช้ในบ้านที่เชื่อว่าทุกคนต้องทำความสะอาดหรือซักล้างอย่างเป็นประจำ นั่นคือ ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม เพราะนอกจากจะกำจัดฝุ่นต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามที่นอนแล้วยังทำให้รู้สึกที่นอนนุ่ม สบาย มีกลิ่นหอมน่านอนอีกด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะมองข้ามไปนั่นคือการทำความสะอาด “หมอน” ปกติแล้วคนเรามักใช้เวลาอยู่บนเตียงประมาณ 8 ชั่วโมงต่อคืน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต นั่นหมายความว่าเราใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับหมอน และตลอดเวลานั้นหมอนมักจะสะสมทั้ง ฝุ่น เชื้อรา เหงื่อ น้ำลาย รวมถึงน้ำมันธรรมชาติจากร่างกายของคุณ จากการวิจัยปี 2018 ระบุว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่การระคายเคืองทางเดินหายใจหรืออาการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว การซักหมอนเป็นประจำจะสามารถลดสิ่งระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องซักหมอนจริงหรือ ? อย่างที่บอกว่าคนเรามักลืมหมอนในรายการสำหรับซักทำความสะอาดทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และสนใจซักแต่เพียงปลอกหมอนเท่านั้น การซักปลอกหมอนเป็นวิธีหลักอย่างหนึ่งในการรักษาความสะอาดบริเวณที่นอนของคุณ อย่างไรก็ตาม ปลอกหมอนที่สะอาดจะช่วยได้มากก็ต่อเมื่อหมอนของคุณผ่านการซักทำความสะอาด เพราะแม้แต่ปลอกหมอนที่ซักเป็นประจำในบางครั้งก็อาจมีรู หรือมีร่องรอยการขาด ดังนั้นจึงไม่สามารถปกป้องหมอนของคุณจากการสะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเมื่อเวลาผ่านไปได้ทั้งหมด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการซักหมอนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยหมอนของคุณอาจสะสมสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ในระดับที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ทำจากหมอน จากการศึกษาในปี 2021 พบว่าหมอนอาจต้านทานสิ่งสกปรกและไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำจากสิ่งต่อไป การวิจัยปี 2015 ยังแนะนำว่าหมอนขนเป็ดอาจสะสมฝุ่นน้อยกว่าหมอนใยสังเคราะห์บางประเภท…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1096 days ago
Read More24/07/2023
โจ๊กหมึกซึม ไม่ใช่เคสแรก! ข้อสรุปปากกาเขียนบนถุงอันตรายไหม ควรเป็นถุงแบบไหน หรือใช้ปากกาอะไรดี?
ช่วงก่อนหน้านี้หลายคนคงเห็นข่าวที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพเตือน หลังจากไปซื้อโจ๊กที่ร้านค้าเขียนรายละเอียดบนถุงโจ๊ก ซึ่งผู้ซื้อเห็นว่าหมึกจากตัวหนังสือบนถุงร้อนซึมเข้าไปด้านใน เมื่อเทออกมาปรากฏว่าหมึกก็ซึมเข้าไปในเนื้อโจ๊กจริง ๆ เคสที่หมึกซึมเข้าไปในโจ๊กหรืออาหารอื่น ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หากลองไปค้นดูจะพบว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาแล้ว โดยในเคสล่าสุดที่ตัวหนังสือ ‘หมูล้วน’ ซึมเข้าไป อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากเพจอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้ออกมาเตือนและให้ความรู้ว่าหมึกที่เขียนและซึมผ่านถุงร้อนเข้าไปในเนื้อโจ๊กนั้นเป็นอันตรายและอาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ ซึ่งในเคสนี้ อ.เจษฎา คาดว่าทางร้านใช้ปากกาเมจิกเขียน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 เพจเฟซบุ๊กหมอแล็บแพนด้าได้ทดสอบด้วยการซื้อโจ๊กมา แล้วลองใช้ปากกาเขียนคำว่า ‘ซึมมั้ย’ ลงไป’ แถมลองเอาไปเข้าไมโครเวฟเผื่อความร้อนจะช่วยเร่งการแผ่ของสีให้ซึมผ่านถุงเข้าไปในเนื้อโจ๊ก แต่หมึกก็ไม่ซึม อย่างไรก็ตาม หมอแล็บก็ได้ออกตัวว่าไม่กล้ารับประทาน เพราะไม่รู้ว่าสารเคมีจากหมึกในส่วนที่ไม่ใช่เม็ดสีจะซึมเข้าไปรึเปล่า หลังจากนั้น อ.เจษฎาก็ได้แชร์ความคิดเห็นว่าสาเหตุที่หมึกบนถุงจากในกรณีที่หมอแล็บทดสอบอาจเกิดจากปัจจัยที่ต่างกัน โดยอาจเป็นถุงคนละชนิดและปากกาคนแบบ โดยจากข้อความนี้จึงพอสรุปได้ว่าการเลือกถุงใส่อาหารและปากกาที่เขียนมีผลต่อการซึมของหมึกผ่านถุง ในเคสที่หมึกซึมเข้าไป อ.เจษฎาคาดว่าหากเป็นถุงร้อนชนิดขุ่นและปากกาเมจิก ในขณะที่ของหมอแล็บเป็นถุงร้อนชนิดใสและปากกาเพอร์มาเนน (Permanent marker) อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะซึมหรือไม่ซึม ถุงใส่อาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเขียนอะไรลงไป ดังนั้น ผู้ขายอาจจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นในการระบุรายละเอียดของอาหาร เช่น การมัดหนังยางคนละสี การเขียนใส่กระดาษแล้วใส่หรือติดไปกับถุงแทน ถุงร้อน ถุงเย็น เลือกอย่างไรให้เหมาะสม? ถุงสำหรับใส่อาหารที่คนคุ้นหูกันแบ่งออกได้ 3…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1098 days ago
Read More24/07/2023
ฮีลใจตัวเองด้วยการ “เขียน” วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงหรือ ?
อย่าปล่อยให้ตัวเองเก็บกดสะสมเพื่อรอวันระเบิด ระบายมันออกมาด้วยการเขียนดีกว่า กับเทคนิค “Writing to heal” การเขียนที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์เชิงลบ และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่จิตใจ สำหรับการเขียนเพื่อฮีลใจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการบำบัด เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและความบอบช้ำได้จริง ๆ ระบายความเครียดด้วยการเขียน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเขียนเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ จะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคระยะสุดท้าย หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิต การศึกษานี้เกิดขึ้นจากนักจิตวิทยาระดับแนวหน้า James Pennebaker, PhD, จาก University of Texas at Austin และ Joshua Smyth, PhD, จาก Syracuse University โดยเขาพบว่า การเขียนเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดสามารถกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ เช่น HIV/AIDS, โรคหอบหืด และโรคข้ออักเสบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพ และการศึกษาที่เผยแพร่ใน Journal of the American Medical Association (Vol. 281, No. 14) ซึ่งเป็นการศึกษาที่นำเสนอโดย Smyth…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1099 days ago
Read More21/07/2023
5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์หลากอารมณ์ ชวนน้ำตาตาคลอไปกับความหมายของชีวิต
ตัวละครหลักในภาพยนตร์เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงคนดูเข้ากับเรื่องราวหรือข้อความที่ภาพยนตร์ต้องการสื่อสาร แม้ว่าผู้ชมภาพยนตร์อย่างเรา ๆ จะเป็นเหมือนบุคคลที่ 3 ที่คอยดูความเป็นไปจากมุมมองของหลายตัวละคร แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปจนถึงจุดสูงสุด คนดูมักเผลอจินตนาการว่าหากเราเองเป็นตัวละครนั้นเราจะตัดสินใจหรือรับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นอย่างไร เชื่อว่าหลายครั้งที่คนดูเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวความเศร้าและโศกนาฏกรรมในภาพยนตร์ประหนึ่งว่าเราเป็นตัวละครนั้น โดยหนึ่งในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ที่เรียกน้ำตาจากคนดูได้คงเป็นภาพยนตร์ที่ตัวเอกเผชิญกับโรคบางอย่าง โรคหรือปัญหาสุขภาพภายในภาพยนตร์เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะดำเนินต่อไปอย่างไร ซึ่ง Hack for Health ได้เตรียม 5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์มาให้ทุกคนได้รู้จักกับโรคและตามไปดูภาพยนตร์เหล่านี้กัน 5 โรคจาก 5 ภาพยนตร์ที่ชวนคุณน้ำตาคลอ 1. ภาวะปัญญาอ่อนจาก I Am Sam (2001) หากใครเคยดูเรื่องนี้ เพียงแค่เห็นชื่อ และเรื่องราวที่แซมประสบพบเจอภายในเรื่องก็อาจทำให้น้ำตารื้นได้แล้ว I Am Sam เป็นเรื่องราวของ แซม ดอว์สัน ชายฐานะไม่ดีที่มีภาวะปัญญาอ่อน โดยเขาถูกประเมินว่ามีสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็ก 7 ขวบ วันหนึ่งแซมจับพลัดจับผลูไปมีลูกกับสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้ทิ้งเขาและลูกสาวที่ชื่อลูซีไป เรื่องราวของภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของพ่อผู้มีสมองเป็นเด็กกับลูกสาวที่กำลังเติบโตคนเป็นคนปกติ สู่การถูกกีดกันจากทางการ เพราะแซมถูกประเมินว่าเป็นบุคคลไร้สมรรถภาพและไม่สามารถเลี้ยงดูลูซีได้ ภาวะปัญญาอ่อนหรือภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disability) เป็นความผิดปกติทางด้านสติปัญญา สาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนยังไม่แน่ชัด แต่อาจเป็นผลจากพันธุกรรม การเจ็บป่วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1101 days ago
Read More21/07/2023
‘Vibrant’ ยาสั่นลำไส้ มิติใหม่ของการรักษาท้องผูก ลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบเดิม
16 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเผชิญกับอาการท้องผูก ซึ่งอาการท้องผูกส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนที่มีอาการได้ไม่น้อย ในระยะยาวอาการท้องผูกส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง และยังสัมพันธ์โรคเรื้อรังหลายชนิด การรักษาอาการท้องผูกมีตั้งแต่การปรับไลฟ์สไตล์ การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัดในคนที่มีอาการท้องผูกรุนแรง เดิมทีการรักษาอาการท้องผูกด้วยยาบางชนิดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรใช้ติดต่อกัน เพราะอาจทำให้ท้องผูกรุนแรงกว่าเดิม แพทย์และนักวิทยาจึงคิดค้นหาวิธีในการรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังแบบอื่น ๆ ซึ่ง FDA ของสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายอนุญาตใช้ Vibrant (ไวแบรนต์) ยารักษาอาการท้องผูกแบบใหม่ ที่อาจจะเรียกไม่ได้เต็มปากว่ายา เพราะ Vibrant เป็นนวัตกรรมการรักษาที่มาในรูปแบบของแคปซูลยา แต่ไม่มีตัวยา ที่จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาทั่วไปหรือได้รับผลข้างเคียงรุนแรงจากยาแบบเดิม ท้องผูกเรื้อรัง = อาการขับถ่ายน้อย ไม่สม่ำเสมอ ขับถ่ายยากติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือนานกว่านั้น กลไกการทำงานและข้อดีของ Vibrant โดยปกติ เวลาที่คุณกลืนยาและยาเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร เยื่อหรือแคปซูลจะถูกย่อย และปล่อยตัวยาออกมา แต่แคปซูล Vibrant มีกลไกในการรักษาอาการท้องผูกต่างออกไป เมื่อคุณกลืนแคปซูลเข้าไป Vibrant จะเริ่มทำงานด้วยกันสั่นเบา ๆ 3 วินาที และหยุดสั่น 3 วินาที สลับกันไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนจะหยุดสั่น 6 ชั่วโมง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1102 days ago
Read More20/07/2023
ส่องแท็ก TikTok ต่างประเทศ ‘Bed Rotting’ หรือ ‘การนอนเน่าอยู่บนเตียง’ กับผลกระทบต่อสุขภาพ
'Bed Rotting' แปลเป็นไทยแบบตรงตัวว่า 'การเน่าอยู่บนเตียง' เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในบรรดา TikToker ต่างประเทศ แม้ว่าแปลมาแบบตรงตัวแล้วจะดูแปลก แต่จริง ๆ ก็คล้ายกับที่คนไทยชอบพูดว่า ‘ขอนอนตายอยู่บนเตียง’ หรือการนอนพักผ่อน ไม่ว่าจะหลับจริงหรือนอนเล่นอยู่บนเตียงทั้งวัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำบ่อย ๆ ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มต้นจากการที่มีคนมาแชร์ว่าในวันที่คุณเหนื่อยล้ากับอะไรมาก ๆ การนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงทั้งวันสามารถช่วยฟื้นฟูคุณจากความเหนื่อยล้านั้นได้ คนบนโลก TikTok เลยแชร์คลิปการนอนบนเตียง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ผ้าห่มหลายผืนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น (Cozy) พร้อมติด #BedRotting และ #InBedRotting แต่หลังจากเทรนด์นี้ถูกพูดถึงมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายสาขาได้ออกมาให้ความเห็นในเชิงเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากขึ้น เจสซี โกลด์ (Jessi Gold) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชจากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้โพสต์คลิปลง TikTok พร้อมให้ความรู้ว่า ‘มันเป็นเรื่องปกติที่จะนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ตราบใดที่คุณรู้ตัวว่าทำมันไปเพื่ออะไร และควรหาวิธีรับมือกับความเหนื่อยล้าในรูปแบบอื่นด้วย’ โดยสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกกังวลกับเทรนด์นี้เพราะว่า การนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวจนติดเป็นนิสัยหรือพฤติกรรม เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสัมพันธ์กับโรคบางอย่างได้ด้วย การนอนนิ่งหรือการอยู่กับที่เดิมนาน ๆ มักถูกเรียกว่า ภาวะเนือยนิ่ง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1102 days ago
Read More19/07/2023
ตื่นมาแล้วรู้สึกเมื่อยไม่สบายตัว เพราะ “ท่านอน” ไม่ดีหรือเปล่า ?
การนอนหลับ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายโดยรวม และเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันต่อ ๆ ไป แต่นอกเหนือจากการนอนหลับแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ท่านอน” เพราะหากคุณหลับไปโดยท่านอนที่ไม่เหมาะสม จากที่ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น สบายตัว อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้ 4 ท่านอนที่ไม่ดีต่อสุขภาพ 1.ท่าทารกในครรภ์ ท่าทารกในครรภ์ หมายถึงท่าที่เกี่ยวข้องกับการก้มศีรษะไปข้างหน้า โก่งหลัง งอสะโพก และงอเข่า ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจมีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้รับผลกระทบ การนอนในท่านี้เป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาต่อไปนี้ 2.นอนคว่ำหน้า การนอนคว่ำถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพเพราะจะไปขัดขวางการหายใจ และทำให้กระดูกสันหลังคดงอผิดปกติได้ การหันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งเมื่อนอนในท่านี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลังเกิดอาการโค้งงอได้ ทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การอักเสบและปวดกล้ามเนื้อคอนอกเหนือจากอาการปวดหลัง จึงไม่แนะนำให้นอนคว่ำ 3.กึ่งนั่งกึ่งนอน หากคุณกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง ขณะที่ส่วนล่างของคุณอยู่บนเตียงหรือโซฟาในขณะที่คุณเล่นโทรศัพท์ อ่านหนังสือ หรือดูทีวี จะเป็นการก้มคอเป็นเวลานาน เมื่อทำเป็นประจำจะทำให้กระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดและบวมที่ไหล่ รวมถึงอาการปวดหลังส่วนล่างที่เกิดจากความโค้งของกระดูกสันหลังเมื่อนั่งในท่านี้ 4.วางศีรษะไว้ที่ต้นแขน การนอนโดยวางศีรษะทับต้นแขนจะเกิดการกดทับเส้นประสาทเรเดียลเป็นเวลานาน อาจทำให้เส้นประสาทถูกทำลายได้ ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อาการข้อมือตก ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ยกมือด้านที่ได้รับผลกระทบได้ยาก กรณีนี้ส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรงและหายไปโดยไม่ได้รับการรักษา ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี และอาการมักจะดีขึ้นภายในเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ท่านอนที่ดีและแนะนำก็คือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1103 days ago
Read More19/07/2023
รู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลียหลังตื่นนอน? มาเช็กสาเหตุของปัญหานี้กัน
การนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพเป็นการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันหลายคนอาจประสบปัญหาด้านการนอน เช่น นอนไม่หลับ นอนน้อย และนอนไม่พอ แต่ก็มีบางคนที่นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่เวลาที่ตื่นขึ้น กลับรู้สึกไม่สดชื่น ง่วง มึนหัว ปวดหัว หรือไม่มีสมาธิ หากคุณกำลังเจอกับอาการเหล่านี้อยู่ เนื้อหาในบทความนี้อาจช่วยได้ 6 สาเหตุที่ทำให้คุณไม่สดชื่นหลังตื่นนอน อาการไม่สดชื่นหลังตื่นนอนอาจได้เกิดจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่ Hack for Health เตรียมมา เรียกได้ว่าพบได้บ่อยสุด ๆ 1. คุณเป็นคนเฉื่อย ๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นนิสัย ลองสังเกตดูว่าภายใน 1 วัน คุณเคลื่อนไหวมากน้อยแค่ไหน หรือคุณมีพฤติกรรมตามนี้รึเปล่า หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้แสดงว่ากำลังอยู่ใน ภาวะเนือยนิ่ง หรือ Sedentary lifestyle ซึ่งภาวะนี้ใช้อธิบายพฤติกรรมที่ใครคนใดคนหนึ่งอยู่กับที่และไม่ค่อยเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ภาวะนี้ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานน้อย และการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองก็น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่า และไม่มีเรี่ยวแรง ในระยะยาวยังทำให้คุณอ้วนง่ายและเสี่ยงโรคเรื้อรังได้มากขึ้นด้วย ภาวะนี้ไม่ได้เกิดเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หากคุณได้ก้าวเข้ามาอยู่ในภาวะนี้ระบบเผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับความดันโลหิตจะเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงมีละเล็กน้อย คุณเผชิญกับความรู้สึกไม่สดชื่นได้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ตอนตื่นนอน 2. ความเหนื่อยล้าสะสม…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1103 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 2 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More































