Tags
| เทคโนโลยี
26/09/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 304 days ago
Krungsri Tech Day 2025 งานสัมมนาเทคโนโลยีที่ไม่ใช่แค่ให้ฟัง แต่จะให้คุณทำและค้นพบ
กรุงเทพฯ – ธนาคารกรุงศรีอยุธยาประกาศจัดงาน Krungsri Tech Day 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่งานสัมมนาเทคโนโลยีธรรมดา เพราะกรุงศรีตั้งใจจะเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็น "ห้องทดลองแห่งอนาคต" ภายใต้แนวคิด “Empower People to Make Life Simple” ที่จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่คือเครื่องมือที่จะทำให้ชีวิตและการทำธุรกิจของทุกคนง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มากกว่าการฟัง คือการ "ลงมือทำ" และ "ค้นพบ" แทนที่จะเป็นการนั่งฟังบรรยายแบบเดิม ๆ งานในปีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมได้ "ลงมือทำ" และ "สัมผัส" เทคโนโลยีจริง โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ความสนใจที่แตกต่างกัน: งาน Krungsri Tech Day 2025 จึงเป็นมากกว่าแค่งานอีเวนต์ แต่คือการประกาศจุดยืนของกรุงศรีในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินที่ต้องการให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตที่ง่ายและดียิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด) คลิกที่นี่15/12/2023
มันกลืนได้! MIT คิดค้นแคปซูลตรวจโรคผ่านลำไส้ด้วยวิธีการกลืน
ปัจจุบันเครื่องมือทางการแพทย์พัฒนาอย่างรวดเร็วมากนะครับ เครื่องมือรุ่นใหม่จะไม่ใช่แค่การพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจให้แม่นยำมากขึ้นอย่างเดียวแล้ว แต่ต้องใช้ง่าย ตรวจได้เร็ว และผลข้างเคียงต่ำ ซึ่งล่าสุดทีมนักวิจัยจาก Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT ได้คิดค้นแคปซูลตรวจสัญญาณชีพที่เราสามารถกลืนมันให้ลงไปเพื่อให้มันเข้าไปเก็บข้อมูลต่าง ๆ ผ่านระบบทางเดินอาหาร โดยแคปซูลนี้มีขนาดเท่าแคปซูลยาทั่วไป ภายในใส่เซนเซอร์ตรวจวัดสัญญาณชีพเอาไว้ ซึ่งสามารถเข้าไปเก็บข้อมูลอัตราการหายใจ และอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อนำมาประกอบการวินิจฉัยโรค หลายคนอาจคิดว่าถ้าแค่ตรวจการหายใจ และอัตราการเต้นก็ใช้สเต็ทโตสโคป (Stethoscope) หรือหูฟังของหมอแทนก็ได้หนิ จริง ๆ ก็ใช้ได้ครับ แต่วิธีนั้นเหมาะสำหรับการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น การใช้แคปซูลจะเป็นการมอนิเตอร์ หรือการเก็บข้อมูลต่อเนื่องในเคสที่แพทย์ต้องใช้สัญญาณชีพเพื่อวินิจฉัย อารมณ์ประมาณว่าจะให้แพทย์มานั่งฟังปอดคนไข้ทั้งวันคงไม่ได้ โดยโรคที่ทีมนักวิจัยได้หยิบเอามาพูดถึงหลัก ๆ คือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) ซึ่งอาการตามชื่อเลย ผู้ป่วยจะหยุดหายใจตอนนอนตั้งแต่ไม่กี่วินาที ไปจนถึงหลายนาที และส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว เดิมทีการตรวจภาวะนี้ แพทย์ต้องใช้ Sleep test หรือการตรวจการนอนหลับที่ใช้เครื่องติดตามร่างกาย มีสายระโยงระยาง และต้องนอนแบบนั้นอยู่ 1 คืนเต็ม บางเคสก็ต้องนอนที่โรงพยาบาล ที่นอกจากจะยุ่งยากแล้ว อาจได้ผลที่คลาดเคลื่อน เพราะนอนแปลกที่ หรือรู้สึกไม่สบายตัวจนทำให้นอนไม่หลับ ตัดภาพมาที่การใช้แคปซูล…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 955 days ago
Read More27/11/2023
หุ่นยนต์แมงมุมจิ๋ว แปลงร่างได้ นวัตกรรมโลกอนาคตเพื่อการผ่าตัดจากภายในร่างกาย
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐอเมริกากำลังพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋วทางการแพทย์เพื่อการผ่าตัดหลอดเลือดเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดที่มีหินปูน หรือลิ่มเลือดอุดตัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาโรค และอาจช่วยลดผลข้างเคียง หรือภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดแบบเดิมได้ ‘mCLARI’ หุ่นยนต์แมงมุมจิ๋วเพื่อการผ่าตัดหลอดเลือดในอนาคต mCLARI เป็นชื่อของเจ้าหุ่นยนต์จิ๋วที่เราจะพูดถึงในบทความนี้ หุ่นยนต์ตัวนี้เป็นหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายกับแมงมุมที่มี 4 ขา ขนาดเล็กเพียง 2 เซนติเมตร และน้ำหนักเพียง 0.97 กรัมเท่านั้น mCLARI ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ 2 รูปแบบเพื่อการผ่าตัด และเดินทางไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ โดยหุ่นยนต์ขนาดเล็กตัวนี้สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็ว 6 เซนติเมตร คอนเซ็ปต์ของรูปร่าง และการแปลงร่างของหุ่นจิ๋วตัวนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการพับกระดาษโอริงามิ (Origami) ของญี่ปุ่น โดยรูปร่าง และข้อต่อของ mCLARI จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมเพื่อให้หุ่นยนต์สามารถเข้าไปตามซอกหลืบขนาดเล็ก และละเอียดอ่อนของร่างกายได้ หลอดเลือดอุดตันเป็นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอัตราการเสียชีวิตส่วนใหญ่ของประชากรบนโลก อย่างโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหลอดเลือดอุดตันเกิดได้ทั้งจากหินปูในหลอดเลือดที่เป็นผลมาจากภาวะไขมันในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดคราบแข็งที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งคราบหินปูนอาจหลุด และอุดตันในเส้นเลือดได้ หรืออาจเกิดจากลิ่มเลือดที่เป็นผลมาจากการเจ็บป่วย หรือการใช้ยาบางชนิดก็ทำให้หลอดเลือดอุดตันได้เช่นกัน การอุดตันของหลอดเลือดส่งผลให้อวัยวะที่เกี่ยวข้องขาดออกซิเจน และสารอาหาร เกิดความเสียหายต่อเซลล์ และทำให้เซลล์ตายลงได้ อย่างโรคหลอดเลือดสมองเป็นผลมาจากเซลล์สมองขาดออกซิเจนจากการขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งการอุดตันของหลอดเลือดก็ทำให้เกิดปัญหานี้ หรือจะเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดก็เกิดจากหินปูนหลุด และอุดตันหลอดเลือด…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 973 days ago
Read More30/04/2021
‘Wingcopter 198’ โดรนส่งของแบบ Triple-Drop ตัวแรกของโลก
บริษัทสัญชาติเยอรมันเปิดตัว ‘Wingcopter 198’ โดรนส่งของ eVTOL พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบตัวแรกของโลกที่สามารถส่งพัสดุได้ 3 อย่างพร้อมกัน โดยที่สามารถแวะส่งได้หลายสถานที่ในไฟลต์บินเดียว eVTOL หรือ Electric Vertical Take-Off and Landing คือชื่อเรียกของยานพาหนะไฟฟ้าที่สามารถขึ้นบินหรือลงจอดในแนวดิ่งได้ ลักษณะการทำงานจะเป็นการทำงานแบบโดรน ไม่จำเป็นต้องมีนักบินบังคับบนยานพาหนะและสามารถควบคุมจากทางไกลได้ โดย ‘Wingcopter 198’ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 เมษายน โดยทอม พลัมเมอร์ (Tom Plümmer) ซีอีโอของบริษัทกล่าวว่า "Wingcopter 198 จะกลายเป็น game-changer หรือตัวเปลี่ยนเกมของวงการส่งของโดยใช้โดรน ซึ่งทางเราพร้อมที่จะสร้างแนวทางใหม่ด้านลอจิสติกส์ให้สามารถใช้ประโยชน์จากการส่งของบนท้องฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ" ซึ่งโดรนตัวนี้สามารถบรรทุกและรับน้ำหนักได้มากถึง 6 กิโลกรัม บินได้ระยะทางไกลสุดที่ราว 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยทางผู้ผลิตบอกว่าโดรนส่งของจะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับส่งในพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือห่างไกล เช่น บริเวณเกาะ บริเวณนอกชายฝั่งและบนพื้นที่ที่เป็นภูเขา เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น โดรนตัวนี้ยังสามารถทำความเร็วได้ถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการขนส่งแบบด่วน นอกจากนี้ตัวโดรนยังมีระบบ Triple-drop ที่มีกลไกที่ช่วยให้สามารถส่งพัสดุได้อย่างแม่นยำ…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1914 days ago
Read More01/04/2021
แบบนี้ก็มีด้วย! คอนเซปต์อาคารที่พลิ้วไหวไปตามสายลมได้
กลุ่มสถาปนิก SMAR จากออสเตรเลียเปิดตัวคอนเซปต์อาคาร ‘Breeze of Innovation’ หรือ ‘หอคอยสายลมแห่งนวัตกรรม’ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งอนาคตของซานโฮเซ่ โดยโครงการนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันการออกแบบอาคารในเมืองซานโฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย การออกแบบสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ ทางผู้สร้างได้ผสมผสานเทคโนโลยีพลังงานลมที่เป็นนวัตกรรมใหม่เข้าไปด้วย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเมืองแห่งอนาคตแห่งนี้ด้วยพลังงานสะอาด ตัวตึกจะมีรูปร่างเป็นเส้นพู่กันสีขาว ประกอบขึ้นจากแท่งหลายร้อยแท่งที่จะสร้างพลังงานให้กับสิ่งปลูกสร้าง เมื่อพวกมันพลิ้วไหวไปกับสายลม ตัวหอคอยจะใช้การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของแท่งไดนามิกจำนวน 500 แท่ง เรียงกันเป็นซี่ ๆ สูงราว 60 เมตร ที่จะเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลราวกับปะการังในทะเล ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะผลิตพลังงานให้กับอาคารจากพลังงานลม ทำให้ตัวอาคารจะดูเหมือนโปร่งแสงได้เวลากลางวันและส่องสว่างในเวลากลางคืน นอกจากนี้ บนหอคอยจะมีจุดชมวิวสวยงาม ผู้เข้าชมจะได้เพลินเพลินไปกับวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ซึ่งยังไม่รวมพื้นที่จัดนิทรรศการ คาเฟ่ และแหล่งรวมความบันเทิงอีกหลายอย่าง ‘Breeze of Innovation’ ของ SMAR แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งใน 963 รายการ สำหรับการแข่งขันออกแบบอาคารในเมืองซานโฮเซ่ ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันจาก 72 ประเทศ ในหกทวีปทั่วโลก โดยหอคอยดังกล่าวจะถูกนำไปสร้างจริงที่อารีน่า กรีน ในเมืองซานโฮเซ่ และมีกำหนดให้สภาเมืองซานโฮเซ่อนุมัติในเดือนพฤษภาคมปี 2021 อ้างอิง…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1943 days ago
Read More31/03/2021
หุ่นยนต์จิ๋วระดับไมโคร ช่วยส่งยารักษาเนื้องอกในสมอง
นักวิจัยในประเทศจีนพัฒนาหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่เล็กจนถึงระดับไมโครที่สามารถส่งยาไปยังเนื้อเยื่อในสมองของหนูทดลอง เพื่อรักษาเนื้องอกได้ การวิจัยดังกล่าวอธิบายว่าหุ่นยนต์ขนาดเล็กถูกเคลือบด้วยแบคทีเรียอีโคไล ที่เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในทางเดินอาหารส่วนลำไส้ของคนและสัตว์ หากตัวหุ่นยนต์ถูกเคลือบด้วยแบคทีเรียตัวนี้ จะทำให้หุ่นยนต์สามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ได้ด้วยการหลอกระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ตรวจจับได้ จนสามารถเข้าไปรักษาเนื้องอกในสมองได้ โดยไม่ถูกขับไล่จากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั่นเอง อธิบายง่าย ๆ คือหากจะนำยาเข้าไปรักษาในสมองโดยตรงด้วยการใช้หุ่นยนต์ตัวนี้ ขั้นแรกคือจำเป็นต้องผ่านตัวกรองของสมองที่จะคอยสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปสู่สมองให้ได้ก่อน เพราะว่าสมองจะมีตัวกรองที่เป็นเยื่อ โดยจะอนุญาตให้เพียงแค่สารบางอย่างผ่านเข้าไปได้เท่านั้น ซึ่งพอหุ่นยนต์ไมโครตัวนี้เคลือบด้วยเยื่อของแบคทีเลียอีโคไลที่นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งแปลกปลอม ทางเซลล์เม็ดเลือดขาวจะตรวจจับได้ทันทีและกลืนกินมันเข้าไป จนเมื่อถูกเซลล์เม็ดเลือดขาวกลืนกิน มันก็จะเหมือนเป็นเกราะอีกชั้นหนึ่งที่สามารถพาหุ่นยนต์ตัวนี้แล่นผ่านเข้าไปยังเนื้อเยื่อสมองได้ โดยที่ไม่ถูกเยื่อสมองปฏิเสธนั่นเอง หุ่นยนต์จิ๋วไมโครดังกล่าวมีชื่อว่า ‘neutrobots’ (นิวโทรบอต) ถูกสร้างจากวัสดุที่เป็นแม่เหล็ก ทำให้สามารถทำการควบคุมจากระยะไกลด้วยสนามแม่เหล็กจากภายนอกได้ แม้ดูเหมือนยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้างในการใช้งานไมโครบอตตัวนี้ ซึ่งทางซีกวง วู (Zhiguang Wu) นักเคมีจากฮาร์บิน อินสทิทิวบ์ ฟอร์ เทคโนโลยี (Harbin Institute for Technology) ของประเทศจีนอธิบายว่า “อุปสรรคในเลือดและสมองไม่ได้เป็นอุปสรรคเพียงอย่างเดียวสำหรับไมโครบอตทางเรายังต้องหาวิธีที่เป็นไปได้ในการก้าวข้ามอุปสรรคส่วนใหญ่ในร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยเนื้อเยื่อหนาแน่นทำให้เคลื่อนย้ายไมโครบอตในร่างกายได้ยาก” ซึ่งหลังจากความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดทางทีมวิจัยก็สามารถพาหุ่นยนต์ไมโครเข้าสู่สมองได้สำเร็จด้วยวิธีการที่ได้เล่าไปแล้วและส่งยาต้านมะเร็งไปยังเนื้องอกที่เป็นเป้าหมายได้โดยตรง ผลการทดลองพบว่านิวโทรบอตสามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี มันส่งยาเข้าไปรักษาเซลล์เนื้องอกในสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทางผู้วิจัยบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการฉีดยาเข้ากระแสเลือดแบบเดิม ๆ เสียอีก นับว่าเป็นความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ซึ่งทางทีมวิจัยยังบอกอีกว่า นิวโทรบอตตัวนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาเนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถประยุกต์นำไปใช้รักษาโรคอื่น ๆ ได้ด้วย อาทิเช่น โรคทางสมองหลายชนิด…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1944 days ago
Read More26/03/2021
หมู่บ้านที่สร้างด้วย ‘3D Printing’ แห่งแรกของโลก
ปาลารี กรุ๊ป (Palari Group) บริษัทผู้สร้างอาคารขนาดใหญ่ด้วย 3D Printing ได้ประกาศการพัฒนาบ้านที่เคลมว่าจะลดการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์ด้วยเทคโนโลยีการสร้างแบบ 3 มิติแห่งแรกของโลก โดยจะทำการก่อสร้าง ณ เมืองแรนโช มิราจ (Rancho Mirage) ในแคลิฟอร์เนีย ด้วยพื้นที่ 5 เอเคอร์ หรือ 12.65 ไร่ ซึ่งจะมีบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวน 15 หลังที่สร้างขึ้นโดยใช้ชุดระบบ 3D Printing ขนาดใหญ่ ทางผู้ผลิตบอกว่า หมู่บ้าน 3D Printing แห่งแรกของโลกที่เห็นอยู่นี้จะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยมูลค่า 15 ล้านเหรียญ หรือราว 467 ล้านบาท โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่การผสานรวมเทคโนโลยีและความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่กระบวนการผลิตด้วย 3D Printing ซึ่งสามารถกำจัดขยะจากการก่อสร้างได้ 99% ไปจนถึงประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้วยแผงโซลาร์เซลล์และวัสดุที่ทนต่อสภาพอากาศ ทั้งหมดทั้งมวลแล้วคือมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดและมอบความทันสมัยและสุขภาพอันดี ให้สำหรับผู้ซื้อที่คำนึงถึงความยั่งยืนในอนาคต ตัวบ้านแต่ละหลังจะถูกสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ช่วงกลางศตวรรษ มีพื้นที่กว่า 134 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1949 days ago
Read More24/03/2021
‘โรงแรมลอยน้ำพลังงานสะอาด’ ที่คิดค้นมาเพื่อโลกอย่างแท้จริง
Hayri Atak สตูดิโอที่ทำการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมเผยแนวคิดในการออกแบบ 'โรงแรมลอยน้ำเชิงนิเวศ' ที่ตั้งอยู่นอกชายฝั่งเมืองกาต้าร์ ออกแบบมาเพื่อลดการสูญเสียพลังงานและลดมลพิษให้เป็นศูนย์ตามนโยบาย Net-Zero Carbon ยิ่งไปกว่านั้น โครงการนี้ยังรวมไปถึงระบบหมุนเวียนภายในตัวโรงแรมที่จะเคลื่อนย้ายอาคารไปรอบ ๆ เพื่อทำการผลิตกระแสไฟฟ้าไปในตัวได้ด้วย ตัวโรงแรมได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระแสน้ำวน โดยกลไกของโรงแรมจะหมุนไปอย่างช้า ๆ ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โรงแรมมีทางเข้าสามทางที่สามารถเข้าถึงจากฝั่งได้ตลอดเวลาโดยมีท่าเรือล้อมรอบ 140 องศา ซึ่งระบบหมุนข้างต้นจะใช้การกำหนดตำแหน่งแบบไดนามิก กล่าวคือเป็นระบบที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อรักษาตำแหน่งของยานพาหนะโดยอัตโนมัติ ด้วยเป้าหมายหลักในการคิดค้นโพรเจกต์นี้ที่ทำเพื่อ "ความสมดุลของระบบนิเวศ" ทีมออกแบบจึงได้รวมระบบการผลิตพลังงานสีเขียวเข้าด้วยกันที่เรียกว่า VAWTAU (Vertical Axis Wind Turbine and Umbrella) มีหลักการทำงานเหมือนเป็นกังหันลมที่สามารถรับพลังงานได้ 25 กิโลวัตต์จากโมดูล 55 VAWTAU แต่ละโมดูล นอกเหนือจากการสร้างพลังงานสีเขียวแล้ว โรงแรมยังมีการเก็บเกี่ยวน้ำฝนด้วย โดยจะรวบรวมน้ำฝนเพื่อเอาไปบำบัดและใช้เป็นน้ำในการรดน้ำพื้นที่สีเขียวของโรงแรม ซึ่งน้ำสะอาดจะได้มาจากการทำให้น้ำทะเลบริสุทธิ์ขึ้น ส่วนน้ำเสียจะได้รับการบำบัดเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะพัฒนาหน่วยแยกขยะ เพื่อเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยสำหรับการจัดสวนด้วย ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงโรงแรมได้หลากหลายวิธี ซึ่งทางโรงแรมจะมีการทำท่าเรือที่ทอดยาวไปจนถึงฝั่ง ผู้พักสามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์ ด้วยเรือ ทั้งยังเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์หรือโดรนโดยสารได้โดยการจอดที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่ตั้งอยู่บนท่าเรือ โรงแรมมีล็อบบี้ขนาดใหญ่ 700 ตารางเมตร…สรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1951 days ago
Read More23/03/2021
สำเร็จ! ครั้งแรกของการนำดาวเทียมฝีมือเด็กไทยขึ้นสู่อวกาศ
22 มีนาคม 2021 เวลา 13:07 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย จรวด Soyuz-2.1a ของรัสเซียได้นำดาวเทียม 38 ดวงจาก 18 ประเทศ ได้ออกเดินทางจากฐานปล่อยจรวด Baikonur ในรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากเลื่อนกำหนดการเดินทางมาหลายครั้ง และหนึ่งในดาวเทียมที่ว่านั้นมีผลงานของเด็กไทยด้วย ดาวเทียมที่ว่าคือ BCCSAT-1 เป็นผลงานการออกแบบและประกอบดาวเทียมของนักเรียนจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ภายใต้การดูแลและโดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในโครงการ BCC SPACE PROGRAM โดยถือเป็นดาวเทียมดวงแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน และหนึ่งในดาวเทียมไม่กี่ดวงในโลก ที่ถูกพัฒนาโดยนักเรียนระดับมัธยม โครงการ BCC Space Program มีนักเรียนในโครงการ 36 คน คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 23 คน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 13 คน ทั้งนี้ ได้ทำความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษกับบริษัท ASTROBERRY…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1951 days ago
Read More19/03/2021
พามารู้จัก Bluebik บริษัท ‘Tech’ ในไทยที่จะก้าวไปสู่เวทีโลก!
บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (Bluebik Group Public Company Limited) บริษัท คอนซัลต์ (Consult) ชั้นนำ ให้บริการการปรึกษาด้านกลยุทธ์ และการจัดการด้วยนวัตกรรมผนวกกับเทคโนโลยี เปิดตัว คณะกรรมการบริษัทชุดปัจจุบัน ที่รวบรวมเหล่าผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำระดับประเทศ เพื่อที่จะก้าวไปอีกขั้นสู่การเวทีระดับโลกโดยฝีมือคนไทย พร้อมเตรียมนำบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ บริการการปรึกษาด้านกลยุทธ์ และการจัดการด้วยนวัตกรรมผนวกกับเทคโนโลยี หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ คือเป็นการช่วยธุรกิจในรูปแบบเก่า ๆ ปรับตัวให้ทันกับยุคสมัย ดิจิทัล ทรานฟอร์มเมชัน ที่จะไม่ได้แค่ช่วยตั้งเป้าเป็นที่ปรึษาให้ธุรกิจมีการเติบโตขึ้น 10 - 20 % แต่คือการให้คำแนะนำเพื่อยกระดับธุรกิจให้เติบโตเป็นแบบ 10 - 100 เท่าต่างหาก คุณพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท และยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ที่มีประวัติด้านที่ผ่านงานปรึกษาทางด้านธุรกิจจากองค์กรระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น PricewaterhouseCoopers (PwC) บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ และ Boston…สิราวิชญ์ จิราวราเกียรติ | 1956 days ago
Read More16/03/2021
‘เสียงจากดาวอังคาร’ ส่งตรงถึงโลกครั้งแรก ! พร้อมภาพจากเครื่องมือสุดปังของ Perseverance
หลังจากเผยภาพชุดแรกหลังยานสำรวจ ‘เพอร์เซเวียแรนส์ (Perseverance)' ลงจอดบนดาวอังคาร ในที่สุด ทีมผู้ดูแลภารกิจก็ได้รับข้อมูลชุดใหม่จากเครื่องมือ SuperCam ที่เดินหน้าปฏิบัติภารกิจสำรวจบนดาวอังคาร และได้นำข้อมูลนี้ไปประมวลผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับภาพปกนี้ เป็นการรวมภาพ 2 ภาพเข้าด้วยกัน แสดงให้เห็นมุมมองระยะใกล้ของเป้าหมายหินบนดาวอังคารที่ชื่อว่า 'Yeehgo' จากเครื่องมือ SuperCam บนรถสำรวจ Perseverance ถ่ายโดย Remote Micro-Imager (RMI) ของ SuperCam แต่นอกจากถ่ายภาพได้แล้ว SuperCam ยังทำอะไรได้มากกว่านั้น SuperCam เครื่องมือสุดปัง ผู้เก็บข้อมูลจากดาวอังคาร SuperCam เป็นเครื่องมือที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันของ Los Alamos National Laboratory (LANL) ในนิวเม็กซิโก และกลุ่มห้องปฏิบัติการวิจัยของฝรั่งเศสภายใต้การดูแลของ Center National d’Etudes Spatiales (CNES) มีจุดประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลความละเอียดสูงแล้วส่งกลับมาให้ทีมนักวิทยาศาสตร์บนโลกวิเคราะห์ต่อไป หลังเดินทางถึงดาวอังคาร เครื่องมือดังกล่าวก็ส่งข้อมูลรวมถึงเสียงของ ‘Laser zaps’ ไปยังศูนย์ปฏิบัติการของสำนักงานอวกาศฝรั่งเศสในตูลูส โรเจอร์ เวียนส์ (Roger Wiens)…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1958 days ago
Read More16/03/2021
จีนเผยภาพ ‘โคโรนา’ จากกล้องฯ ที่พัฒนาเองเป็นครั้งแรก
คณะนักวิทยาศาสตร์จีนประกาศใช้กล้องโทรทรรศน์ที่พัฒนาขึ้นเอง จับภาพ โคโรนา (corona) บรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ แต่ไหนแต่ไรมาการสังเกตดวงอาทิตย์นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์สว่างจ้ามาก นักดาราศาสตร์จึงต้องสังเกตการณ์ชั้นโคโรนาอันเบาบางของดวงอาทิตย์ในช่วงเวลาที่เกิดสุริยุปราคากันมาตลอด เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเกิดการใช้เครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยสังเกตการณ์ และหนึ่งในนั้นก็คือกล้องโคโรนากราฟ (coronagraph) สำหรับกล้องโคโรนากราฟที่จีนพัฒนานี้ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร ออกแบบมาเพื่อปิดกั้นแสงจากพื้นผิวชั้นหลักดวงอาทิตย์สำหรับการสังเกตชั้นบรรยากาศโคโรนาโดยเฉพาะ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง 4,800 เมตร ในอำเภอเต้าเฉิง แคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หลินจวิน หัวหน้าโครงการกล้องโคโรนากราฟของหอดูดาวอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) กล่าวว่า กล้องโคโรนากราฟทั่วไปจะทำงานเลียนแบบปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างสุริยุปราคา โดยมีการติดตั้งตัวบดบังทรงกลมอยู่ภายใน เพื่อปิดกั้นแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ หลังจากทุ่มเทเวลาคัดเลือกสถานที่และสร้างอุปกรณ์นานหลายปี ในที่สุด คณะนักวิทยาศาสตร์จีนก็มองเห็นชั้นบรรยากาศโคโรนาได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องโคโรนากราฟที่ผลิตในประเทศเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยทีมวิจัยได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่บันทึกโดยกล้องดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในเดือนมีนาคม (ภาพหน้าปก) ฟางเฉิง นักวิชาการของสถาบันฯ ระบุว่า “อุปกรณ์ดังกล่าวนับเป็นการเริ่มต้นอันดีและสามารถมอบแนวทางการพัฒนากล้องโคโรนากราฟขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต” ถัดจากนี้ คณะนักวิทยาศาสตร์วางแผนติดตั้งกล้องโคโรนากราฟบนบอลลูนที่ลอยห่างจากพื้น 20-100 กิโลเมตร เพื่อสังเกตและศึกษาโครงสร้างสนามแม่เหล็กและการกระจายของพลาสมาในชั้นบรรยากาศโคโรนาในเดือนสิงหาคมและกันยายนปีนี้ต่อไป…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1959 days ago
Read More04/03/2021
พืชก็มีนาฬิกาและความเครียดนะรู้ยัง! นักวิจัยชี้ช่วยเพิ่มผลผลิตได้
คาดว่าหลายคนคงอาจเคยได้ยินเรื่องการเลี้ยงสัตว์เพื่อให้ผลผลิตที่ดี เช่น การเปิดเพลงให้แม่ไก่ฟัง หรือ เลี้ยงวัวด้วยเบียร์ กันมาบ้าง นอกจากการเพิ่มผลผลิตในมีปริมาณและคุณภาพที่ดีในสัตว์แล้ว ในพืชเองก็สามารถทำได้เช่นกัน แถมยังทำได้มากกว่าการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย หรือแกล้งต้นพืช อย่างที่เราเคยรู้ ๆ กันด้วย ด้วยจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ ทำให้การเพิ่มผลผลิตบรรเทาปัญหาความอดอยากเป็นสิ่งที่นักวิจัยด้านการเกษตรให้ความสำคัญมาโดยตลอด และไม่นานมานี้เองที่มีงานวิจัยน่าสนใจใหม่เกี่ยวกับการวงจรชีวิตและความเครียดของพืชที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตในอนาคตได้ นาฬิกาพืช อาวุธเพื่อความอยู่รอด งานวิจัยแรก คืองานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดร.ไมค์ เฮย์ดอน หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเลีย คือผู้นำในการวิจัยนั้น เขาชี้ว่า นาฬิกาชีวิตของพืช คือกุญแจสำคัญในการเพิ่มผลผลิต โดยมี ‘ซูเปอร์ออกไซด์ (superoxide)’ ซึ่งเป็นสัญญาณภายในของพืช ที่ทำงานในช่วงหัวค่ำหรือหลังดวงอาทิตย์ตก ทำหน้าที่ปรับกระบวนการเผาผลาญของพืช ประหยัดการเผาผลาญพลังงานลง “การกำหนดเวลาของวัฏจักรการเผาผลาญในแต่ละวันให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก หากปรับเปลี่ยนผิดไปเพียงนิดก็จะเป็นอันตรายต่อการเติบโตและการอยู่รอดได้ เนื่องจากพืชไม่ได้นอนหลับเหมือนมนุษย์หรือสัตว์ในยามค่ำคืน และไม่สามารถเดินไปหาอาหารเหมือนกับที่มนุษย์เดินไปตู้เย็นในตอนกลางคืนได้ ดังนั้น พวกมันจึงต้องคาดคะเนความยาวของช่วงเวลากลางคืน เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอที่จะอยู่รอดได้จนกว่าจะถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้น” ดร. เฮย์ดอนกล่าว พฤติกรรมของพืชนี้จึงเสมือน ‘การตั้งนาฬิกาปลุก’ ดร. เฮย์ดอนและทีมงานพบว่า การสะสมของน้ำตาลที่เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้นต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1971 days ago
Read More22/02/2021
CT scan ยืนยันมัมมี่ ‘ฟาโรห์ผู้กล้า’ สิ้นพระชนม์ในสมรภูมิรบ
‘มัมมี่’ หรือการทำเก็บรักษาศพของอียิปต์โปราณ เป็นหนึ่งในเรื่องลึกลับที่คนมักให้ความสนใจพูดถึงอยู่เสมอ ในแวดวงวิชาการเองก็เช่นเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในปัจจุบัน การศึกษามัมมี่จึงช่วยให้เผยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์แถลงเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า นักวิจัยชาวอียิปต์สองคนคือ ซาฮี ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) นักโบราณคดีชื่อดังชาวอียิปต์และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงโบราณวัตถุ และ ซาฮาร์ ซาลีม (Sahar Saleem) ศาสตราจารย์ด้านรังสีวิทยา ประจำคณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยไคโร ได้ร่วมกันทำซีที สแกน หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) มัมมี่ของฟาโรห์เซเคเนนเร ทาโอ ที่ 2 (Seqenenre Taa II) แห่งอียิปต์โบราณ และพบว่าพระองค์ถูกสังหารระหว่างการต่อสู้กับกลุ่มผู้รุกรานอียิปต์ เพื่อรวมแผ่นดินอียิปต์ เมื่อช่วง 16 ปีก่อนคริสต์ศักราช ฟาโรห์เซเคเนนเร ทาโอ ที่ 2 ปกครองอียิปต์ตอนใต้ในช่วงที่ฮิกโซส (Hyksos) ชนเผ่าเรร่อนต่างชาติกำลังเรืองอำนาจในอียิปต์ มัมมี่ของพระองค์ ถูกค้นพบเมื่อปี 1881 เคยมีการเอกซเรย์มัมมี่ในช่วงทศวรรษ 1960 บางคนเชื่อว่า…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1980 days ago
Read More09/02/2021
นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1994 days ago
Read More02/02/2021
เข้าใกล้ ‘จุดกำเนิดเอกภพ’ ไปอีกนิด เมื่อนักวิทย์พบ ‘กองทัพกาแล็กซีขนาดยักษ์รุ่นแรก’ !
นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการดาราศาสตร์เมื่อนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบกระจุกกาแล็กซีขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นหลังการกำเนิกเอกภพตามทฤษฎีบิ๊กแบงเพียง 770 ล้านปี ซึ่งนับเป็นอายุเพียง 5.5% ของอายุเอกภพในปัจจุบัน! กล่าวแบบนี้หลายคนอาจจะยังไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ งั้นเราไปทำความรู้จักเจ้ากระจุกกาแล็กซีที่ว่ากันดีกว่า สวัสดี...กระจุกกาแล็กซีอันไกลโพ้น หลังกำเนิดเอกภพ ตามทฤษฎีบิ๊กแบงแล้ว จะเกิดการก่อตัวของกระจุกกาแล็กซีขนาดยักษ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกลายมาเป็นเอกภพดังเช่นปัจจุบัน เพื่อศึกษาย้อนไปให้เข้าใจถึงจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ นักดาราศาสตร์จึงสังเกตเข้าไปในห้วงลึกอวกาศ และทำการตรวจจับแสง รังสี หรือคลื่นต่าง ๆ ที่เดินทางมายังโลก ซึ่งล้วนบ่งชี้ถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘ปีแสง’ หน่วยวัดระยะทางที่มักสับสนว่าหมายถึงความยาวนานของเวลา ความหมายของปีแสงนั้นแท้จริงคือ ระยะทางที่แสงใช้ในการเดินทาง เวลาที่นักดาราศาสตร์กล่าวว่า ดาวที่เรามองเห็นอยู่ ความจริงอาจจะไม่มีอยู่แล้ว นั่นก็เพราะหากดวงดาวนั่นอยู่ไกลจากเรามาก ๆ หลายปีแสง กว่าที่แสงจากดวงนั้นจะเดินทางมาถึงยังโลกให้เราได้เห็น ดาวที่ปลดปล่อยแสงนั้นออกมาก็อาจจะดับสูญหรือสิ้นอายุไขไปแล้วก็ได้ และนั่นก็เป็นที่มาของการศึกษาดาราศาสตร์ด้วยการสังเกตการณ์เข้าไปในอวกาศห้วงลึก ยิ่งนักดาราศาสตร์จับคลื่น แสง หรือรังสีจากที่ไกล ๆ ได้เท่าไหร่ นั่นก็อาจจะหมายถึงการศึกษาอดีตอันไกลโพ้นของเอกภพมากเท่านั้น การค้นพบครั้งนี้ก็เช่นกัน มันคือการค้นพบ ‘LAGER-z7OD1’ ด้วยกล้องตรวจจับพลังงานมืด (Dark Energy Camera) ที่ติดตั้งอยู่ในกล้องโทรทรรศน์บลังโก (Víctor M. Blanco Telescope) ขนาด 4…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2001 days ago
Read More
27/01/2021
พลิกคำพยากรณ์ ‘ปริมาณธารน้ำแข็งละลาย’ ไปไวกว่าที่คาดเพราะเหตุนี้!
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง ‘ธารน้ำแข็ง’ หรือ ‘Glacier’ ที่กำลังละลายอย่างรวดเร็วมาก่อน ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันไว้ว่า การละลายของพวกมันอยู่ในขั้นวิกฤต อาจจะมาถึงจุดที่ไม่สามารถหวนคืนได้แล้ว และเท่าที่ตรวจวัดได้ อัตราการละลายของน้ำแข็งในปัจจุบันดูเหมือนจะมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้เสียอีก เพื่อให้การพยากรณ์แม่นยำขึ้น ช่วยให้มนุษย์รับมือกับปัญหาอุทกภัยที่จะตามมาในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จึงเร่งศึกษา ‘ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ (Greenland’s Glacier)’ หนึ่งในที่มาหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 'ฟยอร์ด' กับความลึกที่เป็นเบาะแสแรก ท่ามกลางความเวิ้งว้างของน่านน้ำอาร์กติก ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ได้ละลายพุ่งลงสู่มหาสมุทรตามแนวฟยอร์ด (fjords) หรือ ขอบผาที่เป็นเวิ้งน้ำลึกลงไป และเพราะความลึกและความขรุขระตามชายฝั่งที่เข้าถึงยากของฟยอร์ดนี่เอง ที่ทำให้นักวิจัยขาดข้อมูลในเรื่องระดับความลึกของมัน ทำให้ไม่อาจประเมินได้อย่างแม่นยำว่า มีปริมาณน้ำในมหาสมุทรเท่าใดในแต่ละฟยอร์ด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) นั้นส่งผลต่ออุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้น ดังนั้น ปริมาณน้ำมหาสมุทรอุ่นที่เข้าถึงฟยอร์ด จึงนำไปสู่การละลายของธารน้ำแข็งในฟยอร์ดนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์จึงได้เริ่มต้นภารกิจ Oceans Melting Greenland (OMG) ศึกษาการละลายของธารน้ำแข็งเหล่านี้จากทางอากาศและทางเรือ ด้วยการวัดฟยอร์ดทีละแห่ง จนสามารถสำรวจธารน้ำแข็งได้ถึง 226 แห่ง และพบว่าฟยอร์ด ‘ลึก’ 74 แห่ง เป็นที่มาของปริมาณน้ำแข็งละลายเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด ในช่วงปี…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2007 days ago
Read More25/01/2021
จีนเปิด “ไท่หู” ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ใต้ท้องทะเลลึก
"ไท่หู" ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ใต้ทะเลลึกได้รับการจัดตั้งขึ้นโดย China State Shipbuilding Corporation (CSSC) บริษัทการต่อเรือแห่งประเทศจีน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของเทคโนโลยีที่สำคัญในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ห้องปฏิบัติการไท่หู ตั้งอยู่ในเมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน ดำเนินการก่อสร้างโดยศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เรือจีน (China Ship Scientific Research Center) ในเครือของบริษัท CSSC ศูนย์วิจัยมีเป้าหมายที่จะสร้างห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ใต้ทะเลลึกให้เป็นห้องปฏิบัติการขั้นสูงที่มีศักยภาพและทรงอิทธิพลระดับโลก ภายในปี 2568 ห้องปฏิบัติการไท่หูวางแผนที่จะรวบรวมผู้มีความรู้ความสามารถประมาณ 4,000 คน เพื่อร่วมปฏิบัติงานด้านการดำน้ำ การติดต่อสื่อสาร การนำทางและการสำรวจในมหาสมุทรน้ำลึก นอกจากนี้ห้องปฏิบัติการยังเตรียมสร้างระบบนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญแบบบูรณาการ ซึ่งรวมถึงการวิจัยพื้นฐานด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เรือจีน เป็นสถาบันวิจัยเชิงวิศวกรรมเรือและมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นด้านการวิจัยสมรรถนะทางอุทกพลศาสตร์ของเรือ การขับเคลื่อนเรือ และสมรรถนะขั้นสูงของวิศวกรรมใต้น้ำ รวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อ้างอิง xinhuanet พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสซาวานีย์ หะยีลาเต๊ะ | 2009 days ago
Read More25/01/2021
จีนเผยมี ‘ข้อมูลสำรวจโลก’ แล้วกว่า 100 ล้านกิกะไบต์!
เรียกได้ว่ากำลังรุดหน้าพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วในหลาย ๆ ด้าน ล่าสุด จีนก็ได้ประกาศอีกเรื่องน่าสนใจว่า สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจโลกได้แล้วถึงกว่า 100 เพตะไบต์ (หรือราว ๆ 100 ล้านกิกะไบต์) สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมาว่า สถาบันวิจัยข้อมูลการบินและอวกาศ (AIR) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ได้เผยแพร่รายงานว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรข้อมูลการสำรวจโลกว่า ขณะนี้ จีนเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมแล้วประมาณ 100 เพตะไบต์ โดยข้อมูลนี้ มีส่วนที่ให้บริการฟรีแก่สาธารณะ และส่วนที่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งให้ประโยชน์แก่ผู้ใช้งานแล้วมากกว่า 300,000 คน ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมอย่างมีนัยยะสำคัญ รายงานฉบับนี้เป็นการร่างขึ้นร่วมกันระหว่างศูนย์ข้อมูลการสำรวจโลกแห่งชาติ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTI) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การบริหารของสถาบันวิจัยข้อมูลการบินและอวกาศ (AIR) และระบุว่า ข้อมูลจากการสำรวจโลกของจีน กำลังเป็นที่สนใจทั่วโลก ในระยะแรกนี้ จีนได้ก่อตั้งระบบบริการสำหรับผู้ใช้งานในทั่วโลกแล้ว หากถามว่าข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้มาจากไหน คำตอบก็คือดาวเทียมสำรวจโลกของจีนนั่นเอง ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินโครงการส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรสำรวจโลกมาแล้วมากกว่า 60 ดวง และยังมีแผนจะส่งดาวเทียมสำรวจอื่น ๆ ขึ้นไปอีกในอนาคต เนื่องจากดาวเทียมเหล่านี้ช่วยสร้างความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2009 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 3 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 14 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 days ago
Read More






























