ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

eSIM โดนแฮกได้ไหม ? กับเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยนไปใช้

Table of Content

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็หันมาใช้ eSIM กันมากขึ้น เพราะมันสะดวกสุด ๆ ไม่ต้องวุ่นวายหาเข็มจิ้มถาดซิมการ์ดอีกต่อไป แค่สแกน QR Code ปุ๊บ ก็พร้อมใช้งานทันที แต่เคยสงสัยไหมว่า…ไอ้ซิมล่องหนที่ฝังอยู่ในเครื่องเราเนี่ย มันปลอดภัยแค่ไหน ? โดนแฮกได้รึเปล่า ?

eSIM คืออะไร ?

พูดง่าย ๆ eSIM ก็คือ ‘ซิมฝัง’ ที่เป็นชิปเล็กจิ๋วติดมากับเครื่องสมาร์ตโฟนตั้งแต่โรงงานเลย ทำให้เราไม่ต้อง “ใส่ซิม” แต่เป็นการ “โหลดเบอร์” เข้าเครื่องแทน ข้อดีคือมันสบายกว่าซิมแบบเดิม

  • เปิดเบอร์ใหม่ได้จากบ้าน : แค่สแกน QR Code ก็จบ อาจไม่ต้องไปศูนย์ หรือรอซิมใหม่ส่งมาที่บ้าน
  • มีหลายเบอร์ในเครื่องเดียว : สลับใช้เบอร์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างแยกเบอร์ส่วนตัวกับเบอร์ทำงาน
  • ไม่ต้องกลัวซิมหาย : เพราะมันฝังอยู่ในเครื่อง ถอดไม่ได้ และลดความยุ่งยากที่ต้องถอดถาดซิมเข้า-ออก เมื่อต้องการเปลี่ยนซิม

eSIM โดนแฮกได้ไหม ?

คำตอบคือ ได้ครับ !…แต่ไม่ใช่การเจาะเข้าไปที่ตัวชิปโดยตรงนะ

ตัวชิป eSIM เหมือนตู้เซฟอย่างดีที่แฮกยากมาก แต่ที่โดนกันคือมิจฉาชีพไป “แฮกที่คน” แทน พูดง่าย ๆ คือ ไปหลอกผู้ให้บริการหรือพนักงานคอลเซนเตอร์ให้เอา QR Code ไปให้มันดื้อ ๆ โดยอาจใช้วิธีต่อไปนี้

  • หลอกเป็นเรา (Social Engineering) : มิจฉาชีพจะหาข้อมูลส่วนตัวของเรา (ชื่อ, วันเกิด หรืออื่น ๆ) แล้วโทรไปที่คอลเซนเตอร์ สวมรอยเป็นเราแล้วขอออก eSIM ใหม่ พอสำเร็จปุ๊บ eSIM ในเครื่องเราจะดับ แล้วเบอร์ของเราก็จะไปอยู่ที่เครื่องโจรทันที
  • หลอกให้เรากดเอง (Phishing) : ส่ง SMS หรืออีเมลปลอมมาหลอกให้เรากดลิงก์ หรือสแกน QR Code ที่มันส่งมา

เกิดอะไรขึ้น ถ้าโดนขโมยเบอร์ eSIM

เมื่อเบอร์เราไปอยู่ในมือโจร มันคือการถูกขโมยกุญแจเข้าสู่โลกดิจิทัลของเราไปเลย เพราะโจรจะสามารถ

  • ดักรหัส OTP : เพื่อใช้ทำธุรกรรมธนาคาร หรือเข้าโซเชียลมีเดียของเรา
  • รีเซตรหัสผ่าน : เข้ายึดบัญชีทุกอย่างที่ผูกกับเบอร์โทรไว้
  • สวมรอยเป็นเรา : เอาเบอร์ไปหลอกยืมเงินคนในลิสต์รายชื่อของเรา

รู้ทันโจร ! ใช้ eSIM ยังไงให้ปลอดภัย ?

อย่างไรก็ตาม การโจรกรรมเบอร์จาก eSIM ไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก แต่เราก็สามารถเตรียมตัวรับมือกับปัญหานี้ได้

  1. เปลี่ยนไปใช้แอปฯ 2FA : เลิกใช้ OTP ที่ส่งมาทาง SMS แล้วหันไปใช้แอปฯ อย่าง Google Authenticator แทน เพราะรหัสจะถูกสร้างจากในเครื่องเรา โจรขโมยเบอร์ไปก็เอาไปใช้ไม่ได้
  2. อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวมั่วซั่ว : ยิ่งเราโพสต์ข้อมูลส่วนตัวออนไลน์น้อยเท่าไหร่ โจรก็ยิ่งหาข้อมูลไปสวมรอยได้ยากขึ้นเท่านั้น
  3. คิดก่อนคลิก : เจอ SMS หรืออีเมลแปลก ๆ อย่ารีบกดลิงก์หรือสแกน QR Code เด็ดขาด
  4. ถ้าสัญญาณหายปุ๊บ…รีบโทรหาค่ายมือถือทันที : หากอยู่ดี ๆ สัญญาณมือถือก็ดับไป โทรไม่ได้ เน็ตไม่มา ทั้ง ๆ ที่จ่ายค่าบริการตามปกติ ให้รีบติดต่อผู้ให้บริการทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าเบอร์ของคุณถูกย้ายไปแล้ว

สรุปง่าย ๆ คือ eSIM ไม่ได้มีปัญหาด้านความปลอดภัยในตัวเอง แต่ความสะดวกของมันดันไปเปิดช่องให้มิจฉาชีพเล่นงาน ‘จุดอ่อน’ ที่เป็นคนอย่างเรา ๆ ได้ง่ายขึ้น แค่เรารู้ทันและป้องกันตัวเองให้ดี ก็ใช้ชีวิตได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

อย่าเพิ่งซื้อแอร์ ถ้ายังไม่ได้เช็ก BTU ที่ ‘พอดี’ กับห้อง

27/03/2026
Read More

ทำไมเปิดแอร์ 25 องศาแล้วยังรู้สึกร้อน ? 

27/03/2026
Read More

‘Year of Work Life Intelligence’ เรียนรู้วิธีจัดการชีวิต พิชิตงานใน People Performance conference 2026 ในวันที่ 1 เมษายนนี้ !

27/03/2026
Read More

BKK Risk Map: แผนที่ที่มี ‘หัวใจ’ และมองเห็นกลุ่มเปราะบางก่อนใคร จาก กทม.

26/03/2026
Read More

Bluebik Digital ยุทธศาสตร์ใหม่ของ ‘บลูบิค’ โตแรงสวนเศรษฐกิจ ตั้งเป้าสานต่อ New High ปีที่ 13 มุ่ง IPO ใน 5 ปี

26/03/2026
Read More

ค่าไฟแพงเพราะแอร์ ? ส่องเหตุผลที่การเลือกซื้อแอร์ประหยัดพลังงานจะเข้ามาช่วยงบในกระเป๋ามากกว่าที่คิด

26/03/2026
Read More

Related Content