ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Warmer ocean waters are speeding up the rate at which Greenland’s glaciers are melting and calving, or breaking off to form icebergs. This is causing the glaciers to retreat toward land, hastening the loss of ice from Greenland’s Ice Sheet. Credits: NASA/JPL-Caltech
Read
| Features

พลิกคำพยากรณ์ ‘ปริมาณธารน้ำแข็งละลาย’ ไปไวกว่าที่คาดเพราะเหตุนี้!

Tabel of Content

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง ‘ธารน้ำแข็ง’ หรือ ‘Glacier’ ที่กำลังละลายอย่างรวดเร็วมาก่อน ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันไว้ว่า การละลายของพวกมันอยู่ในขั้นวิกฤต อาจจะมาถึงจุดที่ไม่สามารถหวนคืนได้แล้ว และเท่าที่ตรวจวัดได้ อัตราการละลายของน้ำแข็งในปัจจุบันดูเหมือนจะมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้เสียอีก เพื่อให้การพยากรณ์แม่นยำขึ้น ช่วยให้มนุษย์รับมือกับปัญหาอุทกภัยที่จะตามมาในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จึงเร่งศึกษา ‘ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ (Greenland’s Glacier)’ หนึ่งในที่มาหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

‘ฟยอร์ด’ กับความลึกที่เป็นเบาะแสแรก

ท่ามกลางความเวิ้งว้างของน่านน้ำอาร์กติก ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ได้ละลายพุ่งลงสู่มหาสมุทรตามแนวฟยอร์ด (fjords) หรือ ขอบผาที่เป็นเวิ้งน้ำลึกลงไป และเพราะความลึกและความขรุขระตามชายฝั่งที่เข้าถึงยากของฟยอร์ดนี่เอง ที่ทำให้นักวิจัยขาดข้อมูลในเรื่องระดับความลึกของมัน ทำให้ไม่อาจประเมินได้อย่างแม่นยำว่า มีปริมาณน้ำในมหาสมุทรเท่าใดในแต่ละฟยอร์ด 

ภาพมุมสูงของธารน้ำแข็งตามฟยอร์ดในกรีนแลนด์ ถ่ายเทื่อปี 2016
Credtit : earthobservatory.nasa.gov

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) นั้นส่งผลต่ออุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้น ดังนั้น ปริมาณน้ำมหาสมุทรอุ่นที่เข้าถึงฟยอร์ด จึงนำไปสู่การละลายของธารน้ำแข็งในฟยอร์ดนั่นเอง 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์จึงได้เริ่มต้นภารกิจ Oceans Melting Greenland (OMG) ศึกษาการละลายของธารน้ำแข็งเหล่านี้จากทางอากาศและทางเรือ ด้วยการวัดฟยอร์ดทีละแห่ง จนสามารถสำรวจธารน้ำแข็งได้ถึง 226 แห่ง และพบว่าฟยอร์ด ‘ลึก’ 74 แห่ง เป็นที่มาของปริมาณน้ำแข็งละลายเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด ในช่วงปี 1992 ถึง 2017 

ภารกิจ OMG ใช้เรือขนส่งเครื่องมือที่ใช้วัดปริมาณเกลือและความลึก เดินทางเข้าไปในบริเวณฟยอร์ด
Credits: NASA

งานวิจัยนี้ ตีพิมพ์ใน Science Advances เมื่อวันที่ 1 มกราคม หรือวันปีใหม่ที่ผ่านมา และถือเป็น ‘ครั้งแรก’ เลยที่อธิบายได้ว่า น้ำชายฝั่งที่ร้อนขึ้นส่งผลต่อการละลายของธารน้ำแข็งกรีนแลนด์อย่างไร

ธารน้ำแข็งเหล่านี้มีการตัดเฉือน (Undercutting) จาก ‘ข้างใต้’ มากที่สุด เพราะเป็นบริเวณที่อบอุ่นกว่าด้านบน คำอธิบายสำหรับเรื่องนี้คือ  ที่ด้านล่างของฟยอร์ดนั้นเป็นบริเวณที่มีเกลือหรือน้ำเค็มสะสมอยู่ ทำให้บริเวณนี้มีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำที่เกลือมีอยู่อย่างเจือจางหรือไม่มีเกลือเลยด้านบน มันจึงละลาย ‘ฐาน’ ของธารน้ำแข็งที่อยู่ข้างใต้ ค่อย ๆ ทำให้น้ำแข็งด้านบนปริแตกออกจากกัน 

และที่น่าเหลือเชื่อกว่า คือในทางตรงกันข้าม ธารน้ำแข็ง 51 แห่งที่ยื่นออกไปในฟยอร์ด ‘ตื้น’ หรือ อยู่บนสันเขาตื้น ๆ มีการตัดเฉือนในลักษณะนี้น้อยที่สุด และปริมาณน้ำแข็งที่ละลายในส่วนนี้ คิดเป็นเพียง 15% ของปริมาณน้ำแข็งที่ละลายทั้งหมดเท่านั้น

ไมเคิล วู้ด (Michael Wood) นักวิจัยระดับหลังปริญญาเอกจาก Jet Propulsion Laboratory ของนาซา และผู้เขียนหลักของงานวิจัยชิ้นนี้กล่าวว่า เขารู้สึกประหลาดใจมากกับการค้นพบนี้

“ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดและลึกที่สุด กลับถูกตัดและละลายเร็วกว่าธารน้ำแข็งขนาดเล็กในน้ำตื้นมาก … หรือพูดอีกอย่างคือ ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด กลับมีความอ่อนไหวต่อน้ำอุ่นมากที่สุด และเป็นที่มาหลักของการปริมาณน้ำแข็งละลายอันมหาศาลของกรีนแลนด์”

และนั่นสรุปได้ว่า สำหรับกรณีของธารนำแข็งกรีนแลนด์ ยิ่งธารน้ำแข็งมีขนาดใหญ่ ก็ยิ่งละลายเร็วเท่านั้น และต้นเหตุก็คือความลึกของฟยอร์ดที่ธารน้ำแข็งนั้นตั้งอยู่นั่นเอง 

(อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย)

เหตุเกิดเพราะ ‘น้ำจืด’ ละลาย

กรีนแลนด์เป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งเพียงสองแห่งของโลก น้ำแข็งที่นั่นมีความหนามากกว่า 2 ไมล์ (3 กิโลเมตร) บริเวณขอบของกรีนแลนด์ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่จะยื่นออกมาจากแผ่นน้ำแข็ง และจะไหลลงหุบเขาอย่างช้า ๆ ลำเลียงน้ำแข็งให้ค่อย ๆ ลงสู่ฟยอร์ด แล้วละลาย แตกออกหรือถูกกัดเกาะเป็นภูเขาน้ำแข็ง (Icebergs) น้ำแข็งเหล่านี้จะถูกเติมเต็มด้วยหิมะที่โปรยปราย (เหมือนฝนตกบนเขาที่ทำให้เกิดน้ำตกหรือลำธารนั่นแหละ) จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป หิมะเหล่านั้นก็จะถูกบีบอัดจนกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งต่อไป

หากแผ่นน้ำแข็งอยู่ภาวะสมดุล ปริมาณหิมะที่สะสมอยู่ด้านบนจะเท่ากับน้ำแข็งที่ละลาย ระเหย และหลุดออกไป แต่จากการสังเกตก่อนหน้านี้ พบว่าแผ่นน้ำแข็งขาดความสมดุลมาตั้งแต่ยุค 1990 อัตราการละลายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การสูญเสียน้ำแข็งที่เกินปริมาณนี้ทำให้แผ่นน้ำแข็งหดตัว และธารน้ำแข็งมีลักษณะดูเหมือน ‘ถอย’ เข้าหาฝั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2020 น้ำแข็งในในมหาสมุทรอาร์กติกแตะถึงระดับต่ำสุดที่ 1.44 ล้านตารางไมล์ (3.74 ล้านตารางกิโลเมตร)
นับเป็นระดับที่ต่ำสุดอันดับสอง ตั้งแต่การเก็บรักษาสถิติสมัยใหม่เริ่มขึ้น
Credit: NASA’s Scientific Visualization Studio

นอกจากเพราะฟยอร์ดลึกที่อธิบายไปก่อนหน้าแล้ว สาเหตุหลักของปริมาณธารน้ำแข็งที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอีกอย่างคือ ในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิของอากาศที่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้พื้นผิวของธารน้ำแข็งร้อนขึ้น ก่อให้เกิดแอ่งน้ำละลาย และน้ำในแอ่งเหล่านี้ ก็จะรั่วไหลผ่านน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง ซึมลงไปใต้ผิวน้ำ เมื่อน้ำละลายไหลลงสู่ทะเล ก็จะพบกับน้ำเค็มที่อุ่นกว่า

น้ำแข็งที่ละลายเหล่านี้ปราศจากเกลือ ดังนั้นจึงมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำเค็ม พวกมันจึงลอยอยู่ด้านบนและจะชักนำน้ำในมหาสมุทรที่อุ่นกว่าให้มาสัมผัสกับฐานของธารน้ำแข็ง 

ดังนั้น ปริมาณการตัดเฉือนฐานธารน้ำแข็งข้างใต้ จึงขึ้นอยู่กับความลึกของฟยอร์ด อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทร และปริมาณน้ำจืดที่ละลายไหลออกมาจากใต้ธารน้ำแข็ง เมื่อสภาพอากาศร้อนขึ้น ปริมาณน้ำจืดที่ละลายก็ย่อมเพิ่มขึ้น ส่งให้อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นปัจจัยช่วยเร่งกระบวนการตัดเฉือนและการละลายของธารน้ำแข็งยิ่งขึ้นไปอีก

การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า แบบจำลองสภาพภูมิอากาศก่อนหน้านี้ อาจประเมินปริมาณการละลายน้ำแข็งต่ำไป เพราะขาดการนำสองปัจจัยหลังนี้ เข้าไปวิเคราะห์ร่วมด้วย

อนิเมชันที่ช่วยแสดงให้เห็นว่าธารน้ำแข็งละลายได้อย่างไร
Credit : NASA

การค้นพบดังกล่าว ช่วยอธิบายในเชิงลึก ตอบคำถามได้ว่า เพราะเหตุใดธารน้ำแข็งหลายแห่งในกรีนแลนด์จึงไม่ฟื้นตัวหลังจากที่อุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรอุ่นขึ้นอย่างกะทันหันเกือบ 2 องศาเซลเซียส ในช่วงปี 1998 ถึงปี 2007 แม้ว่าในปีต่อมา คือ ปี 2008 จนถึง 2017 ภาวะโลกร้อนจะหยุดลงชั่วคราว แต่อัตราการละลายของธารน้ำแข็งก็ยังคงไม่หยุดตาม แถมกลับเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเสียด้วย

“เราทราบมานานกว่าทศวรรษแล้วว่า มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงไปของธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์ แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เราสามารถหาปริมาณน้ำที่เกิดจากกระบวนการเฉือน และอธิบายให้เห็นได้ว่ามันส่งผลต่อธารน้ำแข็งอย่างไรได้อย่างแจ่มแจ้ง” เอริค ริกนอต (Eric Rignot) รองนักสำรวจหลักของโครงการ OMG และผู้บริหารภารกิจกล่าว 

(อ่านต่อหน้า 3 คลิกด้านล่างเลย)

สำรวจลึกลงไปในน้ำแข็ง

ปัจจุบัน ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว ที่ภารกิจ OMG ยังคงเดินหน้าวัดอุณหภูมิของมหาสมุทรและความเค็มรอบชายฝั่งทั้งหมดของกรีนแลนด์ ทีมงานใช้เวลาหลายสัปดาห์ นำยานสำรวจหรือโพรบจำนวน 250 – 300 ลำ ขนส่งด้วยเครื่องบินหย่อนลงไปในฟยอร์ด เพื่อวัดว่าอุณหภูมิและปริมาณเกลือในน้ำเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในระดับความลึกที่ต่างกัน ในขณะวัดความลึก ทำแผนที่ของฟยอร์ดที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ไปด้วย

เพื่อวัดความลึกและความเค็มของน้ำ จึงมีการหย่อนโพรบสำรวจลงในฟยอร์ดตามแนวชายฝั่งของกรีนแลนด์ด้วยเครื่องบิน
น้ำสีน้ำตาลกลางภาพเกิดจากตะกอนที่ผุดขึ้นมาเนื่องจากน้ำจืดที่ละลายไหลซึมมาจากใต้ธารน้ำแข็ง
Credits: NASA/JPL-Caltech

ข้อมูลนี้ จะช่วยเสริมการสำรวจอื่น ๆ ในภูมิภาครวมถึงการวัดค่า OMG ผ่านทางเรือ และข้อมูลเชิงสังเกตการณ์ที่รวบรวมจากดาวเทียม Landsat ของนาซา และการสำรวจ US Geologic Survey ทำให้เราเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างน้ำแข็งกับมหาสมุทรมากขึ้น 

“เมื่อมหาสมุทรพูด ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ก็รับฟัง”

จอช วิลลิส (Josh Willis) นักสำรวจหลักของ OMG กล่าวประโยคซึ่งสะท้อนว่า กลุ่มธารน้ำแข็ง 74 แห่งในฟยอร์ดลึกนี้ ‘รู้สึก’ หรือ ‘ได้รับอิทธิพล’ ของมหาสมุทรจริง ๆ และการค้นพบนี้จะช่วยให้เราคาดการณ์ได้ว่าน้ำแข็งจะละลายเร็วเพียงใด และจะสิ่งนี้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับทั้งคนรุ่นนี้และรุ่นต่อไป

ก่อนหน้านี้ นาซาเคยติดตามหาปัจจัยอื่นที่ช่วยอธิบายว่าทำไมระดับน้ำทะเลจึงสูงขึ้นกว่าที่คาดมาแล้ว (ตามไปอ่านได้ในบทความ นาซาไขปริศนา “ทำไมระดับน้ำทะเลพุ่งสูงเกินคาด” ช่วยรับมือ ‘เมืองจมน้ำ’ ในอนาคต) ทำให้เราเห็นได้ว่าอาจมีหลายปัจจัยมาก ๆ ที่ยังซ่อนอยู่ ยังไม่ถูกค้นพบ

เดิมเราเคยคิดง่าย ๆ ว่าแค่อุณหภูมิสูงขึ้น น้ำแข็งก็ละลายเร็วขึ้น แต่จากการค้นพบในช่วงหลัง ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะซับซ้อนและน่ากังวลกว่าที่คาด ชี้ในเห็นว่าภาวะโลกร้อนและธารน้ำแข็งละลายเป็นอีกเรื่องที่เราควรต้องติดตามเพื่อเตรียมรับมือกันต่อไป

อ้างอิง

NASA

NASA2

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

Xiaomi 17 Ultra เปิดตัวเป็นทางการ ยัดโหดกล้อง 1 นิ้ว ซูม 200 MP แบตฯ อึด 6,800 mAh พร้อมรุ่น Leica Edition ดีไซน์คลาสสิก

26/12/2025
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

26/12/2025
Read More

ซื้อดีไหม ? HUAWEI MatePad 12 X 2026 สรุปฟีเจอร์เด่นที่น่าโดนในราคาไม่เกินสองหมื่น 

26/12/2025
Read More

แว่นตา AI เปลี่ยนเสียงรอบตัวเป็น “ซับไตเติล” แบบ Real-time ช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยิน

26/12/2025
Read More

ญี่ปุ่นทำถึง ! เปิดตัว เครื่องซักมนุษย์ อาบ-ล้าง-เป่าแห้ง จบใน 15 นาที ค่าตัว 13 ล้านบาท

26/12/2025
Read More

เตือน ! ผู้มีสิทธิ “ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง – ไม่แจ้งเหตุ” จะถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมาย

26/12/2025
Read More

Related Content