ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Perplexity เปิดตัว Deep Research ทำงานได้เร็วและนักวิจัยทั่วไปเข้าใช้งานได้ฟรี

Table of Content

ไม่กี่วันที่ผ่านมา Perplexity เป็นบริษัทพัฒนาเอไออีกรายที่ได้ปล่อยเครื่องมือ Deep Research สำหรับช่วยค้นคว้าหัวข้อการวิจัย สืบค้นข้อมูลและเขียนรายงานแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งออกมาตามหลัง Google ที่ได้ปล่อยฟีเจอร์ Deep Research บน Gemini เมื่อเดือนธันวาคม และล่าสุดต้นเดือนนี้ OpenAI ได้เปิดตัวเครื่องมือ Deep Research สำหรับการทำวิจัยบน ChatGPT

Perplexity เผยว่า Deep Research จะช่วยประหยัดเวลาในการทำวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก โดยจะค้นหาข้อมูลหลายสิบครั้ง อ่านข้อมูลจากหลายร้อยแหล่ง และใช้เหตุผลเขียนออกมาเป็นรายงานโดยอัตโนมัติ พร้อมเน้นว่าเครื่องมือนี้ของบริษัทเด่นกว่าใครตรงที่ทำงานในระดับผู้เชี่ยวชาญ รองรับหลากหลายสายอาชีพ ตั้งแต่การเงินและการตลาด ไปจนถึงการวิจัยผลิตภัณฑ์

Deep Research ของ Perplexity ได้เปิดให้บริการแล้วเฉพาะบนเว็บ และเร็ว ๆ นี้จะขยายไปยังแอปฯ บน iOS, Android และ Mac ซึ่งผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกหรือใช้งานแบบฟรีสามารถเข้าถึงคำตอบได้จำนวนจำกัดต่อวัน และสมาชิกระดับ Pro จะรับคำถามได้ไม่จำกัด

ใครที่สนใจอยากทดลองใช้งานก็ให้เข้าไปที่เว็บ perplexity.ai และเลือกหมวดการทำงานที่ “Deep Research” แล้วก็ป้อนคำสั่งลงไป จากนั้นระบบจะสืบค้นข้อมูลและหาเหตุผลเกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องทำซ้ำ ๆ หลายครั้ง เพื่อปรับปรุงแผนการวิจัยพร้อมเรียนรู้หัวข้อต่าง ๆ ซึ่งคล้ายกับการค้นคว้าหัวข้อวิจัยใหม่โดยมนุษย์ เมื่อเสร็จแล้วจะเขียนรายงานออกมา ทั้งนี้สามารถแปลงเป็นเอกสารในรูปแบบของ PDF และเพจของ Perplexity หรือจะแชร์ไปให้คนอื่น ๆ ก็ได้อีกด้วย

ในเรื่องของประสิทธิภาพ เครื่องมือ Deep Research ของ Perplexity ได้ผ่านการทดสอบด้วย Humanity’s Last Exam ที่มีคำถามระดับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งทำคะแนนได้ 21.1% สูงกว่าเอไอชั้นนำต่าง ๆ เช่น Gemini Thinking (6.2%) Grok-2 (3.8%) และ GPT-4o ของ OpenAI (3.3%) แต่ยังสู้ Deep Research ของ OpenAI ไม่ได้เพราะคะแนนสูงถึง 26.6% ส่วนความเร็วทำได้ดีโดยจะเสร็จภายในเวลา 3 นาที เมื่อเทียบกับ Deep Research ของ OpenAI ใช้เวลา 5 – 30 นาที

สรุปภาพรวมเครื่องมือ Deep Research ที่ออกมาแล้วในตอนนี้ ซึ่งของแต่ละบริษัทมีจุดเด่นต่างกัน คือ Perplexity AI โดดเด่นในเรื่องความเร็วและนักวิจัยทั่วไปเข้าใช้งานได้ฟรี ส่วนของ OpenAI เด่นในการวิเคราะห์เชิงลึกสำหรับการใช้ประโยชน์ในงานระดับองค์กร ซึ่งปัจจุบันเข้าใช้งานได้สำหรับสมาชิก ChatGPT Pro ในราคา 200 เหรียญ (6,735 บาท) ต่อเดือน และ Google มีจุดเด่นตรงที่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีในระบบนิเวศได้อย่างราบรื่น ซึ่งเข้าถึงได้สำหรับสมาชิก Gemini Advanced ในราคา 750 บาทต่อเดือน

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

realme P4 Series เตรียมเปิด “P4 Power” แบตฯ อึด 10,001mAh เครื่องแรกของโลก ปฏิวัติวงการเกมมิ่งโฟน

27/05/2026
Read More

ล้ำสุดในประวัติศาสตร์บอลโลก ! ‘Adidas TRIONDA’ ฝังชิป เก็บได้ทุกสถิติ

27/05/2026
Read More

ก้าวสำคัญทางการแพทย์ ! จีนลุยทดลองเทคโนโลยี BCI ฝังชิปในสมองเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

26/05/2026
Read More

โลกเสี่ยงเผชิญ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ 2026’ รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี เตรียมรับมือวิกฤตแล้งหนัก-ร้อนพุ่ง

26/05/2026
Read More

แม็คโคร โชว์ศักยภาพใน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 ยกระดับประสบการณ์ “Live Like A PRO” เสริมแกร่งผู้นำอุตสาหกรรมอาหารระดับภูมิภาค

26/05/2026
Read More

ในวันที่โลกแบน TikTok เพราะอะไรกระทรวงการศึกษาไทยยังสนับสนุน ?

26/05/2026
Read More

Related Content