ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

น้องออลนิว “Siri AI” มีอะไรใหม่ (ที่ Android มีมานานแล้ว) บ้าง ?

Table of Content

หลังจากที่ Apple ขิงเรื่อง Apple Intelligence มาตั้งแต่ปี 2024 ในที่สุดผ่านมา 2 ปี เราก็ได้เห็นว่า Apple ก็มีผลงาน AI เป็นชิ้นเป็นอันซักที ถึงส่วนใหญ่จะเป็นความสามารถที่มีอยู่ใน Gemini และมือถือ Android หลาย ๆ รุ่นแล้วก็เถอะ บทควมนี้เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับ น้องออนิล “Siri AI” ว่ามีฟีเจอร์อะไรใหม่ ตัวไหนเฉย ๆ ตัวไหนน่าสนใจ หรือคุณพี่จใส่มาทำไม ?

น้องออลนิว Siri AI ยกเครื่องใหม่ด้วย Apple Intelligence + Gemini

ต้องยอมรับว่าการที่ Apple ไปจับมือกับ Google เพื่อดึงโมเดล Gemini มาผสมโรงกับ Apple Intelligence เนี่ยเป็นการตัดสินใจที่ถูกเลยนะ ข่าวว่าจับมือช่วงมกราคมต้นปี พอกลางปีเปิดตัวฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ เพียบ ประหนึ่งว่า 2 ปีที่ผ่านมานี่ไปซุ่มพัฒนามาอย่างดี แต่ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ดันมีอยู่ใน Gemini กับมือถือ Android อยู่แล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางตัวที่เจ็งจริง ตามที่ Apple ชอบทำคือ “มาทีหลังแต่ต้องดีกว่า”

ดีไซน์ใหม่ขอไปเกาะใช้กับ Dynamic Island

อีกจุดที่อยากชมคือวิธีเรียกใช้บน iPhone ก็เพิ่มลูกเล่นใหม่มา คือ ปัดลงจาก Dynamic Island เพื่อ Search หรือพิมพ์เริ่มคุยกับ Siri AI ได้เลย (นอกเหนือจากพูด “Hey Siri” หรือกดปุ่มข้างเครื่องแบบเดิม) อันนี้ถือว่าฉลาดดีนะ เพราะ Dynamic Island เป็นพื้นที่ที่ตาเราจ้องอยู่แล้วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว Apple เลยจับมันมาใช้งานซะเลย ก็เป็นการใช้ของที่มีอยู่ให้คุ้มค่าขึ้น ส่วนใครที่ยังบ่นว่า Dynamic Island ไม่ค่อยมีประโยชน์ คราวนี้ก็พอจะมีเหตุผลให้มันมีตัวตนมากขึ้นหน่อย

Siri ฉลาดขึ้นจริง แต่อย่าเพิ่งดีใจไป

เริ่มจากของที่ “เจ๋งจริง” ก่อน คือการ Appleยอมพูดคำว่า AI ออกมาซะที หลังจากที่ทำทรงพูดว่า Machine Learning ซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่ปี 2024 อ่ะ หยอก ๆ ที่เจ๋งคือการที่ Siri AI มันเข้าใจบริบทรอบตัวเราได้แล้ว ทั้งสามอย่างรวมกัน รู้ว่ามีอะไรบนหน้าจอ (on-screen awareness), เข้าใจเรื่องส่วนตัวของเรา (personal context) และมีความรู้รอบโลก (world knowledge)

ตัวอย่างที่ Apple โชว์บนเวทีคือถาม Siri AIว่า “บ้านใหม่ของเจฟ (Jeff) อยู่ไหน” ทั้งที่เราไม่เคยเซฟที่อยู่ไว้เลย แต่ Siri AIไปขุดจากข้อความที่เพื่อนเคยส่งมาให้ แล้วลากมาทำแผนที่ทางนำทางพร้อมแวะระหว่างทางได้เลย หรืออีกอันคือสั่งให้หารูปจากทริปที่ชาสต้า (Shasta) แล้วเลือกเฉพาะรูปที่มีลูก 3 คนไปใส่อัลบั้มครอบครัว โดยไม่ต้องเปิดแอป Photos มานั่งหา

อันนี้คือสิ่งที่ Siri ​AI ควรจะเป็นมาตั้งนานแล้ว และพอมันทำได้จริง ก็ต้องบอกว่าน่าใช้ดี แต่ขอกระซิบนิดนึงว่า ความสามารถแนว “เข้าใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอแล้วทำงานต่อให้” เนี่ย ฝั่ง Gemini บน Pixel กับ Android เขาทำได้มาพักใหญ่แล้ว Apple แค่มาทำให้มันเนียนเข้ากับระบบตัวเองมากกว่า ซึ่งก็เป็นจุดแข็งที่ Apple ทำได้ดีอยู่แล้วล่ะนะ

คุยกับ Siri ได้ยาว ๆ แบบ ChatGPT สักที

อีกอันที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนยุคของ Siri AI จริง ๆ คือการที่มันคุยต่อเนื่องเป็นบทสนทนาได้แล้ว ไม่ใช่ถามคำตอบคำแบบเมื่อก่อน เราขอให้มันช่วยวางแผน, ระดมไอเดีย งานสร้างสรรค์ หรือขอข้อเสนอแนะ กับเอกสารได้

Apple โชว์ซีนให้ Siri AI วางแผน Watch Party ดูฟุตบอล World Cup คู่ที่ Brazil เจอ Morocco ตั้งแต่ถามตารางแข่ง ขอเมนูอาหารประจำชาติทั้งสองประเทศ (มีรูปประกอบให้ด้วย) ไปจนถึงดึงข้อความเรื่องของหวานที่ลูกสาวพูดถึงมารวมเป็นเมนูเดียว แล้วส่งเข้ากลุ่มแชตให้เพื่อน เอาจริง ๆ มันก็ดูเจ๋งอยู่นะ

แต่พี่ครับ นี่มันก็คือสิ่งที่เราทำกับ ChatGPT หรือ Gemini มาเป็นปี ๆ แล้วไง การที่ Siri AI เพิ่งจะคุยยาว ๆ ได้ในปี 2025 มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปรบมือ แต่เป็นเรื่องที่ต้องถามว่า “ทำไมเพิ่งมา” มากกว่า ถือว่าตามเขาทันก็บุญแล้ว

ส่วน Siri App อันนี้จากเดิมที่เป็นบริการฝังมากับระบบฯ เขาก็แยกออกมาเป็นแอปที่ใช้งานเหมือน ChatBot ซึ่งเราพิมพ์ถามตอบได้เลย ส่วนประวัติการสนทนาแล้วซิงก์ผ่าน iCloud ให้คุยข้ามเครื่องได้ ก็เป็นไอเดียที่ดี เริ่มที่ iPhone ต่อที่ Mac ได้ (เอ๊ะ ! แต่บริการ AI ทุกตัวมันก็ทำได้นี่น่า แต่ช่างเถอะ มีให้ใช้ก็ดีละ)

Siri AI เสียงใหม่กับที่ลื่นหูกว่าเดิม

จุดที่รู้สึกว่าต้องชมคือเสียงของ Siri AI ที่ปรับแต่งโทนได้ค่อนข้างละเอียด จะปรับให้พูดเร็วพูดช้า หรือการแสดงออกด้วยเสียงได้ซึ่งอันนี้เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ AI ตัวอื่น ๆ มองข้าม แต่ Apple เขาใส่ใจ มันก็ดีจริง ๆ แหละ เพราะบางทีเราอาจจะเบื่อเสียงเดิม ๆ และที่สำคัญคือมันฟังดูเป็นธรรมชาติ และลื่นหูมากขึ้นกว่าเดิม ส่วน Dictation (การพิมพ์ด้วยเสียง) ที่แม่นขึ้นทั้งการสะกด เครื่องหมายวรรคตอน และตัวพิมพ์ใหญ่ อันนี้คือฟีเจอร์ที่ “ไม่หวือหวาแต่ใช้จริงทุกวัน” ซึ่งน่าชมที่ Apple ยอมลงแรงกับของพื้น ๆ แบบนี้

แต่มีดอกจันตัวเบ้อเริ่มกับเสียงใหม่กับ Dictation ขั้นเทพเนี่ย เฉพาะเครื่องที่รองรับโมเดล On-device รุ่นล่าสุดเท่านั้น แปลว่าถ้าเครื่องพี่ไม่ใหม่พอ ก็อดเด้อ

Siri AI ตามไปอยู่ทุกที่ ดีบ้าง งง บ้าง

Apple จับ Siri AI ยัดเข้าไปทุกแพลตฟอร์มเท่าที่จะยัดได้ ทั้ง iPhone, iPad, Mac, Apple Watch ไปจนถึง Vision Pro ซึ่งเราก็ต้องรอดูว่า Siri จะทำผลงานได้ดีหรือเปล่า ถ้าทำได้ดีออาจจะได้ไปต่อยาว ๆ แต่ถ้าไม่ดีก็อาจจะโดนสาปส่งเหมือน Copilot ของพี่ Windows

แต่ที่น่าสนใจจริง ๆ คือบน Mac ที่เอา Siri AI ไปรวมกับ Spotlight (ระบบค้นหาในเครื่อง) ที่ทำได้เนียนมาก แล้วคือมันเสริฟสิ่งที่ต้องการได้จรอง ๆ เพราะมันเข้าใจบริบท (Context) ว่าเรากำลังต้องการอะไร และอีกอย่างที่คิดว่าทำได้ดีเลยคือ การลากไฟล์ที่ต้องการแล้วคลิกขวาเพื่อเปิดกล้องข้อความ มาถามเรื่องไฟล์/รูป/ข้อความได้เลย แถมเอาไฟล์ใบเสนอราคาหลายไฟล์มาให้ Siri เปรียบเทียบแล้วทำเป็นตารางให้ อันนี้คือใช้งานจริงและสะดวกกับการทำงาน

ส่วนที่ขอตั้งคำถามคือ Vision Pro ที่ทำ Siri AI เป็นก้อน 3D ลอยวางได้ทุกที่ในห้อง แค่มองแล้วพูดไม่ต้อง “Hey Siri” คือมันเท่นะ แต่ Vision Pro มีคนใช้กี่คนกันเชียว นับตั้งแต่ขายในปี 2024 ถึงตอนนี้ก็ยังขายได้ไม่ถึงล้านเครื่องเลย แล้วพี่จะลงแรงทำมาเพื่อ ?

Visual Intelligence ส่องอะไรก็ได้คำตอบ (เก่งเหมือน Gemini Live เลย)

ในงานเขามีการโชว์ให้เห็นว่า Siri AI ก็ตามไปอยู่ในแอปกล้องด้วยนะ โดยจะเป็นเมนูหนึ่งที่อยู่ระหว่าง Photos กับ Portrait ประหนึ่งว่าเป็นโหมดอับดุล ส่องได้ตอบได้

แต่การใช้งานส่วนตัวว่ามันน่าจะเวิร์กเลย ใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวก เพราะปกติเวลาเราจะถาม AI ทีก็ต้องมานั่งเปิดแอปฯ เปิดกล้อง แต่อันนี้เปิดกล้องแล้วถามได้เลย ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็น่าสนใจอยู่นะ เพราะส่องจานอาหารดูข้อมูลโภชนาการ หรือส่องบิลแล้วแยกจ่ายด้วย Apple Cash ส่วนบน Vision Pro ก็มีซีนถามว่ากระเป๋าใบนี้ใช้เป็น Carry-on ขึ้นเครื่องได้ไหม แล้ว Siri AI ตอบว่าได้

แต่ถึงอย่างนั้น “ส่องกล้องแล้วถาม AI” เนี่ย Google Lens กับ Gemini Live เขาทำมาก่อนแบบเห็น ๆ Apple แค่มาทำให้มันผูกกับ Apple Cash, Calendar และระบบตัวเองให้เนียนขึ้น ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจุดนี้ Apple เก่งเรื่องการเอาฟีเจอร์มาผูกกับจักร Ecosystem จริง ๆ

Writing Tools ของซ้ำที่ขัดเกลามาดี

Siri AI ช่วยเขียนได้ ร่างเอกสารจากศูนย์ได้ สิ่งที่น่าสนใจคือมันเลียนแบบสไตล์การคุยกับแต่ละคนได้ เช่น คุยกับเจ้านายเป็นก็จะสรุปเป็นหัวข้อสั้น ๆ (Bullet Point), ถ้าคุยกับเพื่อนก็จะเป็นอีกโทนหนึ่ง อันนี้คือดีนะ เพราะถ้าไม่เข้าใจบริบทบางครั้งอาจจะใช้สไตล์การพิมพ์ผิด ๆ ไป ซึ่งเราก็ต้องมาเสียเวลาแก้ แต่อันนี้จัดการให้เลย เวรี่กู๊ด และที่สำคัญคือมีระบบตรวจคำผิด (Proofread) อัตโนมัติด้วยนะ อันนี้ถือว่าเป็นรายละเอียดที่คนทำงานจะชอบ แต่ก็ใช่ครับ ของแบบนี้มีในที่อื่นหมดแล้ว

สรุปเลย ไล่ตามทัน แต่ไม่ได้นำใคร

ภาพรวมของ Siri AI คือ Apple ทำการบ้านมาดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับความหายนะของ Apple Intelligence ปีก่อน ๆคราวนี้มีของจริงให้จับต้อง การจับมือ Gemini ถือเป็นการยอมรับความจริงที่ชาญฉลาด ดีกว่าดื้อทำเองแล้วออกมาพัง

จุดที่ Apple ชนะคู่แข่งไม่ใช่ตัวความสามารถ AI (เพราะส่วนใหญ่ตามคนอื่นมาทุกปีอยู่แล้ว) แต่เป็นเรื่องการเอาของดีที่คนอื่นมีแล้ว มาปรับให้ดึขี้น และจอยกับระบบตัวเองทำให้ดูน่าสนใจกว่าเดิม และยังมีจุดแข็งเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ข้อมูลประมวลผลบนเครื่อง (Local) หรือผ่านบริการคลาดว์ดส่วนตัว (Private Cloud Compute) แต่ข้อมูลก็จะไม่ถูกเก็บไว้ อันนี้คือไพ่ตายที่ Apple มีเหนือกว่าจริง

แต่ก่อนจะดีใจ มีเรื่องชวนหงุดหงิดที่ต้องบอกคือ Siri AI เวอร์ชันทดสอบ (Beta) สำหรับคนทั่วไป จะได้ใช้ก็ปลายปีนู่น! (ส่วนใครอยากลองก่อนก็เปิดโหมด Developer กันได้ แต่เครื่องพังหรือเปล่าไม่มั่นใจนะ) อันนี้ถือว่านานกว่า iOS 26 ที่เปิดให้ลองหลังจากเปิดตัวแค่เดือนเดียว ส่วนตัวคิดว่าอาจจะรีบส่งการบ้านก่อน แต่ยังไม่เสร็จดี และ Apple น่าจะกังวลเรื่องประสบการณ์ในการใช้งานที่อาจจะพังซ้ำรอย iOS 26 ก็เลยลากไปชัวร์ ๆ ช่วงสิ้นปีซะเลย และสำหรับ Siri AI ในยุโรป (EU) จะยังไม่ได้ใช้บน iOS/iPadOS, จีนก็อดติดเรื่องกฎระเบียบ และที่เจ็บที่สุดคือเริ่มที่ภาษาอังกฤษก่อนแล้วค่อย ๆ ขยาย ซึ่งแปลว่าคนไทยอย่างเราคงต้องรอกันอีกพักใหญ่ ๆ กว่าจะได้สัมผัสของจริง

ส่วนรุ่นที่ใช้ Siri AI ได้ก็จะเป็น iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max, iPhone 16e, iPhone 16, iPhone 16 Plus, iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max, iPhone 17e, iPhone 17, iPhone Air, iPhone 17 Pro, iPhone 17 Pro Max หรือง่าย ๆ iPhone ทีมีแรม 8GB ขึ้นไป

สรุปสั้น ๆ คือ น้องออลนิว Siri AI รอบนี้ “ดีขึ้นเยอะ น่าใช้ขึ้น” แต่ถ้าถามว่า “ว้าวจนต้องลุกขึ้นปรบมือ” ไหม ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะหลายอย่างเป็นของที่คู่แข่งมีมาก่อน Apple แค่มาเก็บงานให้เรียบร้อยและปลอดภัยกว่าเท่านั้นเอง

Highlight

iOS 27 ในงาน WWDC 2026 มีอะไรว้าวบ้าง ?

09/06/2026
Read More

NVIDIA จับมือ SK hynix พัฒนาหน่วยความจำสำหรับ AI 

08/06/2026
Read More

เดจาวู ! ‘เอริกเซน’ วูบกลางสนามซ้ำสอง ปลุกคำถาม เป็นโรคหัวใจ ทำไมยังเตะบอลได้ ?

08/06/2026
Read More

เมื่อสมาร์ตโฟนกลายเป็นสายลับสองหน้า ล้วงพิกัดทหารสหรัฐฯ แบบเรียลไทม์ !

08/06/2026
Read More

จบดราม่าดึงสกอร์กลับ ! บอลโลก 2026 ใช้ AI สร้างอวตารนักเตะ 3 มิติ เช็กล้ำหน้าเป๊ะยันปลายนิ้ว

05/06/2026
Read More

เอเซอร์ เผยโฉมไลน์อัป Copilot+ PC ปี 2026 ซีรีส์ Swift และ Aspire ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยพลัง AI

05/06/2026
Read More

Related Content