งาน WWDC 2026 ปีนี้ ถือว่าเป็นการอัปเกรด AI ครั้งยิ่งใหญ่ของ Apple เลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การนำ ‘Apple Intelligence’ เข้ามายกระดับการทำงานของระบบและแอปฯ พื้นฐานให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น ลดความซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการประมวลผล ซึ่งไฮไลต์สำคัญที่น่าจับตามองมีดังนี้

Siri AI โฉมใหม่
- สั่งงานด้วย ‘Hey Siri’ เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนไปแสดงผล Dynamic Island
- สแกนและเข้าใจข้อความหรือรูปภาพบนหน้าจอได้ทันที เช่น เปิดหน้าเว็บคอนเสิร์ตอยู่ สามารถสั่งให้ Siri AI หาข้อมูลวิธีซื้อตั๋ว รายละเอียดงาน และสั่งตั้งเตือนวันกดบัตรได้ในคำสั่งเดียว
- Ask Siri AI คุยโต้ตอบเป็นธรรมชาติ คุยหลายเรื่องพร้อมกันได้ มีฐานข้อมูลความรู้กว้างขึ้น และเป็นปัจจุบันมากขึ้น เช่น ถามเรื่องวิทยาศาสตร์หรือธรรมชาติได้ลึก
- ดึงข้อมูลส่วนตัวจากแอปต่าง ๆ มาเชื่อมโยงเพื่อตอบคำถามได้ เช่น ค้นหาร้านอาหารจากประวัติแชตกับเพื่อน
- Siri AI ในแอปฯ กล้อง สามารถถ่ายรูปแล้วบันทึกลงแอปฯ Siri AI โดยตรง เพื่อใช้ถามข้อมูลจากภาพในภายหลัง เช่น ถ่ายอาหารเพื่อเช็กข้อมูลโภชนาการ
- Siri App มีแอปฯ เฉพาะสำหรับ Siri AI บนทุกระบบปฏิบัติการ (OS) เพื่อเก็บประวัติการใช้งาน ส่วนบน Mac สามารถเรียกใช้ผ่าน Spotlight Search ได้เลย
- ปรับระดับความเร็วและโทนเสียงของ Siri AI ได้ และปรับปรุงระบบพิมพ์ด้วยเสียง (Dictation) ให้แม่นยำขึ้น ขยายการรองรับไปถึง CarPlay และ AirPods
2. แอปฯ Photos และเครื่องมือแต่งภาพ AI
- Clean Up ลบคนหรือวัตถุออกจากภาพได้เนียนขึ้น แม้จะเป็นวัตถุที่ซ้อนทับกันอยู่ด้านหลัง
- Expand ขยายขอบรูปภาพ โดย AI จะเติมฉากหลังให้เต็มและเนียนตามภาพต้นฉบับ
- Spatial Reframing ปรับมุมมองของภาพหลังถ่ายเสร็จได้ เช่น บิดมุมภาพจากหน้าตรงให้กลายเป็นมุมเอียงด้านข้าง
- Image Playground พื้นที่เจนรูปด้วย AI ทำงานผ่าน Private Cloud ปรับขนาดรูปได้อิสระเพื่อนำไปใช้ทำรูปโปรไฟล์หรือนามบัตร
3. Safari และแอปฯ พื้นฐาน
- Safari Tab Group ใช้ AI ช่วยจัดกลุ่มแท็บหน้าเว็บตามหมวดหมู่เนื้อหาอัตโนมัติ (เช่น กลุ่มข้อมูลอ้างอิง กลุ่มดนตรี) สำหรับคนที่เปิดแท็บทิ้งไว้เยอะ
- Notify me ใน Safari ระบบเกาะติดหน้าเว็บและแจ้งเตือนเมื่อมีความเคลื่อนไหวหรือข้อมูลอัปเดต
- Prompt สร้างคำสั่งลัด (Shortcuts) ไม่ต้องลากบล็อกคำสั่งเอง แค่พิมพ์อธิบายสิ่งที่ต้องการ (Describe a shortcut) AI จะสร้างชุดคำสั่งลัดให้ทันที
- Apple Intelligence in Home คัดกรองและแจ้งเตือนเฉพาะเรื่องสำคัญในระบบบ้านอัจฉริยะ
- Automatic Password Upgrades ตรวจสอบและอัปเกรดความปลอดภัยของรหัสผ่านในเครื่องให้โดยอัตโนมัติ
4. Child Safety เหมาะสำหรับครอบครัว
- คัดกรองเนื้อหารุนแรง ตรวจจับภาพที่ไม่เหมาะสมบนเครื่อง โดยครอบคลุมไปถึงภาพที่มีความรุนแรงและฉากสยองขวัญเพิ่มขึ้นด้วย
- วิเคราะห์รูปภาพสุ่มเสี่ยง โดยจะมีการแจ้งเตือนให้ทราบทันทีหากระบบตรวจพบว่ามีรูปภาพที่สุ่มเสี่ยงถูกส่งเข้ามาในเครื่องของบุตรหลาน
- พ่อแม่สามารถเพิ่มบุคคลที่ไว้วางใจ เช่น ปู่ย่าตายาย เข้ามาช่วยสอดส่องและจัดการระบบความปลอดภัยของบุตรหลานร่วมกันได้
- อนุมัติผ่านแอปข้อความผ่านฟีเจอร์ ‘Ask to Buy’ พ่อแม่สามารถกดอนุมัติการเข้าถึงเว็บไซต์ใหม่ ๆ ของบุตรหลานได้ทันทีผ่านแอป Messages
- Screen Time การตั้งค่าจำกัดเวลาหน้าจอ สามารถเลือกกำหนดแยกตามหมวดหมู่แอปได้ เช่น เกม, ความบันเทิง, โซเชียลมีเดีย หรือจะเลือกกำหนดแบบภาพรวมทั้งหมดก็ได้เช่นกัน
5. ระบบการทำงานหลังบ้าน
- เปิดแอปฯ เร็วขึ้นสูงสุด 30% โหลดภาพหลังถ่ายเสร็จไวขึ้น 70% และส่งไฟล์ผ่าน AirDrop เร็วขึ้น 80%
- ไอคอนแอปฯ คมชัดมีมิติขึ้น และเพิ่มแถบเลื่อนปรับแต่งความโปร่งใส/โทนสีของอินเทอร์เฟซแบบ ‘Liquid Glass’ ในหน้าตั้งค่า
สำหรับเวอร์ชันนักพัฒนาสามารถเริ่มทดลองโหลดมาดูได้เลยทันที แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป อยากได้ความเสถียรต้องรอเปิดให้ดาว์นโหลดพร้อมกับการเปิดตัว iPhone 18 Series ในเดือนกันยายนนี้ครับ













