ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Dyson จัดตั้งโครงการพัฒนาแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่าของเดิมๆ 2 เท่าตัว

DHANES KAEWMANEE | 17/03/2015
Table of Content

Dyson วาดฝันไว้ว่าอยากจะเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ให้ใช้ได้นานกว่าเดิม 2 เท่า
dyson-dc59-motorhead4
Dyson เป็นบริษัทจากประเทศอังกฤษ ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักบริษัทฯนี้ในนามของบริษัทขายเครื่องดูดฝุ่นมากกว่าบริษัทที่ทำเกี่ยวกับแบตเตอรี่โทรศัพท์

โดยล่าสุด Dyson ได้ลงทุนไป 15 ล้านเหรียญสหรัฐใน Project ใหม่ที่จะสร้างแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนที่สามารถใช้งานได้นานกว่าของเดิมๆถึง 2 เท่า

Project ดังกล่าวได้ Sakti บริษัทที่เด่นเรื่องเทคโนโลยีแบตเตอรี่มาเป็นผู้นำโครงการ ซึ่งการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมใหม่นั้นพัฒนาด้วยเทคโนโลยี solid-state ซึ่งคาดว่าจะกักเก็บพลังงานได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่าตัวหากเทียบกับแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ โดย Sakti พูดถึงเทคโนโลยีการพัฒนาแบตเตอรี่นี้ว่า มันปลอดภัย และ ประหยัดกว่าเดิม

เพราะระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นประเด็นนึงเลยที่ผู้ใช้หลายๆคนต้องคำนึงถึง ซึ่งปัญหาที่พบกันอยู่ ณ ตอนนี้ คือ แบตเตอรี่หมดไว เลยเป็นที่มาของการคิดค้นโครงการนี้ขึ้นมาของ Dyson และถ้าหากโครงการนี้ทำออกมาได้ประสบความสำเร็จ ก็คงจะดีไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะกับสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต

ที่มา : thenextweb
รูปจาก : techcrunch

Highlight

Anker ลุยไทยเต็มที่ รวม 5 แบรนด์สู่หนึ่งเดียว พร้อมเปิดตัว 4 นวัตกรรมเรือธง และคว้า ซี-ทวินันท์ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรก

07/11/2026
Read More

เดย์วันพร้อมภาษาไทย! สัมภาษณ์พิเศษ เรียวโซ สึจิโมโตะ โปรดิวเซอร์ Monster Hunter Wilds: Ascendance

07/11/2026
Read More

เบื้องหลัง Dispatch บทเรียนจากความล้มเหลวของ Telltale Games สู่เกมเล่าเรื่องที่ปฏิวัติวงการของ AdHoc Studio

07/11/2026
Read More

True ใช้ AI ทำอะไรบ้าง ? แกะเบื้องหลังกำไร 6,700 ล้านบาท และวิธีเพิ่มรายได้จาก AI ที่ไม่ได้มีแค่ลดต้นทุน

06/11/2026
Read More

ทรูเดินเกม “Nano Cluster” เข้าใจลูกค้าลึกถึงแต่ละพื้นที่เสริมพลัง Mini-CEOs ใช้ดาต้าและ AI ออกแบบบริการ

06/11/2026
Read More

‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ ชี้ไทยต้องเร่งใช้ AI และหุ่นยนต์ ยกเครื่องเกษตรด้วยระบบน้ำ ดันเศรษฐกิจไทยให้แข่งขันได้

06/11/2026
Read More

Related Content