ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| IT News

ฟีเจอร์ปลดล็อก Face ID ขณะใส่แมสก์บน iOS 15.4 Beta ยังจำกัดเฉพาะ iPhone 12 ขึ้นไป

Tabel of Content

หลังจากที่เมื่อคืนนี้ แอปเปิ้ล (Apple) ได้ปล่อย iOS 15.4 เวอร์ชันทดสอบสำหรับนักพัฒนาให้ทดสอบกันได้ พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่หลาย ๆ คนต่างตั้งตารอคอยที่จะสามารถปลดล็อกหน้าจอด้วย Face ID ในขณะใส่แมสก์หรือหน้ากากได้ แต่ล่าสุดมีรายงานว่าฟีเจอร์นี้ยังคงจำกับให้ผู้ใช้ iPhone 12 ขึ้นไปเท่านั้น

ในปัจจุบันนี้จนถึง iOS 15.3 ผู้ใช้สามารถปลดล็อกหน้าจอ Face ID ในขณะใส่แมสก์ได้อยู่แล้ว หากผู้ใช้มี Apple Watch เชื่อมต่อไว้สำหรับการยืนยันตัวตนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่ฟีเจอร์ล่าสุดนี้ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องมี Apple Watch อีกต่อไป เนื่องจากจะใช้การตรวจจับพื้นที่บริเวณดวงตาในการยืนยันตัวตนแทน ซึ่งจะสะดวกผู้ใช้มากยิ่งขึ้นแต่จะมีความปลอดภัยที่น้อยลง

สำหรับฟีเจอร์การปลดล็อก Face ID ในขณะใส่แมสก์ใหม่นี้ จะไม่เหมือนกับการปลดล็อกที่ใช้ Apple Watch ที่ผู้ใช้จะสามารถใช้ได้กับ Apple Pay หรือการยืนยันตัวตนในแอปต่าง ๆ ด้วย

แต่อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ใหม่นี้ยังถูกจำกัดให้เฉพาะ iPhone 12 ขึ้นไปที่จะสามารถใช้ได้ แม้ Face ID จะถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ iPhone X ในปี 2017 แล้วก็ตาม ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าในอนาคตจะมีการขยายให้รุ่นเก่าสามารถใช้ได้ด้วยหรือไม่ หรืออาจจะมีความต่างทางด้านฮาร์ดแวร์ที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้

อ้างอิง : MacRumors

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

Xiaomi 17 Ultra เปิดตัวเป็นทางการ ยัดโหดกล้อง 1 นิ้ว ซูม 200 MP แบตฯ อึด 6,800 mAh พร้อมรุ่น Leica Edition ดีไซน์คลาสสิก

26/12/2025
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

26/12/2025
Read More

ซื้อดีไหม ? HUAWEI MatePad 12 X 2026 สรุปฟีเจอร์เด่นที่น่าโดนในราคาไม่เกินสองหมื่น 

26/12/2025
Read More

แว่นตา AI เปลี่ยนเสียงรอบตัวเป็น “ซับไตเติล” แบบ Real-time ช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยิน

26/12/2025
Read More

ญี่ปุ่นทำถึง ! เปิดตัว เครื่องซักมนุษย์ อาบ-ล้าง-เป่าแห้ง จบใน 15 นาที ค่าตัว 13 ล้านบาท

26/12/2025
Read More

เตือน ! ผู้มีสิทธิ “ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง – ไม่แจ้งเหตุ” จะถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมาย

26/12/2025
Read More

Related Content