ถ้าใครยังจำกันได้ ทีมงานแบไต๋ไฮเทคได้ปักหลักติดตามการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประมูลที่ใช้เวลาต่อเนื่องถึง 65 ชั่วโมง 55 นาที (ไม่รวมเวลาพัก) มีมูลค่ารวมจากทั้งสองใบอนุญาต 151,952 ล้านบาท แบ่งเป็น
– ใบอนุญาตชุดที่ 1 ผู้ชนะการประมูล: บริษัท แจส โมบายบรอดแบรนด์ ราคาสุดท้ายที่ประมูล 75,654 ล้านบาท
– ใบอนุญาตชุดที่ 2 ผู้ชนะการประมูล: บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ราคาสุดท้ายที่ประมูล 76,298 ล้านบาท
https://youtu.be/r73_AAa6eAs
แต่หลังจากจบการประมูล และถึงกำหนดของการชำระเงินค่าใบอนุญาต ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ได้เดินทางมาชำระพร้อมรับใบอนุญาตเป็นรายแรก ส่วนแจส โมบายบรอดแบรนด์ ไม่ได้มาชำระและรับใบอนุญาต ตามที่ทางกสทช. ได้กำหนดเส้นตายไว้เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ชุดคลื่นความถี่ที่แจสจะต้องได้นั้น ทางกสทช. ริบคืน เพื่อเตรียมประมูลในครั้งถัดไป และเงินค้ำประกันที่จ่ายก่อนเข้าร่วมประมูลถึง 644 ล้านบาทนั้น ทางกสทช. ก็ต้องยึดเช่นกัน และสุดท้าย ทางกสทช. ได้สั่งแบนบริษัทดังกล่าวไม่ให้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ในอนาคตได้อีก!
ทำให้ทางกสทช. ต้องรีบประชุมและเตรียมพร้อมกับการประมูลในครั้งใหม่ ในเดือนมิถุนายน 2559 แต่ภายหลังได้ขยับวันประมูลเข้ามาเร็วขึ้น ซึ่งคือวันพรุ่งนี้ (27 พฤษภาคม 2559) นั่นเอง
ทางด้านสามค่ายโทรศัพท์ที่ได้เข้าร่วมประมูลเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ต่างออกมาแสดงท่าทีต่อการเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ เริ่มจากค่ายดีแทค ที่ออกแถลงเป็นเครือข่ายแรกว่า “ไม่เข้าร่วมประมูล” และได้นำเงินที่เตรียมไว้กับการประมูลครั้งที่ผ่านมา มาเป็นงบในการปรับปรุง และพัฒนาโครงข่ายของตนเอง และยังให้ความมั่นใจด้วยว่า คลื่นความถี่ที่ตนเองมีอยู่ ณ ขณะนี้ เพียงพอต่อการให้บริการกับลูกค้า
ส่วนอีกสองค่ายที่เหลือ ทั้งเอไอเอสและทรูมูฟ เอช ต่างตอบรับในการประมูลครั้งใหม่นี้ด้วยการเดินทางมารับเอกสารการประมูลคลื่นครั้งใหม่ แต่ทว่า… ทางทรูมูฟ เอช ได้ออกมาแถลงว่า “จะไม่เข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้” พร้อมทั้งได้ให้เหตุผลว่า คลื่นที่มีอยู่ในมือตอนนี้ เพียงพอต่อการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ
คงเหลือแค่เพียง “เอไอเอส” เพียงค่ายเดียวที่ตอบรับเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ โดยส่งบริษัทลูกอย่างแอดวานซ์ ไวร์เลส เนทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) แต่ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอที ได้ยื่นจดหมายขอคัดค้านการประมูลที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ถึงนายกรัฐมนตรี และประธานกสทช. โดยให้เหตุผลว่า
- การประมูลโดยที่มีผู้ประมูลแค่เพียงรายเดียว ถือว่าไม่เป็นการประมูล และทางกสทช. ก็เคยมีนโยบายไม่ให้มีการประมูล โดยที่มีผู้ประมูลแค่เพียงรายเดียว
-
ผู้ให้บริการภาคเอกชน ไม่ได้ขาดแคลนคลื่นความถี่วิทยุ ในการนำมาให้บริการ 4G LTE และยังเห็นว่า คลื่นความถี่ 900 MHz ที่นำมาประมูลนี้ ยังไม่เหมาะกับเทคโนโลยี 4G LTE เหตุเพราะอุปกรณ์ที่รองรับนั้นมีน้อย เมื่อเทียบกับคลื่นความถี่ในย่านอื่น
และยังเพิ่มเติมอีกว่า การนำคลื่นความถี่มาประมูล เสมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน สามารถสะสมคลื่นความถี่ ซึ่งไม่ใช่แนวทางในการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไทยเริ่มถึงจุดอิ่มตัว การเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นหน้าใหม่ เป็นการยากที่จะแข่งขันกับผู้ให้บริการรายเดิม เนื่องจากต้นทุนในการลงทุนติดตั้งเสาและสถานีฐาน ที่สูงกว่าผู้ให้บริการรายเดิม
พร้อมทั้งได้ยื่นข้อเสนอต่อกสทช. ให้ทีโอทีนำคลื่นความถี่ 900 MHz ที่จะนำมาประมูลในครั้งนี้ ไปประกอบกิจการต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุดใบอนุญาตฯ และยังสามารถนำทรัพยากรที่เอไอเอสได้ส่งมอบนั้น มาใช้งานได้ต่อเนื่อง และสุดท้าย ทางทีโอทีจะสามารถบริหารจัดการเลขหมายที่รับมอบจากเอไอเอส เมื่อสัมปทานสิ้นสุดลงได้อย่างต่อเนื่อง
คงต้องจับตากันต่อไปว่า การขอยื่นคัดค้านการประมูลของสหภาพฯ ทีโอทีในครั้งนี้ จะคัดค้านสำเร็จหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทางสหภาพฯ ได้ยื่นคัดค้านการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในรอบแรก และทางศาลปกครองกลางไม่รับฟ้องในกรณีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า สหภาพฯ ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงในเรื่องดังกล่าวนี้…
และต้องติดตามกันว่า วันพรุ่งนี้ การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz รอบที่สองนี้ ทางเอไอเอสจะเคาะราคาไว้ที่เท่าไหร่ จะทำราคาให้สูงกว่าที่แจสโมบายฯ เคยทำไว้หรือไม่นั้น ต้องติดตาม!















