ทีมงานแบไต๋มีโอกาสได้ไปร่วมงาน ‘Instagram Day Thailand’ ที่จัดขึ้นโดย Meta (บริษัทแม่ของ Facebook / Instagram) ภายในงานมีการเผยข้อมูลเชิงลึกและพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม ทั้งในไทยและระดับโลก

เทรนด์การซื้อขายที่เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ (Creative Commerce)

ปัจจุบัน Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกัน และยังเป็นแพลตฟอร์มที่ ครีเอเตอร์ แบรนด์ และธุรกิจ ใช้เป็นช่องทางในการสร้างเรื่องราว สร้างแบรนด์และสร้างพื้นที่ขายสินค้าอีกด้วย

เทรนด์การสื่อสารที่กำลังมาแรงในช่วงนี้คือ Creative Commerce วิธีการทำคอนเทนต์ หรือขายของด้วยการใส่ความคิดสร้างสรรค์และลูกเล่นใหม่ ๆ เข้าไป ทำให้เรื่องเล่า สินค้า หรือการนำเสนอ มีความน่าสนใจ จนผู้ติดตามอยากมีส่วนร่วม และจะทำให้เกิดการเติบโต

Instagram เผยกลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่คือ Gen Z

กลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่บน Instagram คือเด็ก Gen Z และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตามผลศึกษาของ Meta คนไทยรุ่นใหม่กำลังเปิดใจต่อประสบการณ์การโต้ตอบกับธุรกิจมากขึ้น โดยจากผลสำรวจพบว่า 52% ของ Gen Z เห็นด้วยว่า Instagram เป็นตัวช่วยในการสร้างความสัมพันธ์และสร้างการสนทนากับแบรนด์ ในขณะที่ 45% ของคนไทยในกลุ่ม Gen Z ยินดีที่จะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจส่วนตัวของตัวเองกับธุรกิจผ่าน Instagram Direct และคนไทย Gen Z กว่า 48% เจอแบรนด์ สินค้า และบริการใหม่ ๆ ที่กำลังสนใจจาก Instagram

ส่วนสถิติระดับสากล ของ Instagram พบว่าพื้นที่ส่วนตัวของผู้ใช้อย่าง Direct Messages และ Close Friends ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นและคน Gen Z ซึ่งเห็นได้จากการแชร์ Stories มากกว่า 700 ครั้งต่อวินาทีผ่านฟีเจอร์ Close Friends (เพื่อนสนิท)

นอกจากนี้ Instagram Notes ยังเป็นฟีเจอร์ที่นิยมในหมู่คน Gen Z อีกด้วย โดยในสหรัฐอเมริกา คนในกลุ่มวัยรุ่นสร้าง Notes มากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ ถึง 10 เท่า ขณะที่การลงรูปภาพแบบ “photo dump” กลายเป็นเทรนด์ที่คน Gen Z นิยมอย่างแพร่หลาย

Reels คือช่องทางยอดนิยม

นับตั้งแต่ที่ Instagram เพิ่มฟีเจอร์ Reels เข้ามาก็มีการเติบโตของยอดผู้ใช้สูงที่สุด จากสถิติพบว่าในแต่ละวันมีคนดูวิดีโอสั้นถึง 200,000 ล้านครั้ง และ 2 ใน 3 ทำการซื้อสินค้าหรือบริการหลังจากการดู Reels จุดนี้แบรนด์และธุรกิจควรให้ความสำคัญ เช่น แบรนด์ GQ ใช้ Reels กับ Story ในการโปรโมตสินค้าก่อนจะวางขาย ทำให้เกิดการซื้อที่สูงกว่าเดิม 9.3 เท่า

เพิ่มเครื่องมือใหม่

สำหรับเครื่องมือที่ทาง Instagram ทำออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ ครีเอเตอร์ แบรนด์ และธุรกิจ ในอนาคตก็จะมี Generative AI ที่ประกอบด้วย

  • Image Expansion ที่ช่วยปรับตำแหน่งภาพให้เหมาะสม และใช้บูตโฆษณาได้มีประสิทธิผลมากขึ้น
  • Background Generation ที่จะช่วยเติมฉากหลังด้วยภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก AI
  • Text Variations ที่ช่วยอธิบายส่วนต่าง ๆ ภายในภาพด้วยเสียง สำหรับคนตาบอด

สุดท้ายในปีหน้าทาง Instagram จะเพิ่มระบบ Meta Verified เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์และธุรกิจ รวมถึงครีเอเตอร์

การสนับสนุนอาชีพครีเอเตอร์ในประเทศไทย

นอกจากจะเพิ่มเครื่องมือใหม่ ๆ แล้วทาง Instagram ยังช่วยผลักดันให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถทำสิ่งที่ตัวเองรักในขณะที่ยังสร้างรายได้ผ่าน ได้แก่

  • Branded Content และ Partnership Ads – แบรนด์และครีเอเตอร์สามารถติดต่อกันเพื่อขยายความรับรู้ให้กับคอนเทนต์ของตน พร้อมเข้าถึงผู้ติดตามใหม่ๆ และสร้างผลประกอบทางธุรกิจร่วมกันได้
  • Instagram Subscriptions – ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครีเอเตอร์ในประเทศไทยจะสามารถนำเสนอเนื้อหาและประสบการณ์เอกซ์คลูซีฟให้กับผู้ใช้ Subscribe ช่องทางพวกเขา โดยตั้งแต่ Instagram ได้เปิดให้ครีเอเตอร์ใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวตั้งแต่ต้นปีนี้ มีจำนวนครีเอเตอร์ที่ใช้ฟีเจอร์ Instagram Subscription แล้วแตะถึง 1 ล้านบัญชี
  • Instagram Gifts – ผู้ใช้สามารถซื้อสติกเกอร์ Stars บน Instagram และส่งเป็นของขวัญให้กับครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบได้โดยตรงบน เพื่อเป็นการแสดงความชื่นชมให้กับ Reels ที่ชอบ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส