ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ไทยเป็นฐานผลิตเซนเซอร์รับภาพ, จอของแว่น VR ที่สำคัญ! พาชมโรงงานใหม่ของ Sony ที่บางกะดี

Table of Content

หลายคนอาจพอรู้ว่า Sony นั้นมีโรงงานผลิตในไทยมานานหลายสิบปีแล้วนะครับ ซึ่งปัจจุบันสินค้าอย่างกล้องถ่ายรูปตระกูล Sony Alpha หรือสมาร์ตโฟนตระกูล Sony Xperia ก็ผลิตในไทย แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าไทยเราก็เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของโซนี่เช่นเดียวกัน ซึ่งล่าสุด Sony Device Technology ประเทศไทย (SDT) บริษัทในเครือของ Sony Semiconductor Solutions (SSS) ได้เปิดตัวอาคารผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ ซึ่งเป็นอาคารที่ 4 แล้วในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี ซึ่งทีมงาน BT ก็ได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ครับ

เข้าใจธุรกิจของโซนี่ก่อน

Sony เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นนะครับ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 6 ธุรกิจหลักคือ

  1. เกมและบริการเครือข่าย โดยบริษัท Sony Interactive Entertainment
  2. เพลง โดยกลุ่ม Sony Music
  3. ภาพยนตร์ โดยบริษัท Sony Pictures Entertainment
  4. กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าโซนี่ ความบันเทิง, เทคโนโลยี, บริการต่าง ๆ โดย Sony Corporation
  5. กลุ่มงานด้านภาพ (Imaging) และการรับรู้ (Sensing) โดยบริษัท Sony Semiconductor Solutions
  6. กลุ่มการเงิน โดย Sony Financial Group

ซึ่งวันนี้ที่เรามาดูโรงงานกันคือกลุ่มที่ 5 นั้นเองครับ ซึ่งเป็นการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขายให้บริษัทอื่น ๆ เอาไปใช้งานต่อ ไม่ได้เป็นการผลิตสินค้าถึงมือลูกค้าโดยตรง

Sony Device Technology ปักหลักในไทยกว่า 30 ปี

โรงงานของ Sony Device Technology ที่บางกะดี อาคารหลังคาขาว ๆ มุมบนซ้ายคืออาคาร 4 ที่เปิดใหม่ ซึ่งมีสะพานเชื่อมกับอาคารเดิมที่มีโซลาร์เซลล์

ประวัติของ SDT ในไทยเล่าย้อนไปได้ถึงปีพ.ศ. 2531 เลยครับ เมื่อเริ่มมาตั้งฐานในไทย โดยเริ่มต้นจากการผลิต IC หรือแผงวงจรรวม จากนั้นอีกสิบกว่าปี อาคาร 2 ก็เปิดในปี พ.ศ. 2547 และอาคาร 3 เปิดต่อเนื่องมาในปี 2550 เพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ

จนปี 2565 ก็เริ่มสร้างอาคาร 4 จนมาเสร็จเรียบร้อยในปี 2567 นี้ครับ โดยอาคารใหม่แห่งนี้ได้ก่อสร้างขึ้นด้วยด้วยเงินลงทุน 2,380 ล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 66,370 ตารางเมตรใน 4 ชั้น และมีห้อง Clean Room สำหรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 26,400 ตารางเมตร เมื่อขยายเต็มทุกชั้น

ปัจจุบัน SDT มีพนักงาน 1,600 คน และจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 3,000 คน เมื่อเปิดไลน์การผลิตทั้งหมด

Terushi Shimizu ซีอีโอของ Sony Semiconductor Solutions

วิกฤตหนักที่สุดของบริษัทคือปี 2554 เจอน้ำท่วมใหญ่ โรงงานในบางกะดีเสียหายกันหนัก จึงมีย้ายการผลิตไปที่โรงงานชั่วคราวที่บางนาในปี 2555 ซึ่งกว่าจะซ่อมแซมโรงงานที่บางกะดีเรียบร้อยก็ปี 2559 ครับ ซ่อมกันอยู่ 4 ปี เพราะเครื่องจักรการผลิตเหล่านี้ไม่ใช่จะทดแทนกันได้ง่าย ๆ แต่คุณ Terushi Shimizu ซีอีโอของ Sony Semiconductor Solutions ก็เล่าในงานเปิดตัวอาคาร 4 ครั้งนี้ว่า ช่วงนั้นต้องมาที่ไทยบ่อยมากเพื่อแก้ไขปัญหานี้ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้ง BOI, เมืองบางกะดีเอง รวมถึงหน่วยงานของญี่ปุ่นในไทย ทำให้ SDT ผ่านวิกฤตครั้งนี้มาได้ และยังใช้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญต่อไป

โรงงานใหม่ของ SDT ผลิตอะไร

ภายในห้อง Clean Room ที่ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของ SDT

โซนี่อธิบายว่าอาคาร 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นโรงงานประกอบเซ็นเซอร์ภาพ (Image Sensors) สำหรับการใช้งานในยานยนต์ นอกจากนี้ยังผลิตจอแสดงผลขนาดเล็ก (Micro Display) เช่นที่ใช้ใน EVF ของกล้อง หรือแว่น VR โดยคาดว่าทั้ง 2 อุปกรณ์หลักดังกล่าวนั้น จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในตลาด นอกจากนี้ยังผลิต Laser Diode ชนิดใหม่สำหรับการใช้งานเป็นหัวอ่านฮาร์ดดิสก์ด้วย ซึ่งเรามาเจาะลึกแต่ละอย่างกันครับ

Image Sensors

โซนี่นั้นขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเซนเซอร์รับภาพมายาวนาน เราได้ยินกล้องมือถือใช้เซนเซอร์ Sony IMX กันบ่อยมาก แต่เซนเซอร์ที่ใช้ในกล้องมือถือนั้นผลิตที่ญี่ปุ่นครับ ส่วนเซนเซอร์ที่ “ประกอบ” ในไทยจะเป็นเซนเซอร์สำหรับกล้องถ่ายรูป และในอาคาร 4 ก็จะขยายการประกอบเซนเซอร์สำหรับรถยนต์มากขึ้น

เซนเซอร์ Sony IMX490-ABLG ความละเอียด 5.5 ล้านพิกเซล สำหรับใช้ในรถยนต์

ที่ใช้คำว่า “ประกอบ” แทนคำว่า “ผลิต” เพราะว่าโรงงานของ SDT ในไทยจะนำแผ่นเวเฟอร์ที่ทำสำเร็จแล้วจากโรงงานโซนี่ที่ญี่ปุ่น มาประกอบให้เป็นเซนเซอร์รับภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งถ้าใครอยู่ในวงการกล้องจะรู้ว่าเซนเซอร์รับภาพนั้นมีรายละเอียดมากมาย ทั้งส่วนที่รับแสง แผงวงจรรวมที่ฝังอยู่ในเซนเซอร์รับภาพเพื่อเก็บค่าแสงออกมาและอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดก็ได้รับการประกอบที่นี่ครับ

ที่ผ่านมาเซนเซอร์ของ Sony ก็ได้รับการยอมรับที่ดีจากตลาด เพราะมีคุณสมบัติที่ดี รองรับไดนามิกของแสงสูง ใช้งานในที่แสงน้อยได้ หรือมีการออกแบบจนแก้ไขปัญหาการรับแสงจากป้าย LED แล้วกระพริบได้ จึงเอาไปใช้งานเป็นตาของรถยนต์ได้

นอกจากนี้ SDT ประเทศไทยยังทำเซนเซอร์ในกลุ่ม Sensing ด้วย คือเซนเซอร์ที่เราไม่ได้ต้องการภาพสวย ๆ แต่เป็นเซนเซอร์ที่ต้องการข้อมูลเอามาใช้ต่อ เช่นเซนเซอร์วัดความลึก เซนเซอร์วัดระยะต่าง ๆ ซึ่งต้องการมากในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่กำลังพัฒนาให้ขับเคลื่อนได้เอง หรืออุตสาหกรรมแว่น VR ที่ต้องการเซนเซอร์ตรวจจับมือ ตรวจจับดวงตา ทั้งหมดนี้ SDT ก็ผลิตครับ

Micro Display

ซ้ายคือหน้าจอ Micro Display ขนาดเล็ก ใช้สำหรับอยู่ในแว่น AR ด้านขวา

จอขนาดเล็กนี้เราเริ่มเห็นกันในจอ EVF (Electronic Viewfinder) ของกล้องดิจิทัล ซึ่งพอเป็นยุคกล้อง Mirrorless ก็ต้องใช้จอ Micro Display นี้กันหมด ซึ่งก็พัฒนาให้แสดงภาพได้คมชัดมากแม้ว่าจะมีขนาดจอเล็กนิดเดียวมายาวนาน เพื่อให้ช่างภาพได้เห็นภาพเหมือนที่เห็นผ่านกระจกในกล้อง SLR

จนมาถึงปัจจุบันก็มาถึงยุคของแว่น VR เรายิ่งต้องการจอขนาดเล็กที่มีสเปกเทพ ซึ่งปัจจุบัน SDT ก็สามารถผลิตจอเล็กแบบนี้ให้มีความละเอียดสูงถึง 4K ได้ และมี Refresh Rate ที่สูงได้ ซึ่งก็มีข่าวว่า Apple Vision Pro ก็ใช้จอของโซนี่นี่แหละ แต่เราไปถามคนใน SDT ก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่สามารถอ้างถึงลูกค้าได้

New Laser Diode

หัวเลเซอร์ไดโอดใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตฮาร์ดดิกส์ เพื่อทำให้ความจุ HDD สูงขึ้น ซึ่งถ้าความจุ HDD ไม่สูงขึ้น ขนาดของ Data Center ก็ต้องใหญ่ขึ้น ซึ่งการพัฒนาให้ HDD ความจุสูงขึ้นจึงทำให้ดีต่อสิ่งแวดล้อม

Sony จึงร่วมมือกับ Seagate พัฒนาหัวเขียน Laser diode ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี HAMR (Heat Assisted Magnetic Recording) ทำให้สร้างฮาร์ดดิสก์ระดับ 30 TB+ ได้ ซึ่งตอนนี้โซนี่เป็นแบรนด์เดียวที่ผลิต Laser Diode ระดับนี้ได้

ที่เห็นเป็นจุดในวงกลมสีขาว คือหัว Laser Diode ที่ SDT ผลิตสำหรับใช้กับหัวอ่าน-เขียนฮาร์ดดิสก์ เล็กเหมือนฝุ่นเม็ดหนึ่ง ประกอบจากเวเฟอร์ 2 ชิ้นประกบกัน ซึ่งถ้าขยายเม็ดเล็ก ๆ นี้จะมีหน้าตาตามรูปสีเหลืองด้านล่าง

ซึ่งเมื่อดูสิ่งที่ SDT ผลิตในไทยแล้ว ก็จะสอดคล้องกับอุตสาหกรรมในประเทศไทยครับ คือเรามีโรงงานฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ และมีโรงงานประกอบรถยนต์มากมายหลายแบรนด์ในประเทศ

ทำไม Sony Device Technology ถึงขยายฐานการผลิตในไทย

Takeshi Matsuda, Managing Director ของ Sony Device Technology (Thailand)

สำหรับประเด็นนี้ คุณ Takeshi Matsuda, Managing Director ของ SDT สรุปกับเราออกมาหลายข้อ

  • เพราะได้รับการสนับสนุนที่ดีจากรัฐบาลไทย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ BOI
  • ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีระบบไฟฟ้า ระบบน้ำที่เสถียร มีสนามบิน ถนน ท่าเรือ ซึ่ง SDT ขนส่งสินค้าผ่านเครื่องบินเป็นหลัก
  • มีพันธมิตรเรื่องห่วงโซ่อุปทานที่ดี สามารถหาชิ้นส่วนที่มีต้นทุนต่ำได้
  • มีแรงงานที่มีฝีมือในไทย และมีจุดได้เปรียบคือค่าใช้จ่าย เพราะกระบวนการประกอบต้องใช้แรงงานคนเป็นหลัก ยังไม่สามารถใช้เครื่องทำได้ ค่าจ้างในไทยถูกกว่าญี่ปุ่น ซึ่งมองว่าวิศวกรไทยกับญี่ปุ่นความสามารถไม่ต่างกัน จึงดีกว่าที่มาจ้างในไทย
  • มีการสนับสนุนบริษัทญี่ปุ่นที่ดีจากหน่วยงานต่างๆ เช่นสถานฑูต, สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น, องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น
  • คนไทยเป็นมิตรกับชาวญี่ปุ่นอยู่เสมอ
  • มีสภาพความเป็นอยู่ดีสำหรับชาวต่างชาติ

ส่วนในอนาคตจะมีแผนย้ายกระบวนการผลิตอื่น ๆ นอกจากงานประกอบมาที่ไทยไหม อันนี้ก็ยังตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้ก็นำเทคโนโลยีการประกอบใหม่ ๆ มาลงที่ไทยอยู่เสมอ

สุดท้ายเราได้ถามเกี่ยวกับแรงงานที่ SDT ต้องการ ก็ได้คำตอบว่าต้องการหลากหลาย ตั้งแต่ระดับช่างเทคนิค จบปวส. ช่างอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้า, วิศวกรเครื่องกล ไฟฟ้า เทคโนโลยีการผลิต อิเล็กทรอนิกส์ หรือด้านไอทีก็รับ แน่นอนว่าเมื่อเข้ามาก็ต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติม

BOI ขอบคุณ Sony ที่เลือกไทยเป็นฐานการผลิต

วิรัตน์ ธัชศฤงคารสกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ในช่วงพิธีเปิดโรงงานที่ 4 แห่งนี้ นอกจากคุณ Masato Otaka เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จะขึ้นพูดชื่นชมความเอาจริงเอาจังของโซนี่ในการเปิดโรงงานที่ 4 แห่งนี้แล้ว คุณวิรัตน์ ธัชศฤงคารสกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังขึ้นพูดขอบคุณ Sony ที่เลือกไทยเป็นฐานการผลิต Semiconductor แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องมาตลอด 30 ปี โดยที่ผ่านมา 30 ปี ทาง BOI ได้สนับสนุน 17 โครงการของโซนี่มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 8,000 ตำแหน่งในไทย และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โซนี่ขยายการลงทุนเพิ่มอีก 1 โครงการ พร้อมขอรับการสนับสนุนจาก BOI ราว 5,000 ล้านบาท ซึ่ง BOI ก็พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนที่ดีต่อไป

Sony a9 III กล้องรุ่นล่าสุดของโซนี่ ใช้หน้าจอ EVF ความละเอียดสูง และเซนเซอร์ IMX810AAQL ซึ่งเป็นเซนเซอร์ขนาด 35 mm ตัวแรกที่สามารถทำ Global Shutter คืออ่านข้อมูลจากทั้งเซนเซอร์ออกมาพร้อมกัน ไม่ได้อ่านทีละแถวเหมือนเซนเซอร์ทั่วไป ทำให้ไม่มี rolling shutter ที่จะเกิดกับการถ่ายภาพที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ ซึ่งทั้ง 2 ชิ้นส่วนนี้ผลิตในไทย และส่งไปประกอบที่โรงงานผลิตกล้องของโซนี่ที่ชลบุรี ส่วน SORPLAS ที่เขียนอยู่ด้านหลังเป็นพลาสติกรีไซเคิลชนิดพิเศษที่ SSS พัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนพลาสติกใหม่ ก็เป็นส่วนประกอบของกล้องตัวนี้เช่นกัน

Highlight

LG AI Experience 2026: LG ใช้ AI คืนเวลาให้ผู้ใช้ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตั้งเป้าครองสัดส่วนตลาด 22%

19/02/2026
Read More

รวมข่าวลือ S26 : จอกันเผือก, แบตฯ อึดขึ้น, เครื่องสีม่วงมาจริงไหม ?

19/02/2026
Read More

ปักปากกา เทคโนโลยีลดน้ำหนักที่มีที่มาจาก ‘น้ำลายกิ้งก่า’

19/02/2026
Read More

รู้จัก AI Psychosis เมื่อ AI กลายเป็นกระจกหลอนสะท้อนความคิด

19/02/2026
Read More

10 เทรนด์เทคโนโลยี ปี 2026 ที่น่าจับตามองในโลกธุรกิจ

19/02/2026
Read More

Gemini ปล่อยโมเดล Lyria 3 ให้ผู้ใช้ (เวอร์ชันเบตา) แต่งเพลงความยาว 30 วินาทีได้แล้ว

19/02/2026
Read More

Related Content