อีก 1 ก้าวสำคัญของธนาคารไทยพาณิชย์ในปี 2019 นี้ โดยการเปิดตัวคณะผู้จัดการใหญ่ทั้ง 4 เพื่อนำร่อง First Agile Team ยกเครื่องแนวการทำงานในรูปแบบ Collaboration ผลักดันองค์กรสู่ Digital Transformation สมบูรณ์แบบ สร้างบรรยากาศ สร้างโครงสร้างให้องค์กรมีการร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยเปลี่ยน Mindset จากเดิมที่ทุกคนต่างทำงานของตัวเอง กลายเป็นทุกคนในองค์กรเข้ามามองเห็นถึงปัญหาแล้วกระโดดเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาให้เรียบร้อย ก่อนที่จะแยกกันไปทำอย่างอื่น
โดยมี Target ภายใต้สี่เป้าหมายหลักคือ
- Customer Centric สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
- Speed ความรวดเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อรองรับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
- Innovation ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมทั้งความรวดเร็วในการปรับตัว การเรียนรู้และการลองผิดลองถูก
- Risk Culture ยึดมั่นในการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

[su_quote cite=”คุณ อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์”]ตามที่ธนาคารได้มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าองค์กรตามยุทธศาสตร์ SCB Transformation เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลในรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นเวลา 3 ปีที่ธนาคารได้ดำเนินการ “ซ่อม เสริม สร้าง” รากฐานองค์กรให้แข็งแกร่ง และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถจะไม่ออกดอกออกผลเลย หากธนาคารไม่ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งอนาคต ซึ่งธนาคารต้องมีความรวดเร็วในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้ ในปี 2562 ธนาคารไทยพาณิชย์จึงริเริ่มในการนำวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า Agile Organization มาใช้เพื่อให้มีความสามารถในการตอบสนองผู้บริโภคในเรื่องของการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ความรวดเร็ว (Speed) นวัตกรรม (Innovation) และวัฒนธรรมความเสี่ยง (Risk Culture) เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน[/su_quote]
คณะผู้จัดการใหญ่กลุ่ม Agile Team

- คุณ สารัชต์ รัตนาภรณ์
- คุณ อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์
- คุณ อรพงศ์ เทียนเงิน
- ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์
โดยทั้ง 4 ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ถูกวางบทบาทให้ทำงานร่วมกันในลักษณะ Agile Team เพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องและขับเคลื่อนวิธีการทำงานแบบใหม่ในลักษณะ Agile Organization เพื่อต่อยอดให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดีที่สุด ในการตั้งคณะผู้จัดการใหญ่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มช่วงที่สองของ SCB Transformation เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กลับหัวตีลังกา เพื่อสู่เป้าหมายในการเป็น The Most Admired Bank”

[su_quote cite=”คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ “]“ตามยุทธศาสตร์กลับหัวตีลังกา ผมตั้งใจผลักดันการเติบโตเพื่อมาทดแทนธุรกิจเดิม (New Normal of Growth) โดยธุรกิจแรกคือ การปล่อยกู้ผ่านช่องทาง digital (Digital Lending) ซึ่งจะต้องผลักดันให้ไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่สร้างประสบการณ์การขอสินเชื่อที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มในทุกรูปแบบความต้องการ ธุรกิจที่สองที่ต้องการผลักดันอย่างเต็มที่ก็คือ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management ในไม่ช้าธนาคารจะมีขีดความสามารถในการให้บริการเรื่องการลงทุนในต่างประเทศสำหรับลูกค้ากลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (Ultra-High Networth) ผ่านบริษัทร่วมทุนกับ Julius Baer ส่วนในกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งทั้งหมดนั้น ผมจะเร่งการพัฒนาความสามารถในการบริหารความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามความต้องการรายบุคคลที่ถูกที่ถูกเวลา เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องผสมผสานการใช้ AI / DATA และ ขีดความสามารถใหม่ๆ ทางเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวให้เป็น The Most Admired Bank ให้ได้ในที่สุด”[/su_quote]

[su_quote cite=”ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ “]กล่าวว่า “ในการพัฒนาขีดความสามารถใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิมนั้น ธนาคารให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้สร้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า ผมตั้งใจที่จะผลักดัน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
- Platform Banking ธนาคารต้องปรับรูปแบบการให้บริการเป็น Platform ให้ได้อย่างแท้จริงเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หรือในธุรกิจของลูกค้าให้ได้
- Partnership Banking การทำงานร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจต่างๆ เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า และเติบโตไปพร้อมกัน
- Predictive Banking การนำ Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างถ่องแท้และทันต่อความต้องการ”[/su_quote]

[su_quote cite=”คุณ อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์”]“ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในการผลักดันภารกิจ SCB Transformation ให้สมบูรณ์นั้น ก็คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่เปลี่ยนวิถีการทำงาน โดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการทำงานให้พนักงานมีความกล้าที่จะเรียนรู้ให้เร็ว (learn faster) กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ และลองผิดลองถูกให้เร็ว (fail faster) แก้ไขและปรับปรุงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการให้ Empowerment ในการตัดสินใจ และมี Risk Culture ซึ่งจะทำให้เกิดความรวดเร็วอย่างมาก ดิฉันจะเป็นผู้เร่งกระบวนการภายใน วิธีการทำงาน และการปลูกฝังวิธีคิดที่จะนำธนาคารไปสู่องค์กรแห่ง The New Normal of Customer Excellence ”[/su_quote]

[su_quote cite=”คุณอรพงศ์ เทียนเงิน ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์”]
“ในอนาคตอันใกล้ คู่แข่งของธนาคารจะไม่อยู่ในรูปแบบของธนาคารดั้งเดิมอีกต่อไป แนวทางการทำธุรกิจจากคู่แข่งใหม่ๆ จะมีความยืดหยุ่นสูง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เร็ว ใช้เทคโนโลยีระดับสูงมาดำเนินธุรกิจ ผมตั้งใจที่จะโฟกัสยุทธศาสตร์ระยะยาวทางด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ไทยพาณิชย์มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่ทัดเทียมกับคู่แข่งเหล่านั้น เราจึงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยแนวทางเดียวกับองค์กรเหล่านั้น โดยมีคุณสมบัติหลัก ได้แก่
- ต้องรู้จักลูกค้าอย่างละเอียดรอบด้าน โดยใช้ Data ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ต้อง Super Innovate เพราะในอนาคตเราจะสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วได้จากการมีนวัตกรรมที่ล้ำหน้า
- ความสามารถในการดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ และต้นทุนที่ต่ำ และ
- ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากข้อมูล เพื่อสร้างต้นแบบธนาคารแห่งอนาคตที่จะอยู่รอดได้ท่ามกลางคู่แข่งระดับโลกใหม่ๆที่กำลังจะมาถึง”
[/su_quote]

โดยคณะผู้จัดการใหญ่ทั้ง 4 มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานขององค์กร และผลักดันให้ธนาคารเติบโตผ่านกระบวนการ SCB Transformation ที่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในปี 2020 เพื่อรับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมธนาคาร สร้างให้ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นองค์กรแห่งอนาคต (The Future Bank) พร้อมเปิดเผยว่าปัจจุบันทาง SCB มี Academy ที่ใช้ในการเทรนคนเพื่อให้มีสกิลใหม่ ๆ เพื่อให้คนในองค์กรมีขีดความสามารถใหม่ ๆ รวมไปถึงการรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีเพื่อเข้ามาผลักดันองค์กรไปสู่ยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน













