ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

นักวิทยาศาสตร์เผยทรายบนดวงจันทร์และดาวอังคารสามารถใช้สร้างเป็นที่อยู่อาศัยบนนั้นได้

Tabel of Content

นักวิจัยจาก Trinity College Dublin มหาวิทยาลัยในดับลิน ประเทศไอร์แลนด์เผยว่าได้ค้นพบวิธีการนำเรโกลิธ ซึ่งเป็นพวกหิน ทรายและฝุ่นที่ปกคลุมอยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์และดาวอังคาร มาแปรรูปโดยใช้ความร้อนต่ำและพลังงานเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ยึดเกาะกันกลายเป็นอิฐแข็ง ซึ่งสามารถนำเอาไปใช้สร้างที่อยู่อาศัยและตั้งอาณานิคมอยู่บนดวงดาวเหล่านี้ได้

อิฐบล็อกจะสร้างจาก Carbon nanotubes วัสดุคาร์บอนที่มีโครงสร้างในระดับนาโนเมตร มีความหนาแน่นค่อนข้างต่ำ แต่มีความแข็งแรงใกล้เคียงกับหินแกรนิต จึงสามารถนำไปสร้างเป็นที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้างบนดวงดาวในอวกาศได้ ทั้งนี้การใช้เรโกลิธที่อยู่บนดวงดาวนั้น ๆ สามารถช่วยลดการขนส่งวัสดุปริมาณมากจากโลกให้น้อยลงได้

นอกจากนี้อิฐบล็อกที่สร้างจากเรโกลิธและ Carbon nanotubes มีคุณสมบัตินำไฟฟ้า จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเซนเซอร์สำหรับใช้ตรวจสอบความเสียหายภายในโครงสร้างของอาคารหรือที่อยู่อาศัยได้ ซึ่งหากตรวจพบจะมีสัญญาณแจ้งเตือนล่วงหน้า และอาคารที่สร้างขึ้นจากอิฐบล็อกเหล่านี้สามารถช่วยกักเก็บอากาศได้ด้วย

Carbon nanotubes เป็นวัสดุนาโนที่มีลักษณะคล้ายกับกราฟีน ซึ่งกราฟีนสามารถผสมกับซีเมนต์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับคอนกรีตได้ถึง 40% ดังนั้นจึงช่วยลดปริมาณวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้กับโลกได้อีกด้วย เพราะหากเราใช้คอนกรีตที่ขนส่งไปจากโลก การผลิตคอนกรีตทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับโลกนั่นเอง

ที่มา : bbc.com
พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

เมื่อ “คะแนนสุขภาพ” กลายเป็นสิ่งใหม่ในยุค AI กับภารกิจเปลี่ยนคนไทยให้ “ป่วยยากขึ้น”

23/01/2026
Read More

ทำไม iPhone เลขตัวเดียว ถึงกลับมาฮิตในหมู่วัยรุ่น Gen Z

23/01/2026
Read More

หมดแรงใจจะไปต่อ พักก่อนแล้วค่อยเริ่มใหม่ รู้จัก Micro-Retirement เทรนด์เกษียณชั่วคราวของ Gen Z 

23/01/2026
Read More

PM 2.5 เท่ากับสูบบุหรี่กี่มวน ? 

23/01/2026
Read More

ทำไมถึงรู้สึกเมารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ง่ายกว่ารถสันดาป ?

23/01/2026
Read More

Meta ชวนสวมบทนักสืบ บุกคฤหาสน์หลอน ! เปิดโปงโลกสแกมเมอร์

23/01/2026
Read More

Related Content