Connect with us

Beartai Recommended

กรณีช่อง 3 งัดข้อ กสทช. สรุปย่อและแนะนำว่าแต่ละฝ่ายควรทำอะไรต่อ?

Published

on

ผู้เขียน : หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

(บทความนี้จะถูกตีพิมพ์ในนสพ.คมชัดลึกฉบับอังคารที่ 9 และพุธที่ 10 กันยายนนี้  ต้องตัด 2 ตอนจบเนื่องจากความยาว จึงขออนุญาตนำมาลงในนี้ด้วยเพื่อความต่อเนื่องของผู้อ่านและทันต่อเหตุการณ์)

 

จะเล่าแบบไม่ Take Side ไม่ Bias ใคร
เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้มาถามไถ่ให้ผมเล่าให้ฟังตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งเพื่อน ญาติ ลูกค้าและผู้หลักผู้ใหญ่ ต่อไปใครถามอีกผมจะยื่นบทความนี้ให้อ่านแทนการเล่าเพื่อประหยัดเสียงซึ่งได้เรียบเรียงให้เข้าใจง่ายที่สุดแล้ว 🙂

  1. กสทช. เปิดประมูลคลื่นเพื่อทีวีดิจิทัลนำสู่การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยโทรทัศน์ไทยไปสู่สัญญาณที่คมชัดขึ้น (โดยการออกอากาศแบบภาคพื้น ชักเสาแล้วดูได้เลย ไม่ใช่ยิงมาจากฟ้าด้วยดาวเทียมที่ต้องติดจานรับชม) การประมูลนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกิด Player รายใหม่ ๆ บ้าง หลังจากที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถานีฟรีทีวีเพียง 6 ช่องมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษและดูเหมือนผูกขาด ตลอดมามีเสียงบ่นจากคนดูเป็นระยะๆถึงความน้ำเน่าและไม่มีตัวเลือกมากนัก (อึดอัดกันแค่ไหนก็ให้ไปดูจำนวนช่องดาวเทียมและเคเบิ้ลที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด) ข่าวการประมูลนี้พูดถึงในวงการอย่างกว้างขวางนานกว่า 5 ปีที่รอคอยมา กสทช.มีการทำประชาพิจารณ์หลายครั้งทั้งกับกลุ่มผู้ประกอบการเองและประชาชนที่สนใจ ใบอนุญาตที่ประมูลกันได้ในครั้งนี้จะมีระยะเวลาประกอบการได้ถึง 15 ปี (เริ่มนับจากมิถุนายน 2557) และจะไม่มีจำนวนช่องมากกว่านี้อีกแล้วในกลุ่มเพื่อการพาณิชย์
  2. กสทช. กำหนด 4 ประเภทช่อง (รวมทั้งสิ้น 24 ช่อง) ให้ประมูลกันตามกรอบกติกา ราคาตั้งต้นและการเคาะผ่านระบบ คอมพิวเตอร์ที่รัดกุม มีกติกาหนึ่งที่กำหนดให้ 1 องค์กรประมูลได้สูงสุด 3 ช่อง ห้ามคนประมูลช่อง HD มาประมูลช่องข่าวคู่กันเพื่อป้องกันการทุ่มตลาดที่อาจครอบงำความคิด ในระหว่างที่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆนี้ ช่อง 3 ส่งบุคลากรระดับ‘ลูกเจ้าของมาเอง’ สู่ที่ประชุมแทบทุกครั้ง และคุณประวิทย์ มาลีนนท์เองก็เข้าร่วมเรียนหลักสูตรพิเศษ (เพื่อให้ความรู้และกระชับสัมพันธ์กลุ่มผู้ประกอบการ) ที่ กสทช. จัดขึ้น ผู้ร่วมเรียนด้วยเผยว่าคุณประวิทย์ Discuss ในคลาสเรียนว่า “ไม่น่ามีช่องเยอะขนาดนี้ ฐานคนดูก็กระจายออกหมด ไม่ส่งผลดี” (ไม่ใช่ประโยคเป๊ะ ๆ เพราะฟังมาอีกที)
  3. ช่อง3 (ในนามของบริษัทลูก) ให้ความร่วมมืออย่างดี ซื้อซองใบละ 1,070,000.- ร่วมลงแข่งในสนามประมูลด้วยถึง 3 ประเภทช่อง (ช่องเด็ก/ช่องSD/ช่องHD) ถูกต้องตามกติกาและประมูลได้ทั้งหมด คว้าใบอนุญาตมากที่สุดในบรรดา Player ทุกราย โดยทุ่มเงินประมูลสูงสุดทั้งช่องเด็ก/ช่องHD จึงได้สิทธิ์เลือกเลขช่องก่อนใคร นั่นคือเลข “13″ และ “33″ ตามกลุ่มประเภทช่อง จะเซ็งก็ตรงไม่ชนะในประเภทช่อง SD จึงถูก WorkPoint ผู้ชนะในกลุ่มนี้เลือกเลข 23 ตัดหน้าไป (ใจจริง WP คงไม่ได้อยากได้เลขนี้นักหรอก แต่เพื่อสะกัดดาวรุ่งช่อง 3 ไม่ให้สมอารมณ์หมาย เดี๋ยวจะโปรโมตง่ายไป) ช่อง3 จำใจต้องเลือกเลข 28 ในกลุ่มประเภทช่อง SD ออกแบบโลโก้สถานีใหม่เหมือนลูกฟุตบอลตั้งชื่อช่องต่างๆว่า 3Family(13) 3SD (28) และ 3HD(33) โดยแสดงบทบาททางธุรกิจชัดเจนว่าช่อง 3 ในคลื่นสัญญาณ Analog เดิม (ซึ่งได้สิทธิ์แพร่ภาพต่ออีก 5 ปี นับถอยหลังจากมิถุนายน 2557) จะถูกคงไว้ในชื่อ  “3 Original” โดยยังคงผังรายการลักษณะเดิมไว้ เช่นละคร, ข่าว, เกมโชว์ฟอร์มยักษ์ ฯลฯ สรุปช่อง 3 ตอนนี้”มี 4ช่อง”
  4. ช่อง 3 เริ่มแพร่ภาพสัญญาณช่องดิจิทัลใหม่ๆทั้ง 3 ช้ากว่าใคร โดยเน้นผลิตรายการใหม่ใน 2 ช่องแรกก่อนนั่นคือ 3Family และ 3SD เน้นรายการข่าวโดยคนข่าวที่คุ้นเคยแต่ผังรายการส่วนมากก็เป็นการนำละครจีน/ฮ่องกง/เกาหลีเก่า ๆ ละครไทยยุค’80 มาฉายตลอดวัน และไม่ได้ออกอากาศ 24 ชม. ช่วงเปิดสถานีตอนเช้าได้ย้ายรายการ “แจ๋ว”​ ที่มีอายุอานามนานแล้ว (ไม่นับอายุพิธีกร) จากช่อง 3Original มาจัดในช่อง 3Family ส่วน 3SD และได้ปั้นรายการใหม่ ๆ โดยใช้ผู้ประกาศดัง ๆ ที่เดิมแทบจะขี่คอกันอ่านข่าวอยู่แล้วบน 3Original ออกมาจัดรายการใหม่ในพื้นที่ตัวเอง เช่น ไก่ ภาษิต, หมวย อริศรา, กรุณา บัวคำศรี, ซี ฉัตรประวีณ์ ฯลฯ ส่วนช่วงค่ำ 1 ทุ่ม ช่อง 3 ปั้นรายการใหญ่ “กาละแม” วาไรตี้ทอล์กโชว์ดูดีมีการลงทุนสูง ในช่อง 3HD เพื่อหยั่งกระแส กาละแมมาจัดสดทุกวัน อดปาร์ตี้บ้างอะไรบ้าง 🙂 4 ทุ่มมีการนำ”กาละแม”ของค่ำนั้นมารีรันทันทีเพื่อช่วงชิงเรตติ้ง (ที่ยังไม่ค่อยจะมี) ณ จุดนี้มีคนดูถามเยอะว่าทำไมไม่เอา ละครมาลงช่อง HD จะได้ดูชัด ๆ แบบช่อง 7HD (ซึ่งเขาทำชีวิตง่ายกว่าเยอะ เพียงทำ Simulcast ออกอากาศคู่ขนาน และออกโฆษณาอั้มฝาแฝดมาอธิบาย ง่ายโพด ๆ )
  5. ณ จุดปล่อยตัวดิจิทัลทีวีในเดือนเมษายน กสทช.ได้ออกกฎ Must Carry ที่แปลง่าย ๆ ว่า “ต้องขนขึ้นดาวเทียม” เพื่อให้การรับชม 24ช่องใหม่เป็นไปได้ในทันทีกับบ้านที่ติดจานดาวเทียมแล้วกว่า 70% ในประเทศนี้ (คิดดูแล้วกันว่าในอดีต สัญญาณ Analog มันแย่แค่ไหน? ใครๆเขาเลยต้องติดจานดาวเทียมที่โฆษณาว่า “ชัดล้าน%”) ทั้งนี้กสทช.ตั้งกรอบเวลาไว้นาน 4 ปี กว่าเสาส่งสัญญาณดิจิทัลจะครอบคลุม 90% ของประเทศ เสาต่างๆนี้ลงทุนโดยผู้ให้บริการ MUX ที่กสทช.แต่งตั้งขึ้น อันได้แก่ ททบ.5, อสมท,ไทยพีบีเอส และช่อง11 (ซึ่งไม่มีใครไปเช่าใช้เลย..โถ)  แต่ละสถานีมีอิสระในการไปเช่า MUX ให้ใครยิงแพร่ภาพให้ก็ได้ (ส่วนใหญ่เลือกเช่ากับ อสมท. และททบ.5)
  6. ช่อง 3 แอบเปรี้ยว แอบยิงสัญญาณช่อง 3 Original ขึ้นดิจิทัลทีวีด้วยโดยต่อท้ายช่อง 36 PPTV สัญญายิงมาโดย “อสมท.” กสทช. ตรวจสอบพบทันทีในไม่กี่วันนั้นได้ออกหนังสือเตือนแรง ๆ ให้เลิกทำทันที (ใครคิดแผนนี้ควรจับมารับโทษนะครับ) แต่ทั้งนี้จะด้วยช่อง 3 แอบเปรี้ยว หรือ อสมท. ทำให้เอง คนที่ทำ “รู้อยู่แก่ใจ” ครับ
  7. จุดแปลกประหลาดที่นำมาสู่ดราม่าในตอนนี้คือ กสทช. ในตอนนั้นดันไปออกประกาศอนุญาตให้ “ผู้ผลิตกล่องทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล” ทุกรายสามารถเช็ตเลข 10 ช่องแรกบน กล่องได้เองอิสระ เซ็ตเป็นช่องของใครก็ได้ จากนั้นจึงค่อยนำช่อง 1-36 จากทีวีดิจิทัลไปต่อท้ายเลข 10 ซึ่งได้ทำชาวบ้านงงตายห่านไปเป็นแถบ เนื่องจากเลข 13-36 (24 ช่องพาณิชย์) เป็นเลขที่ประจำช่องอย่างเป็นทางการ ประกาศไปแล้วและใช้พูดหน้าจออยู่ทุก วัน แต่บนกล่องดาวเทียมกลับถูก “บวกไปอีก10” จึงจะเป็นช่องนั้น ๆ ได้ (เช่น “33” ของช่อง 3HD ที่ทุ่มประมูลมาด้วยเงิน 3,530ล้าน กลับกลายเป็นเลข “43″ บนกล่องดาวเทียมซะงั้น) ส่วนช่อง 1-12 ดิจิทัลที่เป็นทีวีสาธารณะก็ยังมี สถานีไม่ครบตามจำนวน (“1″คือ ททบ.5 “2” คือช่อง11 “3” คือ ThaiPBS และ “4” ThaiPBS ขอจองไว้ก่อนจะทำช่องเด็ก ..เด็กแบบเด็กสาธารณะอ่ะนะ) ส่วน 5-12 ยังไม่มี เว้นว่างไว้ บางกล่องฉลาดหน่อยก็กระโดดข้ามเลขให้ บางกล่องทำไม่ได้ก็แสดงภาพ “อยู่ระหว่างเตรียมการออกอากาศ”​ ให้ชาวบ้านคิดว่า “หมดช่องดูแล้ว” และมักไม่กดไปต่อimage1111
  8. 10 เลขช่องแรกที่ กสทช. ใจดีให้ผู้ผลิตกล่องดาวเทียมเลือกสรรช่องรายการกันเองกลายเป็น “มหกรรมขายเลขช่องครั้งมโหฬาร” มีการขายเลขเดี่ยว ๆ ให้สถานีที่มี ศักยภาพจับจอง อย่างที่เราเห็นการโปรโมทไปแล้ว “เวิร์คพอยท์ช่อง 1” คุณปัญญามั่นใจว่าด้วยสูตรนี้ “ชนะแน่” เพราะโลกยุคอนาล็อค ช่อง 3 ก็เป็น “เลข 1 เสมอ” บนกล่องดาวเทียมเช่นกัน แต่ตอนนี้เกมพลิก …”ไทยรัฐทีวี” ก็ทุ่มไม่อั้น ซื้อเลข 3 ใน 3 กล่องดัง PSI, GMMZ และ RS Sunbox ,ยังมี “ไทยทีวี” ของพี่ติ๋ม ทีวีพูลที่ซื้อเลข 7 ล่าสุด PPTV กระโดดมาซื้อ “เลข 6” บ้างแล้ว ไม่งั้นเงิบ เลข 46 ของเขามันอยู่ไกลเหลือเกิน (น้องคงกดไปไม่ถึงงงงง)
  9. น่าสังเกตที่บางกล่องอย่าง GMMZ และเคเบิ้ลท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังจัดให้ “ช่อง 3 Analog” อยู่บน “เลข 1” ต่อไป ทั้งนี้เป็นเพราะสัมพันธภาพที่ผูกพันกันมาและเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าด่า ซึ่งต้องยอมรับว่าคอนเทนต์ช่อง 3 เขาก็แน่จริง เล่าข่าวก็แซ่บ ทำละครก็ติดกันงอมแงม
  10. กสทช. เริ่มสังเกตแล้วว่าถ้าปล่อยให้ Must Carry เป็นแบบนี้ต่อไป “ช่อง3 Analog” ก็จะไม่มีทางย้ายฐานมาออกคู่ขนานกับช่อง 33 ทางดิจิทัลได้ และฐานคนดูจำนวนมหาศาลก็จะไม่เข้าสู่ดิจิทัลทีวี “จึงออกประกาศใหม่” ให้ผู้ผลิตกล่องดาวเทียมและเคเบิ้ลจัดช่อง 1-36 ดิจิทัลไว้ในชุดแรก โดยยกเลิก 10 ช่องแรกที่เคยใจดีให้จัดกันเอง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตกล่องรายใดปฏิบัติตาม เบะปากร้องว่า “มาบอกอะไรเอาป่านนี้!?” คนเขารับทรัพย์กันอยู่เดือนละหลายล้านแล้ว
  11. กสทช. แสดงท่าทีชัดเจนให้ช่อง 3 Original ออกอากาศคู่ขนานกับ 3HD แบบที่ช่องอื่น ๆ เขาทำกันเพื่อโยกฐานผู้ชมมาชมดิจิทัลทีวีมาก ขึ้น คุณสุภิญญา หนึ่งในคณะกรรมการ กสทช. ถึงกับลงทุนทำ Ice Bucket Challenge ถึงคุณประวิทย์ มาลีนนท์ให้รับคำท้า “ทั้งราดน้ำแข็งและออกอากาศคู่ขนาน” ..ปรากฏคุณประวิทย์ไม่รับคำท้า
  12. ช่อง 3 อ้างว่าบริษัทที่ประมูลช่องดิจิทัล เป็นคนละชื่อบริษัทกับช่อง 3 Analog ซึ่งติดสัญญาผูกพันอยู่กับ อสมท. (สัญญาสัมปทาน) จึงไม่สามารถออกคู่ขนานได้ แต่ทั้ง อสมท.และกสทช.บอก “ยินดีแก้ไขสัญญาให้” ..ช่อง 3 กลับไปคิด
  13. ช่อง 3 ออกมาชี้แจงสังคมว่าเขามีสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจในคลื่น Analog เดิมเพราะเหลืออีกตั้ง 5 ปี และเขาก็ทำช่องดิจิทัลทีวีใหม่นี้ด้วยอีก 3 ช่องซึ่งเป็นจำนวนช่องที่มากกว่าทุกบริษัทที่กำลังทำอยู่  (อยากมี 4 ช่องน่ะจะทำไม?)
  14. คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดาแสดงทัศนะในงานครบรอบ 10 ปีครอบครัวข่าวว่า “ผมเชื่อมั่นใน Analog” เพื่อให้ผู้ฟังคือมีเดียเอเจนซี่และผู้ลงโฆษณาทราบเจตนารมณ์ว่ารายการเรื่องเล่าเช้านี้ไม่ย้ายแน่ ๆ 126414564565 ที่มา: YouTube
  15. สถานการณ์ขณะนี้ราคาโฆษณาในดิจิทัล ทีวียังไม่สูงเท่าช่อง Analog เดิม เพราะฐานคนดูยังไม่มาก และผู้เล่นมีมาก การแข่งขันมันสูง ลดแลกแจกแถมกันสะบั้นหั่นแหลก แต่ช่อง 7 เขาก็ยังขายได้ราคาดีดังเดิมเหตุเพราะเขา Simulcast คือ “มีให้ชมทั้งคู่”​ ไม่ว่าจะชมด้วยทีวีแบบใด
  16. ช่อง 3 Original มีสิทธิ์ 100% ที่จะไม่ออกอากาศคู่ขนาน เพราะเขายังมีสัญญากับ อสมท. และ กสทช.ก็บอกไว้แต่ต้นว่า “ให้ออกอากาศต่อไปได้อีก 5 ปีสำหรับทีวี Analog”  แต่ทั้งนี้ ช่อง 3 ไม่มีสิทธิ์ออกอากาศด้วยกระบวนการ ”ผ่านดาวเทียม” และ “เคเบิ้ลท้องถิ่น” เนื่องจากไม่อยู่ในสถานะทีวีดาวเทียมหรือทีวีบอกรับสมาชิก ซึ่งหากต้องการจะอยู่ก็ต้องยอม “ลดนาทีโฆษณาลงเหลือชม.ละ 6 นาที” ตามกติกาของทีวีประเภทนี้
  17. เวลานี้พ้นกรอบการผ่อนผัน 100 วันแล้ว (หลัง 1 กันยายน) ช่อง 3 ยังออกอากาศและโฆษณาชม.ละ 10 นาทีได้อย่างปกติสุขบนดาวเทียมและเคเบิ้ล (ทั้งนี้ผู้ผลิตกล่องไปสอยสัญญาณ เขาไปให้บริการเอง ช่อง 3 บอกเขาอยู่ของเขาเฉย ๆ ) ไม่มีใครกล้านำช่อง 3 ออก เว้นแต่ PSI ที่ดีดช่อง 3 กระเด็นออกไปเป็นเลข 330 ตั้งแต่เริ่มทำ Must Carry เดือนเมษายน (คนดูลำบากกดรีโมทย้อนกลับจากช่อง 0 มาดูได้)22222
  18. ต้นตอที่แท้จริงคือ “บริษัทไทยคม” ยังรับยิงสัญญาณภาพขึ้นสู่ดาวเทียมให้ช่อง 3 อยู่ ต้นตอนี้ยังไม่มีใครไปไล่บี้ แต่กำลังงัดกันเองอยู่เพื่อเตะถ่วงให้เกิดความงงงวยกันทั้งผอง
  19. บริษัทไทยคมไม่มีสิทธิ์รับยิงสัญญาณให้สถานีใด ๆ ที่ กสทช.ไม่อนุญาต (สมัยก่อนที่ยังไม่มีองค์กร กสทช. สถานีทีวีดาวเทียมต่าง ๆ ต้องไป “ผ่านหน้าบิล” บริษัทในเขมร, ลาว เพื่อเช่าไทยคมเลยนะคิดดู) เรื่องนี้ยังไม่มีใครเอ๊ะ แต่ผมจะเอ๊ะให้ก่อน
  20. กสทช. ยังไม่แจกคูปองให้ประชาชนแลกซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวีเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ชมตามที่สัญญา (นึกถึงเพลง คสช. จัง) สัญญากันตั้งแต่ “พฤษภาคม” เพื่อเร่งให้ทุกช่องเปิดสถานีออกอากาศไปก่อนในเดือนเมษายน แต่สุดท้ายก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก โดยอ้างว่า “รอสรุปราคาคูปอง” พอสรุปได้แล้วว่า 690.- แน่ก็อ้างต่อ “พิมพ์คูปองไม่ทัน” ถามจริงๆ “พิมพ์หรือยัง???”
  21. การผัดผ่อนเหมือนผัดก๋วยเตี๋ยวนี้ส่งผลเสียอย่างมาก สถานีใช้เงินผลิตรายการดี ๆ กันวันละเป็นล้าน ๆ แต่กลับไปไม่ถึงผู้ชมทั่วทั้งประเทศ (ไปได้ด้วยดาวเทียม แต่เลขช่องมันไกลเหลือเกิน) “เรตติ้งไม่มาโฆษณาก็ไม่เข้า” ผู้ชมตอนนี้คือกลุ่มเมืองที่มีความสนใจและกำลังซื้อด้วยตัวเองแต่ไม่ใช่ “คนไทยทั้งประเทศ”
  22. เดือนที่เคยกำหนดว่าจะแจกคูปองคือ “พฤษภาคม” “มิถุนายน” “สิงหาคม” หรือแม้กระทั่งกำหนดวันแล้วอย่าง “15 กันยายน” ยังถูก “เลื่อนล่าสุด” มาเป็น “15 ตุลาคม” และระบุว่ากว่าประชาชนจะนำคูปองไปแลกได้คือวันที่ 25 ตุลาคมไปแล้ว  จัดส่งได้ก่อนเพียง 11 ล้านหลังคาเรือน ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งจะดำเนินการให้ได้ภายใน 2 ปี (เฮือกกกก) เงินจากการแจกคูปองหาใช่เงินภาษีที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเงินจากผู้ประกอบการที่จ่ายผ่านการประมูลกันมาอย่างห้ำหั่น
  23. ทุกฝ่ายกำลังเรียกร้องให้ช่อง 3 Original เสียสละออกอากาศคู่ขนานกับ 3HD เพื่อหวังว่าฐานคนดูช่อง 3 จะกระโจนลงมาสู่ดิจิทัลทีวี ..แต่ช่อง 3 บอก “ไม่” เขามีสิทธิ์ดำเนินธุรกิจแยกกัน เขามั่นใจดีว่าฐานคนดูส่วนใหญ่อยู่ กับตัวก็เกิดความรู้สึก “ไม่อยากแชร์” เป็นธรรมดามนุษย์ เขาเป็นหนึ่งในตองอู (6ช่อง) เขาก็ย่อมกลัวบ้างว่าจะเป็นหนึ่งในกรุงศรี (24ช่อง) ได้ด้วยไหม? ในเมื่อสถานีอื่น ๆ ก็กำลัง “จัดเต็ม” รายการคุณภาพแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์รายการทีวีเมืองไทย
  24. ลองคิดกันดูดีๆ ถ้ากสทช.ทำ “สนามให้น่าเล่น” ใครเล่าจะปฏิเสธ? “เรตติ้ง” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในธุรกิจฟรีทีวีเพราะเขาต้องขายโฆษณาเพื่อเลี้ยงองค์กร
  25. สรุปปิดท้าย “ช่อง 3 จะทำผิดกฏหมาย” ถ้ายังออกอากาศด้วยดาวเทียม “การไม่อยากแชร์ฐานคนดูสู่ดิจิทัลทีวี” ไม่มีใครว่า (เขาแค่อิจฉาและถามหาสปิริต) แต่ยังไงต้อง “ปฏิบัติตามกฏหมาย” หากเลือกจะออกคู่ดาวเทียมก็ต้องลดนาทีโฆษณาลงและไปขอใบอนุญาตทีวีดาวเทียม/เพย์ทีวีซะ แต่ถ้าเด็ดเดี่ยวมากก็ออกเฉพาะสัญญาณ Analog ไปซะก็จะหล่อเลย วันนึงข้างหน้าดิจิทัลทีวีเกิดมีคนดูมากขึ้น ถึงตอนนั้นค่อยย้ายรายการดังๆมาลงช่อง 3HD/SD/Family ที่ตัวเองมีอยู่ก็ยังได้กสทช.เองก็จงเลิก “คิดต่าง..อย่างไม่เข้าใจ” (ในหมู่ 5 กรรมการ กสท.) แล้วเร่งทำเรื่องสำคัญของตัวเองคือ “ขยายฐานผู้ชมทีวีดิจิทัล” เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมนี้ไปสู่การเปลี่ยนผ่านที่สมบรูณ์ …ไปทำตามสัญญาเถอะจ้ะ นะ นะ (จะมาตีมึนร้องต่อว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” ก็ไม่ยอมแล้วล่ะ)

================จบนะ=================

แสดงความคิดเห็น

Beartai Recommended

จันทร์ที่ 9 ก.ค. นี้ เรามี Beartai Fanmeet 2018 ตอน Ant-man and the wasp อ่านรายละเอียดได้ที่นี่!

Published

on

แบไต๋ อัปเดตกิจกรรม “แบไต๋แฟนมีต 2018 ตอน Ant-man and the wasp”  ว่า ผู้ที่มางานนี้ คุณจะได้อะไรบ้าง ? อ่านได้ที่นี่เลย

สิ่งที่ทุกคนจะได้รับ

สำหรับทุกคนที่ซื้อบัตรร่วมงาน Beartai Fanmeet จะได้รับมีดังนี้

  1. รหัสลงทะเบียน
  2. เสื้อยืดแบไต๋ Limited Edition แจกให้คนละ 1 ตัว
  3. รับสิทธิ์ลุ้นของรางวัล Lucky draw (โดยมีรางวัลใหญ่คือ Huawei P20 Pro 1 เครื่อง !!)
  4. ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับเหล่าพิธีกรแบไต๋

รางวัล Lucky Draw

  1. Huawei P20 Pro 1 รางวัล
  2. Xiaomi Redmi note 5 1 รางวัล
  3. Smart watch Panthera Smart fit 1 รางวัล
  4. Smart watch Panthera Strong Fit 1 รางวัล
  5. Smart watch Panthera Slim Fit 1 รางวัล
  6. Anitech 8 in 1 Multi Cooking Pot 1 รางวัล
  7. Anitech Smoothies Blender 1 รางวัล
  8. Anitech Mingsu Maker 1 รางวัล
  9. ปลั๊ก Anitech รุ่น H604 1 รางวัล
  10. Google Chromecast จาก AIS 1 รางวัล

แจกยันเครื่องทำบิงซูอ่ะ คิดดู !!

วัน เวลา และสถานที่จัดงาน

เรามีนัดกันในวันจันทร์ ที่ 9 กรกฏาคม นี้ เริ่มลงทะเบียนเวลา 17:00 น. หรือ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่โรงภาพยนตร์ Major Cineplex ชั้น 5 โรงที่ 7 โดยมีค่าร่วมงานที่นั่งละ 300 บาท โดยจำกัดแค่ 300 ที่นั่งเท่านั้น

ช่องทางการชำระเงิน

สำหรับงาน Beartai Fanmeet 2018 นี้มีราคาค่าตัวที่ 300 บาท โดยมีช่องทางการชำระเงินทั้งสิ้น 3 ช่องทางด้วยกันดังนี้

  1. สแกน QR Code ด้านล่างนี้โดยใช้แอปฯ ธนาคารบนมือถือ ชำระเงิน 300 บาทแล้ว Capture หน้าจอส่งมาที่ inbox ของเพจ Beartai Hitech ได้เลย !
  2. โอนเงินมาที่เลขบัญชี 063-007-1587 ชื่อบัญชี บ. โชว์ไร้ขีด จำกัด ( SHOW NO LIMIT)
  3. Pay with K-Plus ขั้นตอนง่ายๆคือ กดสั่งซื้อบนหน้า เพจแบไต๋ คุณก็จะได้รับข้อความการชำระเงินทาง inbox จากนั้นกดจ่ายได้เลย !!

หลังจากคุณทำการชำระเงินเสร็จเรียบร้อย ก็ให้ส่งหลักฐานมาทาง Inbox ของเพจแบไต๋ ทางทีมงานจะทำการยืนยันสิทธิ์โดยการแจ้งชื่อ – นามสกุล และส่งหลักฐานการโอนเงินเข้ามาพร้อมแจ้งขนาดเสื้อที่ใส่ โดยจะมีให้เลือก 5 ขนาดคือ S, M, L, XL และ XXL ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีก 1 กิจกรรมที่ทางแบไต๋ตั้งใจทำเพื่อแฟน ๆ ทุกคนจริง ๆ ครับ งานนี้ใครอยากชมภาพยนตร์ Ant-Man and The WASP ซื้อบัตรกับแบไต๋ ได้ทั้งเสื้อแบไต๋สุด Exclusive แถมยังได้ลุ้น Huawei P20 Pro และของรางวัลอื่น ๆ อีกเพียบด้วยนะ ห้ามพลาด !

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Beartai Recommended

ดูให้รู้! #ตู้กู้หัวใจ จะไม่มีใครต้องตายอีก!! #แบไต๋ตู้ต่อไป #17

Published

on

จากกรณีคุณโจ บอยสเก๊าท์ที่ได้เสียชีวิตจากเหตการณ์เป็นลมบนเวที ก็ทำให้คนตระหนักถึงการทำ CPR ที่ย่อมาจาก Cardio Pulmonary Resuscitation หรือการปฐมพยาบาลแบบปั้มหัวใจว่า เป็นอีก 1 สิ่งสำคัญที่คนทุกคนควรรู้วิธีทำเอาไว้ เผื่อวันหนึ่งเกิดเหตการณ์นี้กับคนใกล้ ๆ ตัวเราก็จะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างทันท่วงที

และครั้งนี้หนุ่ย พงศ์สุข ก็ขออาสามารีวิวอีก 1 ตู้ที่เราทุกคนควรต้องรู้จักกันอย่าง ตู้กู้หัวใจ หรือ AED ซึ่งเป็นตู้ที่ใช้ในการปฐมพยาบาลกรณีผู้ที่เกิดเหตการณ์หัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ซึ่งเราจะมีเวลาเพียง 8 นาทีที่จะสามารถกระตุ้นหัวใจเพื่อช่วยเหลือพวกเขาได้ แล้วอย่าลืมบอกต่อเพื่อน ๆ นะครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Beartai Recommended

ดีงามพระรามสี่สิบแปด! MV แรกของ BNK48 มาแล้ว แจ่มจันทร์แค่ไหนไปดูกัน!

Published

on

เพิ่งเปิดฤดูกาลแห่งความสดใสใหม่ได้ไม่ทันไร BNK48 ก็ได้บุกจู่โจมใส่แฟน ๆ แบบรัว ๆ จัดหนักจัดเต็มทั้งอีเวนต์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ รวมทั้งรายการโทรทัศน์ ชาวประชาทุกภาคส่วนโดนดาเมจกันไปคนละไม่น้อย แต่ที่โดนหนักที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นนายห้างหนุ่ยของพวกเรานั่นเอง ถึงขนาดอดใจไม่ไหวต้องขึ้นไปมอบเสื้อและส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้เฌอปรางถึงบนเวที

นายห้างครับ คราวหน้าคราวหลังนายห้างอย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยงอย่างนี้อีกเลยนะครับ ถ้านายห้างเป็นอะไรไป พวกเราแบไต๋จะอยู่ยังไง ผมยังมีครอบครัวต้องเลี้ยงดูนะครับ!

ไม่เพียงแค่นั้น พลานุภาพของสาว ๆ ยังแผ่ไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีด้วย ปีนี้สแตนด์สวนกุหลาบวิทยาลัยแปรอักษรเป็นรูปเฌอปราง ไข่มุกและมิวสิค น่ารักอ้ะ!

รูปนี้ช่างดีต่อใจ ส่วนรูปถัดไป… เอ่อ ผมว่าเรากลับมาที่เรื่อง BNK48 ดีกว่า

และในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมากับ BNK48 Mini Live and Handshake งานนี้ BNK48 ได้ส่งความสุขให้กับแฟน ๆ อย่างเต็มที่ผ่านการแสดงสดและการจับมือ อีกทั้งยังมีการแสดงครั้งแรกของเพลง Skirt, Hirari (พลิ้ว) และ teaser รายการ BNK48 Travel Show “เพื่อนร่วมทาง The Journey” ด้วย

แต่ที่ทุก ๆ คนรอคอยมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) ซึ่งเป็น MV แรกของ BNK48 รอช้าอยู่ใย ไปชมกันเลย

ว่าด้วย Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)

Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) คือซิงเกิ้ลที่ 2 ของ BNK48 ซึ่งมีเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) เป็นเพลงหลัก ส่วนเพลงรองอีกสองเพลงก็คือเพลง BNK48 และเพลง Skirt, Hirari (พลิ้ว) นั่นเอง เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) เป็นเพลงที่เอามาจาก AKB48 วงพี่สาว ทุกท่านสามารถอ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Koi Suru Fortune Cookie ของ AKB48 ได้ที่นี่ครับ

และต่อไปนี้คือสิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจเกี่ยวกับ MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)

1. เป็น MV ที่มีแฟน ๆ มาเข้าร่วมแสดงเยอะสุด ๆ

ถึงแม้จะเป็น MV แรก แต่ BNK48 ก็เลือกที่จะเล่นใหญ่ โดยเชื้อเชิญให้แฟน ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MV นี้ แต่ไม่ใช่ว่าใครก็เดินดุ่ย ๆ มาเข้ากล้องได้นะ ต้องส่งคลิปตัวเองเต้นเพลงนี้เข้ามาร่วมสนุก ซึ่งสุดท้ายก็ได้แฟน ๆ กว่า 2,000 ชีวิตมาเข้าร่วมถ่ายทำ MV ที่สวนสยามเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

และเราก็ได้รวบรวมคลิปที่เราคิดว่าเด็ดโดนใจไว้ที่นี่แล้ว ใครยังไม่ได้เข้าไปชมก็ขอเชิญนะครับ

2. เป็น MV ที่เดินทางมายาวไกลมาก

BNK48 ประกาศเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) ใน Facebook Live เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560

ทำการแสดงครั้งแรกในคอนเสิร์ต 2017 411 Fandom Party in Bangkok เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560

ประกาศว่าเพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) จะเป็น MV แรกของ BNK48 ในงาน Japan Expo in Thailand 2017 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2560

ประกาศรับสมัครแฟน ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MV และรายละเอียดในการเข้าร่วมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 ทาง Facebook

ประกาศรายชื่อเซ็มบะสึ (เม็มเบอร์ที่จะได้อยู่ในเพลงหลักของซิงเกิ้ล) ในงาน BNK48 We Love You เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2560

เผยโฉมปกซิงเกิ้ลใน Facebook Live เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560

รวมรวบแฟน ๆ กว่า 2,000 ชีวิตมาถ่ายทำ MV ที่สวนสยามเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560

และสุดท้าย เปิด MV ครั้งแรกในงาน BNK48 Mini Live and Handshake เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560

รวมแล้วใช้เวลาทั้งสิ้น 110 วัน!

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแฟน ๆ ถึงได้ลุ้นกันตัวโก่งและมีความคาดหวังอย่างมากกับ MV นี้นะจ๊ะ

2:29 ตรวจพบคนเต้นผิดแล้วทำเนียน 1 อัตรา อยู่ทางด้านซ้ายของจอ หน้าตาละม้ายคล้ายเฌอปราง BNK48 ครับ!

3. เป็น MV ที่ถ่ายทอดความเป็นไทยสมัยนิยมและการเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย

แม้ BNK48 จะเป็นวงน้องสาวของ AKB48 จากญี่ปุ่น แต่ MV นี้ก็เลือกที่จะนำเสนอความเป็นไทยอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่ความเป็นไทยแบบช่อฟ้าใบระกาตัดแปะ องค์ประกอบเสริมใน MV นี้ไม่ว่าเป็นรถตุ๊ก ๆ ชาวไทยเชื้อสายจีน พ่อค้าผ้าเชื้อสายอินเดีย งานกราฟิตีหรือวินมอเตอร์ไซค์นั้นบอกเล่าความเป็นไทยสมัยนิยมและการเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยได้ดีจริง ๆ

แต่ลายบนชุดของสาว ๆ เป็นลายหลุยส์นะครับ ไม่ใช่ลายกนก!

4. ผู้กำกับ MV มากประสบการณ์

MV เพลง Koi Suru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) นี้ได้ไชยณรงค์ แต้มพงษ์มานั่งแท่นผู้กำกับ ไชยณรงค์ แต้มพงษ์มีผลงานกำกับมานับไม่ถ้วน เช่น MV เพลง いますぐ あいたい เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นของเพลง แอบชอบ ของละอองฟอง ละคร Love Books Love Series เรื่อง Secret & Summer เผลอใจให้รักเธอ หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์อย่างเลิฟ จุลินทรีย์ รักมันใหญ่มาก

ไชยณรงค์ แต้มพงษ์ได้ร่วมงานกับละอองฟองมาแล้วหลายครั้ง และมือเบสของละอองฟองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ครูเอ๊ะของสาว ๆ BNK48 นั่นเอง

5. MV มีสปอนเซอร์!

จังหวะแรกที่เราดู MV เราก็สงสัยว่าทำไมจู่ ๆ โมบายล์ถึงได้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายเซลฟี่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พอดูต่อไปก็ถึงบางอ้อ MV นี้ได้ Huawei nova 2i เป็นผู้สนับสนุนนั่นเอง ก่อนหน้านี้ Huawei nova 2i ได้เลือกใช้มิว นิษฐา นักแสดงสาวชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และมี Sweat16! ไอดอลกรุ๊ปจาก LOVEiS และ Yoshimoto มาสร้างสีสันในงานเปิดตัวด้วย งานนี้เรียกหัวเว่ยเจาะกลุ่มแฟน ๆ ของสาว ๆ หลายภาคส่วนจริง ๆ สำหรับแฟน ๆ BNK48 ที่จู่ ๆ ก็เกิดอยากเปลี่ยนมาใช้ Huawei nova 2i หลังจากดู MV จบ ก็ขอเชิญเข้าไปอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่เลยครับ

แอบเห็นที่มุมจอซ้ายบนตอนโทรศัพท์อยู่ในมือของเฌอปราง เห็นว่าผู้ให้บริการเครือข่ายเจ้านี้ยอมฉีกกฎเดิมของตัวเองและเลือกอั้ม พัชราภาเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังไงสนใจจะเรียกใช้บริการสาว ๆ BNK48 บ้างไหมครับ ^_^

_:__ นี่ใครอะ น่ารักจุง!

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟน ๆ ที่ติดตาม BNK48 มาสักพักแล้วจะจำชื่อและหน้าตาของเม็มเบอร์ได้ ถ้าตามมานานก็อาจจะจำได้แม้กระทั่งหน้าผากหรือหางคิ้ว แต่สำหรับท่านที่เพิ่งติดตาม BNK48 อาจจะยังไม่รู้จักหรือจำชื่อเม็มเบอร์ไม่ได้ อย่ากระนั้นเลย เราได้เตรียมวาร์ปของเม็มเบอร์แต่ละคนมาให้ท่านแล้ว ไล่เรียงไปตามช็อตใน MV เผื่อท่านได้ชมแล้วเกิดหลงเสน่ห์เม็มเบอร์คนไหนขึ้นมา (หรือที่ศัพท์เทคนิคเรียกว่า “โดนตก”) ท่านจะได้ไปติดตามต่อได้โดยสะดวกครับ

0:25 แก้ว

1:23 โมบายล์

1:39 อร

1:55 น้ำหนึ่ง

1:59 เฌอปราง

2:28 เนย

2:33 ปูเป้

2:41 ตาหวาน

2:49 ไข่มุก

2:50 ปัญ

3:07 อิซึรินะ

3:14 มิโอริ

3:16 มิวสิค

3:32 เจนนิษฐ์

3:33 ซัทจัง

4:06 แจน

เป็นยังไงบ้างครับ ถูกใจกันมากน้อยแค่ไหนกับ MV แรกของ BNK48 ถ้าคิดว่า BNK48 น่าสนใจ ยังไงก็ขอเชิญมาติดตามกันนะครับ ส่วนสำหรับแฟน ๆ ที่ได้ไปร่วมถ่ายทำ MV ที่สวนสยาม ผมก็อยากจะบอกครับว่า ขอให้พวกเราช่วยกันนั่งดู MV วนไปครับ พวกเราจะต้องเป็นผู้แสดงใน MV ร้อยล้านวิวให้ได้! 55+

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!