8 วิธีรู้ทันข่าวลวง ยุติการแชร์มั่ว สู้โควิด-19 ที่นักวิทย์ขอออกมาบอกให้โลกรู้

เพราะข่าวลือ ข่าวลวง และความเชื่อผิด ๆ หลายอย่างเกี่ยวกับโควิด อาจเป็นเหตุให้เกิดผู้เสียชีวิตเพิ่มได้ นักวิทยาศาสตร์จึงต้องออกมาสู้กับข้อมูลเหล่านี้ ด้วยการเผยแพร่วิธีที่จะช่วยให้คนแยกแยะข้อเท็จจริงได้ ! 

เมื่อการระบาดของเชื้อโรค หนักหน่วงพอ ๆ กับการแพร่กระจายของข่าวลือ

การกินผักกาดหอมทะเลหรือการฉีดยาฆ่าเชื้อโรคไม่ใช่การป้องกัน COVID-19
การกลั้นหายใจสิบวินาทีก็ไม่ใช่การทดสอบว่าติดเชื้อ SARS-CoV-2 หรือไม่
ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ไม่ได้ปล่อยสิงโต 500 ตัวในมอสโกเพื่อให้ชาวเมืองอยู่ในบ้าน ต่อสู้กับโรคระบาด
และการสวมหน้ากากนั้นไร้ประโยชน์ไม่ช่วยอะไร มันไม่ใช่แน่ ๆ !

ตัวอย่างภาพข่าวปลอมที่เคยว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ต ในช่วงการระบาดของโควิดที่ผ่านมา

การแพร่กระจายของโควิดไปทั่วโลกที่มาพร้อมกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างเหล่านี้ เป็นสิ่งที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) อธิบายไว้ว่า เกิดขึ้นจากความ ‘โหยหา’ ข้อมูลเกี่ยวกับโรคอย่างหนักหน่วง (Massive infodemic) 

ตั้งแต่การพบเชื้อโควิด-19 ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก็มีคำถามมากมายเกี่ยวกับไวรัสที่ยังไม่มีคำตอบ ความไม่รู้นี้ช่วยบ่มเพาะให้เกิดเรื่องเล่า ข่าวลวง และทฤษฎีสมคบคิดเป็นอย่างดี บางกรณีอาจถูกเพิกเฉยไม่ได้รับความสนใจไปเอง เพราะฟังดูไร้สาระและไม่เป็นอันตราย แต่การเชื่อข้อมูลบางเรื่องก็อาจมีค่าเท่ากับชีวิต!

จุดยืนของนักวิทยาศาสตร์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ที่สังคมคาดหวังให้ช่วยระงับกระแสข้อมูลที่ผิดจาก COVID-19 – แต่พวกเขาควรมีส่วนร่วมเพื่อการณ์นั้นหรือ หรือจริง ๆ ควรจะใช้เวลาไปกับการทำวิจัยจะดีกว่า? นักวิทยาศาสตร์ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงสาขาอื่น นอกจากสาขาที่เชี่ยวชาญหรือไม่? การตอบโต้ข้อความเท็จเกี่ยวกับการระบาดใหญ่นั้น ถือเป็นการทำประโยชน์เพื่อสาธารณะอย่างแท้จริง หรืออาจมีประโยชน์ทางวิชาชีพแฝง?

“ผมคิดว่า นักวิทยาศาสตร์ควรออกมาเป็นแนวหน้า ถ้าเขาสะดวกใจที่จะทำเช่นนั้น เพราะการเผชิญหน้ากับข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับโควิด จะช่วยให้ผู้ที่มีอำนาจดำเนินนโยบายได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังช่วยให้สาธารณะชนเข้าใจการแพร่ระบาดในมุมมองที่ถูกต้อง และลดจำนวนผู้ติดเชื้อตลอดจนช่วยชีวิตคนได้ด้วย” เจวิน เวสต์ (Jevin West) นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล มหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ในซีแอตเทิลกล่าว 

ผลการสำรวจ 13 ประเทศในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยบริษัท GlobalWebIndex พบว่า 67% ของกลุ่มตัวอย่างดูข่าวเพิ่มขึ้น และครึ่งหนึ่งในนั้นใช้เวลามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการทำเช่นนั้น “พวกเราพยายามรีเฟรชหน้าเว็บไซต์ ค้นหาข่าวดีหรือข้อมูลล้วงลึกเกี่ยวกับ COVID-19 เพราะมันส่งผลต่อสุขภาพและชีวิตของเราและคนรอบ ๆ ตัวเรา และนั่นทำให้เราโดนหลอกง่ายขึ้น” เวสต์กล่าว

เพื่อยับยั้งความเข้าใจผิดที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เวสต์ได้ร้วมสร้างคอร์ส “Calling Bullshit” โดยมีหลักสูตร ว่าด้วยการสังเกตและรับมือกับข้อมูลที่ผิดไปจากหลักการทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงสถิติ ซึ่งต่อมา เขาได้กลายเป็นผู้อำนวยการศูนย์รวบรวมข้อมูลเพื่อสาธารณะในมหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การวิจัยเกี่ยวกับข่าวลือและข้อมูลผิด ๆ ในช่วงวิกฤตนี้ ซึ่งเขาได้อธิบายว่ามันใช้เวลามหาศาล และยากเข็ญเหมือนการพยายามสร้างเรือขณะที่กำลังลอยอยู่ในทะเลเลยเชียวแหละ

โลกแห่งความเข้าใจผิด

การอ้างถึงสรรพคุณทางยาเพื่อการรักษาโควิด เป็นประเด็นหลักที่บรรดาผู้หาข้อมูลต้องการเพื่อให้เกิดความอุ่นใจ นักวิจัยที่ศูนย์ตรวจสอบข้อมูลเซี่ยงไฮ้ (Taiwan FactCheck Center) ต้องใช้เวลามหาศาลตั้งแต่เดือนมกราคม เพื่อหักล้างข้อมูลแนวนี้ ข้อมูลผิด ๆ ในประเด็นนี้ ได้แก่  การสูดดมกลิ่นไอน้ำมันงาหรือน้ำมันพืชอื่น ๆ หรือ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสามารถฆ่าเชื้อ SARS-CoV-2 ได้ ก่อนที่มันจะเข้าสู่ปอด เป็นต้น

ซัมเมอร์ เฉิน (Summer Chen) หัวหน้าบรรณาธิการของศูนย์ดังกล่าวที่ก่อตั้งขึ้นในปี  2018 โดยสองหน่วยงานอย่างศูนย์จับตาสื่อไต้หวัน (Taiwan Media Watch) และ องค์กรเพื่อข่าวคุณภาพ (Association for Quality Journalism) ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไรในไต้หวันแสดงความคิดเห็นว่า “ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงยาหรือการฆ่าเชื้อโควิดเหล่านี้ เป็นผลพวงจากช่องว่างของความรู้เรื่องโควิด”

บางคนเชื่อและแชร์ข้อมูลเนื่องจากเข้าใจผิด แต่มีอีกจำนวนไม่น้อยทำไปเพื่อผลประโยชน์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (US Food and Drug Administration) ได้เตือนบริษัทและผู้ประกอบการทั้งหลายว่า ให้หยุดการเผยแพร่ข่าวลือ และข่าวปลอมต่าง ๆ เสีย โดยการเตือนครั้งนี้รวมไปถึง อเล็กซ์ โจนส์ (Alex Jones) เจ้าของเว็บไซต์ข่าวลวง ‘Infowars’ และผู้เผยแพร่ศาสนาทางโทรทัศน์อย่าง จิม แบกเกอร์ (Jim Bakker) ด้วย โดยคนทั้งสองพยายามประชาสัมพันธ์และขายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของอนุภาคเงินขนาดเล็กที่แขวนลอยในของเหลวเพื่อช่วยต่อต้านและป้องกันโควิด ทั้งที่ยังไม่มีการยืนยันหรือหลักฐานว่า มันใช้ได้ผล 

อเล็กซ์ โจนส์ (Alex Jones) ในรายการ ‘Infowars’

จิโอวานนี แซกนี (Giovanni Zagni) ผู้สร้างเว็บไซต์ ‘Facta’ เว็บไซต์เช็กความถูกต้องของข้อมูลในอิตาลี กล่าวว่า ในบรรดาครึ่งหนึ่งของข้อมูลผิด ๆ เหล่านี้ เราจะเห็นผู้คนพยายามสร้างข้อมูลออกมาเพื่อเรียกยอดไลก์ยอดวิว และนำผู้คนไปยังเว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยโฆษณาของกูเกิล “ตั้งแต่เปิดเว็บไซต์ขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ผมก็พบว่า ข้อมูลในเว็บไซต์เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเรื่องราวของโควิดถึง 90%” 

หลายข่าวลวงยังเกิดจากมุมมองที่มีต่อการเมืองด้วย ตัวอย่างเช่นรายงานที่บอกว่า เชื้อนี้ถูกผลิตขึ้นและหลุดออกจากห้องปฏิบัติการของสถาบันไวรัสวิทยาในอู่ฮั่น (Wuhan Institute of Virology) หรือเป็นอาวุธชีวภาพที่ถูกสร้างขึ้นมา (รู้นะว่าเคยแอบคิดถึงความเป็นไปได้แบบนี้กันมาบ้าง ก็สถานการณ์มันชวนให้นึกถึงเกมหรือภาพยนตร์อย่าง Resident Evil หรือ World War Z ขนาดนี้ มันก็ต้องมีแอบโยงกันบ้างแหละ) 

ผลการสำรวจหนึ่งในสหรัฐฯ ในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่า มีคนถึง 6% คิดว่าไวรัสถูกสร้างขึ้นโดยบังเอิญในห้องปฏิบัติการและ 23% คิดว่ามันถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่า อเมริกาเป็นผู้นำเชื้อไวรัสเข้าไปแพร่ในจีน 

ด้วยเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเมืองน้อยกว่า คำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์จึงน่าจะเป็นผลมากกว่าออกจากฝั่งรัฐบาล และนี่คือเหตุผลที่เวสต์ลุกขึ้นมาช่วยให้งานของนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย เป็นที่เข้าถึงของสื่อมวลชนและเหล่าผู้ตรวจสอบความถูกต้องทั้งหลาย 

“เราควรจะออกมาจากเส้นทางของเรา (หมายถึงการมุ่งเน้นทำแต่งานวิจัย) โดยเฉพาะในห้วงเวลาวิกฤตของโลกเช่นนี้”  เวสต์กล่าว

(ฮ่านต่อหน้าถัดไป คลิกด้านล่างเลย)