สงครามกล้องคู่! เทียบความสามารถกล้อง Huawei P9, LG G5 se และ iPhone 7 Plus

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ iPhone 7 Plus มาพร้อมกล้องคู่ ทำให้ผู้คนสนใจสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องคู่มากขึ้น แม้ว่า iPhone 7 Plus จะไม่ใช่สมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกล้องคู่ก็เถอะ วันนี้แบไต๋จึงขอเปรียบเทียบเหล่าสมาร์ทโฟนกล้องคู่ในปัจจุบันว่าแต่ละตัวมีจุดเด่นตรงไหนบ้าง

สมาร์ทโฟนแต่ละตัวมีเหตุผลในการใช้กล้องคู่ที่ต่างกัน

htc_evo_3d_europe_july

ถึงแม้ว่าภายนอกเราจะเห็นสมาร์ทโฟนหลายตัวตอนนี้มีกล้อง 2 ตัว แต่เหตุผลที่ต้องมีกล้องคู่นั้นแตกต่างกันครับ เริ่มตั้งแต่สมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่มีกล้องคู่อย่าง HTC Evo 3D ที่ออกมาเมื่อปี 2011 ซึ่งเหตุผลที่ Evo 3D ต้องมากล้องคู่คือเพื่อให้ถ่ายภาพ 3 มิติได้ ตามเทรนด์ในตอนนั้นที่กระแส 3 มิติกำลังมาแรง และสามารถเก็บข้อมูลความลึกภาพมาทำเอฟเฟกหน้าชัดหลังเบลอได้

ส่วน iPhone 7 Plus กับ LG G5 se นั้นใส่กล้องคู่มาเพื่อทำให้ซูมได้ เพราะด้วยขนาดของสมาร์ทโฟนที่แข่งกันบาง ก็ยังไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมตอนนี้ที่จะสามารถย่อเลนส์ซูมให้เล็กลงจนใส่ในสมาร์ทโฟนได้ ก็ต้องอาศัย 2 กล้อง 2 เลนส์ไปก่อนนี่แหละครับ

สุดท้ายคือ Huawei P9 ที่มีกล้องคู่เพื่อให้ถ่ายภาพขาว-ดำได้ดีขึ้น เพราะเลนส์กับเซนเซอร์อีกชุดหนึ่งของ P9 จะตัดฟิลเตอร์แยกสีด้านหน้าเซนเซอร์ออก เพื่อให้ถ่ายภาพขาวดำได้สมบูรณ์ขึ้น โดยไม่มีการรบกวนจากฟิลเตอร์แยกสีนั่นเอง

ที่นี้มาดูรายละเอียดของกล้องแต่ละตัวกันครับ

Huawei P9 กล้องคู่เน้นขาว-ดำ

Huawei-P9-hero

กล้องหลังคู่ของ P9 นั้นมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ให้รูรับแสงที่ f/2.2 ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 27 mm ซึ่งตามสเปกถือว่าเป็นกล้องระดับทั่วไปสำหรับสมาร์ทโฟนในยุคนี้ คือให้มุมภาพกว้างมาตรฐาน ขนาดรูรับแสงก็ดีกว่ากล้องสมาร์ทโฟนเมื่อปีก่อน แต่ยังไม่ได้ดีที่สุดในยุคนี้ ส่วนความละเอียดก็ไม่มากไม่น้อยไปครับ

จุดเด่นของกล้องคู่จาก P9 เลยคือออกแบบร่วมกับ Leica ทำให้ได้สีสันภาพที่สดใส สวยงาม ให้ความคมชัดได้ดีมาก สามารถใช้กล้องคู่เพื่อช่วยในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ ในส่วนของตัวแอปกล้องก็ออกแบบมาได้ดี สามารถควบคุมกล้องแบบ Manual ที่ยืนหยุ่น มีโหมดพิเศษที่ช่วยให้ถ่ายดาว ถ่ายแสงไฟยามค่ำคืนได้ง่ายขึ้น และส่วนของการถ่ายภาพขาว-ดำ ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายได้สวยอันดับต้นๆ ของโลกตอนนี้

ส่วนจุดอ่อนของกล้องจาก Huawei P9 อาจจะอยู่ที่ตัวกล้องยังไม่มี OIS หรือระบบป้องกันภาพสั่นไหวจริงๆ แล้วก็สามารถถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุดที่ 1080p เท่านั้นครับ

สนนราคาตอนนี้อยู่ที่ 16,990 บาท

LG G5 se กล้องคู่เน้นภาพกว้าง

LG G5

ถัดมามาดูสมาร์ทโฟนกล้องคู่รุ่นพี่อย่าง LG G5 ที่เมืองไทยมีแต่รุ่น se ขายอย่างเป็นทางการกันบ้างนะครับ ซึ่งกล้องของ G5 กับ G5 se นั้นก็เหมือนกันครับ ต่างกันที่ประสิทธิภาพเครื่องเป็นหลัก

ความแปลกของกล้องคู่จาก LG G5 se คือมันใส่เลนส์มุมกว้างพิเศษมาให้ด้วยนะครับ คือมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่ใช้เลนส์ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 20 mm f/2.4 มาด้วย ซึ่งให้มุมภาพกว้างมากถึง 135 องศา ซึ่งจะให้ภาพลักษณะใกล้เคียงกับเลนส์ตาปลาที่ดูป่องตรงกลางเลย ส่วนอีกเลนส์หนึ่งก็กล้อง 16 ล้านพิกเซล ที่ใช้เลนส์ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 28 mm f/1.8 ซึ่งก็เทียบเท่ากับกล้องเรือธงของสมาร์ทโฟนค่ายอื่นๆ ครับ ส่วนการถ่ายวิดีโอก็รองรับความละเอียด 4K เป็นที่เรียบร้อย

ด้วยจุดเด่นที่ G5 ถ่ายภาพได้กว้างมาก จึงมีเอฟเฟกแบบถ่าย 2 กล้องซ้อนกันในภาพเดียว ให้ได้ภาพ 2 ระยะเก๋ๆ ซึ่งกล้องของ LG G5 นั้นถ่ายภาพกลางวันได้ชัดเจนครับ แต่ถ่ายภาพกลางคืนออกจะมี Noise เยอะสักหน่อย

จุดสังเกตจากทดลองใช้กล้อง LG G5 se น่าจะอยู่ตรงที่สีจากกล้องทั้ง 2 ตัวจะต่างไปนิดหนึ่ง ทำให้เวลาซูมภาพตอนถ่ายวิดีโอจะเห็นว่าสีต่างไปอย่างชัดเจนครับ

สนนราคาตอนนี้อยู่ที่ 15,990 บาท

iPhone 7 Plus

iphone-7-plus

iPhone รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับกล้องคู่ตัวนี้ มาในคอนเซปต์คล้ายๆ กับ G5 คือใช้ 2 กล้องที่มีระยะเลนส์ต่างกัน แต่ของ iPhone 7 Plus จะมีเลนส์มุมกว้างและเลนส์ช่วงปกติมาด้วยกันแทน (ของ G5 จะเป็นเลนส์มุมกว้าง กับโคตรกว้าง) โดยมีความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซลนะครับ

เลนส์ตัวแรกของ iPhone 7 Plus เป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสเทียบเท่า 28 mm ที่ f/1.8 ครับ ก็ให้มุมกว้างคล้ายๆ iPhone ที่เราเคยใช้กันมาก่อนหน้านี้ แต่ปรับรูรับแสงให้กว้างกว่ารุ่นเดิม (ของ iPhone 6s อยู่ที่ f/2.2) ก็ทำให้ถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้ดีกว่าเดิม ส่วนเลนส์อีกตัวหนึ่งนั้นมีความยาวโฟกัสเทียบเท่า 56 mm f/2.8 ซึ่งถ้านับตามศัพท์คนใช้กล้องมันคือเลนส์ Normal ที่ใช้ถ่ายภาพบุคคลครับ ยังไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นเลนส์ Telephoto ได้ แต่ก็ถือว่าให้ภาพขยาย 2 เท่าจากเลนส์หลัก

ตัวอย่างภาพจาก iPhone 7 โดย EPSN และ Sports Illustrated

จุดเด่นของกล้อง iPhone ที่มีมาตลอดคือถ่าย Auto ได้แบบเชื่อใจได้ ปรับ White balance ได้แม่น หาโฟกัสรวดเร็ว แม่นยำ ซึ่งจากภาพตัวอย่างของ iPhone 7 Plus ก็จะเห็นความชัดเจนและความสดของภาพที่สมจริง และดูดี และอีกจุดเด่นหนึ่งของ iPhone 7 Plus คือการใช้ 2 กล้องประมวลผลภาพให้มีหน้าชัดหลังเบลอใน Portrait Mode ซึ่งจะตามมากับการอัปเดท iOS ช่วงปลายปีนี้ แต่จนกว่าเราจะได้จับเครื่องจริง ถึงจะฟันธงได้ครับว่า Portrait Mode ดีจริงหรือไม่ แล้วสามารถใช้กับการถ่ายภาพอื่นๆ นอกจากการถ่ายภาพบุคคลได้หรือไม่

iphone7-por

แต่ปัญหาของกล้อง iPhone ที่เป็นทุกตัวคืออินเทอร์เฟซการใช้งานครับ คือโอเค สำหรับการใช้แบบ Auto มันเข้าใจง่าย สั่งงานได้รวดเร็ว แต่สำหรับการถ่ายรูปในโหมดอื่นๆ ของกล้อง การต้องมาสไลด์เปลี่ยนทีละโหมดมันก็ไม่ทันการ แล้วยิ่ง iPhone รุ่นหลังๆ ยิ่งมีโหมดถ่ายภาพเยอะมากขึ้น การทำให้เราไม่ค่อยอยากเปลี่ยนไปใช้โหมดอื่นๆ ครับ ส่วนการถ่ายภาพในแบบ Manual อันนี้ต้องใช้แอปเสริมถ่ายให้อยู่แล้ว

สนนราคาตอนนี้อยู่ที่ – ราคาไทยยังไม่ออก แต่แพงส์เหยียบ 3 หมื่นแน่นวล

ก็จนกว่าที่ผู้ผลิตจะสามารถใส่เลนส์ซูมลงไปในสมาร์ทโฟนได้ กล้องคู่ก็จะเป็นเทรนด์สำหรับมือถือเรือธงต่อไปครับ ชอบใคร รักค่ายไหน ก็หาซื้อกันได้นะครับ