Connect with us

บทความเทคโนโลยี

ยลโฉมธ.ไทยพาณิชย์บนแอป LINE ที่ถามมาก็ตอบได้!

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัว SCB Connect บริการธนาคารล่าสุดผ่านแอป LINE ให้ลูกค้าของธนาคารใช้บริการได้โดยไม่ต้องลงแอปอื่นๆ เพิ่ม ด้วยความสามารถหลากหลายทั้งแจ้งเตือนทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ตรวจสอบข้อมูลบัตรเครดิต แจ้งสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นของลูกค้าแต่ละบุคคล รวมทั้งหาเครือข่าย SCB ใกล้ตัว ทั้งสาขา และตู้เอทีเอ็ม ทั้งหมดนี่สั่งงานผ่านหน้าแซตของไลน์

Published

on

(บทความนี้เป็น Advertorial)

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัว SCB Connect บริการธนาคารล่าสุดผ่านแอป LINE ให้ลูกค้าของธนาคารใช้บริการได้โดยไม่ต้องลงแอปอื่นๆ เพิ่ม ด้วยความสามารถหลากหลายทั้งแจ้งเตือนทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ตรวจสอบข้อมูลบัตรเครดิต แจ้งสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นของลูกค้าแต่ละบุคคล รวมทั้งหาเครือข่าย SCB ใกล้ตัว ทั้งสาขา และตู้เอทีเอ็ม ทั้งหมดนี่สั่งงานผ่านหน้าแซตของไลน์

บริการของ SCB Connect นั้นแบ่งเป็นบริการ 3 ด้านผ่านไลน์คือ

  1. เตือน ทุกครั้งเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและถึงวันกำหนดชำระ รู้ตัวทันทีเมื่อมีการใช้งานบัตรที่ไม่ได้รับอนุญาต
  2. ตอบ ข้อมูลบัตรเครดิตและสิทธิประโยชน์ของบัตรทันที เช่น วงเงินคงเหลือ ยอดที่ใช้ไป รายการใช้จ่ายและ หาข้อมูลสาขาและตู้เอทีเอ็ม SCB ใกล้ตัวได้ผ่านไลน์
  3. ตาม หาโปรโมชั่นเฉพาะคุณ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่คัดมาให้ตรงกับบัตรเครดิตของลูกค้าแต่ละบุคคล

เริ่มต้นใช้บริการ SCB Connect

สำหรับลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถเพิ่ม SCB Connect เป็นเพื่อนใน LINE ได้ทันทีโดยกดปุ่ม Add Friends ข้างล่างนี้นะครับ (กดผ่านมือถือเท่านั้น) ส่วนใครที่อ่านบทความนี้ผ่านคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเปิดแอปไลน์เพื่อสแกน QR Code ชุดนี้เพื่อเพิ่ม SCB Connect เป็นเพื่อนได้เลยครับ

 

จากนั้น LINE จะขึ้นหน้าขออนุญาตดึงข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้สมัครบริการ SCB Connect ครับ ก็กดปุ่มสีเขียวๆ ตอบรับไป แล้วก็ทำตามขั้นตอน กด Add Friend ในหน้าของ SCB Connect

เชื่อมต่อข้อมูลบัญชีกับ SCB Connect

หลังจากที่ SCB Connect พร้อมใช้งานแล้ว ก็ต้องเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับบริการของไทยพาณิชย์ โดยกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกับธนาคารลงไป พร้อมรอรับรหัส OTP ผ่านทาง SMS ครับ เท่านี้บริการดีๆ จากธนาคารไทยพาณิชย์ก็พร้อมใช้งานในไลน์ของคุณแล้วครับ

SCB Connect ใช้งานง่ายผ่านเมนูในแอป LINE

ตอนนี้เราก็สามารถใช้งานบริการของธนาคารไทยพาณิชย์ผ่านแอปไลน์ได้เรียบร้อยครับ เมื่อเข้าไปที่บัญชี SCB Connect ก็จะมีเมนูให้เลือกใช้งานผ่านหน้าแซทของไลน์

  • เมนูหลักเลยคือบัตรเครดิต ที่ใช้จัดการข้อมูลและการแจ้งเตือนต่างๆ จากบัตรเครดิต SCB ของคุณ
  • เมนู โปรโมชั่นพิเศษเพื่อค้นหาโปรดีๆ ที่ SCB มีส่วนลดให้กับคุณ และสิทธิเฉพาะบัตร ก็จะค้นหาสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตของคุณมาให้
  • เมนู SCB ใกล้คุณ จะอาศัยตำแหน่งจากโทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาสาขาและตู้ ATM ของ SCB มาให้ พร้อมนำทางไปได้ด้วย

SCB Connect ถือเป็นบริการที่สอดคล้องกับนิสัยผู้ใช้สมาร์ทโฟนยุคใหม่นะครับ ที่ไม่อยากโหลดแอปอะไรเพิ่มโดยไม่จำเป็นแล้ว การที่ยกบริการบางส่วนมาอยู่ใน LINE ที่มีผู้ใช้มากกว่า 94% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนไทยก็ถือเป็นช่องทางให้บริการที่ดี ใครที่เป็นลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์อยู่ก็อยากให้ลองบริการ SCB Connect กันนะครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บ SCB Connect

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

ครม. ผ่านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว เรารู้จักกฎหมายฉบับใหม่นี้หรือยัง?

Published

on

หนึ่งในกฎหมายที่น่าจะกระทบกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเจ้าของเว็บหรือผู้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล คือพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ครม. เพิ่งจะไฟเขียวผ่านร่างกฎหมายนี้ไปเพื่อดำเนินการออกกฎหมายต่อไป แล้วกฎหมายตัวนี้คืออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับ GDPR (The General Data Protection Regulation) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตัวใหม่ของยุโรป เรามาหาคำตอบกันครับ

ปัญหาเกิดเมื่อผู้ให้บริการถือข้อมูลส่วนบุคคลมากเกินไป

ปัจจุบันแทบทุกบริการในอินเทอร์เน็ตนั้นมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราไปทั้งนั้น ทั้งแบบผู้ใช้ตั้งใจให้ข้อมูลอย่างการสมัครใช้บริการต่างๆ ที่ต้องมีการให้ข้อมูลอีเมล หรือที่อยู่เพื่อจัดส่งสินค้า หรือแบบที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจให้ข้อมูล เช่นการจัดเก็บ Cookie บันทึกการเข้าเว็บของผู้ใช้ หรืออย่างที่ facebook นำข้อมูลการคลิก การกดไลค์ต่างๆ ไปวิเคราะห์หาลักษณะ (Profiling) ของผู้ใช้คนนั้น เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสม

ข้อมูลมหาศาลของผู้ใช้เหล่านี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง นอกจากการวิเคราะห์ลักษณะผู้ใช้ที่ยกตัวอย่างไปแล้ว ใกล้ตัวหน่อยก็เอาเมลหรือเบอร์โทรมายิงสแปมใส่ หรือข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ถูกขายต่อให้บริการอื่นๆ นำไปใช้ประโยชน์ หรือใช้เทคโนโลยีเพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาติดตามสอดแนมผู้ใช้ ที่เลวร้ายที่สุดคือถูกขโมยตัวตน เอารายละเอียดชีวิตของคนอื่นมาสวมรอยเพื่อก่ออาชญกรรมหรือโจรกรรมข้อมูลทางการเงินไป

ซึ่งปัญหานี้ชัดเจนขึ้นมากในกรณีของ Cambridge Analytica ที่ข้อมูลผู้ใช้กว่า 87 ล้านบัญชีหลุดไปอยู่ในมือของบริษัทวิเคราะห์ด้านการเมือง ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าทำให้ผลการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนแปลงไป คนทั่วโลกจึงหันมาสนใจข้อมูลส่วนบุคคลในโลกไซเบอร์มากขึ้น (พี่มาร์ก ณ เฟซบุ๊กก็อ่วมไปไม่น้อยจากกรณีนี้ โดนวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาเรียกไปสอบสวนออกทีวีจนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก)

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยมีสาระสำคัญอย่างไร

ครม. เห็นชอบร่างพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนตัวฉบับนี้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสาระสำคัญของพ.ร.บ. ฉบับนี้มีดังนี้

  1. กำหนดนิยามคำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ให้ชัดเจนว่าคือข้อมูลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
  2. กำหนดสิทธิเจ้าของข้อมูล ให้ผู้ใช้มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของตน พร้อมเปิดเผยที่มาของข้อมูล รวมถึงมีสิทธิแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และให้สิทธิ์เจ้าของระงับการใช้ข้อมูลหรือทำลายข้อมูลของตัวเองได้
  3. เมื่อเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดนแฮก หรือข้อมูลรั่วไหล ผู้ให้บริการต้องรีบแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ พร้อมรายงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถึงมาตรการเยียวยา

ตอนนี้กระทรวงดีอีกำลังเตรียมความพร้อมในการจัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและอิสระในการทำงานเพื่อจัดการกับปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป พร้อมกันนี้ยังได้มีการเปิด ศูนย์การเรียนรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Knowledge Center: DPKC) ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือเอ็ดต้า เพื่อเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงาน องค์กร และประชาชนด้วย

แต่ก็ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดออกมาว่า พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะเริ่มใช้เมื่อไหร่ มีระยะเวลาให้บริษัทต่างๆ ปรับตัวนานแค่ไหน และจะมีบทลงโทษอย่างไรออกมา

สหภาพยุโรปตื่นตัวเรื่องนี้มานาน จนพัฒนาเป็นกฎหมาย GDPR

สหภาพยุโรป ดินแดนที่จริงจังเรื่องความเป็นส่วนตัวมากเริ่มมองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลของบริษัทไฮเทคต่างๆ จึงเริ่มพูดคุยถึงการปรับปรุงกฎหมาย Data Protection Directive เดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1995 ให้ทันยุคมากขึ้น โดยเริ่มเห็นชอบร่างกฎหมายใหม่ในปี 2014 แล้วใช้เวลาทั้งปี 2015 เพื่อปรับแก้ร่างกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) แล้วจึงประกาศกฎหมายนี้ในปี 2016 โดยให้เวลา 2 ปีก่อนการบังคับใช้จริงในวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 นี้ เพื่อให้บริษัทต่างๆ มีการปรับตัวให้สอดรับกับกฎระเบียบใหม่

ประเด็นสำคัญของกฎหมาย GDPR

กฎหมายนี้เพิ่มสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลให้สามารถจัดการกับข้อมูลตัวเองที่อยู่ในบริการต่างๆ ได้ เช่น

  • ต้องได้รับความยินยอมก่อนเก็บข้อมูลจากผู้ใช้เสมอ ต้องไม่ทำตัวเลือกว่ายินยอมเป็นค่าเริ่มต้น และต้องแสดงข้อตกลงในการใช้งานเหล่านี้ให้เด่นชัด เข้าใจง่าย
  • ผู้ใช้สามารถแจ้งแก้ไขข้อมูล หรือขอให้ลบข้อมูลของตัวเองได้เมื่อไม่ต้องการใช้งานแล้ว
  • ผู้ใช้สามารถแจ้งให้ผู้บริการโอนย้ายข้อมูลไปยังบริการอื่นๆ ได้

แล้วเมื่อเกิดการรั่วไหลของข้อมูล ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากทราบว่าเกิดการรั่วไหล และผู้ใช้ต้องได้รับการแจ้งให้ทราบถึงกรณีข้อมูลรั่วไหล และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย

ที่สำคัญคือกฎหมายนี้ค่าปรับสูงมากครับ ถ้าพบว่าฝ่าฝืนและผิดจริง ค่าปรับสูงสุด 20 ล้านยูโร (750 ล้านบาท) หรือ 4% ของผลประกอบการทั่วโลกของปีที่แล้ว (แล้วแต่ว่าจำนวนไหนจะสูงกว่า) บริษัทที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ชาวยุโรปจึงต้องสนใจกฎหมายนี้มากๆ ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าแอปต่างๆ มีการอัปเดทเพื่อให้รองรับกฎหมายนี้ และบริการต่างๆ ก็มีการส่งเมลมาถึงผู้ใช้เพื่อเคลียร์เกี่ยวกับเงื่อนไข GDPR ที่ผู้ใช้ต้องรับทราบ ส่วนบริการสำหรับเว็บต่างๆ อย่าง Google Analytics ก็ให้ผู้ใช้ปรับรูปแบบการเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมายตัวนี้

อ้างอิง: ศูนย์ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล โดย สพธอ.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความเทคโนโลยี

แบไต๋ลุยอุตลุดไปกับ Sony ในญี่ปุ่น รู้จัก Dynamic Vibration System ระบบสั่นและความบันเทิงของ XZ2

Published

on

หนึ่งในของเล่นใหม่ของ Sony Xperia XZ2 คือระบบสั่นตามเสียงที่เรียกว่า Dynamic Vibration System ตามคอนเซ็ปต์ของ Sony Xperia XZ ที่โซนี่อยากให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์แบบ See x Hear x Feel คือ จอ HDR x ลำโพงคู่ ระบบเสียง Hi-Res x เครื่องสั่นตามจังหวะเพลง

ทีมงานที่พัฒนา Dynamic Vibration System เล่าให้เราฟังว่าความยากของการทำระบบสั่นตัวนี้คือ Actuator หรือตัวสั่นสะเทือนต้องมีขนาดใหญ่พอ และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถสร้างการสั่นไหวไปได้ทั้งเครื่องด้วย ซึ่งจุดที่เหมาะสมสำหรับ Sony Xperia XZ2 คือตรงมุมล่างซ้ายของเครื่องครับ

นอกจากนี้ยังต้องพัฒนา Algorithm เพื่อวิเคราะห์รูปแบบเสียงให้เกิดรูปแบบการสั่นให้เหมาะ ไม่ใช่มีเสียงทุ้มก็สั่นตลอด มันก็ต้องมีจังหวะจะโคนของมันให้สมจริง

โดยนอกจาก Dynamic Vibration System จะสั่นตามเสียงแล้ว ยังมี API ให้นักพัฒนาใช้ เพื่อให้แอปอื่นๆ อย่างเกมสามารถสั่นได้ตาม ถ้าเกมที่รองรับจะมีปุ่มระบบสั่นให้กดเปิดเลย ตอนนี้มีเกมในตระกูล Angry Bird แล้วก็เกมอย่าง Mini Gun ที่รองรับครับ ก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

(คลิกอ่าน) รู้จัก Actuator ตัวสั่นสะเทือนยุคใหม่

เลี้ยวมาเรื่องความบันเทิงแบบเกมๆ กันบ้าง

เล่น Remote Play เอาเกม PlayStation 4 มาต่อจอยเล่นแบบนี้ ฟินมั่กๆ

ขึ้นชื่อว่าเป็น Sony Xperia สมาร์ทโฟนจาก Sony ก็ต้องมีจัดเต็มความสามารถเรื่องเกมด้วย ไฮไลท์สำคัญของมือถือตระกูลนี้คือ Remote Play ครับ เราสามารถใช้ Xperia ต่อกับจอย DualShock แล้วเล่นเกมจาก PlayStation 4 ได้เลยผ่านเครือข่ายภายในบ้าน (ต้องเปิด PlayStation 4 เพื่อเล่นเกมนะ จอของ Xperia แค่รับภาพจากเครือข่ายมาแสดงเท่านั้น) ซึ่งก็ทำให้คุณพ่อบ้านที่โดนแม่บ้านยึดจอทีวีไป ยังสามารถเล่นเกมได้อยู่ผ่านหน้าจอมือถือ

กิจกรรมที่เราสนุกมากในเซสชั่นนี้คือการเล่นเกม Frantics บน PlayStation 4 ผ่านระบบ Playlink ครับ โดยผู้เล่นจะต้องโหลดแอปของ Frantics ไปติดตั้งในมือถือเพื่อทำหน้าที่เหมือนจอย ซึ่งสามารถเล่นพร้อมกันได้ 4 คน เล่นมินิเกมล้อมวงกันได้ ซึ่งส่วนของ Playlink นี้ไม่จำกัดว่าต้องเป็นมือถือ Xperia นะครับ มือถืออะไรก็เล่นได้ แค่ต้องซื้อเกมที่รองรับระบบ Playlink มาลงใน PlayStation 4 ของเราก่อน ก็ดูรายละเอียดและรายการเกมที่รองรับได้ในเว็บของ Playlink ครับ

และปิดท้ายด้วยรายชื่อเกมที่รองรับฟังก์ชั่นสั่นสะเทือน Dynamic Vibration System อย่างสมบูรณ์ตอนนี้ครับ ซึ่งจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต

เกมที่รองรับระบบสั่นของ Sony แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความเทคโนโลยี

แบไต๋ลุยอุตลุดไปกับ Sony ในญี่ปุ่น เจาะลึกเสียง Hi-Res ทำไมต้องฟังเพลงความละเอียดสูง

Published

on

ในบทความนี้เรายังอยู่กับ Sony ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างลึกที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น Sony Xperia XZ2 ครับ ซึ่งเซสชั่นที่เราทึ่งที่สุดในทริปมาเยือนโตเกียวในครั้งนี้คือการได้มาเยือนสตูดิโอของ Sony Music ครับ โดยคุณ Koji Suzuki – Mastering Engineer, Sony Music Studio Tokyo อธิบายระบบทั้งหมดที่มีรายละเอียดหยิบย่อยสมกับที่เป็นสตูดิโอบันทึกเสียง คือ

Koji Suzuki – Mastering Engineer, Sony Music Studio Tokyo

  • ระบบไฟในสตูดิโอมีทั้ง 100v, 117v และ 220v เพื่อรองรับเครื่องดนตรีต่างๆ แน่นอนว่าไฟฟ้าในสตูดิโอต้อง Clean ทั้งหมด กรอง Noise ที่จะทำให้เกิดเสียงรบกวนออกไปแล้ว
  • ห้องมิกซ์ เป็นคอนโซลอนาล็อกของอังกฤษ ใช้มา 16 ปี ไม่เคยมี Noise
  • ส่วนเชื่อมโลหะใช้ทองทั้งหมด
  • มี 5 สตูดิโอย่อย สามารถกั้นเสียงแยกกันได้ทั้งหมด จึงใช้งานได้พร้อมกัน กำแพงคอนกรีตหนัก 120 ตัน กันเสียง
  • ไมค์ของ Sony ทำวิจัยและพัฒนาในสตูดิโอนี้ด้วย
  • ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกา

แวะฟังเพลงในสตูดิโอจาก YUKI มือกีต้าร์สาว!

ชื่อชั้นของเครื่องเสียง Sony เราคงรู้กันดีอยู่นะครับ แต่การได้มาเจอคุณ Kenichi Matsumoto – Senior Engineer, Audio, Sony Mobile Communication วิศวกรเรื่องเสียงตัวจริงของโซนี่ทำเอาเราปลื้มปริ่มมาก เพราะพี่แกเก่งสุดๆ คุณลุง Matsumoto เล่าถึงความจำเป็นของระบบเสียง Hi-Res อย่างเห็นภาพว่า

คนเราไม่ได้ยินเสียงจากหูอย่างเดียว แต่สมองมนุษย์สามารถรับคลื่นเสียงที่เราไม่ได้ยินได้มากกว่านั้น เสียงที่มนุษย์ได้ยินจึงมีมิติ มีการสะท้อน สามารถระบุดำแหน่งเสียง หรือขนาดห้องได้ เช่นเสียงของเข็มที่ตกในห้อง นอกจากเสียงกระทบของเข็มกับพื้นแล้ว ยังมีเสียงที่ชิ่งกับผนังห้องไปในทิศทางต่างๆ ที่คนได้ที่รับการฝึกฝนจะสามารถบอกตำแหน่งหรือถึงขนาดห้องได้เลย แต่ในยุคแรกที่โซนี่กับฟิลิปส์พัฒนา CD ขึ้นมานั้นยังไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ เลยตัดคลื่นเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยินออก ซึ่งระบบเสียง Hi-Res สามารถดึงข้อมูลส่วนนี้มาแสดงได้

  • CD จะบันทึกเสียงที่ความละเอียด 44,100 Hz (ค่านี้เรียกว่า Sampling Rate หรืออัตราการกำหนดจุดเก็บข้อมูลใน 1 วินาที) ที่ความลึก 16 Bit ซึ่งสามารถเก็บเสียงช่วง 20 – 20,000 Hz ที่มนุษย์ได้ยินได้ และสามารถบันทึกความแตกต่างของเสียง (Dynamic Rate) ได้สูงสุด 96 dB ซึ่งก็สามารถบันทึกเสียงที่แตกต่างกันของวงออเคสตราได้
  • ทำไมถึงต้องเป็น 44,100 Hz 16 bit ตัวเลขนี้ได้มาจากทฤษฎีว่า Sampling Rate ควรมีความถี่อย่างน้อย 2 เท่าของเสียงที่มนุษย์ได้ยิน แล้วเผื่อไปอีก 10% จึงได้ตัวเลขเป็น 20khz (ความถี่เสียงสูงสุดที่หูมนุษย์รับได้) + 10%x2 + 0.1khz = 44.1khz
  • รูปแบบ Hi-Res ทั่วไปจะบันทึกเสียงที่ความละเอียด 96,000 Hz ที่ความลึก 24 Bit ก็ทำให้ได้รายละเอียดของเสียงที่ดีกว่า สามารถบันทึกเสียงที่ความถี่สูงถึง 48,000 Hz ได้ และบันทึกความแตกต่างของเสียงได้สูงสุดเกือบ 150 dB แถมก็ยังมีรูปแบบอื่นๆ ที่บันทึกเสียงได้ละเอียดกว่านี้ เช่นบันทึกเสียงที่ 192,000 Hz ความลึก 24 Bit จะสามารถเก็บความถี่เสียงได้สูงสุด 96,000 Hz
  • คิดภาพตามนี้นะครับ เสียงความถี่ 48,000 Hz เท่ากับสั่นสี่หมื่นแปดพันครั้งใน 1 วินาที กราฟเสียงจะเป็นลูกที่ถี่ยิบมาก ถ้าเราบันทึกเสียงที่ความละเอียด 44,100 Hz หรือ 1 วิลงจุดบันทึกสี่หมื่นครั้ง มันจะไม่สามารถบันทึกความละเอียดของกราฟที่ถี่ขนาดนั้นได้ มันเลยบันทึกเสียงสูงแบบนี้ไม่ได้ครับ

กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลการบันทึกเสียง กับช่วงความถี่และ Dynamic Range ที่บันทึกได้ (ภาพจาก Wikipedia)

คุณ Matsumoto เล่าถึงการออกแบบสมาร์ทโฟนให้รองรับเสียงคุณภาพสูงว่ายากกว่าการออกแบบเครื่องเล่นเพลงปกติ เพราะโทรศัพท์เป็นเครื่องมือสื่อสาร มีการรับคลื่นส่งคลื่นมากมาย จึงมี Noise เยอะเป็นเรื่องปกติ ไม่เหมือนเครื่องเล่นเพลงโดยเฉพาะที่ไม่ได้มีการเชื่อมต่อไร้สายมากขนาดนั้น การออกแบบสมาร์ทโฟนให้เสียงดี รองรับ Hi-Res จึงต้องคำนึกถึงเรื่องสัญญาณรบกวนด้วย

ว่าแล้วก็เอา Sony Xperia XZ2 ต่อออกลำโพงในสตูดิโอให้ฟังเพลง Hi-Res เสียงนี้เคลิ้มไปเลย

แล้วก็ถึงช่วงถามคำถามกับวิศวกรครับ เราก็ถามประเด็นเทคนิคคาใจ แล้วลุง Matsumoto ก็ตอบมาอย่างผู้รู้ เราชอบพี่วิศวกรญี่ปุ่นคนนี้มากจริงๆ

Kenichi Matsumoto – Senior Engineer, Audio, Sony Mobile Communication

ใน Sony Xperia XZ2 ตัดช่องหูฟัง 3.5 mm ออกไปแล้ว แล้วตัว DAC อยู่ที่ไหน

สำหรับ Sony Xperia XZ2 DAC อยู่ที่ตัวเครื่อง ในสายแปลงจะไม่มี ซึ่ง USB-C ตัวนี้รองรับสัญญาณอนาล็อกและดิจิทัลเลย

(คลิกอ่าน) รู้จัก DAC ตัวแปลงเสียงดิจิทัลเป็นอนาล็อก

ไมค์ของโซนี่ก็พัฒนาในสตูดิโอนี้

ทำไมการฟังเพลงผ่าน Bluetooth จึงไม่สามารถใช้ DSEE HX ได้?

DSEE HX หรือ Digital Sound Enhancement Engine Hi-Res คือซอฟต์แวร์ปรับปรุงคุณภาพเสียงที่โซนี่พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อชดเชยรายละเอียดของเสียงที่สูญเสียไประหว่างการบีบอัดเพลง โดย Resampling เสียงขึ้นไปในระดับ 96 kHz 24 bit ให้ได้เสียงใกล้เคียงกับมาตรฐาน Hi-Res ของโซนี่

ที่นี้กระบวนการทำงานของ Bluetooth คือการบีบอัดเสียงก่อนที่จะส่งไป ไม่งั้นข้อมูลจะเยอะเกินไปส่งผ่าน Bluetooth ไม่ไหว ซึ่งไม่ว่าจะใช้กระบวนการบีบอัดหรือ Codec ที่ดีแค่ไหน มันก็ต้องบีบอัดเสียง ตัดย่านเสียงที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ยินทิ้งอยู่ดี

เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับปรุงคุณภาพเสียงด้วย DSEE HX ก่อน แล้วส่งด้วย Bluetooth มันก็ไร้ค่า เพราะมันคือการเพิ่มไปแล้วตัดออก ซึ่งส่งผลกระทบกับคุณภาพเสียง เราเลยปิดไม่ให้ใช้งาน DSEE HX กับการฟังด้วย Bluetooth บน Xperia XZ2 แต่ถ้าผู้ใช้ใช้อุปกรณ์ของ Sony เช่นลำโพงที่มี DSEE HX ในตัว ก็สามารถเปิดใช้งานที่ฝังลำโพงได้

(คลิกอ่าน) Codec เสียงของ Bluetooth ตัวชี้วัดคุณภาพเสียงไร้สาย!

แถมภาพน้อง YUKI ให้อีกภาพหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!