Connect with us

แม้ว่าทุกวันนี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะแข่งขันกันออกโปรโมชั่นใหม่ๆ ที่ให้ปริมาณอินเทอร์เน็ตมากขึ้นทุกที จนผู้ใช้ทั่วไปก็สามารถใช้บริการที่แทบจะใช้เน็ตต่อเดือนไม่หมดกันอยู่แล้ว แต่ปัญหาของแพ็กเกจเหล่านี้คือมีราคาค่อนข้างสูง เฉลี่ยก็ราว 500 บาทต่อเดือนขึ้นไปถึงจะมีอินเทอร์เน็ตต่อเดือนแบบเหลือกินเหลือใช้ เราจึงเห็นข้อจำกัดมากมายของคนที่ใช้แพ็กเกจในราคาประหยัดอยู่ ทั้งการต้องเปิด/ปิดข้อมูลเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน หรือใช้อินเทอร์เน็ตเกินโควต้าจนเสียเงินเพิ่มเข้าไปอีก

เมื่อมีข่าวผู้ให้บริการรายใหม่อย่าง LINE Mobile ที่ผูกบริการของตนเองเข้ากับบริการของแอป LINE ที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองใช้กัน จึงทำให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเว็บแบไต๋จะขอวิเคราะห์บริการนี้ให้ฟังกันครับ

แพ็กเกจตรงใจกับผู้ใช้

ราคาแพ็กเกจใจช่วงทดลองให้บริการของ LINE Mobile

จุดเด่นมากๆ ของ LINE Mobile คือแพ็กเกจที่ออกมาตรงจุดกับผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ในไทยคือ

  • ใช้แอป LINE ฟรีทั้งหมด จะดูวิดีโอในแชทกี่คลิป หรือจะใช้ LINE Call, LINE Video Call ก็ไม่คิดปริมาณข้อมูลอินเทอร์เน็ต ซึ่งพอผู้ใช้รู้ว่าใช้ไลน์ได้ไม่จำกัด ก็สร้างความอุ่นใจในการใช้บริการ ที่นี้ค่าโทรไม่ต้องเยอะก็ได้ เน้นโทรผ่านไลน์ไปตลอดเลย
  • ดู LINE TV ไม่อั้น ไม่คิดปริมาณข้อมูลเหมือนกัน ซึ่งเนื้อหาของ LINE TV ก็ออกแบบมาให้เหมาะสมสำหรับคนไทย เพราะเป็นบริการที่เกิดในไทย มีละครไทยมากมายให้ดู
  • ส่ง SMS ไม่จำกัด (สำหรับคนที่ยังใช้อยู่นะ)
  • มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ไม่จำกัด ถึงในแพ็กเกจจะมีการระบุปริมาณอินเทอร์เน็ตที่จะให้บริการด้วยความเร็วสูงสุดเอาไว้ แต่สุดท้ายเมื่ออินเทอร์เน็ตหมด LINE Mobile ก็ยังให้บริการด้วยความเร็ว 256 kbps ต่อไป ก็เร็วพอที่จะใช้ facebook หรือท่องเว็บแบบไม่รีบร้อน แถมไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้ LINE เพราะยังไงมันก็ใช้ได้ตลอดอยู่แล้ว
  • ยังมีค่าโทรศัพท์ให้ ไม่เหมือนแพ็กเกจข้อมูลทั่วไปที่ต้องใช้ดาต้าอย่างเดียว อันนี้จะโทรออกหาเบอร์ปกติ ก็ยังทำได้ แต่ถ้าใช้เกินจากแพ็กเกจไปก็จะคิดใช้จ่ายเพิ่ม 99 สตางค์ต่อนาที
  • สามารถเปลี่ยนโปรโมชั่นได้ตลอดเวลา โดยจะมีผลในรอบบิลถัดไป เมื่อต้องการเลือกใช้บริการ ก็เลิกได้เลย ไม่มีสัญญาผูกมัด

ซึ่งเรื่องเหล่านี้ตอบโจทย์ผู้ใช้ส่วนใหญ่ในไทยมาก รวมกับค่าบริการในช่วงทดลองใช้ที่ถูกมากๆ ก็ไม่แปลกใจที่จะมีคนต้องการใช้ LINE Mobile ขนาดนี้ แต่ก็ต้องรอดูราคาอย่างเป็นทางการสำหรับการให้บริการจริงในปีหน้าอีกที ว่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ยังรับกันได้อยู่หรือไม่

จัดการผ่านแอปได้

สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ LINE Mobile รักมากคือการจัดการบริการผ่านเว็บและผ่านแอปได้ ซึ่งหน้าตาตัวแอปก็ทำออกมาให้ใช้งานได้ง่ายมาก ในหน้าแรกจะเห็นข้อมูลที่จำเป็นเลยคือเหลือนาทีให้โทรออกได้อีกกี่นาที เหลือปริมาณข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่ความเร็วสูงสุดอีกเท่าไหร่ และจะตัดรอบบิลวันที่เท่าไหร่

ที่เทพสุดคือผู้ใช้สามารถควบคุมความเร็วอินเทอร์เน็ตได้จากแอปของ LINE Mobile เลย เช่นการใช้งานระหว่างวัน ที่ไม่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เราก็ปรับเป็นโหมดเน็ตความเร็ว 256 kbps ฟรีไม่จำกัด แล้วใช้ไปเรื่อยๆ ปริมาณอินเทอร์เน็ตในแพ็กเกจก็จะไม่ถูกหัก แต่เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการดู Youtube หรือ facebook live ชัดๆ ก็สามารถปรับเป็นโหมดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้

นอกจากนี้แอปยังมีความสามารถอื่นๆ เช่นการตั้งควบคุมค่าใช้จ่าย ไม่ให้เกินจากที่เรากำหนด หรือสามารถดูค่าบริการโทรทางไกลระหว่างประเทศ (Roaming) จากได้ในแอปเลย และยังสามารถสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตเสริม เมื่อเน็ตความเร็วสูงเราหมดไปแล้วได้อีกด้วย (ตอนนี้คิด 1 GB 24 บาท)

ปัญหาของ LINE Mobile ที่รอการปรับปรุง

เนื่องจากว่าตอนนี้ LINE Mobile อยู่ในขั้นตอนการทดสอบบริการ การให้บริการที่จำเป็นหลายอย่างจึงยังไม่มีในตอนนี้ครับ ซึ่งก็หวังว่าเมื่อเปิดให้บริการจริงทาง LINE Mobile จะสามารถให้บริการเสริมตรงนี้ได้ด้วย

  1. รูปแบบการจ่ายเงินมีแค่ 2 แบบคือหักบัตรเครดิต/เดบิต หรือจ่ายผ่าน LINE Pay ซึ่งสำหรับคนที่ไม่มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์แล้ว การจ่ายเงินที่ง่ายที่สุดคือ LINE Pay ครับ ก็ไปเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินของ LINE Pay ไว้ จะผ่านช่องทางธนาคาร ตู้ ATM หรือเติมผ่านตู้บุญเติมก็แล้วแต่ ซึ่งสำหรับคนที่ใช้ LINE Pay อยู่มันก็สะดวกดีครับ แต่คนไม่เคยใช้ ก็น่าจะเป็นปัญหาในการใช้งานอยู่ไม่น้อย ในอนาคตก็จะมีการเพิ่มช่องทางอื่นๆ ต่อไปครับ
  2. ต้องเปิดเบอร์ใหม่เท่านั้น ถึงจะใช้ LINE Mobile ได้ ซึ่งเรื่องนี้ทีมงาน LINE Mobile บอกว่าการย้ายค่ายเบอร์เดิมเข้าสู่ LINE Mobile เป็นเรื่องที่กำลังพัฒนากันอยู่
  3. พื้นที่ให้บริการมีจุดบอดบ้าง แน่นอนว่าผู้ให้บริการทุกรายมีพื้นที่จุดบอดหมด ซึ่ง LINE Mobile นั้นทำงานอยู่บนเครือข่าย DTN หรือเครือข่าย dtac (อ่านข่าว LINE Mobile ไม่ใช่บริษัทลูกของ LINE ประเทศไทย) สำหรับใครที่อยู่นอกเมืองในต่างจังหวัด ก่อนเริ่มสมัครบริการ LINE Mobile อาจสังเกตสัญญาณ dtac ของคนรอบข้างก่อน ว่าใช้งานได้ดีหรือไม่
  4. ซื้อซิมผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเดียว ผู้ซื้อต้องถ่ายรูปบัตรประชาชน พร้อมถ่ายตัวเองคู่กับบัตรประชาชนในการลงทะเบียนซิมออนไลน์ และรอรับซิมที่จะจัดส่งไป ซึ่งสำหรับบางคนก็ยังยุ่งยากกว่าการซื้อซิมใหม่จากร้านค้า

แล้วตอนนี้ LINE Mobile เหมาะสมกับใคร

LINE Mobile ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้จึงยังไม่สามารถย้ายเบอร์หลักมาลงหลักปักฐานกับ LINE Mobile ได้ ตอนนี้ LINE Mobile จึงเหมาะที่จะใช้เป็นเบอร์ที่ 2 เพื่อสนับสนุนการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้กับเบอร์หลัก (อิจฉา Android ตรงนี้ สามารถใส่ 2 ซิมเพื่อจัดการโปรโมชั่นได้)

และด้วยรูปแบบการให้บริการของ LINE Mobile นั้นเหมาะสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ขาแชทไลน์ของสยามประเทศมาก เพราะนอกจากจะคุยไลน์กันไม่จำกัดทั้ง Video Call และ Voice Call แล้ว คุณลูกๆ ยังสามารถจัดการโปรโมชั่นผ่านเว็บได้เลย จะเปลี่ยนโปรให้เหมาะสม ควบคุมค่าบริการไม่ให้เกิน หรือจ่ายเงินให้ได้ง่ายๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่ใช้บริการไปได้เลย ไม่ต้องห่วง เรื่องเงินลูกจัดการให้ (จริงๆ ก็แอบตั้งลิมิตไว้แล้ว)

สุดท้ายด้วยรูปแบบแพ็กเกจที่โดนใจผู้ใช้ส่วนใหญ่ และการจัดการที่ง่ายผ่านแอปแล้ว เกณฑ์สำคัญที่จะตัดสินว่า LINE Mobile จะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็คืออัตราบริการที่แท้จริงหลังจากเริ่มให้บริการแล้วว่าจะเป็นเท่าไหร่

ตอนนี้ LINE Mobile เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ทดลองใช้บริการแล้ว ก็ลองดูรายละเอียดได้จากหน้าเว็บของ LINE Mobile ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น